Saturday, 18 July 2026
NEWS

ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ห้วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2568

(28 ธ.ค. 67) พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง พร้อม คุณอริสรา ยุวนางกูร ประธานชมรมภริยาหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในห้วงเทศกาลปีใหม่และมอบนโยบายในการปฏิบัติงานบริการประชาชนตามจุดต่าง ๆ ของหน่วย การช่วยเหลือ หากประชาชนที่อาจจะประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ใกล้เคียงหากพบเจอให้ดำเนินการช่วยเหลือโดยทันที และให้อำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เตรียมเครื่องดื่ม กาแฟ อาหารว่าง ไว้คอยบริการประชาชนที่เดินทางผ่านไว้ตามจุดบริการประชาชน ดังนี้ 

1. บริเวณหน้าประตูใหญ่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
2. บริเวณหน้ากองพันต่อสู้อากาศยานที่ 12 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 
3.จุดบริการตรวจสภาพรถ (ฟรีค่าแรง) บริเวณสถานีบริการน้ำมันบางจาก (กม.5) ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

#กองทัพเรือ
#เทิดทูนสถาบันป้องกันรัฐพัฒนาชาติราษฏร์ศรัทธา 
#MONARCHY_COUNTRY_GOVERNMENT_PEOPLE 
#หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
#จงรักภักดี_มีวินัย_พร้อมรับใช้ชาติ_ราชนาวี_และประชาชน
#ฝ่ายกิจการพลเรือนกองบัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งเข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี 2567

(28 ธ.ค. 67) เวลา 08.30 น. พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะและถวายราชสดุดี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี 2567 ณ บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กองบังคับการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชจากพม่าให้แก่ประเทศไทย และเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรีเพียงพระองค์เดียว

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงมีพระนามเดิมว่า "สิน” พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2277 พระราชบิดาเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว ชื่อ "นายไหฮอง” ได้สมรสกับหญิงไทยชื่อ”นางนกเอี้ยง” ในช่วงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (สมเด็จพระธรรมราชาธิราชที่ 3 ) ซึ่งเจ้าพระยาจักรีได้ขอไปอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ต่อมาเมื่ออายุครบ 13 ปี เจ้าพระยาจักรีได้นำตัวเด็กชายสิน ไปถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ครั้น พ.ศ. 2301 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 3 เดือนเศษ ก็ถวายราชสมบัติแก่สมเด็จพระเชษฐาธิราช "สมเด็จพระบรมราชาที่ 3” (สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์) สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายสินมหาดเล็กรายงาน เป็นข้าหลวงเชิญท้องตราพระราชสีห์ไปชำระความที่หัวเมืองฝ่ายเหนือซึ่งปฏิบัติราชการได้รับความดีความชอบมากจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหลวงยกกระบัตร เมืองตาก ช่วยราชการพระยาตากครั้นพระยาตากถึงแก่กรรม ก็ทรงโปรดให้เลื่อนเป็น "พระยาตาก ปกครองเมืองตาก”

#กองทัพเรือ
#เทิดทูนสถาบันป้องกันรัฐพัฒนาชาติราษฏร์ศรัทธา 
#MONARCHY_COUNTRY_GOVERNMENT_PEOPLE 
#หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
#จงรักภักดี_มีวินัย_พร้อมรับใช้ชาติ_ราชนาวี_และประชาชน
#ฝ่ายกิจการพลเรือนกองบัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

‘ครูพี่ป๊อป’ พาชมบรรยากาศ การรับเสด็จ ‘พระเขี้ยวแก้ว’ สุดอลังการ!! ยิ่งใหญ่ พร้อมชวนนมัสการ!! สวดมนต์ข้ามปี คืน 31 ธันวา ตักบาตรเช้า 1 มกรา รับปีใหม่

(29 ธ.ค. 67) ครูพี่ป๊อป ดร.ณัฐพงศ์ ได้โพสต์คลิป ลง TikTok บรรยายภาพ บรรยากาศการเดินทางมาถึงของ ‘พระเขี้ยวแก้ว’ โดยมีใจความว่า ...

‘พระเขี้ยวแก้ว’ เสด็จมาถึงเมืองไทย และนี่ก็คือเครื่องบินลําใหญ่ที่สุดของแอร์ไชน่าสําหรับท่านประธานาธิบดีเท่านั้นครับ แต่วันนี้คือการส่งเสด็จพระเขี้ยวแก้วมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวที่เมืองไทย ซึ่งพวกเราคนไทยก็ได้เตรียมการล่วงหน้ารอรับเสด็จมาเป็นปี วันนี้มารออยู่กับผมตั้งแต่เช้าอยู่ด้วยกันทั้งวัน ตั้งแต่ท่านเอกอัครราชทูตจีนท่านหานจูเฉียง ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ ท่านมาริษ เสงี่ยมพงษ์ สมเด็จวัดโพธิ์ สมเด็จวัดเทพก็มาร่วมเจริญพระพุทธมนต์ในงานนี้ด้วย 

ต้องบอกว่าขนาดที่กรุงปักกิ่งเนี่ย คนจีนที่เข้าไปกราบ ยังไม่สามารถเข้าเฝ้าได้ใกล้ชิดขนาดนี้นะครับ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน ‘ไทย – จีน’ 
วิจิตร เป็นเจดีย์ มีกระจกล้อม 3 ด้าน

แล้ว‘พระเขี้ยวแก้ว’ จะอยู่กับเราคนไทยนะครับตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมเปิดให้เข้าชมนะครับ ไปจนถึงวันวาเลนไทน์ บนโลกใบนี้เนี่ยมีพระบรมสารีริกธาตุส่วนฟันเนี่ยหรือว่าพระเขี้ยวแก้วเหลือเพียงแค่สองชิ้นเท่านั้นนะครับ ชิ้นที่หนึ่งเนี่ยอยู่ในประเภทศรีลังกา

ชิ้นที่สองก็อยู่ที่นี่แล้ว เราสามารถที่จะกราบนมัสการ ได้ใกล้มากถือว่าเป็นโชคดีของคนไทยครับ เราจะมีพระอาจารย์มาจากวัดหมิงซื่อ คอยนั่งปฏิบัติสวดมนต์เฝ้าพระธาตุตลอด 24 ชั่วโมงสลับสับเปลี่ยนจากกันไปเหมือนกับ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อที่จะทําให้ทางรัฐบาลจีนเนี่ย มั่นใจนะครับว่าพระธาตุมาอยู่ในประเทศไทย ต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน

ผมคุยกับพระอาจารย์ซึ่งท่านมาจาก วัดหลินฮวงซื่อ นะครับ รวมถึงพี่น้องสื่อมวลชนชาวจีนบอกว่า ไม่คิดเลยว่าคนไทยจะรักพระพุทธศาสนา กันมากมายขนาดนี้ 

มีกิจกรรมทำวัตรกันทุกเช้าเย็น เราสามารถมากราบนมัสการได้ตั้งแต่วันพ่อไปจนถึงวันวาเลนไทน์นะครับ

โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ จะอากาศดีมาก มีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในค่ำคืนวันที่ 31 นี้ด้วย

แล้วก็ตักบาตรตอนเช้าวันที่ 1 มกราคม รับปีใหม่

ก่อนที่พวกเราจะน้อมส่งเสด็จพระธาตุกลับกรุงปักกิ่งด้วยกัน ในวันวาเลนไทน์ที่ 14กุมภาพันธ์

‘โตโยต้า ถนนสีขาว’ รณรงค์!! เดินทางปลอดภัย ‘ช่วงปีใหม่’ ภายใต้แนวคิด!! ‘ยิ่งเร็ว ยิ่งสูญเสียเร็ว’ เพื่อการสูญเสียจากอุบัติเหตุ

(28 ธ.ค. 67) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้ารณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงปีใหม่ ภายใต้โครงการ โตโยต้าถนนสีขาว ผ่านข้อความสื่อสาร ‘ยิ่งเร็ว.. ยิ่งสูญเสียเร็ว’ เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมส่งมอบความมั่นใจทั้งก่อนและหลังการเดินทางให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ด้วยการให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 7 ระบบสำคัญ รวม 33 รายการ พร้อมทั้งให้บริการจุดพักรถ ณ บริเวณทางหลวงขาออกไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบความสุข และความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง บริษัทฯ พร้อมด้วยผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จึงจัดให้มีบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 7 ระบบสำคัญ รวม 33 รายการ ในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถนำรถยนต์ไปตรวจเช็ก ตั้งแต่วันนี้ - 31มกราคม 2568 ที่ศูนย์บริการผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โตโยต้า ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐจัดจุดพักรถ ให้บริการ น้ำดื่ม ผ้าเย็น และขนม แก่ประชาชนที่จะเดินทางออกไปยังภูมิภาคต่างๆ จำนวน 4 แห่ง ระหว่างวันที่ 27-29ธันวาคม 2567

1) นครราชสีมา อำเภอ ปากช่อง ณ บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ ริมถนนมิตรภาพ
2) เพชรบุรี อำเภอ เขาย้อย ณ จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ checking point ตลาดพูนทรัพย์ ต.สระพัง
3) นครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ณ จุดบริการประชาชนริมบึง ถนนสาย 117 ต.บางม่วง
4) ชลบุรี อำเภอ บ้านบึง ณ ศูนย์ปฏิบัติการร่วม(ด่านหลัก) จุดสกัด 344 ขาเข้า เยื้องบริษัท คิวเอ็ม บี

โตโยต้า มุ่งมั่นรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมแห่งความปลอดภัยในการเดินทาง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง สังคมคนขับรถดี’ ด้วยการขับขี่ตามความเร็วที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามกฎจราจร มีวินัย และน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทางเพื่อผลักดันสังคมไทยมุ่งสู่ ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals) ต่อไป

‘สโกมาดิ’ พร้อมยกระดับโรงงานผลิตสกู๊ตเตอร์ ‘บริทิช โมเดิร์น คลาสสิก’ ในไทย พร้อมเปิดโมเดลใหม่!! ขยายดีลเลอร์ ปั้นคอมมูนิตี้ ขยายเพิ่มฐานลูกค้า ให้มากขึ้น

(28 ธ.ค. 67) นายแม็กซิม วองเดอเรเกน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สโกมาดิ (ประเทศไทย) หรือ Scomadi กล่าวว่า เราเป็นแบรนด์สกู๊ตเตอร์สไตล์ บริทิช โมเดิร์น คลาสสิก ที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมาเราเน้นการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่เป็นตลาดสำคัญของธุรกิจรถจักรยานยนต์

รวมถึงในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตและส่งออกประจำภูมิภาค ผ่านการนำเสนอโมเดลรถสกู๊ตเตอร์ทรงคลาสสิกขนานแท้ ที่ใช้งานในชีวิตจริงได้อย่างคล่องตัว สำหรับผู้ขับขี่ทุกไลฟ์สไตล์ ตามแนวคิด Timeless design with high functionality

สำหรับประเทศไทยในปี 67 นี้เราได้ชูรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น Turismo Electronica เป็นโมเดลหลักประจำปี นอกจากเอกลักษณ์สวยงามมีระดับตามแบบฉบับสโกมาดิ รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ใช้งาน ด้วยสมรรถนะจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง

ขณะเดียวกันก็ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุดเพิ่ม 2 รุ่น ได้แก่ Technica 200i Adventure Series ABS และ Technica 200i Urban Series ABS” ที่มาพร้อมระบบเบรค ABS และตัวเลือกสีใหม่ พร้อมให้ออกเดินทางไปกับโร้ดทริปแบบมีสไตล์ สอดรับเจตนารมณ์การเป็นแบรนด์ที่รองรับความต้องการของคนรักสกู๊ตเตอร์คลาสสิก ทั้งในเชิงฟังก์ชันการใช้งาน ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ อย่างครบครันที่สุด

นายแฟรงก์ แซนเดอร์สัน ผู้ร่วมก่อตั้งสโกมาดิ กล่าวว่า สโกมาดิ ถือกำเนิดจากความหลงใหลในรูปลักษณ์ที่อยู่เหนือกาลเวลาของรถสกู๊ตเตอร์แบบดั้งเดิม ผสานกับความรู้ด้านวิศวกรรมรถจักรยานยนต์ ที่สั่งสมจากการเป็นเจ้าของสำนักแต่งรถสกู๊ตเตอร์ และประสบการณ์การทำงานกว่า 60 ปี แรงบันดาลใจนี้นำมาสู่การสร้างสรรค์รถสกู๊ตเตอร์สโกมาดิคันแรกในปี 2548 ณ ประเทศอังกฤษ ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี

ทั้งนี้ เรามีการพัฒนารถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดมั่นในดีเอ็นเอ บริทิช โมเดิร์น คลาสสิก อย่างเข้มข้น สะท้อนในการออกแบบทั้งโครงรถ ตัวถังเหล็ก เส้นสายโค้งมน เบาะหนังเย็บอย่างปราณีต ไปจนถึงไฟ LED ทรงกลม ที่รักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวครบถ้วน ผสานนวัตกรรมทันสมัย เช่น ระบบเบรค หน้าจอดิจิทัล และสมรรถนะเหนือระดับ เพื่อครองใจนักขับขี่ผู้มีใจรักความคลาสสิกในทุกยุคสมัย

นายพรเศก ภาคสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สโกมาดิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในบปี 2568 นี้สโกมาดิ พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนคนขับสโกมาดิ ผ่านกิจกรรมทดลองขับขี่ และกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดจนการขยายดีลเลอร์ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้ผู้สนใจสามารถชมรถรุ่นต่าง ๆ รวมถึงให้ลูกค้าปัจจุบันสามารถเข้ารับบริการจากสโกมาดิได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในปีหน้าสโกมาดิยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจในตลาดเอเชีย ด้วยการยกระดับมาตรฐานโรงงานผลิตในไทย เพื่อรองรับความต้องการและการส่งออก รวมถึงเตรียมขยายการดำเนินธุรกิจในทวีปยุโรป ด้วยการทำใบรับรองมาตรฐานยูโร เพื่อให้สามารถจำหน่ายรถรุ่นใหม่ได้ในหลายประเทศ ทั้งหมดนี้จะทำให้สโกมาดิสามารถสร้างความสำเร็จในฐานะแบรนด์ สกู๊ตเตอร์ บริทิช โมเดิร์น คลาสสิกที่ครองใจผู้ขับขี่ทุกคน

NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ที่ได้รับการรับรอง ‘MiT’ ตอกย้ำ!! ถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณภาพ และมาตรฐานขั้นสูง

(28 ธ.ค. 67) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG4 ELECTRIC ของบริษัทฯ ได้รับการรับรอง ‘Made in Thailand (MiT)’ ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า โดยความสำเร็จครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในนวัตกรรมและคุณภาพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สามารถส่งออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ ได้ในอนาคต

ใบรับรอง MiT ถือเป็นมาตรฐานที่ออกโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามระเบียบของภาครัฐ สินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT จะได้รับสิทธิพิเศษในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ของภาครัฐ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้รับการบรรจุในระบบการจัดซื้อของภาครัฐ รวมถึงยังช่วยผลักดันการพัฒนาการขนส่งพลังงานสะอาดภายในประเทศอีกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การรับรอง MiT ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ และการเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างบริษัทกับพันธมิตรและผู้บริโภค โดย NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง MiT และถือเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานขั้นสูง

สำหรับข้อได้เปรียบอีกประการของการรับรอง MiT คือการสนับสนุนการขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ โดยอาศัยนโยบายสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การรับรอง MiT สามารถ ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการส่งออก ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญ กับสินค้าไทย การรับรองนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก และวางรากฐานอันมั่นคงสำหรับการขยายแบรนด์ไปสู่ระดับโลกได้

นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า "บริษัทฯ มีความมุ่งมั่น ในการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ทัดเทียมระดับโลก พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานให้กับผู้บริโภคและพันธมิตร เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อน และผลักดันสินค้าไทยให้เปล่งประกายบนเวทีระดับโลก NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรก ของ เอ็มจี ที่เป็นโกลบอลโมเดล โดยได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก ในเรื่องการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการออกแบบที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน จนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ EV OF THE YEAR ปี 2023 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้ ทาง เอ็มจี ได้มีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน แบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย เพื่อให้หมดกังวล ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว พร้อมตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าชาวไทย"

‘กระทรวงศึกษาฯ’ เผยรายชื่อ!! ‘เด็ก - เยาวชน’ ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ‘อริณชย์ - อริสา’ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ ‘วิชัย ทองแตง’ ได้รับรางวัลนี้ด้วย

(28 ธ.ค. 67) ประกาศผลการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2568

เด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ที่มีผลงานโดดเด่นและได้รับการคัดเลือกตามประกาศฯ ของกระทรวงศึกษาธิการนี้ จะได้เข้าเยี่ยมคารวะรับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี และรับโล่เกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันพุธที่ 8 มกราคม 2568 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ในรายชื่อของเด็กและเยาวชนดีเด่น ที่ได้รับรางวัล เนื่องจากสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยนั้น ได้ปรากฏรายชื่อ 

นายอริณชย์ ทองแตง จากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพมหานคร ในลำดับที่ 423

และ นางสาวอริสา ทองแตง จากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพมหานคร ในลำดับที่ 424

ซึ่งเยาวชนดีเด่น ทั้งสองคนนี้ เป็นหลานชาย และหลานสาว ของ นายวิชัย ทองแตง นักธุรกิจรุ่นใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งภายหลังนั้นได้วางมือทางด้านธุรกิจ และได้หันไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม รวมทั้งได้ปั้นสตาร์ตอัป นักธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้า 'ระเบิดสะพานโจร' ตัดเส้นทางเสบียงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ (28 ธ.ค.67) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมสรุปสถานการณ์อาชญากรรมคดีออนไลน์ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.จว.สระแก้ว จากนั้นลงพื้นที่บริเวณชายแดนเพื่อตรวจดูตึก 25 ชั้นฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่มองเห็นจากฝั่งไทย และลงพื้นที่ข้างเคียงเพื่อตรวจสอบเสา และสายส่งสัญญาณ พร้อมแถลงข่าว ณ ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า จากการที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ติดกับชายแดนของประเทศไทย ในเขต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีคนต่างชาติเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมาหลอกลวง ฉ้อโกง เอาทรัพย์สินของคนไทยไปออกนอกประเทศจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างร้ายแรง ถือเป็นภัยคุกคามของคนต่างชาติต่อความมั่นคงของประเทศในรูปแบบใหม่ จากการตรวจสอบจากการแจ้งความของประชาชนผ่านศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ www.thaipoliceonline.go.th พบว่าสัญญาณที่ใช้ในการส่งข้อความและการโทรเข้ามาหลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนมาก มาจากเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงได้ร่วมกับทาง กสทช. โดย พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.(ด้านกฎหมาย)/ประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. , นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม , พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 , พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี , พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว , พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ,  ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว , ตำรวจตระเวนชายแดน , ตำรวจท่องเที่ยว , พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ,พ.อ.ฉัตรชัย คุ้มด้วง รอง เสธ.กกล.บูรพา และฝ่ายเสธ.กลล.บูรพา นำมาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” มาใช้ โดยมุ่งตัดเส้นทางเสบียงของคนร้ายเพื่อไม่ให้สามารถนำมาใช้ ในการกระทำความผิดได้ ประกอบด้วย

1. ค้นหาสัญญาณโทรศัพท์ และตัดสัญญาณสื่อสารทางโทรศัพท์และดาต้าเน็ต ที่มีการลักลอบส่งให้กับกลุ่มคนร้ายใช้อย่างผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด
2. คนข้ามแดนควบคุมตรวจสอบอย่างเข้มงวดและใกล้ชิด สำหรับชาวต่างชาติและคนไทยที่ไปร่วมขบวนการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งไปเปิดบัญชีมาและสแกนหน้าให้กับคนร้าย รวมทั้งไปทำหน้าที่หลอกลวงคนไทยและเบิกถอนเงิน ที่เดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและช่องทางธรรมชาติ โดยให้ดำเนินคดีกับผู้นำพาอย่างจริงจัง
3. อุปกรณ์ให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการลักลอบขนส่งเงิน อุปกรณ์มือถือ Simbox ผ่านชายแดนช่องทางธรรมชาติ และจุดตรวจของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

โดยในครั้งนี้จากการได้ลงพื้นที่ร่วมกับ กสทช. ตรวจสอบพบเสาสัญญาณจำนวน 3 จุด บริเวณที่ใกล้กับแนวชายแดนมากที่สุด น่าเชื่อว่ามีการส่งสัญญาณไปยังบริเวณตึก 25 ชั้น ซึ่งในขณะนี้ กสทช. ได้สั่งให้มีการระงับสัญญาณดังกล่าวและจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุม กำกับดูแล และติดตามประเมินผลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ว่าการกระทำผิดกฎหมายหลอกลวงประชาชนคนไทย โดยกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้นลดลงไปหรือไม่ นอกจากนี้ ขอประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มชาวไทยที่จะเดินทางข้ามแดนไปทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นการขายชาติ ไปช่วยเหลือกลุ่มองค์กรอาชญากรรมของคนต่างชาติมาหลอกลวงคนไทย จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ตำรวจ บุกจับ!! ‘เอ็ม เอกชาติ’ เซ่นคดี ‘แบงค์ เลสเตอร์’ พร้อมค้นบ้าน!! หลังพบโยงเว็บพนัน ‘curriculum51’

(28 ธ.ค. 67) จากกรณีการเสียชีวิตของนาย ธนาคาร คันธี หรือ แบงค์ เลสเตอร์ แร็ปเปอร์ขายพวงมาลัยเลี้ยงยาย ซึ่งในระยะหลังๆ มักจะมีคนจ้างให้ แบงค์ เลสเตอร์ กินอะไรแปลกๆ จนกระทั่งมาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากถูกจ้างดื่มเหล้าให้หมดแบน แลกกับเงิน 30,000 บาท ขณะไปร่วมงานเปิดร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยผลชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ระบุว่า หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน 

ต่อมานาย เอ็ม เอกชาติ ที่เดินทางมารดน้ำศพ แบงค์ เลสเตอร์ และเปิดใจว่าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว ยืนยันไม่ได้จ้างและไม่ได้รู้จัก แบงค์ เลสเตอร์ เป็นการส่วนตัว แต่ แบงค์ เลสเตอร์ มาช่วยโปรโมทร้านให้ โดยไม่เอาค่าจ้าง เลยบอกไปว่า แบงค์ถ้ามึงกินวันนี้ กูให้มึงแบนละหมื่นเลย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.นิพนธ์ บุญเกิด ผบก.สอท.2  พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2, พ.ต.ท.เสกสรร จินดาพรรณ รอง ผกก.3 บก.สอท.2 พ.ต.ท.คำตัน ทำดี รอง ผกก.3 บก.สอท.2 สนธิกำลังกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี จำนวน 30 นาย เข้าตรวจค้นบ้านของนายเอ็ม เอกชาติ ที่ ต.ห้วยสะท้อน อ.ท่าใหม่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายป้องและปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างของตำรวจ  หาพยานหลักฐานความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน curriculum51 

โดยเบื้องต้นพบนายเอ็ม อยู่ภายในบ้าน จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ยึดปืน 1 กระบอก ตรวจยึดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ ซิมโทรศัพท์ ไปตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องใดหรือไม่ 

ทั้งนี้หากพบมีความผิดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป นอกจากนี้มีรายงานว่าระหว่างตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรีที่ได้ออกหมายจับตามความผิดกระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต โดยจะคุมตัวไปฝากขังต่อไป 

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า การที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้าน นายเอ็ม เอกชาติ เนื่องจากคาดว่าเป็นกลุ่มที่มีส่วนพัวพันเว็บพนัน โดยใช้ แบงค์ เลสเตอร์ ทำคอนเทนต์

‘โนวัค ยอโควิช’ เดินทางมาเยือนภูเก็ต ‘ภราดร’ ต้อนรับ!! เพื่อนรักอย่างอบอุ่น

เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค. 67) นักเทนนิส มือวางอันดับ 7 ของโลกชาวเซอร์เบีย เดินทางมาที่ ภูเก็ต ประเทศไทย พร้อมกับทีม เพื่อพักผ่อนในช่วงปิดฤดูกาล และฝึกซ้อมเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในปี 2025 

ล่าสุด ‘ซุปเปอร์บอล’ ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมืออันดับ 9 ของโลก ได้โพสต์ภาพขณะโทรไปหา โนวัค ยอโควิช พร้อมข้อความว่า “ยินดีต้อนรับ โนวัค ยอโควิช และทีมสู่ ภูเก็ต ประเทศไทย ช่วงปิดฤดูกาลและการเตรียมตัวสำหรับปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง

“หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินกับเวลาที่อยู่ในประเทศไทย พร้อมกับการฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมและการต้อนรับที่อบอุ่นที่นี่ โชคดีนะเพื่อน”

สำหรับ โนวัค ยอโควิช อดีตมือ 1 ของโลก เตรียมเริ่มต้นฤดูกาลแข่งขันใหม่ในปลายปี 2024 ด้วยการลงแข่งขันประเภทคู่กับ นิค คีร์เกียกอส ในศึกเทนนิสเอทีพี 250 รายการ บริสเบน อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2024 - 5 มกราคม 2025 ก่อนลงแข่งขันในรายการแกรนด์สแลมแรกของปีอย่าง ออสเตรเลียน โอเพ่น 2025 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-26 มกราคม 2025 

‘รองนายกฯ ประเสริฐ’ มอบรางวัล เกียรติยศแห่งปี ‘DG Awards 2024’ ชูหน่วยงานภาครัฐที่มีความพร้อมพัฒนา ‘รัฐบาลดิจิทัล’ เดินหน้าเปลี่ยนผ่านราชการไทยไปสู่ความทันสมัย

(27 ธ.ค.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในการมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2567 หรือ Digital Government Awards 2024 (DG Awards 2024)  ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เพื่อส่งเสริมความเป็นต้นแบบในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยมีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2567 ทั้งสิ้น 47 รางวัล 

โดยนายประเสริฐ กล่าวชื่นชมหน่วยงานที่ได้รับรางวัลพร้อมทั้งระบุถึงทิศทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การปรับปรุงบริการออนไลน์ภาครัฐ เพื่อให้การติดต่อกับภาครัฐเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ การเข้าถึงสวัสดิการและบริการสาธารณะ หรือการสมัครใบอนุญาตต่างๆ พร้อมทั้ง สร้างความมั่นใจต่อผู้รับบริการว่าขั้นตอนต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และสะดวกสบายในการใช้บริการจากที่ใดก็ได้ โดยรัฐบาลจะปฏิรูประบบราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เปลี่ยนผ่านราชการไทยไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล ใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรภาครัฐ , 2) สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ , 3) มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และ 4) กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและภาคประชาชน ซึ่งเชื่อมั่นว่าการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลจะทำให้ประเทศไทยพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม

นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า DGA มุ่งมั่นพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดยความสำเร็จในปีนี้สะท้อนถึงการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ส่งผลให้อันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำรวจโดย UN ประจำปี 2567 ของประเทศไทยดีขึ้นมา 3 อันดับ อยู่อันดับที่ 52 จาก 193 ประเทศ เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และดัชนีชี้วัดระดับสากลของ Waseda-IAC World Digital Government Ranking ประจำปี 2567 ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น 1 อันดับ อยู่อันดับที่ 18 จาก 66 ประเทศ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้จากรายงานผลการสำรวจความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลพบว่า หน่วยงานภาครัฐมีพัฒนาการระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลที่สูงขึ้นในภาพรวม และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 4 เรื่อง ได้แก่ 1. เร่งส่งเสริมการจัดการข้อมูลตามกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มกลางภาครัฐ , 2. ยกระดับทักษะบุคลากรภาครัฐโดยเฉพาะด้านดิจิทัล พร้อมปรับเกณฑ์สนับสนุนการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลให้มีส่วนร่วมในการดำเนินการกับหน่วยงานภาครัฐ , 3. มุ่งปรับปรุงและพัฒนาบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ และ 4. หน่วยงานภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี AI ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี  รวมถึงการพัฒนาโครงการด้านดิจิทัลตามลำดับความสำคัญที่เหมาะสม เน้นตอบสนองตัวชี้วัดที่ครอบคลุมตามนโยบายและภารกิจของหน่วยงาน

สำหรับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2567  แบ่งออกเป็น 4 ประเภท มีจำนวนทั้งสิ้น 47 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Awards) จำนวน 15 รางวัล ประกอบด้วย 1) รางวัลรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก จำนวน 6 รางวัล , 2) รางวัลรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่จัดทำนโยบาย ประสานงาน กำกับดูแล หรืออื่นๆ เป็นหลัก จำนวน 4 รางวัล และ 3) รางวัลรัฐบาลดิจิทัลระดับจังหวัด จำนวน 5 รางวัล

2. รางวัลเฉพาะด้านประจำปี จำนวน 26 รางวัล ประกอบด้วย 1) รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) สำหรับหน่วยงานระดับกรม จำนวน 8 รางวัล , 2) รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐ และการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Open data & Sharable Data) สำหรับหน่วยงานระดับกรม จำนวน 1 รางวัล และ 3) รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านบุคลากรดิจิทัล โดยพิจารณาจากผลการประเมินตนเอง สำหรับหน่วยงานระดับกรม จำนวน 5 รางวัล , 4) รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน หรือ การให้บริการ จำนวน 6 รางวัล , 5) รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e- Participation) 6 รางวัล

3. รางวัลพัฒนาการดีเด่น จำนวน 5 รางวัล ประกอบด้วย 1) รางวัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก 3 รางวัล และ 2) รางวัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐระดับกรมที่จัดทำนโนบาย กำกับ ดูแล ประสานงาน หรืออื่นๆ เป็นหลัก 2 รางวัล และ 4. รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่น จำนวน 1 รางวัล

โดยหน่วยงานที่ได้รับรางวัล อาทิ รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่น ได้แก่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ , รางวัลรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก อันดับที่ 1 ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ , อันดับที่ 2 ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอันดับที่ 3 ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ , ส่วนรางวัลรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่จัดทำนโยบาย ประสานงาน กำกับดูแล หรืออื่นๆ อันดับที่ 1 ได้แก่ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ , อันดับที่ 2 ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และอันดับที่ 3 ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , สำหรับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลระดับจังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ , พิจิตร , ยโสธร , ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ ตามลำดับ ฯลฯ 

พาณิชย์ มอบของขวัญส่งท้ายปี จับมืออียิปต์ตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า JTC ไทย-อียิปต์ คลอดแผนปฏิบัติการความร่วมมือเศรษฐกิจสองฝ่าย ปูทางขยายการค้าการลงทุนไทยสู่แอฟริกา

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ตนและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและการค้าต่างประเทศของอียิปต์ (นายฮัสซัน เอล-คาติบ) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-อียิปต์ และแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอียิปต์ ผ่านระบบการประชุมทางไกล ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยการลงนามเอกสารสองฉบับในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับอียิปต์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 70 ปี ระหว่างสองประเทศในปี 2567 นี้ด้วย
 
นายพิชัยเสริมว่า การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า หรือ Joint Trade Committee (JTC) ไทย-อียิปต์ จะเป็นกลไกสำคัญสำหรับรัฐมนตรีการค้าของทั้งสองฝ่าย เพื่อใช้หารือนโยบายและแนวทางในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนที่สองฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดสาขาความร่วมมือทางเศรษฐกิจสำคัญที่สองประเทศจะร่วมมือกันในระยะ 5 ปี (ปี 2567-2572) ได้แก่ การค้าและการลงทุน เกษตรกรรม การรวมกลุ่มและเขตอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย 

“อียิปต์เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับการค้าและการลงทุนของไทย มีทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการขนส่งสินค้าทางทะเล เชื่อมโยงทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป ผ่านคลองสุเอซ และเป็นประตูการค้าสู่ประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง อียิปต์จึงมีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งกระจายสินค้าของไทย นอกจากนั้น ปัจจุบัน อียิปต์ยังมีนโยบายที่เปิดรับการค้าและการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจกับอียิปต์มากขึ้น ผมจึงเสนอให้จัดการประชุม JTC ไทย-อียิปต์ ครั้งที่ 1 ภายในครึ่งแรกของปี 2568 เพื่อเร่งใช้ประโยชน์จากกลไก JTC ดังกล่าวในการแสวงหาความร่วมมือและแนวทางที่จะอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย” นายพิชัยกล่าว

ปัจจุบัน อียิปต์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของไทยในทวีปแอฟริกา ในปี 2566 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 725.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอียิปต์ 666.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอียิปต์มูลค่า 58.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สินค้านำเข้าสำคัญจากอียิปต์ อาทิ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เสื้อผ้าสำเร็จรูป และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ทั้งนี้ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค. - ต.ค.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 592.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 0.46 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

‘เจือ ราชสีห์’ แจ้งข่าวดีรับปีใหม่ เดินหน้า!! ‘โครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา’ เพื่อเชื่อม ‘อ.เมืองสงขลา - อ.สิงหนคร’ คาด!! เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ทางการท่องเที่ยว

(28 ธ.ค. 67) นายเจือ ราชสีห์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมคณะทำงานศึกษาความเหมาะสมในเบื้องต้นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อเชื่อมอำเภอเมืองสงขลากับอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในที่ประชุม 

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ ดังกล่าว ได้ริเริ่มโครงการหลังจากที่นายเจือ ราชสีห์ ได้หารือในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี(ในขณะนั้น) ได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อสำรวจความเหมาะสมเบื้องต้นด้วยตัวเอง และจังหวัดสงขลาได้แต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน โดยได้มีการสอบถามความต้องการของประชาชน ประกอบกับนายเจือ ราชสีห์ ได้จัดส่งรายชื่อประชาชนชาวสงขลา ผู้ได้รับผลกระทบซึ่งเดิมนั้นต้องใช้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟากที่ให้บริการโดย อบจ.สงขลา ที่บางครั้งประสบปัญหาความล่าช้า แพเสียกะทันหัน ทำให้ต้องรอคิวเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบทั้งเรื่องของการเรียนและการทำงานและผู้สนับสนุนให้มีการก่อสร้างสะพานฯ จำนวนกว่า 4 หมื่นรายชื่อเพื่อเป็นเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อแก้ปัญหาการสัญจร และหวังเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ทางการท่องเที่ยว

ล่าสุด ในที่ประชุม นายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ คณะทำงานฯตัวแทนกรมทางหลวงชนบท ได้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นและจะดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ Feasibility Study ในความเหมาะสมด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยกรมทางหลวงชนบทจะเสนอโครงการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 9 ล้านบาท

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประชุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยการจัดงานเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (28 ธ.ค.67) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าและความพร้อมของแผนการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดงานเทศกาลปีใหม่ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาได้ ได้กำชับการปฏิบัติ ดังนี้
1. แผนการปฏิบัติต่างๆ จะต้องนำไปถ่ายทอดให้ถึงผู้ปฏิบัติเพื่อทราบและเข้าใจอย่างถูกต้อง
2. การตั้งจุดคัดกรอง ต้องให้ครอบคลุมทางเข้า-ออก ทุกด้านของพื้นที่จัดงาน
3. การอำนวยการจราจรโดยรอบพื้นที่ที่จัดงาน ต้องบริหารจัดการให้เรียบร้อย
4. ให้ดูแลการจราจรทางน้ำ และต้องมีแผนเผชิญเหตุทางน้ำด้วย
5. ตรวจสอบและกวดขันการจุดพลุ ดอกไม้เพลิง รวมทั้งการป้องกันระวังเหตุเพลิงไหม้
6. ตรวจสอบและติดตามหากมีกรณีการยิงปืนขึ้นฟ้า
7. ให้ควบคุมดูแลโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงเทศกาลปีใหม่ เช่น โครงการร่วมใจ ยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0) , โครงการลดอุบัติเหตุทางถนน อย่างเคร่งครัด 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ได้ร่วมกันจัดให้มีการประชุมวางแผนการทำงาน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาเที่ยวงานเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 

‘บริษัทเถ้าแก่น้อยฯ’ ออกแถลงการณ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ‘ร้านอาหารชาบูเถ้าแก่น้อย’ หลังเกิดความเข้าใจผิด มีกระแสทัวร์ลง!! โยงการเสียชีวิตของ ‘แบงค์ เลสเตอร์’

(28 ธ.ค. 67) จากกรณีการเสียชีวิตของ นายธนาคาร คันธี อายุ 27 ปี หรือ ‘แบงค์ เลสเตอร์’ อินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งคาดว่าเกิดจากการดื่มสุราในปริมาณมาก

ต่อมาทางโลกโซเชียลฯ ได้มีการขุดภาพของ ‘เอ็ม เอกชาติ’ และกลุ่มเพื่อน แก๊งวันว่าง ๆ รวมถึง ยูแปดริ้ว กำลังกระทำการกลั่นแกล้ง แบงค์ เลสเตอร์ บริเวณหน้าร้านชาบูแห่งหนึ่ง สาขาใน จ.ชลบุรี จนกระทั่งทัวร์ลงเพจร้าน และเกิดกระแสแบนร้าน ขณะที่บางส่วนก็เข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับแบรนด์สาหร่ายเจ้าดัง

ล่าสุดทางด้าน เพจ ‘Taokaenoi Club’ ได้โพสต์แถลงการณ์ ระบุข้อความว่า … 

ประกาศ ตามที่เกิดความไม่เข้าใจในกลุ่มลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่าย ในเครื่องหมายการค้า ‘เถ้าแก่น้อย’ รวมถึงสินค้าหรือบริการอื่นของบริษัทในเครือ

บริษัทฯ ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า บริษัทฯ มิได้เป็นเจ้าของ หรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับ ‘ร้านอาหารชาบูเถ้าแก่น้อย’ ที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนเพิ่มขึ้น บริษัทฯ ใคร่ขอความร่วมมือจากทุกท่าน งดเว้นการกล่าวหรือพาดพิงถึง บริษัทฯ และชื่อสินค้าเถ้าแก่น้อย ในประการที่อาจทำให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับข่าวดังกล่าว

ขอขอบพระคุณทุกท่านในความร่วมมือ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top