Saturday, 18 July 2026
NEWS

เลขานุการในองค์ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ " เชิญ "สิ่งของประทาน" ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ชุมพร ในโครงการ ‘แสงอาทิตย์อุทัย ช่วยบรรเทาภัย ในอุปถัมภ์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์’

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ "นายยุทธพงษ์  เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในองค์ฯ เชิญสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) นำไปใช้ในการดำรงชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแด่ผู้ประสบภัย ให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี  

โดย เชิญ "สิ่งของประทาน” ให้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนผู้ประสบภัย จากหมู่ที่ 9 หมู่ที่ 2 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 10 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 10  หมู่ที่ 4 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร 

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการในหม่อมเจ้า อุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ /โรงเรียนนิรมลชุมพร / สมาคมแรงงานคนพิการไทย / นายอนัน รามพันธุ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร / นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ( CSR ) จังหวัดชุมพร ได้ร่วมนำสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือหมู่บ้านผู้ประสบอุทกภัย และได้รับความเมตตาจาก พระมหาขวัญชัย อคฺคชโย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ ได้นำยาสมุนไพร(ตำรับยาวัดคีรีวงก์) เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไข้พิษ ไข้กาฬ ร่วมมอบให้ประชาชน ในครั้งนี้ด้วย

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่!! อบจ. สมุทรปราการ หารือ ทอท. ดัน! ‘โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล’ เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ เผย!มีแนวโน้มที่ดี

ภายในห้องประชุม AOB1 อาคารสำนักงานท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางสาวนันทิดา  แก้วบัวสายนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายพิริยะ โตสกุลวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวชนม์ทิดา  อัศวเหม นายรัชชานนท์  ทองอร่าม เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายวิมล มงคลเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนข้าราชการเจ้าหน้าที่กองผังเมือง เข้าร่วมการประชุมหารือวางแนวทางระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 

เพื่อร่วมประชุมวางแนวทางการขอใช้พื้นที่เชื่อมระบบขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายกีรติกิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือ โครงการ การก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เชื่อมระบบขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยในที่ประชุม นางสาวนันทิดา ได้นำเสนอแนวนโยบายในการศึกษาทบทวนผลการศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยจะได้ให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการให้เป็นปัจจุบันและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะจุดเชื่อมระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(Monorail) ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ 

ซึ่งในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในการดำเนินการของโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวสมุทรปราการและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง  

อีกทั้ง นางสาวนันทิดา ยังกล่าวอีกว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เป็นแนวคิดริเริ่มของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการนั้น ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา ซึ่งเชื่อว่าถ้าโครงการที่กล่าวมานี้จะสามารถดำเนินการได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการรองรับการขยายตัวของเมืองและชุมชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการจราจร เชื่อมโยงการเดินทางให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ การศึกษาทบทวนโครงการ จึงมีการปรับเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยตรง 

บุคลากรการแพทย์สหรัฐฯ ลาออกครั้งใหญ่ เซ่นพิษ ‘โควิดระบาด – งานหนัก - ค่าจ้างต่ำ’

24 พ.ย. 64 สำนักข่าวซินหัวรายงาน เมื่อไม่นานนี้ นิตยสารแอตแลนติก (Atlantic) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าบุคลากรทางการแพทย์เกือบ 1 ใน 5 เลือกลาออกจากงานตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

บทความของนิตยสารฯ เมื่อวันเสาร์ (20 พ.ย.) อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่าอุตสาหกรรมการแพทย์สูญเสียบุคลากรจากการลาออกราว 5 แสนคน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020

‘โปรตุเกส’ พัฒนาวัคซีน ‘โยเกิร์ต - น้ำผลไม้’ กินง่าย ต้นทุนต่ำ เข้าถึงประเทศยากจน

คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันโพลีเทคนิคปอร์โต (IPP: Porto Polytechnic Institute) ของโปรตุเกส กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดรับประทานได้ในรูปแบบของเหลวอย่าง ‘โยเกิร์ต’ หรือ ‘น้ำผลไม้’

รูเบน เฟอร์นันเดส (Rúben Fernandes) ผู้ประสานงานโครงการ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซินหัวว่า วัคซีนดังกล่าวทำมาจากพืชและโปรไบโอติกที่มีจุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยปกติแล้วโปรไบโอติกเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ทว่าในกรณีของวัคซีนชนิดนี้พวกมันถูกกระตุ้นให้ผลิตสารชนิดใหม่ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2)

“เทคโนโลยีข้างต้นไม่ได้มาแทนที่เทคโนโลยีปัจจุบัน ความตั้งใจของเรา คือ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อให้วัคซีนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น” เฟอร์นันเดส ระบุและกล่าวต่อว่า “แนวคิดการใช้งานวัคซีนในอาหารเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น การใช้วัคซีนในมันฝรั่งเพื่อต่อต้านโรคติดเชื้อ อาทิ บาดทะยัก คอตีบ โนโรไวรัส และตับอักเสบบี

‘ทิพานัน’ ชวนผู้ประกันตน ตรวจสุขภาพฟรี พร้อมแจ้งข่าวดีใส่ฟันปลอมก็เบิกได้

‘ทิพานัน’ ชวนผู้ประกันตน ม.33 - ม.39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ พร้อมแจ้งข่าวดีใส่ฟันปลอมก็เบิกได้ ปลื้มรัฐบาลใส่ใจดูแลประชาชน เข้าถึงบริการด้านสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงานและลูกจ้าง

น.ส. ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง - ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานและลูกจ้างในสถานประกอบการต่าง ๆ ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อมีร่างกายที่แข็งแรง การทำงานก็จะดีไปด้วย ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน 

ทั้งนี้ในส่วนของผู้ใช้แรงงานและลูกจ้างสถานประกอบการนั้น ได้กำชับให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมดูแลสุขภาพเชิงรุก เน้นการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและการป้องกันโรคอย่างมีคุณภาพ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย การเสียชีวิตและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพ 14 รายการฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อค้นหาโรค และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากโรคเนื่องจากการทำงานและโรคที่ไม่เนื่องจากการทำงาน ทั้งการตรวจร่างกายตามระบบและการตรวจสารเคมีในเลือด ประกอบด้วย การตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจไขมันในเส้นเลือด ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตรวจการทำงานของไต ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองการได้ยิน การตรวจเต้านม การตรวจตา ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะ

เพชรบูรณ์- บูรณาการ งานควบคุมการบริโภคยาสูบในสถานการณ์โควิค-19 โดยภาคีเครือข่ายด้านควบคุมยาสูบ 10 จังหวัดต้นแบบ (Mapping)

ร.ต.ต. สุขสัณห์  ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน ผู้แทนสื่อมวลชน น.ส.วรรณิกา  หาญกลิ้ง นายกสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้แทนภาคประชาสังคม   นายวาทกานต์ ศรีธรราษฎ์ รอง ผอ สพม พช รก ผอ สพม พช พร้อมด้วย นส.ประกาย บรรลัง ผอ กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ผู้แทนสาธารณสุขจังหวัด  ครู รร เนินพิทยาคม ครู รร วังโป่งศึกษา และแกนนำนักเรียนชมรม GenZ เข้าพบ นายกฤษณ์  คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเสริมพลังในด้านการทำงานให้ประสพความสำเร็จ  

รายงานผลการขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในด้านการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินการตาม 7 มาตรการ การจัดตั้งแกนนำชมรม GenZ การขยายเครือข่าย ไปทั้งจังหวัด รวมไปถึงการไปขยายผลแกนนำGenZ ให้กับเครือข่าย ในระดับประเทศ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนเยาวชนที่เข้าพบมีแรงบันดาลใจ ในด้านการขับเคลื่อนการทำงานต่อไป ทั้งในระดับจังหวัด และระดับประเทศ

‘ลิซ่า BLACKPINK’ ติดโควิด อีก 3 สมาชิกรอผล ดัน #GetWellSoonLisa ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่ง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน สื่อเกาหลี soompi รายงานว่า YG Entertainment ต้นสังกัดของวง BLACKPINK เปิดเผยว่าลิซ่า สมาชิกของวง ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 พฤศจิกายน โดยสมาชิกของวงทั้ง 3 คน ทั้ง จีซู เจนนี่ และ โรเซ่ ได้เข้าตรวจหาเชื้อ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย วายจี ได้ออกแถลงการณ์ว่า “นี่คือ วายจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ลิซ่า แบล็กพิงค์ ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด เมื่อบ่ายวันนี้ (24 พฤศจิกายน) สมาชิกอีก 3 คนของวง ยังไม่ได้จัดเป็นกลุ่มบุคคลใกล้ชิด 

แต่อย่างไรก็ตามได้เข้าไปตรวจหาเชื้อโควิดโดยทันที หลังจากได้รับข่าวว่าผลตรวจของลิซ่าเป็นบวก และกำลังรอผลการตรวจหาเชื้อ พวกเราได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเร็วที่สุด รวมถึงสตาฟฟ์ และได้ใช้มาตรการอย่างเข้มงวดตามหลักเกณฑ์ด้านสาธารณสุข

 ก.แรงงงาน มอบ 176 รางวัล การันตีสถานประกอบกิจการ จ.ปทุมธานี ที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานที่ดี

นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Pathum Thani Labour Excellence Award 2021” ให้แก่สถานประกอบกิจการที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานที่มีระบบการบริหารจัดการด้านแรงงานที่ดี ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยมีนายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และนายเอกวิทย์ มีเพียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมพิธี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ทินิดี โฮเท็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ จังหวัดปทุมธานี

นางสาวบุปผา กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีนโยบายสำคัญในการผลักดันและสร้างความเข็มแข็งให้เกิดขึ้นในวงการแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรรมาภิบาล โดยได้ดำเนินการพัฒนาสถานประกอบกิจการและศักยภาพของผู้ใช้แรงงาน ให้มีความสามารถในการวิเคราะห์ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความสมานฉันท์ปรองดอง ตลอดจนมุ่งพัฒนาสถานประกอบกิจการให้มีความแข็งแกร่ง และรองรับการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาค แม้จะเกิดการระบาดของโควิด-19 กระทรวงแรงงานก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนดูแลสถานประกอบกิจการและผู้ใช้แรงงานให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับสถานประกอบกิจการทุกแห่งที่ได้รับรางวัลในวันนี้ เพราะสถานประกอบกิจการแต่ละแห่งเป็นกลไกสำคัญของภาคการผลิตที่ส่งเสริมให้มีการจ้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน หากสถานประกอบกิจการมีระบบการบริหารจัดการที่ดีและได้มาตรฐานตามหลักสากล ย่อมส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีศักยภาพสูงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคัง ยั่งยืนต่อไป

“รมว.กห.” กำชับเหล่าทัพให้ความสำคัญประมวลจริยธรรมฯเคร่งครัดยึดมั่นสถาบันหลักของปท. พบกำลังพลผิดจริง ดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งวินัย-อาญา พร้อมสั่งเหล่าทัพเพิ่มความเข้มงวด รองรับความปลอดภัยไซเบอร์ หลังพบภัยคุกคามเจาะข้อมูลอินเทอร์เน็ต

ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11 /2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้ให้ความสําคัญกับระเบียบ กระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรมและการรักษาจริยธรรม พ.ศ. 2564 โดยให้กําลังพลทุกระดับชั้นยึดถือและปฏิบัติตนตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการยึดมั่นในสถาบันหลัก ของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจิตสํานึกที่ดี รับผิดชอบต่อหน้าที่ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนสําหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากพบว่ามีมูล ความผิดจริง ไม่ว่าจะเป็นทางวินัยหรือทางอาญา ให้ดําเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11 /2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับเรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในปัจจุบัน มีการเจาะระบบข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการรบกวนไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ ทําให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล ที่จําเป็น ในการดําเนินธุรกรรมกับภาครัฐ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อน และส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของ หน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างยิ่ง

“รองโฆษกทบ.” เผย “รมว.กลาโหม” สั่ง หน่วยขึ้นตรง-ผบ.เหล่าทัพ สนับสนุนจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ‘ในหลวงร.9’ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เผย ที่ปช.สภากห.ตั้ง 5 กก.สภาทหารผ่านศึก แทนคนเกษียณอายุ 


ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11 /2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน
ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบนโยบายให้กับหัวหน้าหน่วยข้ึนตรงกระทรวงกลาโหมและ ผู้บัญชาการเหล่าทัพเตรียมการและสนับสนุนส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง ในการจัดงานและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
 

ชลประทานจัดงบ 4,465 ล้าน จ้างแรงงาน 7.5 หมื่นคน 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการตามนโยบายการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในปีงบประมาณ 2565 เพื่อปฏิบัติงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตร 

โดยในปีนี้ มีแผนจ้างแรงงานวงเงินกว่า 4,465 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 75,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 1 - 10 เดือน วงเงินจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 8,700 – 87,000 บาท/คน โดยเกณฑ์การจ้างแรงงานจะพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้ 1. เกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ 2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไป และ 4. หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ  

'ธนารักษ์' เตรียมประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ 1 ม.ค.นี้

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ตามประกาศคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ เรื่องกำหนดวันเริ่มใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 โดยคณะกรรมการประจำจังหวัดประกาศบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่จัดทำ ทุกรอบ 4 ปี ซึ่งต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้บัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน และบัญญัติให้บัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เริ่มใช้ ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีที่คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐกำหนด

ทั้งนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบโดยรวมต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทางคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ จึงออกประกาศให้เริ่มใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ.2562 โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566 พร้อมกันทั่วประเทศ 

 

“โฆษกกห.” แจงครม. อนุมัติงบลับ กระทรวงกลาโหม 21.69 ล้าน ใช้แก้ปัญหาความมั่นคง ย้ำ การใช้งบลับเป็นไปตามระเบียบ เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมย้ำ "นายกฯ" ห่วงเกษตร สั่งกองทัพพร้อมช่วยขนส่งสินค้า ชี้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้ที่ใช้กองทัพเข้าแก้ไขปัญหา

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 11/2564 กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณลับของกระทรวงกลาโหมเมื่อวานนี้ (23 พ.ย. 64) ว่า งบลับเป็นเรื่องที่อนุมัติเพิ่มเติม เป็นการเปลี่ยนแปลงงบลับที่ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามแผนงานยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและพร้อมเผชิญเหตุของกระทรวงกลาโหม โดยค่าใช้จ่ายของบลับ มีขอบเขตของการทํางานเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่เป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคง การข่าว การรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน และการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม แต่ไม่ใช่ศูนย์บัญชาการทหาร

พล.อ.คงชีพ กล่าวอีกว่า การใช้งบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบของทางราชการสำนักนายกรัฐมนตรีปี 2547 เช่นเดียวกับในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ โดยมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ พร้อมกับย้ำว่าการใช้งบลับเป็นไปตามระเบียบของทางราชการเพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม ดูแลหน่วยความมั่นคง ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันทั้งหมด จะมีที่ตั้งอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ซึ่งใช้ประชุมกับต่างประเทศด้วยและใช้ทำงานกับกระทรวงต่างๆด้วย รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่ไม่ได้นำประเด็นดังกล่าวเข้ามาหารือในสภากลาโหมแต่อย่างใด

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าการขออนุมัติงบลับของกระทรวงกลาโหม อยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ ซึ่งงบประมาณที่ใช้จำนวน 21.69 ล้านบาท โดยมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกลาโหม ไว้สำหรับปฏิบัติการทางยุทธการ แต่เหนือขึ้นไปในระดับนโยบาย มีหน้าที่ประสานกับกระทรวงอื่นๆ และประสานกับต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนโควิดกับกระทรวงสาธารณสุข ในเพื่อรองรับมาตรการการควบคุมโรคตั้งแต่แรก รวมไปถึงเรื่องน้ำท่วม การประชุมกับต่างประเทศ การประสานภารกิจร่วมกันระหว่างกระทรวง เพราะฉะนั้นศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมใช้ในระดับนโยบาย แต่ระดับปฏิบัติจะใช้ศูนย์บัญชาการทหาร ของกองทัพไทย

รมว.เฮ้ง มอบนโยบายปี 65 กระทรวงแรงงาน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายกระทรวงแรงงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง)

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดย รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานทุกท่าน ใน 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากทุกท่านทุกกรมของหน่วยงานในการทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน ผู้ประกอบการที่ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 และภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอย จนกระทั่งสามารถผ่านพ้นวิกฤตที่สำคัญ เป็นที่ประจักษ์ตามนโยบายกระทรวงแรงงาน

ผมขอมอบนโยบายกระทรวงแรงงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ให้แรงงานจังหวัดเป็น CEO ในการขับเคลื่อนงานระดับจังหวัดในทุกมิติ  มีการบูรณาการข้อมูลให้เป็นฐานเดียวกัน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านแรงงานระดับจังหวัดและเชื่อมโยงกับส่วนกลาง มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน สร้างการรับรู้นโยบายในทุกระดับและภารกิจของทุกหน่วยงาน “รัฐมนตรีรู้ ปลัดกระทรวงรู้ แรงงานจังหวัดรู้”อาสาสมัครแรงงานและบัณฑิตแรงงาน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงาน ให้สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น จัดตั้งกลุ่มไลน์แรงงานจังหวัดระดับภาคเพื่อเชื่อมโยงการทำงาน, การตั้งกลุ่มไลน์อาสาสมัครแรงงานและบัณฑิตแรงงาน เป็นต้น

การใช้ช่องทางการสื่อสารจาก Social Media ที่มีความเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสามารถใช้ประโยชน์ในการทำงานแบบเครือข่ายไยแมงมุม ให้อัครทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ทำการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศแก่แรงงานไทยในต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้กลับประเทศไทย โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ  สามารถนำเงินลงในระบบเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ในปี 2565 ขอให้ดำเนินการต่ออย่างเข้มแข็งเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนด้านอาชีพ แรงงานนอกระบบ ผลักดันพระราชบัญญัติแรงงานนอกระบบ พ.ศ. .... เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบกว่า 20.4 ล้านคน ต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบการจ้างที่เหมาะสมกับการทำงานที่เปลี่ยนไป 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า กรมการจัดหางาน จะเน้นในเรื่องการรักษาการจ้างงานและความช่วยเหลือกลุ่ม SMEs ขอให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ และวางระบบการเบิกจ่ายให้รัดกุม การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ต้องมีการอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ให้เตรียมการจัดงาน JOB EXPO เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ประชาชนผู้สนใจ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ในการออกตรวจ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดมิให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด

ส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดข้อพิพาท วางแผนการทำงานในแต่ละปีเพื่อลดข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้น เช่น เดือนพฤศจิกายนให้หารือกับสหภาพเกี่ยวกับการจ่ายโบนัสประจำปีเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีจะเป็นการลดสถิติของปัญหาข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่อาจเกิดขึ้นดำเนินโครงการแรงงานพันธุ์ดีตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงต่อเนื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ทบทวนหลักสูตรการฝึกอบรมที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันและเหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างครบวงจรตั้งแต่การฝึกอบรมจนถึงสอนการทำตลาด เช่น สร้าง Story ในการขายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจ

ให้สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด กำหนดหลักสูตรจังหวัดละ 1 หลักสูตร ขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม MOU ร่วมกับอาชีวศึกษา และสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เร่งรัดการออกหนังสือเพื่อรับรองความรู้ความสามารถให้เร็วขึ้นผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับสถาบันการศึกษาจัดทำหลักสูตรเพื่อผลิตกำลังแรงงานรองรับตลาดแรงงานในอนาคต ระยะ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี สำนักงานประกันสังคม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แก้ไขกฎหมายประกันสังคม

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ “3 ขอ” ได้แก่ ขอเลือก ขอคืน และขอกู้ จัดตั้งธนาคารเพื่อผู้ประกันตน สถาบันการแพทย์เพื่อผู้ประกันตน สร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกันตนในราคาถูก เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคง สร้าง application ประกันสังคมร่วมกับร้านค้าเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน และ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. สร้างองค์ความรู้ให้แก่สถานประกอบการได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อลดอัตราการอุบัติเหตุและอันตรายจากการทำงาน

WHO คาด!! ระลอกใหม่โควิดในยุโรป อาจดับลมหายใจชาวยุโรปร่วม 7 แสนราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก หรือ WHO (The World Health Organization) แถลงคาดการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในภูมิภาคยุโรป เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า อาจจะส่งผลทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตรายใหม่มากกว่า 7 แสนรายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ยุโรปมีจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 2.2 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากตัวเลขผู้ป่วยเสียชีวิตสะสมในขณะนี้ 1.5 ล้านราย อันเป็นผลจากการที่จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ทะยานพุ่งสูงขึ้นทั่วทั้งทวีป จนเป็นเหตุให้บางประเทศต้องกลับไปใช้มาตรการเข้มงวดอีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า การออกมาประมาณการครั้งนี้ เพิ่มตัวเลขจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป ที่ออกมาระบุว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในยุโรป อาจทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากถึง 5 แสนราย ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า (2565)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top