Wednesday, 28 October 2026
NEWS

‘ดร.ชัยภัฏ’ ขู่ถอดถอน ผู้บริหารจุฬาฯ ยกแผง หากยังเพิกเฉย ปมยกเลิกอัญเชิญพระเกี้ยว

ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล ในฐานะอดีตนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณี องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ออกแถลงการณ์ ยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ว่า การยกเลิกโดยอ้างเหตุผลว่าให้คนเท่าเทียมกันนั้น เป็นการโกหก ตลบตะแลง และสร้างความแตกแยก ซึ่งกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวเป็นการแสดงความกตัญญูรำลึกถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ในฐานะผู้พระราชทานกำเนิดมหาวิทยาลัย แต่การที่มายกเลิกกิจกรรม ถือเป็นการเนรคุณบุญคุณพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 คนที่ทำให้คนเท่ากันจริงคือพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระองค์เดียวเท่านั้น ที่ทรงเลิกทาส เลิกไพร่ และส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี คนพวกนี้เหมือนอ่านหนังสือวนไปวนมาไม่เข้าใจ เนรคุณ ใช้คำพูดบิดเบือนสร้างความแตกแยก ทรยศผู้มีพระคุณ ไม่ได้มีอุดมการณ์อะไร แต่เป็นพวกแหกคอก

ซึ่งทางคณะพิทักษ์เกียรติภูมิจุฬาฯ จะออกแถลงการณ์เรื่องนี้ในไม่ช้า ถึงผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ดำเนินการจัดการกับกลุ่มคนเหล่านี้ที่ทำผิดซ้ำซาก โดยเฉพาะนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากผู้บริหารจุฬาลงกรณ์ยังนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการ ตนก็จะหาวิธีการถอดถอนอธิการบดี และนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อไป เพราะเมื่อเกิดเรื่องแล้วควรเรียกประชุมด่วนทันที สิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างความแตกแยก แต่มหาวิทยาลัยกลับไม่สนใจดำเนินการ

จีนพบเชื้อระบาดอีกระลอก หลังคุมได้ก่อนหน้า คาดอาจลามใหญ่ในอีกไม่กี่วัน

จากการรายงานของ Bloomberg มีคำเตือนจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนว่า การแพร่ระบาดจะยังคงเลวร้ายลงต่อไป และการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของจีนจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดอาจยังคงขยายตัวต่อไป

อู๋เหลียงโหย่ว เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการบรรยายสรุปในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ การระบาดของโควิด-19 ในจีนในปัจจุบัน เกิดจากสายพันธุ์เดลตาจากต่างประเทศ

หมี่เฟิง โฆษกคณะกรรมาธิการกล่าวว่าคลื่นของการติดเชื้อแพร่กระจายไปยัง 11 มณฑลตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีประวัติการเดินทางข้ามภูมิภาค และเขาเรียกร้องให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ใช้ ‘โหมดฉุกเฉิน’

เตือนใจนักบุญโอนไว เหยื่อโหนสถาบันฯ ชั้นดี เจอบล็อกกลับ หากถามหา 'ความโปร่งใส'

จากเรื่องดีๆ สุดท้ายดันต้องกลายเป็นการเตือนภัยไปเสียนี่ หลังกลุ่มคนรักสถาบันได้มีการวิจารณ์ถึงบุคคลรายหนึ่ง ที่มักนำเสนอตนเองว่ารักในหลวง ปกป้องสถาบันฯ อย่างต่อเนื่อง จนโกยแม่ยกมาติดกันตรึม ชวนทำบุญเลี้ยงอาหารบุคลากรทางการแพทย์ ขอรับเงินโอนตั้งแต่พัน-สองพันยันหมื่นได้หมด!! 

แต่เหตุเจ้ากรรมดันโป๊ะแตกตรง พอมีคนถามถึงบัญชีกลับบล็อกผู้มีพระคุณเหล่านั้นเสียนี่!! 

ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อ 10 ต.ค. 64 ในโซเชียลมีเดีย กลุ่มคนรักสถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่มักจะเขียนสเตตัสแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการรับเงินบริจาคจากผู้สนับสนุนแล้วไม่แจงบัญชีรายรับ-รายจ่าย แต่กลับบล็อกคนที่เคยบริจาคให้ โดยบุคคลรายนี้ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่มีนามแฝงบนเฟซบุ๊ก นามสกุลคล้ายกับดารานักแสดงอาวุโสชื่อดัง มีไลฟ์สไตล์ชอบขับขี่รถจักรยานยนต์ราคาแพง รักการออกกำลังกายและผจญภัย มักจะเขียนบทความปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์บ่อยครั้ง

บุคคลรายนี้มีชื่อเสียงมาจากคลิปวิดีโอที่อ้างว่าไม่รู้ใครทำ นำเสนอตนเองขี่รถจักรยานยนต์ราคาแพง กล่าวถึงกลุ่มที่ถูกคนบางกลุ่มด้อยค่าว่าสลิ่ม ไม่เดือดร้อนเลยไม่ได้เข้าร่วมม็อบขับไล่รัฐบาล ความจริงคือทุกคนเดือดร้อน แต่ไม่โวยวายเพราะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ยึดเหนี่ยวจิตใจ คลิปดังกล่าวมีคนกดไลก์กดแชร์จำนวนมาก สร้างชื่อเสียงให้แก่บุคคลรายนี้ และเจ้าตัวได้เขียนสเตตัสบนเฟซบุ๊กในเชิงปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์บ่อยครั้ง ทำให้มีผู้ติดตามและผู้สนับสนุนที่เรียกว่าแม่ยกจำนวนหนึ่ง

เมื่อถึงคราวที่ทำอาหารเพื่อทำบุญให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์โควิด-19 ก็จะชวนแม่ยกเหล่านั้นร่วมสมทบทุนค่าอาหาร และแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารส่วนตัวที่กล่องข้อความ ซึ่งมีแม่ยกโอนเงินให้บุคคลรายนี้ครั้งละ 1,000-2,000 บาททุกเดือน บางคนโอนให้ 6,000-10,000 บาท เพราะตั้งใจอยากจะช่วยสมทบทุนค่าอาหาร ปรากฏว่าเมื่อมีแม่ยกสอบถามรายรับ-รายจ่ายเพื่อความโปร่งใส ก็ไม่มีการแจกแจงบัญชี กลับบล็อกเฟซบุ๊กคนที่เคยโอนเงินไปให้

'สันติ' จี้ ผู้บริหารจุฬาฯ แสดงจุดยืนให้ชัด ปมเลิกอัญเชิญพระเกี้ยว งานบอลประเพณี

นายสันติ กีระนันทน์ อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ข่าวที่เกี่ยวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในช่วงนี้ ที่ทำให้นิสิตเก่าเกิดความไม่พอใจอย่างมากในขณะนี้ ก็คือ ข่าวที่ผม copy มาจาก BBC NEWS ดังต่อไปนี้ครับ

คณะกรรมการบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ ยังระบุด้วยว่า กิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยว "เป็นกิจกรรมที่ล้าหลังอันขัดต่อคุณค่าสากลอย่างประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และสิทธิมนุษยชน" ดังนั้น จากมติในวาระการประชุมสามัญครั้งที่ 1/2564 ของคณะกรรมการบริหารฯ มีมติ 29 : 0 เสียง เห็นควรให้มีการยกเลิกกิจกรรมการคัดเลือกผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ โดยระบุเหตุผล "เพื่อยุติการผลิตซ้ำธรรมเนียมปฏิบัติที่สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมมิให้คงอยู่ในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป"

"ไม่สูญสิ้นอะไรหรอก กิจกรรมนี้พึ่งมีมาไม่กี่ปีนี่เอง และก็แค่หมดสมัยไปแล้วเท่านั้น" นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ระบุบนเฟซบุ๊กของเขา

ความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ไม่อยากจะถกเถียงกับนิสิตปัจจุบัน (ซึ่งก็คงไม่ได้นับเป็นพี่น้องกันแล้ว ในยุคสมัยนี้)

"จุรินทร์" แจง ถุงมือยางใช้ซ้ำส่งสหรัฐฯ พบเป็นกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบทำแบบผิดกฎหมาย ระบุ อยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีสำนักข่าว CNN รายงานพบถุงมือยางที่ใช้งานแล้วจากประเทศไทยส่งไปยังสหรัฐอเมริกา ว่า เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 จึงมีความต้องการต้องใช้ถุงมือยาง ซึ่งเป็นเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง จึงเกิดกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบนำเข้าและส่งออกไปอย่างผิดกฎหมาย หากเป็นเวชภัณฑ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะถุงมือยาง เมื่อใช้แล้ว ไม่สามารถนำไปใช้ซ้ำได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เบื้องต้นเท่าที่ทราบข้อมูลมีมิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งทำผิดกฎหมาย และทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่

เมื่อถามว่า เป็นบริษัทที่ขายถุงมือยางอยู่แล้วหรือเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่สามารถตอบได้ ขอไปตรวจสอบข้อมูลดูอีกครั้ง โดยขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการติดตามอยู่ขอเวลาตรวจสอบนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์โดยตรง โดย อย. น่าจะมีส่วนกำกับดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยบางส่วนเ

 

‘หมอธีระ’ ห่วงเปิดประเทศรับนทท. หวั่นโควิดกลายพันธุ์เล็ดลอดเข้าไทย

‘หมอธีระ’ ห่วงเปิดประเทศเสี่ยงไวรัสกลายพันธุ์เล็ดลอดเข้าไทย เร่งขยายศักยภาพระบบคัดกรองตรวจ ‘RT-PCR’ เตือนประชาชนเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเอง

25 ต.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 314,526 คน ตายเพิ่ม 4,495 คน รวมแล้วติดไปรวม 244,405,520 คน เสียชีวิตรวม 4,963,326 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ สหราชอาณาจักร รัสเซีย ตุรกี ยูเครน และอเมริกา จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 94.93 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 94.86

…สำหรับสถานการณ์ไทยเรา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 9,351 คน สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก หากรวม ATK อีก 4,163 คน จะขึ้นเป็นอันดับ 7 ของโลก และไม่ว่าจะเป็นแค่ยอดที่รายงานทางการ หรือจะรวม ATK ก็ยังคงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

…มองไทย อเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมัน ทั้งอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมัน ล้วนอยู่ในรายชื่อ 46 ประเทศที่ไทยประกาศให้สามารถเดินทางมาได้ตั้งแต่ต้นเดือนหน้า ทุกประเทศข้างต้นล้วนมีจำนวนการติดเชื้อใหม่ต่อวันสูง อยู่ในอันดับท็อปเท็นของโลกเช่นเดียวกับไทย จำนวนติดเชื้อแต่ละวันของเค้าสูงกว่าไทย แต่อัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อจากการส่งตรวจน้อยกว่าไทย

อัตราการฉีดวัคซีนครบโดสนั้นสูงกว่าไทย แต่หากสังเกตจะพบว่าอเมริกาและสหราชอาณาจักรนั้นฉีดครบไปมากตั้งแต่ 6 เดือนก่อน ในขณะที่เยอรมันก็ใกล้จะครบ 6 เดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจมีระดับภูมิคุ้มกันที่ตกลงไป จนจำเป็นต้องได้เข็มกระตุ้น ส่วนศักยภาพของระบบการตรวจคัดกรองโรคมาตรฐานนั้น ทุกประเทศสามารถทำได้มากกว่าไทยหลายเท่า

‘จุรินทร์’ ฟุ้งปชป.กระแสดีกว่า 2 ปีที่แล้ว ดึงดูดคนแห่มาขอลงสมัครส.ส. ยันผู้สมัครที่เปิดตัวแล้วไม่ใช่หวยล็อก ต้องส่งคกก.สรรหาชี้ขาดควบคู่ก.ม.ใหม่ อ้างเรื่องขัดแย้งมีทุกพรรค  ไม่ปฏิเสธ “ดร.เอ้” สวมเสื้อปชป.ชิงผู้ว่าฯกทม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีกระแสความนิยมดีขึ้น ว่า  เราดูจากการลงพื้นที่และการทำงาน เมื่อเทียบกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้น มีเสียงตอบรับในทางที่ดีขึ้น  มีผู้สนใจลงสมัครส.ส.ในนามพรรคฯ มากขึ้น และชักชวนคนให้มาลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรคฯได้ง่ายขึ้น โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ เรามีผู้สมัครเกือบครบแล้ว และในภาคใต้มีการแย่งกันลงสมัครหลายคน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ความผิดของใคร ส่วนภาคอีสานมีคนรุ่นใหม่และอดีตส.ส.ที่ศักยภาพสนใจเดินเข้ามาในพรรคหลาย และเราได้ทยอยเปิดตัว ทั้งนี้พรรคยินดีต้อนรับทุกคนที่สนใจและพรรคให้เกียรติทุกคน แต่ถ้ามีหลายคน พรรคก็ต้องใช้เกณฑ์กติกาในการพิจารณา ซึ่งสุดท้ายขึ้นอยู่กับมติพรรค  ทั้งนี้ เราเจอมาหลายยุคหลายสมัยที่เวลาพรรคมีกระแสที่ดีขึ้นมากๆ คนจะมาสนใจมากเป็นเงาตามตัว

 เมื่อถามจากการที่พรรคมีกระแสที่ดีขึ้นนั้น คาดว่าจะได้ส.ส.มากขึ้นแค่ไหน  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ไม่คาด แต่เอาเป็นว่าเรามั่นใจว่าเราดีขึ้นกว่า 2 ปีที่ผ่านมา  เพราะผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทำให้พรรคกลับมาตั้งหลักใหม่ในการกำหนดทิศทางเดิม แต่เมื่อมาถึงวันนี้ ตนมั่นใจว่าหลายอย่างเสถียรขึ้น และมีความชัดเจนมากขึ้น คือเน้นการทำงาน และลดการให้ความเห็นทางการเมือง   

ต่อข้อถามว่าขณะเดียวกันคิดว่าจะกรณีเลือดไหลออกจากพรรคอีกหรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้ เป็นสภาวะทางการเมืองที่ทุกพรรคต้องมีทั้งนั้น สามารถย้อนดูทุกพรรคได้ที่มีทั้งคนเข้าและคนออก แต่ละพรรคก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไป  ขณะที่คนเดินเข้ามาก็มีอีกเหตุผลหนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดา  เมื่อถามอีกว่าได้มีการทำความเข้าใจในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในการวางตัวผู้สมัครแล้ว หรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ไม่มีอะไรแล้ว และทุกคนเข้าใจกระบวนการ และเราผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก  

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายจุรินทร์ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในหลายเขตแล้ว จะต้องนำรายชื่อคนเหล่านี้ไปเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคฯ ที่มีนายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ เป็นประธาน อีกหรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ตรงนั้นขึ้นอยู่กับกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่ว่าจะกำหนดขั้นตอนและกติกาอย่างไร รวมถึงข้อบังคับพรรคว่าอย่างไร แล้วนำมาผสมกัน ขณะที่ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติไปตามนั้น  

เมื่อถามว่าแสดงว่ารายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เหล่านั้นยังไม่ได้เป็นผลสรุปทางการใช่หรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ต้องนำมาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค  ส่วนจะต้องทำไพรมารีโหวตก่อนหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องดูกฎหมายใหม่ว่าจะยังให้มีไพรมารีโหวตอีกหรือไม่  ถ้ามีก็ต้องทำตามนั้น แต่ถ้าไม่มี พรรคก็มีแนวทางปฏิบัติอีกอย่าง แต่ต้องทำตามกฎหมาย  

เมื่อถามว่ามีสมาชิกพรรคหลายคนสงสัยว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ควรทำไพรมารีโหวตแล้วหรือไม่ เพราะมีการเปิดตัวผู้สมัครก่อนทำตามขั้นตอนดังกล่าว และมีบางอดีตส.ส.ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่ทราบเรื่องหรือไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการคัดคน จนเกิดความไม่พอใจ  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  มันอยู่ที่แต่ละกรณี ซึ่งตนไม่ขอพูดรายละเอียด เดี๋ยวจะกลายเป็นการกระทบกระทั่งและเกิดเหตุโดยไม่จำเป็น  ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคมีหลักอยู่แล้ว คือการทำตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค โดยต้องรอทำตามกฎหมายใหม่ หากมีการเลือกตั้งหลังจากมีกฎหมายใหม่ออกมา 

ผู้สื่อข่าวว่ารายชื่อบรรดาว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคจะถูกว่าเป็นหวยล็อกล่วงหน้าหรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  มันไม่มีหวยล็อกหรือไม่ล็อก เพราะทุกอย่างต้องยุติที่กฎหมายกำหนด

เมื่อถามว่ากรณีที่มีเสียงสนับสนุนว่านายจุรินทร์มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ตนไม่ขอพูดตรงนี้ 

‘แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส’ สาวงามตัวเต็ง คว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 จัดการประกวดรอบตัดสิน ในรูปแบบ Virtual Technology บรรยากาศการประกวดเป็นไปอย่างคึกคักด้วยเสียงเชียร์จากเหล่าแฟนคลับนางงามที่มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจตลอดการประกวด 

การประกวดเริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ นำโดยนางงามขวัญใจชาวไทย อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 และผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คนของปีนี้ จากนั้น 15 สาวงามสุดท้ายจากรอบพรีลิมมินารี่ประชันโฉมสุดแซ่บในรอบชุดว่ายน้ำสีแดง จากคอลเลกชันพิเศษ BSC 25th Anniversary ออกแบบโดย อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการและผู้บังคับการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และ ผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อมอบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ให้นำไปพัฒนาและเสริมสร้างประสิทธิภาพของหน่วยงาน ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค. 64

พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถ. วิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้เกียรติในการบรรยายพิเศษแก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้นำหน่วยที่เข้าร่วมการสัมมนา ในหัวข้อ “ทิศทางตำรวจยุคใหม่” อีกด้วย

โครงการฯ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้นำหน่วยได้รับทราบถึงนโยบายและทิศทางการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำหน่วยได้รายงานปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ทราบ เพื่อจะได้นำข้อมูลไปแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาองค์กร ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สู่ระดับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสาร อยู่ตลอดเวลา

สำหรับหัวข้อการบรรยายพิเศษในการสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ในการเป็นผู้บรรยายพิเศษหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

วันที่ 25 ต.ค. 64 มีการบรรยาย
- หัวข้อ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริหารงานจราจร” บรรยายพิเศษโดย พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท. ปรีชา เจริญสหายานนท์
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- หัวข้อ “การบริหารงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน/ การป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง” บรรยายพิเศษโดย พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะวิทยากร
- หัวข้อ “การป้องกันปราปรามหนี้นอกระบบ” บรรยายพิเศษโดย พล.ต.อ. วิระชัย  ทรงเมตตา 
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะวิทยากร
 

ปิดฉากค่ำคืนแห่งความฝัน ที่สวนนงนุชพัทยา แอน-แอนชิลี สก๊อต เคมมิส คว้ามงกุฎเกียรติยศพร้อมตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2021

ที่ศูนย์ประชุม NICE ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดการประกวดรอบตัดสิน Miss Universe Thailand 2021 โดยมีบรรดาแฟนคลับและกองเชียร์ของผู้เข้าประกวดเข้าร่วมกิจกรรมการประกวด MUT 2021 ในปีนี้กันอย่างคึกคัก

จากสาวงามผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 30 คน ในรอบ Preliminary คัดเหลือ 15 สาวงาม 15 คนสุดท้าย ร่วมประชันความงาม ในรอบชุดว่ายน้ำ ก่อนคณะกรรมการประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ในชุดราตรี จากนั้นคัดเลือก 5 คนสุดท้าย เข้าสู่รอบตอบคำถาม ตำแหน่งและรอง Miss Universe Thailand 2021

ผลปรากฏว่า ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2021 ได้แก่ MUT 27 แอนชิลี สก๊อต เคมมิส (แอน) รับรางวัลสายสะพาย มงกุฎเพชรเกียรติยศ เงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์ คอนโดมิเนียม และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าประกวด Miss Universe 2021 ที่เมืองเอลลาธ ประเทศอิสราเอล ในปลายปีนี้
 

แฟนบอล ‘แมนฯ ยู’ กลับก่อนเกมจบครึ่งชั่วโมง หลังโดน ‘หงส์แดง’ บุกมาสอนบอล ยิง 5 เม็ด

ควันหลงเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด ที่ทีม ‘ปีศาจแดง’ แมนฯ ยูไนเต็ด โดน ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล บุกมาสอนบอลถึงถิ่น พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-5 เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา 

เมื่อเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 65 ขณะที่ ‘ปีศาจแดง’ มีสกอร์ตามหลังคู่แข่ง 0-5 มีการจับภาพไปที่ด้านนอกของสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด พบว่ามีแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทยอยเดินทางกลับบ้านก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ยังเหลือเวลการแข่งขันอีกเกือบ 30 นาที 

‘ลิซ่า’ คอนเฟิร์มมาเคาท์ดาวน์ภูเก็ต ขึ้นเวทีสะพานสารสิน คู่ ‘แอนเดรีย โบเซลลี’

รมว.ท่องเที่ยว เผย ‘ลิซ่า แบล็กพิงค์’ คอนเฟิร์มมาเคาท์ดาวน์ภูเก็ต พร้อมเซ็นสัญญาทางการสัปดาห์หน้า เตรียมขึ้นโชว์เวทีสะพานสารสินคู่ ‘แอนเดรีย โบเซลลี’ นักร้องโอเปร่าชื่อก้องโลก โดยค่าตัว 2 ศิลปินรวมกันกว่า 100 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้างานเคาท์ดาวน์ภูเก็ตว่า ทาง ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ หรือ ‘ลลิษา มโนบาล’ ศิลปินสาวชาวไทยชื่อดังระดับโลก แห่งค่าย YG Entertainment ‘ยืนยัน’ ว่าจะมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ 2022 ที่ จ.ภูเก็ต โดยสัปดาห์หน้าจะมีการเซ็นสัญญาร่วมงานอย่างเป็นทางการ

รมว.ท่องเที่ยว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นทางเอเจนซีฝั่งไทยที่ทำหน้าที่ประสานดึงตัวลิซ่า แบล็กพิงค์ ได้คอนเฟิร์มว่าศิลปินสาวจะสามารถเดินทางมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ได้ อย่างไรก็ตามยังต้องรอการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ถึงจะยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าลิซ่า แบล็กพิงค์ สามารถเดินทางมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ 2020 ที่ภูเก็ตได้

“บิ๊กตู่” พร้อมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 38 และ 39 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 38 และ 39 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างวันที่ 26 – 28 ตุลาคม 2564 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 38 และ 39 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นบทสรุปของการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของบรูไนดารุสซาลาม ภายใต้แนวคิดหลัก “เราห่วงใย เราเตรียมพร้อม เรารุ่งเรือง” (We care, We prepare, We prosper) ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความท้าทายในทุกมิติทั้งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมา 

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ จะทรงเป็นองค์ประธานการประชุมสุดยอดทั้งหมด โดยมีผู้นำ หรือผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน ตลอดจนผู้นำของคู่เจรจาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย อินเดีย รัสเซีย และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกและองค์การการค้าโลกได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 16 ในช่วงเริ่มต้นการประชุมเพื่อบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 และการสร้างเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตในอนาคต

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมในกรอบอาเซียนทั้งหมดจำนวน 12 การประชุม ตามเวลาประเทศไทย โดยวันอังคารที่ 26 ตุลาคม เวลา 08.00 น.  การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 38 เวลา 10.00 น.  การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 39 เวลา 12.30 น.การประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 22 เวลา 14.00 น.  การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 24 เวลา 20.00 น.   การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 9 สำหรับวันพุธที่ 27 ตุลาคม เวลา 09.30 น.  การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 24 เวลา 11.30 น. การประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 1 เวลา 14.00 น.การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 เวลา 18.00 น. การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 16 ส่วนในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม เวลา 10.15 น.  การประชุมระดับผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ สามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ครั้งที่ 13 เวลา 12.30 น.  การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 18 เวลา 14.00 น.การประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ครั้งที่ 4 เวลา 15.30 น. พิธีปิดและส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียน    

ถอดรหัส ‘เกาหลีใต้’ ‘อุตสาหกรรมบันเทิง’ สร้างชาติ ทะยานสู่ระดับโลก | Knowledge Times EP.30

????Knowlegde Times BizView
????ถอดรหัส ‘เกาหลีใต้’ ‘อุตสาหกรรมบันเทิง’ สร้างชาติ ทะยานสู่ระดับโลก

ซีรีส์ ดนตรี ภาพยนตร์ เชื่อว่าในยุคนี้ต้องเคยได้สัมผัสกับความบันเทิงที่ส่งตรงมาจากแดนกิมจิ หรือประเทศเกาหลีใต้กันบ้าง ประเทศที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศล้าหลังแห่งเอเชีย แต่ในวันนี้กลับพลิกโฉมหน้าและพุ่งทะยานสู่สุดยอดอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก....เขาทำได้อย่างไร?

เมื่อย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1950-1970 อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีนั้นถือว่าเจริญรุ่งเรืองไม่น้อยกระทั่งการเผด็จอำนาจของปักจุงฮี ที่ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงเสื่อมลงจากการถูกเซนเซอร์และโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งทำให้ตกต่ำอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี 1988 จนกระทั่งปักจุงฮีเสื่อมอำนาจลง 

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีก็ยังถูกครอบงำด้วยกลุ่มธุรกิจแชโบลมาจนถึงวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ทำให้บริษัทใหญ่ในเกาหลีประสบภาวะเสียหายอย่างรุนแรง กลุ่มทุนแชโบลจึงถอยออกจากการครอบงำวงการภาพยนตร์ 

นอกจากนี้วิกฤตต้มยำกุ้ง หรือที่คนเกาหลีรู้จักกันในชื่อวิกฤต IMF ก็สร้างความเสียหายไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมหนักของเกาหลีใต้ ที่ในขณะนั้นเปรียบเสมือนภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักของประเทศ จนต้องชะงักลง

ดังนั้นรัฐบาลเกาหลีใต้ จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาคธุรกิจอื่น ๆ นั่นก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมบันเทิง

โดยในปี 1998 รัฐบาลได้ตั้งกฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม ทำให้เกิดองค์การมหาชน และศูนย์วิจัยทางวัฒนธรรม ที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ ทั้งดนตรี ละคร และภาพยนตร์ เพื่อผลักดันสิ่งที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นสินค้า และสามารถส่งออกเพื่อมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

‘การวางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง’ คือกลยุทธ์สำคัญที่ใช้ดันอุตสาหกรรมบันเทิงจนสำเร็จ เพราะ ทุกอย่างได้ผ่านการวางแผนเป็นอย่างดี ทั้งผลงาน กลุ่มลูกค้าและเนื้อหา เพื่อสร้างอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ให้แข็งแรง

โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้มีจุดเด่นอยู่ 4 ประการหลัก ๆ ประกอบไปด้วย...

ประการที่ 1 ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิง

โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ได้ตั้งเป้าหมายส่งเสริมทางวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นไป โดยมี Korea Creative Content Agency ทำหน้าที่วางแผนนโยบายอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม ทั้งดนตรี ละคร และภาพยนตร์ โดยมีการดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจาก

1.) สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อเอื้อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม   
ด้วยการออกกฎหมายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ลงดาบผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ การออกกฎหมายสนับสนุนภาพยนตร์ในประเทศ โดยกำหนดจำนวนวันฉายภาพยนตร์เกาหลีในโรงภาพยนตร์ รวมถึงจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน เพื่อให้เป็นแหล่งพบปะ และแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลก ทำให้เทศกาลภาพยนตร์ที่ปูซานกลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

2.) จัดตั้งกองทุนด้านวัฒนธรรม Korea Venture Investment Corporation ในปี 2005 เพื่อระดมเงินทุนช่วยเหลือบริษัทเอกชนสร้างสรรค์ผลงานบันเทิงต่าง ๆ โดยรัฐบาลลงทุนในสัดส่วน 20% ส่วนอีก 80% เป็นค่ายเพลง และบริษัทเอกชนต่าง ๆ

3.) สนับสนุนกลุ่มนายทุนผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ก่อตั้งบริษัทที่เน้นด้านธุรกิจบันเทิง โดยบริษัทที่โดดเด่นก็คือ CJ Group ซึ่งได้ก่อตั้งบริษัทในเครือ CJ ENM ในปี 1995 ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นผู้ผลิตสื่อรายใหญ่ของเกาหลีใต้ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของช่องเคเบิลทีวีที่โด่งดัง ได้แก่ Mnet /tvN /OCN 

4.) สร้างบุคลากรที่มีความสามารถ โดยรัฐบาลได้จัดทำโครงการ Broadcast Video Promotion Plan เพื่อสนับสนุนให้มีการเปิดหลักสูตรการสอนนักแสดงและบุคลากรในวงการบันเทิงในรั้วมหาวิทยาลัย และจัดตั้งโรงเรียนสอนการแสดง ที่ร่วมกับค่ายเพลง-บริษัทด้านบันเทิงต่าง ๆ เพื่อปั้น ‘ไอดอล’ ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แม้ว่าจะมีกลุ่มคนไม่เห็นด้วยเพราะสัญญาที่ยาวนานและการฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้สร้างความพร้อมให้กับเหล่าไอดอลได้อย่างมาก

ประการที่ 2 สร้างตัวตนให้โดดเด่น ด้วยภาพลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร

เมื่อคนและเงินทุนพร้อม ประการต่อมา คือการสร้างภาพลักษณ์ ให้มีความโดดเด่น และน่าดึงดูดใจ อย่างเช่น วงการ K-pop จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพลง มิวสิกวิดีโอให้มีฉากโดดเด่น เน้นขายคุณภาพการเต้น และท่าเต้นที่พร้อมเพรียง รวมไปถึงการวางแผนการสร้างศิลปิน ที่จะถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียด ตั้งแต่จำนวนสมาชิก ภาพลักษณ์  สไตล์เพลง กลุ่มตลาด รวมถึงการบริหารจัดการภาพลักษณ์ไม่ให้มีเรื่องอื้อฉาว 

ในขณะที่วงการซีรีส์ ที่กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสังคมเกาหลี เช่น การวางบทตัวละครเพศชาย ให้อบอุ่น อ่อนโยน เพื่อปลูกฝังและลดพฤติกรรม ‘ชายเป็นใหญ่’ ในสังคมเกาหลี รวมไปถึงสอดแทรกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเข้าไปในซีรีส์และภาพยนตร์หลายเรื่อง 

ประการที่ 3 การวางแผนการตลาดในระดับโลก

การที่เกาหลีใต้ต้องการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตีตลาดโลกให้ได้ ซึ่งได้มีการตั้ง ‘ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี’ ไว้ทั่วทุกมุมโลก ที่ปัจจุบันมีกว่า 33 ประเทศ ใน 6 ทวีป เพื่อใช้ในการเผยแพร่วัฒนธรรม รวมถึงการจัดงานต่าง ๆ เพื่อโปรโมตสื่อเกาหลี

นอกจากนั้นการที่จะซื้อใจคนได้ทั่วโลกต้องเข้าใจตลาดของชาตินั้น ๆ เสียก่อน จะเห็นได้ว่า K-pop บางวงจึงมีการเพิ่มสมาชิกที่เป็นชาวต่างชาติเข้าไป อย่างเช่น วง BLACKPINK ที่มีสมาชิกชาวไทย อย่างสาวลิซ่า ที่โด่งดังและสร้างฐานแฟนคลับทั้งเมืองไทยและชาติอาเซียน 

นอกจากนี้ฝั่งซีรีส์เอง ก็มีการพากย์เสียงภาษาต่าง ๆ ก่อนนำไปเผยแพร่ในต่างประเทศ และหลีกเลี่ยงการออกอากาศในประเทศที่มีธรรมเนียมปฏิบัติทางเพศที่เข้มงวด

ประการที่ 4 การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมบันเทิง

แน่นอนว่าการมุ่งสร้างแต่คอนเทนต์บันเทิงยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะแต่แรกเริ่ม รัฐบาลเกาหลีใต้มีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมบันเทิงควบคู่กัน ดังนั้น สถาบันวิจัยด้านอิเล็กทรอนิกส์และสื่อสารทางไกล, ETRI จึงเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีในการประกอบความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น การใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์ โฮโลแกรมประกอบการแสดงบนเวทีคอนเสิร์ต หรือการออกแบบมิวสิกวิดีโอให้มีความสวยงามล้ำสมัย หรือในวงการภาพยนตร์ ละคร ก็มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกมาสร้างสรรค์ฉากที่สวยงามและล้ำสมัย

ในด้านภาคเอกชนเองก็มีบทบาทไม่แพ้กันโดย บริษัท CJ Group ก็เป็นผู้พัฒนา 4DX System ที่กลายเป็นจุดกำเนิดโรงภาพยนตร์ 4 มิติแห่งแรกของโลก ในปี 2009 ที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสความเสมือนจริงไปอีกขั้น ด้วยกลิ่นและการสั่นสะเทือน

นอกจากนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีการใช้กลยุทธ์ Creative Economy ที่เพิ่มมูลค่าสินค้าหรือพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น หากแต่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา ในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทในกลุ่ม อุตสาหกรรมแฟชั่น การออกแบบ สื่อ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ เพลง และงานศิลป์ในแขนงต่าง ๆ

เรียกได้ว่าการข้ามผ่านจุดตกต่ำสู่การกลับมาผงาดอีกครั้งของเกาหลีใต้ แบบไม่ง้ออุตสาหกรรมแบบเดิม แต่หันไปจับอุตสาหกรรมใหม่ที่ผ่านการวางแผนอย่างดีและเป็นขั้นเป็นตอน 

ทำให้การดันอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จและไปไกลถึงระดับโลก ทั้งยังกลายเป็นหนึ่งประเทศที่น่าจับตามองในการใช้ Soft Power มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและยังแตกแขนงไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ผ่านการวางยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมของเกาหลีใต้ ที่หลายชาติยากจะเลียนแบบ

รัฐบาลหาทางดัน “ผำ” หรือ “Green Caviar” ไทยเป็นสุดยอดอาหารโลก

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้การกําหนดพื้นที่และสินค้าเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม สินค้า ได้แก่ 1. สินค้าเป้าหมายภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 2. สินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) 3. สินค้าเกษตรอินทรีย์ เครื่องดื่มสุขภาพ 4. ผลิตภัณฑ์อาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารใหม่ 5. อาหารและวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารคุณภาพสูง และธุรกิจเกี่ยวเนื่องเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมอาหาร เช่นบรรจุภัณฑ์อาหาร และเทคโนโลยีดิจิทัล และที่สำคัญ และ 6. สินค้าอาหารแห่งอนาคต เช่น อาหารสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน 

ทั้งนี้ จะนำร่องด้วย “ผำ” หรือ ”ไข่ผำน้ำ” (Wolffia) ซึ่งเป็นพืชวัฒนธรรมและอาหารพื้นเมืองของไทย มีมากในภาคเหนือและภาคอีสาน ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นสุดยอดซูเปอร์ฟู้ดของโลก เพราะมีโภชนาการครบถ้วนสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ โปรตีน ประกอบกับเป็นพืชน้ำทรงกลมขนาดจิ๋วจึงได้ฉายาว่า “Green Caviar”

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ที่ตั้งเป้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารท็อปเทนของโลกควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวบนฐานเกษตร 4.0 เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน  โดยล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เห็นชอบกำหนด ”โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรม” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top