Saturday, 18 July 2026
NEWS

ขอนแก่น- โชว์ผลงานปราบยาเสพติดในรอบ 6 เดือน 

จังหวัดขอนแก่น โชว์ผลงาน 6 เดือนปราบยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 9 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์กว่า 56 ล้านบาท “ผู้ว่าฯไกรสร” เดินหน้าปิดล้อมทั้งจังหวัดค้น 106 เป้าหมาย พร้อมเตือนพวกฉวยโอกาสลักลอบนำยาเสพติดเข้าพื้นที่ช่วงสงกรานต์ เพราะชุดการข่าวเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มหมดแล้ว
    
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ (9 เม.ย.68) ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จ.ขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ,นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 106 จุดในพื้นที่ 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่น พร้อมกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 100 คน แยกเป็นผู้เสพ 78 คน ผู้เสพ 22 คนยาบ้า 225,349 เม็ด,ยาไอซ์ 1.2 กรัม ตรวจยึดอาวุธปืน 14 กระบอก เครื่องกระสุน 51 นัดยึดทรัพย์ 894,830 บาท

นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การปิดล้อมตรวจค้นและรีเอ็กซเรย์พื้นที่เป้าหมายเป็นมาตรการที่คณะทำงานร่วมทุกฝ่ายระดมกำลังกันอย่างต่อเองและเต็มที่เพื่อกวาดบ้านของตนเองให้สะอาด ซึ่งในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทั้ง 26 อำเภอได้กระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย พร้อมกันโดยมี รอง ผวจ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ปฎิบัติงานร่วมกับตำรวจ,ฝ่ายปกครอง,ปปส. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ขณะที่ผลการดำเนินงาน 6 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมทั้งจังหวัดมีการตรวจค้นไปแล้ว 1,745 เป้าหมาย,จับกุมผู้ต้องหา 5,379 คน แยกเป็นผู้เสพ 2,936 คน ผู้ค้า 2,443 คนตรวจยึดยาบ้า 9,298,778 เม็ด ยาไอซ์ 4,454.45 กรัม ตรวจยึดอาวุธปืน 106 กระบอกเครื่องกระสุน 213 นัดและยึดทรัพย์แล้วรวม 56,741,925 บาท

“ขอเตือนพวกที่คิดจะฉวยโอกาสลักลอบนำเข้ายาเสพติดหรือนำยาเสพติดจากพื้นที่ต่างๆเข้ามาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขอให้คิดใหม่เพราะเจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มในมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด โดยไม่มีวันหยุด ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกและบริการประชาชนนักเดินทาง ซึ่งขณะนี้ชุดการข่าวของจังหวัด,ตำรวจและ ปปส.ได้ติดตามและเฝ้าจับตากลุ่มบุคคลหรือกลุ่มต้องสงสัยหรือกลุ่มต่างๆทั้งหมดแล้ว ซึ่งหากพบว่ากระทำความผิดก็จะดำเนินการจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมายทันทีไม่มีละเว้น”

'วราวุธ' เผย พม. จัดงาน วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2568 

เมื่อวันที่ (8 เม.ย.68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า จากที่กำหนดวันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็น 'วันผู้สูงอายุแห่งชาติ' เพื่อให้ประชาชนและสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญผู้สูงอายุที่ทรงคุณค่า อันเป็นองค์ความรู้และภูมิปัญญาของประเทศ อีกทั้ง กำหนดให้วันที่ 14 เมษายน ของทุกปีเป็น 'วันแห่งครอบครัว' เพื่อให้ประชาชนและสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของสถาบันครอบครัวที่อบอุ่นและเข้มแข็งในการหล่อหลอมประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ 

ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงได้กำหนดจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2568 โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ภายใต้แนวคิด 'คุณค่าผู้สูงวัย สานสายใยพลังครอบครัว' ในวันที่ 10 เมษายน 2568 ที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ 

นายวราวุธ กล่าวว่า ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย 1. การกล่าวสารนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เนื่องในโอกาส 'วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว' ประจำปี 2568 2. พิธีถวายรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 แด่สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย ป.ธ.8) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร 3. พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล ครอบครัว หน่วยงานองค์กร และสื่อดีเด่นด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุและครอบครัว 4. บูธนิทรรศการที่น่าสนใจ อาทิ ประวัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 นโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร กระทรวง พม. ผลงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ กรมกิจการผู้สูงอายุ , กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว , OPPY (โอพีพีวาย) สังคมอายุยืน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ และกองทุนการออมแห่งชาติ และ 5. บูธแสดงการสาธิตและผลิตภัณฑ์สินค้าจากศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ 12 แห่ง และศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวทั่วประเทศ 

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์ 7 เส้นทาง ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์

(9 เม.ย.68) พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ด้วยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 มีวันหยุดราชการต่อเนื่องกัน ตั้งแต่วันที่ 12 - 16 เมษายน 2568 รวม 5 วัน เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร จึงจำเป็นต้องมีการออกประกาศข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินรถในถนนบางสาย เพื่อให้เหมาะสมกับการจัดการจราจรในถนนบางสายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11 - 13 เมษายน 2568 และ 15 - 17 เมษายน 2568 ใน 7 เส้นทาง ดังนี้

1. ถนนมิตรภาพ ทับกวาง-สีคิ้ว (ทล.2) ตั้งแต่ กม. 15+600 ถึง กม. 102 : ทับกวาง จ.สระบุรี - สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ระยะทาง 87 กิโลเมตร 

2. ถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทล.304) ตั้งแต่ กม.165 ถึง กม.222 : กบินทร์บุรี - วังน้ำเขียว ระยะทาง 57 กิโลเมตร 

3. ถนนบุรีรัมย์ - อรัญประเทศ บายพาสเสาไห้ (ทล.348) ตั้งแต่ กม.71 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ถึง กม.83 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ระยะทาง 12 กิโลเมตร

4. ถนนพหลโยธิน เข้าเมืองนครสวรรค์ (ทล.1) ตั้งแต่ กม.332 ถึง กม.347 : กลางแดด - นครสวรรค์ตก จ.นครสวรรค์ ระยะทาง 15 กิโลเมตร 

5. ถนนรังสิโยทัย ปากน้ำโพ - บางม่วง (ทล.117) ตั้งแต่ กม.0+000 ถึง กม.7 : ปากน้ำโพ - บางม่วง จ.นครสวรรค์ ระยะทาง 7 กิโลเมตร 

6. ถนนพหลโยธิน เข้าเมืองสระบุรี (ทล.1) ตั้งแต่ กม.99+800 ถึง กม.106+150 : หนองยาว จ.สระบุรี ระยะทาง 7 กิโลเมตร 

7. ถนนพระรามที่ 2 (ทล.35) ตั้งแต่ กม.15+000 ถึง กม.53+000 : บางน้ำจืด - นาโคก อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 38 กิโลเมตร

สำหรับกรณีจำเป็นต้องเดินรถ ต้องมีการขออนุญาต ดังนี้
- กรณีใช้เส้นทาง 1. ถนนมิตรภาพ ทับกวาง-สีคิ้ว (ทล.2) , 2. ถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทล.304) และ 3. ถนนบุรีรัมย์ - อรัญประเทศ บายพาสเสาไห้ (ทล.348) ขออนุญาตกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง

- กรณีใช้เส้นทาง 4. ถนนพหลโยธิน เข้าเมืองนครสวรรค์ (ทล. 1) และ 5. ถนนรังสิโยทัย ปากน้ำโพ - บางม่วง (ทล.1 17) จ.นครสวรรค์ ให้ขออนุญาตกับตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ 
 
กรณีใช้เส้นทาง 6. ถนนพหลโยธิน เข้าเมืองสระบุรี (ทล.1) ให้ขออนุญาตกับตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี 

กรณีใช้เส้นทาง 7. ถนนพระรามที่ 2 (ทล.35) ให้ขออนุญาตกับตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา/หัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรดังกล่าว เพื่อเป็นการเปิดทางให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีประชาชนใช้รถใช้ถนน เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเพื่อลดการเกิดปัญหาด้านการจราจร และลดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น จึงขอให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถบรรทุก ได้เตรียมการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อไม่ให้กระทบกับการขนส่งสินค้าต่างๆ รวมถึงของดเว้นการจอดรถในไหล่ทางบนถนนสาธารณะ ซึ่งอาจเป็นที่มาของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงของผู้ขับรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ มาชนท้ายรถบรรทุกของที่จอดอยู่บริเวณไหล่ทางบนผิวการจราจร

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กองบังคับการตำรวจทางหลวง www.hwpdth.com และหากพี่น้องประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางการจราจร หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนกองบังคับการตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หมู่เรือลาดตระเวนร่วมไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 51 รับการตรวจเยี่ยมและเลี้ยงรับรองบนเรือหลวงนเรศวร ณ เกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม

หลังจากที่หมู่เรือลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพเรือเวียดนาม ทำการลาดตระเวนร่วมกัน ซึ่งเป็นครั้งที่ 51 ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างสองประเทศ ในโอกาสนี้ พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหมู่เรือลาดตระเวนร่วมฯ เรือหลวงนเรศวร ซึ่งจอดทอดสมอ ณ บริเวณเกาะฟูก๊วกพร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมกำลังพลทุกนายที่การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในการเป็นตัวแทนของกองทัพเรือในครั้งนี้ และได้จัดงานเลี้ยงรับรองกำลังพลจากกองทัพเรือเวียดนามบนเรือหลวงนเรศวร โดยผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ให้การต้อนรับพร้อมด้วยกำลังพลเรือหลวงนเรศวร และนักเรียนจ่าทหารเรือ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภายในงานได้มีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การแสดงมวยไทย และการแสดงดนตรีโดยวงดนตรีนักเรียนจ่าทหารเรือ เพื่อเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ไทย และสร้างความประทับใจให้กับมิตรประเทศ

จากการปฏิบัตินับได้ว่าสำเร็จตามเป้าหมายในการกระชับความสัมพันธ์ไมตรี เสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างกองทัพเรือไทยและเวียดนามอย่างยั่งยืน

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สืบสานประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2568

(9 เม.ย. 68) พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง คุณอริสรา ยุวนางกูร ประธานชมรมภริยาหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นประธาน ในการจัดงานเทศกาลวันสงกรานต์ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ประจำปี 2568 ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ กำลังพลและครอบครัว ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และความเป็นศิริมงคลของหน่วย เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ในการนี้ได้จัดให้มีพิธีรดน้ำสิ่งศักดิ์ประจำหน่วย ประกอบด้วย พระพุทธรูป บูรพมหากษัตริย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เคารพ ศรัทธา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการและครอบครัว ก่อนที่จะหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์และเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัว รดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด ต่อไป

#กองทัพเรือ
#เทิดทูนสถาบันป้องกันรัฐพัฒนาชาติราษฏร์ศรัทธา 
#MONARCHY_COUNTRY_GOVERNMENT_PEOPLE 
#หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
#จงรักภักดี_มีวินัย_พร้อมรับใช้ชาติ_ราชนาวี_และประชาชน
#ฝ่ายกิจการพลเรือนกองบัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

‘สุริยะ’ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยร่วมงานฌาปนกิจ ‘พล.อ.คำไต สีพันดอน’ พร้อมร่วมหารือรองนายกฯ สปป.ลาว เชื่อมโยงการเดินทางด้านถนน - ราง

เมื่อวันที่ (7 เม.ย. 68) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ได้เข้าร่วมงานฌาปนกิจศพระดับชาติของพลเอก คำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ลานพระธาตุหลวง เวียงจันทน์

รองนายกรัฐมนตรีฯ ลงนามในสมุดไว้อาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของพลเอก คำไต สีพันดอน พร้อมทั้งกล่าวแสดงความเสียใจในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทย ต่อนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้พบหารือกับนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว โดยได้รับการแสดงความขอบคุณจากรัฐบาลและประชาชน สปป. ลาว ทั้งยังหารือเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านถนนและรางระหว่างสองประเทศ

พลเอก คำไต สีพันดอน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย - ลาวให้ก้าวไปข้างหน้า โดยเป็นนายกรัฐมนตรี สปป. ลาวท่านแรกที่เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2535 ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ที่นำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนทั้งสองประเทศจนถึงปัจจุบัน

การที่ชาติหนึ่ง จะหวังให้อีกชาติหนึ่ง มาคอยเป็นพี่เลี้ยง หรือคุ้มครอง ไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้อง เราต้องพึ่งตนเอง

(7 เม.ย. 68) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า …

ทักทายจากฟิลิปปินส์ค่ะ มาร่วมงานเสวนา “South China Sea disputes under Trump 2.0: Finding a common ground among claimant states.”

ในวงเสวนาพูดกันเยอะว่าการที่ชาติหนึ่งจะหวังให้อีกชาติหนึ่งมาคอยเป็นพี่เลี้ยงหรือคุ้มครองไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้อง เราต้องพึ่งตนเองและสร้างพันธมิตรในการต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศโดยที่ไม่ต้องรบกัน…อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในเรื่องพื้นที่ทางทะเลก็ควรจำกัดวงไว้ ไม่ยกระดับเป็นความขัดแย้งอื่นเพราะมันจะมีผลต่อเศรษฐกิจและความเสียหายอื่นได้

‘ชัชวาลล์-ชื่นชอบ’ ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าก่อสร้างดุสิต ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ตรวจสอบอาคาร ที่พักอาศัย ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในบางซื่อ

(7 เม.ย. 68) สส.ชัชวาลล์ คงอุดม และนายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าก่อสร้างดุสิตและบริษัทตรวจสอบอาคารที่ได้รับการรับรองจากสภาวิศวกร ลงตรวจพื้นที่อาคารพักอาศัยในบริเวณเขตบางซื่อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งในวันนี้ตรวจสอบทั้งหมด 5 โครงการ 14 อาคารพักอาศัย

โดยโครงการนี้จะช่วยตรวจสอบตัวอาคาร และห้องพักของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆและในกรณีที่เป็นอาคารที่ได้รับผลกระทบมากจะตรวจสอบโดยละเอียด และออกใบรับรองให้หากผ่านการตรวจสอบและมีความปลอดภัยในการพักอาศัย พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นไปตามหลักวิชาการและคำแนะนำที่เหมาะสมในกรณีต้องปรับปรุงอาคารหรือห้องชุดดังกล่าว และรายงานรับรองผลภายในวันที่ 11 เม.ย.68

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์เล่าเรื่อง ‘ไอ้หนุ่มผมยาว’ หลัง ‘ดร.ไชยันต์’ ลงสมัคร!! ศาลรัฐธรรมนูญ

(7 เม.ย. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์การเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk แสดงความคิดเห็นภายหลัง ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัดสินใจลงสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีใจความว่า …

ตำนานไอ้หนุ่มผมยาว

จบจากอังกฤษมาเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬา
อ.ไชยวัฒน์ ค้ำชู คณบดีสมัยนั้นเห็นความสามารถตั้งให้เป็นรองคณบดี แล้วก็มีวาระประชุมผู้บริหารมหาลัย
อ.ไชยวัฒน์ให้เข้าประชุมแทน
โห พวกอนุรักษนิยมสีชมพูด่าพรึม
รับไม่ได้ เสียสถาบัน ผมยาวเฟื้อยมานั่งอยู่กลางคณาจารย์ผู้เคร่งขรึม เป็นรองคณบดีได้ไง
แหม่ ไม่รู้เสียแล้ว อย่าดูคนแค่ภายนอก
คนเราเปลี่ยนกันได้

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ศ.ดร.ไชยันต์ เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว ระบุว่า...

กลับมาสอน สมัยอาจารย์สุจิตเป็นคณบดีครับ ตอนนั้นอาจารย์ผู้ใหญ่บางคนมาติเรื่องผมยาว
เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากอาจารย์สุจิตหมดวาระ มีการแข่งขันชิงตำแหน่งคณบดี
ผมกับอาจารย์พิชญ์ไปขอให้อาจารย์ไชยวัฒน์ลงแข่ง พอท่านได้ ผมก็ต้องไปช่วยท่าน โดยเป็นรองคณบดีครับ
ตอนนั้น ไม่มีใครติเรื่องผมยาวแล้ว

‘จิรายุ’ ชวนเที่ยว!! เชียงใหม่ งานสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง ยัน!! ปลอดภัย ไร้ผลกระทบ จากเหตุแผ่นดินไหว

(7 เม.ย. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า วันนี้ตนได้ลงพื้นที่พร้อมกับ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายณัชฐเดช มุลาลี นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเพียง 3 อาคาร ที่ได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันไป โดยอาคารที่ 1 เป็นอาคารเก่า ‘ดวงกมลคอนโดมิเนียม’ ก่อสร้างมานานมากกว่า 30 ปีเป็นอาคารสูง 8 ชั้น มีจำนวน 102 ห้อง อยู่ที่ตำบล ช้างคลานอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศปิดห้ามใช้อาคารทั้งหมดและได้ใช้เหล็กค้ำยันที่ชั้น 1 มากกว่า 10 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้อาคารทรุดเนื่องจากโครงสร้างด้านล่างชั้น 1 บิดงอและมีรอยแตกร้าว โดยฝ่ายโยธาก็จะประสานงานเพื่อดำเนินการให้เจ้าของตึกแก้ไขปรับปรุงต่อไป ส่วนอาคารหลังที่ 2 และ 3 นั้น เป็นอาคารคอนโดมิเนียมสูง 22 ชั้น ซึ่งไม่มีผลกระทบทางโครงสร้าง เป็นเพียงอุปกรณ์ตกแต่งและปูนที่ฉาบแตกร้าว ขณะนี้ จังหวัดได้ให้นิติบุคคลเร่งแก้ไขเนื่องจากผู้อยู่อาศัยทั้งหมดได้ย้ายออกมาอยู่ข้างนอกชั่วคราว

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ผลกระทบด้านอื่นๆของจังหวัดเชียงใหม่มีน้อยมาก และกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากว่า 5 วันแล้ว สำหรับบรรยากาศต่างๆโดยเฉพาะการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ ทั้งถนนนิมมานฯ ถนนคนเดิน และร้านอาหาร บริเวณรอบคูเมือง ยังคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะช่วง เทศกาลสงกรานต์ที่จะเริ่มต้นขึ้นในปลายสัปดาห์นี้

“ยืนยันจังหวัดเชียงใหม่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ หรือ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง ด้วยความวัฒนธรรมและประเพณีที่งดงาม” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย

'แพทย์จุฬาฯ รุ่น 35' ออกโรงค้าน!! ประเทศไทย ไม่พร้อมมี 'กาสิโน' ชี้!! พนันถูกกฎหมาย จะนำ ‘ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม’ มาสู่สังคม

(7 เม.ย. 68) ศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 35 ออกแถลงการณ์คัดค้านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร โดยระบุว่า พวกเรา ในนามของศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 35 ผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ขอร่วมคัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เนื่องจากเห็นว่า ร่างฯ ดังกล่าว มีการอนุญาตให้มีการเล่นการพนันอย่างถูกกฏหมายอยู่ จะนำมาซึ่งความเสื่อมทางศีลธรรมของสังคมไทยอย่างมาก

ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะมีการพนัน แม้จะทำให้ถูกกฏหมายในช่วงเวลานี้ อีกทั้งกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย หรือความโปร่งใสในการบริหารจัดการยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ และยังไม่มีความชัดเจนในหลายส่วน เราไม่สนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้มีการเปิดบ่อนการพนัน หรือกาสิโนในประเทศไทย จึงได้ร่วมลงนามคัดค้านการเสนอ พ.ร.บ. ดังกล่าว เข้าสู่สภาในช่วงเวลานี้

ขอให้รัฐบาลและนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง โปรดพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง

รายชื่อ แพทย์จุฬาฯ รุ่น 35 ที่คัดค้านคาสิโน
1.ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม ประธานรุ่น 35 อดีตประธานราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์ 
2.พญ.จันทร์ทิพย์ เอกศิลป์ 
3.นพ.พรเอก อภิพันธุ์ 
4.นาวาอากาศเอก พญ.ภัทรวดี นาราวงศ์ 
5.นาวาอากาศโท นพ.ศักดา นาราวงศ์ 
6.นพ.วิศิษฐ์ วทานิยกุล 
7.นพ. สมรัช หิรัญยะวะสิต 
8.นพ. สวัสดิ์ ไตรตรึงษ์ทัศนา 
9.นพ. ยุทธชัย ตริสกุล 
10.นพ. มนตรี ลักษณ์สุวงศ์ 
11.พญ.มณฑา ไชยะวัฒน 
12.นพ.นรินทร์ บัญชานุรัตน์ 
13.นพ.วิสิทธิ์ เสถียรวันทนีย์ 
14.นพ.ปริทรรศ ศิลปกิจ 
15.นพ.สมชาย ไวกิตติพงษ์ 
16.นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล 
17.พญ.เอมอร วาสนสิริ 
18.นพ.ประพันธ์ ชนม์ยืน 
19.ศ.ดร.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล 
20.นพ.พรชัย วงศ์อุไรเลิศกุล
21.พญฺ.สุจิตรา ทศบวร 
22.นพ.สมบูรณ์ ทศบวร 
23.นพ.โกวิท คัมภีรภาพ 
24.นพ.กิจชัย ภัทรกุลพงษ์ 
25.นพ.นรชาติ รัตนชาตะ 
26.นพ.ประดิษฐ์ ไชยบุตร 
27.พญ.สมนึก ไพบูลย์เกษมสุทธิ 
28.นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ 
29.นพ.สุนทร ไกรสุวรรณ 
30.นพ.ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์ 
31.นพ.วิชาญ ลือสมบูรณ์ 
32.นพ.เสกสรรค์ แซ่แต้ 
33.นพ.เสถียร เทศวิเชียรชัย 
34.นพ.สมชาย จิตเป็นธม 
35.นพ.กนก กนกวงศ์นุวัฒน์ 
36.นพ.อดุลย์ สายสังข์ 
37.ศ นพ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ 
38.นพ.สมคิด วิระเทพสุภรณ์ 
39.นพ.ทิวา พงศ์บุญชู 
40.พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา 
41.นพ.นเรศ วิไลสกุลยง 
42.นพ.ศิริพงษ์ ปาจรีย์
43.นพ.ชำนาญ เตชะนิรัติศัย 
44.นพ.พงศธร อาสนศักดิ์ 
45.นพ.พรสรรพ์ ปุญญาภิบาล 
46.นพ.พิชัย วิจักขณ์พันธ์ 
47.นพ.สามภพ สาระกุล 
48.พญ.วิภา สาระกุล 
49.นพ.ธีรพงษ์ บุญยะลีพรรณ 
50.นพ.วิชัย ลีวรรณนภาใส 
51.พลอากาศโท นพ.นพดล วีรยางกูร 
52.นพ.สมคิด สุพรรณ์ 
53.นพ.สงัด วงศ์สิโรจน์กุล 
54.นพ.ธวัช คงคาลัย 
55.ศ.นพ.เทวารักษ์ วีระวัฒกานนท์ 
56.พ.อ.(พ.) นพ.ประสิทธิ์ จงฤทธิพร 
57.นพ.ปัญญา สินธุรัตเวช 
58.นพ.สุธีร์ พันธ์ทองลาภทวี 
59.ศ.นพ.สมศักดิ์ คุปต์นิรัติศัยกุล 
60.พล.ต.ท.สุพล จงพาณิชย์กุลธร 
61.นพ.กัมปนาท ตั้งอมตะกุล 
62.พล.อ.ท ไกรเลิศ เธียรนุกุ

‘ดร.เสรี’ เตือน!! ดัน ‘กาสิโน’ อย่าดูถูก!! พลังประชาชนผู้รักชาติ ลั่น!! ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ไม่ต้องพึ่งอบายมุข

(7 เม.ย. 68) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าเสียงคัดค้านอึงมี่ขนาดนี้ จะยอมถอยกันบ้างไหม

พรรคที่เป็นแกนนำและพรรคร่วม ไม่มีพรรคใดหาเสียงไว้ว่าจะมี Entertainment Complex ที่มี Casino แล้วทำไมต้องเร่ง

สส. ทั้งหลาย ท่านเป็น’ผู้แทนราษฎร’ ทำงานเพื่อประชาชน หรือเป็นตัวแทนนายใหญ่ ทำงานเพื่อประโยชน์ของนายใหญ่

องค์กรทางศาสนาหลักของประเทศประกาศไม่เอา Casino ทำจดหมายเปิดผนึกให้รัฐบาล ไม่รู้ว่า ครม. และ สส. จะนำพาหรือไม่

มือ Keyboard ใน Social media แสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันชัดเจนว่าไม่ต้องการ Casino  เพราะผลกระทบเชิงลบทางสังคมมีมากมาย

แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่ไม่ฟังเสียงข้างน้อยในเรื่องที่ประชาชนเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ยอมไม่ได้ รัฐบาลก็เสี่ยงนะ

ตอนนี้การลงถนนอาจจะไม่มากพอที่จะทำให้รัฐบาลหวั่นไหว แต่อย่าได้ดูแคลนพลังประชาชนที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยมี Casino

รัฐบาลอ้างว่า Casino จะส่งเสริมการท่องเที่ยว ขอบอกว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องอาศัยอบายมุข

ไม่ว่าจะอ้างรายได้มากแค่ไหน หลายฝ่ายต่างก็มองว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะผลกระทบเชิงลบทางสังคมนั้น มันจะทำลายประเทศไทย

ฟังเสียงประชาชนในภาคส่วนต่างๆแล้ว อย่าดันทุรังเลย ถอยเถอะ ถ้าไม่อยากเสี่ยง อย่ายโสโอหังว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

ฟังเสียงประชาชนแล้วถอยดีกว่าจะต้องเผชิญกับชะตากรรมที่นักการเมืองทั้งหลายไม่ต้องการ ถ้าหากมันจำเป็น คนที่เขาทำให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจได้ เขาก็อาจจะทำนะคะ

อย่าดูถูกพลังประชาชนผู้รักชาติที่เมื่อถึงเวลาที่จำเป็น พวกเราพร้อมที่จะขับเคลื่อนต่อต้านรัฐบาลทั้งกิจกรรม online และ offline นะคะ

กระทรวงอุตฯ พบ บริษัททุนจีน นำเข้ายางรถยนต์เก่า ไม่ผ่าน QC ลบยี่ห้อพิมพ์เพิ่ม Made in Thailand ย้อมเป็นยางรถใหม่ ออกขาย-ส่งออก

(6 เม.ย. 68) กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบบริษัททุนจีนรายใหญ่ที่ตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ในประเทศไทย หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยหลายประการ ทั้งในด้านการผลิต การใช้แรงงาน และการนำเข้าวัตถุดิบ

เบื้องต้นพบว่า บริษัทดังกล่าวนำเข้าวัตถุดิบทั้งหมดจากประเทศจีน รวมถึงใช้แรงงานฝีมือจากจีนเป็นหลัก โดยไม่จ้างแรงงานท้องถิ่นที่มีทักษะ 

พร้อมกันนี้ ยังตรวจพบว่า บริษัทมีการลักลอบนำเข้ายางรถยนต์เก่าจากจีนที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย แล้วทำการ “ลบตรา-โลโก้สินค้า” ออกจากยางเหล่านั้น ก่อนกระจายไปยังร้านยางในเครือข่ายทั่วประเทศ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังมีการพบว่า ยางรถยนต์ตกมาตรฐานบางส่วน ถูกนำไปพิมพ์ชื่อสินค้าใหม่ พร้อมติดฉลาก "Made in Thailand" ก่อนส่งออกจำหน่ายในราคาถูกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และมาตรฐานของสินค้ายางรถยนต์ไทยอย่างรุนแรง

จากการเข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าของบริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบยางที่ผ่านการแปลงสภาพถูกจัดวางรวมกับยางใหม่ อีกทั้งยังมีป้ายติดระบุชัดว่า “Export Only” สะท้อนให้เห็นถึงเจตนานำส่งสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานออกนอกประเทศอย่างชัดเจน

ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการรอคำชี้แจงจากทางบริษัท เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรัดกุม และพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายหากพบการกระทำความผิดจริง โดยจะนำผลสอบเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาใช้มาตรการต่าง ๆ ต่อไป

ในส่วนของสิทธิพิเศษตามโครงการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่บริษัทได้รับนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเข้าข่ายการละเมิดเงื่อนไขหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในการพิจารณา

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องผู้บริโภค และรักษาชื่อเสียงของสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการกระทำที่ขาดจริยธรรมและละเมิดมาตรฐานสากล

‘อนุทิน’ รับสนิทผู้ว่าฯ สตง. กว่า 10 ปี ยันไม่เคยช่วยเหลือกรณีตึกถล่ม ซัดเพจดังสร้างข่าวเท็จ

(6 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมงานครบรอบการก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ที่สำนักงานใหญ่พรรค กรณีเพจ CSI LA เผยแพร่ภาพความสนิทสนมระหว่างตนกับนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสอบสวนเหตุอาคารสำนักงาน สตง. ถล่ม

นายอนุทินยอมรับว่า ตนสนิทกับนายมณเฑียรจริง และเป็นเพื่อนรักกันมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่เรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ร่วมกัน โดยตนเป็นประธานรุ่น ส่วนนายมณเฑียรเป็นเลขารุ่น ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์ในเชิงส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ พร้อมย้ำว่า ข้อมูลที่อ้างว่ามีการช่วยเหลือกันในกรณีอาคารถล่มนั้น “เป็นเรื่องเท็จ และเป็นการกุข่าวโดยไร้หลักฐาน”

“เรื่องความเป็นเพื่อนกัน เราไม่ได้ปฏิเสธ แต่จะบอกว่าเราช่วยเหลือกันในเรื่องไม่ถูกต้อง แบบนั้นมันไม่จริง และไม่สามารถทำได้ด้วยซ้ำ” นายอนุทินกล่าว

พร้อมกันนี้ นายอนุทินยังระบุว่า อาคารดังกล่าวไม่ได้มีการลงนามในสัญญาก่อสร้างโดยนายมณเฑียร เพราะเจ้าตัวเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ สตง. ได้ไม่นาน และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อช่วงปลายปี 2567 ในขณะที่อาคารก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ

“รูปที่เขาเอาไปโพสต์กัน บางรูปก็เก่ามาก ตั้งแต่สมัยยังไม่มีรอยตีนกาเลยด้วยซ้ำ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนจะนำเสนอข้อมูล เพราะกรณีนี้มีแต่ความสูญเสีย ไม่มีใครจะไปช่วยใครให้รอดพ้นความผิดได้” นายอนุทินกล่าว

รองนายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า การสอบสวนเหตุอาคารถล่ม เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีใครแทรกแซงหรือชี้นำได้ โดยคณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตัวแทนจากสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และจากหลายมหาวิทยาลัย เพื่อความโปร่งใส

“ถึงแม้จะสามารถแทรกแซงได้ ผมก็จะไม่ทำ เพราะมันไม่ถูกต้อง และไม่มีใครควรช่วยคนผิดให้รอดจากความผิดกรณีแบบนี้เด็ดขาด” นายอนุทินกล่าวหนักแน่น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการดำเนินการทางกฎหมายกับเพจที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ถ้าไม่จริง จะไปฟ้องทำไม เรื่องมันไม่ใช่ก็ไม่ต้องทำอะไร แค่ยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น”

ทั้งนี้ นายอนุทินยังเปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับนายมณเฑียรเมื่อวานนี้ (5 เม.ย.) ผ่านกลุ่มไลน์ร่วมกัน ยอมรับว่าอีกฝ่ายมีความเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งก็ต้องมาเจอปัญหาใหญ่

ท้ายที่สุด นายอนุทินย้ำว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มีหน้าที่ตรวจสอบข้อผิดพลาดด้านวิศวกรรมและโครงสร้างอาคาร ส่วนประเด็นการทุจริตหรือฮั้วประมูล เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งกำลังดำเนินการควบคู่กันไป

“นี่คือเรื่องเศร้า และเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และไม่มีทางที่ผมจะช่วยใครให้ผิดเป็นถูกได้เด็ดขาด” นายอนุทินกล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top