Sunday, 26 July 2026
NEWS

‘ดร.วสุ’ ชี้ เรื่อง ‘ป่าทับลาน’ กระทบต่อสถานะมรดกโลก เหตุขอบเขตผืน ‘ป่าเขาใหญ่’ ได้รวมพื้นที่ 'ทับลาน' ไว้ด้วย

(10 ก.ค. 67) ดร.วสุ โปษยะนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม กรมศิลปากร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า…

จากข่าวเรื่องทับลาน อยากขอแลกเปลี่ยนข้อมูลว่าเรื่องนี้จะเป็นประเด็นที่จะมีผลกระทบกับเรื่องมรดกโลกด้วย เพราะในขอบเขตของแหล่งมรดกโลกผืนป่าเขาใหญ่ ได้รวมเอาส่วนของป่าทับลานไว้ด้วย เท่ากับว่าเป็นที่ยอมรับโดยสากลแล้วว่าพื้นที่นี้ มีคุณค่าตามเกณฑ์มรดกโลกเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ และยังถือว่าเป็นองค์ประกอบที่บ่งชี้ถึงความเป็นมรดกโลกที่เรียกว่าคือ Attribute หนึ่งของแหล่งมรดกโลกเขาใหญ่ หากต้องการตัดพื้นที่ส่วนนี้ออกไปก็ต้องมีคำอธิบายว่าพื้นที่ส่วนนี้ไม่มีคุณค่าตามเกณฑ์เหมือนกับส่วนอื่น ๆ ของเขาใหญ่แล้ว และต้องพิสูจน์ให้กรรมการมรดกโลกเห็นด้วยว่าหากตัดส่วนนี้ออกไปแล้วพื้นที่ที่เหลือของเขาใหญ่จะยังคงรักษาคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากล หรือ OUV ไว้ได้ หากอธิบายไม่ได้ย่อมส่งผลกระทบกับเสถียรภาพความเป็นมรดกโลกของป่าเขาใหญ่แน่นอน โดยอาจมีผลมาจากความครบถ้วนสมบูรณ์หรือ Integrity ของแหล่งที่ขาดหายไป

สรุปว่าในเรื่องนี้ขอให้พิจารณากันให้ดี ๆ ถ้าจะสอบถามความเห็นก็ควรเพิ่มอีกคำถามว่ายังเห็นด้วยกับการมีผืนป่าเขาใหญ่เป็นมรดกโลกหรือไม่ ถ้าไม่ก็แล้วไป #saveทับลาน

ความจริงตั้งแต่ครั้งที่เขาใหญ่ได้เป็นมรดกโลกเมื่อนานมาแล้ว คณะกรรมการฯ ก็มีข้อร้องขอให้ปรับปรุงเพิ่มพื้นที่ป่าให้เหมาะสมแล้วตั้งแต่ตอนนั้น เราเคยแจ้งเขาไปว่าอยู่ระหว่างดำเนินการโดยจะตัดส่วนชุมชนและป่าเสื่อมโทรมออก 4 หมื่นกว่าเฮกตาร์ และเพิ่มในพื้นที่ป่าที่มีคุณค่าสูงเข้ามาแทน ประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเฮกตาร์ เป็นการตัดและเพิ่มในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยระบุว่าการปรับปรุงขอบเขตพื้นที่นี้จะแล้วเสร็จในปี 2007 ... นี่มันปี 2024 แล้วนะครับ จนเพิ่งมีข่าวใหญ่จะลดพื้นที่ในช่วงนี้นี่แหละ แต่ไม่เห็นมีข้อมูลว่าจะเพิ่มพื้นที่ป่าเข้ามาเลย

‘รัดเกล้า’ เผย ‘ดีอี-สธ.’ ลุยเดินหน้าระบบ ‘Health Link-MOPH Cloud’ ยกระดับ ‘ข้อมูลสุขภาพ’ คนไทย ให้เชื่อมโยงทั่วประเทศแบบไร้รอยต่อ

(10 ก.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบไร้รอยต่อ และอำนวยความสะดวกในการให้และใช้บริการภาครัฐให้กับประชาชน ถือเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผลักดันให้เกิดระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange -HIE) ระดับประเทศ โดยการพัฒนาระบบ Health Link และคลาวด์กลางด้านสาธารณสุข (MOPH Cloud) ขึ้นมา มีการกำหนดมาตรฐานกลางร่วมกับโรงพยาบาลในภาคี พร้อมผลักดันให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับชาติ

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ระบบ HIE เป็นระบบที่จะเชื่อมโยงและใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติสุขภาพและการรักษาระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ให้ช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูล โดยต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ป่วยเท่านั้น รวมถึงในกรณีการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน (หมดสติ) ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและการส่งต่อ นอกจากนี้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (Big Data Institute: BDI) ดีอี และ สธ. ยังได้ร่วมกันวางแผนขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับชาติ รวมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการ และกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดย ดีอี เริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นางรัดเกล้า กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อด้วยจังหวัดนครราชสีมาในหน่วยบริการปฐมภูมิ และโรงพยาบาลนอกสังกัด สธ. จากนั้น ดีอี จะจับมือกับ สธ. ผ่านโครงการคลาวด์กลางด้านสาธารณสุข (MOPH Cloud) ขยายผลให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ และจะผลักดันจังหวัดนครราชสีมาสู่การเป็นต้นแบบในการบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ รวมถึงจัดทำแผนงบประมาณระยะยาว ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกระดับระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Health Link มีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ หรือ ‘ThaID’ สามารถศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : https://healthlink.go.th/ ทั้งนี้ ขอเชิญร่วมรับฟังรายละเอียดแบบครบถ้วนจาก ดีอี ในการแถลงข่าววันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 11.00 น.

‘อ.เทพมนตรี’ พ้อ!! หลังผู้คนแห่ ‘#Saveทับลาน’ เต็มโซเชียล แต่ ‘อุทยานฯ เขาพระวิหาร’ ถูกบุกรุกทำลาย ไร้คนเหลียว

(10 ก.ค.67) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Thepmontri Limpaphayorm’ โดยระบุว่า…

‘ทับลาน’ มีคนออกมาต่อต้านเพื่อสงวนรักษาป่า สัตว์และพันธุ์พืชแล้ว แต่ ‘อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร’ ถูกเขมรเข้ามาบุกรุกทำลายไม่มีใครออกมาช่วยอีกเลย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ งานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2567 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ทำบุญบริจาคชุดข้าวสารอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2567 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ สำหรับท่านที่ประสงค์ทำบุญทิ้งกระจาดออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ในปี 2567 นี้ ท่านสามารถร่วมทำบุญผ่านระบบออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 67 เป็นต้นไป

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารกิจกรรม และการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ กว่า 114 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งในปี 2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภค ในประเพณีทิ้งกระจาดครั้งอย่างยิ่งใหญ่ เต็มรูปแบบ ทั้ง 4 จังหวัด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าว  “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี  2567”

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าว  “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี  2567”  โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส   โนนุช  ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  เป็นประธานการแถลงข่าว  ในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2567  เวลา 14.00 น. ณ  ห้องประชุมชั้น  3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  แยกตึกชัย  ถนนราชวิถี  เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ในการแถลงข่าว  ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของงานวันแม่แห่งชาติ  ปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่  12  สิงหาคม  2567 ณ เจ้าพระยาแกรนด์ฮอลล์  ชั้น 3  อาคารบางกอก ดินเนอร์เธียเตอร์ สยามอะเมซิ่งพาร์ค ถนนสวนสยาม เขตคันนายาว กรุงเทพฯ โดยร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  กล่าวถึง  ความเป็นมาของการจัดงานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี 2567 ผลการคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ และผลการคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่คุณเพ็ญพักตร์ ศรีทอง  ประธานคณะกรรมการฝ่ายผลิตและจำหน่ายดอกมะลิงานวันแม่แห่งชาติประจำปี 2567 กล่าวถึง การจัดทำผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ  และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567   คุณธิดารักษ์  สัจจพงษ์  ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567   กล่าวถึง การประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานวันแม่แห่งชาติประจำปี  2567 คณอรรถชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการโครงการบางกอกเวิลด์ กล่าวถึง สถานที่การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567

โดยสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ได้เชิญแม่ดีเด่นแห่งชาติ  และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่  ที่ได้รับการคัดเลือก ประจำปี  2567 และปีที่ผ่านมารวมทั้งพรีเซ็นเตอร์ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากดอกมะลิ  ประจำปี  2567 มาร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมปลูกป่าและต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ตามโครงการปลูกป่าและต้นไม้ 72,904 ต้น 

กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมปลูกป่าและต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ตามโครงการปลูกป่าและต้นไม้ 72,904 ต้น เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ บริเวณหอประชุมช้างธรรมชาติ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

โดยมี นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี และมีหน่วยงานราชการ โรงเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ  จำนวนทั้งสิ้น 150 คน ประกอบด้วย หมวดเรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมงอบ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ โรงเรียนวัดบางปิดล่าง โรงเรียนบ้านคลองใหญ่ และชุมชนหมู่ 6 เข้าร่วมกิจกรรม

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#ทัพเรือภาคที่1
#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_for_the_Future

สมาคมแม่บ้านตำรวจนครบาล ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “อคฝ. รวมใจบริจาคโลหิตต่อชีวิตผู้ป่วย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา28 กรกฎาคม 2567

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.67) เวลา 10.00 น. ณ อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย คุณดรุณวรรณ พึ่งทรัพย์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.อคฝ., คุณปณิศา ประภาศิริ ประธานแม่บ้านตำรวจนครบาล 3,คุณฑิฆัมพร อรุณคีรีโรจน์ ประธานแม่บ้านตำรวจนครบาล 7,คุณอิศราภรณ์ แสนสิ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานแม่บ้านตำรวจนครบาล 6/เลขานุการชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล,คณะแม่บ้านตำรวจนครบาล และข้าราชการตำรวจ ในสังกัด บก.อคฝ.ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “อคฝ. รวมใจบริจาคโลหิตต่อชีวิตผู้ป่วย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา28 กรกฎาคม 2567

ณ อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ศรชล.จังหวัด รย. ส่ง จนท.ร่วมฝึกอบรมโครงการพัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ICS

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.67) น.อ.พัฒนศักดิ์ พิมดา รอง ผอ.ศรชล.จังหวัด รย. มอบหมายให้ น.ต.รุ่งรุจ สโรบล เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เข้าร่วมฝึกอบรมโครงการพัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ICS (Incident Command System) ร่วมกับ น.อ.อาทิตย์ สุขบำรุง หน.ศคท.จังหวัด รย. น.ท.ภณ ทิพย์ทอง เจ้าหน้าที่ประสานงานฯ ศคท.จังหวัด รย. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ จว.ระยอง เช่น เจ้าหน้าที่ รพ.ระยอง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มูลนิธิกู้ชีพ กู้ภัย ต่าง ๆ ที่ดำเนินการทางด้านการให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยทางบกและทางทะเล ณ ห้องประชุม เสม็ด 1-2 โรงแรม คามิโอ แกรนด์ โฮเทล ฯจัดโดย อบจ.ระยอง 

ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้

ทัพเรือภาคที่ 1 ส่ง เรือ ต.266 ลาดตระเวน ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทะเล (อ่าวไทยตอนบน)

กองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ส่ง เรือ ต.226 ทำการออกลาดตระเวนในน่านน้ำอ่าวไทยตอนบน โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการตรวจตราความปลอดภัยทางทะเลและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งที่กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ลาดตระเวนในระหว่างการลาดตระเวน เรือ ต.266 ได้ตรวจเยี่ยมเรือประมงที่กำลังทำการประมงอยู่ในน่านน้ำไทย ซึ่งเรือประมงปฏิบัติการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการประมงหรือการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ เรือ ต.226 ยังได้มีการมอบยารักษาโรคพื้นฐาน ให้กับชาวประมงที่ทำการประมงอยู่ในพื้นที่ เพื่อเป็นการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมง ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยความขอบคุณจากชาวประมง อย่างดียิ่ง การปฏิบัติการลาดตระเวนครั้งนี้เสร็จสิ้นลงด้วยความเรียบร้อย และทัพเรือภาคที่1 จะยังคงดำเนินการตรวจตรา รักษาความปลอดภัยทางทะเล และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างต่อเนื่องต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645 

#เทิดทูนสถาบันยึดมั่นระเบียบวินัยประชาชนภูมิใจทะเลไทยมั่นคง
#FitfortheFuture

เชิญชวนประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพร 'พระองค์เจ้าโสมสวลี' เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ผ่านเว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์

(9 ก.ค.67) สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2567

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค ‘สัมมาทิฏฐิ’ ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้โดยชอบ เพื่อถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผ่านแอปพลิเคชัน ‘สมาธิเสบียงบุญ’ ระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น.ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

‘คุณหญิงแมงมุม’ ยืนถ่ายรูปคู่ ‘ณเดชน์’ โดยไม่ใช้วอล์คเกอร์ หลังไม่มีโมเมนต์นี้กว่า 6 ปี ด้านคนใกล้ชิดดีใจน้ำตารื้น

(9 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า เป็นช่วงที่แฟน ๆ ต่างลุ้นกับการฟื้นตัวของ คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ที่กำลังฝึกยืนฝึกเดินได้เก่งมาก ๆ ล่าสุดเปิดภาพอบอุ่น ผ่านโพสต์ในอินสตาแกรม โดยคุณหญิงแมงมุม ยืนร่วมเฟรมกับพระเอกหนุ่มอย่าง ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ พร้อมแคปชันด้วยว่า…

“6 ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้ยืนถ่ายรูปโดยไม่ต้องใช้วอล์คเกอร์ คืนพิเศษแบบนี้ได้น้องณเดชน์โอบไปทีเดียว ยืนได้เลยจ้ะ! ถ้ามีน้องทำให้ทุกวันน่าจะหายเร็วแน่ ๆ ขอบคุณสำหรับความน่ารักและสม่ำเสมอที่นักแสดง หรือ influencer รุ่นใหม่ ๆ ควรเอาเป็นแบบอย่าง #ฟ้าจรดทรายเดอะมิวสิคัล2024”

ท่ามกลางคอมเมนต์ดีใจของคนใกล้ชิด คนบันเทิง และเสียงชมคุณหญิงแมงมุมด้วย อาทิ โอ๊ย! พี่ดีใจ / เก่งที่สุดน้อง / ภาพที่ดีที่สุด / ใจฟูสุด ๆ ไปเลยค่ะ เมื่อวานแอบน้ำตารื้นเลยค่ะ / เก่งมากกกก MM. / เก่งที่สุดค่ะน้อง ดีใจด้วยจังค่ะ เป็นต้น

‘พลัฏฐ์’ รุดตรวจสอบความเสียหาย ‘ไฟไหม้เยาวราช’ พร้อมสนับสนุน ‘น้ำ-อาหาร’ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น

เมื่อวานนี้ (8 ก.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชน จากเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนเยาวราช พื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อคืนวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลังเรือน โดยเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งชุมชน จำนวนรวม 44 หลังคาเรือน มีผู้ประสบภัย 166 ราย และในจำนวนประสบภัยส่วนหนึ่งเป็นคนต่างชาติ

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ผู้บาดเจ็บได้ทำการส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว และโรงพยาบาลกลาง ส่วนมากสามารถกลับบ้านได้แล้ว เพราะบาดเจ็บเล็กน้อยจากอาการสำลักควันเท่านั้น

ส่วนความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น ทางวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศ์ ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประสบภัย ซึ่งส่วนมากเป็นผู้เช่าและต่างด้าว ได้เข้าพักอาศัยชั่วคราว ขณะเดียวกันทางกรุงเทพมหานคร, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และวัด ได้ดูแลในเรื่องน้ำ อาหาร และเสื้อผ้าอย่างเพียงพอแล้ว โดยตนได้นำน้ำและอาหารไปสนับสนุนด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของปัญหาเรื่องห้องอาบน้ำและห้องสุขานั้น ทาง กทม.ได้จัดสรรเพิ่มเติมแล้ว และภายหลังจากนี้ ทาง กทม. และ พม. จะดำเนินการจัดสรรห้องพักใหม่ (เช่า) เพื่อให้ผู้ที่ประสบภัยได้มีที่พักอย่างถาวรต่อไป

‘ลูกบ้าน’ โวย!! คอนโดย่านลาดพร้าว น้ำประปาไม่สะอาด พบเชื้อปรสิต ‘Acanthamoeba’ ทำติดเชื้อตาแดงกว่า 70 คน

(9 ก.ค.67) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pook Sukonta Berthebaud' ได้รับเรื่องร้องเรียน จากลูกบ้านในคอนโดแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กทม. ติดเชื้อตาแดงเฉียดหลักร้อยคน เหตุจากเชื้อปรสิตที่พบในน้ำคอนโด ทางนิติแจ้งกลับมาเพียงว่า ให้ลูกบ้านหาที่กรองมาติดกันเอง

ล่าสุด คุณเบสท์ หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากคอนโดดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงเดือน ส.ค.64 ที่เปิดตัวโครงการคอนโดดังกล่าว ก็เริ่มมีการร้องเรียนประปรายเรื่องคุณภาพน้ำประปาไม่สะอาด ในเชิงกายภาพเช่น มีฝุ่น น้ำขุ่น ซึ่งตอนนั้นมีเจ้าของร่วมบางห้องรวมถึงตนได้ส่งเคลมประกันไปทาง after sales service ซึ่งเป็นบริการหลังการขาย ว่าอยากให้ช่วยแก้ไข แต่ก็ไม่มีการตอบกลับจากบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาโครงการ และไม่ได้เข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด มีเพียงการอ้างอิงว่าน้ำประปาที่นิติบุคคลส่งตรวจเพื่อประกอบ EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) มันได้มาตรฐาน ทั้งที่จริง ๆ ยังมีปัจจัยอื่นร่วมอีก

ต่อมาวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มมีลูกบ้านรวบรวมรายชื่อคนที่ประสบปัญหาเรื่องสุขภาพจากน้ำประปาในคอนโด โดยมีคนที่ติดเชื้อที่ดวงตา ระคายเคืองที่ดวงตา กระจกตาอักเสบ จนถึงวันที่ 20 มิ.ย. สามารถรวบรวมผู้เสียหายได้ทั้งหมด 72 ห้อง ซึ่งตนก็ติดเชื้อเช่นกันประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึงจะหาย

จากนั้นคณะกรรมการคอนโด ได้เอากลุ่มไลน์ลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำประปา ไปส่งให้นิติบุคคลว่านี่คือปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องตรวจวัดค่าน้ำเพิ่มเติม ทั้งค่าคอลลีน เชื้ออะมีบา และค่าจุลินทรีย์ต่าง ๆ เมื่อนำค่าไปตรวจอย่างละเอียดขึ้น ก็พบว่ามีน้ำที่บางจุด เช่น ในถังเก็บน้ำชั้นใต้ดิน เจอเชื้อปรสิต Acanthamoeba แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลตรวจก็ขัดแย้งกันเอง ในการส่งตรวจแต่ละโรงพยาบาล

หลังจากนั้นก็ทำจดหมายไปทางผู้พัฒนาโครงการให้มาตรวจสอบ แต่ตอบกลับได้รับคำตอบเพียงแค่ว่า การก่อสร้างได้มาตรฐานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานมายืนยันแจกแจงรายละเอียดชัดเจน แต่ก็มีนิติบุคคล ทำจดหมายไปหาบริษัทแม่ ให้ชี้แจงรายละเอียดมามากขึ้นกว่านี้ แต่นิติก็มีข้อบกพร่องด้านการสื่อสารกับเจ้าของร่วม ไม่สามารถอธิบายได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังบริหารจัดการยังไง และยังไม่มีความเห็นอกเห็นใจ จึงแนะนำให้ติดเครื่องกรองน้ำที่ปลายทางเองตามที่เห็นในแชท

ซึ่งตนได้วิเคราะห์สาเหตุต่าง ๆ ของการเกิดปรสิตในน้ำประปา ก็ยังไม่อยากฟันธงว่าสาเหตุมาจากการก่อสร้าง หรือต้นทางการประปา จากรายงานการล้างถัง ก็พบว่ามีการล้างตามมาตรฐานคือปีละครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็พบว่าท่อในถังเก็บน้ำชั้นใต้ดินบางจุดมีสนิมขึ้น เกิดเป็นข้อสงสัยว่าสนิมไปทำปฏิกิริยากับคอลลีน ทำให้ปริมาณคอลลีนลดลงจนไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้หรือเปล่า แต่เจ้าของโครงการก็ได้ยืนยันว่าสนิมที่เจอตอนปี 2564-2565 ได้รับการซ่อมแซมแล้ว

ตนก็พยามมองในมุมมองเจ้าของร่วมที่อยากหาตัวคนผิด ซึ่งก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาช่วยให้มันกระจ่างได้ตอนนี้ ตนคิดว่าเรื่องนี้ควรได้รับการเข้ามาเอาใจใส่อย่างเร่งด่วนจากผู้พัฒนาโครงการ อยากให้เขาสืบค้นข้อมูลมากขึ้นกว่านี้ว่าหลังจากซ่อมแซมถังเก็บน้ำแล้ว มีการซ่อมที่ได้มาตรฐานไหม ซ่อมแล้วชำรุดอีกมั้ย และเอาผลตรวจสอบมายืนยันกับเจ้าของร่วมได้มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้การอยู่อาศัยร่วมกัน ไม่อยากให้ตัวลูกบ้านทะเลาะกันเอง อยากให้ทุกคนเอาข้อเท็จจริงมาคุยกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่งั้นจะเป็นการพูดกันไปมาโดยไม่มีข้อมูลมาอ้างอิง มีแต่จะเกิดความแตกแยกลูกบ้านด้วยกันเอง ทั้ง ๆ ที่เราเองก็อยู่ข้างเดียวกันในการหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว

'อดีตทูตนริศโรจน์' หวั่น!! รัฐลำดับความสำคัญแบบกลับหัวกลับหาง ชี้!! มนุษย์โยกย้ายที่อยู่ได้ แต่สัตว์และป่าสงวนโยกย้ายที่อยู่ไม่ได้

(9 ก.ค.67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ว่า…

เมื่อสักครู่ฟังข่าววิทยุ ภาครัฐก็พยายามพูดแต่เรื่องให้คำนึงถึงพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน 

ผมนี้ร้องเฮ้ยเลย เพราะนี่เท่ากับเรียงลำดับความสำคัญแบบกลับหัวกลับหางหมดเลย  

ในภาษาอังกฤษมีคำว่า Relocate คือการโยกย้ายหาพื้นที่ใหม่ ซึ่งมนุษย์สามารถทำได้ 

แต่กับป่าสงวนมัน Relocate ไม่ได้  !!

ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ป่าสงวนมาก่อนเป็นสำคัญครับ 

ส่วนพื้นที่ทำมาหากินของมนุษย์เป็นหน้าที่ของภาครัฐต้องไปจัดสรรหาให้เขาใหม่ และต้องไม่ใช้พื้นที่ป่าสงวนเด็ดขาด !

#saveป่าทับลาน

“ อธิบดี พพ. พร้อมคณะ ปลื้ม ERDI-เจริญชัย ” นวัตกรรมคนไทย NiA หม้อแปลง Low Carbon ประหยัดค่าไฟฟ้า 5-10%

พร้อม Platform บริหารจัดการพลังงานสะอาด Solar , Energy Storage, EV พร้อมแก้ปัญหา Net Zero, Near Zero, Demand Response และ Peak Demand อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พร้อมคณะเยี่ยมชมโครงการหม้อแปลง Low Carbon ประหยัดค่าไฟฟ้า นวัตกรรมหม้อแปลง Low Carbon และระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทน Solar กับ Energy Storage ด้วยโปรแกรม Energy Management System ของคนไทย

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พร้อมคณะเยี่ยมชมโครงการ “หม้อแปลง Low Carbon ประหยัดค่าไฟฟ้า”พร้อม Platform บริหารจัดการพลังงานสะอาด Solar , Energy Storage , EV สู่ Net Zero”โดยมี รศ.ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับโดยมี นายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด นำเสนอโครงการหม้อแปลงนวัตกรรม Low Carbon ประหยัดค่าไฟฟ้าและ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี บรรยายเรื่อง การบริหารจัดการพลังงานสะอาดหม้อแปลง Low Carbon + Solar + Energy Storage + EV พร้อมแก้ปัญหา Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Respon จากนั้นนำคณะเยี่ยมชมระบบบริหารจัดการพลังงานสะอาด หม้อแปลง Low carbon ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด กล่าวว่า นวัตกรรมหม้อแปลง Low Carbon และระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทน Solar กับ Energy Storage ด้วยโปรแกรม Energy Management System ของคนไทยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA ภายใต้โครงการ “Low Carbon Transformer ระบบจัดการ หม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาด อย่างมั่นคง” (Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Response)

รศ.ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการ”หม้อแปลง Low Carbon ประหยัดค่าไฟฟ้า พร้อม Platform บริหารจัดการพลังงานสะอาด Sola, Energy Storage, EV สู่ Net Zero” คอนเซ็ปต์การปล่อยคาร์บอนฟุต พริ้นท์( Carbon Footprint) เป็นคาร์บอนนิวตรอน โดยที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาร่วมด้วยซึ่งโครงการหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการพลังงานของเรา คาดหวังว่าทุกท่านที่เสียสละเวลามาเยี่ยมชมงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และความร่วมมือระหว่างสถาบันฯกับเอกชน จะได้ประโยชน์กลับไปและสามารถช่วยกันพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดประเทศไทย เป็นไปอย่างประสบความสำเร็จตามที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้าจำกัด ได้ร่วมวิจัยและได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ให้ดำเนินงานวิจัยหม้อแปลง Low Carbon และระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทน Solar กับ Energy Storage ด้วยโปรแกรม Energy Management System ภายใต้โครงการ “Low Carbon Transformer ระบบจัดการหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานสะอาดอย่างมั่นคง Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Response”

ซึ่งจากการดำเนินงานพบว่าหม้อแปลงที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ที่กล่าวในข้างต้นตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ในภาคอุตสาหกรรม Smart Factory, Smart Building ในด้าน Net Zero & Near Zero, Peak Demand และ Demand Response และการประหยัดพลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงาน ประหยัดค่าไฟฟ้า ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ และอนุรักษ์พลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 22.16 % มีระยะเวลาคืนทุนภายในเวลา 2-5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงานเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม ประชาชนและ ผู้ประกอบการ ด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า ขอขอบพระคุณในความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ทำนวัตกรรมพลังงานสะอาดของหม้อแปลง Low Carbon จะช่วยประหยัดพลังงาน อนุรักษ์พลังงาน ลดค่าไฟ ลดคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก สร้างระบบไฟฟ้ามั่นคงปลอดภัย และทัศนียภาพสวยงาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top