Friday, 24 July 2026
NEWS

‘เจ๊ไฝ’ ประกาศแขวนตะหลิวทอด ‘ไข่เจียวปู’ ส่งต่อกิจการให้ลูกสาวช่วงปีหน้า พร้อมสอนสูตร

(28 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า TikTok ช่อง ‘คมชัดลึก’ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ ‘เจ๊ไฝ’ เจ้าของร้านมิชลินสตาร์สตรีทฟู้ดชื่อดัง เจ้าของร้าน ‘เจ๊ไฝ’ ได้ประกาศเตรียมแขวนตะหลิวในปีหน้า

โดยทางเจ๊ไฝ เปิดเผยว่า เจ๊คิดแล้วว่าจะไม่ทำต่อ เพราะมันลำบากมาก ของที่เตรียมตรวจสอบจะไปไว้ใจให้คนอื่นทำแทนไม่ได้เลย ทำให้ทุก ๆ เจ็ดโมงเช้าตนจะต้องลงมาตรวจสอบวัตถุดิบด้วยตนเอง หากไม่ถูกใจจะส่งกลับทันที

ประกอบกับราคาข้าวของแพงมากขึ้น และมีผู้ซื้อหลายราย ทำให้กว่าจะได้วัตถุดิบมาแต่ละอย่างค่อนข้างยากลำบาก ทำให้เหนื่อย 

ต่อไปทางเจ๊ไฝถ้ามีใครอยากได้สูตรอาหารของร้าน ยินดีอย่างยิ่งที่จะสอนให้ ตอนนี้เริ่มถอยออกจากร้านโดยหยุด 3 วันต่อสัปดาห์ คือ วันอาทิตย์ถึงวันพุธ คาดว่าปีหน้าจะวางตะหลิวอย่างเต็มตัว และให้ทางลูกสาวมาดูแลกิจการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ร้านของเจ๊ไฝถูกตั้งคำถามหลายครั้งในเรื่องของราคาที่ค่อนข้างแพง 

‘ประเสริฐ’ ลุยปราบโจรออนไลน์ จับมือ ‘กระทรวงพาณิชย์’ กำจัด ‘บัญชีม้านิติบุคคล’ ปกป้องคนไทย ตัดวงจรอาชญากรรมไซเบอร์

วันที่ 28 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากมาตรการการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเน้นให้ความสำคัญกับมาตรการการตรวจสอบและปราบปรามบัญชีม้า ซึ่งเป็นช่องทางหลักการหลอกลวงรับเงินของมิจฉาชีพ กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการระงับบัญชีม้า ตัดเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีผลการดำเนินงานถึง 17 ตุลาคม 2567 ระงับบัญชีม้ารวมกว่า 1,100,000 บัญชี แบ่งเป็นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ปิด 559,843 บัญชี ธนาคาร 300,000 บัญชี และศูนย์ AOC 1441 ระงับ 324,192 บัญชี

นายประเสริฐ กล่าวว่า ผลการเร่งรัดปราบปรามปิดบัญชีม้า และจับกุมบัญชีม้าอย่างเข้มข้นดังกล่าว ทำให้มิจฉาชีพได้เปลี่ยนวิธีการการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยใช้วิธีจดทะเบียนนิติบุคคลและนำหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคลไปเปิดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้านิติบุคคล) และนำบัญชีม้านิติบุคคลนั้น มาใช้เป็นบัญชีรับเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนหลายคดี รวมถึงนำมาเป็นบัญชีรับเงิน-จ่ายเงินให้กับกลุ่มเว็บพนันออนไลน์อีกด้วย

“ข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2567 พบบัญชีม้าที่เป็นนิติบุคคล จำนวน 602 บัญชี มูลค่าความเสียหายที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงิน ประมาณ 680 ล้านบาท ดังนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกระทรวงดีอี จึงได้บูรณาการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เร่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ดังกล่าว โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาการกวดขันการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนบัญชีนิติบุคคลอย่างเข้มงวด โดยเสนอให้เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบกรรมการที่มีชื่อในนิติบุคคลว่าเป็นรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่ และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการจับกุมบัญชีม้านิติบุคคลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาสำหรับประชาชนให้เป็นรูปธรรมตามนโยบายรัฐบาลต่อไป” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ   

ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างการดำเนินการเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนธุรกิจของนิติบุคคลต่าง เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยจะมีการประชุมหารือร่วมกับ ปปง. ตร. และธนาคาร ในรายละเอียดและวิธีการเชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง (HR-03) รวมทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อมูลของกรรมการก่อนรับจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล

“ในภาพรวม กระทรวง ดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ บัญชีม้าและซิมม้า และเร่งการอายัดบัญชีธนาคาร ตัดเส้นทางการเงิน การปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงผิดกฎหมาย และเว็บพนันออนไลน์ รวมทั้งการการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้แก่ประชาชน เชื่อส่งผลลดความเสียหายในเดือนกันยายนจากคดีออนไลน์ เหลือมูลค่า 1,974 ล้านบาท ถึงแม้จะยังสูงอยู่ แต่ก็ลดลง กว่า 1,500 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกปีนี้ (มค - มิย 67) ที่ความเสียหายเฉลี่ย 3,514 ล้านบาทต่อเดือน ”รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว 

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ โดยได้เร่งรัดการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เป็นรูปธรรมตามนโยบายรัฐบาล และขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน เพื่อเป็นการตัดช่องทางการหลอกลวงของมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อีกทางหนึ่ง และหากพี่น้องประชาชนถูกคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ สามารถแจ้งดำเนินการ ระงับอายัดบัญชีสายด่วน AOC 1441 และแจ้งเบาะแส ข่าวปลอมและอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือที่ Line ID: @antifakenewscenter และ เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

ข่าวดี!! ก.แรงงาน จับมือ คาเธ่ย์ แปซิฟิค “ปลัดบุญสงค์”นำทัพ MOL Matching คัดแอร์-สจ๊วต กว่า 1,000 อัตรา 27-29 ต.ค.นี้ ที่ รร.แมริออท สุวรรณภูมิ

วันที่ 27 ตุลาคม 2567 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะพูดคุยให้กำลังใจกับผู้ที่มาเข้ารับการสอบสัมภาษณ์คัดเลือกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เพื่อเข้าทำงานกับบริษัทคาเธ่ย์ แปซิฟิค ซึ่งเป็นสายการบินของฮ่องกง ที่มีความต้องการพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินกว่า 1,000 อัตรา

โดย คุณ Patrick Chan (แพททริค ชัน) , Talent acquisition manager-service  delivery (inflight) (ผู้จัดการแผนกบุคคลฝ่ายสรรหาบุคลากร การบริการบนเครื่อง) มอบหมายให้คุณ Elaine Yip (อีเลน ยิป), Talent acquisition Lead -Hong Kong  (หัวหน้าแผนกบุคคลฝ่ายสรรหาบุคลากร การบริการบนเครื่อง) เป็นผู้ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพ สุวรรณภูมิแอร์พอร์ต 

นายบุญสงค์ กล่าวว่า ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้แรงงานไทยได้ไปทำงานในประเทศที่มีศักยภาพ สอดคล้องกับนโยบาย "หลักประกันสังคมเด่น เน้นทักษะทันสมัย คนไทยมีงานทำ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เศรษฐกิจ แรงงานไทยมั่นคง" โดยเฉพาะตลาดแรงงานในต่างประเทศ ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในต่างประเทศ จำนวน 142,924 คน ประเทศที่มีแรงงานไทยทำงานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น อิสราเอล และมาเลเซีย ตามลำดับ ในส่วนของฮ่องกงมีแรงงานไทยทำงานอยู่ จำนวน 1,947 คน และปัจจุบันพบว่า ฮ่องกงยังขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือและกึ่งฝีมือเป็นจำนวนมาก รวมถึงตำแหน่งในภาคธุรกิจการบิน โดยเฉพาะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่พบว่ายังมีความต้องการสูง 

นายบุญสงค์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ผมพร้อมด้วยท่านอธิบดีกรมการจัดหางาน และท่านทูตแรงงานเมืองฮ่องกง และผู้บริหารบริษัทคาเธ่ย์ แปซิฟิค จึงได้มาเยี่ยมการสัมภาษณ์งานและพบปะพูดคุยเพื่อให้กำลังใจน้องๆ ที่มาสอบ ซึ่งผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์และผ่านการตรวจร่างกายตามเงื่อนไขที่ทางบริษัทกำหนดนั้น จะได้รับการจ้างงาน และเดินทางไปทำงานที่ฮ่องกง โดยจะได้รับค่าจ้าง 9,100 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 40,248 บาท (1 HKD = 4.4229 บาท) มีระยะเวลาสัญญาจ้าง 3 ปี  ชั่วโมงการทำงาน 70 ชั่วโมง ค่าล่วงเวลา จำนวน 180 เหรียญฮ่องกงต่อชั่วโมง หรือประมาณ 796 บาทต่อชั่วโมง วันลาหยุดประจำปี จำนวน 21 วัน สิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล ค่าที่พัก ปีที่ 1 - ปีที่ 2 จำนวน 7,000 เหรียญฮ่องกงต่อเดือน หรือประมาณ 30,960 บาทต่อเดือน และปีที่ 3 จำนวน 5,800 เหรียญฮ่องกงต่อเดือน หรือประมาณ 25,653 บาทต่อเดือน

“โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กับ บริษัทคาเธ่ย์ แปซิฟิค ดำเนินการรับสมัครและจัดส่งคนหางานไปทำงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (Flight Attendant) ซึ่งในปี 2567 ได้ดำเนินการ 3 ครั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,213 อัตรา ครั้งแรกเดือนมกราคม รับสมัคร 413 อัตรา ผ่านการคัดเลือก 412 คน ขณะนี้ได้เดินทางไปทำงานเรียบร้อยแล้ว ครั้งที่ 2 เดือนพฤษภาคม รับสมัคร 400 อัตรา ผ่านการคัดเลือก 389 คน เดินทางไปทำงานแล้ว 155 คน เตรียมเดินทางไปอีก 245 คน และในวันนี้เป็นครั้งที่ 3 รับสมัครเดือนกันยายน 400 อัตรา มีผู้มีสิทธิสอบ 894 คน ซึ่งกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง และกรมการจัดหางาน ได้ร่วมกันดำเนินการประกาศ และคัดเลือกบุคคลตามเงื่อนไข โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์วันละ 300 คน ในระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้” นายบุญสงค์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สนใจที่จะไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวการรับสมัครงานไปทำงานต่างประเทศได้ที่ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน www.doe.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

ทางหลวงชนบท พัฒนาถนนเชื่อม ‘พัทลุง-ทะเลสาบสงขลา’ หนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง-ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้

(28 ต.ค. 67) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาสู่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ ระบบนิเวศสามน้ำ ทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด หนึ่งเดียวของประเทศไทย และเป็นหนึ่งใน 117 แห่งทั่วโลก เป็นพื้นที่มี ศักยภาพ มีคุณค่า ซึ่งถูกประกาศให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

ทช. จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย พท.4007 แยก ทล.4047 – บ้านทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแถบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน

นายมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับรูปแบบการดำเนินโครงการก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร ไป – กลับ ผิวจราจรกว้างข้างละ 3.5 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1 – 2.5 เมตร พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ติดตั้งเครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัย มีการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 2 แห่ง และขยายสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเดิม จำนวน 3 แห่ง โดยมีจุดเริ่มต้นบริเวณ กม.ที่ 0+000 (หาดแสนสุขลำปำ) ถึง กม.ที่ 21+033 (ทะเลน้อย) ระยะทาง 21.033 กิโลเมตร ใช้งบประมาณรวม 249.100 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทช. พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการเติบโตของเศรษฐกิจจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ อีกทั้ง จะช่วยผลักดันยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเชิงทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการนี้จะสามารถรองรับปริมาณการจราจรการขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อมุ่งยกระดับเมืองชั้นรอง เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จสมบูรณ์ ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้เรียบร้อยแล้ว

กระจายทั่วโลก ผู้เสียหายมากกว่า 20 ราย จาก 17 ประเทศฟ้องเอาผิด The iCon

(28 ต.ค. 67) นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ ตัวแทนผู้รวบรวมผู้เสียหายของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด ในต่างประเทศ นำ น.ส.นิน (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหายชาวไทยจากฮ่องกง เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ “ดิไอคอน” กับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.

น.ส.นิน เปิดเผยว่า ตนเห็นโฆษณาผ่านโซเชียล จึงได้ทักและได้รับการชักชวนผ่านแม่ข่ายที่ชื่ออักษรย่อ จ. ให้ร่วมลงทุน นอกจากนี้ยังเห็นป้ายโฆษณาในประเทศไทยหลายป้ายตามทางด่วน เป็นโฆษณาของดิไอคอน ตนเห็นว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ มีแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และตนมีอาชีพเปิดร้านขายของชำ รับสินค้าจากประเทศไทยไปขายที่เกาลูน ฮ่องกง อยู่แล้ว จึงตัดสินใจเปิดบิลสินค้าคอลลาเจนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จำนวน 2 บิล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท อีกทั้งยังชักชวนเพื่อนชาวไทยอีก 3 คนในฮ่องกงมาร่วมลงบิลด้วย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

น.ส.นิน กล่าวว่า ตนต้องเป็นคนลงทุนเบิกสินค้าข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศไทยไปฮ่องกง แต่ไม่สามารถขายสินค้าดังกล่าวได้เลย เนื่องจากมีราคาที่สูงและไม่เป็นที่นิยมของคนฮ่องกง ขายได้แต่เพียงแค่คนไทยด้วยกันเองเท่านั้น และเมื่อบริษัทเกิดปัญหา ทำให้ตนไม่สามารถเบิกสินค้าจากคลังของบริษัทได้ อีกทั้งคดีความที่เกิดขึ้น จึงส่งผลให้สินค้าของบริษัทขาดความน่าเชื่อถือ ยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายและไม่สามารถคืนทุนได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพราะถือเป็นการฉ้อโกง ทำให้ตนและเพื่อนคนอื่นที่มาเปิดบิลได้รับความเสียหายรวมกว่า 2 ล้านบาท

ด้านนายอิทธิเดช กล่าวว่า ขณะนี้ตนรวบรวมผู้เสียหายจากต่างประเทศได้มากกว่า 20 ราย ทั้งจากประเทศจีน เมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมนี เอสโตเนีย สวีเดน ลักเซมเบิร์ก แคนาดา สหรัฐอเมริกา มาเก๊าและฮ่องกง

นายอิทธิเดช ระบุว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่ไปแต่งงานกับชาวต่างชาติ และพำนักอยู่ที่นั่น รวมทั้งยังได้ชักชวนญาติชาวต่างชาติให้มาร่วมเปิดบิลลงทุนกับดิไอคอน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ นอกจากตนได้พาผู้เสียหายจากฮ่องกงมาแจ้งความแล้ว ตนยังได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายชาวอังกฤษและคนไทยที่อยู่ในลักเซมเบิร์ก เอสโตเนีย กับอิตาลี ให้เข้าแจ้งความแทนด้วย

‘บางปะหัน’ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส จากพื้นที่หน่วงน้ำสู่การท่องเที่ยว

(28 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘คนปากน้ำคุยอะไรกัน’ ได้เผยแพร่โพสต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ณ อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเกิดจากการเป็นพื้นที่รับน้ำของพื้นที่ จนสามารถเป็นแหล่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ ความว่า

จุดเช็คอินใหม่!!
เที่ยวใกล้กรุง ทุ่งตาลเอน บางปะหัน พระนครศรีอยุธยา
พื้นที่ทุ่งรับน้ำเหนือ ให้ไหลมากรุงเทพฯ และปริมณฑลน้อยลง ชะลอน้ำไปได้มาก #พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ 
อยากให้มีคนไปเที่ยว ไปเช็คอิน ชมบรรยากาศ เล่นน้ำกันเยอะๆ ค่ะ 
ปล. ศึกษาเส้นทางก่อนไปเที่ยวกันด้วยนะ 

‘สมศักดิ์’ สั่ง ‘กรมสุขภาพจิต’ ระดมสหวิชาชีพ 5 ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต เหตุพลุยักษ์ระเบิดที่กาฬสินธ์ หลังรายงานเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บเกือบ 10 ราย

(28 ต.ค. 67) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า จากกรณีพลุยักษ์ระเบิดในงานฉลองบุญกฐิน ที่บ้านเก่าน้อย หมู่ 3 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา จากรายงานพบมีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บเกือบ 10 ราย นอกเหนือจากการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่แล้ว การฟื้นฟูสภาพจิตใจของญาติพี่น้องที่สูญเสียคนในครอบครัว ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุพลุยักษ์ระเบิดเป็นภารกิจที่กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญ

น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นห่วงและสั่งการ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต ( Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team : MCATT)จังหวัดกาฬสินธ์และอำเภอกมลาไสย โดยมีการแบ่งเป็น 5 ทีมไปดูแลปฐมพยาบาลทางจิตใจ ณ จุดบัญชาการ ณ วัดบ้านเก่าน้อยโนนรัง ต.ท่าใหม่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เยี่ยมบ้านผู้เสียชีวิต และเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้ารับบริการรวมทั้งสิ้น 65 คน ดูแลด้านร่างกาย 16 คน ดูแลด้านจิตใจ 33 คนและวางแผนด้านจิตใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทีม mcatt 3 หน่วยของกรมจิต (ศูนย์/รพจ/ส.เด็ก) เตรียมสแตนบายสนับสนุนหากมีการร้องขอจากจังหวัดต่อไป

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT คือทีมสหวิชาชีพที่ให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาลจิตเวช เภสัชกร นักจิตวิทยา นักสังคมสเงคราะห์ นักวิชาการสาธารณสุข ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ทีม MCATT ในส่วนของกรมสุขภาพจิต และทีมระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ซึ่งบุคลากรดังกล่าวจะเข้ามาเป็นองค์ประกอบของทีม ร่วมกันปฐมพยาบาลทางจิตใจ ให้การปรึกษา เสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ การปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม การบำบัดรักษาเพื่อให้เกิดความสมดุลทางด้านจิตใจ สามารถปรับตัวและกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติต่อไป

'ภูมิธรรม' รอง นรม. และ รมว.กห. ตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ 'มุ่งเน้นพัฒนากองทัพเรือ ให้มีความเจริญก้าวหน้าและทันสมัย' 

รอง นรม. และ รมว.กห. ตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ “มุ่งเน้นพัฒนากองทัพเรือให้มีความเจริญก้าวหน้าและทันสมัย ทั้งในเชิงศักยภาพ ขนาดกองทัพ ภารกิจ และเทคโนโลยีนวัตกรรมทางทหาร มีศักยภาพความพร้อมในการพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

พลตรี ธนาธิป สวางแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในโอกาสที่ นายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและรับทราบภารกิจของกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ รวมถึงนายทหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน

โดย รอง นรม./รมว.กห.ได้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก่อนขึ้นแท่นรับการเคารพและตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ หลังจากนั้นรอง นรม. และ รมว.กห. เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป ภารกิจ การจัด และบทบาทหน้าที่ของกองทัพเรือ 

โดย ผบ.ทร. ได้กล่าวรายงาน พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติภารกิจของ กองทัพเรือตามนโยบายของ กห. ทั้งในด้านความมั่นคง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การปรับปรุงโครงสร้างกองทัพ ให้มีขนาดกะทัดรัดทันสมัย การดูแลกำลังพลชั้นผู้น้อยทุกระดับ การเน้นย้ำให้หน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ ปฏิบัติต่อทหารกองประจำการ ด้วยความเสมอภาคและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน เพื่อเป็น กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ 

ในโอกาสนี้ รอง นรม. / รมว.กห. ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอบคุณกองทัพเรือ ที่ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งชี้แจงศักยภาพและความพร้อมของกองทัพเรือ ในการปฏิบัติภารกิจหลักของกองทัพ โดยเฉพาะการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของชาติ ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากประเทศไทย มีพื้นที่ทะเลที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ และเส้นทางการเดินเรือที่เชื่อมต่อการค้าระหว่างประเทศ การรักษาความปลอดภัยในน่านน้ำเหล่านี้ จึงไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในเวทีโลก ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติตามนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและ กห. 

โดยขอชื่นชม กองทัพเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทในการรักษาความมั่นคง พร้อมเน้นย้ำการพิจารณาการจัดหายุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็นและการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลกำลังพลชั้นผู้น้อย 

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึง “ภัยคุกคามใหม่” ซึ่งครอบคลุมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หน้าที่หลักของทหารในสถานการณ์ความมั่นคงรูปแบบใหม่คือการมีบทบาทในการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภัยธรรมชาติ (เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม แผ่นดินไหว) และภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ (เช่น การก่อการร้าย การฉ้อโกงผ่านคอลเซ็นเตอร์ และยาเสพติด) ซึ่งที่ผ่านมากองทัพ ได้ปฏิบัติภารกิจเหล่านี้อย่างแข็งขัน 

ทั้งนี้ รอง นรม. และ รมว.กห. ได้ชื่นชมการทำงานของหน่วยซีลและนาวิกโยธิน ซึ่งได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังในการการลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย หนองคาย นครพนม และสตูล ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เห็นถึงความเสียสละ ความมุ่งมั่น และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการช่วยเหลือประชาชน 

ภายหลังการประชุมฯคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฐานทัพเรือกรุงเทพและอู่ทหารเรือธนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จอดเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ ในการเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. 2567 นี้ โดย รอง นรม. / รมว.กห. ได้รับทราบความพร้อมกองทัพเรือในการเตรียมขบวนเรือพระราชพิธี การถวายความปลอดภัยทางน้ำ 

ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้เตรียมความพร้อมกรณีเกิดสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ โดยมีแผนรองรับในทุกด้าน ทั้งนี้ กำลังพลทุกนายของกองทัพเรือ พร้อมถวายความปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์สูงสุด และจะถวายงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตรา ทางชลมารค เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ 

เปิดปฏิบัติการ!! คุ้ยบ่อขยะ หาแหวนเพชร ระดมกำลัง 30 ชม. ลุยพื้นที่กว่า 70 ไร่

(27 ต.ค. 67) กลายเป็นเรื่องราวร้อนแรงบนโลกโซเชียล หลังมีผู้ใช้ TikTok @apitchayaningApitchaya Ning โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาว 17 วินาที และ 14 วินาที โดยเป็นคลิป อุทาหรณ์ถอดแหวนล้างมือ กับ 30 ชั่วโมงที่บ่อขยะเทศบาลนครพนม โดยในคลิปเป็นภาพเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน กำลังคุ้ยขยะเพื่อหาแหวนเพชรวงใหญ่ ที่เจ้าของแหวนทำหล่นไว้ ก่อนที่จะติดไปกับขยะ จนต้องจ้างเจ้าหน้าที่และชาวบ้านตามหา

โดยในคอมเมนต์ระบุค่าจ้าง 20,000 บาท ค่าแหวนเพชร 20 เท่าของค่าจ้าง ก่อนที่จะมีผู้มาเมนต์ว่า แหวนเพชรราคา 4 แสนบาท อีกคลิปความยาว 14 วินาที เป็นคลิปที่เจ้าของแหวนเพชร โชว์แหวนเพชรวงใหญ่หลายกะรัต ออร่าวิบวับ ที่หาเจอในบ่อขยะ

โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวมียอดเข้าชมเกือบ 2.6 ล้าน ครั้ง มีข้อความระบุว่า ‘อุทาหรณ์ถอดแหวนล้างมือ กับ 30 ชั่วโมงที่บ่อขยะ’

พร้อมภาพชาวบ้านกำลังคุ้ยหาแหวนเพชรวงใหญ่ ท่ามกลางกองขยะจำนวนมากในบ่อขยะเทศบาลนครพนม ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 70 ไร่

ภายหลังคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างพากันแสดงความคิดเห็น อาทิ สวยมาก สมกับที่หา30ชั่วโมง, บอกได้ไหมคะว่าเท่าไหร่ สงสัยจะแพงมากๆ, คอมเมนต์บอกว่า 20เท่าของค่าจ้าง, ความสุดยอดคือ หาเจอได้ยังไง, จริงค่ะสุดยอดมาก แต่ถ้าตรวจตามรถขยะที่มาทิ้งก็คงค้นเฉพาะบริเวณนั้น อีกอย่างเพชรแท้จะส่องแสงวิบๆวับๆเข้าตาค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีคอมเมนต์ ที่ถามว่า ‘อยากรู้วิธีหา ว่าจุดไหนคือจุดที่ควรหาครับ’ ก่อนที่จะมีคนเข้ามาตอบว่า ‘ต้องรู้ว่ารถขยะที่มาเก็บที่บ้านเราเค้านำขยะไปรวมไว้ที่ไหนก่อนค่ะ แต่ละเขตจะมีจุดรวมขยะ แล้วก็จะขนไปจุดกำจัด ที่บ่อขยะอีกที’

ก่อนที่จะมีผู้แสดงความเห็นว่า ‘อยากทราบว่าเราจะบอก คนที่จ้างไปหายังไงไม่ให้เอาแหวนที่หาเจอ’ หลังจากนั้นผู้ใช้ TikTok เจ้าของแหวน เข้ามาตอบระบุว่า ‘บอกว่าเป็นแหวนเลยค่ะ จะได้ละเอียดในการหา’

เยาวชนไทย ได้เหรียญทอง!! นักตะกร้อ ‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ สุดเจ๋ง!! คว้า!! ‘แชมป์ - รองแชมป์’ ที่เมืองจีน

(27 ต.ค. 67) รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตามที่ คณะนักกีฬาเซปักตะกร้อของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) รวม 14 คน ได้รับโอกาสในการเป็นตัวแทนทีมตะกร้อทีมชาติไทย เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันซปักตะกร้อ รายการ ‘The  2024 China Sepaktakraw Open of Lancang-Mekong Cooperation’ ที่นครหนานหนิง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 24-27 ต.ค.67 นั้น

ปรากฏว่า การแข่งขันรายการนี้ ทีมนักตะกร้อของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยประเภททีมชาย ทีมตะกร้อชายไทย คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้เหรียญทองมาครอง พร้อมกับรับเงินรางวัล 8,000 หยวน หรือประมาณ 40,000 บาท ขณะที่ ประเภททีมหญิง ทีมตะกร้อสาวไทย คว้ารางวัลรองชนะเลิศ ได้เหรียญเงินมาครอง พร้อมรับเงินรางวัล 6,000 หยวน หรือประมาณ 30,000 บาท

รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแขังขันกีฬาเซปักตะกร้อรายการดังกล่าว จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างศูนย์พัฒนากีฬาลูกบอลกว่างซี และกีฬากว่างซี ของประเทศจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการกีฬาและการพัฒนาสมรรถภาพของนักกีฬา อีกทั้งมุ่งส่งเสริมการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขงกับประชาชนของจีน

กิจกรรมที่สำคัญในการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อรายการดังกล่าว ประกอบด้วย การอบรมผู้ฝึกสอน, กิจกรรมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนากีฬาเซปักตะกร้อ และการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ

นอกจากนี้การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ และร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องดังกล่าว จะเป็นโอกาสอันดีในการสะท้อนบทบาทที่สร้างสรรค์ของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและสุขภาพ ตลอดจนจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายความร่วมมือด้านการกีฬาระหว่างสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจีนและประเทศลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย

‘เทศกาลดิวาลี 2567’ จัดเต็มแสง สี เสียง!! สไตล์บอลลีวูด ตลอดทั้งวัน ลิ้มรสอาหาร!! ‘ภัตตาคารอินเดีย’ สักการะ ‘พระพิฆเนศ-พระแม่ลักษมี’

(27 ต.ค. 67) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ อดีตผู้สมัครเขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ เชิญชวนเที่ยวงานเทศกาล ดิวาลี เทศกาลแห่งแสงสว่าง 2567  วันที่ 28 ตุลาคม 2567 ถึง 3 พฤศจิกายน 2567 ณ คลองโอ่งอ่าง พาหุรัด Little india ของไทย โดยคลองโอ่งอ่างได้รับการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม ตั้งแต่สมัย พล.อ ประยุทธ จันทรโอชา อดีตนายกรัฐมนตรี พี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ได้นำพื้นที่มาจัดกิจกรรม เทศกาลแห่งแสงสว่างซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวอินเดีย โดยมีการเฉลิมฉลองจุดไฟประดับบ้านเรือน พี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดียจึงจัดกิจกรรมดังกล่าวที่ประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และอินเดียมาท่องเที่ยว

ภายในงานดังกล่าวมีอาหาร การแสดง กิจกรรมต่างๆ รวมถึงร่วมกันสวมชุดอินเดียให้เข้ากับเทศกาล นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพร่วมสนุก เพื่อให้พาหุรัด-คลองโอ่งอ่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของไทย

‘ซุปเปอร์เล็ก - เทรนเนอร์ฟ้าใส’ เข้าอุปสมบทที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ อาจารย์สุดใจ ปุ่มประโคน หัวหน้าค่ายเกียรติหมู่ 9 ร่วมถ่ายรูปยินดี

(27 ต.ค. 67) ซุปเปอร์เล็ก และ เทรนเนอร์ฟ้าใส เข้าพิธีอุปสมบทที่บ้านเกิด อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ โดยมีอาจารย์สุดใจ ปุ่มประโคน หัวหน้าค่ายเกียรติหมู่9 ร่วมถ่ายรูปกับพระใหม่ 

ซุปเปอร์เล็ก ได้ฉายา ตึกฺขญาโณ 
แปลว่า ผู้มีญาณอันกล้า

เทรนเนอร์ฟ้าใส ได้ฉายา พลวฑฺฒโน
แปลว่า ผู้เจริญด้วยกำลัง

THE STATES TIMES ขอร่วมอนุโมทนาด้วย

‘คริสปี้ฟรอยด์’ สอนภาษา!! ให้ผู้จัดการโรงแรม 5 ดาว ต้องตอบลูกค้าอย่างไร ให้ดู ‘สุภาพ - เหมาะสม - เป็นมิตร’

(27 ต.ค. 67) ‘คริสปี้ฟรอยด์’ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและภาษาอีสาน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีดรามา ยาสีฟัน ที่เกิดขึ้นในโรงแรม 5 ดาว โดยมีใจความว่า ...

ดรามาโรงแรม 5 ดาว! 
เมื่อ Manager ตอบกลับรีวิวลูกค้าไม่ระวัง 

หลังจากมีสมาชิกในกลุ่มรีวิว โรงเเรม กลุ่มหนึ่ง
ได้มีการเเชร์ 
ประสบการณ์รีวิวโรงแรม 5 ดาวเเห่งหนึ่ง
ที่หัวหินว่า

ทางโรงเเรมไม่มี 
‘ยาสีฟัน’ ให้ในห้องพัก
(ซึ่งเข้าใจได้ว่า มีอยู่หลายโรงเเรม 
ที่มีการเตรียสชุดเเปรงสีฟัน 
ยาสีฟันเล็กๆไว้ให้ลูกค้า) 

แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ…  
การใช้คำพูดตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษของ Manager โรงแรม แห่งนี้
ที่บอค่อยเหมาะสมทอได๋ เเมะจ้า 
ไม่ว่าจะเป็น

•We do have toothpaste on sale 
in our shop.
เรามียาสีฟันจำหน่ายที่ร้านค้าของเรา
•If you read the room feature, we do not advertise giving free toothpaste.
หากท่านได้อ่านรายละเอียด
สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก
“เราไม่ได้ระบุว่ามียาสีฟันให้ฟรีนะ“

ด้วยพอเขียนเเบบนี้เเล้ว
คนอ่านอาจเข้าใจผิดได้ว่า...
เขากำลัง ...ตำหนิลูกค้าว่า...

•ลูกค้าลองไปอ่านข้อมูลสิ 
เราก็ไม่ได้เขียนโฆษณาไว้นะ
ว่ามียาสีฟันฟรี ในห้องพักอ่ะ

คือฉันอ่านเอง... ฉันยังสะดุ้งน่ะสู
เเต่ฉันเตรียมวิธีตอบให้สุภาพขึ้น
มาให้ล่ะจ้า

"We sincerely apologise 
for any inconvenience regarding the toothpaste. 
"เราขออภัยอย่างสูง
สำหรับการที่ไม่มียาสีฟันให้บริการ"
While it's not included 
in our standard room amenities, 
we do have toothpaste available 
for purchase in our hotel shop. 
เนื่องจากยาสีฟันไม่ได้รวมอยู่ในสิ่งอำนวยความสะดวกฟรีภายในห้องพัก 
ทางเรามีจำหน่ายที่ร้านค้าของโรงเเรมค่ะ

ยังบอพอเดะจ้า....
Manager ท่านนี้
ยังได้ตอบกลับ อีกว่า...

"Now let me explain
or educate you a little bit about green hotel."
"ขอชี้แจง" หรือ "ให้ความรู้" 
เกี่ยวกับโครงการโรงแรมสีเขียวสักเล็กน้อย

ซึ่งฉันต้องพูดตรงๆ ว่า..
- คำว่า "ขอชี้แจง" (to explain) 
จะฟังดูสุภาพและเหมาะสม

เเต่ การใช้คำว่า...
“Let me educate you a little bit”
ให้ฉันให้ความรู้คุณสักหน่อยนะ....
อาจทำให้ผู้ฟัง...
รู้สึกเหมือนกำลังถูกสอน 
หรือมองว่าลูกค้าไม่มีความรู้ 
ซึ่งไม่สุภาพและไม่เหมาะสม
สำหรับการสื่อสารกับลูกค้า 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานบริการ
เเต่ฉันเตรียมประโยคสุภาพมาให้คือเก่าจ้า...

-Allow me to share a bit more about …. 
"เรายินดีที่จะแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ“...
-Please allow me to share 
a bit of background on our ….
ขออนุญาตเล่าความเป็นมาเกี่ยวกับ...... 
ของเรา
เเล้วตามด้วยเหตุผลว่าทำไม..
ทางโรงเเรมถึงไม่มีบริการ
ชุดเเปรงสีฟัน ยาสีฟันให้ฟรี

จะฟังดูสุภาพ เหมาะสม และเป็นมิตร 
เหมาะกับการสื่อสารในงานบริการ
โดยไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า
กำลังถูกสอน หรือ ถูกมองว่าไม่มีความรู้
เดะจ้า 

เเต่... ฉันขออนุญาตเเชร์ให้ฟังก่อนว่า..... 
Green hotel ที่เขากล่าวถึง คือ...
 โครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 
เขากำลังส่งเสริม
•ให้เกิดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน
อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
•มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี
•มีการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ดี

ฉันเลย อยากเอาเรื่องราวเหล่านี้
มาเเชร์ให้ฟังว่า...

การสื่อสาร การใช้คำพูดในงานบริการ
ควรจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะ
- ทุกการตอบกลับเป็นภาพลักษณ์ขององค์กร
ดังนั้นการเลือกใช้คำพูด
•ที่สุภาพ เหมาะสม
•เเสดงความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจ 
เเละพร้อมรับฟังปัญหา

สำคัญมากเดะจ้า 
เอาส่ำนี้ละเนอะจ้า

หนุ่มใจสู้!! สมัครทหารพราน ‘ชุดสมัคร – ชุดสอบ’ เป็นชุดเดียวกัน วิ่งเข้าอันดับ 1 ทั้งที่ไม่มีรองเท้าวิ่ง เผย!! บ้านจน อยากหาเงินเลี้ยงดูแม่

(27 ต.ค. 67) สมาชิก TikTok @reforearmyback ซึ่งเป็นครูฝึกทหารพราน ได้โพสต์คลิปของหนุ่มคนหนึ่ง มีความตั้งใจจะมาเป็นทหารพราน เพื่อหาเงินดูแลแม่ ที่อึ้งคือในวันทดสอบร่างกาย เจ้าตัวใส่ชุดเดิม ซึ่งเป็นชุดเดียวกับวันที่มาสมัคร โดยระบุข้อความว่า

น้องคนนี้ใส่เสื้อตัวเดิมกางเกงตัวเดิม ตอนมาสมัคร วิ่งเข้าที่ 1 และเวลาดีที่สุดเพื่อจะสอบเป็นทหารพราน มีเงินเลี้ยงแม่ ขอให้ความฝันน้องสำเร็จ ขอชื่นชมคนนี้ ครับ 

จากนั้นก็ได้โพสต์ภาพเปรียบเทียบให้ดูวันที่มาสมัครวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งเจ้าตัวชื่อว่า นายจตุพร สาพิราช อยู่บ้านเลขที่ 129 หมู่ 16 ต.บัวตม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ชุดในวันนั้นคือเสื้อกีฬา และกางเกงขายาวลายพราง ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่มาทดสอบร่างกายในวันที่ 25 ก.ย. และยังไม่เหมาะกับการใส่ทดสอบร่างกาย เพราะทำให้วิ่งไม่ถนัดแน่น้องคนนี้กลับวิ่งทดสอบร่างกายในระยะทาง 2 กม. และเข้ามาเป็นที่ 1 ด้วย

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และอยากสมทบทุนในการช่วยเหลือ รวมทั้งยังอยากซื้อรองเท้าให้ เพราะรองเท้าที่ใส่วิ่งทดสอบร่างกายนั้นไม่ใช่รองเท้าวิ่ง ขณะเดียวกันทราบว่า ทางบ้านมีฐานะยากจน ที่มาสมัครทหารพราน เพราะอยากหาเงินไปเลี้ยงดูแม่

นอกจากนี้ยังมีคนเข้ามาคอมเมนต์บอกว่า 

“ผมเคยเจอพี่เขาครับ มาสอบที่กรมทหารพราน14 พี่เขามีความพยายามมากครับ เห็นบอกมานอนศาลารอรถเมล์แถวกรมมา 2 วัน สู้ๆ ครับเป็นกำลังใจให้ ขอให้พี่ได้เป็นทหารพรานตามที่หวังนะครับ”

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้ากฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม

(27 ต.ค. 67) พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นผู้ควบคุม เรือเอกไชยเหินหาว พร้อมด้วยกำลังฝีพายเรือพระราชพิธี หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เข้าร่วมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้ากฐิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร
การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ จัดขบวนเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือ ในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น 2,200 นาย  โดย หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นหน่วยรับเรือพระราชพิธี จำนวน 5 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว เรือเอกไชยหลาวทอง เรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น เรือดั้ง 22 และมีกำลังพลที่เป็นฝีพายเรือราชพิธี รวมทั้งสิ้น 221 นาย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top