Wednesday, 28 October 2026
NEWS

รู้จัก ‘Teddy Park’ เบื้องหลังความสำเร็จ ‘ลิซ่า - BLACKPINK’ | Knowledge Times EP.26

????Knowledge Times BizView
????รู้จัก ‘Teddy Park’ เบื้องหลังความสำเร็จ ‘ลิซ่า - BLACKPINK’

ทราบหรือไม่ว่า ก่อนที่ Solo เดี่ยว ‘LALISA’ ของสาว ‘ลิซ่า BLACKPINK’ จะไต่ขึ้นอันดับหนึ่งในหลายแพลตฟอร์มชาร์จเพลงทั่วโลกและสร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการ K-POP อย่างทุกวันนี้ มีชายคนหนึ่งที่เป็นเบื้องหลังสำคัญอยู่

ชายคนนั้น คือ ‘Teddy Park’

Teddy Park คือ ชาวเกาหลีที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในอเมริกา และซึมซับพร้อมศึกษาวัฒนธรรมเพลงในฟากตะวันตกไว้กับตัวอย่างมากมาย โดยเฉพาะแนวฮิปฮอป

ตอนอายุได้ 17 ปี Teddy ได้ตัดสินใจเดินทางกลับมาที่เกาหลี เพื่อออดิชันกับค่าย YG Entertainment ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงค่ายระดับกลางที่เต็มไปด้วยศิลปินฮิปฮอป และยังไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนในตอนนี้

แน่นอนว่าด้วยความสามารถที่หาตัวจับอยากของ Teddy จึงได้โอกาสเซ็นสัญญากับทาง YG Entertainment ทันที และได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงฮิปฮอปที่ชื่อว่า ‘1TYM’ 

ด้วยความเจ๋งของ ‘1TYM’ ทำให้วงดังกล่าว เจ๋งพอจะคว้ารางวัล Rookie of the year จากเวที Golden Disc Awards และกลายมาเป็นต้นแบบไอดอลสายฮิปฮอปของหลายๆ วงใน YG ยุคต่อมา

อย่างไรก็ตามในปี 2006 ‘1TYM’ ก็ได้ยุติบทบาทลง แต่บทบาทของ Teddy ไม่ได้จบตาม ด้วยความสามารถที่มี เขาได้ถูกดึงมาเป็น Producer ให้กับ YG อย่างเต็มตัว ซึ่งอันที่จริงแล้ว ก่อนหน้า เขาก็เคย Produce ให้กับศิลปินใน YG มาก่อนแล้วทั้ง SE7EN และ Jinusean (จีนูฌอน) 

นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสร่วมงานกับวง Idol Boy Group วงแรกของ YG อย่าง BIGBANG ในเพลง We belong together ซึ่งผลงานส่วนใหญ่มักเป็นเพลงประกอบในอัลบั้ม หรือเพลง Solo ของสมาชิกในวงเสียมากกว่า

จากนั้นพอเข้าปี 2009 เมื่อ YG ได้เดบิวต์วง Girl Group วงแรกอย่าง ‘2NE1’ ขึ้นมา ตัวเขาก็ได้รับโอกาสมาโชว์ของอย่างเต็มตัว โดย Teddy ได้เป็น Producer หลักทั้งอัลบั้ม ผ่านแนวดนตรี เรกเก้/ป็อป/แดนซ์/เฮาส์ 

แน่นอนว่า ‘2NE1‘ ได้กลายเป็นสุดยอดวงไอดอลหญิงแห่งยุคนั้น โดยมี Teddy เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับตำนานกับวงไว้มากมาย ตั้งแต่เพลง Fire / I Don’t Care / I Am the Best หรือแม้แต่เพลง Come Back Home

หลังจากนั้น ความเจิดจรัสในฐานะ Producer มือทอง ก็ทำให้เขากลายมาเป็นตัวเลือกให้กับอีกหลายโปรเจกต์ของ YG โดยในปี 2012 Teddy ได้เข้ามามีบทบาทกับวง BIGBANG อีกครั้ง ซึ่งหนนี้เขาเป็น Producer หลักของอัลบั้ม Alive ที่นำดนตรีแนว Electronic เข้ามาผสมผสาน จนได้สร้างผลงานระดับตำนานให้ BIGBANG ผ่านผลงานเพลง Fantastic Baby และถูกยกสถานะให้กลายเป็น Producer คนสำคัญที่ BIGBANG ขาดไม่ได้อีกต่อไป 

และ YG ก็ไม่ผิดหวัง เมื่อ Teddy เขย่าฟอร์ม BIGBANG ในโปรเจกต์ MADE ที่เขย่าวงการ K-POP ด้วยการทำยอดขายอัลบั้มกว่า 2 ล้านชุด และติดชาร์จเพลงอันดับ 1 ทั้งในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ส่งเจ้าตัวให้กลายเป็น Producer ระดับตำนานของวงการไปโดยปริยาย

และแน่นอนว่า ความสำเร็จของไอดอลหญิงรายใหม่กระฉ่อนโลกของ YG อย่าง BLACKPINK ก็ไม่หลุดมือ Teddy เช่นกัน เขาคือผู้ชายคนสำคัญของสาวๆ ผู้ตระหง่านในวงการ K-POP อย่างรวดเร็ว หลังปล่อยเพลงเดบิวต์ไปเพียง 2 เพลงเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้สร้างสุดยอดความสำเร็จผ่านมินิอัลบั้มชุดแรก SQUARE UP ของสาวๆ BLACKPINK ด้วยการทะยานขึ้นระดับโลกผ่านเพลง DUU-DU-DUU-DU รวมไปถึงเพลง Solo ของพี่รองของวง อย่าง ‘เจนนี่’ ในเพลง ‘SOLO’ ตามด้วย Solo ของ ‘โรเซ่’ ในเพลง ‘On The Ground’ จนดัน BLACKPINK กลายเป็น ไอคอน กลุ่มใหม่ของโลกไม่แพ้ BIGBANG กับ 2NE1 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องเล็กสุดของวง ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สาวไทยหนึ่งเดียวในวง ที่เพิ่งจะปล่อย Solo เดี่ยวเพลง ‘LALISA’ ออกมาและได้สร้างปรากฏการณ์ยอดวิวในยูทูบทะลุ 10 ล้านวิว ภายใน 1 ชั่วโมง แน่นอนว่าเบื้องหลังบทเพลงเขย่าวงการ K-POP นี้ก็ไม่ใช่ฝีมือใครที่ไหนนอกจาก Teddy Park Producer มือทอง ที่มีส่วนร่วมในการสร้างตำนานในครั้งนี้ด้วย

อันที่จริงแล้ว ถ้าลองถอดรหัสความเป็น Teddy และความสำเร็จในทุกโปรเจกต์ที่ได้เข้าไปดูแลแล้วล่ะก็ จะพบว่าจุดสำคัญ คือ เขาเก่งในการสลัดภาพเก่าของไอดอล ทั้งชาย-หญิง ออกไป ไม่ได้สนใจภาพลักษณ์เดิมของไอดอลแบบเกาหลี แต่สนใจที่จะนำเพลงดีๆ ซาวนด์ติดหู และมีความเป็นสากลมาเติมเต็มให้กับไอดอลทุกคนที่เขาต้อง Produce ให้ทั้งนั้น 

งานของเขาจึงเรียกว่ามีทั้งความเป็นสากล ร่วมสมัย และยังมีครีเอทีฟ ที่สะท้อนตัวตนของเพลงและศิลปินนั้นๆ ออกมาได้อย่างลงตัว

แม้ในปัจจุบัน ผลงานเพลงของ YG จะไม่ได้มีออกมามากมาย แต่ Teddy ก็ถือเป็นโปรดิวเซอร์มือทองที่ยุ่งที่สุดในวงการ เพราะแค่ใช้ชีวิตในฐานะ ‘หัวใจ’ ของ YG ที่ตอนนี้ หมดไปกับ BLACKPINK,BIGBANG ก็เกินกลืน

ฉะนั้นในวันนี้  Teddy จึงเป็นบุคคลที่ YG และประธาน หยาง ต้องง้อยิ่งกว่าใครในปฐพีเกาหลี…

สวีเดน-เดนมาร์ก ระงับฉีดโมเดอร์นากลุ่มอายุน้อย หลังพบผลข้างเคียงกล้ามเนื้อ-เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

สวีเดนและเดนมาร์ก ประกาศระงับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นาในกลุ่มคนอายุน้อย หลังได้รับรายงานผู้มีอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นผลข้างเคียงชนิดหายากหลังฉีดวัคซีนดังกล่าว

หน่วยงานด้านสุขภาพของสวีเดนระบุเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่นว่า จะระงับการฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาในกลุ่มผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี 2534 หรือมีอายุไม่เกิน 30 ปี เนื่องจากได้รับข้อมูลที่บ่งชี้ว่า กลุ่มคนอายุน้อยและเยาวชนมีภาวะหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเพิ่มสูงขึ้นหลังฉีดวัคซีนดังกล่าว ทั้งยังระบุว่า ภาวะดังกล่าวเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาอย่างชัดเจนหลังฉีดวัคซีนโดสที่สอง แต่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนน้อยมาก

ประชาธิปัตย์ขาขึ้น!! ‘เกษม มาลัยศรี’ อดีต ส.ส.-ส.ว.ร้อยเอ็ด ซบปชป. ยก ‘จุรินทร์’ เหมาะเป็นนายกฯ ชี้เกษตรกรอีสานชอบนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของพรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามญี รมช.มหาดไทย นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตร นายปริญญาพานิชภักดิ์ 3 รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบบัตรสมาชิกพรรคให้กับ นายเกษม มาลัยศรี อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติพัฒนา และอดีตส.ว. ปี 2543 หลังสมัครเป็นสมาชิกพรรค และมีผลวันนี้โดยนายจุรินทร์ ได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตตราสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ ให้นายเกษม พร้อมกล่าวขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมงานกับพรรค

ด้านนายเกษม กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค พูดจริง ทำจริง ทำมากกว่าพูด ช่วยแก้ปัญหาเกษตรกรได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน จึงอยากสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาธิปัตย์มาแก้ไขปัญหาประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเกษตกรทั่วประเทศมีรายได้ จากนโยบายประกันรายได้ถ้วนหน้า

 

รมว.แรงงาน เตือนนายจ้าง ลูกจ้าง ดูแลความปลอดภัยช่วงฝนตกหนัก ตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า ย้ำขับขี่ปลอดภัยรมว.แรงงาน เตือนนายจ้าง ลูกจ้าง ดูแลความปลอดภัยช่วงฝนตกหนัก ตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า ย้ำขับขี่ปลอดภัย

รมว.แรงงาน ห่วงการเกิดอุบัติเหตุความไม่ปลอดภัยในการทำงานจากผลกระทบฝนตกหนัก เตือนนายจ้าง ลูกจ้าง ดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 5 – 11 ตุลาคม 2564 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความห่วงใยต่อนายจ้าง ลูกจ้าง ในเรื่องความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการจากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงแรงงานจึงสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ โดยให้จัดส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยในการทำงานเข้าตรวจสถานประกอบกิจการ และทำความเข้าใจกับนายจ้าง ลูกจ้าง ได้ดูแลสถานประกอบกิจการให้มีความปลอดภัยในการทำงาน ร่วมกันตรวจสอบเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟฟ้ารั่วและดูด เป็นต้น สำหรับสถานประกอบกิจการ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดเหตุความไม่ปลอดภัย เช่น เกิดน้ำท่วมฉับพลันดินโคลนถล่ม ทำให้อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างทรุดตัวหรือพังทลาย โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโครงสร้าง อาคาร สถานที่ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย

'ศรีสุวรรณ' จ่อร้องนายกฯตั้ง กก.สอบปศุสัตว์-กรมศุลกากรไม่ปฏิบัติตามคำแนะกฤษฎีกา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ที่ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้า-ส่งออกทั้งใน-นอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของในเขตปลอดอากรหลายพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำสินค้าใดๆ เข้ามาในพื้นที่ปลอดอากรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออกนั้น ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้พื้นที่ปลอดอากรเป็นฮับ (Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล

แต่ปรากฏว่ากรมปศุสัตว์ได้ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าว โดยอ้างว่าสินค้าปศุสัตว์ทุกประเภทจะต้องขอรับใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ตาม ม.31 แห่ง พรบ.โรคระบาดสัตว์ 2558 เสียก่อน จนกลายเป็นข้อขัดแย้งและเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อผู้ประกอบการอย่างมาก ที่จะต้องเพิ่มภาระ ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และเวลา ไปกับการตรวจลงตราของกรมปศุสัตว์ ซึ่งกรณีนี้กรมศุลกากรได้มีการหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แนะให้กรมปศุสัตว์และกรมศุลกากรให้แก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางบริหารโดยการหารือร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน อันจะนำไปสู่การใช้อำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประเทศ

โดยแนะนำให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์ในทางบริหารเพื่อลดขั้นตอนในการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและเหมาะสม ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมิให้เป็นภาระจนเกินสมควรแก่ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าปศุสัตว์เข้าไปในเขตปลอดอากรตาม ม.152 แห่ง พรบ.ศุลกากร 2560 และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยไม่กระทบต่อการคุ้มครองสุขภาพและอนามัยของประชาชนจากความเสี่ยงของการเกิดและแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ แต่ทว่าจนบัดนี้ การนำเข้าสินค้าปศุสัตว์เพื่อนำมาพักไว้ยังเขตปลอดอากรเพื่อผ่านแดนส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนก็ยังคงเป็นปัญหาเหมือนเดิม ไม่มีการร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อเพื่อประโยชน์ในการด้านการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศแต่อย่างใด

'สภากาชาดไทย' ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี 

พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ ฯ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้ารับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีจากนายสุทัศน์ นันโท จ่าจังหวัดลพบุรี รักษาการนายอำเภอชัยบาดาล โดยมีนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการ ฯ และกิ่งกาชาดอำเภอชัยบาดาล ให้การต้อนรับและร่วมรับฟังการบรรยาย พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรถผลิตน้ำดื่ม สภากาชาดไทย บริการผลิตน้ำดื่มสะอาด ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ใช้อุปโภค บริโภค พร้อมทั้งมอบชุดธารน้ำใจ ฯ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 20 ราย  ณ ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

สภากาชาดฯ โต้ปม ‘ค้ากำไรวัคซีนโมเดอร์นา’ ย้ำชัด!! จัดหาโปร่งใสให้ปชช.ไม่คิดมูลค่า

จากกรณี น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul โจมตี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ สภากาชาดไทย มีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือภาษีประชาชน ในการดำเนินงาน (และบางส่วนมาจากเงินบริจาค) แสวงผลกำไรจากวัคซีนโมเดอร์นา

ล่าสุด เฟซบุ๊ก สภากาชาดไทย ได้ชี้แจงประเด็นที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอข่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 โดยอ้างอิงข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นาม Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล เรื่องวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna โดยเผยแพร่เอกสารมีเนื้อหาระบุว่า

"ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอข่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 โดยอ้างอิงข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นาม Sarinee Achavanuntakul – สฤณี อาชวานันทกุล ซึ่งเขียนข้อความทำนองว่าสภากาชาดไทยใช้เงินของตัวเองจองโควตาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna ผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพื่อนำมาขายต่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศนั้น

ข้อความและข่าวดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อการดำเนินงานของสภากาชาดไทย ดังนั้น สภากาชาดไทยจึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1.) สภากาชาดไทยเป็นองค์กรการกุศลที่มีรายได้เป็นเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน และได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสภากาชาดไทยไม่ได้เป็นหน่วยงานภาครัฐโดยตรง

2.) เดือนเมษายน 2564 ท่ามกลางสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่มีการระบาดรุนแรงมากขึ้น สภากาชาดไทยได้ริเริ่มจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชน โดยได้ติดต่อกับหน่วยงานกาชาดในต่างประเทศ และบริษัทผู้จำหน่ายวัคซีนเพื่อจัดหาหรือขอซื้อวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนตามภารกิจของสภากาชาดไทย

3.) ผลการประสานงานกับ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศไทย ได้ตกลงจะขายวัคซีน จำนวน 1 ล้านโดส ให้แก่สภากาชาดไทย แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อผ่านหน่วยงานของรัฐ คือ องค์การเภสัชกรรม จึงจะขายให้ได้เพราะเป็นนโยบายของบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา

3 กลุ่มไหน ไม่น่า 'ทานเจ'

แม้เทศกาลกินเจ ถือศีลกินผัก จะเป็นกิจกรรมที่ใครหลายคนอยากเข้าร่วม แต่การรับประทานเจ ก็ยังมีข้อจำกัดแก่บางกลุ่มบุคคล เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างด้วย

“ผบ.ทอ.” รับมอบ “รพ.สนาม BDMS สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” จากบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หลังร่วมกันจัดตั้งและรักษาผู้ป่วย COVID-19 ระดับสีเหลือง-แดง โดยหลังจากนี้จะให้บริการภายใต้ชื่อ “รพ.สนามสนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)”

ที่สนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีรับมอบ “โรงพยาบาลสนาม BDMS สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” จาก แพทย์หญิง ปรมาภรณ์  ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายแพทย์ ดุลย์  ดำรงศักดิ์ ผู้ช่วยประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และ รองศาสตราจารย์ อัจจิมา  เศรษฐบุตร กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อจัดตั้งเป็น “โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)”

ด้วยในห้วงที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีการขยายวงกว้างมากขึ้นและแพร่ระบาดไปในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดจากกรณีที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ มีจำนวนผู้ขอเข้ารับการตรวจคัดกรองจำนวนมากในแต่ละวัน และมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันเช่นกัน

กองทัพอากาศ จึงได้ผนึกกำลังกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือ BDMS ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลสนาม BDMS สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” เพื่อเป็นการ รองรับสถานการณ์ดังกล่าวร่วมกัน โดยได้ปรับปรุงสนามกีฬาเปลี่ยนให้เป็นโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนทีมแพทย์และบุคลากรจากเครือ BDMS โดยมูลนิธิเวชดุสิต ฯ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ โดยกองทัพอากาศให้การสนับสนุนสถานที่และบุคลากรดูแลรักษาความปลอดภัย

โรงพยาบาลแห่งนี้มุ่งเน้นให้บริการผู้ป่วยระดับสีเหลือง-แดง พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและทีมงานเป็นสำคัญ อาทิ การใช้หุ่นยนต์ในการส่งยาและอาหาร การติดต่อสื่อสารผ่าน Line Official ส่งผู้ให้ผู้ป่วยทุกรายได้รับการดูแลรักษาที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและปลอดภัย มีขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียง

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม – 10 กันยายน 2564 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั้งสิ้น 230 ราย รักษาหาย 198 ราย ส่งต่อไปรับการรักษา ณ โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนด้วยปัญหาของโรคอื่น ๆ 32 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต

ผลศึกษา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ต้านได้ทุกสายพันธุ์ เปิดไทม์ไลน์เข้าไทย ได้ใช้เร็วที่สุด ธ.ค.นี้

สธ.เผยผลศึกษา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ใช้ได้ผลดีในกลุ่มอาการเล็กน้อย-ปานกลาง ยับยั้งโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์ พร้อมเปิดไทม์ไลน์เข้าไทย ได้ใช้เร็วที่สุด ธ.ค.นี้

วันที่ 6 ต.ค. 64 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้ายาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์ ระบุว่าการฉีดวัคซีนทำให้ผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตลดน้อยลงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ บางรายจึงอาจมีการติดเชื้อและมีอาการหนักได้ ซึ่งกรมการแพทย์ได้หารือกับบริษัทต่างๆ ที่ทำการทดลองยาต้านไวรัสในต่างประเทศมาโดยตลอด รวมถึงยาโมลนูพิราเวียร์ ด้วย 

โดยยาต้านไวรัสตัวนี้ คือยาต้านไวรัสโดยการยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อโควิด-19 เมื่อเชื้อไวรัสไปอยู่ในเซล เชื้อจะไปจำลองตัวเองเพื่อแบ่งตัว ทำให้ไวรัสมากขึ้น ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายต่อสู้ไม่ได้ แต่ยาโมลนูพิราเวียร์จะไปยับยั้งการเพิ่มจำนวนตัวเองของไวรัส ซึ่งข้อมูล ณ ขณะนี้ยืนยันว่าสามารถใช้ได้กับโควิดเกือบทุกสายพันธุ์ที่มีในปัจจุบันทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิม แกมมา เดลตา หรือมิว 

ในการวิจัยของบริษัทผู้ผลิตเป็นแบบสุ่มระยะที่ 3 MOVe-OUT Trial ซึ่งการใช้ยาตัวนี้จะใช้ในผู้ป่วยอาการเล็กน้อย - ปานกลาง ยังไม่ได้รับวัคซีน และจะต้องเป็นผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่ออาการรุนแรงอย่างน้อย 1 ปัจจัย คือ ภาวะอ้วน, อายุ 60 ปีขึ้นไป, เบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคมะเร็ง ซึ่งจะให้ยาภายใน 5 วันตั้งแต่เริ่มมีอาการ

จากข้อมูลการวิเคราะห์เบื้องต้น ในผู้ที่ได้รับยา 775 คน แบ่งเป็นได้ยาโมลนูพิราเวียร์ 385 คน และยาหลอก 377 คน โดยยามีขนาดเม็ดละ 200 มิลลิกรัม ให้ครั้งละ 4 เม็ด 800 มิลลิกรัม เช้า - เย็น รวมวันละ 1,600 มิลลิกรัม เป็นเวลา 5 วันรวม 40 เม็ด พบว่าลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาล และเสียชีวิตประมาณ 50% ไม่พบผู้เสียชีวิตในผู้ที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ และเสียชีวิต 8 รายในผู้ที่ได้รับยาหลอก  อย่างไรก็ตาม ในการทดลองใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในผู้ป่วยที่มีอาการหนัก พบว่าไม่ได้ผล จึงได้เลิกการวิจัย

นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินการของยาโมลนูพิราเวียร์นั้น บริษัท Merck ผู้ผลิตจะดำเนินการยื่นขอการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน ถ้าผ่านการขึ้นทะเบียนจะเป็นยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ดตัวแรก ที่จะได้รับการรับรองจาก อย.สหรัฐฯ ซึ่ง Merck ตั้งเป้าผลิตให้ได้สำหรับ 10 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ หรืออีก 3 เดือน โดย Merck มีแผนการทำสัญญากับฐานการผลิตยาหลายแห่งในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ในเอเชียมีการหารือร่วมกับประเทศอินเดีย 5 - 6 บริษัท

จ่อชง ศบค.ผ่อนคลายเพิ่มในอีก 2 สัปดาห์ หลังหลายพื้นที่สีแดงเข้ม ตัวเลขติดเชื้อต่ำกว่าร้อย 

(6 ต.ค. 64) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงตอนหนึ่งว่า สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ในพื้นที่กทม. และปริมณฑล พบคลัสเตอร์บุคลากรทางการแพทย์ ขอเน้นย้ำประชาชนที่ไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีไข้ มีอาการทางเดินหายใจให้แจ้งข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ และมีการตรวจไข้ตรวจโควิดทุกราย

ทั้งนี้ จ.ตราด พบคลัสเตอร์โรงงาน, จ.จันทบุรี พบคลัสเตอร์โรงงาน คลัสเตอร์คนงานเก็บผลไม้ และคลัสเตอร์อู่ซ่อมรถ, จ.ชลบุรี พบคลัสเตอร์โรงงาน และคลัสเตอร์โรงไฟฟ้า, จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบคลัสเตอร์แพปลา, จ.ระยอง พบคลัสเตอร์แพปลา และคลัสเตอร์ในค่ายทหาร

“ลุงตู่ - ลุงป้อม” ห่วงใยชาวแฟลตดินแดง มอบ "รมว.เฮ้ง" ส่ง ทปษ.รมว. แจกข้าวกล่องสู้โควิด-19

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เวลา 15.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่มอบข้าวกล่อง ครัวลุงตู่ ลุงป้อม ซึ่งได้ให้แม่ค้าในชุมชนได้ทำข้าวกล่องในมื้อเย็น เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ จำนวน 1,500 กล่อง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านชุมชนดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 3 แห่ง ๆ ได้แก่

จุดแรกที่โครงการฟื้นฟูเมืองดินแดงระยะที่ 1 (ดินแดงแปลงจี) หลังมัสยิดมูฮายีรีน จำนวน 400 กล่อง โดยมี นายสมัย แสงชาติ ประธานคณะกรรมการชุมชนโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดงระยะที่ 1 (ดินแดงแปลงจี) จุดที่สอง ที่บริเวณสนามอาคาร 8 ชั้น แยกประชาสงเคราะห์ ตรงข้ามโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จำนวน 400 กล่อง โดยมี นางศิริเพ็ญ สาปณ ประธานชุมชนดินแดง 1 เป็นผู้รับมอบ และจุดที่สาม ที่บริเวณลานกีฬา 51 ซอยประชาสงเคราะห์ 11 ใกล้ตลาดเคหะชุมชนดินแดง 2 จำนวน 700 กล่อง โดยมี นายวิชาญ เขียวแก้ว ประธานคณะกรรมการเคหะชุมชนดินแดง 2 และชาวแฟลตดินแดงร่วมรับมอบ

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง และชาวแฟลตดินแดงที่ไม่มีรายได้เนื่องจากผลกระทบโควิด จึงได้สั่งการให้ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้แม่ค้าในชุมชนได้ทำข้าวกล่องในมื้อเย็น เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ จำนวน 1,500 กล่อง ในวันนี้ท่าน รมว.แรงงาน จึงได้มอบหมายให้ลงพื้นที่มอบข้าวกล่องให้แก่ชาวบ้านชุมชนดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในมื้อเย็น รวมทั้งสิ้น 3 แห่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. จนถึงวันที่ 12 ต.ค.64 เป็นเวลา 27 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19 ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

 

'อัษฎางค์' โพสต์แสดงความยินดี 'ราชมงคล' หลังชื่อวิทยาเขตเดิมทั้ง 5 ยังคงอยู่ต่อไป

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

ขอร่วมแสดงความยินดีที่ชื่อ "ราชมงคล" 
และชื่อวิทยาเขตเดิมทั้ง 5 ยังคงอยู่ต่อไป   

ภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 5 วิทยาเขต และสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร อันประกอบด้วย... 

- นายกสมาคมนักเรียนเก่าช่างกลพระนครเหนือ
- นายกสมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนคร 
- นายกสมาคมศิษย์เก่าโชติเวช
- กรรมการสมาคมศิษย์เก่า มทร.พระนคร
- ที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนคร และ 
- กรรมการสมาคมนักเรียนเก่าช่างกลพระนครเหนือ

'หมอมนูญ' ชี้ยา 'โมลนูพิราเวียร์' ตัวเปลี่ยนเกม ช่วยโควิดในไทย 'ลดป่วยหนัก-เสียชีวิต'

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า

เปรียบเทียบประสิทธิภาพยาเม็ดฟาวิพิราเวียร์กับยาโมลนูพิราเวียร์

ยาฟาวิพิราเวียร์มีประสิทธิภาพช่วยให้อาการดีขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดจำนวนไวรัสในร่างกาย ลดการใช้ออกซิเจนได้ แต่ช่วยได้น้อยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ช่วยลดการเสียชีวิตในคนไข้โรคโควิด-19

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คิดค้นยาฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งหลายประเทศไม่รับรองให้ใช้ยาตัวนี้ในการรักษาโรคโควิด ด้วยเหตุผลให้ยากับไม่ให้ยา ผลการรักษาต่างกันน้อยมาก และยังได้ผลข้างเคียงจากยา

โลกพร้อมคว่ำบาตรโตโยต้า!! หลังฝืนค้าน 'รถยนต์ไฟฟ้า' อ้าง!! สร้างมลพิษยิ่งกว่าน้ำมัน - ตกงานกว่า 5 ล้านคน | Knowledge Times EP.25

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
???? โลกพร้อมคว่ำบาตรโตโยต้า!! หลังฝืนค้าน 'รถยนต์ไฟฟ้า' อ้าง!! สร้างมลพิษยิ่งกว่าน้ำมัน - ตกงานกว่า 5 ล้านคน

“โมเดลทางธุรกิจของอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังจะพังลง” ประโยคนี้ ถูกกล่าวโดย “Akio Toyoda” ประธานบริษัท “TOYOTA” หลังได้รับทราบ นโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่สั่งห้ามขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป

Toyoda ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะเขามองว่าความเป็นจริง รถยนต์ไฟฟ้าล้วนสร้างมลพิษมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และมองว่ารถยนต์ Hybrid ตอบโจทย์มากกว่าในตอนนี้ 

เขาได้พยายามพูดถึงข้อเสียต่าง ๆ จากการผลักดันให้เกิดรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีวาทะเด็ดเรียกแขกคนทั่วโลกว่า "ศัตรูของเรา คือคาร์บอนไม่ใช่เครื่องยนต์ ฉะนั้นควรหันไปพัฒนาเครื่องยนต์ให้ลดการปล่อยคาร์บอนจะดีกว่าการที่จะยกเลิกผลิตเครื่องยนต์น้ำมัน ในขณะเดียวกัน ประเทศญี่ปุ่นจะขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนทั้งประเทศหากรถทุกคันต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน” 

นอกจากนี้ Toyoda ยังเผยอีกว่า หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศนโยบายมุ่งสู่การเป็น ประเทศปลอดคาร์บอน (Carbon Neutral) และรถพลังงานไฟฟ้า (EV) อาจจะกระทบการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแรงงานกว่า 5.5 ล้านคน

เพราะประเทศญี่ปุ่นผลิตรถยนต์ปีละ 10 ล้านคัน ในจำนวนนี้ 5 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อส่งออก หากตามเป้าหมายภายในปี 2030 ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นมุ่งสู่รถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเราคาดการณ์ว่าจะผลิต EV ถึง 2 ล้านคัน (BEV และ FCEV) นั่นเท่ากับว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายใน 8 ล้านคัน จะหายไปเลย และส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในระบบกว่า 5.5 ล้านคน 

ฉะนั้นการที่นักการเมืองบางคนบอกว่า เราจำเป็นต้องเปลี่ยนรถยนต์ทุกคันให้กลายเป็น EV เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมการผลิตของเราล้าสมัยนั้น ในมุมของ Toyoda จึงมองว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด และวันนี้โตโยต้า ยังมีหน้าที่ปกป้องการจ้างงาน และชีวิตของคนญี่ปุ่น จึงมองแนวทางใหม่ที่จะแก้ปัญหานี้แทน

ซึ่งใครหลายคนที่ได้ฟัง ต่างก็งงไปตาม ๆ กัน เนื่องจากเหตุผลนั้นค่อนข้างย้อนแย้ง เพราะว่าแม้โตโยต้า จะพัฒนาเครื่องยนต์ Hybrid ได้ดีแค่ไหน มันก็ยังคงปล่อยคาร์บอนอยู่ดี ซึ่งต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าล้วน

อย่างไรก็ตาม แม้การยืนหยัดของโตโยต้าจะดุเดือดเพียงใด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ สั่นคลอนกับมุมมองนี้ และพร้อมเดินหน้าประกาศหยุดผลิตรถยนต์สันดาปในเวลาอันใกล้ หันไปมุ่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือแม้แต่ Nissan

ความคิดอันสุดโต่งของประธานโตโยต้าครั้งล่าสุด ดูจะไปกระทบใจนักสิ่งแวดล้อม ที่ตอนนี้เริ่มออกมาเรียกร้องให้โลกคว่ำบาตรโตโยต้า เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ยังคงใช้เงิน และอิทธิพลในการชะลอความก้าวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้า

เพราะในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ เริ่มตระหนักว่าอนาคตของโลก คือ รถยนต์ไฟฟ้า แต่โตโยต้า กลับดันทุรังสู้ต่อในตลาด Hybrid และเซลล์เชื้อเพลิง ส่อเจตนาชะลอความก้าวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้า แม้ Toyoda จะเคยบอกว่าเขาจะสนใจรถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องไม่ใช่เร็ว ๆ นี้

สำหรับการประกาศคว่ำบาตรโตโยต้า มีแกนนำอย่าง “Paul Scott” ผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้สนับสนุน EV Plug In America และอีก 15 กลุ่ม ที่ลงนามสนับสนุนการจัดการประท้วงเพื่อประกาศคว่ำบาตรผู้ผลิตรถยนต์ ยังสถานที่ตั้งของโตโยต้าในเมือง Santa Monica โดย “Paul Scott” กล่าวว่า “นาฬิกาสภาพอากาศกำลังเดินไปข้างหน้า และเราต้องเริ่มโจมตีผู้ก่อมลพิษ แม้ว่าจะไม่ใช่โตยาต้าก็ตาม” 

ซึ่งเขามองว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลงควบคู่ไปกับกฎหมายของรัฐบาลกลาง นอกจากนั้นพวกเขายังได้เขียนจดหมายถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโตโยต้า มอเตอร์ อเมริกาเหนือ โดยในจดหมายสรุปใจความได้ว่า... 

“เราขอให้โตโยต้าหยุดพยายามขัดขวางนโยบายผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า ตามวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี และแนะนำให้โตโยต้าหันมาสนับสนุน - ลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงเรื่องของสถานีชาร์จซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้วย

สุดท้ายแล้ว การคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลต่อโตโยต้ามากแค่ไหน ก็ยังบอกยาก ขนาดผู้ผลิตยานยนต์ในญี่ปุ่นนั้น ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะดันเครื่องยนต์ Hybrid ให้ไปต่อหรือไม่อย่างไรในอนาคต

แต่ในส่วนของประเทศไทยที่อุตสาหกรรมยานยนต์ส่วนใหญ่ล้วนขับเคลื่อนด้วยแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่น คงพอเห็นภาพอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าที่อาจจะยังก้าวช้ากว่าเทรนด์โลกอย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top