Thursday, 5 November 2026
NEWS

ผบ.ตร. มอบรางวัลแก่พลเมืองดี ช่วยชีวิต 3 นักท่องเที่ยวจมน้ำ

วันนี้ (20 มิ.ย.66) เวลา 11.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบเกียรติบัตรโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้แก่พลเมืองดีและตำรวจรวมทั้ง 4 ราย เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจมน้ำ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า สำหรับโครงการ “ทำดี มีรางวัล” 
นั้นเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชนที่ประกอบคุณงามความดีมีจิตสาธารณะ จนเป็นที่ยอมรับของสังคม ตลอดจนข้าราชการตำรวจที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานจนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างชื่อเสียงให้แก่หน่วยงาน และกรณีนี้กล่าวคือ

เมื่อวันที่ 7 พ.ค ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.30 น. 
ได้เกิดเหตุ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวประสบเหตุจมน้ำ บริเวณแก่งตาเบิ้ม 
หลังวัดชำนาญรังสรรค์ ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก 

พลเมืองดี 3 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ได้แก่ 
1.)ด.ต.ศักรินทร์ คณะธรรม ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.นครนายก
2.) นายปรีชา แก้วเงิน
3.) นายอักษร โพธิ์เงิน
4.) นายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง หรือ น้องยูโร

ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงและเห็นเหตุการณ์ ได้เข้าให้ความช่วยเหลือจนผู้ประสบเหตุทั้ง 3 คนปลอดภัย ในระหว่างการให้ความช่วยเหลือ พลเมืองดี คือ นายปรีชา แก้วเงิน ได้ให้ความช่วยเหลือจนหมดแรง จมน้ำ และได้รับการปฐมพยาบาล CPR จนปลอดภัย และนายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง หรือ น้องยูโร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 โรงเรียนนครนายกวิทยาคม เกิดสำลักน้ำ จนทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด จนต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ปัจจุบันได้รับการรักษาพยาบาลจนหาย และกลับมาเรียนได้เป็นปกติ เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความประทับใจและได้รับความชื่นชมจากสังคมเป็นอย่างมาก

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า “ตนขอชื่นชมในความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุให้พ้นจากอันตราย โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของตนเองเลยในการเข้าช่วยเหลือ จึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” และเงินรางวัล คนละ 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่จะมอบรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจหรือประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน หรือทางราชการ ประพฤติตนดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แสวงหาความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล มุ่งแก้ไขความเดือดร้อน สร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนและสังคม

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ที่มุ่งให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกประเภท ซึ่งทวีความรุนแรง เป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นอันมาก สมควรที่จะแสวงหาความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมบูรณาการปฏิบัติกับหน่วยงานความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน ในระดับพหุภาคีและระดับสากล
 
จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.ต.ท.สรร พูลศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผบก.ตท., พ.ต.อ.พงษ์เดช คำใจสู้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมผู้แทนจาก บช.ก., สตม., บช.ปส., บก.ปคม., บก.ปทส., ตท. และ ป.ป.ส. เดินทางไปร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 23 (The 23rd ASEAN Senior Officials Meeting on Transnational Crimes) (SOMTC) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 23 มิถุนายน 2566 ณ เมืองยอร์กยากาตาร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ร่วมกับนายไมเคิล เทเน รองเลขาธิการอาเซียนฝ่ายประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน พร้อมทั้งผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต และประเทศคู่เจรจา

ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น  เกาหลีใต้(ประเทศคู่เจรจา SOMTC+3) สหภาพยุโรป(EU) ออสเตรเลีย รัสเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยมี พล.ต.อ.ลิสติโย ซิกิต ปราโบโว ผบ.ตร.อินโดนีเซีย และ พล.ต.ท.อกุส อันเดรียนโต ผู้บัญชาการตำรวจฝ่ายสอบสวนคดีอาญา         
และประธานคณะทำงานเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน ให้การต้อนรับ

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (SOMTC) ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนและเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ในการทำหน้าที่เป็นกลไกและหน่วยงานในการกำกับนโยบายของอาเซียนในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว ยังเป็นการดำเนินการภายใต้ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ซึ่งเป็นเสาหลักที่ 1 จาก 3 เสาหลักของอาเซียน โดยจะร่วมดำเนินการ ประสานงาน ดำเนินกลยุทธ์และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อป้องกันและต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติที่มีอยู่และเกิดขึ้นใหม่ และเน้นการติดตามผลตามแผนงานความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและปรับปรุง การประสานงานข้ามภาคส่วนและระดับพหุภาคี การยกระดับความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาข้างต้นและประเทศผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้ความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ใน 10 สาขา

ได้แก่ การลักลอบค้าอาวุธ(Arms smuggling) การก่อการร้าย(Terrorism) การฟอกเงิน(Money laundering) การละเมิดลิขสิทธิ์ทางทะเล (Sea piracy) การลักลอบขนคนโดยผิดกฎหมาย (Human smuggling) การค้ามนุษย์ (Trafficking in persons) อาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) อาชญากรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ(International economic crime) การลักลอบค้ายาเสพติด (Illicit drug trafficking) และการลักลอบค้าไม้และสัตว์ป่า (Illicit wildlife and timber trafficking) โดยประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำในการป้องกันปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด และการลักลอบค้าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งทุกประเทศที่ร่วมประชุมได้ร่วมติดตามผลการปฏิบัติและพร้อมดำเนินการตามแผนความร่วมมือ ผลการประชุมหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวต่อว่า จากการเปิดประเทศภายหลังการคลี่คลายของสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด - 19 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของหลายประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยต้องรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น อาชญากรรมทางไซเบอร์ ในประเทศไทย มีการฉ้อโกงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา ศปอส.ตร.(PCT) ได้รับแจ้งเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กว่าหมื่นราย สร้างความเสียหาย กว่า 400 ล้านบาท ภายใน 1 สัปดาห์ โดย บช.สอท. ได้ใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

โดยเชิญชวนผู้ใช้โทรศัพท์รายงานหมายเลขต้องสงสัย และผู้ให้บริการให้ความร่วมมือสืบสวนหมายเลขต้องสงสัยและบล็อคหมายเลขคนร้าย แล้วส่งข้อมูลมายังตำรวจไซเบอร์ ส่งผลให้การสืบสวนจับกุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับการค้ามนุษย์ ในห้วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ร่วมกับกัมพูชา ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ในเมืองสีหนุวิลล์ และช่วยเหลือเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกผ่านทางโซเชียลมีเดียไปทำงาน แล้วถูกกักขัง บังคับใช้แรงงานกว่า 800 คน สำหรับการลักลอบค้ายาเสพติด ประเทศไทยเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านยาเสพติดเพื่อประชาคมที่มั่นคงของอาเซียนฯ และเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งศูนย์ความร่วมมืออาเซียนด้านยาเสพติด(ASEAN-NARCO)

โดยในครั้งนี้ได้พิจารณาความร่วมมือในโครงการต่อต้านยาเสพติดร่วมกับออสเตรเลีย สำหรับการลักลอบค้าไม้และสัตว์ป่า มีการนำเทคโนโลยีระบบนิติวิทยาศาสตร์ด้านพันธุกรรม DNA มาใช้เพื่อระบุตัวตนและจำแนกแหล่งที่มาของสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทั้งนี้ การบริหารจัดการชายแดนแบบเชิงรุก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การปฏิบัติตามแผนความร่วมมือ การเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย คือกุญแจสำคัญในการปราบปราม สกัดกั้นและจับกุมขบวนการผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ  
  
พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันอาชญากรรมข้ามชาติพัฒนาไปสู่รูปแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่หน่วยงานความมั่นคงทั้งในและระหว่างภูมิภาคจะต้องส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับพหุภาคีและระดับสากล นำไปสู่ความสำเร็จในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภทในภาพรวม เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนมีความปลอดภัย มีสันติภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืน

เคยสงสัยกันมั้ย

🔍เคยสงสัยกันมั้ย ว่าทำไมร้านค้าที่ขายของคล้ายๆ กัน ถึงชอบเปิดร้านใกล้กัน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ทั้งนี้ หากมองในมิติเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ก็สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎี ‘Hotelling's law’ 

แต่ถ้าจะมองในมิติที่ไม่ซับซ้อน อาจกล่าวได้ว่า การที่ธุรกิจประเภทเดียวกัน เปิดร้านอยู่ใกล้กัน ในบางธุรกิจถือว่าเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างความคึกคักน่าสนใจและเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไปลองดูตัวอย่างธุรกิจประเภทเดียวกันที่มักพบเห็นเปิดในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ว่ามีอะไรบ้าง
 

ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมบริหารราชการ ตร. ครั้งที่ 6/2566

วันที่ 20 มิ.ย.66 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เป็นประธานการประชุมบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2566 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และกำหนดแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อาทิ การดำเนินการตามแนวทางการยกระดับการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ, การตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด, การสำรวจการก่อสร้างที่ทำการศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ร่วมถึงอาคารที่ทำการ และอาคารที่พักอาศัย และการคัดเลือกตำรวจดีเด่น เป็นต้น โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมการประชุมฯ

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งยังได้มีการกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการ หรือผู้บังคับการ ต้องหมั่นดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ระวังอย่าให้ทำผิดกฎหมาย ระเบียบ วินัย ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีกับองค์กร
 

กรุงเทพฯ ครองแชมป์ เมืองที่นักท่องเที่ยว จองมาพักมากที่สุดในโลก จากข้อมูลของ Agoda

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องน่ายินดีของวงการท่องเที่ยวไทย เมื่อล่าสุดทาง Agoda แพลตฟอร์มจองที่พักยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ออกมาเผยข้อมูลการจองที่พักของนักท่องเที่ยว โดยเมืองที่นักท่องเที่ยวจองมาพักมากที่สุดเป็นอันดับ 1

นั่นก็คือกรุงเทพมหานครนั่นเอง นอกจากเมืองกรุงเทพฯ แล้ว ประเทศไทยยังได้ถูกจัดอันดับเป็นที่ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นเป้าหมายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย

‘ไมเคิล อีวานส์’ ประธานบริษัทอาลีบาบา ยัน ‘แจ็ก หม่า’ ยังมีชีวิตอยู่ มีความสุขดี กำลังสอนหนังสืออยู่ที่โตเกียว

เฟซบุ๊ก ทันข่าว Today ได้โพสต์ข้อความถึง ชีวิตและความเป็นอยู่ของบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง  ‘แจ็ก หม่า’ โดยได้ระบุว่า ...

นายไมเคิล อีวานส์ ประธานบริษัทอาลีบาบา ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน เผย “แจ็ก หม่า” ผู้ก่อตั้งอาลีบาบานั้น “ยังมีชีวิตอยู่” และ “มีความสุขดี” เนื่องจากมีกระแสคาดเดาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขา หลังธุรกิจถูกรัฐบาลจีนปราบปรามอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

▪️ นายหม่ายังมีชีวิตอยู่ กำลังสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว และใช้เวลาในจีนมากขึ้น นายอีวานส์ระบุท่ามกลางการประชุมวีว่า เทค (Viva Tech) ณ กรุงปารีส

▪️สื่อ CNBC ระบุว่า อีวานส์ตอบคำถามของนายมอริส เลวี ประธานบริษัทพับลิซิส (Publicis) ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาของฝรั่งเศส โดยกรณีดังกล่าวตอกย้ำว่าสาธารณชนยังคงสนใจเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของนายหม่า

▪️ ธุรกิจด้านเทคโนโลยี รวมทั้ง อาลีบาบา ของนายหม่าถูกรัฐบาลควบคุมอย่างเข้มงวดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาลดบทบาทลงและหายจากสังคมไปช่วงหนึ่ง

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานเปิดการเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการตำรวจ

วันนี้ (20 มิ.ย.66) เวลา 09.00 น. พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 ประจำปีพุทธศักราช 2566 รุ่นที่ 1 ณ ห้องประชุม โรงแรมคลาสสิก คามีโอ จังหวัดระยอง โดยมี นาย นพดล อุเทน ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. , รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ,รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 , รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 , รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 , รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , ผู้แทนจากสำนักงาน ปปง. และผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1 , 2 , ,7 , 8 , 9 และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จำนวน 116 คน เข้าร่วมพิธี 

ทั้งนี้ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 ประจำปีพุทธศักราช 2566 เป็นโครงการที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดขึ้น จำนวน 2 รุ่น โดยรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2566 และรุ่นที่ 2 ในวันที่ 27-30 มิถุนายน 2566 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมเสริมสร้างทักษะในการปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด อีกทั้งเพื่อให้เกิดระบบที่เป็นมาตรฐานในการดำเนินคดีด้วยความโปรงใสและยุติธรรม

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ปปง. และสำนักงานอัยการสูงสุด มาให้ความรู้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 อาทิ การดำเนินคดีฟอกเงินและขั้นตอนในกระบวนการของศาล แนวปฏิบัติที่ถูกต้องในทุกมิติ การประสานงานกับ ปปง. เทคนิคการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำไปสู่คดีอาญาฐานฟอกเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

‘Miss International Queen 2023’ อวดชุดประจำชาติ 22 ประเทศ พร้อมประกวดความสามารถพิเศษ

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 66 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ – การประกวดสาวทรานส์เจนเดอร์ระดับโลก ‘Miss International Queen 2023’ ได้จัดการประกวดสำหรับรอบชุดประจำชาติ และรอบการค้นหาความสามารถพิเศษ งานนี้เป็นการเฉลิมฉลองความงามและความสามารถของบุคคลข้ามเพศจากทั่วโลก ด้วยธีม คือ ‘A CREATION’ ครีเอทสิ่งที่เปี่ยมคุณค่าแก่สังคมให้มีค่าเหนือกว่าสิ่งอื่นใด

รอบชุดประจำชาติ (National Costume) เป็นการแสดงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และหลากหลายของประเทศของผู้เข้าประกวด เป็นโอกาสสำหรับพวกเขาที่จะแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในมรดกของพวกเขา ผู้ชนะในรอบนี้จะประกาศผลในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ณ ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา

รอบความสามารถพิเศษ (Talent Contest) รอบนี้เป็นโอกาสที่ผู้เข้าแข่งขันจะได้แสดงความสามารถเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น การร้อง การเต้น หรือทักษะอื่นๆ

และผู้ชนะรางวัล Best Talent ในปีนี้ ได้แก่ อริสรา การกล้า หรือ ‘น้องกวาง’ ประเทศไทย ในชุดการแสดง รำอิสานพื้นบ้าน อริสราร่ายรำอย่างอ่อนช้อยสวยงาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความศรัทธาของชาวลุ่มแม่น้ำโขงที่มีต่อพญานาค

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เมโลนี มอนโร ประเทศสหรัฐอเมริกา ในชุดการแสดงยิมนาสติกลีลา อันพริ้วไหวจนไม่อาจละสายตาได้

รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มิค่า ประเทศจีน ในชุดการแสดง ร้องเพลงโชว์พลังเสียงน่าประทับใจ พร้อมเต้นประกอบเพลงสวยงาม

‘Miss International Queen’ ไม่ใช่แค่การประกวดนางงาม แต่เป็นเวทีสำหรับบุคคลข้ามเพศในการแสดงความสามารถและส่งเสริมการยอมรับและความเข้าใจ เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายและความเท่าเทียม และเราหวังว่าจะได้เห็นความสามารถอันน่าทึ่งและความสวยงามของผู้เข้าแข่งขัน

สำหรับรอบ The Preliminary แฟนคลับ เตรียมตาแตกกับ โชว์ชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ ในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี

และวันมงลง หรือ รอบชิงชนะเลิศ The Coronation Night ลุ้นร้อน ลุ้นแรง ชี้ชะตาสาวงามจากประเทศใดจะได้ครองตำแหน่ง Miss International Queen ประจำปี 2023 ในวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. นี้ ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

 

‘นาตาชา’ นักเรียนไทย-อเมริกัน ชนะรางวัลงานวิจัยยอดเยี่ยม สามารถวิเคราะห์กลไกสมองเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายได้

‘นาตาชา กุลวิวัฒน์’ ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 16 ปี ที่กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกา แต่ความสามารถเกินอายุ สร้างผลงานวิจัยยอดเยี่ยมจนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดโครงการวิจัยในงาน Regeneron International Science and Engineering Fair ได้สำเร็จ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.74 ล้านบาท)

กว่าจะได้งานวิจัยที่ประสบความสำเร็จนี้ นาตาชาใช้เวลาศึกษาค้นคว้าข้อมูลเนื้อเยื่อสมองในห้องแล็บของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นานถึง 6 เดือน โดยเธอได้เปรียบเทียบตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองของผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งบริจาคโดยญาติของพวกเขา 10 ตัวอย่าง เปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อสมองของผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นๆ และพบว่า เนื้อเยื้อสมองของผู้ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมี ‘ไซโตไคน์’ หรือกลุ่มโปรตีนขนาดเล็กที่อักเสบอยู่เป็นจำนวนมาก

โดยทั่วไปแล้ว ‘ไซโตไคน์’ อาจเกิดการอักเสบได้ตามปกติจากการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรค แต่ร่างกายก็สามารถปลดปล่อยไซโตไคน์ได้แม้ไม่มีภัยคุกคาม เช่น ในช่วงที่มีความเครียดเรื้อรัง และนั่นอาจทำให้เกิดการอักเสบที่มากเกินไป จนส่งผลเสียต่อร่างกายได้หลายกรณี อาทิ โรคหัวใจ มะเร็ง และโรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งในงานศึกษาของ นาตาชา กุลวิวัฒน์ บ่งชี้ว่าการอักเสบเหล่านี้ส่งผลต่อโปรตีนในสมองชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า ‘claudin-5’

‘Claudin-5’ มักพบในเซลล์ที่สร้างสิ่งกีดขวางระหว่างเลือดและสมอง หรือ ‘BBB’ ​​ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมสารที่สามารถผ่านจากเลือดไปยังเซลล์สมอง โดย นาตาชา กุลวิวัฒน์พบว่า มี claudin-5 แทรกซึมอยู่ในสมองส่วนอื่นๆ เช่นในเซลล์ประสาทนิวรอน และเส้นเลือดฝอยในสมองของผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย บ่งชี้ว่า ‘ระบบ BBB ในสมองของผู้ตายเกิดอาการบกพร่อง’

จึงเป็นสาเหตุให้มีสารแปลกปลอมในเลือดไหลเข้าสู่พื้นที่การทำงานในสมอง จนเป็นพิษต่อระบบประสาท และผลการวิจัยของเธอทำให้เห็นว่า ‘ระดับ Claudin-5 ในสมองสูงขึ้นอาจทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้’

และผลงานวิจัยชิ้นนี้ของเธอ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจนไดรับรางวัล Gordon E. Moore Award for Positive Outcomes for Future Generations พร้อมเงินรางวัล 50,000 ดอลลาร์ จากงาน Regeneron International Science and Engineering Fair ซึ่งถือเป็นงานแข่งขันด้านวิชาการในระดับสากลของนักเรียนระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษา ที่จัดโดยองค์กร Society for Science

นาตาชา กุลวิวัฒน์ ลูกครึ่งสาวไทย-อเมริกัน อัจฉริยะผู้นี้ ปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่าว่า เธอเริ่มศึกษาสาเหตุที่ทำให้คนตัดสินใจฆ่าตัวตาย จากปัจจัยด้านจิตวิทยามาก่อน เช่นอารมณ์ที่หุนหันพลันแล่น หรือความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ลดลง แต่ต่อมาก็ลองหันมาศึกษาจากมุมมองทางชีววิทยาของระบบประสาท เพราะไม่ค่อยมีงานวิจัยที่นำเสนอในมุมนี้

สาเหตุที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยการฆ่าตัวตาย มีแรงบันดาลใจมาจากการเป็นอาสาสมัครให้กับ American Foundation for Suicide Prevention และ กลุ่ม Out of the Darkness Walks ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนทางใจ แก่ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากการฆ่าตัวตายนั่นเอง

และงานวิจัยในขั้นต่อไปของ นาตาชา กุลวิวัฒน์ คือการศึกษาผลลัพธ์จากการรักษาด้วยยาต้านอาการอักเสบต่างๆ ว่าจะมีปฏิปฏิกิริยาอย่างไรกับ claudin-5 ในกลุ่มสัตว์ทดลอง ซึ่งเธอหวังว่างานวิจัยนี้อาจให้เบาะแสในการพัฒนาวิธีการรักษาทางเลือกในกรณีที่ระบบ BBB บกพร่องที่เสี่ยงต่อการตัดสินใจการฆ่าตัวตายของมนุษย์ได้ในอนาคต

นับเป็นผลงานวิจัยที่น่าภูมิใจของเด็กนักเรียนเชื้อสายไทย ที่ฉายแววรุ่งในสหรัฐ และนอกเหนือจากความสามารถด้านวิทยาศาสตร์แล้ว เธอยังมีผลงานหนังสือภาพ My Dreams: A Trilingual Drawing Book: English, Thai, and Chinese ที่บอกเล่าประสบการณ์ของการเติบโตมาในครอบครัว 2 ภาษา (ไทย - อังกฤษ) และยังสนใจเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมอีกด้วย

และด้วยความรักในด้านการวาดภาพ และภาษา เธอได้รวบรวมภาพเขียนตั้งแต่สมัยเด็ก พร้อมคำบรรยายถึง 3 ภาษา (อังกฤษ, ไทย, จีน) เพื่อสนับสนุนทักษะด้านจินตนาการ และ พัฒนาภาษาไปควบคู่กันด้วย นับเป็นเยาวชนที่เก่งรอบด้านจริงๆ

‘สว.อุปกิต’ ฟ้อง ‘รังสิมันต์ – อัจฉริยะ’  ข้อหาหมิ่นประมาท ศาลนัดไต่สวน 11 ก.ย. นี้

วันนี้ (19 มิ.ย. 2566) นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี และนายอัครวัฒน์ อมรวสุธันย์ ทนายความส่วนตัวยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ต่อศาลอาญา รัชดาฯ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หลังจากพบว่าทั้งสองคนได้มีการกระทำที่เป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอีกครั้ง แม้จะถูกฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งการยื่นฟ้องครั้งนี้กรณีของนายรังสิมันต์ ได้เรียกค่าเสียหายอีก 20 ล้านบาท ส่วนนายอัจฉริยะ เรียกค่าเสียหายอีก 10 ล้านบาท  โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีของนายอัจฉริยะวันที่ 4 กันยายน 2566 เวลา 9.00 น.ส่วนคดีของนายรังสิมันต์ โรม ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 9.00 น.

นายอุปกิต กล่าวว่า ยืนยันการฟ้องทั้ง 2 คดีดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิตามกฏหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียง ไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก

ทั้งนี้ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นายอุปกิต ได้ฟ้องร้องนายรังสิตมันต์ โรม คดีหมิ่นประมาท โดยเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท และวันที่ 31 มกราคม 2566 ฟ้องร้องนายอัจฉริยะ คดีหมิ่นประมาทเช่นเดียวกันโดยเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ซึ่งคดีทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

เปิดโมเมนต์อบอุ่นหัวใจ พ่อแม่จัดงานแต่ง พร้อมลูก  เจ้าสาวถือไมค์อวยพรให้ ในที่สุดคำสัญญาของพ่อ ก็เป็นจริง

กลายเป็นคลิปที่สร้างความประทับใจให้กับคนบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลังจากผู้ใช้ TikTok ชื่อบัญชี @mcringring หรือ Mc แหวน พิธีกรนครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปงานแต่งงานหนึ่งที่แตกต่างจากงานทั่วไป เพราะจัดขึ้นพร้อมกัน 2 คู่ แถมยังเป็นการแต่งงานพร้อมกันของคู่พ่อแม่และลูกสาว
ในคลิปลูกสาวที่เป็นเจ้าสาวเหมือนกัน กำลังอวยพรให้พ่อแม่ทั้งน้ำตา โดยเธอเล่าว่า เธอภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีพ่อแม่แบบนี้ ทั้งสองคนไม่เคยหมดหวังในตัวของตนเองเลย รัก ดูแล และให้ทุกอย่าง

เจ้าสาวบอกอีกว่า วันนี้ดีใจที่ทำความฝันของแม่ให้เป็นจริง พร้อมพูดแบบขำๆ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแย่งซีนกันอย่างใด เพราะชุดแต่งงานของพ่อกับแม่อลังการกว่าอีก
และในที่สุดเธอก็ได้ทำตามความฝันของแม่ให้เป็นจริง คือได้ใส่ชุดเจ้าสาวสักที เพราะสมัยเด็กๆ ได้ยินพ่อสัญญากับแม่ไว้ ว่าจะเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกับคู่อื่นๆ หลังจากพ่อแม่อยู่กินกันมานานถึง 30 ปี

‘หยก’ โวย ปีนรั้วเข้าโรงเรียนมาตั้ง 3 วันแล้ว ยืนยันเจตนา เดินหน้ายกเลิกการบังคับ แต่งกาย-ทรงผม

19 มิ.ย. 2566 – เพจเฟซบุ๊ก “นักเรียนเลว” โพสต์ข้อความว่า วันนี้ (19 มิ.ย.) เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ของการย้อมสีผมและทำทรงผมตามสะดวกของหยก และเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการแต่งไปรเวทมาเรียน แม้ทางโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการออกประกาศในช่วงวันหยุด ว่าหยกไม่มีสภาพเป็นนักเรียน ตนยืนยันว่าจะมาเรียน และมีสิทธิชอบธรรมตามที่ กสม. ยืนยันสิทธิดังกล่าว ส่วนตัวยังไม่อยากยื่นฟ้องโรงเรียนต่อศาล เพราะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

วันนี้หยกได้เดินเข้าโรงเรียนตามปกติ ไม่ต้องปีนเข้าอย่างที่ผ่านมา ขณะที่มีรายงานว่ามีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเดินเข้าโรงเรียน โดยยังไม่ทราบถึงเจตนา ตามที่ปรากฎบนสื่อเป็นชุดจับกุมหญิง มาพร้อมกับรถจับกุม เดินเข้าโรงเรียนจำนวนหลายนาย แต่โรงเรียนไม่ได้มีท่าทีปิดกั้นแต่อย่างใด
หยก ระบุว่า วันนี้ถูกผู้ปกครองของนักเรียนคนอื่นๆ ตำหนิระหว่างทางไปโรงเรียน และได้รับรู้ถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ขอบคุณที่สังคมได้มีการโต้แย้งกัน ไม่ว่าจะโต้กันด้วยเหตุผลหรือไม่ก็ตาม ยืนยันเจตนาของการยกเลิก ‘บังคับ’ การแต่งกาย-ทรงผม ไม่ได้จะบังคับให้ถูกคนยกเลิกเหมือนที่ตนคิด

หยก กล่าวเสริมว่า หากวันนี้โรงเรียนมีการประชาพิจารณ์ ให้เด็กมีส่วนร่วมกับการออกแบบกฎระเบียบใหม่ โดยมีเงื่อนไขว่านักเรียนทุกคนต้องได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แล้วหากผลออกมาให้คงไว้ซึ่งระเบียบเดิม ตนก็ยินดีที่จะทำตามเสียงส่วนมากนั้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหากับการที่กฎระเบียบในโรงเรียนที่ถูกเขียนขึ้นโดยครูและผู้ใหญ่ มิใช่นักเรียนผู้ต้องรับคำสั่ง ปฏิบัติตามกฎนั้น ซึ่งไม่สมเหตุสมผล

ก่อนจบการสัมภาษณ์ หยกได้ให้ความเห็นถึงการออกแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลว่า ค่อนข้างล่าช้า ในขณะที่ตนปีนเข้าโรงเรียนมา 3 วันแล้ว ทั้งๆ ที่ทางพรรคก้าวไกลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการแก้ไขให้กฎระเบียบการแต่งกายของนักเรียนนั้นยืดหยุ่นผ่อนปรนมากขึ้น

"ผู้การจ้อ" เรียก ผกก. 23 โรงพักทั่วชลบุรี ประชุมมอบนโยบายปราบอาชญากรรมทุกรูปแบบ

"ผู้การจ้อ" เรียก ผกก. 23 โรงพักทั่วชลบุรี ประชุมมอบนโยบายปราบอาชญากรรมทุกรูปแบบ
วันที่ 19 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต. ธนาวุฒิ จงจิระ ที่ได้รับคำสั่งให้มารักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 จุด ประกอบด้วย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองชลบุรี ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และลานพระบรมรูปเสด็จพ่อ ร.5 หน้าศาลเมืองชลบุรี เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเข้ารับตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นวันแรก

เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เรียกผู้บริหารสถานีตำรวจ รวม 23 แห่ง ตั้งแต่ระดับผู้กำกับหัวหน้าสถานี และรองผู้กำกับการทุกสายงาน รวมถึงหัวหน้างานสอบสวน เพื่อมอบนโยบาย และแนวทางการปฎิบัติ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่เฝ้าเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยในที่ประชุม พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้มอบหมายงานให้หัวหน้าหน่วยทุกสถานีตำรวจ 23 แห่ง ให้เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ ส่วนเรื่องเก้าอี้อาถรรพ์นั้น ทางตัวรักษาราชการแทนผู้การชลบุรี ไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด ก่อนจะเดินทางไปพบผู้บังคับบัญชาระดับสูง ด้วยรถยนต์เก๋งส่วนตัว ในสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645
 

"เชียงราย"การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นเมียนมา - ไทย (TBC) ครั้งที่ 97

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 พันเอก ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ในนาม ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC) ฝ่ายไทย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย และ จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นเมียนมา - ไทย (TBC) ครั้งที่ 97 ณ ห้องประชุมโรงแรม 1G1 จังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งในครั้งนี้ ฝ่ายเมียนมา เป็นเจ้าภาพ

โดย พันเอก ณฑี ทิมเสน ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC) ฝ่ายไทย อำเภอแม่สาย ได้เป็นประธานร่วมกับ พันตรี ตั้นสิ่นไท้   ผู้บังคับกองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 529/ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นเมียนมา – ไทย (TBC) ฝ่ายเมียนมา จังหวัดท่าขี้เหล็กฯ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อหารือ และขอความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ของทั้ง 2 ประเทศ ผ่านกลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น

รวมทั้งขอบคุณ ที่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมา ได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศของการประชุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ ต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวชียงราย

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย” มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี 2566 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย” มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี 2566
แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ

นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบเงินทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี พ.ศ. 2566 ให้แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)  เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโต พร้อมมีวิชาความรู้  สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า  ในงานสังคมสงเคราะห์  การมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือสังคมต่อเนื่องตลอดมา โดยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 นี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนการศึกษาทุกระดับชั้นปีสุดท้าย ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค ต่อไป และในปีการศึกษา พ.ศ. 2566 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือสงเคราะห์เป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top