Sunday, 19 July 2026
NEWS

‘ตำรวจ’ ร่วมกับ ‘วิริยะประกันภัย’ และ ‘มูลนิธิเมาไม่ขับ’ มอบเงินรางวัล โครงการ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้เจ้าของคลิป รางวัลละ 10,000 บาท และแถลงผลการจับกุมรถที่มีควันดำเกินกฎหมายกำหนดในพื้นที่ กทม.

วันนี้ (18 ม.ค. 65) เวลา 10.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เชษฐา  โกมลวรรธนะ จตร.(หน.จต.)/หัวหน้าคณะทำงาน งานตรวจสอบติดตามประเมินผล ศจร.ตร. พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผบช.ศ./หัวหน้าคณะทำงาน งานพัฒนามาตรฐานระบบงานจราจร ศจร.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พร้อมด้วย คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์  สวพ.91 และสถานีวิทยุ จส.100  ร่วมแถลงผลการพิจารณามอบรางวัลและเกียรติบัตรในโครงการอาสาตาจราจร “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้แก่เจ้าของคลิปวีดีโอที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 7 คลิป  

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีประชาชนได้ส่งคลิปวีดีโอเข้าร่วมโครงการ“7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น”  ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการดังกล่าว คือ ให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นอาสาตาจราจร ประชาชนสามารถส่งข้อมูลพยานหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือ การกระทำความผิดบนท้องถนนต่าง ๆ ผ่านทางกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถส่งคลิปวีดีโอผ่านช่องทางมูลนิธิเมาไม่ขับ ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.  จส.100 และ สวพ.91ในช่วง 7 วันของการควบคุมเข้มข้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 จำนวนกว่า 30 คลิป  ซึ่งมูลนิธิเมาไม่ขับได้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกคลิปวิดีโอโดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือก คือ  

1) กรณีการกระทำผิดกฎจราจรสำคัญ - เป็นคลิปวิดีโอที่สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี หรือเป็นข้อมูลให้เข้มงวดกวดขันจับกุมการกระทำผิด หรือเป็นตัวอย่างอุทาหรณ์ไม่ให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย

2) คดีอุบัติเหตุจราจร – เป็นคลิปที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีให้กับพนักงานสอบสวน

เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด สามารถชี้ตัวคู่กรณีฝ่ายที่กระทำผิดได้   

ซึ่งผลการพิจารณาของมูลนิธิเมาไม่ขับ มีคลิปวิดีโอที่ได้รับรางวัลจำนวน 7 คลิป ดังนี้ 

(1) คลิปกล้องหน้ารถ - รถฟอร์จูนเนอร์ ชนรถหลายคันและขับหลบหนี /สน.พหลโยธิน

(2) คลิปโทรศัพท์มือถือ - ผู้ขับขี่มีอาการเมาสุรา ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ /สภ.คูคต

 (3) คลิปกล้องหน้ารถ - อุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชน รถจักรยานยนต์ /สภ.เชียงขวัญ จว.ร้อยเอ็ด

 (4) คลิปกล้องหน้ารถ - รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขับขี่ย้อนศรถนนคู้บอน  /สน.คันนายาว

 (5) คลิปโทรศัพท์มือถือ - รถจักรยานยนต์ ขับขี่บนทางด่วนกาญจนาภิเษก

 (6) คลิปกล้องติดหมวกนิรภัย - รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน แล้วขับหลบหนี  /สน.หลักสอง 

 (7) คลิปโทรศัพท์มือถือ - ผู้ขับขี่ขับรถเกิดอุบัติเหตุและมีอาการเมาสุรา /สภ.เมืองเชียงใหม่ 

ซึ่งทางคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ ของศูนย์บริหารงานจราจร ตร. ได้ส่งข้อมูลให้สถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ โครงการนี้ยังมีการดำเนินการต่อเนื่องและมอบรางวัล ให้เป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 10 คลิป รวมเป็นเงิน 50,000 บาทต่อเดือน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ส่งข้อมูลพยานหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำความผิดบนท้องถนนต่าง ๆ ผ่านทางกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ พร้อมแจ้งข้อมูลชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ผู้แจ้งข้อมูล ตามช่องทางดังกล่าวข้างต้นได้  โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้ง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) มีค่าสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่  โดยเฉพาะในพื้น กทม. ซึ่งในส่วนงานจราจร  ศจร.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการตรวจจับรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ เพื่อตั้งจุดตรวจรถควันดำ ทั้งรถบรรทุก รถสาธารณะ และรถกระบะส่วนบุคคล สำหรับในเขตพื้นที่กทม. นั้นมีการตั้งจุดตรวจ จำนวน 20 จุด แบ่งเป็น จุดตรวจตั้งถาวร จำนวน 15 จุด  และจุดตรวจแบบเคลื่อนที่ (Mobile) จำนวน 5 จุด

โดยสถิติที่ผ่านมาในปี 2564  มีการเรียกตรวจรถรถบรรทุกและรถสาธารณะ รวมจำนวน 125,974 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 51,625 คัน รถกระบะส่วนบุคคล รวมจำนวน 127,141 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 52,176 คัน รวมมีรถควันดำเกินกำหนดทั้งสิ้น 103,802 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้รถรวมทั้งสิ้น จำนวน 4,689 คัน และในปีนี้เฉพาะในช่วงวันที่ 1- 15 ม.ค.65  มีการเรียกตรวจรถบรรทุกและรถสาธารณะรวมจำนวน 3,748 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 1,482 คัน  รถกระบะส่วนบุคคล รวมจำนวน 4,667 คัน  มีค่าควันดำเกินกำหนด 919 คัน รวมมีรถควันดำเกินกำหนด 2,401 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้รถรวมทั้งสิ้น จำนวน 88 คัน ทั้งนี้ บช.น. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับรถที่มีค่าควันดำ โดยหากเป็นรถบรรทุกหรือรถสาธารณะจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท (ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก) ส่วนรถส่วนบุคคล จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท (ตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก) และจะถูกออกคำสั่งห้ามใช้รถตามกฎหมายทั้งห้ามใช้ชั่วคราวและห้ามใช้เด็ดขาด

ในส่วนของมาตรการการดำเนินคดีกับรถจักรยานยนต์นั้นในช่วงวันที่ 15 พ.ย.64 ถึง 16 ม.ค.65  มีผลการจับกุมข้อหา ขับรถย้อนศร รวม   53,403 ราย ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร  27,466 ราย ขับรถรถจักรยานยนต์บนทางเท้า 7,293 ราย  ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 2,284 ราย  และดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยไม่คำนึ่งถึงความปลอดภัยเป็นจำนวน 70 ราย  รวมผลการดำเนินการทั้ง 4 ข้อหา จับกุมรวมทั้งสิ้น 90,446 ราย แบ่งเป็น รถ จยย.ทั่วไป 74,832 ราย รถ จยย.เดลิเวอรี่  10,869  ราย และรถ จยย.สาธารณะ 4,718 ราย

 

‘วิลาศ’เฮลั่น! ศาลยกฟ้องซิโน-ไทย ฟ้องหมิ่น วิจารณ์ "โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เละเทะที่สุด" ชี้!เป็นการติชมโดยสุจริต

(18 ม.ค.65) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเมื่อเวลา 09.20 น. ที่ห้อง 602 ศาลอาญากรุงเทพใต้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.300/2563 ระหว่างบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่นจำกัด(มหาชน)โจทก์ ฟ้องนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ จำเลยที่ 1 นายวรเทพ สุวัฒนพิมพ์ ที่ 2 บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)ที่ 3 ในข้อหาหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาทกรณีนายวิลาศไปออกรายการคมชัดลึกที่ช่องNation TV22 หัวข้อ"รัฐสภาแห่งใหม่ ใช้ชาตินี้ ไม่ใช่ชาติหน้านะจ๊ะ"เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 62 นั้น โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และ 3

ขณะที่คำพิพากษาของศาลบางตอนระบุว่าคณะรัฐมนตรียังมีมติให้เร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 และบางตอนระบุว่าการกล่าวของจำเลยที่ 1

คำว่า"เป็นโครงการที่เละเทะที่สุด" จึงเป็นการกล่าวถึงความไม่มีระเบียบในการตั้งคณะกรรมการหลายคณะ รวมทั้งคณะกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างฯของฝ่ายผู้ว่าจ้าง มิได้หมายความว่าโจทก์ทำงานก่อสร้างไม่มีมาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ ผลงานออกมาเละเทะ ดังที่พยานโจทก์ทั้งสามคิดและเข้าใจ ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1  จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(3) พิพากษายกฟ้อง

หลังศาลมีคำพิพากษา นายวิลาศ กล่าวว่า มีประชาชนถามมาว่าจะฟ้องกลับหรือไม่ ตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ แต่คนอย่างตนไม่ยอมให้ใครทำข้างเดียวแน่นอน 

 

‘สปส.’ ขานรับนโยบายรัฐ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง! ยกระดับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานครบวงจร

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึง การดำเนินการยกระดับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ว่า ตามที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีนโยบายการพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมด้านการศึกษา สุขภาพ การมีงานทำที่เหมาะสมกับประชากรทุกกลุ่ม ทั้งในระบบและนอกระบบให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงานได้รับรายได้ สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพ และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายที่สำคัญของกระทรวงแรงงานในปี 2565 ในด้านการบริหารจัดการแรงงานกลุ่มเปราะบาง และคนพิการให้ได้รับสิทธิและความคุ้มครองด้านแรงงาน มีรายได้ที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยตนได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมพิจารณายกระดับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานทั้ง 5 แห่ง ให้มีความพร้อมในการให้บริการลูกจ้างและผู้ประกันตนแบบครบวงจร เพื่อให้พี่น้องแรงงาน ลูกจ้าง ผู้ประกันตนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เป็นภาระต่อสังคม สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว และกลับมาเป็นกำลังในการช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไปได้

ด้านนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 2 จังหวัดระยอง ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 3 จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 4 จังหวัดขอนแก่น และศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 5 จังหวัดสงขลา ซึ่งดูแลครอบคลุมครบทุกภาคทั่วประเทศ โดยในปี 2564 มีลูกจ้าง/ผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานจนสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ มาเข้ารับบริการ จำนวน 1,251 คน ที่ผ่านมาทั้ง 5 ศูนย์นี้ ได้ทำหน้าที่ฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตนแบบองค์รวม ทั้งฟื้นฟูสภาพร่างกาย ปรับสภาพจิตใจ และฝึกอาชีพให้กับลูกจ้าง สำนักงานประกันสังคม ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยพัฒนาศักยภาพของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ให้มีความพร้อมในการให้บริการลูกจ้างและผู้ประกันตนแบบครบวงจร ทั้งในด้านบุคลากรมีนักสังคมสงเคราะห์คอยให้คำปรึกษา และนักกายภาพบำบัด

 

ผู้ประกันตนหายห่วง รมว.เฮ้ง เตรียมเตียง Hospitel เกือบ 20,000 เตียง หมุนเวียนเพียงพอ รองรับโควิด-19 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการเตียงเพื่อรองรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ว่า กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคม ได้มีการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม พร้อมเตียงซึ่งเป็นของ Hospitel เกือบ 20,000 เตียง ใช้ไปแล้วประมาณ 12,000 เตียง ทั้งนี้ เมื่อผู้ประกันตนรักษาหายและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ก็จะทำให้เตียงว่างลงอีก ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้ประกันตนหมุนเวียนเข้าออกตลอดเวลา ขณะเดียวกันสำนักงานประกันสังคมจะประสานหาเตียงสำรองเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถรองรับการรักษาผู้ประกันตนได้อย่างเพียงพอ จึงขอให้ผู้ประกันตนไม่ต้องกังวลและมั่นใจได้ว่ากระทรวงแรงงาน จะสามารถบริหารจัดการเตียงและรองรับการรักษาผู้ประกันตนจากทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมได้เป็นอย่างดี 

“ขอให้ผู้ประกันตนไม่ต้องกังวลและมั่นใจได้ว่า รัฐบาล กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถให้การดูแลทุกคนที่ติดเชื้อโควิด-19 อย่างเท่าเทียม มีเตียงรองรับเพียงพอแน่นอน เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งในเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงใยและได้กำชับให้ช่วยเหลือดูแลพี่น้องแรงงานดุจคนในครอบครัว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและเราจะก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด

เอาจริง..!!! “บิ๊กป้อม” สั่งปราบเชิงรุก “หนี้นอกระบบ” เข้มบังคับใช้กม. ยึดทรัพย์ นายทุนเหิมกดขี่ เก็บดอกโหดใช้ความรุนแรง

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ได้สั่งการฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองและตำรวจ เข้มเอาจริงลงไปช่วยดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจาก “หนี้นอกระบบ” ที่มีมากขึ้น จากกลุ่มนายทุนฉวยโอกาสปล่อยกู้เก็บดอกโหด และส่งแก๊งค์ทวงหนี้เหิมเกริม ข่มขู่และใช้ความรุนแรงกับลูกหนี้หาเช้ากินค่ำ เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมบั่นทอนชีวิตครอบครัวผู้มีรายได้น้อย จากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19

โดยย้ำขอให้ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ กทม. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจายลงพื้นที่บูรณาการปราบปรามเชิงรุกกับกลุ่มนายทุนรายใหญ่ และเครือข่าย ด้วยมาตรการทางกฎหมายและมาตรการทางภาษีไปพร้อมกัน  โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ที่มีประชาชนหาเช้ากินค่ำเดือดร้อนจำนวนมากขึ้น 

“ผบ.ทสส.” นำเหล่าทัพ  น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนไทย ในวันกองทัพไทย 

กองบัญชาการกองทัพไทย จัดงานวันกองทัพไทย ประจำปี 2565 โดยมี พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธาน และได้รับเกียรติจากผู้แทนปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีฯ

การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้ โดยในปีนี้ยังคงประกอบพิธีฯ ที่สำคัญต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่ได้ปฏิบัติเป็นประจำทุก ๆ ปี ซึ่งกิจกรรมฯ ที่สำคัญ ได้แก่ พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองบัญชาการกองทัพไทย, พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5,พิธีบวงสรวงพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์, พิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย, พิธีสงฆ์ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ณ กองพันทหารสื่อสาร กรมการสื่อสารทหาร โดยการจัดงานวันกองทัพไทยในปีนี้ ได้ปรับลดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีฯ และดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด

ลาวเบรก!! เคลื่อนย้ายถ่านดำส่งออกต่างประเทศ ป้อง!! ทรัพยากรทางธรรมชาติก่อนถูกทำลาย

เพจ Biz Laos เปิดเผยว่า ทางการสปป.ลาว ให้ยุติการออกใบอนุญาต เคลื่อนย้ายถ่านดำเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ 

สาเหตุ เนื่องจากมีการฉวยโอกาสเก็บซื้อถ่านดำที่ผลิตจากไม้ธรรมชาติจากเตาถ่านไม้ที่ไม่ได้รับอนุญาตปะปนไปด้วยจำนวนมาก ซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ และละเมิดกฎหมายป่าไม้

โดยมีมาตรการ ดังนี้

1.) ให้ยุติการเคลื่อนย้ายถ่านดำเพื่อนำส่งออกต่างประเทศโดยเด็ดขาด

2.) ให้ตรวจตรา ขึ้นบัญชี โรงงานผลิต เตาเผาถ่าน ถ้าโรงงานใดไม่มีแหล่งที่มาของแหล่งผลิตที่ได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้ยกเลิกการผลิต และ ส่วนโรงงานผลิตเตาเผา ไม่มีใบอนุญาตให้จัดสร้าง ก็ให้ยกเลิกและดำเนินคดีตามกฎหมาย

บังกลาเทศ – จับตา!! อสังหาริมทรัพย์ในบังคลาเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนรอบด้าน

ธากา/บังกลาเทศ – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบังคลาเทศเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงสองปีที่ผ่านมาอันเนื่องมาจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศ ส่งผลให้รายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นครั้งล่าสุดและการขยายตัวของชนชั้นกลาง ความต้องการที่อยู่อาศัยก็เพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้จากรายงานของสมาคมอสังหาริมทรัพย์และเคหะแห่งบังคลาเทศ (REHAB Real Estate & Housing Association of Bangladesh) เผยตัวเลขจากบริษัทที่เข้าร่วมสมาคมฯ ราว 879 แห่ง โดยพบกว่ามีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 10% ในช่วงปี 2019-2020 

ขณะที่แนวคิดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวม ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อพาร์ตเมนต์ แต่ยังรวมถึงเมืองจำลอง ห้างสรรพสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในรูปแบบต่างๆ โดยผลการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดระบุว่าความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งหมดของประชากรอยู่ที่ 0.8 ล้านหน่วยในปี 2020 และจะเพิ่มเป็น 1.14 ล้านหน่วยในปี 2030และหากคิดเป็นสัดส่วนของภาคที่อยู่อาศัยต่อ GDP ในบังกลาเทศแล้วนั้น ปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ที่ 7.96% ขณะที่อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก, ปูน, อิฐ, ทราย, กระเบื้องเซรามิก, สี, และอุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์อื่นๆ อยู่ที่ราว 12%

สำหรับอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโตในครั้งนี้ ด้าน Kamal Mahmud รองประธาน REHEB ได้กล่าวว่า ภายใต้ลดภาษีในภาคอสังหาฯ แก่ผู้ประกอบกร โดยกระทรวงพาณิชย์ฯ นั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การขายอสังหาฯ ในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น 

'บิ๊กโจ๊ก' เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บกรณีถูกทำร้ายในเรือประมงที่ จ.ปัตตานี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางไปเยี่ยม นายวี เมือน อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา ลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ปัตตานี ร่วมกับ กก.๗ บก.รน. ได้ร่วมกันจับกุม นายโบเฮียม เฮียง อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นลูกเรือประมงชื่อ เรือวรพงศ์นาวี ๒ ซึ่งได้ลงมือทำร้ายร่างกายโดยการใช้อาวุธมีดสปาต้าฟันนายวี เมือน อายุ 38 ปี เพื่อนลูกเรือภายในลำเดียวกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทราบเหตุจากการแจ้งเหตุผ่านทางวิทยุเพื่อขอความช่วยเหลือจากไต๋เรือ ก่อนจะนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ PIPO ได้ดำเนินการจับกุมดังกล่าว สอบถามนายโบเฮียมฯ ผู้ก่อเหตุให้การรับว่า ตนก่อเหตุดังกล่าวเนื่องจากไม่พอใจผู้ถูกทำร้ายเนื่องจากชอบด่าพ่อแม่ของตน และชอบขโมยของของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ทร.” จัดงานวันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ”ประจำปี 2565  สองวีรชน ในวีรกรรมสำคัญร่วมงาน

 พล.ร.อ. สมประสงค์  นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)  เป็นประธานในการจัดงาน เนื่องในวันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ประจำปี 2565 ณ อนุสรณ์เรือหลวงธนบุรี โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (COVID - 19) ทำให้ในปีนี้ กองทัพเรือ ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้มีความเหมาะสมในรูปแบบ NEW NORMAL โดยลดขั้นตอน และผู้ร่วมงานลง แต่ยังคงไว้ซึ่งพิธีการสำคัญ ประกอบด้วย การวางพวงมาลา และอ่านคำสดุดีวีรชนกองทัพเรือ การจัดพิธีสงฆ์ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนทหารเรือ ที่เสียสละชีวิต เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติและยังคงอยู่ในจิตใจของทหารเรือทุกนายตราบจนปัจจุบัน 

พิธีสดุดีวีรชนและบำเพ็ญกุศลแด่วีรชนของกองทัพเรือ เป็นพิธีสำคัญที่กองทัพเรือจัดขึ้นเป็นประจำ ในวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เพื่อให้ทหารเรือทุกคนได้แสดงความเคารพ และระลึกถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษทหารเรือที่ได้ทำการรบอย่างกล้าหาญ และยอมพลีชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินของเราประวัติศาสตร์ได้จารึกความกล้าหาญของทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ระหว่าง ไทย กับ ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2484 โดยฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือประกอบด้วยเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง เรือสลุป 2 ลำ และเรือปืน 4 ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ 1 ลำ เรือดำน้ำ 1 ลำ เข้ารุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อจะเข้าระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศ

กำลังทางเรือของไทยที่รักษาการณ์อยู่ในบริเวณนั้นประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และ เรือหลวงสงขลา ภายใต้การบังคับบัญชาของ นาวาโทหลวงพร้อมวีรพันธ์ ผู้บังคับการเรือหลวงธนบุรี แม้ว่าจะเสียเปรียบด้านกำลังรบอย่างมากวีรชนทหารเรือไทยได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถ จนต้องสูญเสียเรือรบทั้ง 3 ลำไป พร้อมชีวิตนายทหารและลูกเรือ รวมทั้งสิ้น 36 นาย รวมถึง นาวาโทหลวงพร้อมวีรพันธ์ แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่าด้วยกำลังทางเรือของเรา สามารถทำให้ข้าศึกได้รับความเสียหายจนต้องล่าถอยไปในที่สุด

สำหรับการรบครั้งสำคัญที่ทหารเรือได้พลีชีพเพื่อชาติและราชนาวี เมื่อครั้งสงครามโลก ครั้งที่ 2 กองทัพเรือได้รับมอบภารกิจจัดเรือไปบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเป็นยุทธปัจจัยสำคัญจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย ซึ่งในครั้งนั้น เรือหลวงสมุย ได้ปฏิบัติภารกิจลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ทราบว่าเส้นทางลำเลียงอยู่ในเขตปฏิบัติการของเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรก็ตาม ในการเดินทางเที่ยวสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พุทธศักราช 2488 เรือหลวงสมุย ได้ถูกยิงด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตร จมลงที่บริเวณนอกชายฝั่งรัฐตรังกานู ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียทหารผู้กล้าไปจำนวน 31 นาย รวมถึงสูญเสียกำลังพล ในการต่อสู้ป้องกันการโจมตีทางอากาศ จากฝ่ายสัมพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ในคราวเดียวกันนี้อีก 7 นาย

นอกจากนี้ยังมียุทธการสำคัญที่ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียทหารเรือผู้กล้าไปเป็นจำนวนมาก เช่น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม การปราบปรามผู้ก่อการร้ายตามแผนยุทธการสามชัย จังหวัดเพชรบูรณ์ยุทธการผาภูมิ ณ บริเวณดอยผาจิ จังหวัดเชียงราย การเข้ายึดค่ายกรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยุทธการดอนน้อย จังหวัดหนองคาย การรบที่บ้านชำราก จังหวัดตราด เหตุการณ์เรือ ต.98 ปะทะกับเรือประมงติดอาวุธไม่ปรากฏสัญชาติที่จังหวัดระนอง รวมไปถึงการปฏิบัติภารกิจ เพื่อความสันติสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนแต่เป็นการเสียสละ เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แลกไว้ด้วยชีวิตทหารเรือเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีชีวิตอยู่อย่างสันติ

ศูนย์จีโนมฯ เปิดผลตรวจสายพันธุ์โควิด คาดใกล้ End game กลายเป็นโรคประจำถิ่น

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลการตรวจสายพันธุ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3-16 มกราคม 2565 พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 97.1% (69/71) และเดลตา 2.8% (2/71) นอกจากนี้มีการส่งตัวอย่างสุ่มตรวจจากเรือนจำ เป็นสายพันธุ์เดลตาทั้ง 100% (30/30)

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวหมายถึงในกรุงเทพฯ หากไม่นับในเรือนจำ “โอมิครอน” น่าจะเข้ามาแทนที่ “เดลตา” เกือบหมดแล้ว “Twindemic” หรือการติดเชื้อสองสายพันธุ์ ระหว่าง “โอมิครอน” และ “เดลตา” ไปพร้อมกันในระยะเวลาสั้นๆ ได้จบลงแล้ว ไม่นาน “โอมิครอน” คงจะกระจายไปทั่วประเทศ

ไม่ช้าคงเป็นตามที่นายแอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญในคณะทำงานเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตือนว่า “ในที่สุดแทบทุกคนจะติดเชื้อไวรัสโอมิครอน” จากนั้นทั้งภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและจากการติดเชื้อตามธรรมชาติจะพุ่งขึ้นสูง ลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 และลดอัตราการเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว เห็นปรากฏการณ์นี้ได้อย่างชัดเจนจากข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตทั่วโลกจาก “โอมิครอน”

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแอฟริกาใต้ ลดลงจนเข้าสู่สภาวะปรกติ ในขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่มาก มีประชากรติดเชื้อไวรัสจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก

รมว.ยุติธรรม เปิดอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์ ตำรวจ-ศาล-ป.ป.ส.-สถาบันการเงินเข้าร่วมพรึบ หวังช่วยงานปราบยาเสพติดเติมเต็มกระบวนการยึดทรัพย์ มั่นใจเป้าหมาย 10,000 ล้านไม่ใช่เรื่องเหรือบ่ากว่าแรง แม้ไตรมาสแรกยังต่ำกว่าเป้า

ที่สำนักงาน ป.ป.ส. มีการจัดโครงการฝึกอบรม “นักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์” โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้เข้าอบรมจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานศาลยุติธรรม สํานักงานอัยการสูงสุด ศาลภาษีอากรกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมบังคับคดี กรมสรรพากร และสถาบันการเงิน และยังมีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร็นซ์ ไปยังหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ

นายวิชัย กล่าวรายงานว่า หลังจากที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกรอบความคิดและกระบวนการตรวจสอบ ยึดอายัดทรัพย์สินตามมูลค่า เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ เทคนิควิธีการสืบสวนทางด้านทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ รมว.ยุติธรรม จึงสั่งการให้ ป.ป.ส.จัดโครงการฝึกอบรมนี้ขึ้น เพื่อทำความเข้าใจเตรียมความพร้อมและบริหารกลไกในการปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้สามารถดำเดนินการตามกฎหมาย ตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้เข้าอบรม เป็นข้าราชการสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำหน้าที่สืบสวน คือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป.ป.ส. รวมทั้งคณะทำงานพาลีปราบยา

นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดโครงการว่า จากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้มีความทันสมัย สามารถนําไปบังคับใช้กับนักค้ายาเสพติดได้อย่างเต็มที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องนําไปปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทําความเข้าใจประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจัง ต้องมีการขับเคลื่อนและสร้างความพร้อมในประมวลกฎหมายอย่างเป็นระบบ มีแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน มีกลไกในการให้คําปรึกษา แก้ไขปัญหาและติดตามการปฏิบัติงานตามกฎหมายใหม่อย่างใกล้ชิด และต้องนําประมวลกฎหมายยาเสพติด ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การฝึกอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงิน และนักสืบทรัพย์ ในครั้งนี้จะเป็นการทําความเข้าใจ เตรียมความพร้อมบริหารจัดการกลไก ในการนําประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพ ติดอย่างเป็นรูปธรรม

‘หญิงชาวเอเชีย’ ถูกคนไร้บ้านผลักให้รถไฟทับที่สถานีรถไฟใต้ดินย่านไทม์สแควร์

ผู้หญิงชาวเอเชียรายหนึ่งเสียชีวิตสุดช็อก ถูกผลักให้ม้าเหล็กชนตายที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งหนึ่งในย่านไทม์สแควร์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันเสาร์ (15 ม.ค.) ในเหตุการณ์ที่พวกเจ้าหน้าที่ของเมืองระบุว่า เป็นเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการยั่วยุใดๆ

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง หลังชายคนดังกล่าวเข้ามอบตัวต่อตำรวจ พร้อมกับอ้างว่า เป็นคนลงมือผลักผู้หญิงเชื้อสายเอเชียชาวนิวยอร์ก ซิตี วัย 40 ปี ตกจากชานชาลา Q/R ใกล้ถนนสาย 42 ตัดกับบอร์ดเวย์ ตกลงไปในรางรถไฟ ในขณะที่รถไฟขบวนหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาพอดี

เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มีชื่อว่า มิเชลล์ อลิสซา โก (Michelle Alyssa Go) เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน วัย 40 ปี ถูกคนร้ายผลัก ระหว่างยืนรอขบวนรถไฟบนชานชาลา ส่งผลให้ถูกรถไฟที่กำลังแล่นเข้ามาพอดี ชนจนเสียชีวิตคาที่

กลุ่มผู้โดยสารแจ้งเหตุร้ายต่อตำรวจขนส่งหลังจากผู้หญิงรายนี้ตกลงไปในรางตอน 9.39 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และถูกรถไฟชน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยไม่ได้ถูกจับกุมที่สถานีรถไฟ แต่ต่อมาได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ "เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการยั่วยุใดๆ และเหยื่อดูเหมือนจะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับผู้ต้องสงสัยเลย" คีชานท์ เซเวลล์ ผู้บัญชาการตำรวจนครนิวยอร์กกล่าว

ตำรวจระบุระหว่างแถลงข่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยเล็งเป้าเล่นงานผู้หญิงอีกคนบนชานชาลา ก่อนเปลี่ยนใจก่อเหตุใช้ความรุนแรงกับเหยื่อวัย 40 ปี

"เขามุ่งตรงเข้าหาและเข้าไปใกล้เธอ แต่เธอระวังตัวมาก" ตำรวจเผย "เธอพยายามเดินหนีจากเขา แต่เขาก็พยายามเข้ามาใกล้ๆ เธอรู้สึกเหมือนเขากำลังหาทางผลักเธอเข้าใส่รถไฟ เธอจึงตัดสินใจหนีออกมา แต่ตอนที่เธอกำลังเดินออกมานั้น เธอเห็นอาชญากรเต็มตา เขาผลักเหยื่ออีกคนตัดหน้าขบวนรถไฟ"

ต่อมา ตำรวจระบุตัวตนชายผู้ก่อเหตุคือ นายไซมอน มาร์เทียล วัย 61 ปี ซึ่งเวลานี้ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอันเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีในตอนเช้าวันเสาร์ (15 ม.ค.) ทั้งนี้ เขาเคยมีประวัติทางอาญาต่างๆ และถูกปล่อยออกจากคุกโดยมีทัณฑ์บน

นักวิจัยฯ คิดค้นข้าวเกรียบจากเปลือกกล้วย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรไม่ต้องเหลือทิ้ง

กล้วยน้ำว้า ผลไม้ที่นิยมปลูกกันมากในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ส่วนมากปลูกเพื่อจำหน่ายส่งออก ขายในท้องที่และแปรรูปเป็นกล้วยตาก ส่วนผลผลิตที่ไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ “ผลกล้วยน้ำว้าขนาดไม่ถึงเกณฑ์” อีกจำนวนมาก ทางกลุ่มเกษตรกรได้นำไปแปรรูปเป็นกล้วยตากเพื่อจำหน่าย

แต่ก็ยังพบว่ามีวัสดุที่เหลือใช้จำพวกเปลือกกล้วยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้วิจัยจึงนำ “เปลือกกล้วย” ไปทดสอบคุณภาพทางเคมีและกายภาพ เพื่อให้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเปลือกกล้วยมีคุณภาพ และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)

อาจารย์กานต์ณัฎฐา เนื่องหนุน อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เล่าถึงที่มาการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากวัสดุเหลือใช้กล้วยสุกและเปลือกกล้วย ว่า ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีการแปรรูปกล้วยน้ำว้าเป็น กล้วยแผ่นปรุงรส กล้วยอบ และกล้วยตาก จากกลุ่มแม่บ้านคลองพระอุดม ถือเป็นผลิตภัณฑ์เด่นด้านการเกษตรของจังหวัด จึงได้พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการในการแปรรูปกล้วยน้ำว้า โดยอาศัยเทคโนโลยี และนวัตกรรม จนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างความมั่นใจ และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

แต่การที่กลุ่มแม่บ้านคลองพระอุดม ได้แปรรูปกล้วยน้ำว้าเกือบทุกวัน ทำให้มีขยะจากเปลือกกล้วยน้ำว้าเป็นจำนวนมาก จึงสนใจที่จะนำเส้นใยจากเศษเปลือกกล้วยน้ำว้า และกล้วยน้ำว้าที่สุกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อให้เกิดการยอมรับในหมู่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งอีกด้วย

อาจารย์กานต์ณัฎฐา กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ทางทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ชุมชน เพื่อหาแนวทางต่อยอดเปลือกกล้วย ก็พบว่าในเปลือกกล้วยมีสารแทนนิน ที่ทำให้เปลือกกล้วยมีรสชาติขมเวลารับประทาน จึงหาวิธีการสกัดแทนนินออก เพื่อให้เหลือในปริมาณที่พอเหมาะ ด้วยวิธีการต้ม และทดลองทำเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากเปลือกกล้วย เพราะข้าวเกรียบสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ประกอบกับวัสดุต่างๆ ในการผลิต สามารถหาได้ง่าย ลงทุนน้อย ชาวบ้านสามารถทำได้จริง

สำหรับกระบวนการศึกษาการทำข้าวเกรียบเปลือกกล้วยนั้น ศึกษาจากตำรับพื้นฐาน 3 ตำรับ และศึกษาปริมาณของแทนนิน โดยนำเปลือกกล้วยสุกไปต้มในระยะเวลาที่ต่างกัน 3 ระดับ คือ 30 นาที 45 นาที และ 60 นาที เพื่อเสริมในข้าวเกรียบ แล้วนำมาศึกษาปริมาณกล้วยสุกที่มีผลต่อเนื้อสัมผัสของข้าวเกรียบเปลือกกล้วย จากนั้นนำมาศึกษาคุณภาพทางกายภาพ และเคมีของข้าวเกรียบเปลือกกล้วย ต่อด้วยศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีผลต่อผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบเปลือกกล้วย

ทั้งนี้ จากการศึกษาตำรับพื้นฐานของข้าวเกรียบทั้ง 3 ตำรับ จากลักษณะทางกายภาพประกอบกับคะแนนทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าข้าวเกรียบตำรับที่ 2 ได้รับการยอมรับสูงสุดในด้านลักษณะที่ปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส (ความกรอบ) แผ่นพองฟู สีขาวนวล กลิ่นกระเทียมพริกไทย รสชาติ และความกรอบกำลังพอดี

“นายกฯ” ห่วง “ผู้สูงวัย-ป่วยติดเตียง" เสี่ยงป่วยโควิด-19 แนะ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นห่วงครอบครัวที่มีคนอยู่ร่วมกันหลายวัย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ขอให้เพิ่มความระวังสูงสุด แยกส่วนที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ลดการติดเชื้อในครอบครัว หากมีบุคคลที่มีความเสี่ยง สูงอายุ ติดเตียง อาจป่วยและเสียชีวิตได้  และแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 86 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียงและอัลไซเมอร์ ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รายแรกของจ.สงขลา ยืนยันว่าวัคซีนทุกสูตรพบมีประสิทธิผลป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตจากแต่ละสายพันธุ์สูง แต่เนื่องจากประสิทธิผลของวัคซีนในส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีสูง จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป  

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันที่ 17 ม.ค.รวม 6,929 ราย จำแนกเป็น
ผู้ป่วยจากในประเทศ 6,720 ราย มาจากต่างประเทศ 209 ราย ผู้ป่วยสะสม 107,979 ราย
หายป่วยกลับบ้าน 5,255 ราย
หายป่วยสะสม 58,772 ราย 
ผู้ป่วยกำลังรักษา 82,210 ราย
เสียชีวิต 13 ราย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top