Monday, 20 July 2026
NEWS

'มนุษย์ควัน' แนะออกกฎเข้มคุมบุหรี่ไฟฟ้า ถามกลับใครรับผิดชอบทุนจีนแอบตั้งโรงงานผลิตในไทย

(3 ธ.ค. 67) นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเพจ "มนุษย์ควัน" แสดงความคิดเห็นในเพจดังกล่าว แนะรัฐบาลหาแนวทางควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าโดยเผยว่ารัฐเคนทักกี้เตรียมออกกฎเข้ม “ลงดาบ” ร้านที่ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยจะเสนอร่างกฎหมายในปี 2025 ที่มุ่งควบคุมผู้ขายบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยกำหนดให้ผู้ขายต้องมีใบอนุญาต พร้อมให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานประกอบการได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น รวมถึงยึดหลักฐานการกระทำผิด กฎหมายนี้ยังเพิ่มบทลงโทษ เช่น หากร้านใดถูกเพิกถอนใบอนุญาต จะไม่สามารถขอใหม่ได้ในระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรเงินค่าปรับไปใช้ในโครงการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายชัดเจนในการป้องกันการขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้เยาว์ และแก้ไขช่องโหว่ในกฎหมายเดิม

ในการประชุมสภานิติบัญญัติเมื่อต้นปี 2024 สมาชิกสภาฯ ได้ผ่านร่างกฎหมาย House Bill 11 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าให้กับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยจํากัดการขายเฉพาะ "ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต" จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ซึ่งจนถึงปัจจุบัน FDA อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ารสชาติยาสูบและเมนทอล 34 รายการ สามารถจำหน่ายได้ในสหรัฐอเมริกา ในโพสต์ดังกล่าว นายสาริษฏ์ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบุกทลายโรงงานบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีเจ้าของเป็นกลุ่มทุนจีน โดยระบุว่า “เห็นข่าวการบุกทลายโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าที่นั่งทำกันสดๆ ในทาวเฮ้าส์ย่านบางขุนเทียน ทำกันขนาดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่ารัฐบาลจะจัดการกับปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าด้วยการห้ามแบบเดิมยังไง ตัดภาพไปที่อเมริกา ที่เน้นออกกฎหมายควบคุมและปรับกฎหมายให้เหมาะสม แบบที่รัฐเคนทักกี้เตรียมทำก็คือเพิ่มโทษให้กับผู้ขายที่ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเยาวชน”
ทั้งนี้ ประเด็นการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายกำลังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอยู่ในขณะนี้ จากกรณีที่เครือข่ายแพทย์ฯ ออกมาแถลงจุดยืนให้มีการห้ามบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งในขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายในไทย เพื่อออกกฎหมายที่เหมาะสม มีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

ซึ่งนายสาริษฏ์ยังได้โพสต์อีกหนึ่งข้อความ ตอบโต้เรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า “เฮือกสุดท้ายของการไม่ยอมรับความจริง!! จะหมดปี 2024 แล้วยังไล่แบนบุหรี่ไฟฟ้า!! ยอมรับความจริงกันได้แล้วว่าแบนมันไม่เวิร์ค มีใช้กันทุกหัวมุมถนนเอาอะไรมาแบนต่อ นโยบายตัวเองผิดพลาดแต่โทษคนนั้นคนนี้ โทษกมธ. ไม่โปร่งใส” พร้อมบอกว่า “ห้ามบุหรี่ไฟฟ้าในไทยมาเป็น 10 ปีแล้วได้อะไร นอกจากลดทอนสิทธิผู้บริโภค เปิดช่องให้ตลาดมืด ออกข่าวเยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าไปวันๆ ที่ขอ (ให้ควบคุม) ไม่ใช่การเปิดเสรีแบบสินค้าอื่นๆ สิ่งที่อยากได้คือกฎหมายที่มาควบคุมซื้อ ขาย ใช้งาน เอาให้มันเป็นระเบียบ สังคมจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนกับควันดราก้อนบอลจากบุหรี่ไฟฟ้าอีก”

ที่มา GOP lawmaker calls for adding ‘teeth’ to Kentucky's new curbs on underage vaping • Kentucky Lantern https://www.facebook.com/share/p/H5QpatpUCgy9WBCB/

สถาบันพระปกเกล้า เปิดอบรม หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข(สสสส.)รุ่นที่ 15 มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งทุกระดับ

เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.67) สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล จัดพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.)รุ่นที่ 15 โดยได้รับเกียรติจาก นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรม 

นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้า เปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนกันได้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยการให้เกียรติและเคารพความหลากหลายของความคิด ความเชื่อ โดยเน้นให้ผู้เข้ารับการศึกษาจะนำความรู้ด้วยการลงไปดูปัญหาจริง จากพื้นที่จริง เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในระดับต่างๆ ได้อย่างแท้จริง

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่างว่า หลักสูตร เสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.)รุ่นที่ 15 จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพความขัดแย้ง สาเหตุ และวิธีแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งจากการจัดการฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งในสังคม พหุลักษณ์ ให้ผู้เข้าอบรมมีทักษะเบื้องต้นในการสร้างสันติสุขในสังคม ในมิติของการป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น การจัดการและแก้ไขความขัดแย้ง การแปรเปลี่ยนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้กลายเป็นความรุนแรง การเยียวยาสร้างความสมานฉันท์ให้กลับคืนสู่สังคมภายหลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง 

มีเจตคติที่ยอมรับและเห็นคุณค่าของความแตกต่างหลากหลายในสังคม รวมทั้งยึดมั่นสันติวิธีทั้งในสำนึกและพฤติกรรม โดยเน้นการสร้างสันติวัฒนธรรม เพื่อทำให้สังคมไทยพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ก้าวหน้าสู่สันติวิธีได้ดียิ่งขึ้น 

อีกทั้งให้ผู้เข้าอบรมนำความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนกับบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งในชั้นเรียนและในพื้นที่มาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติสุขในสังคมอย่างเป็นระบบ พร้อมนำเสนอต่อสังคมและผู้เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาต่อไป และให้ผู้เข้าอบรมเกิดความเข้าใจอันดีระหว่างผู้เข้าอบรมที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกัน อันจะเป็นการสานต่อพลังในการเสริมสร้างสังคมสันติสุขในรูปของเครือข่ายผู้เข้ารับการศึกษาอบรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล กล่าวแนะนำกรรมการบริหารหลักสูตรฯ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ประจำหลักสูตร และร่วมกันพูดคุยเนื้อหาเกี่ยวกับหลักสูตรพร้อมรับฟังการแนะนำการใช้งาน Application KPI-KIT โดย เจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ แนะนำการใช้ห้องสมุด โดยพนักงานบรรณารักษ์และสารสนเทศ

สำหรับหลักสูตรดังกล่าว มีผู้เข้ารับการศึกษาอบรม ประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือน รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน ผู้นำศาสนา และสื่อมวลชน จำนวนทั้งสิ้น 90 คน โดยมีระยะเวลาการศึกษาอบรมตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2567 ถึง เดือนธันวาคม 2568

“นวัตกรรมโดรนโจมตีทิ้งระเบิด” หน่วยเฉพาะกิจราชมนู รางวัลชนะเลิศ เทคโนโลยีเพื่อการป้องกันชายแดน ระดับกองทัพบก

(3 ธ.ค. 67) หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร มีภารกิจหลัก ในการป้องกันชายแดน โดยการสกัดกั้น ยับยั้ง โต้ตอบ และผลักดันการละเมิดอธิปไตยของกองกำลังต่างชาติ ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งได้รับมอบจาก ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก โดย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการรบได้มีการพัฒนาและ นำอากาศยานไร้คนขับมาใช้ในการปฏิบัติการมากขึ้น ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิค และวิธีการรบ ในรูปแบบใหม่ 

การโจมตีด้วยโดรนถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ และก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นจำนวนมาก ซึ่งฝ่ายเรา จะต้องมีการเรียนรู้ และพัฒนาขีดความสามารถในการใช้งาน ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้ริเริ่มประดิษฐ์นวัตกรรม โดยการนำโดรนทางการเกษตร มาดัดแปลงเป็นโดรนโจมตีทิ้งระเบิด เพื่อใช้ในการ ปฏิบัติทางยุทธวิธี เข้าโจมตีทำลายข้าศึก

1. คุณลักษณะทั่วไป
   1.1 เป็นโดรน 4 ใบพัด ขนาด 36 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์บัสเลส ตัวลำเป็นไฟเบอร์คาร์บอน มีความแข็งแรงทนทานและน้ำหนักเบา - ควบคุมด้วย ไฟลท์คอนโทรล Pixhawk V6X พร้อม GPS ระบุตำแหน่งที่แม่นยำ 
   1.2 ติดตั้งกล้องตรวจการณ์แบบ FULL HD พร้อมไฟ LED 
   1.3 ใช้แบตเตอรี่ขนาด 30,000 มิลลิแอมป์ จำนวน 2 ก้อน 
   1.4 ด้านล่างติดตั้งเซอโว จำนวน 4 ตัว ควบคุมแยกกันอย่างอิสระ เพื่อใช้ในการทิ้งระเบิด 
   1.5 ติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมสัญญาณ เทเลมิสทรี เรดิโอ เชื่อมต่อสัญญาณกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ควบคุมการบิน ในระยะปฏิบัติการ 5 กิโลเมตร และบรรทุกน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัม 
2. การควบคุม สามารถทำได้ 2 ระบบ ได้แก่ 
   2.1 การควบคุมด้วยรีโมทคอลโทรล ร่วมกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เพื่อควบคุมการบินผ่านหน้าจอและดูภาพจากกล้อง ปรับโหมดการบินได้ 3 โหมด คือ โหมดควบคุมด้วยตัวเอง, โหมดการบินด้วย GPS และ โหมดการบินแบบอัตโนมัติ มีระบบการบินกลับอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด หรือสัญญาณรีโมทขาดหาย โดยเฉพาะกรณีถูกเครื่องมือตัดสัญญาณจากฝ่ายตรงข้าม โดรนจะบินกลับเองแบบอัตโนมัติ 
   2.2 การควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม Mission Planner โดยการติดตั้งอุปกรณ์ รับ-ส่ง ข้อมูล เทเลมิสทรี เรดิโอ ความถี่ 433 MHz กำลังส่ง 500 mW เพื่อเชื่อมต่อโดรนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการกำหนดแผนการบินด้วยพิกัดทางทหาร (MGRS) และทำการทิ้งระเบิดได้อย่างแม่นยำ จากการทดสอบ ที่ระยะความสูง 1,000 เมตร มีความคลาดเคลื่อน ระยะ 5 เมตร ข้อดีของการควบคุมแบบนี้ จะสามารถป้องกันการโจมตีจากอุปกรณ์ต่อต้านโดรนได้ 
3. การประยุกต์ใช้ ติดตั้งระเบิดได้พร้อมกันสูงสุด 4 ลูก ทิ้งระเบิดแบบอิสระ โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่อง หรือระเบิดจริงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 60 มิลลิเมตร และ 81 มิลลิเมตร ใช้งานควบคู่กับโดรนตรวจการณ์ เพื่อตรวจสอบพิกัดเป้าหมาย นำมาระบุตำแหน่งทิ้งระเบิดแล้วเข้าปฏิบัติการทำลายเป้าหมายแบบอัตโนมัติ 

จากผลงานนวัตกรรมดังกล่าวของหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านยุทโธปกรณ์ ของกองทัพบก ประจำปีงบประมาณ 2567 ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว โดยมี ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร เป็นผู้รับมอบรางวัล เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป 

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนานวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อป้องกันชายแดน และรักษาอธิปไตยของชาติ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืนสืบไป 

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าว

กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยเหลือแจกสิ่งของยังชีพผู้ประสบอุทกภัยน้ำท้วม

(2 ธ.ค. 67) เวลา 16.30 นาฬิกา ณ เทศบาลจังหวัดปัตตานี พลเอก สวัสดิ์  ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา  พร้อมด้วยกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้เดินทางเพื่อร่วมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจในการปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดปัตตานีในห้วงวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่

ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้มอบชุดยังชีพให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยมีนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้ให้การต้อนรับและนำคณะกรรมาธิการลงพื้นที่แจกสิ่งของยังชีพในชุมชนเทศบาลนครปัตตานีที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวประมาณ  60 ครัวเรือนเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้ด้วยกัน

‘เจ้าของแบรนด์ดัง’ แจงดรามา นินทาลูกสาวคนอื่นโตมาแรดแน่ ๆ รับเป็นพฤติกรรมในอดีต พร้อมขู่ฟ้องคนบิดเบือน - คอมเมนต์เกินเลย

เจ้าของแบรนด์ดัง ได้ออกมาชี้แจงแล้ว หลังเพจดัง เปิดปม เคยทำคลิป ไปสะกิดลูกคนอื่น แล้วนินทาว่า โตมาแรดแน่ ๆ ชัดเจนทุกประเด็น

จากกรณีเพจดัง อีซ้อขยี้แหลก ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เปิดเรื่อง เจ้าของแบรนด์ดัง เคยทำคลิป ไปสะกิดลูกคนอื่น และไปนินทาลูกสาวเขาว่า โตมาแรดแน่ ๆ จนเป็นกระแสดรามาในโลกออนไลน์อยู่ในตอนนี้ ล่าสุดเจ้าตัว ได้ออกมาเคลื่อนไหว ผ่านเฟซบุ๊ก Atthakorn Kan Rattanarom เจ้าของ BEARHOUSE ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า 

ผมคือผู้ที่อยู่ในคลิป จึงอยากจะออกมาชี้แจงประเด็นครับ

- คลิปดังกล่าวโพสต์วันที่ 30 Nov 2017 (7 ปีที่แล้ว) ไม่ใช่เมื่อปีก่อน

- ในอดีตผมเป็น Youtuber และผมก็เล่นมุกเหี้ย ๆ แบบนั้นจริง ๆ ครับ ในสมัยนั้นไม่ได้มีการ Aware เรื่องการบูลลี่มากนัก แม้แต่ตัวผมเองก็ไม่ได้ Aware เช่นกัน ตอนนี้กลับไปดูคลิปตัวเองก็ไม่ได้ชอบตัวเองสมัยนั้นเหมือนกัน

- ตลอดการเดินทาง ได้มีทั้งผู้ติดตาม และผู้ใหญ่ให้คำแนะนำมากมาย ต้องขอบคุณทุก ๆ คนที่ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ

- ผมเรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกับสังคมที่ Aware เรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันผมก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นแล้วครับ หากใครติดตามกันเรื่อยมาก็จะรู้ว่า ผมในปัจจุบัน อายุ 32 แล้ว เติบโตขึ้นมากแล้วครับ ทั้งคำพูด ทั้งวุฒิภาวะ ไม่เหมือนเมื่อ 7 ปีที่แล้วครับ

- แล้วทำไมไม่ลบคลิป: เพราะมันคืออดีต ในช่วงเวลานั้น คำพูด และมุกที่ผมใช้ มันไม่เหมาะสมจริง ๆ อดีตเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันกับอนาคตให้ดีขึ้นได้ ผมอยากยืนยันแนวคิดเรื่องนั้นครับ

- ขอโทษทุกท่านที่ทำให้ไม่พอใจกับอดีตของผมนะครับ ผมน้อมรับผิดและได้แก้ไขการกระทำนั้นเรื่อย ๆ มานะครับ

สำหรับเพจหรือบุคคลที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง หมิ่นประมาท หรือคอมเมนต์เกินเลย ผมจะดำเนินการตามกฎหมายนะครับ

‘ซอ ลิน อู’ นักมวยดังศึก ONE ขับรถตกเขา บาดเจ็บหนัก ชวดขึ้นชกกับ ‘เสกสรร’ แน่นอนแล้ว

(2 ธ.ค. 67) ‘ซอ ลิน อู’ นักมวยคนดัง ONE ชาวเมียนมา ประสบอุบัติเหตุขับรถตกเขา บาดเจ็บหนัก ต้องยกเลิกไฟต์ ONE 170 ที่จะชกปีหน้า

ซอ ลิน อู นักมวยคนดัง ONE Championship Thailand ประสบอุบัติเหตุขับรถตกเขา ได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทำให้ไฟต์ระหว่าง ซอ ลิน อู กำปั้นชาวเมียนมา ที่จะเจอกับ เสกสรร อ.ขวัญเมือง ในวันที่ 24 มกราคม 2568 ศึก ONE 170 ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี กติกามวยไทย 142 ปอนด์ เป็นอันต้องยกเลิกไป  เพราะกำปั้นคนดังชาวเมียนมาบาดเจ็บค่อนข้างหนัก หายไม่ทัน

สำหรับ ซอ ลิน อู หรือฉายา "Man of Steel" ถูกยกให้เป็นกำปั้นจอมแกร่ง สุดอึด สวมหัวใจนักสู้อันสุดทรหด ประกอบกับสไตล์การชกอันดุดัน ลุยแหลก ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ซึ่งผลงานการชกในศึก ONE ลุมพินี ก่อนหน้านี้ ชนะรวด ส่งผลให้ฟอร์มไปเข้าตา จนคว้าสัญญานักกีฬา ONE เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567ที่ผ่านมา

ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 30 พ.ย.67 ซอ ลิน อู ได้ประสบอุบัติเหตุ ขับรถตกเข้า พร้อมโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Soe Lin Oo – Doe Yoe Yar กับภาพรถยนต์ที่พังเสียหาย สาเหตุจากเบรกไม่ทัน พร้อมกับภาพการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังจากได้รับบาดเจ็บหนัก

‘สอวน.’ ชวนส่งกำลังใจให้ตัวแทนประเทศไทย ร่วมแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิก ม.ต้น ที่โรมาเนีย

(2 ธ.ค. 67) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) ขอเชิญร่วมส่งกำลังใจให้กับคณะผู้แทนประเทศไทย เดินทางไปแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 21(21st International Junior Science Olympiad 2024) ณ เมืองบูคาเรสต์ สาธารณรัฐโรมาเนีย ระหว่างวันที่ 1 -13 ธันวาคม 2567 นี้

สำหรับคณะผู้แทน 21st IJSO 2567 ประกอบด้วย
1. นางสาวปาณิสรา โฆษิตสุรังคกุล โรงเรียนมัธยมปัญญารัตน์, 2. นายอาชวิน ชวาลา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, 3. นายณัฐธนัตถ์ มุรธาธัญลักษณ์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), 4. เด็กชายพงษ์พิชญ์ ประดิษฐผลเลิศ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง, 5. นายปณิธิ ดีพร้อม โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และ6. นายปัณณวิชญ์ อุสาหะ โรงเรียนแสงทองวิทยา

ส่วนอาจารย์คุมทีม 21st IJSO 2567 ประกอบด้วย 1. ผศ.ดร.นลินา ประไพรักษ์สิทธิ์ ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (หัวหน้าทีม), 2. ผศ.ดร.สุรพงษ์ อยู่มา ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยมหิดล (รองหัวหน้าทีม) และ3. ดร.สุชีวิน โชติวิชญ์ ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (รองหัวหน้าทีม)

เป็นทหารเรือต้องว่ายน้ำทะเล ศฝท.ยศ.ทร. นำทหารใหม่ทดสอบว่ายน้ำในทะเล เพื่อความคุ้นเคย

(2 ธ.ค. 67) น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกิจกรรมว่ายน้ำในทะเลกับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/67 ณ อ่าวบางเสร่  ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ศฝท.ยศ.ทร. จัดกิจกรรมทดสอบว่ายน้ำในทะเลให้แก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 3/67 เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์และความคุ้นเคยในการว่ายน้ำในทะเล ส่งเสริมการออกกำลังกายให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มทหารใหม่บางนายที่ได้สัมผัสน้ำทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิต

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้กำหนดไว้ในหลักสูตรทหารใหม่ภาคสาธารณศึกษา ภายใต้ความปลอดภัย ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ "Safety Navy 2025"

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เยี่ยมกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 3/67” ส่งกำลังใจให้น้องเล็กกองทัพเรือ ญาติ และครูฝึก พร้อมยืนยันการดูแลด้วยความเมตตาเสมือนลูกหลาน

พล.ร.ท.อดิศักดิ์ แจงเล็ก เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) เยี่ยมชม และพบปะพูดคุยกับญาติของทหารใหม่ ในกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 3/67” โดยมี น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ศฝท.ยศ.ทร. ให้การต้อนรับ และเรียนเชิญ จก.ยศ.ทร. เยี่ยมกิจกรรม ณ บริเวณพื้นที่โดยรอบอาคารกองบังคับการ ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ 1 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทหารใหม่และญาติ รวมถึงสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ญาติของทหารใหม่ได้เห็นผลของการฝึกอบรม และการดูแลทหารใหม่ตลอดระยะเวลา 1 เดือน ที่เข้ามาเป็น "น้องเล็กของกองทัพเรือ" ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในแนวทางของการฝึกอบรมทหารใหม่ของกองทัพเรือยิ่งขึ้น

ในการนี้ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้พบปะพูดคุยกับทหารใหม่ และญาติ โดยยืนยันถึงการฝึกอบรม และการดูแลทหารใหม่ ว่า “...ขอให้ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และญาติของน้องทหารใหม่เชื่อมั่นว่าการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/67 ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน จะทำให้ทหารใหม่ปรับสภาพจากพลเรือน เป็นสุภาพบุรุษทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมกันนี้ขอให้มั่นใจได้ว่าเราจะดูแลทหารใหม่ด้วยความเมตตาเสมือนลูกหลานหรือญาติมิตรของเรา...”

ทั้งนี้ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ให้กำลังใจแก่ผู้บังคับบัญชา และครูฝึกของ ศฝท.ฯ และขอให้คำนึงถึงมาตรการในการดูแลทหารใหม่ให้อยู่ในกรอบของความปลอดภัยตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือกำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ "Safety Navy 2025"

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี  ชลบุรี 0909535645

กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภั

(2 ธ.ค. 67) เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม สำนักงานประสานงานชายแดนไทย – มาเลเซีย      (สน.ปทม.) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอก สวัสดิ์  ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา  พร้อมด้วยกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้ร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจในการปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเจ้าหน้าที่ในห้วงวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตำรวจตรี ชุมพล  ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวโน้มของสถานการณ์ แผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผลการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค เพื่อประมวลเป็นข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นต่างๆ มาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวสั่งการสถานีตำรวจท่องเที่ยวออกดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะสู่ภาวะปกติ

(2 ธ.ค. 67) พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ตามสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตำรวจออกช่วยเหลือประชาชน
ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยนั้น ตนได้สั่งการให้สถานีตำรวจท่องเที่ยวในสังกัดบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อออกดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2567 สถานีตำรวจท่องเที่ยว 3 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 เป็นสถานีตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย 
โดยร่วมอพยพประชาชนและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ไปอยู่พื้นที่ปลอดภัย , ร่วมปรุงอาหารเพื่อนำไปแจกประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน , นำอาหารและสิ่งของจำเป็นไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามบ้านเรือนและศูนย์อพยพช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยตลอด และสั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วยเหลือฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ และถนนต่าง ๆ หลังน้ำลด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนและสังคมต่อไปด้วย

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ และตำรวจท่องเที่ยว ได้ทันทีทางสายด่วน 191 ตำรวจทุกท้องที่ , สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 
และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกคน ขอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

“พิทักษ์สถาบัน ป้องกันอ่าวไทย สามัคคีรวมใจ ห่วงใยประชาชน"

(2 ธ.ค. 67) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จังหวัดสงขลา โดยทัพเรือภาคที่ 2 จัดตั้งโรงครัวพระราชทานขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ณ วัดเกษตรชลธี ตำบลตะเครียะ  อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 พร้อมกันนี้ ยังได้จัดแพทย์และพยาบาลตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านสุขอนามัย และมอบยาสามัญประจำบ้าน รวมทั้งมอบถุงยังชีพให้พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

การแจ้งเหตุประสบภัย
📞074-325804  ทัพเรือภาคที่ 2  
📞1696 สายด่วนกองทัพเรือ ตลอด 24 ชั่วโมง

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0908535645

จากเหนือ.. สู่อีสาน.. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพจัดผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร 22 จังหวัดภาคอีสาน 

ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 20 ธันวาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้คณะกรรมการ และผู้บริหารฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมแผนกสาธารณภัย และแผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร  22 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร นครพนม  บึงกาฬ และ สกลนคร นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรีในบางพื้นที่ ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

โดยวานนี้ (วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567) นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบผ้าห่ม พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ บรรจุลงกระเป๋าผ้า  เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ที่อำเภอนาด้วง อำเภอเอราวัณ อำเภอผาขาว จังหวัดเลย รวม จำนวน 2,000 ชุด พร้อมทั้งจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ในพื้นที่อำเภอผาขาว โดยมีประชาชนทั้งในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก  โดยมี  นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลย เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว เป็นโครงการที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี โดยในปีนี้  ระหว่างเดือน พฤศจิกายน -  ธันวาคม 2567 มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบ “ภัยหนาว” ในถิ่นทุรกันดาร ครอบคลุมพื้นที่ ภาคเหนือ  ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้  รวมการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวทั้งสิ้น  4 ภาค  43 จังหวัด ผ้าห่มกันหนาวพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภครวม 51,500 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 34,637,500 บาท (สามสิบสี่ล้านหกแสนสามหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)  โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี 

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ  สมทบทุน ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“นพ.เอก” ตั้งคำถามเดือด อ้างชื่อราชวิทยาลัยแพทย์ต้านบุหรี่ไฟฟ้าระดมส่งไลน์หวังกดดันสภาฯ ไม่เห็นชอบการควบคุมให้ถูกกฎหมาย

‘หมอเอก’ อดีต ส.ส. เชียงรายโพสต์ข้อความผ่านบัญชี Facebook ส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยระบุราชวิทยาลัยต่างๆ ที่ออกมาแสดงจุดยืน “ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” อย่างแข็งขัน พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการเดิมๆ ที่ใช้อยู่

“ไม่มีใครอยากเอาบุหรี่ไฟฟ้าหรอกครับ… แต่ทั้งๆ ที่แบน ทั้งรณรงค์ และปราบปราม บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังเกลื่อนเมือง” นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดเชียงราย และอดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการใช้ทรัพยากรและงบประมาณจำนวนมากในความพยายามดังกล่าว แต่ผลลัพธ์กลับไม่สามารถลดการบริโภคบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมได้

นอกจากนี้ นพ.เอก ยังสะท้อนว่าการรณรงค์ในปัจจุบันดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น แต่กลับละเลยการควบคุมการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยรวม ส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดในแผนควบคุมยาสูบแห่งชาติ

นพ.เอกยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการอ้างมติของราชวิทยาลัยต่างๆ ว่าอาจไม่ได้มีการประชุมหารือหรือรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกอย่างครบถ้วน พร้อมเสนอว่า ควรใช้โอกาสนี้ในการออกข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อควบคุมยาสูบอย่างเป็นรูปธรรม และเรียกร้องให้ใช้แนวคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน โดยระบุว่า “หากทำแบบเดิมๆ มา 20-30 ปี แล้วทำไม่สำเร็จ ทำไมถึงไม่ใช้แนวคิดหรือวิธีการใหม่ๆ บ้างล่ะครับ จะทำแบบเดิมเพื่อหวังผลลัพธ์เปลี่ยนกันอย่างนั้นหรือ?”

ทั้งนี้ นพ.เอก เป็นคนหนึ่งที่ติดตามประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการควบคุมที่เหมาะสม ป้องกันสุขภาพผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและป้องกันเยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้โดยง่าย และเคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคอีวาลี่ ซึ่งกรมควบคุมโรค สหรัฐอเมริกายืนยันว่าเกิดจากการการผลิตบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานโดยการลักลอบนำวิตามินอีไปผสมกับน้ำยานิโคตินเหลว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพบว่ามีการส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์และไลน์กลุ่มอื่นๆ จำนวนมาก เพื่อรวบรวมรายชื่อไปยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคัดค้านการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายโดยอ้างเหตุผลเรื่องเด็กและเยาวชน โดยในข้อความยังระบุว่า “แม้ดูแล้วสู้ไปก็แพ้นักการเมือง แต่เราจะสู้จนหยดสุดท้าย” ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มผู้คัดค้านอาจทราบผลการพิจารณาของคณะกมธ วิสามัญ บุหรี่ไฟฟ้า ที่ได้พิจารณาข้อมูลทุกด้านทั้งมิติกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ จนนำไปสู่ความพยายามในการกดดัน กมธ และสภาฯ ในโค้งสุดท้ายไม่ให้รับรองรายงานฉบับนี้ โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการสาธารณสุขในสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนก็เคยมีความเห็นสมควรให้นำบุหรี่ไฟฟ้ามาควบคุมให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับ 80-90 ประเทศทั่วโลกเนื่องจากเห็นความล้มเหลวของการแบนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่ไม่สามารถควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าได้จริง

สนพท.นำคณะสื่อจีนดูงาน NBT พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เมื่อวันที่ (29 พ.ย.) เวลา 9.00 น. ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศ ไทย (NBT)  นายศุภพงษ์ เชาว์แล่น ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) พร้อมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ ที่นำคณะตัวแทนสื่อมวลชนจากสาธารณ รัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย นายหลี่ เจียนหมิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวซินหัว เป็นหัวหน้าคณะสื่อ, นายซู่ ลี่จวิน ผอ.การประสานงาน สถานีวิทยุเฮย์หลงเจียง, นายจาง ผิงจ้าว บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์เปาอันเดลี่, นายหวาง หย่งโป รอง ผอ.ฝ่าย สนง. สมาคมนักข่าวสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายจ่าว เทา นักวิจัยฯ ศูนย์กิจกรรมนักข่าวต่างประเทศ สมาคมนักข่าวสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าศึกษาดูงานพร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์สื่อในยุคปัจจุบัน และการปรับตัวในโซเซียลมีเดียของทั้ง 2 ประเทศ 

ซึ่งทั้งสองประเทศได้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกันอยู่แล้วโดย NBT ได้มีการร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ยูนนานและกว่างซีของจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารเพื่อนำมาออกอากาศในประเทศไทย
จากนั้นคณะผู้บริหารได้พาคณะสื่อจากประเทศจีนเข้าเยี่ยมชมการผลิตรายการข่าว และเยี่ยมชมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยมีนางสาวชนิสา ชมศิลป์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย พร้อมคณะส่วนสื่อข่าวและผลิตรายการข่าวให้การต้อนรับพร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพาชมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top