Thursday, 30 July 2026
NEWS

สมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ แถลงข่าวจัดแข่งขันเรือใบรายการ ACO คัดตัวไปแข่งขันในโอลิมปิก 

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันเรือใบรายการ Asian Sailing Championships & Asian Continental Olympic Qualifier for Paris 2024 Olympic Games ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ร่วมการแถลงข่าว ประกอบด้วย พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ, นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ,นายสนธยา คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรีและนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

พลเรือเอก สมประสงค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันเรือใบรายการ Asian Sailing Championships & Asian Continental Olympic Qualifier for Paris 2024 Olympic Games wa ACOQ ในครั้งนี้สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่ง ฯ ได้รับเกียรติจาก สหพันธ์เรือใบแห่งเอเชีย (Asian Sailing Federation : ASAF) และองค์กรเรือใบโลก (World Sailing : WS) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งนับเป็นการพัฒนาอีกก้าวหนึ่ง ของกีฬาเรือใบในประเทศไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรือใบ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย และชิงที่นั่งเพื่อเข้าไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชนเป็นอย่างดีในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในนามประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกองทัพเรือ ส่วนราชการในจังหวัดชลบุรี เมืองพัทยาและภาคีเครือข่าย และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี กำหนดจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 10 - 20  ธันวาคม 2566ที่สมาคมสโมสรราชวรุณในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดชลบุรี โดยในขณะนี้มีประเทศต่างๆ แจ้งความจำนงเข้าร่วมการแข่งขันแล้วจำนวน 18 ประเทศ

สำหรับการจัดการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 สนามตามกลุ่มเรือ ดังนี้ สนาม 4 เรือ ILCA6 (อิลค่า ซิกซ์) ILCA 7 (อิลค่า เซเว่น) สนาม B เรือ 470 (โฟเซเว่นตี้) และสนาม C เรือ 49er (โฟตี้ไน เนอร์ เอฟเอ็กซ์) 49er Fx (โฟตี้ไน เนอร์ เอฟเอ็กซ์) ) และ Nacra17 (นาคร่า เซเว่นทีน) ใช้มาตรฐานการจัดระดับสากลได้แก่ กรรมการสนาม กรรมการตรวจเรืออุปกรณ์ กรรมการตัดสินระดับนานาชาติ (International Technical Official : ITO) ประมวลผลการแข่งขันด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ (ของ Sail Wave) ใช้ระบบติดตามและ แสดงภาพการแข่งขันสมัยใหม่ (ของ Sail Fish) จะทำให้สามารถรับชมและติดตามการแข่งขันได้จาก การถ่ายทอดสดทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ การจัดการแข่งขันรายการนี้ นับว่าเป็นผลดีต่อนักกีฬาของไทย ในการส่งนักกีฬาได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะผ่านการคัดเลือกไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก กับทั้งเป็นการแข่งขันในประเทศไทยจึงมีความคุ้นเคยในสภาพสนามแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการใช้กีฬากระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ความเป็นไทย ไปสู่นานาชาติผ่านนักกีฬาจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘สุทิน’ ยัน!! ‘ทหาร’ จะเป็นไม้สองแก้ปัญหาเด็กตีกัน พร้อมช่วยปลูกฝังจิตสำนึก หากเกินกำลังของตำรวจ

(23 พ.ย.66) ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์การแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทว่า มีกลไกระดับล่างที่แก้ไขปัญหากันอยู่ ทั้งระดับกระทรวงและตำรวจ แต่ถ้าเกินกำลังเชื่อว่าทางทหารอาจจะใช้กลไกในเรื่องของกำลังสำรอง หรือนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้ หากเกินกว่ากำลังตำรวจ ทหารก็รับเหตุได้อยู่แล้ว

เชียงใหม่-เตรียมจัดงานโครงการหลวง 2566 เฉลิมพระเกียรติ ทศมมหาราชา สืบสานศาสตร์ ชนกาธิเบศรดำริ

มูลนิธิโครงการหลวง แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “โครงการหลวง 2566” ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง 1-7 ธันวาคม นี้ ภายใต้แนวคิด “เฉลิมพระเกียรติ ทศมราชา สืบสานศาสตร์ ชนกาธิเบศรดำริ จากชุนเขา สู่ ชาวเรา และชาวโลก” เตรียมพบกับการแสดงผลงานของโครงการหลวง และสินค้าคุณภาพกว่า 800 รายการ

เมื่อวันที่22 พ.ย. 66 ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่  พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง  พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. อานัฐ ตันโช ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ และ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมความพร้อมก่อนการจัดงาน “โครงการหลวง 2566”  ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม 2566 ที่จะถึงนี้ รวม 7 วัน ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ 

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า มูลนิธิโครงการหลวงได้กำหนดจัดงานโครงการหลวงประจำปี 2566 ที่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงมีพระชนมพรรษา 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อพัฒนาพื้นที่สูงย่างเข้าสู่ปีที่ 55  

โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เฉลิมพระเกียรติ ทศมราชา สืบสานศาสตร์ ชนกาธิเบศรดำริ จากชุนเขา สู่ ชาวเรา และชาวโลก”  ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการจัดงานบนพื้นที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ แสดงผลสำเร็จเชิงประจักษ์ ที่สร้างความสุข ความเจริญ เกิดแก่ราษฎรบนขุนเขา นำมาสู่การเรียนรู้ เพื่อสร้างประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีอาหารจากครัวโครงการหลวงต่าง ๆ และอาหารท้องถิ่นในบรรยากาศกาดหมั้ว มากกว่า 50 รายการ งานครั้งนี้ จึงมากมายไปด้วยผลิตผล และผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และดีต่อเกษตรกรชาวเขาผู้ผลิต และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และในวันที่ 5 ธันวาคม 2566 มีกิจกรรมการเสวนาพิเศษจากผู้ที่เคยถวายงาน และนำแนวทางพระราชทานมาใช้ในการดำเนินชีวิต ณ ข่วงกิจกรรมสวนไผ่ พร้อมรำลึกในพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ 9 บทเพลง

ด้าน ดร. อานัฐ ตันโช ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานมากมาย อาทิ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ทศมราชา สืบสานศาสตร์ ชนกาธิเบศรดำริ”  ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลลัพธ์ของการพัฒนาตามแนวทางพระราชทาน ในการแก้ปัญหาฝิ่น ความยากจน และปัญหาสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้ ยังมีงานวิชาการหลากหลายเรื่องราว ที่ให้ทั้งสาระ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน

รวมทั้งการแสดงดนตรีในสวน การแสดงของเยาวชนชนเผ่าต่างๆ ในบรรยากาศจำลองชุมชนพื้นที่สูง พันธุ์พืชใหม่ที่นำมาจัดแสดงในปีนี้ อาทิ กุหลาบและเบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์กัญชงจากเส้นใยผสม รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ชุดชา 72 เทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา และการจำหน่ายผลิตผล ผลิตภัณฑ์โครงการหลวง รวมกว่า 800 รายการ

สินค้าใหม่แนะนำในปีนี้ คือ ชุดผลิตภัณฑ์ชาโครงการหลวง เทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา สำหรับเป็นของฝากของขวัญเนื่องในโอกาสต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมี ข้าวโพดหวาน 2 สี พิเศษ ฝักขนาดใหญ่ เมล็ดมีสองสี คือ สีขาวและเหลือง รสชาติมีความหวานและหอมกว่าข้าวโพดทั่วไป มะเขือเทศเชอร์รีเหลืองหวาน สามารถรับประทานสด ผิวมันวาว เนื้อกรอบ รสชาติหวานไม่ฉ่ำน้ำ เมล็ดน้อย ไม่มีกลิ่นฉุนของมะเขือเทศ อุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ ไลโคปีน แคโรทีนอยด์ และสารเบต้า-แคโรทีน สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 ผลขนาดใหญ่ สีแดงเข้ม รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีกลิ่นหอม เนื้อผลแน่น ทนทานต่อการขนส่งฯลฯโดยสามารถติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจของมูลนิธิโครงการหลวง

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว  มาร่วมชมและเลือกซื้อผลผลิตของโครงการหลวง พร้อมเที่ยวชมและสัมผัสกับคุณค่าของงานโครงการหลวงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีกระจายอยู่ในทุกอำเภอ

โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “โครงการหลวง 2566” สามารถเข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่ง ‘ก.อุตฯ’ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่ง ‘ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน’ บรรเทาทุกข์ประชาชน 

(23 พ.ย. 66) ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งส่งมอบความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ภาคใต้ ขานรับข้อสั่งการ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้สั่งการไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็ว 

ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับรายงานเบื้องต้น พบว่า มีบางพื้นที่ประสานขอความช่วยเหลือ ‘ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน’ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อาทิ พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี  พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังการรั่วไหลของสารเคมีอันตราย และกากอุตสาหกรรม จัดเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงการให้บริการการตรวจประเมิน และคำปรึกษาแนะนำการบริหารจัดการในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งแบบลงพื้นที่ (Onsite) และระบบทางไกล (Remote Assessment)

พร้อมจัดตั้งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางในพื้นที่ภาคใต้ ทำหน้าที่รวบรวมและกระจายความช่วยเหลือไปยัง 14 จังหวัดภาคใต้ สำหรับส่วนกลางให้สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นศูนย์รวบรวมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน และบริหารจัดการเพื่อส่งมอบไปยังพื้นที่ประสบภัยอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ 

ดร.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนชาวไทย โดยโครงการ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย’ ปีที่ 2 โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาคเอกชน ผ่านอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม นำสิ่งของอุปโภค บริโภค และของใช้ที่จำเป็นแพ็กเป็น ‘ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน’ เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม ผ่านมารวมระยะเวลากว่า 1 เดือน  ซึ่งได้ส่งมอบไปยังพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วย ราชบุรี พิจิตร ขอนแก่น มหาสารคาม ชุมพร ระนอง และนครศรีธรรมราช ส่งมอบถุงยังชีพไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติไปแล้วกว่า 7,000 ราย

กระบี่-แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจน้องทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2566 หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ “เน้นย้ำให้ดูแลทหารใหม่ให้เสมือนคนในครอบครัว”

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจน้องทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2566 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยมีพันเอก ธนวัฒน์ สายสกุลรัตน์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 พร้อมด้วยรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 15,ผู้ฝึกทหารใหม่ ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม

พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้หน่วยฝึกทหารใหม่ยึดถือปฏิบัติตามหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมยุทธศึกษาทหารบก สร้างความภาคภูมิใจแก่น้องทหารใหม่และครอบครัว และในโอกาสนี้ได้นำอาหารพิเศษ (ไก่ย่างเนื้อทอง โดนัท น้ำหวานต่างๆ และไอศกรีม) มามอบให้กับน้องทหารใหม่ พร้อมมอบนโยบายการฝึกและมาตรการต่างๆ ให้หน่วยฝึกทหารใหม่ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมเน้นย้ำให้ ผู้ฝึก ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูนายสิบ ตลอดจนครูทหารใหม่ดูแลน้องทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ใส่ใจในทุกรายละเอียดของน้องทหารใหม่ โดยเฉพาะการติดตั้งมุ้งลวดสำหรับโรงนอน พร้อมกับการติดกล้อง CCTV ภายในโรงนอนให้ครอบคลุมบริเวณจุดต่างๆ รวมถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวทางบ้าน จะต้องมีการเข้าไปดูแลครอบครัวของทหารใหม่ที่ทางบ้านประสบปัญหาต่างๆ  รวมถึงให้มีการแนะนำประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเข้าสู่การเป็นนักเรียนนายสิบ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับทหารใหม่ที่จะต่อยอดเข้าสู่การเป็นทหารอาชีพในอนาคต

พร้อมกันนี้ได้ขอให้น้อง ๆ ทหารใหม่ได้เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ที่ทางหน่วยฝึกฯ ได้มอบให้มากที่สุด และให้ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ รวมถึงมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จงตั้งใจอดทนจนผ่านการฝึก พร้อมที่จะเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’ ประกาศแต่งตั้ง ‘อรุณ บุญชม’ ดำรงตำแหน่ง ‘จุฬาราชมนตรี คนที่ 19’ ของไทย

(22 พ.ย. 66) ที่อาคารหอประชุม ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ถนนคลอง 9 แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสรรหาและให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีคนใหม่ ด้วยนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 แห่งราชอาณาจักรไทย ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2566 จึงเป็นเหตุให้ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่างลง

ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี มี 3 คนด้วยกัน ประกอบด้วย หมายเลข 1 นายประสาน ศรีเจริญ ตำแหน่งรองประธานผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี หมายเลข 2 นายอรุณ บุญชม ตำแหน่งประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร หมายเลข 3 นายวิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ ตำแหน่งอิหม่ามประจำมัสยิดบ้านเหนือจังหวัดสงขลา

จากนั้นเวลา 13.10 น. นายชาดาประกาศผลการนับคะแนน ปรากฏว่า นายอรุณ บุญชม ตำแหน่งประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร หมายเลข 2 ได้รับการเลือกตั้งเป็น จุฬาราชมนตรี คนที่ 19 ด้วยคะแนน 427 คะแนน

สำหรับผู้มีสิทธิลงคะแนนในครั้งนี้มี 723 คน

หมายเลข 1 นายประสาน ศรีเจริญ ได้รับคะแนนเสียง 129 คะแนน
หมายเลข 2 นายอรุณ บุญชม ได้รับคะแนนเสียง 471 คะแนน
หมายเลข 3 ดร.วิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ ได้รับคะแนนเสียง 115 คะแนน 

บัตรดี 715 บัตรเสีย 7 ไม่ประสงค์ออกเสียง 1

สำหรับประวัติ นายอรุณ บุญชม เรียนจบปริญญาตรี สาขาอัลฮะดีษและอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยอิสลาม นครมาดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ปริญญาตรี สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เคยเป็นอาจารย์สอนอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับระดับ ‘ซานะวีย์’ โรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์ (บ้านดอน) เป็นวิทยากรบรรยายศาสนธรรมให้แก่สถาบันและองค์กรต่างๆ

นอกจากนั้นยังเป็นอิหม่ามประจำมัสยิดดารุ้ลมุห์ซีนีน (สุเหร่าบ้านดอน) กรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ประธานคณะกรรมการเมืองไทยชารีอะห์ อุปนายกสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

‘น้องภีม’ ควาญช้างวัย 11 ขวบ โชว์ลีลาขี่ ‘พลายปีโป้’ นำแห่หน้าขบวนกลองยาว ในงานทอดกฐินที่เมืองตรัง

(22 พ.ย. 66) ช่วงนี้เป็นเทศกาลงานทอดกฐินสามัคคี วัดต่าง ๆ จึงมีงานทอดกฐินหลังวันออกพรรษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องหลายกิจการมีรายได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มคนเลี้ยงช้างในจังหวัดตรัง ซึ่งมักจะได้รับการว่าจ้างให้นำช้างแสนรู้ ไปแห่นำหน้าขบวนกลองยาว สร้างสีสันและเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าภาพ

โดยล่าสุด ในขบวนแห่ช้างได้พบกับควาญช้างที่วัย 11 ขวบเป็นนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านห้วยเร็จ ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ชื่อว่า เด็กชาย วีระวัฒน์ นุ้ยเร็ต หรือ ‘น้องภีม’ อายุ 11 ขวบ ขี่ช้าง ‘พลายปีโป้’ อายุ 20 ปีมาร่วมขบวนแห่ไปตามถนนสายนาบินหลา-ทุ่งชน ตำบลนาบินหลา อำเภอเมืองตรัง เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่แพ้บรรดาควาญช้างรุ่นใหญ่ โดยมีญาติ ๆ ขี่ช้างเชือกอื่นมาร่วมขบวนด้วย

น้องภีม ได้โชว์ลีลาการบังคับช้าง การขึ้นลงบนหลังช้างแบบสบาย ๆ สร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างมาก และเมื่อสอบถามน้องภีมจึงทราบว่า บ้านคุณลุงและคุณน้าของน้องภีมเลี้ยงช้างมานานหลายปีแล้ว ทำให้น้องภีมเห็นช้างมาตั้งแต่เกิด จึงมีความรักความผูกพันและหัดขี่ช้างมาตั้งแต่อายุ 4-5 ขวบ จนกระทั่งอายุ 10 ขวบ น้องภีม จึงเริ่มขี่ช้างออกงานได้ แต่ยังต้องมีคุณลุงหรือคุณน้าคอยจูงช้างให้

น้องภีม มักจะใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุด ตามญาติไปขี่ช้าง รับจ้างเดินป่า ชักลากไม้ยางพารา งานท่องเที่ยว และงานบุญงานทอดกฐินต่างๆ ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น ถือเป็นควาญช้างที่อายุน้อยที่สุดใน จ.ตรัง ซึ่งก็ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก ส่วนรายได้ญาติจะแบ่งปันให้เป็นค่าขนมไปโรงเรียนครั้งละไม่กี่บาท ซึ่งน้องภีมไม่ได้สนใจ แค่ได้ขี่ช้างไปร่วมงานก็พอใจแล้ว  สำหรับช้างที่น้องภีมชอบขี่มี 2 เชือก ชื่อว่าพลายกล้วยกับพลายปีโป้ เนื่องจากเป็นช้างที่โตมาด้วยกัน มีนิสัยดี ไม่ดุร้าย สวยสง่า และไม่ตื่นกลัวคน ซึ่งในอนาคตญาติอยากจะให้น้องภีมเป็นควาญช้างสืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น หลังเห็นแววว่าน้องภีมทำหน้าที่นี้ได้ดีและมีใจรักมาตั้งแต่เด็ก

โดย ด.ช.วีระวัฒน์ นุ้ยเร็ต หรือน้องภีม กล่าวว่า ช้างที่ขี่ได้ชื่อพลายปีโป้กับพลายกล้วย ซึ่งตนขี่แล้วรู้สึกชอบมาก โดยมากับคุณตา ที่บ้านไม่ได้เลี้ยงช้างแต่ตาเลี้ยง ขี่แล้วรู้สึกสนุก ชอบมาก โตขึ้นก็อยากจะเป็นควาญช้างด้วย

นายอนุพงศ์ จันทร์สุข อายุ 33 ปีน้าชายของน้องภีม กล่าวว่า น้องภีมชอบขี่ช้างมาตั้งแต่อายุ 4-5 ขวบแล้ว ซึ่งน้องภีมชอบตามไปชักลากไม้ แม้ที่บ้านของน้องภีมจะไม่ได้เลี้ยงช้าง ส่วนตนเป็นน้าชายมีช้างอยู่ 1 เชือก ชื่อพลายปีโป้ที่น้องภีมชอบขี่ เวลาไปทำงานน้องภีมจะชอบตาม โดยบังคับช้างด้วยการพาขี่ไปไกลได้ถึง 10 กิโล หากโตขึ้นก็อยากให้น้องภีมเป็นควาญช้างต่อไป

‘ก้อง ห้วยไร่’ กระอัก!! โซเชียลผุดแบนผลงาน ซัด!! เป็นนักร้องปากไม่ดี แถมเนรคุณแผ่นดิน

(22 พ.ย. 66) เพจ ‘The Critics’ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับนักร้องดัง ‘ก้อง ห้วยไร่’ ที่มีข่าวแว่วว่าถูกเลิกจ้าง โดนแบนผลงานเพลง เพราะเป็นนักร้องปากไม่ดี โดยระบุว่า…

เดือดปรอทแตก!!!
โซเชียล ผุดแบนงานเพลง
เลิกจ้าง ก้อง ห้วยไร่ 
ซัด นักร้องปากไม่ดี เนรคุณแผ่นดิน?

จากกรณีของนักร้องดัง อย่างคุณก้อง ห้วยไร่ ที่กำลังตกเป็นประเด็นให้พูดถึงอยู่ในสังคมขณะนี้ เรียกว่าเจอทัวร์ลงอย่างหนัก ทั้งเกิดกระแสแบนสินค้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ หรือชาวบ้านห้วยไร่ ที่ออกมาเรียกร้องให้หยุดใช้คำว่า ห้วยไร่ ซึ่งถือว่าเดือดมากเลยทีเดียว

ล่าสุดทางด้านของผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ได้ออกมาอัดคลิปฟาดอย่างแรงเลยว่า วันนี้ก็จะมาทําคลิปฝากถึง ก้อง ห้วยไร่ หน่อยนะ เที่ยวออกมาเปรียบเปรยประชดสังคมว่า เด็ก ๆ เคยโดนสอนมาว่า ถ้าไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่จะไม่เห็นแสงอะไรประมาณนั้นน่ะ ผมไม่รู้มึ..คิดอะไรหรอก ไม่รู้ว่ามึ..จะหมายถึงใคร ผมไม่อยากพูดหรอก ผมรู้ว่ามึ...หมายถึงใคร แต่ผมไม่อยากพูดถึงนะ ผมรู้ว่ามึ..จะพูดอะไร รู้นะมึ...ไอ้ก้องว่ามึ...จะพูดอะไรนะ ผมว่าคนอีสานเลิกฟังเพลงมันแล้วล่ะ ไอ้ก้องคนเนี้ยเลิกฟังเพลงมันได้แล้ว เสื่อม
ไอ้คนคนนี้ นักร้องคนนี้ พาคนอีสานเสื่อมคุณรู้เปล่า คุณเลิกฟังเพลงไม่ได้แล้วเชื่อผมเถอะอย่าไปฟังเลย แฟนคลับที่เป็นสาวกมันน่ะ เลิกติดตามมันได้แล้ว

คุณจะเสื่อม มันไปเสื่อมไปด้วยตามตัวมันน่ะ สันดา....ไม่ดี ไอ้ก้อง ห้วยไร่ คุณรู้เปล่ามันเป็น...มันมีคนออกมาแฉ อยู่เนี่ย

เปิดนิยาม 'ร่มไม้ใหญ่' ในความคิด 'สมจิตร จงจอหอ' "เชื่อเถอะสักวันเราจะเติบโต และจะเป็นร่มไม้ใหญ่ให้ผู้อื่นต่อได้"

เมื่อไม่นานมานี้ ‘สมจิตร จงจอหอ’ นักกีฬามวยสากล เจ้าของเหรียญทองหลายเหรียญ โพสต์คลิปในติ๊กต็อก ‘somjit656’ เกี่ยวกับประเด็น ‘ร่มไม้ใหญ่’ โดยระบุในคลิปว่า…

“ตอนนี้ผมกำลังอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ร่มไม้ใหญ่นี้ทำให้ผมร่มเย็น ทำให้ผมสดชื่น ทำให้ผมรู้สึกสงบ ที่สำคัญคือผมได้ออกซิเจนจากร่มไม้ใหญ่ ผมเกิดมา มีพ่อและแม่ที่เป็นร่มไม้ใหญ่ คอยกันทุกสิ่งอย่างให้ผม เช่น กันพายุ กันภัยอันตราย กันแสงแดด กันเรื่องไม่ดี และคอยดูแลลูกจนเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ผมเติบโตมาได้ก็เพราะร่มไม้ใหญ่ และผมก็ได้ดูแลพ่อแม่ที่เป็นร่มไม้ใหญ่ของผม”

สมจิตร กล่าวต่อว่า “นิยามของผม ร่มไม้ใหญ่ก็คือ พ่อแม่ที่ให้ความอบอุ่นกับลูก แต่ในนิยามของคนอื่นผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่เชื่อเถอะครับว่า การที่เราอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ สักวันหนึ่งเราก็จะเติบโต เพราะร่มไม้ใหญ่ให้ร่มเรา ให้อาหารเรา ให้สิ่งดี ๆ กับต้นไม้เล็ก ๆ ที่อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ สักพักต้นไม้เล็ก ๆ ก็จะเติบโต วิ่งไปหาแสงแดด และอาจจะเติบโตยิ่งใหญ่ และสามารถเป็นร่มไม้ใหญ่ให้กับร่มไม้ได้”

“เพราะฉะนั้นเชื่อเถอะครับว่า อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ แล้วคุณจะมีความสุข สดชื่น ร่มเย็น ชีวิตสงบอยู่ได้ร่มไม้ใหญ่ดีที่สุดครับ” สมจิตรกล่าวทิ้งท้าย

ปตท. รับโล่ ‘รางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส’ ครั้งที่ 11 รางวัลแห่งเกียรติยศด้านธรรมาภิบาล-ความโปร่งใส

เมื่อไม่นานมานี้ นายชฎิล ชวนะลิขิกร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารศักยภาพองค์กรและธรรมาภิบาล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทน ปตท. รับมอบโล่ ‘รางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส’ ครั้งที่ 11 (NACC Integrity Awards) จากพลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

โดยในปีนี้ ปตท. ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใสต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ประกอบด้วย รางวัลองค์กรโปร่งใส จำนวน 2 ครั้ง และรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส จำนวน 3 ครั้ง สะท้อนการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน รวมถึงส่งเสริมการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรมในองค์กร

ตร. แนะนำ 3 วิธีป้องกัน ภัยร้ายไฮซีซัน เพจโรงแรมปลอม หลอกขายที่พักราคาถูก

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ โดยจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน พบว่าจำนวนคดีในรูปแบบของการหลอกขายสินค้าและบริการออนไลน์ มีจำนวนกว่า 140,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าในช่วงเทศกาลที่มีอัตราการท่องเที่ยวสูง หรือที่เรียกว่า ไฮซีซัน คนร้ายมักจะฉวยโอกาสนี้ในการสร้างเพจโรงแรมปลอม ลงโพสต์โฆษณาโปรโมชันที่พักราคาถูกกว่าปกติหลอกล่อให้เหยื่อสนใจ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อติดต่อกับเพจปลอมเพื่อทำการจองที่พักและโอนเงินให้กับคนร้ายแล้ว คนร้ายก็จะทำทีเป็นส่งใบยืนยันการจองให้จนเหยื่อตายใจ ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปนานพอสมควรแล้ว เพราะเหยื่อจะรู้ตัวก็ตอนที่เหยื่อเดินทางไปที่โรงแรม แล้วโรงแรมแจ้งว่าไม่ได้มีการจองที่พักจริงแต่อย่างใด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกจองที่พักผ่านเพจต่าง ๆ โดยขอให้ดำเนินการดังนี้
1. ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจของทางโรงแรมหรือที่พักดังกล่าวจริงหรือไม่ โดยดูจากข้อมูลความโปร่งใสของเพจ จำนวนผู้ติดตาม และหากเพจดังกล่าวมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีน้ำเงิน (Blue Badge) ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
2. ควรเลือกจองที่พักผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
3. อย่ารีบตัดสินใจจองที่พักที่มีราคาถูกเกินจริง เพราะอาจเป็นวิธีการที่คนร้ายใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ
ในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักต่าง ๆ ควรมีการประชาสัมพันธ์ช่องทางในการจองที่พักให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าหรือผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และตรวจสอบว่ามีคนร้ายสร้างเพจหรือเว็บไซต์ปลอมโดยอ้างเป็นโรงแรมหรือที่พักของท่านหรือไม่ หากพบให้รายงาน (Report) ไปยังผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่พบ และแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกขายสินค้าและบริการออนไลน์ หรือคดีอาญากรรมทางเทคโนโลยีอื่น ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สมาคมแม่บ้านตำรวจร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชิญชวนบุตรหลานข้าราชการตำรวจประกวดแต่งเรียงความในหัวข้อ “พ่อของฉัน”

เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2566 ส่งเสริมความรักความผูกพันในครอบครัว

วันนี้ (22 พ.ย.66) คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เปิดเผยว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจมีนโยบายมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และดำเนินกิจกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการเทิดทูนพระคุณของพ่อและยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม โอกาสนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจจึงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมประกวดแต่งเรียงความ “พ่อของฉัน” เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 ขึ้น เพื่อส่งเสริมความรักความผูกพันในครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

โดยการประกวดครั้งนี้ ขอเชิญบุตรหลานข้าราชการตำรวจที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาระดับปริญญาตรี ร่วมส่งผลงานการแต่งเรียงความเพื่อชิงรางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ จำนวน 10,000 บาท 1 รางวัล , รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 7,000 บาท 1 รางวัล , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 5,000 บาท 2 รางวัล  , รางวัลชมเชย จำนวน 1,500 บาท 2 รางวัล โดยรางวัลชนะเลิศของแต่ละกองบัญชาการจะนำไปเผยแพร่ในแอปพลิเคชันแทนใจ  

ผู้สนใจร่วมโครงการสามารถส่งผลงานทาง e-mail : [email protected] ภายในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สมาคมแม่บ้านตำรวจ policewives.police.go.th

‘พีระพันธุ์’ สั่ง สส. เร่งลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมฉับพลันภาคใต้ ฟาก ‘พิมพ์ภัทรา’ ส่งถุงยังชีพ ก.อุตฯ ช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

(21 พ.ย. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party’ โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในภาคใต้ ระบุว่า…

พรรครวมไทยสร้างชาติห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในภาคใต้ ‘พีระพันธุ์’ สั่ง สส. เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมส่งถุงยังชีพบรรเทาทุกข์เบื้องต้น พร้อมขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 66 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นห่วงประชาชนในภาคใต้หลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมฉับพลัน อันเป็นผลมาจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 16-21 พ.ย. 

ล่าสุดเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี พัทลุง ระนอง สงขลา ชุมพร และนครศรีธรรมราช รวม 34 อำเภอ 165 ตำบล 836 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 34,228 ครัวเรือน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดในวันนี้ (21 พ.ย.) น้ำยังท่วมในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง และนครราชสีมา รวม 6 อำเภอ 48 ตำบล 274 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,857 ครัวเรือน

นายอัครเดช กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ขอให้ สส. ของพรรคในภาคใต้ลงไปช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งประสานหน่วยงานต่าง ๆ เข้าให้การช่วยเหลือ 

ขณะนี้ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ได้ส่งถุงยังชีพของกระทรวงอุตสาหกรรมไปช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ขณะเดียวกัน สส. ในพื้นที่ก็ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ถ้าพื้นที่ไหนมีปัญหาสามารถแจ้ง สส. พรรครวมไทยสร้างชาติในพื้นที่ให้เข้าการช่วยเหลือได้ อย่างไรก็ตามถือเป็นความห่วงใยจากพรรครวมไทยสร้างชาติขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน อีกทั้งจะได้เร่งรัดหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงที่พรรครับผิดชอบและ สส. ในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าภาวะน้ำท่วมในภาคใต้จะเข้าสู่ภาวะปกติ

#พรรครวมไทยสร้างชาติ  
#สู้ให้ทุกปัญหาพึ่งพาได้ทุกเรื่อง

‘สว.วีระศักดิ์’ เผยความรู้สึก หลังพา นทท.ตาบอดทัวร์กรุงเทพฯ ปลื้มใจ!! คนไทยหลายคนหยิบยื่นน้ำใจ-ต้อนรับกันอย่างอบอุ่น

(21 พ.ย. 66) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โพสต์ข้อความในหัวข้อ ‘นักท่องเที่ยวยุโรปตาบอดกับปากคลองตลาด’ ระบุว่า…

วันก่อน

ในกิจกรรมที่คุณนัตตี้ ด้วยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำคณะนักท่องเที่ยวตาบอดจากยุโรป 10 คนที่ซื้อตั๋วซื้อทัวร์เดินทางมาไทยและกำลังจะออกไปเที่ยวที่ปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้ชื่อดังของกรุงเทพ

ผมจึงอาสาเดินทางไปทำหน้าที่ผู้ช่วยไกด์กิตติมศักดิ์ รับคณะเดินทางจากด้านหลังตลาด ซึ่งจะมีพื้นที่ให้รถตู้ 3 คันจอดส่งผู้โดยสารตาบอดลงรวมตัวกันใต้เงาอาคารได้อย่างสะดวก และปลอดภัย

การพาเดินเข้าตลาดจากด้านหลังจะมีคนน้อยกว่า สามารถพาเดินผ่านช่องต่าง ๆ ผ่านชั้นวางชั้นแขวนดอกไม้สารพัดอย่าง 

เดินลึกเข้าไปเจอเข่งตะกร้าหลายใบใส่ใบเตย เราจึงหยุดให้แขกต่างชาติของเราได้สูดกลิ่นของใบเตย (pandan leaf) ที่พ่อค้ามัดรวมไว้รอจำหน่าย ใบเตยใช้ต้มทำเครื่องดื่ม ใช้คั้นเอาน้ำไปผสมในอาหารและของหวาน ทำขนม สรรพคุณของใบเตยช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ดื่มดับกระหาย คลายอ่อนเพลีย 

ผอ.นรินท์ ทิจะยัง จากสำนักงานใหญ่ททท. ซึ่งมาสังเกตการณ์ด้วย รู้เทคนิค จึงเดินจ้ำล่วงหน้าไปกระซิบบอกพ่อค้าแม่ค้าให้ทราบว่า นี่คือกลุ่มนักท่องเที่ยวพิเศษ สายตามองไม่เห็น และตั้งใจมาขอเยี่ยมสัมผัสกับตลาดที่นี่ พ่อค้าแม่ค้ายิ้มพยักหน้ารับทราบ

ว่าแล้วพ่อค้าก็ยื่นช่อกล้วยไม้มาให้ผมส่งให้แหม่มชาวอังกฤษผมทองที่ตาบอดสนิทได้สัมผัส เธอยิ้มตื่นเต้นดีใจ

กล้วยไม้อาจดูเป็นพืชพื้น ๆ ของบ้านเรา แต่กับชาวตะวันตกเมืองหนาว เขาจะตื่นเต้นกับกล้วยไม้กัน ถือเป็นพืชหายาก ในยุโรปมีราคาแพงเพราะต้องเอาขึ้นเครื่องบินส่งเข้าไปจำหน่าย

เราเดินผ่านแผงขายกระทง แม่ค้าสาวอายุน้อยยิ้มรับ พยักหน้าอนุญาต ผมจึงหยิบกระทงขึ้นมาให้กลุ่มนักท่องเที่ยวตาบอดของเราได้สัมผัสกระทง ทุกคนต่างลูบคลำกระทงด้วยความสนใจ แม่ค้าฝากผมแปลว่ากระทงนี้ประดิษฐ์จากต้นข้าวโพดแห้ง และอธิบายประกอบเพิ่มถึงประเพณีลอยกระทงปลายฤดูฝนของเรา ที่น้ำจะเต็มตามตลิ่ง แขกต่างชาติอมยิ้มนึกภาพตามด้วยความสุข

การใช้กระทงวัสดุธรรมชาติเหล่านี้นับว่าได้ประโยชน์หลายต่อ ในแง่ที่เก็บขึ้นจากน้ำได้ง่าย และอย่างน้อยก็ดีกว่าจะถูกจุดไฟเผาทิ้งในไร่ที่ปลูกให้กลายเป็นฝุ่นควันรบกวนสิ่งแวดล้อมเปล่า ๆ

แม่ค้าอีกฝั่งใจดี ยื่นพวงมาลัยแช่น้ำแข็งพวงเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวตาบอดได้ดมกลิ่นมะลิ (jasmine) หอมสดชื่น 

เราเลยขอซื้อมาลัยมะลิพวงเล็ก ๆ แจกให้ทั้งคณะได้ติดข้อมือไป อยากถือดมไปนานแค่ไหนก็ได้ แม่ค้าติดราคาไว้แค่พวงละ 10 บาท แต่แม่ค้าบอกว่าขอไม่รับเงิน แต่เรายืนยันว่าไม่ขอรบกวน แค่อนุญาตให้คณะได้ยืนมุงบังหน้าร้านนานอย่างนี้ก็ขอบคุณยิ่งแล้ว

ที่จริงสรรพคุณของดอกมะลิที่คนไม่ค่อยทราบคือ มะลิที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงในการปลูกนั้น สามารถใช้เป็นยาสารพัดได้ตามตำรา ทั้งบำรุงครรภ์ สมานแผล แก้ไข้ แก้ท้องเสีย กลิ่นของมะลิมีผลช่วยคลายเครียด

ผ่านไปเจอโต๊ะที่วางขายกุหลาบห่อใหญ่ ๆ หลาย ๆ มัด แม่ค้าชี้ไปที่ถุงพลาสติกใบใกล้ ๆ เรา เราจึงยกถุงมาส่อง มันเป็นดอกกุหลาบตูมล้วน ๆ จึงส่งถุงให้นักท่องเที่ยวของเราได้พากันสูดดมกลิ่นกุหลาบที่แม่ค้าเด็ดไว้สำหรับแยกจำหน่าย 

ผู้ซื้อบางกลุ่มนำกุหลาบตูมพวกนี้ไปสกัดน้ำมันหอมระเหย บางกลุ่มนำไปทำชากุหลาบ บางกลุ่มนำไปผสมในยาแผนโบราณ รักษาสิว สมานแผล งานวิจัยบอกว่ากุหลาบมีสารต้านอนุมูลอิสระ

สักพักเดินไปเห็นถุงที่เต็มไปด้วยดอกจำปี คงมีไว้ร้อยกับมาลัย เราเลยพาแขกของเราลองดม ดอกจำปี(champaka) ซึ่งให้กลิ่นหอมกรุ่นปะทะจมูกจัง ๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติสื่อสารส่งเสียงกันเองไปมาให้ลั่นไปหมด เพราะจมูกเค้าคงไม่คุ้นกับกลิ่นใหม่นี้   

ผมซื้อยกถุงขนาดเล็กมาแจกให้ทุกคนมีดอกจำปีสดไว้ติดในกระเป๋าสะพาย เวลากลับเข้านั่งในรถจะได้มีกลิ่นหอม ๆ เย็น ๆ ในรถต่อ ราคาไม่แพงเลย 40 บาท ได้มาน่าจะเกือบร้อยดอก!!

นักท่องเที่ยวของเรายังตื่นเต้นที่ได้สัมผัส ลูบคลำ ผลแก้วมังกร (dragon fruit) ซึ่งคนไทยนิยมทานหลังมื้ออาหาร มีคุณสมบัติ ช่วยลดท้องผูก บำรุงฟันและกระดูก คลายร้อน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

นักท่องเที่ยวถามผมว่าแก้วมังกรมีสีอะไร ผมตอบว่าสีชมพู เธอยิ่งสนใจใหญ่

แม่ค้าผลไม้อมยิ้มอย่างเมตตา ว่าแล้วแม่ค้าก็ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปนักท่องเที่ยวตาบอดเก็บไว้เป็นที่ระลึก

จากนั้นเราถามหาร้านขายดอกบัว แม่ค้าชี้ส่งไปที่แผงดอกบัว เราซื้อบัวสัตตบงกชมา 3 ห่อ แบ่งให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ตาบอดได้ถือเดินชมตลาดต่อ

แขกชาวต่างชาติหลาย ๆ คนที่ก็มาเดินตลาดสนใจถามผมว่าทำไมจึงนิยมนำดอกบัวไปบูชาพระ คำตอบที่ผมให้ไปก็คือ ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของจิตบริสุทธิ์ เพราะแม้บัวจะงอกมาจากใต้ตมใต้โคลน แต่เมื่อขึ้นชูรับแสงสว่างเหนือน้ำแล้ว เราจะไม่เจอเศษโคลนติดขึ้นมาด้วย และแม้จะมีเศษตมใด ๆ กระเด็นมาเปื้อนในภายหลัง เพียงไม่นานผิวของดอกบัวก็จะทำให้สิ่งปนเปื้อนร่วงหลุดออกไปได้เอง เป็นดั่งความบริสุทธิ์แห่งศีล สมาธิและปัญญา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง

แขกต่างชาติพยักหน้ากันหงึกหงัก จากนั้นก็เล่าให้เราฟังเรื่องกรรม (karma) แบ่งเป็นกรรมดีกรรมชั่ว ซึ่งพวกเขาก็เชื่ออย่างนั้นหลายคน

จะว่าไป การพานักท่องเที่ยวต่างชาติเดินตลาดสดของไทย ช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงความหลากหลายทางชีวภาพต่าง ๆ ในไทย ช่วยสร้างหัวข้อการสนทนาซักถาม แถมช่วยให้เรื่องพื้น ๆ ของชาวบ้าน กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีของชาวต่างชาติที่จะไปเล่าต่อในต่างแดน

สำหรับคนตาบอดแล้ว ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทางกลิ่น การใช้นิ้วลูบสัมผัสของนุ่ม ๆ เย็น ๆ มือ ช่วยให้เขาตื่นตัวรับรู้และสดชื่น ตลาดสดของไทยเป็นแหล่งเดินเที่ยวที่ชาวต่างชาติชื่นชอบได้เสมอ เพราะได้รับรู้ว่าของสด ของท้องถิ่น และอาหารพื้นที่ของที่นั่น มีอะไรเป็นส่วนผสม และแน่นอนว่าแตกต่างจากบ้านเขามาก

การนำผู้พิการทางการมองเห็นเดินในสถานที่ทั่วไปนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือให้คนตาบอดจับไหล่เรา เขาจะสามารถเดินตามได้ปลอดภัย เพราะว่าเราจะบิดหรือยกขึ้นลงโดยไม่ทำให้คนตาบอดสับสน ต่างจากการจูงข้อมือ ซึ่งบิดไปมาสร้างความงุนงงให้ผู้ถูกจูงที่ตามองไม่เห็นได้บางตำราบอกว่าให้เค้าใช้มือทาบกลางหลังเราก็ได้เช่นกัน

แต่นั่นคือเหมาะสำหรับอัตราหนึ่งต่อหนึ่งคือตาดีหนึ่งคนนำคนตาบอดหนึ่งคน หรือจะแตะหลังหรือจับไหล่เดินตามกันเป็นแถวก็ได้  

แต่ในกรณีนี้ 2 สาวนักท่องเที่ยวตาบอดจากสโลวีเนียขอเดินคล้องแขนผมทั้งสองฝั่ง บวกกับอีกคนเป็นสาวอังกฤษซึ่งแม้สายตาจะไม่บอดสนิท เธอรับรู้แสงและรับสีได้แต่จะไม่เห็นเส้นรอบรูป กล่าวคือเห็นเพียงเบลอ ๆ มัว ๆ เธอจึงขอเลือกที่จะใช้มือเกาะเป้สะพายหลังของคนตาบอดด้านหน้าแล้วขยับตามก็เพียงพอ ทั้งสามอยากได้ยินการอธิบายเรื่องดอกไม้ผลไม้ต่าง ๆ ได้โดยใกล้ชิดด้วยความสนใจ

แขกตาบอดของเราทุกคนถือไม้เท้าขาวที่พับเก็บหดสั้นได้ รวมทั้งเมื่อยืดออก จะมีลูกกลิ้งพลาสติกสีขาวที่สุดปลายเพื่อใช้ถูกวาดไปข้างหน้า ทำให้คนตาบอดรับรู้สภาพผิวพื้นที่กำลังจะผ่านเข้าไป ว่าขรุขระ เปลี่ยนแปลงระดับ หรือมีร่องหรือไม่ สีขาวของลูกกลิ้งช่วยให้คนตาดีมองเห็นได้ง่ายขึ้นว่า มีไม้เท้าของคนตาบอดกำลังกวาดไปมา จะได้ระวังระยะให้กันและกันได้

การพานักท่องเที่ยวตาบอดชาวยุโรปเดินเที่ยวปากคลองตลาดและซื้อดอกบัวไปบูชาหลวงพ่อพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนที่วัดโพธิ์คราวนี้ สร้างความชื่นใจให้ทั้งคนตาบอด และคนตาดีที่ได้พบเห็น

ผมแอบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลายต่อหลายคนที่เราเดินผ่านไป

นักท่องเที่ยวปกติที่เป็นชาวต่างชาติต่างก็พลอยปลื้มใจ ที่เค้าเห็นประเทศไทยมีศักยภาพในการดูแลและให้บริการนำเที่ยวแก่แขกต่างประเทศที่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้องน้ำ ที่จอดส่ง ทางลาด และบุคลากรที่พยายามเข้าใจและรู้จักการให้บริการ

สำหรับผมแล้ว การที่คนตาบอดตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบิน ซื้อทัวร์ จองที่พัก แล้วออกเดินทางข้ามทวีปมาเยือนเรา แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่เขามีให้สังคมเราอย่างสำคัญยิ่ง

เขาได้เอาสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในทุกด้านมาวางไว้ในมือของสังคมเรา 

ประเทศไทยประกาศนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (tourism for all)  การที่เรารับนักท่องเที่ยวพิการได้ ย่อมแม่นยำวางใจได้ว่า เราจะรับกลุ่มอื่น ๆ ได้  

มีสิ่งที่เรายังควรปรับปรุงให้ดีกว่านี้ได้อีกเยอะ และเมื่อปรับปรุงให้ถูกต้อง ดี มีมาตรฐานแล้ว คนไทยของเราทุกคนก็จะสะดวก และได้ใช้กันถ้วนทั่วเช่นกัน

ในโลกเรามีคนพิการกว่า 600 ล้านคน (ข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ UNWTO) และโลกกำลังมีประชากรสูงอายุเพิ่มเร็วมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน

รวมทั้งไทยด้วย

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่ใช่กลุ่มที่จะไปเมาอาละวาด ทะเลาะกัน ไม่ใช่กลุ่มที่จะเที่ยวเขียนกำแพงทำความเลอะเทอะ ไม่ยุ่งกับการเสพสารเสพติดใด ๆ แน่ มีเพียงปัญหาว่าพวกเขาจะนำเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต ไปให้รางวัลสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่ตัวเองได้ที่ไหน ที่จะมีเอกลักษณ์ หลากหลาย สะอาด ปลอดภัย เข้าใจเขา ทำให้เข้าถึงได้ และเท่าเทียม

วันนี้ นักท่องเที่ยวคณะนี้เดินทางต่อ ออกจากกรุงเทพไปแล้ว และกำลังมุ่งไปอยุธยา เชียงใหม่ พะเยา แล้วจะบินลงใต้ไปพัทลุง ตรัง และจบการเดินทางท่องเที่ยวที่สนามบินภูเก็ต ทริปนี้ของพวกเขายาว 10 วันในไทย จะได้ทำทั้งสัมผัสกับช้าง นั่งรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง สานตะกร้า นั่งสมาธิ ทานอาหารท้องถิ่น และแม้แต่เดินชายหาด นวดแผนไทย ทำกลอง และตีกลองหนังของไทย

อีกไม่นาน พวกเขาก็จะบินกลับยุโรปและอเมริกา กลับบ้านไปเล่าถึงในสิ่งที่ตามองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึง ‘ความงาม’ ที่ซ่อนอยู่ในสังคมไทยให้โลกรอบตัวของพวกเขาได้รับรู้

ผมมั่นใจว่าพวกเขาแต่ละคน จะได้รับเชิญให้ไปขึ้นเวทีกล่าวเล่าประสบการณ์ชีวิตตามที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ

ผมต้องขอขอบคุณผู้ทำแพคเกจทัวร์ ขอบคุณทีมสนับสนุน ขอบคุณคนขับรถตู้ ที่ช่วยดูแลแขกพิเศษเหล่านี้อย่างมีความรู้ ผ่านการฝึกกันมา ขอบคุณในน้ำใจของพ่อค้าแม่ค้า คนขนของ คนเข็นผักและเพื่อนนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่น ๆ ที่เมื่อเจอกลุ่มนักท่องเที่ยวตาบอดของเรา ทุกคนจะเอื้อเฟื้อ หลีกทางให้บ้าง หรืออนุญาตให้เราหยิบสินค้าของร้านของเขามาให้แขกของพวกเราได้สัมผัส แล้วส่งยิ้มอย่างอบอุ่นให้

นี่แหละครับ ความน่ารักของสังคมที่เห็น ‘ใจ’ กันและกัน แม้ไม่ต้องส่งเสียงอะไรออกมาเลยก็ตาม

นี่คือสังคมที่จะพัฒนาได้ด้วย ‘สปริตที่ยั่งยืน’

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

สมาชิกวุฒิสภา
อดีตเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

พังงา " สอ.รฝ.อันดามัน อิ่มสนุก สุขสันต์ วันเนวี่เดย์ 66 " 

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566  ที่ผ่านมากองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 ร่วมกับกองพันรักษาฝั่งที่ 11 จัดเลี้ยงอาหารมื้อพิเศษให้แก่กำลังพล เนื่องในโอกาสวันกองทัพเรือ ณ พื้นที่หน่วยขึ้นตรงหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ทะเลอันดามัน ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 และกองพันรักษาฝั่งที่ 11 ร่วมกันจัดอาหารให้แก่กำลังพลรับประทานเนื่องในวันกองทัพเรือ( Navy Day ) ซึ่งเป็นอาหารมื้อพิเศษ ได้แก่ ข้าวมันไก่ ขนมจีนน้ำยา น่องไก่ทอด ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และเครื่องดื่มอีกมากมาย

โดยเน้นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม พร้อมกันนี้ในระหว่างรับประทานอาหารมีดนตรีโฟล์คซองบรรเลง เพื่อสร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหาร พร้อมทั้งจับฉลากมอบของรางวัลให้กับผู้ร่วมงาน ทำให้กำลังพลมีความสุขและสนุกสนานภูมิใจในความเป็นทหารเรือ และความเอื้ออาทรของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ ของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านกำลังพล

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top