Monday, 27 July 2026
NEWS

‘ฆาตกร’ สังหารโหดหมกคอนโด ย่านงามวงศ์วาน โดนรวบ!! หลังพยายามหลบหนีลงใต้ ล่าสุดอยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวน

(31 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงาน จับตัวได้แล้ว คนร้ายสังหารโหด นายไพศาล อายุ 54 ปี พ่อค้าเสื้อผ้ามือสอง หมกศพไว้ในคอนโดมิเนียม ย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี คนก่อเหตุเป็นชายคนสนิท ที่พักอยู่ในห้องด้วยกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา

จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิต 1 ราย ภายในคอนโดสูง 8 ชั้น ภายในห้องหนึ่ง ที่ชั้น 6 บริเวณห้องครัว พบศพนายไพศาล อายุ 54 ปี พ่อค้าเสื้อผ้ามือสอง พบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณคอ และตามร่างกายหลายแห่ง ประมาณ 10 กว่าแผล นอนจมกองเลือดอยู่ ตรวจสอบภายในห้องคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 - 5 วันนั้น

ต่อมาตำรวจได้เบาะแสชายต้องสงสัย วงจรปิดจับภาพแท็กซี่ไปเช่าโรงแรมหรู พบใช้เอกสารการเข้าพักของคนอื่น โดยเจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยล่าตัว พบหนีไปพัทยาและไปโผล่ยัง จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 นำกำลังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ตามภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียม โดยตามแกะรอยติดตามจนทราบว่าเป็นใคร

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนและติดตามล็อกตัวได้ที่บ้านของคนใกล้ชิดคนหนึ่งใน อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะหลบหนีลงภาคใต้ โดยผู้ต้องสงสัยทราบชื่อ นายภูริณัฐ อายุ 27 ปี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 อยู่ในระหว่างการนำตัวชายต้องสงสัยที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาสอบสวนที่ สภ.เมืองนนทบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี อนุมัติหมายจับ นายภูริณัฐ อายุ 27 ปี ชาวกรุงเทพฯ เป็นอดีตนักศึกษา มหาวิทยาลัยชื่อดัง และจบโรงเรียนมัธยมชื่อดังระดับประเทศ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังตำรวจชุดสืบสวน ภ.1 และตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.จว.นนทบุรี ติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ชุมพร

เบื้องต้นทราบว่ารู้จักคนตายมาประมาณ 1 ปี

‘ตร.ท่องเที่ยวธนบุรี’ รุดช่วยเหลือ ‘ชาวจีน’ พลัดตกบันไดวัดอรุณฯ เร่งประสานกู้ชีพฯ นำตัวส่งรพ. ญาติผู้บาดเจ็บต่างเข้ามาขอบคุณ

(31 พ.ค.67) พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ รอง ผกก.1ฯ รรท.สวญ.สถานีตำรวจท่องเที่ยวธนบุรี พร้อมตำรวจชุดชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง S.T.C.ส.ทท.3ฯ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีน ชื่อ Mrs. XUN XIAOHANG อายุ 50 ปี พลัดตกบันได จึงเข้าให้การช่วยเหลือ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สมโภชน์ พรมวงศ์ รอง สว.จร.บางกอกใหญ่ ประสานรถกู้ชีพวิชัยเวช นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน 1 เพื่อดูอาการ ภายหลังนำส่งโรงพยาบาล นักท่องเที่ยวและญาตินักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์ต่างเข้าขอบคุณ

พ.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทางตำรวจท่องเที่ยวถือปฏิบัติตามนโยบาย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท., พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.กรฤวิศวร์ ทองศรีวานิช ผกก.1 ที่เน้นย้ำเรื่องการดูแลความปลอดภัย และช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยตั้งแต่ก้าวแรกจนก้าวสุดท้าย พบเห็นการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งได้ทางสายด่วน 1155 ตลอด 24 ชม.

‘การรถไฟฯ’ ทยอยทุบตึก ในพื้นที่พิพาท เร่งก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ‘โคราช’

โดยบริเวณห้องแถวด้านข้างโรงแรมสีมาธานี ทางการรถไฟได้นำเครื่องจักรเข้าไปทุบ และเริ่มเคลียร์พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเป็นบางส่วนแล้ว ในขณะเดียวกันอาคารพาณิชย์ที่บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟนครราชสีมา ริมถนนมุขมนตรีนั้น ทางการรถไฟได้เริ่มทุบอาคารพาณิชย์ในบริเวณดังกล่าวแล้วเกือบหมดทุกคูหา เหลือเพียง 1 คูหา ที่ยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการ เนื่องจากทางผู้เช่านั้นต้องการเรียกค่าชดเชยจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาล

ขณะที่ความคืบหน้าของประชาชน ที่ได้มีการเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ได้มีการเปลี่ยนแบบแปลนของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง บริเวณพื้นที่ตำบลโคกกรวดตลอดจนมาถึงตำบลบ้านใหม่ในพื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งจากเดิมนั้นจะเป็นการยกระดับโดยใช้คันดิน แต่ทางประชาชนในพื้นที่นั้นเห็นว่าถ้าหากเป็นแบบคันดินนั้นจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ทั้งเรื่องของปัญหาน้ำท่วมและปัญหาด้านการเดินทางไปมาในพื้นที่ดังกล่าว

ซึ่งล่าสุดทาง นายประพจน์ ธรรมประทีป ตัวแทนชาวต.บ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา แกนนำคัดค้านการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงแบบยกคันดินสูง 5 เมตร ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ยอมปรับแก้แบบแปลนจากทางยกระดับแบบคันดินมาเป็นยกระดับแบบใช้ตอม่อแล้ว หลังจากที่ตนและชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันต่อสู้เรียกร้องมาตั้งแต่ปี 62 ซึ่งตนทราบมาว่า ขณะนี้งบประมาณที่จะสร้างต่อม่อนั้น กำลังเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ซึ่งตนมั่นใจว่าทางการรถไฟจะไม่บิดพลิ้ว หรือมีการปรับแก้แบบแปลนอีกหลังจากนี้

เพจเฟซบุ๊ก ‘กทม.’ โพสต์รูประบุข้อความ ‘ใช้หนี้ BTS แล้ว’ ด้านเพจ ‘รถไฟฟ้าบีทีเอส’ ช็อตแรง!! ‘หนี้ยังใช้ไม่หมด’

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ‘กรุงเทพมหานคร’ โพสต์ข้อความพร้อมรูปประกอบ เรื่องการใช้งาน ‘ฟอนต์ Sao Chingcha’ พร้อมรูปที่นำมาโพสต์ประกอบมีข้อความต่าง ๆ ที่ระบุเป็นนโยบายที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และคณะ ได้ทำมา 2 ปี ของการดำรงตำแหน่ง เช่น ไล่ออกข้าราชการทุจริต 29 ราย, มีสวน 15 นาทีใกล้บ้าน 100+ แห่ง, มี Pride Clinic 31 แห่ง, ปลูกต้นไม้แล้ว 9.4 แสนต้น, ฟองดูว์แก้แล้ว 4.7 แสนเรื่อง, ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก HPV ฟรี, แจกผ้าอนามัยฟรี 341 โรงเรียน

ซึ่งหนึ่งในรูปที่นำมาโพสต์นั้นมีข้อความระบุว่า ‘ใช้หนี้ BTS แล้ว’ ต่อมาทางเพจ ‘รถไฟฟ้าบีทีเอส’ ได้แชร์รูปนั้นพร้อมข้อความประกอบว่า

‘หนี้ยังไม่หมดนะครั้บบบผม😁😆😅😂 #หยอกน๊าคุณน้าา’

ทั้งนี้ชาวโซเชียลได้เมนต์แสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘แรงมากก’ / ‘แรงเกินคุณน้า5555’ / ‘ช๊อตแรงจัด’

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อย้อนกลับไปวันที่ 4 เมษายน 2567 นายชัชชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้า การชำระหนี้ให้กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ในงานระบบการเดินรถ (ไฟฟ้า และเครื่องกล หรือ E&M) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2

นายชัชชาติกล่าวว่า กทม.ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ก็ถือว่า มีการกลั่นกรองอย่างละเอียด โดยสภา กทม.มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาจนออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร รวมถึงตนยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่จะมีการจ่ายเงิน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

‘ก็หวังว่า จะสร้างความมั่นใจ จริง ๆ แล้วภาคเอกชนมีความสำคัญในการพัฒนาเมือง อนาคตจะมีผู้มาลงทุนทำโครงการต่าง ๆ เพราะงบประมาณของ กทม.อาจจะไม่เพียงพอ การสร้างความร่วมมือ การสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกัน ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เป็นเรื่องสำคัญ’ นายชัชชาติกล่าว

โดยจำนวนเงินที่ชำระคืนให้กับบีทีเอส เป็นจำนวน 23,312,577,476.49 บาท

ทั้งนี้ ยังเหลือการชำระหนี้อีก 1 ก้อนคือ ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง หรือ ค่า O&M รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 (อ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า) และส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่ - คูคต) ที่ทางบีทีเอสซีได้ยื่นฟ้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นศาลปกครองสูงสุด วงเงินเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ย

โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การฟ้องครั้งที่ 1 วงเงิน 11,755.06 ล้านบาท ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ กทม. และเคที ร่วมกันจ่ายหนี้ให้กับบีทีเอสซี ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ส่วนการฟ้องครั้งที่ 2 วงเงิน 11,068.5 ล้านบาท ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565

นอกจากนี้ กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สิน ในส่วนของงานโครงสร้างพื้นฐาน หรืองานโยธารถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 วงเงินรวม 65,307.08 ล้านบาท แบ่งเป็น ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 20,967.48 ล้านบาท และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 44,339.60 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือน พ.ย. 2561ที่กำหนดให้ กทม.รับโอนทั้งหนี้สินและทรัพย์สินจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งหนี้ก้อนนี้เป็นหนี้ทางบัญชี และเป็นหนี้ระหว่างรัฐกับรัฐ มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ

โดยนายชัชชาติเคยออกมาระบุว่า ได้ทำหนังสือตอบกลับกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือ สนับสนุนค่าโครงสร้างพื้นฐานกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท

‘คนจีน’ ไม่ปลื้ม!! แลนด์มาร์ก Bangkok ใหม่ ลั่น!! อันเดิมดีอยู่แล้ว วอนเปลี่ยนกลับได้ไหม

(31 พ.ค.67) จากเพจเฟซบุ๊ก ‘MCOT News FM 100.5’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของคนจีนต่อแลนด์มาร์ก Bangkok ใหม่ โดยระบุว่า…

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก สำหรับการเปิดตัว ‘ป้าย Bangkok’ โฉมใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่มีการใช้ฟอนต์เสาชิงช้าแทนฟอนต์เดิมนั้น

ล่าสุดเพจดังที่แชร์เรื่องราวต่าง ๆ ของจีน ได้ออกมาโพสต์ภาพการแสดงความคิดเห็นของคนจีนต่อการเปลี่ยนป้าย Bangkok พร้อมระบุข้อความว่า

"เห็นว่าตอนนี้มีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนป้ายจุดเช็กอินกรุงเทพ มาดูความเห็นคนจีนกันว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกันกับป้ายใหม่นี้ 1.อันเดิมสวยอยู่แล้ว, 2.โชคดีที่ได้ถ่ายเอาไว้, 3.อันก่อนดีกว่านะ, 4.อันเดิมดีอยู่แล้วอ่ะ, 5.จุดเช็กอินหายไปแล้ว 1, 6.เปลี่ยนกลับได้ไหม, 7.อันเดิมดูมีคลาส, 8.ฉันก็จะไปถ่ายเหมือนกัน

‘ในหลวง-พระราชินี’ โปรดเกล้าฯ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ มอบถุงพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย จ.อุบลราชธานี

(31 พ.ค. 67) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 789 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป และมอบแก่ราษฎรอำเภอม่วงสามสิบ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบวาตภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรีได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจิตอาสาพระราชทานในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ในการนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ได้ร่วมประชุมติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัยในพื้นที่อุบลราชธานี ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม และรายงานการเกิดวาตภัย รวมทั้ง รายงานการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบวาตภัย โดย องคมนตรี ได้กล่าวให้ทุกส่วนราชการ ยึดหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และทั่วถึง

จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลจากพายุฤดูร้อน และร่องมรสุมพัดผ่านในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ ในระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2567 ทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบใน 9 อำเภอ 32 ตำบล 103 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 789 ครัวเรือน โดยจังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการสำรวจและให้ความช่วยเหลือราษฎร จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราวให้แก่ประชาชนผู้ประสบวาตภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เพื่อให้ราษฎรสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็ว ด้วยแล้ว

ครูสาวตามนักเรียนตัวแสบกลับ หลังแอบหนีเรียนไปจีบสาวรุ่นพี่ ลั่น!! มีความรักไม่ว่า แต่อย่าทิ้งการเรียน ชาวเน็ตแห่ชื่นชม

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค. 67) เกิดคลิปไวรัลในโลกโซเชียล ครูสาวเดินไปตามนักเรียนตัวแสบ แอบหนีเรียนไปจีบสาวรุ่นพี่ ถึงขั้นต้องจูงมือกลับ พร้อมติเตียน มีความรักไม่ว่า แต่ต้องเข้าเรียนด้วย

เหตุการณ์น่าชื่นชมนี้ เกิดที่โรงเรียนหนองแค (สรกิจพิยา) โดยครูสาวในคลิป ชื่อ น.ส.ปรียาพร โพธิธินทร์ เป็น ครูชำนาญการพิเศษ ได้ทำการสอนอยู่ที่ห้องเรียน แต่ไร้วี่แววของลูกศิษย์ตัวแสบ ด้านเพื่อนในห้องบอก ‘เพื่อนคนนี้โดดเรียนมาแล้วหลายวิชา’ พอได้ฟังดังนั้น ครูจึงตัดสินใจไปตามให้กลับมาเรียน โดยได้ให้นักเรียนอีกคนบันทึกภาพเหตุการณ์เก็บไว้ 

หลังจากเดินตามหาลูกศิษย์ตัวแสบจนไปพบว่ากำลังนั่งจีบสาวอยู่ ครูก็รีบเดินไปถาม ว่าทำไมถึงไม่เข้าเรียน แถมยังติติงรุ่นพี่แฟนสาวของนักเรียนคนนี้อีกด้วยว่า ‘ทำไมไม่บอกให้น้องไปเข้าเรียน จะไม่มีแฟนไม่ว่า แต่เวลาเรียนต้องเข้าเรียน’ สุดท้ายต้องดึงมือเด็กนักเรียนชายให้กลับไปเรียน พอถึงห้อง เพื่อนๆ พากันเฮ ที่คุณครูทำสำเร็จ 

ด้านคุณครูเผย ทำไปเพราะหวังดี พร้อมยกตัวอย่างคู่รักวัยเรียนคู่อื่นให้เห็นว่า คบกันก็พากันเรียนได้ ไม่ใช่ว่ามีความรักแล้วต้องเสียการเรียน จะมีความรักไม่ว่า ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องไม่ทิ้งการเรียน อยากให้นึกถึงพ่อแม่ที่ส่งเรียน และอนาคตของตัวเองมาก ๆ

‘มหาเถรฯ-พศ.’ แจ้งทุกวัดห้ามบังคับตรวจหาเชื้อ HIV ก่อนบวช ชี้!! ไม่เข้าข่ายเป็นโรคน่ารังเกียจ พร้อมย้ำหลักสิทธิเสรีภาพบุคคล

(31 พ.ค. 67) นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีวัดแห่งหนึ่ง ในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร กำหนดให้ผู้สมัครบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ต้องแสดงผลการตรวจสุขภาพและการตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) โดย กสม. มีมติเมื่อเดือนก.ย. 2566 มีข้อเสนอแนะไปยังวัดดังกล่าว ให้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ที่จะเข้ารับการอุปสมบท

พร้อมทั้งให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งเวียนไปยังวัดที่อยู่ในสังกัดทุกวัดไม่ให้บังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวี ของผู้ประสงค์จะเข้ารับการอุปสมบท เพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรม โดยใช้เหตุแห่งการติดเชื้อเอชไอวีมาเป็นข้อจำกัด ที่ลิดรอนโอกาสในการเข้าถึงเสรีภาพในการปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนาพุทธ

เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า เชื้อเอชไอวีจะไม่ติดต่อจากการทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป ไม่ติดต่อผ่านทางระบบหายใจ อีกทั้งเป็นเชื้อที่ตายง่ายเมื่ออยู่นอกร่างกาย หากผู้ติดเชื้อได้รักษาอย่างถูกต้อง รับประทานยาต้านเชื้ออย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง และดำรงชีวิตได้เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป

ประกอบกับกฎมหาเถรสมาคม กำหนดเพียงว่าผู้ประสงค์จะบรรพชาต้องเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ และมีเพียงข้อห้ามที่ไม่อนุญาตให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนที่มีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น วัณโรคในระยะอันตราย เท่านั้น โดยให้เป็นดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างสมเหตุสมผลตามบริบทของสังคมไทยและข้อมูลทางการแพทย์ ต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของบุคคลด้วย

ล่าสุด เมื่อเดือนเม.ย.2567 พศ. ได้มีหนังสือแจ้งการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอแนะของ กสม. โดยแจ้งมติมหาเถรสมาคม เรื่อง การตรวจหาเชื้อเอชไอวี กรณีบรรพชาอุปสมบทแก่บุคคลทั่วไป ระบุว่า มหาเถรสมาคมได้มีมติที่ 313/2567 รับทราบความเห็นของกระทรวงสาธารณสุขตามรายงานของ พศ. ว่าการติดเชื้อเอชไอวี ไม่ใช่โรค จึงไม่เข้าข่ายเป็นโรคที่น่ารังเกียจตามกฎมหาเถรสมาคม

ประกอบกับมีความเห็นของ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ว่าการบังคับให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวี ไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย มตินี้ไม่กระทบต่อหน้าที่และอำนาจของพระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาสที่จะคัดกรองกุลบุตร และปกครองพระภิกษุสามเณรในสังกัด และ พศ. ได้ดำเนินการแจ้งเจ้าคณะใหญ่ทราบ และแจ้งพระอุปัชฌาย์ ถือปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กสม. ขอชื่นชมมหาเถรสมาคมและพศ. ที่ได้ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว

‘นักตบสาวไทย’ ผงาด!! ชนะ ‘ฝรั่งเศส’ 3-2 เซต คว้าชัย 2 เกมติด ศึก ‘เนชั่นส์ลีก 2024’

(31 พ.ค.67) ศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชั่นส์ลีก 2024 (VNL 2024) รอบแบ่งกลุ่ม สัปดาห์ที่ 2 ที่กาแล็กซี่ อารีนา เขตปกครองพิเศษมาเก๊า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.67 ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ทีมอันดับ 13 ของโลก ลงสนามพบกับ ฝรั่งเศส ทีมอันดับ 15 ของโลก

ทั้งนี้ หลังจากประเดิมสัปดาห์แรกด้วยความพ่ายแพ้รวดทั้ง 4 นัด ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยออกสตาร์ตได้ดีในสัปดาห์ที่สอง เมื่อเอาชนะ โดมนินิกัน ได้ 3-1 เซต ทำให้มีลุ้นเก็บชัยชนะ 2 เกมติดต่อกันในการเจอกับทีมชาติฝรั่งเศส

ผลปรากฏว่า เกมวันนี้ ‘ตบสาวไทย’ ขึ้นนำ ฝรั่งเศส ไปก่อน 2-0 เซต (25-23 และ 25-21) แต่ในเซตที่ 3 ฝรั่งเศส กลับมาชนะ 25-23 ไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 เซต และเซต 4 ฝรั่งเศส ยังชนะไปอีก 25-20 ทำให้ ฝรั่งเศส ตีเสมอเป็น 2-2 เซต ต้องตัดสินในเซตที่ 5

เซตตัดสินไทยไล่ตบทำแต้มเอาชนะไปได้ 15-7 ทำให้ เอาชนะฝรั่งเศส ไปได้ 3-2 เซต (25-23 , 25-21 , 23-25 , 20-25 และ 15-7)

อย่างไรก็ตาม จากชัยชนะในนัดนี้ ทำให้คะแนนสะสมอันดับโลกของไทยเพิ่มขึ้น 3.18 คะแนน โดยทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เหลือโปรแกรมอีก 2 นัดในสัปดาห์ที่สอง จะพบกับ ทีมชาติจีน วันที่ 1 มิ.ย. เวลา 18.30 น. และพบกับ บราซิล วันที่ 2 มิ.ย. เวลา 15.00 น.

'อ.อักษรศรี' เผย!! ถูกมิจฉาชีพสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม หวั่น!! ถูกนำไปใช้ในทางเสียหาย อย่าหลงเชื่อ

(31 พ.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจจีน จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือน หลังถูกนำภาพและข้อมูลไปนำเสนอในบัญชีที่ไม่ใช่ของตัวอาจารย์ โดยระบุว่า...

#เฟสปลอม !! Fake Account ขอฝากช่วยกัน report ด้วยนะคะ  
https://www.facebook.com/profile.php?id=61559847366896

เพิ่งมีคนช่วยแจ้งมา ก็เลยจัดการ report #มิจฉาชีพ พวกนี้ไปแล้วนะ !! เพิ่งรู้ว่า โดนปลอม Facebook เฟสตั้งแต่ พ.ค. ปี 2022 แล้วววว โดยไม่รู้ว่าจุดประสงค์คืออะไร หาก Facebook นี้ทักไปคุยกับใครหรือกระทำการใดให้เกิดความเสียหายไม่ว่าเรื่องใด ขอไม่รับผิดชอบในทุกกรณีนะคะ #FakeAccount

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ พร้อมผ้าห่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 168 จังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567)  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำทีมลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และ ช่างทำขาเทียมอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 168 รวม 160 คน  พร้อมด้วย ผ้าห่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 200 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำมันพืช ปลากระป๋อง น้ำปลา ขนม บรรจุถุงผ้าดิบ  รวมงบประมาณทั้งสิ้น 146,438.50 บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นหกพันสี่ร้อยสามสิบแปดบาทห้าสิบสตางค์) โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ร้อยเอก นายแพทย์ภูรีวรรธน์ โชคเกิด รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ และคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นศาลปกครองฟ้อง ‘ภูมิธรรม’ ฐานละเลยหน้าที่ ปมเปิดประมูลขายข้าว 10 ปี

(31 พ.ค.67) ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เข้ายื่นศาลปกครองฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 (1)(2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ในข้อหาดำเนินการประมูลขายข้าวเก่า 10 ปี ขัดต่อประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อพิจารณามีคำสั่งระงับหรือให้ อคส. กระทรวงพาณิชย์ หรือ นบข. สั่งทบทวนการจัดทำ TOR ประมูลขายข้าวเก่าดังกล่าวเสียใหม่ และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภคต่อไป และในการยื่นฟ้องในวันนี้ ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือกำหนดมาตรการอย่างใด ๆ เพื่อคุ้มครองชั่วคราวด้วยการสั่งระงับการยื่นซองและเปิดซองประมูลข้าวดังกล่าวที่จะมีขึ้นในเดือนมิ.ย.2567 นี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนไว้ก่อนด้วย

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีรัฐบาลมีนโยบายนำข้าวสารเก่ามีอายุ 10 ปี จากโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโกดังจังหวัดสุรินทร์ทั้ง 2 โกดัง ปริมาณ 15,000 ตันออกมาประมูลขาย โดยไม่ให้ผู้เข้าร่วมประมูลตรวจสอบคุณภาพข้าวอีก ทั้งที่มีข้อมูลที่ขัดกันระหว่างนักวิชาการจากสถาบันวิชาการต่าง ๆ กับข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ขัดแย้งกัน เกี่ยวกับคุณภาพของข้าวเก่า 10 ปีจะนำมาบริโภคได้หรือไม่ ประชาชนไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า มีนักวิชาการ และทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมาบอกว่า ข้าวเก่าอายุ 10 ปี ไม่มีคุณค่าทางอาหาร รวมถึงมีความเสี่ยงในเรื่องของจุลินทรีย์ เชื้อโรค สารพิษ เพราะต้องมีการอบข้าว ๆ ทุก 6 เดือนอยู่แล้ว โดนอาจจะมีสารพิษเหล่านี้เจือปนอยู่ โดยรัฐบาลมีความพยายามแก้เกม โดยส่งตัวอย่างไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พิสูจน์ แต่กรมวิทย์ฯ ได้พิสูจน์แล้วก็มีบางส่วนที่ระบุว่าข้าวมีการเจือปนของตัวมอด แมลง ต่าง ๆ ซึ่งไม่เหมาะกับการนำมาเป็นอาหาร เพียงแต่ว่าสารพิษต่าง ๆ ที่มีคนวิตกนั้นไม่เกินไปกว่าที่มาตรฐานกำหนด แต่ในทางวิชาการ การหยิบสุ่มตรวจข้าวไม่มีใครรู้ว่าสุ่มจากจุดไหนของกองข้าว หรือนำมาจากแหล่งใด เพราะกรมวิทย์ฯ อยู่ที่สำนักงานของตัวเอง เขาไม่ได้ไปสุ่มตรวจที่โกดังข้าว จึงเป็นข้อสงสัยอาจนำข้าวจากที่อื่นมาให้กรมวิทย์ฯ สุ่มตรวจก็ได้

“การที่รัฐบาลผลักดันให้มีการออกมาจำหน่ายข้าว เพื่อให้ข้าวโครงการรับจำนำข้าวเมื่อปี 2555-2556 หมดไปอาจจะเป็นประเด็นทางการเมืองมากกว่าคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะเงื่อนไขทีโออาร์ไม่มีข้อจำกัดให้ผู้ที่จะประมูลได้ดำเนินการนำข้าวดังกล่าวไปขาย หรือจำหน่ายให้กับประชาชนในประเทศ ซึ่งการส่งออกข้าวก็จะเป็นการดิสเครดิต คุณภาพ และชื่อเสียงของข้าวไทยที่สั่งสมมานำ 10 ปี 100 ปี” นายศรีสุวรรณ กล่าว

เมื่อถามว่าประชาชนยังไม่เชื่อมั่นผลการตรวจสอบสารปนเปื้อนข้าวของรัฐบาล ควรเปิดโอกาสให้แล็บเอกชน มาร่วมตรวจสอบได้หรือไม่นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจต่อประชาชน ควรจะตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา โดยเชิญนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาหรือแล็บทดสอบต่าง ๆ มาดำเนินการตรวจสอบคุณภาพเข้า โดยเริ่มตั้งแต่การไปสุ่มเก็บตัวอย่างให้เป็นไปตามหลักวิชาการ ในการสุ่มเก็บตัวอย่างกองข้าวทั้งด้านข้าง ด้านกลาง ด้านใน ต้องเก็บตัวอย่างให้ครบทุกพื้นที่ ไม่ใช่หยิบเอาตัวอย่างจากไหนมาก็ไม่รู้แล้วมาอ้างว่าเป็นข้าวมาจากโกดังข้าว ซึ่งประชาชนไม่มีใครสนใจแล้ววันนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567

วันนี้ (31 พฤษภาคม 2567) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 46 พรรษา 3 มิถุนายน 2567 ด้วยความจงรักภักดีของข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องสารสิน , พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 47 รูป ณ ห้องศรียานนท์ , พิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร 
ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2567  

‘หมู่เกาะพีพี’ อ่วม!! ดอกไม้ทะเล ‘ปะการังฟอกขาว’ กว่า 70% ปลานีโม่เสี่ยงตาย-ไร้บ้าน หวั่นอนาคตสถานการณ์รุนแรงขึ้น

(31 พ.ค. 67) มีการสำรวจสภาพของดอกไม้ทะเล บริเวณหมู่เกาะท้องถิ่น อยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ซึ่งมีสภาพเปลี่ยนสีจากสีเหลืองทองกลายเป็นสีขาวซีด ดอกไม้ทะเลเหล่านี้เป็นเสมือนบ้านของปลาการ์ตูน หรือปลานีโม่ ภาพใต้น้ำนี้ถูกบันทึกไว้โดยทีมนักดำน้ำของ SCUBA Expert Krabi

โดย น.ส.ปรัญญา พันธุ์ตาจิต หรือ ครูอุ๋ม ครูสอนการดำน้ำของทีม SCUBA Expert Krabi กล่าวว่า จากภาพดอกไม้ทะเล ซึ่งกลายสภาพเป็นปะการังสีขาวเกือบทั้งหมด เรียกว่าเจอภาวะฟอกขาวมากกว่า 70% ของพื้นที่ จนกลายเป็นวิกฤตที่น่าเป็นห่วง ซึ่งจุดที่เธอลงไปดำน้ำสำรวจอยู่ที่ความลึกตั้งแต่ 3 - 14 เมตร พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลสูง 32-34 องศา อุณหภูมิปกติจะอยู่ที่ 28 - 30 องศาเท่านั้น จึงเป็นห่วงว่าอนาคตสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น

ตอนนี้ทางอุทยานฯ สั่งให้งดกิจกรรมท่องเที่ยว ดำน้ำ ในพื้นที่พวกนี้ไว้ก่อนแล้ว หากในอีก 1 เดือนข้างหน้า ยังไม่มีฝนตกลงมาจนทำให้อุณหภูมิน้ำลดลง จะยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น ผู้ประกอบการเองก็กังวล ว่าแนวโน้มอนาคตเราอาจไม่ได้เห็นสีสันสวยงามของปะการังอีกก็เป็นได้

ทั้งนี้ ดอกไม้ทะเล ซึ่งเป็นบ้านของปลานีโม่ ก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปีก่อนนี้ที่เกิดการฟอกขาว ดอกไม้ทะเลยังปกติดี แต่ปีนี้ถือว่าหนัก หากดอกไม้ทะเลเจอผลกระทบจนตายลง ปลานีโม่ที่อาศัยอยู่ก็จะตายไปด้วย เพราะพวกมันจะไปอาศัยที่อื่นไม่ได้ และจะไม่มีที่หลบภัย จึงภาวนาให้วิกฤตนี้หมดไปโดยเร็ว สิ่งที่ทุกคนจะช่วยกันได้ ก็คือการลดก๊าซคาร์บอน ที่ส่งผลให้เกิดสภาวะโลกร้อน

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ที่ บริเวณสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3  พร้อมด้วย คุณ คัทลียา แสงศิริรักษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี "พระราชินี" ทรงเจริญพระชนมายุ 46 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2567 โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดให้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ณ บริเวณลานพื้นแข็งหน้าสโมสรบันเทิงทัพ, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ ห้อง 202 สโมสรบันเทิงทัพ และพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดีและพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้อง 202 สโมสรบันเทิงทัพ 

ทั้งนี้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพภาคที่ 3 ในแต่ละจังหวัดก็ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ตามความเหมาะสมโดยพร้อมเพรียง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top