Friday, 17 July 2026
NEWS

'มทภ.2' ลั่นไทยมีกระสุนเต็มแม็ก ป้องอธิปไตย ฝากบอก 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' รักษาสุขภาพด้วย

มทภ.2 ยืนยัน ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก พร้อมรักษาอธิปไตย ขอฮุนเซน-ฮุนมาเนต รักษาสุขภาพ พร้อมฝากรัฐบาล 2 ประเทศ เร่งสางปมชายแดนไทย-กัมพูชา

(9 ก.ค. 68) ที่ฐานอนุพงศ์ อ.น้ำยืน จ. อุบลราชธานี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี นำสิ่งของพระราชทานมามอบให้ ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมฝากให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัยดูแลสุขภาพตามที่ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำ เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าฝนขอให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล 

แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นการสร้างรั้วแนวปราสาทตาเมือนธมว่า ต้องทำความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายในเรื่องของเขตแดนให้ตรงกัน เพราะถ้าสร้างอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ ถ้ายังไม่ได้ทำความเข้าใจกัน จึงต้องให้ระดับสูงพูดคุยกันก่อน จนเกิดความเข้าใจกันหากจะสร้างโดยทันทีนั้นอาจเกิดความขัดแย้งได้ 

ขณะนี้ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันมาตลอด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดความไม่เข้าใจกันก็ต้องพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งบางครั้งเกิดความไม่เข้าใจกันเรื่องเส้นทางลาดตระเวน หรือทหารเปลี่ยนผลัดใหม่ก็ต้องทำความเข้าใจจนทุกวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยระดับกองพันกองร้อย ของทั้งสองฝ่ายก็ประสานพูดคุยกันจนทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วขณะนี้รอสัญญาณความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคหรือ RBC ไทย-กัมพูชา จากผู้นำทางฝ่ายกัมพูชา เพราะในส่วนของไทยโดยเฉพาะ โดยส่วนตัวในฐานะ ประธาน RBC มีความพร้อมทุกวัน หากจะประชุมวันพรุ่งนี้ก็พร้อมเสมอ

"เรารอแค่ทางกัมพูชาเป็นหลัก หากแจ้งกลับมาพรุ่งนี้ก็พร้อม หรือวันนี้ก็พร้อม เพราะเป็นประธานเอง ไม่ยากอะไร"

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาลาดตระเวนและมีการประชาสัมพันธ์เรื่องกระแสรักชาติของกัมพูชา ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ และทางไทยเองก็เชิญชวนให้ประชาชน มาเที่ยวชมปราสาทตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชา มีหลายปราสาทตั้งแต่ผามออีแดงจังหวัดศรีสะเกษ โดยยืนยันว่า 3 ปราสาท 1 พื้นที่ที่เป็นประเด็นคนไทยสามารถมาได้ทั้งหมด เพราะเป็นเขตของไทยอยู่แล้ว

ขณะเดียวกันขอขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมกันมาท่องเที่ยวปราสาท ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้นานแล้ว โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม รวมถึงปราสาทที่อยู่ใกล้เคียง ก็สามารถมาเที่ยวชมกันได้

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังย้ำถึงกรณีที่จะครบวาระเกษียณในเดือนตุลาคมนี้ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นผู้บังคับบัญชาที่จะคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถ มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 คนต่อไป จึงไม่เป็นห่วง

สำหรับนโยบายปราบปรามคอลเซนเตอร์-สแกมเมอร์ จะส่งผลเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาล และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แต่ปัจจุบันปัญหานี้ลดไปได้มาก หมายเลขโทรศัพท์ แปลกปลอมลดลง มีความเข้มงวด ในมาตรการเข้า-ออกด่าน และขอย้ำว่า กำลังตามแนวชายแดนก็ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดย ผบ.ทบ.รับนโยบายจากกระทรวงกลาโหม และหน่วยในพื้นที่พร้อมปฏิบัติตาม หากเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

พร้อมย้ำว่า ไม่กังวลประเด็นเสถียรของภาพรัฐบาล เพราะทหารทำหน้าที่อยู่แล้ว  และต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ ส่วนการเมืองก็เป็นระบบต้องแก้ไขตามระบอบประชาธิปไตย และในส่วนของทหารพร้อมทำงานแม้ว่าจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นใคร และขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายชัดเจนและทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งทหารก็พร้อมจะตอบสนองอยู่แล้ว 

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า จากสถานการณ์ช่องบก 28 พฤษภาคม 2568 จนถึงวันนี้ สถานการณ์ดีขึ้นโดยมีการปรับกำลังที่ช่องบก รวมถึงมีมาตรการด่าน เป็นการเสริมการทำงาน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ 

พร้อมยอมรับว่า สถานการณ์จะดีขึ้นอีกหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชาได้ว่า จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะฝ่ายไทยไม่มีปัญหาใดๆ โดยเฉพาะในประเด็น 3 ปราสาทกับหนึ่งพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทหารก็จะควบคุมพื้นที่อยู่เช่นเดิม  

ส่วนจะมีประเด็นอะไรฝากถึงสมเด็จฮุนเซนและฮุนมาเนต หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า อยากให้ดูแลสุขภาพ และยังต้องการให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา 

ส่วนกรณีที่กองทัพไทยขอการสนับสนุนกระสุนจาก 'จัสแมก' จนมีการวิเคราะห์กันว่า ไทยมีกระสุนไม่เพียงพอ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง แต่มีการให้ข่าวที่ค่อนข้างคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า ทุกวันนี้มีเพียงพออยู่แล้ว พร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติ พร้อมย้ำว่า ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก

ไทย–Interpol ผนึกกำลังไล่ล่าเครือข่ายโกง ล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์ในกัมพูชา

(9 ก.ค. 68) รัฐบาลไทยเดินหน้ายุทธการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ ล่าสุด พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผอ.ศปอส.ตร. ได้เข้าพบผู้บริหารตำรวจสากล (Interpol) ที่ฝรั่งเศส เพื่อหารือและยกระดับความร่วมมือ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายอาชญากรรมในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา

Interpol ยืนยันสนับสนุนไทยเต็มที่ ทั้งเครื่องมือ ข้อมูล วิเคราะห์ และการวางแผนปฏิบัติการ รวมถึงส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมทำงานใน “ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์” ที่ไทยจัดตั้งขึ้น หวังผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการปราบปรามในระดับภูมิภาค

สำหรับทาง Interpol ซึ่งมีสมาชิก 196 ประเทศ จะทำหน้าที่ประสานข้อมูลผู้กระทำผิดข้ามชาติ สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายในประเทศต่างๆ โดยไทยจะเป็นแกนกลางเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับกัมพูชา และประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าลดอาชญากรรมลงอย่างน้อย 50% ภายใน 3 เดือน และไม่ให้ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านอีกต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นคงด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งในประเทศและภูมิภาค

ภปค. เตือนกฎหมายใหม่อนุญาตให้ขายเหล้าเบียร์วันพระใหญ่ได้แค่ในสนามบินนานาชาติ  สถานบริการและโรงแรมที่จดทะเบียนเท่านั้น

รวมทั้งประเทศ 17,015 แห่ง นอกนั้นยังคงห้ามขายทั้งหมด ส่วนสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการในพื้นที่ท่องเที่ยง และกิจกรรมพิเศษระดับนานาชาติ ต้องรอกฎหมายลูกกำหนดพื้นที่ก่อน หวั่นอาสาหบูชา – เข้าพรรษา คนสับสน เสี่ยงผิดกฎหมาย  
 
​ด้วยเมื่อวันที่ (9 พ.ค. 68) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 “ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นการขายในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) การขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ (2) การขายในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ (3) การขายในสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่ตั้งอยู่ใน พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนด โดยคําแนะนําของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (4) การขายในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม (5) การขายในสถานที่ซึ่งใช้จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ และมีคนจํานวนมาก ไปทํากิจกรรมร่วมกันตามรายชื่อสถานที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนด โดยคําแนะนําของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับล่าสุด ยังไม่ได้เปิดให้ขายเหล้า-เบียร์ ได้เป็นการทั่วไปในวันพระใหญ่ โดยอนุญาตให้ขายได้เพียงในอาคารผู้โดยสารของสนามบินระหว่างประเทศ ขายในสถานบริการที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ขายในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องออกประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง ขายในโรงแรมที่จดทะเบียนตามกฎหมายโรงแรม และขายในกิจกรรมพิเศษระดับชาติที่มีคนจำนวนมากซึ่งจะต้องมีการออกประกาศเพิ่มเติม หากไม่เป็นไปตามข้อยกเว้นดังกล่าวและมีการฝ่าฝืนยังคงต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในประกาศฉบับนี้ยังกำหนดให้ผู้ขายตามข้อ 3 ต้องจัดให้มีการคัดกรองและมาตรการที่จําเป็น เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ความปลอดภัยของประชาชน และการจํากัดการเข้าถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนไว้ด้วย  

“ปัจจุบันมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ทำให้ผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปเข้าใจไปว่ามีการปลอดล็อคให้ขายเหล้าเบียร์ในวันพระใหญ่ทั้งหมดได้แล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง ในจำนวนจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีใบอนุญาตขาย กว่า 580,000 แห่ง นั้น จะถูกอนุญาตให้ขายได้เพียงบางจุดเท่านั้น อาทิ ในสนามบินนานาชาติ ซึ่งรวมทั้งประเทศมี 15 แห่ง  สถานบริการที่จดทะเบียนทั้งประเทศมีไม่ถึง 2,000 แห่ง  และโรงแรมที่จดทะเบียนอีกประมาณ 15,000 แห่ง 

ดังนั้นจุดผ่อนปรนที่อนุญาต ขายในตอนนี้มีเพียงแค่ 3% จากจำนวนใบอนุญาตขายทั้งหมด  สรุปคือโดยรวม 97% ยังคงห้ามขาย  ทั้งสิ้น ณ ปัจจุบัน  สำหรับร้านเหล้าผับบาร์หรือสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ในพื้นที่ท่องเที่ยวตามข้อ 3 และสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ ตามข้อ 5 ต้องรอกฎหมายลูกออกมาก่อน  ตอนนี้ยังไม่สามารถขายได้จนกว่าจะมีอนุบัญญัติออกมาว่ามีพื้นที่ใดบ้าง หวั่นเกิดความสับสนในวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา  10-11 กรกฎาคมที่ถึงนี้ จึงอยากให้น่วยงานที่รับผิดชอบชี้แจงให้ชัดเจน” นายธีรภัทร์ กล่าว

กัมพูชากล่าวหา ‘แฮ็กเกอร์ไทย’ เจาะระบบรัฐฯ ชื่อกลุ่ม ‘BlackEye-Thai’ โจมตีต่อเนื่อง 2 สัปดาห์

(9 ก.ค. 68) กระทรวงโทรคมนาคมกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายไทยที่อ้างว่ากัมพูชาเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ โดยยืนยันว่า “รัฐบาลกัมพูชาไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกลุ่มดังกล่าว”

แถลงการณ์ยังระบุว่า ข้อกล่าวหานี้เป็นความพยายามของไทยในการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของกัมพูชาบนเวทีระหว่างประเทศ และไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการกล่าวหาในลักษณะนี้

ในทางกลับกัน กัมพูชากล่าวหาว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์จากไทยที่ใช้ชื่อว่า “BlackEye-Thai” ได้โจมตีระบบออนไลน์ของหน่วยงานรัฐบาลกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ระบบความปลอดภัยสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเสียหายเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ กัมพูชาเตือนประชาชนให้ระวังข่าวปลอมที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย พร้อมเรียกร้องให้ใช้วิจารณญาณต่อข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ (8 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกองอำนวยการร่วมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , สำนักงบประมาณและการเงิน , สำนักงานเลขานุการตำรวจ , สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี , กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงคมนาคม , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงศึกษาธิการ , กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้วยวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลได้กำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล ส่วนกลาง ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เวลา 07.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล , เวลา 08.00 น. พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน , เวลา 17.30 น. พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา 19.29 น.

พล.ต.อ.ไกรบุญฯ สั่งการอำนวยการจัดการดูแลการจราจรอย่างเข้มงวด เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เกิดความเรียบร้อยโดยรอบบริเวณการจัดงาน ตลอดจนการดูแลอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมี แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินจนถึงบริเวณท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง

เชียงใหม่- เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ใส่ใจด้านสุขภาพ จัดกิจกรรมเจ้าหนูขาไถ 'Chiang Mai Night Safari Balance Bike ครั้งที่ 2'

เมื่อวันที่ (6 ก.ค.68) สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมแข่งขันเจ้าหนูขาไถ 'Chiang Mai Night Safari Balance Bike ครั้งที่ 2' โดยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ได้มอบหมายให้ นางสาวสรัลรัศมิ์ ธัญญวัฒโนทัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นางสาวสรัลรัศมิ์ ธัญญวัฒโนทัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า การจัดกิจกรรมแข่งขันเจ้าหนูขาไถ 'Chiang Mai Night Safari Balance Bike ครั้งที่ 2' จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมด้านสุขภาพ เป็นโอกาสที่น้อง ๆ ได้มาสัมผัสกับความสนุกสนาน พร้อมกับการออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ และยังได้เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายที่แข็งแรง พัฒนาการทางด้านจิตใจ ได้ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมีอารมณ์ที่เบิกบาน มีความกล้าหาญ มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ ด้วยกิจกรรมจักรยานขาไถ พร้อมทั้งสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกันระหว่างน้อง ๆ เพื่อน ๆ และครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มพัฒนาการของน้อง ๆ อีกด้วย

โดยการแข่งขันนี้ มีน้อง ๆ หนู ๆ เข้าร่วมมากกว่า 120 คน และผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ อับดับที่ 1 รุ่น 2 ขวบ ได้แก่ เด็กชายเจตนิพัทธ์ นาชัยโชติ, รางวัลชนะเลิศ อับดับที่ 1 รุ่น 3 ขวบ ได้แก่ เด็กหญิงศิรินดา กาวีละ, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 4 ขวบ และรางวัล Open mini girl ได้แก่ เด็กหญิงเมภิกา สุทธกูล, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 5 ขวบ ได้แก่ เด็กชายไกรวิชญ์  ขันไชย, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 6 ขวบ และรางวัล Open big boy ได้แก่ ปุณณเกียรติ์ เปรมปิติกูลวัฒณา, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 7- 9 ขวบ ได้แก่ เด็กชายวุฒิวัฒน์ สุทธกูล, รางวัล Open big girl ได้แก่ เด็กหญิงศรุดา รุจิภัทรเจริญ และรางวัล Open mini boy ได้แก่ เด็กชายศุภสิน ทาเกิด

สภาอุตฯ เรียกถกด่วน 47 กลุ่มอุตสาหกรรม รับมือภาษีทรัมป์ 36% คาดไทยเสียหาย 8-9 แสนล้าน

(8 ก.ค. 68) จากกรณีที่สหรัฐอเมริกาได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราสูงถึง 36% ครอบคลุมสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดที่สูงกว่าที่ภาคเอกชนประเมินไว้ และสูงกว่าหลายประเทศคู่แข่งในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม (20%) อินโดนีเซีย (32%) และมาเลเซีย (25%) ซึ่งสะท้อนว่าไทยกำลังเสียเปรียบในเชิงการแข่งขัน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในเบื้องต้น อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าหลัก เช่น อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ อัญมณี เหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งคาดว่ามูลค่าความเสียหายต่อการส่งออกไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 8-9 แสนล้านบาท

“แม้ว่าข้อเสนอแรกของไทยจะถูกส่งไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมและมีการลงนามในเช้าวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งอาจสวนทางกับประกาศของสหรัฐฯ ที่แจ้งมา ขณะนี้ ไทยได้ส่งข้อเสนอที่ 2 ไปแล้ว ซึ่งมีความแตกต่างจากข้อเสนอแรก โดยเฉพาะในเรื่องจำนวนรายการสินค้าที่จะลดภาษีให้เป็น 0% ซึ่งมีจำนวนหลายพันรายการ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราส่งข้อเสนอเพิ่มเติมไปนั้น ยังไม่มีการตอบกลับมา แต่เชื่อว่า หากสหรัฐฯ ได้พิจารณาอีกครั้งในข้อเสนอเพิ่มเติมใหม่นี้ น่าจะมีผลไปในทิศทางบวก” นายเกรียงไกร กล่าวเสริม

สถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนเช่นนี้ ส.อ.ท. จึงจะมีการประชุมเร่งด่วนภายในร่วมกับ 47 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ก่อน เพื่อประเมินผลกระทบเป็นรายกลุ่ม และจัดทำมาตรการรองรับที่เหมาะสม หลังจากนั้น ในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะรีบเร่งประชุมร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการตั้งรับต่อไป

‘ทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม’ คว้าแชมป์ตามคาด ‘ช้าง กอล์ฟ ยู แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025’ สนามแรก

(8 ก.ค. 68) ภัทริศร์ ถนอมสิงห์ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้ชำนาญการสนับสนุนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง และดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร เดอะ เจ็นซ์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬากอล์ฟจากทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม, ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในการแข่งขันกอล์ฟระดับอุดมศึกษา รายการ “ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” รอบคัดเลือกสนามที่ 1 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ร่วมกับ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เปิดศึกดวลสวิงระดับอุดมศึกษา ในรายการ “ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ประเดิมสวิงสนามแรกที่เขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 

“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการกอล์ฟไทย ทั้งในระดับเยาวชน และระดับอุดมศึกษา จึงได้จัดรายการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักกอล์ฟในระดับอุดมศึกษาได้มีเวทีแข่งขัน ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับนักกอล์ฟในระดับอุดมศึกษาได้มีพื้นที่ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ โดยมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศตอบรับร่วมแข่งขันเพื่อชิงทุนการศึกษารวม 10 มหาวิทยาลัย 

“ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” ทำการแข่งขันรอบคัดเลือก 2 สนาม และรอบชิงชนะเลิศ  1 สนาม แข่งขันประเภททีม 4 คน (คิดคะแนนดีที่สุด 3 คน) ซึ่งในรอบคัดเลือกเป็นการแข่งขันแบบสะสมคะแนน 2 สนาม แข่งขันแบบ Stroke Play 36 หลุม เพื่อจัดอันดับ คัด 8 ทีมเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ โดยรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันแบบ Match Play ทำการแข่งขัน 2 วัน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 Division แข่งรอบละ 18 หลุม โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นทีมละ 2 คู่ คือ Foursomes 1 คู่ และ Four-Ball 1 คู่ ซึ่งทีมที่ชนะเลิศในอันดับต่างๆ จะได้รับทุนการศึกษาพร้อมรางวัลเกียรติยศ

การแข่งขัน “ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” รอบคัดเลือก สนามแรก แข่งขันในวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 มีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมชิงชัยรวม 10 มหาวิทยาลัย  คือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

หลังจบการแข่งขันในรอบคัดเลือก สนามที่ 1 ปรากฏว่า แชมป์เก่า “ทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม” ที่ทำสกอร์รวมดีสุด คว้าแชมป์ตามคาด ด้วยสกอร์รวมทีม 436 (222-214)  ส่วน “ทีมมหาวิทยาเกษตรศาสตร์” รับรองแชมป์ สกอร์รวมทีม 454 (233-221)    และ “ทีมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ” จบที่ 3 สกอร์รวมทีม 457 (229-228) ในการแข่งขันรอบคัดเลือกสนามที่ 1 

“ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” รอบคัดเลือก สนามที่ 2 จะทำการแข่งขันที่สนามเทรชเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ในวันที่ 2-3 สิงหาคม 2568 ติดตามความเคลื่อนไหวและผลการแข่งขันได้ที่ Facebook: Chang Golf Club

มูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว แถลงข่าวจัดกิจกรรม 'The COP Charity Run 2025' เดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ครั้งที่ 1

(8 ก.ค. 68) ณ ห้องประชุมชัยจินดา 1 ชั้น 20 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานกรรมการมูลนิธิ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว พร้อมด้วย พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ร่วมแถลงข่าวการจัดโครงการ “เดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ครั้งที่ 1 (The COP Charity Run 2025)” 

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 03.00 – 08.00 น. บริเวณลานอเนกประสงค์ สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ สร้างความรัก ความสามัคคีระหว่างตำรวจและประชาชน รวมถึงระดมทุนสนับสนุนงานด้านสาธารณประโยชน์
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม. ค่าสมัคร 800 บาท (รับเสื้อ Finisher และเหรียญที่ระลึก)
2. มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม. ค่าสมัคร 600 บาท (รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก)
3. เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 5 กม. ค่าสมัคร 500 บาท (รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก)
4. ประเภท VIP ค่าสมัคร 2,000 บาท (รับเซ็ตเสื้อคอปก เสื้อแขนสั้น เหรียญ 

โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรม)
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้ 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่
1. โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
2. โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นทุนการศึกษาและสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ
3. มูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ ครอบครัว ผู้ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ด้อยโอกาส

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวว่า “ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้น เงินทุนที่ได้รับจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อโรงพยาบาล โรงเรียน และสาธารณประโยชน์อย่างเต็มที่” พร้อมระบุว่า ทางมูลนิธิได้เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างครบครัน

ด้าน พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลตำรวจจะจัดทีมแพทย์และพยาบาลประจำตลอดเส้นทางการแข่งขัน เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมขอบคุณมูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และผู้ให้การสนับสนุนทุกฝ่าย โดยยืนยันว่าจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลตำรวจ

ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: The COP Charity Run 2025 https://www.facebook.com/TheCOPCharityRun และสมัครออนไลน์ได้ที่ https://www.regis.run/2025thecoprun ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568

สำหรับผู้ประสงค์ร่วมบริจาคสมทบทุน สามารถโอนเงินได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลตำรวจ ชื่อบัญชี มูลนิธิ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขที่บัญชี 982-4-40147-4

(สุรินทร์) ปชส.สุรินทร์ จัดกิจกรรม “ผู้ว่าฯ พบปะสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์” ครั้งที่ 1 

เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.68) ที่ ห้องประชุมเอมอรแกรนต์ A สวนป่ารีสอร์ท อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน การจัดกิจกรรม "ผู้ว่าฯ พบปะสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์" ครั้งที่ 1 ประจําปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายธีรยุทธ  ดวงมณี ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวรายงาน มี นายประภาส  ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายวสันต์  ชิงชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พันเอก จิรัฎฐ์  ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี นายกิตติ สัตย์ซื่อ ปลัดจังหวัดสุรินทร์ นางสาวสุปราณี มหาพัฒนไทย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ นายสหชาติ  คำพูน  ขนส่งจังหวัดสุรินทร์ นางวิลาวรรณ์ แสนจันทร์ สถิติจังหวัดสุรินทร์ นางจิราพร นิยมตรง ผู้อำนวยการสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดสุรินทร์ นายรองรัตน์ จงอุตส่าห์ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติ 

ซึ่งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม "ผู้ว่าฯ พบปะสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์" ครั้งที่ 1 ประจําปีงบประมาณ 2568 ภายใต้โครงการ ประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี กลุ่มเป้าหมายคือ สื่อมวลชน ชมรมช่างภาพฯ และเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ จํานวน 85 คน 

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อดําเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนทําให้เกิดความร่วมมือใน การดําเนินงานของส่วนราชการ ตามแผนพัฒนาจังหวัด ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของจังหวัดสุรินทร์ผ่านสื่อมวลชนหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว 

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ มีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาเมืองสุรินทร์” โดย นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ได้ แจ้งหลักทำงาน 5 ป ของผู้ว่าฯให้สื่อมวลชนได้รับทราบและประชาชนได้รับรู้ คือ 1. ป เปิดบ้าน “พบง่ายได้ที่บ้าน 2. ป เปิดห้องทำงาน “เข้าพบ เข้าหาได้ง่ายที่ห้องทำงาน” 3. ป เปิดใจ “เปิดใจใกล้ชิดประชาชน รับฟังทุกข้อเสนอแนะ” 4. ป โปร่งใส “นำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบได้” และ 5. ป เป็นธรรม “ความเสมอภาค / ไม่เลือกปฏิบัติ  หัวข้อ “สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา” โดย พันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และการบรรยาย หัวข้อ “สถานการณ์ปัญหายาเสพติดจังหวัดสุรินทร์” โดย พันตำรวจตรี ภาณุวิชญ์ ยานศิริ สารวัตรอำนวยการปฏิบัติราชการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์  

‘มือเศรษฐกิจจุลภาค’ ชี้เจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ไม่ง่าย เพราะการเมืองไทยไม่นิ่ง และยังไม่มีข้อเสนอที่ดึงดูดพอ

(8 ก.ค. 68) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ มือเศรษฐกิจจุลภาค อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Ta Plus Sirikulpisut' ในหัวข้อ ‘การเจรจา ภาษีของสหรัฐยากมาก’

สาเหตุคือ สหรัฐมีหนี้มหาศาล ต้องมีภาระจัดการหนี้12-15% ของงบประมาณ และหากปล่อยเป็นธรรมชาติ ปี 2570 การจัดการหนี้ต่อปีจะเป็น 20% ของงบประมาณ และไม่นานจะเกิด Debt spiral จะทำให้สหรัฐกู้เงินยาก และค่าเงิน USD เสื่อมค่า

การแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องลดงบประมาณ ซึ่งทรัมป์ทำอย่างเข้มข้นแล้ว งบ NGO ตัดหมด ฯลฯ
ถัดไปคือเพิ่มรายได้ ภาษีสหรัฐเยอะมาก ทางเลือกถัดไปคือ รายได้จากศุลกากร ซึ่งสหรัฐขาดดุลการค้าเยอะมาก ต้องเพิ่มรายได้+ลดขาดดุลการค้าไปพร้อมกัน

การใช้ Data analysis เข้ามารายงานประเทศที่ได้ดุลการค้าเยอะ แถมเพิ่มปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เข้าไป เวียดนามโยนไพ่ตาย ลดภาษีให้สหรัฐหมดเลย แต่ได้กลับมา 20% สหรัฐยิ้มหวาน เพราะได้อย่างที่ต้องการ คู่ค้ารายอื่นต้องเสนอตัวเลขที่ใกล้เคียงหรือดีกว่า

แต่สินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐส่วนมากจะเป็นภาคอุตสาหกรรม และเป็นเงินลงทุนจากต่างชาติของสหรัฐเองก็ไม่น้อย

เราเคยชี้แจงไปแล้ว แต่ สหรัฐเข้าตาจนด้านการคลัง อยากให้ไทยเสนอให้ดีกว่านี้ และเมื่อเทียบกับ Asean แล้ว Malay ก็ดีกว่า แถมการเมืองบ้านเรายังไม่นิ่ง โจทย์ยากสุด ๆ ครับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

(8 ก.ค. 68) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 8 - 9 กรกฎาคม 2568 มีข้าราชการตำรวจผู้รับผิดชอบแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคลระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ และผู้แทนศูนย์ฝึกอบรมต่างๆ เข้าร่วมโครงการ จำนวน 150 นาย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อพิจารณาทบทวน ปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความเหมาะสมทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงหรือความจำเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน และสามารถตอบสนองต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อพัฒนาสมรรถนะข้าราชการตำรวจให้สามารถตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างแท้จริง และสะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงคุณภาพได้อย่างเป็นระบบและรูปธรรม

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า ข้าราชการตำรวจกว่า 200,000 นาย เป็นทรัพยากรที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนให้ภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การบังคับใช้กฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างข้าราชการตำรวจให้มีความรู้ความสามารถและสมรรถนะที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ได้ให้ความเห็นชอบ และดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2564 จึงมีความสำคัญที่ใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาข้าราชการตำรวจ ให้ครอบคลุมและต่อเนื่อง การที่ ก.ตร.มีมติให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงแผนดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้แทนจากทุกหน่วยงาน จะได้ร่วมกันระดมสมอง เพื่อแผนดังกล่าวมีความทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่สภาพอาชญากรรมได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งอาชญากรรมทางไซเบอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่

สำหรับโครงการดังกล่าวจะมีการสัมมนา “ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศตวรรษที่ 21” โดยผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , อนุกรรมการ ก.ตร. , พล.ต.ต.ปรีดา สถาวร รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล พร้อมคณะ และมีการแบ่งกลุ่มผู้ร่วมสัมมนาเพื่อวิเคราะห์ความสำเร็จ อุปสรรคของแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ แผนการผลิตข้าราชการตำรวจ , แผนฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาด้านการบริหาร , แผนฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะทางและหลักสูตรที่กำหนดตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง , แผนพัฒนาข้าราชการตำรวจอย่างต่อเนื่อง ระดับผู้บังคับหมู่ ถึงรองผู้กำกับการ ใน 5 สายงานหลัก และแผนเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลและการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีตำรวจ , แผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยวิธีอื่นๆ

‘SIWOO – SEOHYEON’ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ กอล์ฟเยาวชน ‘ดิทโต้’ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ

(8 ก.ค. 68) นายประสงค์ สุดอำพัน (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และนายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 2 จากขวา) ประธานจัดการแข่งขัน “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์” ให้เกียรติมอบรางวัล และร่วมแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการ “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ก.ค.68

บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่องกับการจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในรายการ “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” แข่งขันระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน (54 หลุม)  ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ WAGR (World Amateur Golf Ranking) และ JGS (Junior Golf Scoreboard) 

“ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” เป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 5 ของ “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รุ่น คือ Special GENZ (ชาย) อายุ 19-23 ปี, Super GENZ (ชายและหญิง) อายุ 15-18 ปี, Junior GENZ (ชายและหญิง) อายุ 11-14 ปี ทำการแข่งขันแบบเก็บคะแนนสะสมตลอดฤดูกาล เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟในรุ่น Super GENZ และรุ่น Junior GENZ จำนวน 12 คน โดยนักกอล์ฟที่มีคะแนนสะสม (สนามที่ 1-7) อันดับ 1, 2 และ 3 ในสองรุ่นดังกล่าวทั้งชายและหญิง จะได้รับการดูแลและสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาฝีมือจาก “เดอะ เจ็นซ์” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Genz Golf Camp ที่ เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ FlowCode โดยมี Dr. Rick Sessinghaus โค้ชของ Collin Morikawa รวมถึง Mr.Hallam Morgan พร้อมทีม Flow Code มาร่วมสอนเรื่องของ Mental Game ให้กับน้อง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแคมป์กอล์ฟ จำนวน 30 คนในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย 

หลังจากจบการแข่งขันในรอบสุดท้าย ผลปรากฏว่า ในรุ่น Super Genz (ชาย) Siwoo Park  คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ รอบสุดท้ายฟอร์มโหดจัดกดสกอร์ในรอบสุดท้าย 5 อันเดอร์ สกอร์รวมสามวันที่ 7 อันเดอร์พาร์ 209  ส่วนรุ่น Super Genz (หญิง) SEOHYEON BAEK นักกอล์ฟเกาหลี ที่เพิ่งคว้าแชมป์ Super 6 Match Play ในสนามที่แล้ว รอบสุดท้ายเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ เก็บเพิ่มได้ 5 อันเดอร์ จบสามวันที่สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 214

รายการต่อไปเป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 6 “ช้าง คลาสสิค 2025” เป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ World Amateur Ranking แข่งขันระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568 ที่สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2568

(7 ก.ค. 68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลดีเด่นของกองบิน 41 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41 โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงร่วมเป็นเกียรติพิธี

พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่มีความประพฤติดี มีผลงานดีเด่น และได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองบิน 41 และประเทศชาติ

ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกที่ดีในการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมเน้นย้ำว่าการมอบรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานและเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

"แม่ทัพภาคที่ 2 ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย"

(7 ก.ค. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน  พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ให้การต้อนรับ คุณ เจสซี่ โอดัม ในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่ง อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ

โดย อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการต่อต้านยาเสพติดและสืบสวนเกี่ยวกับองค์กรค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนสารควบคุมเข้าสหรัฐอเมริกา และตลาดโลก และ พร้อมที่จะประสานความร่วมมือในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดกับ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) 
กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ขับเคลื่อนแผนการสกัด กั้น และปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe" ตามนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัด กั้นการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ ชายแดน โดยจัดตั้งกลไกบูรณาการร่วมกับหน่วย งานความมั่นคง และพลเรือน อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

#กองบัญชาการกองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #พลโทบุญสินพาดกลาง​ #อุปทูตด้านการปราบปรามยาเสพติด #สำนักงานด้านการปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา
#มิสเตอร์เจสซี่โอดํา​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top