Sunday, 26 July 2026
NEWS

'ดร.เอ้' ชื่นชม!! 'ลิซ่า-ทีมงาน' ไม่เคยลืมความเป็นไทย ส่งต่อของดีของไทยสู่สายตาชาวโลก สร้างมูลค่าทาง ศก.มหาศาล

(30 มิ.ย.67) จากเฟซบุ๊กของ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ 'ดร.เอ้' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ปรากฏการณ์ Rockstar จากน้อง Lisa และ กระแสเยาวราช fever สะท้อนอะไรถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยวันนี้?

หลังจากน้องลิซ่าได้ปล่อย teaser รวมทั้ง MV ซิงเกิ้ลใหม่ตั้งแต่เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา กับยอด view สูงถึงเกือบ 32 ล้าน view เพียงในวันแรก จนทุก Platform ลุกเป็นไฟ

จนตอนนี้ไม่มีย่านไหนที่จะฮอตอยู่ใน spotlight ความสนใจของคนไทยและคนทั่วโลกเท่ากับ ’เยาวราช‘ พื้นที่เก่าแก่ ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจมหาศาลสำหรับเมืองไทยและคนกรุงเทพ 

ต้องชื่นชมความน่ารักของน้องลิซ่าและทีมงานที่ไม่เคยลืมเมืองไทย คนไทย เป็นตัวอย่างความกตัญญูของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยลืมถิ่นกำเนิด นำเสนอของดีของไทยในแบบของเธอเอง ซึ่งเข้าใจและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี 

ตั้งแต่ ปราสาทหินพนมรุ้ง ใน MV เพลง ‘La Lisa’ สวมผ้าซิ่น ‘ผ้าฝ้ายหมักโคลนย้อมคราม‘ จากอุดรธานี ไปทริปไหว้พระกับเพื่อนๆ ปรากฏการณ์ ‘ลูกชิ้นยืนกิน‘ ที่เธอพูดถึงในรายการ Woody show อีกทั้งโรตีสายไหม ร้านเจ้ไฝ และนมถุงหนองโพ ก็ได้เป็นไวรัล ที่ ‘เข้าใจจริง‘ และช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่คนไทยได้อย่างมหาศาล แบบประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว

สิ่งเหล่านี้และครับที่ผมคิดว่าเราควรจะยกให้เธอเป็น ‘ผู้นำ Soft power ของแทร่‘ อย่างที่คนสมัยนี้เขาพูดกัน กับผลงานที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์กับคนไทย ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยในระดับชาติ ซึ่งคนไทยน่าจะได้จากรัฐมากกว่าการไปร่วมเปิดงานกับชาวต่างชาติ ใส่ชุดที่ตัดจากผ้าไทย แล้วบอกว่านี่แหละคือ Soft power แล้ว?

ถ้าผู้ปกครองชุดปัจจุบันแค่จะมองให้ลึก เข้าใจให้จริงถึงสิ่งที่มีค่าของ ‘อัตลักษณ์แบบไทย‘ ที่สามารถโดนใจคนทั่วโลก และมีวิสัยทัศน์มากขึ้นอีกนิดที่จะวางนโยบายผลักดัน ’ของดีของไทย’ ให้ไปสู่สายตาคนทั่วโลก และวางนโยบายที่ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้ขับเคลื่อน สร้างกระแสเศรษฐกิจไทย มากกว่านโยบายที่แจกเงินประชาชนแล้วก็จบไป ประเทศไทยเราคงไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน

เพราะผมเชื่อเหลือเกินในศักยภาพคนไทย ถ้าตั้งใจ ทำจริงแล้วละก็ ไม่มีแพ้ชาติใดในโลก ยังมีคนไทยเก่งๆ แบบนี้อีกเยอะ มาช่วยกันรวมพลัง สร้างคลื่นคนไทยแบบ ‘T-Wave คลื่นลูกใหม่ ไทยนิยม‘ ให้ไปสะเทือนเวทีโลกกันได้อีกแน่นอน ซึ่งจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทย ด้วยการเริ่มใส่ใจกับการพัฒนาศักยภาพ และการศึกษาของคนไทยตั้งแต่วันนี้ครับ

ผมเองอาจสามารถเรียกได้ว่า เป็นแฟนเพลงตัวจริงของน้องลิซ่า แต่ก็แอบชื่นชมผลงานอยู่ไกลๆ รวมทั้งยังขอเป็นติ่งน้อยๆ ของคนไทยที่ร่วมภาคภูมิใจที่เธอไปเขย่าเวทีโลก ให้ต่างประเทศต้องจับตามองและติดตามศิลปินหญิงคนหนึ่งจากประเทศเล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘ประเทศไทย’ ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างดีๆ ของคนรุ่นใหม่ และพี่เอ้เองด้วยนะครับ

ว่าแล้ว จะชวนทีมงานน้องๆ พรรคประชาธิปัตย์ไปหาของอร่อยกินที่เยาวราชตามรอย Rockstar กันดีกว่า มีเพื่อนๆ พี่ๆ ท่านไหนสนใจไปด้วยกันไหมครับ? :)

'อิหร่าน' ดีเดย์ 5 ก.ค.นี้ ชวนประชาชนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สอง หลังผู้สมัครชิงตำแหน่งทั้งสี่ ไม่มีผู้ได้รับคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง (50%) 

สถานทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ณ กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า เนื่องจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสี่ ไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง (50%) 

ดังนั้น สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน จึงจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สองในวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม โดยเป็นการเลือกจากผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดใน 2 ลำดับแรกในรอบที่ผ่านมา ซึ่งได้แก่ นาย Saeed Jalili (38.6%) และ นาย Masoud Pezeshkian (42.5%)

***ทั้งนี้ในส่วนของชาวอิหร่านที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ทางสถานทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ณ กรุงเทพมหานคร ยังคงทำหน้าที่เป็นหน่วยเลือกตั้งสำหรับชาวอิหร่านในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งในวันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เวลา 08.00 ถึง 18.00 น . 

สถานทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ณ กรุงเทพมหานคร จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวอิหร่านในประเทศไทยได้ออกมาใช้สิทธิของท่านอีกครั้งหนึ่ง

'พี่บัวขาว-น้องลิซ่า' สองขุนพลแห่งสยามยุคใหม่ ผู้พา 'ศิลปะ' และ 'ความเป็นไทย' สู่สายตาชาวโลก

(29 มิ.ย.67) เพจ 'Bangkok I Love You' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

วินาทีนี้บุคคล 2 คนที่คนไทยและชาวโลกรู้จักคงไม่พ้น พี่บัวขาว สุดยอดนักมวยไทยแชมป์เวทีมวยระดับโลกหลายสมัย และน้องลิซ่า ดาวค้างฟ้าที่ทำสถิติใหม่แทบจะตลอดเวลา 

แต่ สิ่งหนึ่งที่ทุกคน พูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ สองคนนี้ คือ ตัวแทนของประเทศไทย ที่นำศิลปะและ ความเป็นไทย ออกไปเผยแพร่ให้โลกเห็น จึงนับได้ว่า สองคนนี้เป็นแม่ทัพ ของ Soft Power ประเทศไทย ตัวจริง 

ทว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ ทั้งสองคนก็ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นแบบอย่างให้กับ ทุกๆ คน กับคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ประโยคที่ว่า คนไทยไม่แพ้ใครในโลก เป็นจริงได้เสมอและในโลกปัจจุบัน ที่ ทุกคนสามารถเข้าถึง ศิลปะวิทยาการ ได้อย่างเต็มที่ ก็หวังว่าจะมี คนเก่งๆ มาเสริมทัพ ที่บัวขาว และน้องลิซ่า อีกมากๆ เพื่อให้ชื่อเสียงของประเทศไทยขจรกระจายไปทั่วโลก นะครับ

‘ฮอนด้า’ ยกระดับ ความสปอร์ตพรีเมี่ยม ให้ ‘Accord e:HEV’ ด้วยชุดแต่ง ‘MUGEN’ พร้อมตอกย้ำความแรง ที่เร้าใจด้วย ‘Civic Type R’ มาชมกันได้ที่งาน ‘Auto Salon’

เมื่อเร็วๆ นี้ ‘บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด’ จัดแสดงรถยนต์หลากหลายรุ่นในงาน Bangkok Auto Salon 2024 นำโดย New Honda Accord e:HEV (ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่) ที่มาพร้อมล้ออัลลอย MUGEN และชุดแต่งพิเศษยกระดับความสปอร์ตพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น

New Honda Accord e:HEV (ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่) รุ่น e:HEV E มาพร้อมไฮไลต์ล้ออัลลอย MUGEN รุ่น MDC ขนาด 19×8.5 +45 สี Flat Black Mirror สไตล์ทูโทน และตกแต่งรอบคันด้วยชุดแต่งพิเศษ เพื่อโชว์ไอเดียอัพลุคความสปอร์ตพรีเมี่ยมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตัวถังภายนอกมาพร้อมสติกเกอร์หุ้มรถสีเทาเงิน เมทัลลิกแบบด้าน และสติ๊กเกอร์ตกแต่งหลังคาสีดำแบบด้าน พร้อมด้วยสเกิร์ตรอบคันสีเดียวกับตัวรถ ได้แก่ สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง ปลายท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต ตลอดจนยาง MICHELIN Pilot Sport 5 ขนาด 235/40/R19 พร้อมเปลี่ยนชุดแดมเปอร์ (Damper) ที่ลงตัวกับลุคสปอร์ตเท่ของ พรีเมี่ยม แฟลกชิป ซีดาน (ตกแต่งเพื่อการจัดแสดง ไม่มีการจำหน่าย)

Honda HR-V e:HEV (ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี) รุ่น e:HEV EL กับชุดแต่ง MUGEN รอบคัน ยกระดับความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแนวคิด Sporty Energize with Aggressive Styling จัดเต็มรอบคัน ทั้งภายนอก และภายใน ผสานความไดนามิก และสปอร์ตแกร่งไว้อย่างลงตัว อาทิ ล้อ MUGEN รุ่น MF10 ขนาด 17×7.5 +52 สี Bronze Anodize ยาง Yokohama ADVAN NEOVA AD09 ขนาด 234/45/R17, สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหลัง, ชุดตกแต่งกระจังหน้า-ไฟหน้า, ด้านท้าย ดึงดูดสายตาด้วยสปอยเลอร์หลัง (แบบ Wing) และ สปอยเลอร์หลังแบบคาดเอว (Tailgate) พร้อมปลายท่อไอเสียทรงสปอร์ต

ส่วนภายในมาพร้อมพรมปูพื้นห้องโดยสาร และห้องบรรทุกสัมภาระ สีแดงสไตล์สปอร์ต โดยชุดหุ้มเบาะหนังเพิ่มความเท่ด้วยโทนสีดำสปอร์ตเดินด้ายสีแดง ปักลายแถบสี SHINDEN GO อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมโลโก้ MUGEN บนพนักพิงศีรษะ (ตกแต่งเพื่อการจัดแสดง ไม่มีการจำหน่าย)

Honda Civic Type R (ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์) ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนาน ซึ่งนำมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ทั้งในงาน และผ่านทาง www.honda.co.th/civictyper รวมทั้งที่โชว์รูมฮอนด้า ศรีอยุธยา 

รถคันนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเฉพาะตัวทั้งภายนอก และภายใน มอบการขับขี่ที่สนุก แรง เร้าใจสไตล์สปอร์ต กับขุมพลังเครื่องยนต์ Direct Injection DOHC VTEC TURBO ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มอบกำลังสูงสุด 320 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัยอื่นๆ โดยมีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ คริสตัล (มุก), สีเทา โซนิค (มุก), สีแดง แรลลี่, สีขาว แชมเปียนชิป และสีน้ำเงิน เรซซิง (มุก) ด้วยราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสยานยนต์ ‘ฮอนด้า’ ได้ที่ งาน Bangkok Auto Salon 2024 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 

ทรภ.1 ให้ เรือหลวงกระบุรี ลาดตระเวนและเยี่ยมชมแท่นผลิตปิโตรเลียมมโนราห์ กลางอ่าวไทย

ระหว่าง 26 - 28 มิถุนายน 2567 พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) สั่งการให้เรือหลวงกระบุรี ออกลาดตระเวนและสนับสนุน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1(ศรชล.ภาค 1) ในการตรวจสอบการทำประมงผิดกฎหมายและเรือประมงต่างชาติลักลอบทำการประมงในน่านน้ำและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย กับตรวจสอบคุ้มครองแท่นผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่รับผิดชอบ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตปิโตรเลียมในทะเล

โดยในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เรือหลวงกระบุรี ได้รับการต้อนรับและอนุญาตให้กำลังพล ขึ้นเยี่ยมชมการดำเนินการควบคุมในการผลิตปิโตรเลียมของแท่นขุดเจาะมโนราห์ กลางอ่าวไทย ซึ่งทำให้กำลังพลของกองทัพเรือ ได้รับความรู้ความเข้าใจและความสำคัญของแท่นผลิต ในการนำผลประโยชน์ของชาติที่มีอยู่ในทะเลมาสู่ประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าปราบปรามจับกุม พนันออนไลน์และออนไซต์ ช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร ตั้งแต่เริ่มแข่งขันจับกุมผู้ต้องหาแล้วกว่า 2,600 คน

วันนี้ (29 มิถุนายน 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ในห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์

ผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร ปี 2024 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21-27 มิถุนายน 2567 แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 784 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 3 คน , ผู้เล่น 769 คน , คนเดินโพย 12 คน เงินหมุนเวียน 117,440 บาท 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 80 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 265 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 35 คน , ผู้เล่น 230 คน เงินหมุนเวียนในระบบกว่า 400 ล้านบาท

ภาพรวมสถิติการจับกุมการพนันออนไลน์และออนไซต์ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ วันที่ 14-27 มิถุนายน 2567 มีผลการจับกุมผู้ต้องหา รวม 2,626 คนแบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ 2,113 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 39 คน , ผู้เล่น 2,052 คน , คนเดินโพย 22 คน เงินหมุนเวียน 339754 บาท 
2. การจับกุมพนันออนไลน์ 142 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 513 คน แบ่งเป็น ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ 63 คน , ผู้เล่น 450 คน เงินหมุนเวียนกว่า 1,800 ล้านบาท 

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้าอย่างเข้มข้นในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันฟุตบอล  พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าหรือสถานบริการต่างๆ ที่มีการเปิดให้ชมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ขอให้ปิดสถานบริการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสาย คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 5 นำอาสาสมัครศิลปิน และของรางวัลกว่าร้อยรายการ มอบความสุขให้ชุมชนชาวเขตบางกอกน้อย ณ โรงเรียนวัดอมรินทราราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม จัด “คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ครั้งที่ 5 ยกทัพอาสาสมัครศิลปิน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายศรสุทธา กลั่นมาลี (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวกวินณดา พรพิชยานุรักษ์ (เรย์) นางสาวกฤษณา แซ่โค้ว (กุง) นายขวัญใจ ไมตรี (เคน) และอาสาสมัครศิลปินอีกหลายท่าน มอบความสุข พร้อมจัดกิจกรรมแจกของขวัญ และของรางวัลสุดพิเศษกว่า 100 รายการ 

พร้อมจัดบริการด้านการแพทย์ฟรีจากหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กิจกรรมนันทนาการจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาทิ กิจกรรม ตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกจ่ายยา ตรวจและแจกแว่นสายตา ตัดผม การเจาะเลือด เพื่อตรวจการทำงานของตับ ไต ไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด เก๊าท์ และมะเร็งเต้านมเบื้องต้น ฯลฯ รวมทั้งจัดบูธแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่มและขนม ให้กับประชาชนภายในเขตบางกอกน้อย โดยมี นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย  ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ  จิตอาสา อาสาสมัครมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ โรงเรียนวัดอมรินทราราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

‘รัดเกล้า’ เผย ‘เศรษฐา’ เตรียมนำทีม ครม. สวมเสื้อผ้าไหมมัดหมี่ ประชุมที่โคราช ชี้!! นี่คือ ‘ของดีปักธงชัย’ ลวดลายเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความประณีตสวยงาม

(29 มิ.ย. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมนำทีมคณะรัฐมนตรีสวมใส่ ผ้าไหมพื้นเรียบสีทองและผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอกประยุกต์สีทอง ร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2567 หรือครม. สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2567 นี้

โดยจังหวัดนครราชสีมา มีนโยบายในการพัฒนาและส่งเสริมให้ใช้ผ้าลายเอกลักษณ์ ประจำจังหวัดนครราชสีมา จึงได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อค้นหาภูมิปัญญาผ้าทอพื้นถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา ที่สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ของจังหวัด จนมีมติให้ ‘ผ้าหางกระรอก’ เป็นผ้าเอกลักษณ์ ประจำจังหวัดนครราชสีมา

โดยผ้าไหมพื้นเรียบสีทองและผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอกประยุกต์สีทอง ทอโดยอำเภอปักธงชัย สำหรับให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่ ส่วนผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอก สีชมพูกะปิ สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ครม. สวมใส่ ทอโดยกลุ่มทอผ้าไหมบ้านแฝกโนนสาราญ อำเภอสีดา

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้ ลายหางกระรอก เป็นลวดลายเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความประณีตและงดงาม ใช้เทคนิคการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าไท คือ ‘การควบเส้น’ ที่นำเส้นพุ่งพิเศษ 2 เส้น 2 สี มาตีเกลียวควบเข้าด้วยกัน ให้เป็นเส้นเดียว ที่เรียกว่า เส้นลูกลาย หรือเส้นหางกระรอก

ทอด้วยความชำนาญของแต่ละพื้นที่ ผ้าที่ได้จะมีลักษณะลวดลายเล็ก ๆ ในตัวมีสีเหลือบมันวาวระยับดูคล้ายเส้นขนของหางกระรอก ตามคำขวัญเดิมของจังหวัดที่ว่า ‘นกเขาคารม อ้อยคันร่ม ส้มขี้ม้า ผ้าหางกระรอกดอกสายทอง แมวสีสวาท’

นอกจากนี้ในเย็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ช่วงงานเลี้ยงรับรอง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะร่วมสวมใส่เสื้อแขนสั้นลำลองลายโคราชโมโนแกรม (KORAT Monogram) ที่ถือเป็น 1 ใน soft power ของจังหวัด

ซึ่งลวดลายโคราชโมโนแกรมนี้สื่อถึงจังหวัดนครราชสีมา โดยมีรูปแมวโคราช (Korat Cat) สัตว์ประจำจังหวัดนครราชสีมา ส่วนรูปด้านบนของแปลนผังพื้นอนุสาวรีย์ย่าโม หันทางทิศตะวันตก (On the Top) ผัดหมี่โคราช (Recommended Menu) ปราสาทหินพิมาย (Ancient) ประตูชุมพล (Twain) และดอกสาธร ดอกไม้ประจำจังหวัด

ประกอบรวมกันเป็นคำว่า โคราช ในภาษาอังกฤษ (KORAT) ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปชมลวดลาย KORAT Monogram ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก KORAT Monogram ได้ทีนี่ https://www.facebook.com/koratmonogram นางรัดเกล้า กล่าว

‘อ.สันติ’ ยกเคส ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ กับความดังระดับโลก เป็นกรณีศึกษา นี่คือ!! Soft Power ที่มาจาก ‘ความพากเพียร-อุตสาหะ-มุมานะ-มีวินัย’

(29 มิ.ย. 67) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สันติ กีระนันทน์ เลขานุการคณะที่ปรึกษาว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ โดยได้ยกเป็นกรณีศึกษา ซึ่งได้ระบุว่า

กรณีศึกษาของ Lisa สอนอะไรผมบ้าง

ถ้าจะไม่เขียนถึง Lisa หรือคุณลลิษา มโนบาล ก็ดูจะตก trend ไป เมื่อไปเปิดดู YT เพลง ROCKSTAR ก็จะเห็นยอดพุ่งไป 32 ล้านวิวแล้ว

ผมไม่ได้ติดตามคุณลลิษามาตั้งแต่ต้น ก็คงเป็นเพราะวัยของผมและความชอบส่วนตัวของผม ไม่ได้ชอบดนตรีแนว K-Pop และแม้คุณลลิษาจะไม่ได้อยู่ค่าย YG แล้ว คงเปลี่ยนแนวดนตรีไป ก็คงจะยังไม่ใช่จริตของผมอีกเช่นกัน แต่คุณลลิษาเป็นระดับ world superstar ก็คงจะมีผลงานดีเลิศระดับ world class อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่รสนิยมชมชอบดนตรีของแต่ละบุคคลก็ย่อมแตกต่างกันไป

ผมนิยมชมชอบคุณลลิษา ไม่ใช่เพราะความดังของเธอ แต่เป็นเพราะความน่ารัก และในหลาย ๆ ความเคลื่อนไหวของเธอ แม้จะเต็มไปด้วยพลังอำนาจดึงดูดผู้คน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาทที่ผมไม่อยากจะเรียกว่ามารยาทแบบไทย ๆ แต่เธอมีมารยาทที่เป็นที่ยอมรับและน่ารักในระดับสากล ... ไม่น่าแปลกใจว่าไม่เพียงชาวไทยเท่านั้น แต่ชาวโลกก็ล้วนแต่รักเธอ เพราะเธอมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อม

ความเพียบพร้อมนั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ไม่ได้มาเพราะชาติตระกูล ไม่ได้มาเพราะความร่ำรวยในระดับมหาเศรษฐี แต่เป็นเพราะความอุตสาหะ ความพากเพียร ความมุมานะ ความมีวินัย คุณลลิษาได้สะสมทักษะ สะสมความงาม สะสมความน่ารัก ด้วยความอุตสาหะมาตลอดชีวิตของเธอ ดังนั้น ความสำเร็จที่เธอได้รับในขณะนี้ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามาจากความเพียรพยายามอย่างไม่ย่อท้อของเธอ

คนจำนวนมากพูดถึง soft power แต่เธอแสดงให้เห็นว่า soft power ของเธอนั้นไม่ได้เกิดจากการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาแบบผิวเผิน แต่มันเต็มไปด้วยความสามารถ 'ดึงดูด' ให้คน 'สมัครใจ'

เกิดความ 'รัก' ในตัวเธอและผลงานรวมไปถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ

ผมอยากจะเขียนอะไรมากกว่านี้ แต่ไม่อยากพาดพิงถึงคนที่มีแต่ 'เปลือก' และพยายามจะสร้าง soft power แบบไม่เข้าใจ คิดว่าการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาแบบผิวเผิน ก็จะสามารถนำสิ่งดี ๆ ของประเทศไทยไปเป็น soft power ได้ ... ความคิดที่เป็นระบบ การส่งเสริมที่ทำอย่างเป็นธรรมชาติแบบคำนึงถึงองค์รวม การดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หวังให้เกิดผลแบบปัจจุบันทันด่วน ฯลฯ จึงจะทำให้ Thai attribute กลายเป็น soft power ได้ ซึ่งอันที่จริงหลายอย่างก็เป็นอยู่แล้ว เพียงแต่ความไร้สติปัญญาทำให้ไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น

หยุดอ้างทุกเรื่องเพื่อเศรษฐกิจ หยุดคิดแบบเช้าชามเย็นชาม หยุดทำแบบหาเช้ากินค่ำ แต่ต้องมี 'สติปัญญา' เป็นฐานเบื้องต้นในการพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่าง

ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี บนฐานความรู้และคุณธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานไว้ให้พลเมืองของโลกนี้ เป็นหลักในการทำงานทุกเรื่องที่จะทำให้เกิดผลที่ดีทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว ... ย้ำว่า "ฐานความรู้และคุณธรรม" เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จ ซึ่งหมายถึงประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ประโยชน์ของคนเพียงบางคนบางกลุ่มเท่านั้น

‘มาสด้า’ ยกทัพรถแต่ง บุกงาน ‘Auto Salon’ เปิดจองสีพิเศษ!! ในไทยมีแค่ 100 คัน เท่านั้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่บูธ ‘Mazda’ ภายในงาน แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024 (Bangkok Auto Salon 2024) ในปีนี้ ได้มีการเปิดตัวชุดแต่งใหม่ ‘SCI-FI Hatchback’ สำหรับรถยนต์ มาสด้า 2 พร้อมการตกแต่งและนำมาจัดแสดงภายในงานดังกล่าวเป็นครั้งแรก รวมถึงการจัดแสดงรถยนต์ New Mazda MX-5 สีใหม่ ‘สีเทา แอโร เกรย์’ และได้เปิดจอง Mazda6 20th Anniversary Edition สีใหม่ ‘สีขาว โรเดียม ไวท์’ จำนวนจำกัด 100 คันในประเทศไทย

ชุดแต่ง SCI-FI Hatchback ของ มาสด้า 2 มีรายละเอียดดังนี้
• สติ๊กเกอร์หลังคา
• เสาอากาศวิทยุแบบครีบฉลาม สีดำ
• ชุดสติ๊กเกอร์ตกแต่งกระจังหน้า สีเขียว Lime Green
• คิ้วแต่งกระจังหน้า สีเขียว Lime Green
• ชุดฝาครอบล้อ สีดำ 4 ชิ้น
• ชุดสติ๊กเกอร์สำหรับชุดครอบล้อ สีเขียว Lime Green
• ชุดสติ๊กเกอร์สำหรับครอบกระจกข้าง สีเขียว Lime Green
• ชุดสปอยเลอร์หลังรุ่น 5 ประตู สีดำ / สีเขียว Lime Green
• คิ้วตกแต่งกันชนหลัง สีเขียว Lime Green

ราคาของชุดแต่งดังกล่าวมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 6.6 หมื่นบาท (ราคารวมค่าทำสี ค่าแรงติดตั้ง และ VAT 7%) โดยตกแต่งบนตัวรถพื้นฐาน มาสด้า 2 รุ่น 1.3 C / 1.3 C Sports ที่มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 5.99 แสนบาท (ราคาไม่รวมชุดแต่ง)

สำหรับ New Mazda MX-5 รุ่นเกียร์ธรรมดา สีเทาแอโร เกรย์ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 3.02 ล้านบาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.49%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service, ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี, ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี

ส่วน Mazda6 20th Anniversary Edition เปิดให้ลูกค้าจำนวนจำกัด 100 คัน ในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 2.49 ล้านบาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 1.99%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 7 ปี Mazda Ultimate Service (MUS), ขยายการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 7 ปี, ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 7 ปี, ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี โดยเฉพาะครอบครัวมาสด้ารับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสรถยนต์ ‘มาสด้า’ ได้ที่ งาน Bangkok Auto Salon 2024 และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ 

เพจดัง ชี้ ‘Soft Power’ ของประเทศไทย มีมานาน หลายสิบปีแล้ว ยก ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ’ เป็นผู้นำความเป็นไทย โดดเด่นในเวทีโลก

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ‘เอ ภักดี’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่อง ‘Soft Power’ โดยได้ระบุว่า

#ซอฟต์พาวเวอร์คนแรกของไทย ก่อนที่เรามักจะได้ยินคำว่า #SoftPower ที่เป็นคำฮิตฮอตและกระแสในไทยตอนนี้ โดยเฉพาะน้องลิซ่า (LISA) ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็กลายเป็นกระแสที่โด่งดังไปทั่ว และที่สำคัญน้องลิซ่าจะให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมไทยและสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับประเทศไทยอยู่เสมอ (มันคือความน่ารักของน้องลิซ่า) 

แต่หากเราย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อนบุคคลสำคัญที่พยายามนำความเป็นไทยสู่สายตาคนทั่วโลกคงหนีไม่พ้น #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ว่าจะเป็นผ้าไทย ชุดไทย เครื่องประดับที่พระพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์อยู่เสมอเมื่อคราวเสด็จประพาสต่างประเทศ รวมถึงต้อนรับประมุขหรือแขกสำคัญจากประเทศต่างๆ หรือแม้แต่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในหลากหลายด้าน เช่น โขนและศิลปหัตถกรรมไทย เป็นต้น อีกทั้งยังนำศิลปะและหัตถกรรมเหล่านี้มาแสดงและต้อนแขกสำคัญของประเทศอีกด้วย นำมาซึ่งอาชีพของประชาชนที่ยากไร้หรือในถิ่นทุรกันดาร ในมุมมองของแอดพระองค์คือ ‘Soft Power’ ในยุคที่ไม่มีใครรู้จักคำว่า ‘Soft Power’

บทความนี้เรียบเรียงโดยเพจ Love Thai Culture และเพจ Thai Culture and Thai Travel

ทรภ.1 ร่วมพิธีเปิด การฝึกซ้อมแผนรักษาความปลอดภัย ของเรือและท่าเรือ บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้รหัสการฝึก NASSREX’24

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ 1) โดยมี พลเรือตรี วรพาท  รัชตะสังข์ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้รหัสการฝึก NASSREX’24 ระหว่างวันที่ 27 – 28 มิถุนายน 2567 ณ อาคารหอประชุมไทยออยล์ (Auditorium) บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 

โดยมีวัตถุประสงค์ในการฝึก เพื่อเป็นการทดสอบการประสานงานระหว่างกองทัพเรือ   หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ในการปฏิบัติตามแผนงาน หน้าที่และภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ พื้นที่เขตท่าเรือพาณิชย์ ในพื้นที่รับผิดชอบตลอดจนเป็นการเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ให้กับผู้เข้าร่วมการฝึก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน โดยในการฝึกในครั้งนี้ มีการฝึกการป้องกันเหตุจลาจล การประท้วงชุมนุมในขตท่าเรือ การตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด จึงนับได้ว่าการฝึกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นการฝึกที่จะสามารถช่วยทำให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เกิดความเข้าใจในการปฏิบัติตามขั้นตอน มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเข้มแข็ง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีผลการปฏิบัติดีเด่นในด้านต่างๆ

ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีผลการปฏิบัติดีเด่นในด้านต่างๆ ในการประชุมบริหาร ภ.5 ครั้งที่ 9/2567 ณ ห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5  จ.เชียงใหม่

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีผลการปฏิบัติดีเด่นในด้านต่างๆ ในการประชุมบริหาร ภ.5 ครั้งที่ 9/2567 วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2567 โดยมี พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล รอง ผบช.ภ.5 ,ผบก.,รอง ผบก.,ผกก.และหน.สภ.ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และหัวหน้าหรือผู้แทน หน่วยงานในสังกัด ตร.ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ภ.5 เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

โดยมีพิธีมอบเกียรติบัตรจำนวน 4  รายการดังนี้ 1.หน่วยงานที่มีผลปฏิบัติดีเด่น ด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2567  2. เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน ด้านยาเสพติดในห้วงเดือน ม.ค.67 - มิ.ย.67 3. ข้าราชการตำรวจปฏิบัติดีเด่นตามโครงการ Police Hero ของตำรวจภูธรภาค 5 ข้าราชการตำรวจชุดจับกุม 4. ข้าราชการตำรวจที่ได้รับเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเภทต่างๆณ ห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5  อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เฉลยที่มา ท่อน LA-la-Lisa, can you teach me Japanese? จากเพลง Rockstar อดีตเคยโดน ‘ดูถูก-แอนตี้-บูลลี่’ ก่อนที่วันนี้ จะได้ดี ดังระดับโลก

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ‘Gitanjali Ae Saengsang’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ และเพลงฮิต เพลงใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Rockstar โดยได้ระบุว่า

ทำไมเพลงลิซ่า จะต้องมีท่อน LA-la-Lisa, can you teach me Japanese?

เอาสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่าน ... พวกแฟนคลับที่ติดตามลิซ่ามานาน คิดว่าท่อนนี้มันมาจากการที่ ลิซ่าเคยโดนถามจาก anti-fan ที่พยายามด้อยค่าลิซ่าสมัยที่เธอยังไม่ดังระดับโลก >>> นี่คือคำตอบ

ส่วนใครพร้อมอ่านยาวๆ มาต่อกันทางนี้จ้า บอกก่อนว่าไม่ได้คิดเอง แต่รวบรวมเอามาจากแฟนคลับลิซ่ามาเล่าต่อ...

ต้องปูพื้นฐานก่อนว่าประเทศเกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาการด้อยค่า จนเกิดการฆ่าตัวตายหรือที่สื่อสมัยนี้พูดอย่างสุภาพว่า การจบชีวิตตัวเอง ติดท็อปเท็นโลกชนิดไม่เคยตกอันดับ

หนึ่งในการบูลลี่กันเองก็ไม่พ้นสีผิว รูปร่างหน้าตา ความรวยความจน นั่นจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมคนเกาหลีถึงศัลยกรรมกันทั้งบ้านทั้งเมือง และประเทศที่คนเกาหลีมองว่าหน้าบู้บี้ ยากจน ด้อยพัฒนา ก็คือพวกเรา ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะสายพันธุ์ของพวกเรานั้นหน้าตาผิวพรรณ ห่างไกลกับคนประเทศเกาหลี และห่างไกลกับมาตรฐานความงาม (หลังศัลยกรรม) ของเกาหลีลิบลับ

อ่านถึงตรงนี้ไม่ได้ยุยงให้เกลียดเขานะ ที่เขาเป็นแบบนี้มันมีเหตุปัจจัย ซึ่งยังไม่ขอพูด เดี๋ยวจะยาว 

ทีนี้พอลิซ่าปรากฏตัวขึ้นในฐานะนักร้อง girl group ซึ่งเป็นต่างชาติคนเดียวในวงสาวเกาหลี แฟนคลับจำนวนมากจึงรับไม่ได้ ถึงกับเรียกร้องให้ไล่ลิซ่าออกจากวง ทำนองว่าเอาคนบ้านนอกมาร่วมจะทำให้วงโลว์คลาส วงสาวเกาหลีจะตกต่ำ ถึงขนาดมีการลงชื่อส่งไปถึง YG ต้นสังกัด Black Pink ให้เปลี่ยนตัวสมาชิกกันเลยทีเดียว 

แต่ YG ก็วางเฉย เพราะในฐานะเด็กฝึก ลิซ่าคือเพชรเม็ดงาม เธอได้คะแนนการซ้อมต่อสัปดาห์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง เรียกว่า ขยัน พยายามและอดทนสุด ๆ ยิ่งตอนปล่อยเพลงออกมา แม้ในประเทศเกาหลีลิซ่าจะดังน้อยที่สุด โดนเกลียดมากที่สุด แต่นอกประเทศลิซ่าดังสุด หาเงินเข้าบริษัทโดยเฉพาะจากแม่จีนได้เยอะสุดๆ 

แต่ถึงจะดังนอกประเทศแล้ว ด้วยความอิจฉาที่เธอดังมากหรืออะไรไม่ทราบได้ ลิซ่าโดนด้อยค่าจากแฟนเพลงเกาหลีด้วยการไม่ยอมรับของที่ระลึกจากมือเธอ เมิน (น่าตบมาก) หน้าใส่ ไปรับของจากสมาชิกวงคนอื่นแทน 

ยิ่งดังนอกประเทศมากเท่าไร เธอก็ถูกตั้งกระทู้ด่าทอเรื่องรูปร่างหน้าตา และได้รับการปฏิบัติจากค่ายราวกับพลเมืองชั้นสองมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเรื่องชุดที่ต้องเลือกทีหลัง หรือเตรียมชุดซ้ำ ๆ มาให้ใส่ ในขณะที่สมาชิกวงคนอื่นได้เปลี่ยนไป 3 ชุด ลิซ่าจะมีใส่เพียงชุดเดียว 

และที่ยังฝังใจ blink (blink คือคำเรียกแฟนคลับแบล็คพิ้งก์) ก็คือแอนตี้แฟนพูดกับลิซ่าว่า “ลิซ่า..สอนพูดญี่ปุ่นหน่อย” ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอคือคนไทย คำว่า สอนพูดญี่ปุ่นหน่อย... ทำไมถึงเป็นการพยายามด้วยค่า นั่นก็เพราะมีศิลปินญี่ปุ่นซึ่งเป็นนักร้องนักแต่งเพลงชื่อว่า โอริเบะ ริซะ ซึ่งใช้ชื่อในวงการว่า LiSA พวกแอนตี้จงใจถามลิซ่าไปอย่างนั้นเพื่อแสดงว่าหล่อนไม่ดัง ฉันไม่ได้สนใจหล่อน ฉันก็เคยได้ยินคนชื่อลิซ่านะ ที่เป็นคนญี่ปุ่นใช่ไหมอ่ะ...

ดราม่าและกระแสแอนตี้ลิซ่าในเกาหลีนั้นมีเยอะและยาวเหยียด… กว่าจะมาเป็นลิซ่าเจ้าแม่ทุบสถิติอย่างทุกวันนี้ ด.ญ.ลลิษา มโนบาล ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น และมองโลกในแง่บวก ดีที่สมาชิกวงอีก 3 เป็นเกาหลีใจงาม คอยให้กำลังใจลิซ่าตลอด ไม่อย่างนั้นคงจะถอดใจกลับเมืองไทยเหมือนที่เด็กไทยบางคนทนไม่ไหว หนีกลับบ้านมาแล้ว 

พอหลุดจาก YG มาได้ ภาพแรกที่ปล่อยออกมาคือการทาผิวแทน สร้างกระแสดิ้นพล่านในเกาหลี ที่มีมาตรฐานความงามคือขาวใส เอาซี้... อีแอนตี้แฟนเกา

ส่วนไอ้ท่อน 
"La-la-Lisa, can you teach me Japanese?"

ลิซ่าก็บอกว่า
I said, "はい, はい" ฉันตอบว่า ไฮ..ไฮ...
That's my life, life, baby, I'm a Rockstar นี่มันชีวิตของฉัน ฉันคือร็อคสตาร์

ก่อนจะฟาดด้วยท่อน
Yes, yes, I can spend it แม่นแล้ว แม่นแล้ว ฉันจ่ายได้หมด
Yes, yes, no pretendin' แม่นแล้ว แม่นแล้ว ไม่มีเวลามาเสแสร้ง
Tight dress, LV sent it ชุดแซ่บ ๆ ของฉัน LV (หลุยส์ วิตตอง) เขาส่งมาให้ย่ะ 

เป็นไงล่ะแอนตี้ รู้ไว้ซะด้วย.....
ฉันคือลิซ่า ฉันคือร็อคสตาร์ ทุกเมืองที่ฉันไปคือที่ของฉัน ไม่ได้อยู่แค่เกา ฉันจะผิวแทน ฉันจะโปร (สนับสนุน) LGBTQ มันก็เรื่องของฉันเว้ยเฮ้ย.....

อารมณ์ร่วมอาจมากไปหน่อย แต่รวบรวมมาจากความคิดเห็นเหล่า Blink (จริงๆ นะ)

เปิดใจ 'วสวัตติ์ ระวังวงศ์' คนเก่งผู้คว้า 'ทุนคิง' สานฝันสู่ MIT เผย!! "เพราะความพยายาม จึงมีโอกาสเข้า ม.อันดับ 1 ของโลกได้"

จากรายการ THE TOMORROW มหาชนต้องรู้ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ได้พูดคุยเด็กเก่งระดับประเทศ 'วสวัตติ์ ระวังวงศ์' หรือ 'น่านน้ำ' ซึ่งสามารถสอบทุนเล่าเรียนหลวง หรือ King’s Scholarship (ทุนเล่าเรียนหลวง หรือ 'ทุนคิง' คือ ทุนการศึกษาที่ให้นักเรียนมัธยมปลายที่ศึกษาในไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ น่านน้ำ เล่าว่า ขณะนี้กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หรือ MIT ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยตั้งใจเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ซึ่งเป็นสาขาเทคโนโลยีแห่งอนาคต 

สำหรับเส้นทางการศึกษาของ 'น่านน้ำ' เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า เรียนจบระดับชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และมาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปทุมวัน ซึ่งส่วนตัวชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์มาก และมีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ และคว้าเหรียญทองและเหรียญเงินมาให้ประเทศไทยได้ จึงเป็นการจุดประกายแนวคิดในการศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเลือกสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวง ซึ่งต้องเตรียมตัวอย่างมาก เนื่องจากมีการสอบหลายวิชา อาทิ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และวิชาสังคม ซึ่งต้องทำคะแนนให้ได้ทั้งหมด ซึ่งผลปรากฏว่าสามารถชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้ 

เมื่อถามถึงแนวทางในการเรียนให้ประสบความสำเร็จ? น่านน้ำ เล่าว่า "โดยส่วนตัวไม่ได้กำหนดว่าจะต้องฝึกโจทย์ หรือ ต้องอ่านหนังสือวันละกี่ชั่วโมง เวลาอ่านหนังสือแล้วเหนื่อยก็พักโดยการเล่นกีตาร์เพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์ ผมรู้สึกว่าจะเรียนเก่งไม่ได้เลยถ้าไม่มีความอยากเรียนวิชานั้นต่างหาก เพราะฉะนั้นต้องสร้างความอยากเรียน ต้องสร้างแรงจูงใจ (Motivation) ให้ตัวเองอยากเรียน หรือเรียนตามความสนใจ ดีกว่าเรียนเพื่อสอบเพียงอย่างเดียว" 

เมื่อถามถึงกำลังใจสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จในวันนี้? น่านน้ำ เผยว่า "ผมต้องขอบคุณพ่อแม่มาก ๆ ถ้าไม่สนับสนุนผมก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ เนื่องจากพ่อแม่ดูแลใกล้ชิดและหาโอกาสในการเรียนรู้เพิ่มเติมให้ผมเสมอ รวมถึงคุณครูอาจารย์ทุกท่านที่ช่วยสอนและพัฒนาผมมาเรื่อย ๆ และเพื่อน ๆ ที่พากันเรียนทำให้ได้เรียนรู้จากเพื่อนเก่ง ๆ ที่แชร์ความรู้ร่วมกัน"

สุดท้าย น่านน้ำ ได้ขอบคุณทุนเล่าเรียนหลวง หรือ King’s Scholarship โดยเจ้าตัวกล่าวด้วยความตื้นตันว่า ถ้าไม่มีทุนนี้ ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนต่างประเทศ ไม่ได้เข้า MIT ไม่ได้หาประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อมาพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top