Monday, 27 July 2026
NEWS

‘เศรษฐา’ เตรียมผลักดัน ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์’ เร่งเดินหน้า!! ทำความเข้าใจ กับประชาชน

(22 มิ.ย.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของนายกฯ ผ่านรายการ ‘คุยกับเศรษฐา’ เป็นเทปแรก ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ดำเนินรายการโดยนายธีรัตถ์ รัตนเสวี  

ส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวถึงการผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ว่า การทำงานมีหลายเรื่องไม่ใช่ตัดสินใจคนเดียวได้ โดยมีทั้งพรรคร่วมรัฐบาล, ฝ่ายตรวจสอบ, รัฐสภา , ข้าราชการ และ NGO ใช้คำว่าหลาย ๆ การริเริ่มอาจมีคนแย้งบ้าง เราก็ต้องทำประชาพิจารณ์ เป็นอะไรที่คนมีข้อกังขาเช่นกัน 

นายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่าง มีผู้บ่นเรื่องค่าไฟแพงในขณะที่ค่าไฟที่ถูกที่สุด คือ พลังงานนิวเคลียร์ โดยทุกคนอยากได้หมด แต่อย่ามาอยู่บ้านฉันนะ ไปอยู่บ้านคนอื่นแล้วกัน 

“ผมก็เริ่มค้นคว้าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่านี่คือเรื่องที่เราดูอยู่” นายเศรษฐา กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ยืนยันว่าประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องเตรียมแผนการศึกษาสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยนายเศรษฐา ระบุบนเวที Thailand Energy Executive Forum จัดโดยสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.) เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2567 ว่า แม้ตอนนี้ไทยจะไม่มีแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่หลายประเทศได้มีเทคโนโลยีทั้งสหภาพยุโรป (EU) ฝรั่งเศส และจีน ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้และเก็บข้อมูลเพื่อที่ในอนาคตหากต้องตัดสินใจจะตัดสินใจได้ถูกต้อง   

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (PDP 2024) รักษาระดับราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้เกิน 4 บาทต่อหน่วย จากแผนเดิม (PDP 2018) โดยค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย

สาวโพสต์ข้อความ ขอให้ ‘พ่อค้าโรตี’ ล้างมือก่อนทำ เจอด่ากลับ ชาวเน็ตแนะ!! ให้ไปร้องเรียน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(22 มิ.ย.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความแบ่งปันประสบการณ์เจอพ่อค้าขายโรตีที่นิสัยแย่แถมยังสกปรกอีก เหตุเกิดขึ้นบริเวณประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความเล่าเหตุการณ์ที่เจอว่า

เมื่อถึงเชียงใหม่ก็ไม่ประทับใจเลย

อุ้มลูกเดินเล่นตรงประตูท่าแพ เจอร้านขายโรตีซึ่งเป็นอะไรที่ชอบมากๆเลยเดินเข้าไปแต่พ่อค้านอนเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงพื้นแถวนั้นพอเห็นเดินไปหน้าร้านก็รีบลุกขึ้น วางโทรศัพท์ลง แล้วเอามือปัด ๆ ที่ก้น ยืนเตรียมทำท่าจะทำโรตี เราเลยถามไปว่า

เรา: ก่อนทำจะล้างมือก่อนมั้ยคะ

พ่อค้า: (หัวเราะ) แต่บอกว่าไม่ล้าง เชิญป้ายหน้าเลย ไม่ขาย

เรา: โอเคค่ะ แค่ถามดูไม่ล้างก็ไม่ซื้อค่ะ (แล้วเราก็เดินออกไป) 

พอออกไปได้ 2-3 ก้าวพ่อค้าตะโกนเสียงดังว่าเรื่องมากก็ไม่ต้องแดก จะให้ล้างมือก็ไม่ต้องแดก

พอเราได้ยินก็เลยสวนไป นี่ก็ไม่แดกแล้วไง มันก็เสแสร้งกลับมาว่ากูพูดกับเมียกูมึงร้อนตัวทำไม แล้วก็ตะโกนด่าเราไม่หยุดบอกเลยว่ามารยาททรามมาก ร้านอยู่หน้าประตูท่าแพแทนที่จะเป็นหน้าตาให้เชียงใหม่แต่พูดกับนักท่องเที่ยวได้แย่มาก

คือถ้ายืนทำอยู่แล้ว แล้วเราไปต่อแถวซื้อจะไม่ว่าไม่ถามอะไรเลยแต่นี่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงพื้น ไม่อยากต่อความยาวเพราะอุ้มลูกอยู่พร้อมพี่เรณ่าสามีก็ไม่อยู่เพราะเดินไปเอาของไม่งั้นอาจจะเรื่องใหญ่กว่านี้ เลยเดินออกไม่อยากเสียสุขภาพจิต แต่บังเอิญว่าน้องสาวแท้ ๆ ที่ไปด้วยยืนอยู่ตรงนั้นได้ยินเสียงพ่อค้าตะโกนด่าแต่ไม่รู้ว่าด่าพี่สาวตัวเอง เพราะเดินคนละฝั่ง พอโทรคุยกันถึงรู้ เลยถ่ายรูปร้านมาให้เพื่อแจ้งให้ทราบว่าสถานที่ที่เป็นจุดเช็กอินของเชียงใหม่ไม่ควรมีคนพฤติกรรมแบบนี้ ขอให้ไม่ประทับใจเรื่องนี้เรื่องเดียวละกันนะทริปนี้

ทั้งนี้พบว่าเรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเชียงใหม่และชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก แนะนำให้ร้องเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้แจ้งตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่อนุญาตให้มีการขายของ นอกจากนี้ พบว่ามีชาวเชียงใหม่เข้ามาแสดงความคิดเห็นขอโทษผู้โพสต์รายนี้เป็นจำนวนมาก

‘ตำรวจปอท.’ บุกรวบเจ้าของเพจดัง ‘Top Comment’ เหตุ!! รับจ้างโปรโมต ‘เว็บพนันฟุตบอลยูโร’

(22 มิ.ย.67) พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท.สั่งการ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท. พ.ต.ท.ประทีป จันทร์เพชรบุรี, พ.ต.ท.หญิง สุธัญดา เอมเอก สว.กก.3 บก.ปอท.นำกำลังจับกุม นายชวัลวิทย์ฯ หรือเดียร์ อายุ 36 ปี พร้อมของกลางแท็บเล็ต IPAD Pro จำนวน 1 เครื่อง ,คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 เครื่อง ,โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ IPHONE 1 เครื่องและสมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำนวน 1 เล่ม ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.ตลาด อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้สืบเนื่องช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ทาง บก.ปอท. ตรวจพบเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ Top Comment ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะมีผู้ติดตามกว่า 2 ล้านคน โพสต์รูปภาพเป็นคอมเมนต์ต่าง ๆ และติดป้ายโฆษณาของเว็บไซต์พนันฟุตบอล เพื่อชักชวนให้เล่นการพนัน จนทราบว่าเจ้าของเพจคือนายชวัลวิทย์ จึงเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว

สอบสวน นายชวัลวิทย์ รับสารภาพว่า เปิดเพจมาตั้งแต่ปี 57 เผยแพร่ภาพและข้อความที่เป็นกระแส จนมีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคน พร้อมรับลงโฆษณาต่าง ๆ โดยยอมรับว่าปัจจุบันกว่า 90% เป็นโฆษณาเว็บไซต์การพนันฟุตบอล มีรายได้เดือนละ 150,000 บาท จึงแจ้งข้อหา “ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.ดำเนินคดีต่อไป

‘นักกฎหมายอิสระ’ โต้ ‘เนติบริกร-กฤษฎีกา’ ตีความกฎหมายผิด ย้อนถาม!! ถ้ามี ตำรวจถูกจับกลางบ่อน ยังต้องรอการสอบสวนอีกไหม

เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.67) จากกรณี นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แถลงผลการสอบสวน ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความขัดแย้ง ในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยได้ระบุว่า 

ผมเกรงว่า อ.วิษณุ และ คณะกรรมการกฤษฎีกา อาจตีความกฎหมายผิดพลาดนะครับ

ข้ออ้าง อ.วิษณุ เรื่อง มาตรา 120 วรรคท้าย เป็นเรื่องกรณีวินัยทั่วไป ที่อาจต้องรอการสอบสวนชัด ๆ เห็นได้จาก มาตรา 120 วรรคสามเอง ยังบอกว่าถ้าผิดชัดไม่ต้องรอการสอบสวนก็ได้ 

ส่วนกรณี บิ๊กโจ๊ก เป็นกรณี มาตรา 131 ใช้กับกรณีร้ายแรงยิ่งกว่าวินัยทั่วไปหรือความผิดอาญา กฎหมายให้อำนาจ นายกฯ หรือ ผบ.ตร. ดำเนินการสั่งให้ตำรวจออกจากราชการไว้ก่อนได้ ไม่ต้องรอการสอบสวน

ถ้านายตำรวจถูกจับกลางบ่อนพร้อมยาเสพติด อ้างว่าเดินหลงเข้าไปพอดี ยังต้องรอการสอบสวนไหมครับ ?

‘สุริยะ’ เผย ‘โทลล์เวย์’ ยอมลดค่าผ่านทาง เร่ง!! ปรับเงื่อนไขสัญญา หาราคาที่เหมาะสม

(22 มิ.ย.67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัททาง ยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางยกระดับอุตราภิมุข หรือทางด่วนโทลล์เวย์ประกาศเตรียมปรับค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทานในวันที่ 22 ธ.ค.67 ตนเล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับค่าครองชีพของประชาชน จึงได้ให้กรมทางหลวง (ทล.) เจรจากับเอกชนคู่สัญญา อีกทั้งตนยังได้โทรศัพท์ไปยังนายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เพื่อเจรจาให้ชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทาง และได้ข้อสรุปเบื้องต้นของการเจรจาโดยทางเอกชนยินดีร่วมมือ แต่ขอให้รัฐชดเชยในลักษณะคล้ายกับการเจรจากับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด หรือบีอีเอ็ม ที่ขยายสัญญาสัมปทานแลกกับปรับโครงสร้างค่าผ่านทางลงเหลือ 50 บาทตลอดสาย

นอกจากนั้นตนยังได้มอบหมายให้ ทล.ศึกษารายละเอียดเปรียบเทียบกรณีปรับลดค่าผ่านทาง ต้องคงอัตราเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมไม่เป็นภาระประชาชนมากเกินไป และหากลดค่าผ่านทางลง จะต้องขยายสัญญาสัมปทานเพิ่มอย่างไร อีกทั้งการดำเนินงานเหล่านี้จะจูงใจให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการทางด่วนโทลล์เวย์เพิ่มขึ้นอย่างไร โดยหากปรับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากปัจจุบันปริมาณ 4-5 หมื่นคันต่อวัน เป็น 8 หมื่นคันต่อวัน ทางด่วนจะรองรับได้หรือไม่

แน่นอนว่าจะไม่ใช้วิธีชดเชยเงิน เพราะจะเป็นภาระงบประมาณ แต่ใช้วิธีเจรจากับเอกชนขยายสัญญาแลกเปลี่ยน แต่จะขยายนานแค่ไหน ทางหลวงจะศึกษา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเจรจาขยายสัญญาสัมปทานครั้งนี้ ไม่ได้เอื้อเอกชน แต่เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะหากไม่เจรจาและปล่อยให้สัมปทานหมด ประชาชนต้องแบกภาระค่าผ่านทางที่จะปรับขึ้นตามสัญญาสัมปทานอีก 2 ครั้ง ในเดือน ธ.ค.67 และ ธ.ค.72

'หนุ่มปัตตานี' พลัดถิ่นไป 'อินโดนีเซีย' นานเกือบ 30 ปี ตามหาครอบครัว หลังหลงขึ้นเรือสินค้า จนต้องจากบ้านเกิดมาตั้งแต่อายุ 11 ปี

(22 มิ.ย.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘BANG DUL’ ได้โพสต์คลิปเพื่อตามหาครอบครัวให้กับชายชาวไทยที่ชื่อว่า ‘อนันต์’ ซึ่งชายคนนี้ได้พลัดหลงไปกับเรือสินค้า จนต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยในคลิปนั้น มีใจความว่า

ประกาศตามหาครอบครัวชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งพลัดถิ่นมาอยู่อินโดนีเซีย เกือบ 30 ปีแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านที่ประเทศไทย เรื่องของเรื่องก็คือมีชาวไทยคนนึงได้เดินทางมาทำธุระ ที่หมู่เกาะรีเยา ประเทศอินโดนีเซีย จากนั้นเมื่อชาวบ้านรู้ว่ามีคนไทยมาเยือนที่นี่เขาก็ได้พาคุณอนันต์ มาเจอกับชาวไทยดังกล่าว ซึ่งคุณอนันต์ก็ได้เล่าว่าตัวเองนั้นเป็นคนไทย ซึ่งมาจากจังหวัดปัตตานี 

ซึ่งเมื่อ 11 ปีก่อน ก็ได้หลงขึ้นมาอยู่บนเรือสินค้า แล้วเรือลำนั้นก็ออกจากจังหวัดปัตตานี ซึ่งในขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าเรือจะไปที่ไหน เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มสงสัยว่าทำไมเรือถึงไม่ไปจอดที่ท่าเรือจังหวัดปัตตานีเสียที จึงได้ตัดสินใจกระโดดลงน้ำ แล้วก็ว่ายน้ำไปขึ้นฝั่งที่ หมู่เกาะรีเยา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 11 ขวบเท่านั้น เมื่อชาวบ้านเห็นเขาก็ได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการให้ที่พักอาศัยให้อาหาร แล้วก็พยายามจะส่งเขากลับมาที่ประเทศไทย แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคนั้นก็คือ นายอนันต์นั้นไม่มีเอกสารประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนพาสปอร์ตหรือเอกสารประจำตัวใดๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่ต่างกับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติ จะเป็นคนไทยก็ไม่มีเอกสารจะเป็นคนอินโดนีเซียก็ไม่ใช่

เขาได้อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียมาเกือบ 30 ปีแล้ว ประมาณ 28 ปีแล้วที่ไม่ได้กลับบ้าน เขาบอกว่าเขายังจำครอบครัวได้ดี เขามีแม่แล้วเขาก็มีน้องชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งแม่ของเขานั้นมีชื่อว่าจันทรา แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือเขาไม่สามารถจะจดจำนามสกุลของตัวเองได้

แต่ว่าถ้าใครรู้จักครอบครัวของคุณอนันต์ ก็สามารถส่งข้อมูลมายังอีเมล [email protected] ได้ ช่วยกันเพื่อเป็นโอกาสให้เขา สามารถติดต่อกับครอบครัวของตัวเองได้

ถ้าใครเห็นข่าวนี้ก็รบกวนขอช่วยกันแชร์ เพื่อเป็นโอกาสให้นายอนันต์ ได้กลับไปยังบ้านเกิด ให้เขาได้กลับไปพบกับครอบครัวของตัวเองอีกครั้ง

‘พลังแบงค์’ ช่างซ่อมรถชื่อดัง ขึ้นป้ายใหญ่ในอู่ ระบุ!! สถานประกอบการแห่งนี้ เทิดทูนสถาบัน

(22 มิ.ย.67) ได้คำชื่นชมจากชาวเน็ตกันอย่างล้นหลาม เมื่อ TikTok@remappowerbankshop1 ของ ‘พลังแบงค์’ ช่างซ่อมรถชื่อดัง ออกมาโพสต์คลิป เกี่ยวกับความ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และการเทิดทูน สถาบัน พระมหากษัตริย์ 

ขอนอกเรื่องหน่อยครับ ผมชอบป้ายสีเหลืองด้านหลังมากครับ รีวิวป้ายพ่อหลวงหน่อยครับ

สำหรับป้ายดังกล่าวตกแต่งบริเวณภายในอู่ซ่อมรถ ประกอบด้วย พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ขณะกำลังทอดพระเนตรเด็กน้อยที่เข้ามาก้มลงกราบ และข้อความระบุว่า 

“สถานประกอบการแห่งนี้ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัวพลังแบงค์"

โดยพลังแบงค์ กล่าวว่า ผมว่ารูปนี้สื่อความหมายได้ดี... ผมเกิดมาบนแผ่นดินไทย ต้นตระกูลผมเป็นข้าราชบริพารได้ทำงานใกล้ชิด เราคิดว่าเรามีแผ่นดินนี้อยู่ได้ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมควรตอบแทนโดยไม่อกตัญญู ไม่คิดร้าย ไม่คิดไม่ดี และผมก็ศรัทธาและรักสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ไม่ว่าจะพระองค์ใดก็ตาม... ผมติดภาพนี้ตั้งแต่ร้านเก่าแล้ว เพราะรู้สึกว่าภาพนี้รู้จักที่ต่ำที่สูง เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราโชคดีที่ได้เกิดเป็นประชาชนคนไทยที่เรามีแผ่นดินอาศัยอยู่ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ใครจะมองว่าดีไม่ดีไม่รู้ แต่ส่วนตัวผมมองว่าโชคดีมากแล้ว.. เรื่องป้ายนี้เป็นความชอบส่วนบุคคล ผมเกิดมาบนแผ่นดินนี้ ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์

หลังโพสต์เผยแพร่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก อาทิ เจอคลิปนี้ตื้นตันใจมากครับ ความกตัญญูกตเวทิตาจะนำพาสู่ความเจริญ ทางจิตใจครับ, พี่พูดได้ดีมากครับ แค่ตอบแทนบุญคุณ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ, ชื่นชมค่ะ, เครื่องหมายของคนดี คือความกตัญญู

เชียงใหม่ - พิธีมอบหมวกและเข็ม คณะพยาบาลศาสตร์ มช.ประจำปีการศึกษา 2567

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีมอบหมวกและเข็มชั้นปีแก่นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 194 คน แบ่งเป็น หลักสูตรปกติ 164 คน และหลักสูตรนานาชาติ จำนวน 30 คน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธาน ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้แทนหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผู้แทนสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ ผู้แทนสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และ ผู้ปกครองของนักศึกษา ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ณ ห้องประชุมวิจิตร ศรีสุพรรณ อาคาร 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2567

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า พิธีมอบหมวกและเข็มชั้นปีนับเป็นพิธีการที่สำคัญถือปฏิบัติก่อนการขึ้นฝึกปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์อันทรงเกียรติในวิชาชีพพยาบาล เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาเข้าสู่วิชาชีพการพยาบาลอย่างสมภาคภูมิ โดยนักศึกษาพยาบาลจะให้การปฏิบัติการพยาบาล รวมทั้งดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์จริง ทั้งนี้นักศึกษาพยาบาลที่เข้ารับมอบหมวกและเข็มชั้นปีต้องศึกษาภาคทฤษฎีและสอบผ่านรายวิชาการพยาบาลพื้นฐานครบถ้วน จึงจะสามารถฝึกปฏิบัติการพยาบาลกับผู้รับบริการในสถานบริการสุขภาพได้ ในการฝึกปฏิบัติดังกล่าวนักศึกษาต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบสีขาวของนักศึกษาพยาบาล ตลอดจนสวมหมวกพยาบาล

หมวกพยาบาล เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอ่อนน้อม ถ่อมตน มีความพร้อมที่จะดูแล ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ทําให้ผู้สวมใส่ได้ตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมทั้งประพฤติตนให้เหมาะสมตามจรรยาบรรณวิชาชีพทางการพยาบาล สำหรับนักศึกษาชายติดเป็นเข็มชั้นปี นอกจากนี้การมอบตะเกียงไนติงเกลเป็นสัญลักษณ์ของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล บูรพาจารย์ผู้ให้กําเนิดวิชาชีพการพยาบาลของโลก ตะเกียงไนติงเกลนั้นเป็นเครื่องหมายของดวงประทีปแห่งการพยาบาล ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อการพยาบาลช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม ทุกคืนท่านถือตะเกียงเดินเยี่ยมและดูแลทหารที่บาดเจ็บ ดวงตะเกียงจึงเป็นดั่งดวงประทีปที่ช่วยขับไล่ความมืดมนและความทุกข์ทรมานให้แก่ผู้เจ็บป่วยเป็นสิ่งช่วยเตือนใจนักศึกษาทุกคนให้เสียสละและตระหนักว่าตนเป็นทายาททางการพยาบาลที่สืบทอดเจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยต่อไป

นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ทุกคนที่ผ่านพิธีสำคัญในวันนี้แล้วนั้นพึงต้องใช้องค์ความรู้ อีกทั้งคุณธรรมเป็นหลักในการปฏิบัติงาน ขอให้นักศึกษาตั้งใจในการฝึกปฏิบัติ ให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการอย่างเต็มกำลังสุดความสามารถ ด้วยจิตอันเป็นเมตตากรุณา เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย) อันเป็นเกียรติประวัติต่อตนเอง ครอบครัว สถาบัน และวิชาชีพพยาบาล

ผู้ที่สมัครใจเลือกวิชาชีพพยาบาล เป็นผู้ที่สมควรได้รับการยกย่อง เพราะเป็นผู้ที่มิใช่เพียงแต่ประกอบอาชีพโดยใช้กำลังแรง และกำลังกายเท่านั้น แต่ต้องใช้กำลังใจอย่างแรงกล้า ในการปฏิบัติงานอีกด้วย ท่านควรสำนึกในหน้าที่ที่ท่านรับผิดชอบอยู่ตลอดเวลา และปฏิบัติงานด้วยความกล้าหาญอดทน พร้อมทั้งรักษาความซื่อสัตย์ และมีเมตตากรุณา คุณสมบัติต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพยาบาล...พระราชดำรัสของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย)

ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทั่วประเทศระดมปราบปรามการพนันฟุตบอลยูโร 2024 ทั้งออนไซต์และออนไลน์ ล่าสุด 7 วันจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 1,700 คน ดำเนินคดี 62 เว็บไซต์

เมื่อวานนี้ (21 มิถุนายน 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ในห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์

ภาพรวมผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร ปี 2024 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14-20 มิถุนายน 2567 แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 1,578 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 65 คน , ผู้เล่น 1,503 คน , คนเดินโพย 10 คน 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 62 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 248 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 28 คน , ผู้เล่น 220 คน พบเงินหมุนเวียนในระบบทั้ง 62 เว็บไซต์ รวม 1,400,150,007 บาท โดยคดีสำคัญคือการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งสามารถจับกุมได้รวม 4 เว็บไซต์ เงินหมุนเวียนกว่า 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า การพนันประเภทต่างๆ เป็นความผิดตามกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีทุกรายโดยไม่ละเว้น โดยผู้เล่น ผู้ชักชวน และผู้จัดให้มีการพนันฟุตบอล จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12(2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำความผิดเป็นไปในลักษณะมีการชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมี ความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ผู้ปกครองหรือผู้กระทำผิดก็อาจถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ในมาตรา 26 (3) ประกอบ มาตรา 78 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนมีเบาะแสหรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการพนันทายผลฟุตบอล หรืออาชญากรรมอื่น ๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทรภ. 1 จัดกิจกรรมผู้นำเยาวชนพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพเรือ ประจำปี 2567

วันที่ 21 มิ.ย.67 เวลา 09.00 น. กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1) จัดกิจกรรมผู้นำเยาวชนพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพเรือ ประจำปี 2567 โดยมี พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีฯ  ณ โรงเรียนเฉลียวภาวนานุสรณ์ (ศึกษาพิเศษชลบุรี) ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

 

 

กิจกรรมผู้นำเยาวชนพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพเรือ ประจำปี 2567 เป็นหนึ่งในโครงการประชาสัมพันธ์สำหรับเยาวชนยุคใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนเกิดจิตสำนึกในเรื่องของความรักความสมานฉันท์ รู้รักสามัคคี และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นกำลังในการเผยแพร่และเสริมสร้างความสมานฉันท์ ให้เกิดในสังคมอย่างยั่งยืน

โดยในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้นำกำลังพลจิตอาสาของทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ฐานทัพเรือสัตหีบ อบรมให้ความรู้ และร่วมกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกมส์ ฝึกทักษะให้กับน้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนเฉลียวภาวนานุสรณ์ (ศึกษาพิเศษชลบุรี) ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ กระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์ทางสังคมในด้านต่าง ๆ ร่วมกันด้วย ทั้งนี้ยังมีการจัดเลี้ยงและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับน้อง ๆ  อีกด้วย

ทำให้น้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนเฉลียวภาวนานุสรณ์ (ศึกษาพิเศษชลบุรี) มีความสุข สนุกสนาน ได้รับความรู้ และขอขอบคุณพี่ ๆ ทหารเรือที่แสนใจดีของทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ที่ให้โอกาสได้มีกิจกรรมดี ๆ สนุกสนาน และน่าจดจำ จึงอยากให้พี่ทหารเรือ มาจัดกิจกรรมแบบนี้อีกต่อไป

ชัยภูมิ- จัดกิจกรรม RUN WITH LOVE 'วิ่งด้วยรัก ครบรอบ 71ปี โรงพยาบาลชัยภูมิ'

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2567 นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ,ปลัดจังหวัดชัยภูมิ ,หัวหน้าส่วนราชการ, สื่อมวลชน, และพี่น้องชาวชัยภูมิ และนักวิ่งผู้รักสุขภาพทั่วประเทศ กว่า 3,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม RUN WITH LOVE “วิ่งด้วยรัก ครบรอบ 71ปี โรงพยาบาลชัยภูมิ” จุดปล่อยตัว ณ บริเวณหน้าศาลากลางขังหวัดชัยภูมิ

ผศ.(พิเศษ) นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ ประธานจัดกิจกรรม กล่าวว่า ชาวชัยภูมิสุดปลื้มพร้อมใจกันร่วมงานฉลองครบรอบ 71 ปีการก่อตั้งโรงพยาบาลชัยภูมิ ด้วยการจุดวิ่ง RUN WITH LOVE วิ่งด้วยรัก อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 3,000 คน ก่อนที่จะทำพิธีทำบุญโรงพยาบาล และที่ชาวชัยภูมิ ผู้เข้ารับบริการ วันหลายหลาย 10,000 คน ที่ต้องพูดเป็นเสียงเดียวว่าต้องเจอกับปัญหาและยากลำบากในการหาที่จอดรถมาเป็นเวลายาวนานมาก 

คณะกรรมการร่วมพัฒนาโรงพยาบาลชัยภูมิ ได้รับทราบเรื่องการขออนุมัติสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างโรงจอดรถขนาด10 ชั้นเป็นเงินกว่า98 ล้านบาท เนื่องจากประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการได้รับความลำบากในการหาที่จอดรถเพราะสถานที่จอดภายในโรงพยาบาลมีอย่างจำกัด จึงต้องทะลักข้ามไปใช้และจอดในพื้นที่ศาลากลางชัยภูมิมานานหลาย10ปีแล้ว ขณะเดียวกันโรงพยาบาลชัยภูมิ ได้มีการเติบโตในด้านแผนกการรักษาที่เพิ่มขึ้น 

พร้อมทั้งมีการขยายตัวในการที่จะรองรับ น.ศ.แพทย์ ที่ต้องมาศึกษาที่ศูนย์โรงพยาบาลชัยภูมิแห่งนี้ในอนาคต ซึ่งงบประมาณในครั้งนี้ต้องขอบคุณที่ภาคส่วนที่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เล็งเห็นความสำคัญและได้อนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ และถือว่าเป็นข่าวดี ชาวชัยภูมิได้ฝันที่เป็นจริง ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนที่จอดรถ ภายในโรงพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อความสะดวกสบายของผู้มาใช้บริการ โดยอาคารจอดรถใหม่นี้ จะสามารถรองรับรถได้จำนวนมาก ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด และอำนวยความสะดวกให้กับผู้มารับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นที่ ได้มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่ง จากแรงขับเคลื่อนของทุก ๆ ท่านในวันนี้ ในโอกาสครบรอบ 71 ปี โรงพยาบาลชัยภูมิปีนี้นับว่าเป็นปีแห่งความเจริญรุ่งเรือง เป็นปีที่เป็นข่าวดี  เราได้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน จำนวน 300 เตียง ซึ่งเป็นอาคาร 8 ชั้น และยังได้งบประมาณสนับสนุนอาคารจอดรถ10 ชั้น ที่จะได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในอาทิตย์วันที่ 23 มิถุนายนนี้

รองผู้บัญชาการทหารเรือตรวจที่ดินกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (จ.สงขลา)

เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดิน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ระดับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

ระหว่างวันที่ 19 - 21 มิ.ย.67 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการที่ดินกองทัพเรือ และคณะ เดินทางไปตรวจที่ดินกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (จ.สงขลา) ประกอบด้วย ที่ดินเกาะแต้ว ต.เกาะแต้ว และ ต.ทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา , ที่ดินสวนเก๋ง ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา และร่วมพิจารณาในการดำเนินการที่ดินบริเวณ ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยได้รับฟังการบรรยายสรุป ร่วมพิจารณา และให้คำแนะนำในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินก่อนเข้าตรวจพื้นที่ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จ.สงขลา

การตรวจที่ดินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ภายใต้การปกครองของทัพเรือภาคที่ 2 และรับทราบปัญหา อุปสรรคข้อขัดข้อง ซึ่งจะส่งผลให้สามารถช่วยแก้ปัญหาที่อาจจะต้องได้รับการขับเคลื่อนระดับนโยบาย อีกทั้งเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ระดับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับกองทัพเรือ

ในการนี้รองผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำว่า “…การตรวจที่ดินในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 2 นอกจากจะมีปัญหาคล้ายกับพื้นที่อื่น ในการที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ยังมีงานที่ต่างออกไปคือ การแลกเปลี่ยนที่ดินกับเอกชน และการขอถอนสภาพที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อขึ้นทะเบียนและใช้ในราชการต่อไป จำเป็นต้องอาศัยความเอาใจใส่ และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการมาก ดังนั้น หากมีอุปสรรคข้อขัดข้องที่จะให้คณะกรรมการฯ ช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่านฝ่ายเลขาฯ ได้ตลอดเวลา และเชื่อมั่นว่า หากตั้งใจจริง และมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องแล้ว งานแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับที่ดินของกองทัพเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบ ก็จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี…”

ทั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การใช้ที่ดินของกองทัพเรือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือไปพร้อมกับการได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชน และเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือด้านการส่งกำลังบำรุงในการบริหารจัดการที่ดินของกองทัพเรือที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล

ชวนรู้จักเรื่องราว ‘เจ้าบัตตันส์’ อดีตสุนัขจรสายพันธุ์ไทย สวยถูกใจ ‘เลียม กัลลาเกอร์’ จนขอรับไปเลี้ยงในลอนดอน

จากกรณีจังหวัดตราดได้ยกระดับ ‘สุนัขพันธ์ุไทยหลังอาน’ ขึ้นเป็นอัตลักษณ์ประจำจังหวัดตราด พร้อมทั้งวางแผนต่อยอด เพิ่มมูลค่าด้วยการขับเคลื่อนให้เกิดเป็น Soft Power ผ่านการผลิตเป็นสินค้า เช่น เสื้อ กางเกง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศให้ ‘สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน’ เป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดตราด เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย

สำหรับสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน ก็ถือเป็นสุนัขที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย และคนไทยก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้น สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานยังเป็นที่รู้จักในด้านความฉลาด รักอิสระ ซื่อสัตย์ เชื่อมั่นในตัวเอง มีความกระตือรือร้น พร้อมผจญภัยได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังต้องการความเป็นผู้นำจากเจ้าของ เพื่อเขาจะได้เป็นผู้ตามที่ดีได้ ทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้สามารถเป็นได้ทั้งเพื่อน คู่หูผู้ซื่อสัตย์ และที่สำคัญสุนัขสายพันธุ์นี้ถือเป็นพันธุ์ที่เป็นที่นิยมเลี้ยงอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อพูดถึงสุนัขสายพันธุ์ไทยแล้ว วันนี้ THE STATES TIMES ก็มีเรื่องราวของสุนัขสายพันธุ์ไทยที่แสนน่าประทับใจเรื่องหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง นั่นก็คือเรื่องของ ‘เจ้าบัตตันส์’ อดีตสุนัขจรพันธุ์ไทย เพศเมีย จากศูนย์พักพิงในเกาะสมุย ที่ถูกรับเลี้ยงโดยอดีตนักร้องชื่อดังอย่าง ‘เลียม กัลลาเกอร์’ 

ต้องย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว (2566) สื่อต่างประเทศได้รายงานข่าวระบุว่า อดีตนักร้องนำวง ‘โอเอซิส’ หรือ ‘เลียม กัลลาเกอร์’ หนึ่งในเซเลบริตีที่เป็นทาสสุนัขตัวจริงเสียงจริง ได้เผยสมาชิกใหม่ของบ้านให้กับแฟน ๆ รู้จักผ่านทางอินสตาแกรมของเขา โดยเขียนแคปชั่นว่า “Buttons” หรือแปลเป็นไทยก็คือ ‘กระดุม’ 

ซึ่งเจ้าบัตตันส์ ก็เป็นสุนัขขนสั้นสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ทางจากประเทศไทย (โดยหลาย ๆ คนระบุว่านี่คือสุนัขสายพันธุ์ไทยหลังอาน ‘Thai Ridgeback’) ที่เขาได้รับอุปการะ การเปิดตัวสุนัขจากเมืองไทยในตอนนั้นทำเอากระแส ‘Adopt, don’t shop’ หรือการรณรงค์ไม่ให้ซื้อสัตว์เลี้ยง แต่ช่วยกันรับเลี้ยงดูเหล่าสัตว์จรจัดที่ต้องการบ้าน ได้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

‘เจ้าบัตตันส์’ เป็นสุนัขจรจัดในศูนย์ช่วยเหลือบนเกาะสมุย ที่ ‘ไนล์ ฮาร์บิสัน’ หนุ่มชาวไอริชได้จัดทำขึ้น เพื่อดูแลเหล่าสุนัขที่เจ็บป่วย ไม่มีเจ้าของ ซึ่งมีสุนัขที่ต้องดูแลอยู่หลายร้อยตัว พร้อมทั้งพยายามหาบ้านให้กับเหล่าสุนัขเหล่านั้น 

‘ไนล์ ฮาร์บิสัน’ มีผู้สนับสนุนที่ติดตามการทำงานของเขาอยู่ทั่วโลก และได้ทำการจัดส่งสุนัขจรจัดเหล่านี้ ไปให้คนรักสัตว์ใจบุญในหลาย ๆ ประเทศ ที่ขอรับเลี้ยงมาแล้วหลายครั้ง ซึ่ง ‘เลียม กัลลาเกอร์’ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน

‘เลียม’ หลงรักเจ้าบัตตันส์ สุนัขวัย 5 เดือน ที่ถูกเจ้าของเดิมทอดทิ้ง (ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ยิ่งโต ยิ่งไม่น่ารัก’) และได้เข้ามาอยู่ในศูนย์ช่วยเหลือได้ไม่นานนัก เขากรอกแบบฟอร์มขอรับเลี้ยงสุนัข ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง โดยไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

ในตอนแรกที่ไนล์เห็นชื่อก็คิดว่าเป็นตัวปลอม หรือโดนเพื่อน ๆ แกล้ง แต่เมื่อได้ติดต่อขอสัมภาษณ์เพื่อคัดกรองผู้รับเลี้ยง ถึงได้รู้ว่าเป็นเลียม กัลลาเกอร์ตัวจริง 

ซึ่งกว่าเจ้าบัตตันส์จะไปถึงมือหนุ่มเลียมได้ ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน และผ่านหลากหลายขั้นตอน ทั้งทำเอกสาร เตรียมตัว การจัดการเรื่องสุขภาพ และต้องเดินทางทั้งทางรถ ทางเรือ ทางเครื่องบิน รวมเป็นระยะทางกว่า 10,000 กม.

และเมื่อถึงบ้านที่จะเป็น ‘forever home’ บัตตันส์ก็ดูจะเข้ากับเจ้าของใหม่ และบรรดาแมวที่เลียมเลี้ยงอยู่แล้วได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าปัจจุบันนี้เจ้าบัตตันส์ อดีตสุนัขจรจากประเทศไทย ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกัลลาเกอร์ และมีชื่อสกุลต่อท้ายเรียบร้อยแล้ว โดยเลียมได้โพสต์รูปพร้อมระบุข้อความว่า “BUTTONS GALLAGHER” เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมานี้เอง

สำหรับ ‘เลียม กัลลาเกอร์’ นั้น เหล่าแฟน ๆ รู้จักกันดีถึงความรักในสุนัข โดยก่อนหน้าที่จะรับเลี้ยงเจ้าบัตตันส์ เขาเพิ่งสูญเสียสุนัขสุดที่รักพันธุ์ไส้กรอกที่ชื่อ ‘รูบี้’ ไป ซึ่งเขาเศร้าโศกเสียใจมาก และดูเหมือนจะว่าไม่ได้เลี้ยงสุนัขตัวไหนอีกเลย จนมาถึงเจ้าบัตตันส์ สุนัขพันธุ์ไทยตัวนี้

การโพสต์ภาพสมาชิกใหม่ของบ้านนี้ ทำเอาแฟน ๆ และสื่อมวลชนจากทั่วโลกจับตามอง และทำให้ศูนย์ช่วยเหลือของไนล์ได้รับความสนใจ และสุนัขจรจัดจากเมืองไทยก็ได้รับความรัก และช่วยเพิ่มการติดต่อขออุปการะมากยิ่งขึ้น

'โทลล์เวย์' เสียงแข็ง!! ยื่น 3 เงื่อนไข แลกชะลอขึ้นค่าผ่านทาง 'ขยายสัมปทาน-ให้สร้างส่วนต่อขยาย-ได้สัมปทานส่วนต่อฯ'

(21 มิ.ย. 67) นายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ โทลล์เวย์ เปิดเผยว่า หากกระทรวงคมนาคมจะให้ชะลอการขึ้นค่าผ่านทางวันที่ 22 ธันวาคม 2567 นี้ บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือ และขอความเป็นธรรมด้วย ควรต้องมีการหารือร่วมกัน หากบริษัทดำเนินการแล้วจะชดเชยอะไรให้บริษัทบ้าง เพราะทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานทำไว้กับกรมทางหลวง (ทล.) ที่ปรับราคาได้ทุก 5 ปี ตลอดอายุสัญญา ครั้งละ 5-10 บาท ปัจจุบันบริษัทยังเหลือสัมปทาน 10 ปี ยังเหลือการปรับราคาอีก 2 ครั้ง คือ รอบวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2572 และครั้งสุดท้ายวันที่ 22 ธันวาคม 2572 ถึงสิ้นสุดสัญญาวันที่ 12 กันยายน 2577

นายสมบัติ กล่าวว่า “สัญญายังไม่หมด คงทำอะไรไม่ได้ ถ้ากระทรวงคมนาคมหรือรัฐต้องการให้เราชะลอขึ้นค่าผ่านทาง ก็ต้องมาคุยกัน จะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง อย่าผลักภาระมาให้เราฝ่ายเดียว รัฐต้องช่วยเอกชนด้วย แนวทางที่ง่ายสุด คือ ขยายอายุสัมปทาน เพราะรัฐไม่ต้องชดเชยรายได้ให้ หรือให้เราลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ก่อสร้างส่วนต่อขยายจากรังสิต-บางปะอินให้และรับสัมปทานตลอดโครงการตั้งแต่ดินแดง-บางปะอินก็ได้ ทุกอย่างอยู่ที่การเจรจา อย่างไรก็ตามโทลล์เวย์เป็นทางเลือกในการเดินทาง ไม่ใช่ทางที่ผูกขาด ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการหรือไม่ใช้ก็ได้ ปัจจุบันโทลล์เวย์มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยกว่า 100,000 คันต่อวัน”

ทั้งนี้ ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับค่าผ่านทางที่จะใช้วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2572 ช่วงดินแดง-ดอนเมือง รถ 4 ล้อ ปรับจาก 80 บาท เป็น 90 บาท มากกว่า 4 ล้อ จาก 110 บาท เป็น 120 บาท ช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน 4 ล้อ ปรับจาก 35 บาท เป็น 40 บาท มากกว่า 4 ล้อจาก 45 บาท เป็น 50 บาท

ส่วนครั้งสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2572 ถึงสิ้นสุดสัมปทาน ช่วงดินแดง-ดอนเมือง รถ 4 ล้อ จาก 90 บาท เป็น 100 บาท มากกว่า 4 ล้อ จาก 120 บาท เป็น 130 บาท ช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน รถ 4 ล้อ จาก 40 บาท เป็น 45 บาท มากกว่า 4 ล้อ ปรับจาก 50 บาท เป็น 55 บาท

‘อานตี้ แอนส์’ สั่งพ้นสภาพ ‘พนักงานปากแจ๋ว’ ด่าทอลูกค้า พร้อมกราบขออภัย - สัญญาจะไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

(21 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจอีซ้อขยี้ข่าว 3 โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่มีลูกค้าสาวรายหนึ่ง มีปากเสียงกับพนักงานร้านขนมชื่อดังในห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา โดยในคลิป พนักงานมีการโต้เถียงกับลูกค้า บอกว่า ที่เล่นโทรศัพท์ คุยกับหัวหน้า ทำงานอยู่ บอกลูกค้าว่าอย่าหาเรื่อง และไล่ให้ลูกค้าไปศัลยกรรม ลูกค้าก็เถียงกลับว่าไม่ได้หาเรื่อง แต่พนักงานพูดจาไม่ดีใส่ลูกค้าก่อน

โดยล่าสุด ทางเพจ Auntie Anne’s Thailand ได้มีการโพสต์แถลงการณ์ ระบุว่า 

“อานตี้ แอนส์ กราบขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น”

“ทางแบรนด์ได้พิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดกับพนักงาน โดยให้สิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงานนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และขอให้คำมั่นว่าจะดูแลพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงอบรมพนักงาน เน้นย้ำถึงมาตรฐานการให้บริการที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก” 

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 มิ.ย.67 น.ส.เอ (นามสมมติ) เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์‘ กรณีดังกล่าว ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 20 มิ.ย.67 ที่ผ่านมาโดยกล่าวว่า…

“ตนได้เข้าไปสั่งน้ำที่ร้านดังกล่าว ตอนแรกสังเกตเห็นแล้วว่า พนักงานเล่นโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส ก็สั่งออเดอร์ตามปกติ แล้วยืนรอน้ำ”

“ต่อมามีคุณป้าที่มาสั่งออเดอร์ต่อจากตน พนักงานก็ถามว่ารับอะไร แต่ยังคงเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย พอคุณป้าบอกว่า ขอใช้คูปองซื้อ พนักงานก็หยิบใบโปรโมชันมาวางแล้วไม่พูดอะไร คุณป้าก็มองว่าต้องทำยังไง เหมือนเล่นโทรศัพท์ไม่คล่อง”

“พนักงานก็ชี้ว่าให้สแกน แต่ไม่ได้ช่วยเหลือ ตนก็ยืนมองอยู่พักหนึ่ง เห็นคุณป้ามองขึ้นมองลง สแกนไม่ได้ ตนเลยเดินเข้าไปถามว่า ให้ช่วยไหม ระหว่างที่ช่วยสแกน ตนก็พูดกับคุณป้าว่า พนักงานไม่บริการเลย”

“พอพนักงานได้ยิน ก็เก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วเงยหน้ามาพูดกับตนว่า ก็แจ้งให้สแกนแล้วไงคะ ตนก็ตอบกลับว่า แล้วไม่ได้ดูหรอว่าลูกค้าสแกนไม่ได้ พนักงานก็มีท่าทีโมโห พูดขึ้นมาว่า “ก็แจ้งแล้วไงคะว่าให้สแกน เสือก” พอตนได้ยินคำนี้ จึงอารมณ์ขึ้นทันที ก็สวนกลับคำหยาบไปเหมือนกัน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามในคลิป”

“ซึ่งตอนที่พนักงานบอกว่าให้ตนไปศัลยกรรม ตนก็งงและตกใจว่ามันเกี่ยวอะไรกัน แต่ตนคิดว่าเป็นเพราะว่าวันนั้นตนใส่ชุดนอนไป ไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัว พนักงานเลยมองว่าตนเป็นเด็ก แล้วกล้ามีปากมีเสียงด้วยหรือไม่ หลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งกับทางห้าง ซึ่งก็มีผู้บริหารเข้ามาพูดคุยและบอกว่าจะร้องเรียนให้”

“จากนั้น ทางบริษัทก็ติดต่อมา บอกว่า พนักงานคนนี้ทำประจำอยู่ที่สาขานี้มานานแล้ว อาจจะคิดว่าตนเองเป็นคนเก่าแก่ อยู่มานาน เลยแสดงกิริยาแบบนี้ออกมา ตนก็บอกว่า ตนไม่ขอรับคำขอโทษ ตนยินดีให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และต้องการให้พนักงานคนนี้ถูกลงโทษให้ออก เพราะจากพฤติกรรมไม่ควรที่จะทำงานต่อ หากไปเจอลูกค้าที่ปะทะรุนแรงกว่านี้ เหตุการณ์จะบานปลาย”

“โดยล่าสุด ที่บริษัทมีคำสั่งให้พนักงานคนนี้พ้นสภาพ ตนก็รู้สึกดีที่บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ เข้าใจหัวอกผู้บริโภค ว่าการกระทำของพนักงานคนนี้นั้นไม่ถูกต้อง และตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว เพราะจุดประสงค์ที่ร้องเรียนไปตั้งแต่แรก ก็แค่ต้องการให้ผู้บริหารบริษัทรับทราบว่ามีพนักงานที่มีพฤติกรรมแบบนี้ และยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้ง หรือให้สังคมโจมตี ปิดช่องทางทำมาหากิน เพียงแต่ต้องการให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนกับพนักงาน ถ้าในอนาคตได้ไปทำงานที่ใหม่ ก็จะได้มีสติมากกว่านี้”

น.ส.เอ ยังบอกด้วยว่า “ตนก็เคยฝึกงานพาร์ทไทม์แบบเดียวกันนี้ มองว่า พนักงานควรจะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้ และลูกค้าก็ไม่ได้พูดแดกดันหรือหยาบคายใส่ก่อน แต่ถามเพราะพนักงานไม่ต้อนรับลูกค้า ก็ควรจะเก็บอารมณ์ให้มากกว่านี้ หรือเลือกคำตอบให้กับลูกค้าได้ดีกว่านี้ ถ้าไม่มีคำว่า ‘เสือก’ ทุกอย่างอาจจะจบได้ดีกว่านี้ แม้แต่พนักงานอีกคนที่ไม่เกี่ยวข้องยังพูดขอโทษตน แต่กับพนักงานคนนี้ ไม่มีคำขอโทษออกมาเลย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top