Saturday, 31 October 2026
NEWS

‘ในหลวง – พระราชินี’ เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ทรงรับทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

เมื่อเวลา 17.35 น. วันที่ 19 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์นายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พร้อมฉลองพระองค์ครุย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาโดยตลอด ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแพทย์และการสาธารณสุข อันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ พระวิสัยทัศน์ที่ทรงตั้งมั่นที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสริมสร้างและสนับสนุนความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องของระบบการแพทย์และการสาธารณสุขไทย

และทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์และองค์ประธานหน่วยงานและมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยให้สำเร็จตามพระราชปณิธาน ทั้งยังพระราชทานพระบรมราโชบาย และพระราชทานพระราชทรัพย์ในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนในทุกมิติ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙  ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก (Pandemic) ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนไทยในทุกระดับ

จากพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขอันมีคุณประโยชน์ต่อประเทศอย่างอเนกอนันต์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น  สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงมีมติขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ต่อมาเวลา 17.46 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคล นายสรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งทอและการออกแบบแฟชั่น แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
     
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระปรีชาสามารถที่เป็นเลิศและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นที่ประจักษ์ชัดโดยทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงตั้งมั่นในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง ยั่งยืน และบริบูรณ์ในทุกด้าน เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์  ทรงมีพระปรีชาญาณยิ่งในศาสตร์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และด้านการเกษตรผ่านโครงการตามพระราชดำริต่างๆ  อีกทั้งในช่วงที่ประเทศต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางวิศวกรรมเวชศาสตร์

รวมถึงพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ แก่บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลทั่วประเทศ  เพื่อใช้ตรวจหาและรักษาพยาบาล ผู้ติดเชื้อ รวมทั้งเพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากโรคโควิด ๑๙ นอกจากนี้  ทรงสนพระราชหฤทัยและมุ่งมั่นศึกษาศาสตร์ด้านการควบคุมยานยนต์ การควบคุมการบินและอากาศยาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิศวกรรมเครื่องกล โดยทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินอากาศยานประเภทต่าง ๆ ทั้งทางทหารและการพาณิชย์จนทรงเชี่ยวชาญเป็นที่ประจักษ์  และทรงนำความรู้และประสบการณ์ทางด้านการบินมาก่อให้เกิดประโยชน์แก่กองทัพอากาศ  และประเทศชาติ โดยทรงปฏิบัติหน้าที่นักบิน ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

  ด้วยพระราชกรณียกิจนานัปการอันเปี่ยมล้นด้วยพระปรีชาญาณยังประโยชน์อย่างหาที่สุดมิได้แก่ปวงพสกนิกรชาวไทย และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จึงมีมติขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

'รัสเซีย' พร้อมส่งน้ำมันให้ 'เอเชีย-ภูมิภาคอื่น' หากบางชาติยุโรปไม่เอา เพราะแผนคว่ำบาตร

สำนักข่าวรอยเตอร์ - รัสเซียจะส่งน้ำมันที่ถูกปฏิเสธโดยประเทศในยุโรปไปยังเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ รองนายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ โนวัค ของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี และเสริมว่ายุโรปจะต้องหาน้ำมันทดแทนที่จะมีราคาแพงกว่า

คณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันพุธ (18พ.ค.) เปิดเผยแผนมูลค่า 210,000 ล้านยูโร (220,00 ล้านดอลลาร์) สำหรับยุโรปที่จะยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียภายในปี 2570 และใช้เรื่องนี้เป็นการสลัดตัวจากการพึ่งพาพลังงานรัสเซีย เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว

ยุโรปได้รับน้ำมันรัสเซียประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) โนวัค กล่าว และเสริมว่ารัสเซียพร้อมที่จะเปลี่ยนเส้นทางเสบียงเหล่านั้นออกจากยุโรป และยุโรปต้องแทนที่น้ำมันดิบที่มีราคาแพงกว่าจากแหล่งอื่น

มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่บังคับใช้กับรัสเซียหลังจากกองทหารบุกเข้าไปในยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ บีบให้ผู้ซื้อน้ำมันจำนวนหนึ่งต้องชะลอหรือปฏิเสธการขนส่งสินค้า ซึ่งทำให้การผลิตน้ำมันของรัสเซียลดลง

'ส.ส.ดร.ยงยุทธ' พร้อม 'นายก อรัญญา' นายกเทศมนตรี สั่งระดมเจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำ

ส.ส.ดร.ยงยุทธ' พร้อม 'นายก อรัญญา' นายกเทศมนตรี สั่งระดมเจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำ ล่าสุด กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เผย อบจ.สมุทรปราการ ช่วยสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักจากที่ได้เกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงกลางดึก ของคืนวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้เส้นทางการจราจรในหลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการเกิดน้ำท่วมขังและมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบทำให้ถนนภายในซอยแพรกษา 15 ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมขังประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากภายในซอยแห่งนี้มีหมู่บ้านขนาดใหญ่รวมถึงมีสถานศึกษาตั้งอยู่ด้านในภายในซอยแห่งนี้ ประกอบกับ พื้นถนนภายในซอยแพรกษา 15 นั้น มีระดับพื้นถนนที่ต่ำอยู่แล้วจึงทำให้มวลน้ำเกิดการสะสมและเกิดน้ำท่วมขังในที่สุด

โดย ทางด้านนายสมบูรณ์ สันหยี รองปลัดเทศบาลตำบลแพรกษา เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา โดยทางเทศบาลตำบลแพรกษาไม่ได้นิ่งนอนใจและยังได้รับการประสานจากท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เนื่องจากมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในซอยแพรกษา 15 อีกทั้ง เป็นห่วงผู้ปกครองที่ต้องเดินทางมาส่งบุตรหลานเรียนหนังสือในช่วงเช้า จึงได้สั่งการพร้อมทั้งกำชับให้ทางหัวหน้าส่วนราชการรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบและรีบเร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อทำการระบายน้ำอย่างเร่งด่วนและกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการติดตามความคืบหน้าและรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ

นายสมบูรณ์ สันหยี รองปลัดเทศบาลตำบลแพรกษา ยังกล่าวต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลแพรกษาได้ดำเนินการเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ตลอดทั้งคืน แต่เนื่องจากพายุฝนได้ตกลงมาอย่างหนักและตกอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากน้ำมีปริมาณมากทำให้เครื่องสูบน้ำที่ทางเทศบาลเตรียมการไว้ไม่เพียงพอ ประกอบกับ มวลน้ำจำนวนมากได้ไหลผ่านออกมาจากทางหมู่บ้านเดอะทรัสต์ เนื่องจากว่าถนนภายในซอยแพรกษา 15 มีระดับที่ต่ำกว่าหมู่บ้านจึงทำให้มวลน้ำไหลมาสะสมอยู่ภายในซอยแพรกษา 15 ส่งผลให้การระบายน้ำลงสู่คลองเล้าหมูล่าช้าเนื่องจากคลองตื้นเขินทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน  

ทางเทศบาลตำบลแพรกษา จึงได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ซึ่งทางท่านชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง เพื่อมาเพิ่มศักยภาพในการสูบน้ำระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด ซึ่งตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแพรกษาได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ กระทั่ง สามารถระบายน้ำลงสู่ลำคลองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

'น้องเทนนิส' ไล่เตะ เมียนมา 29-0 คว้าทองซีเกมส์ 3 สมัยติด

การแข่งขันเทควันโด ในกีฬา 'ซีเกมส์2021' ประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ค.2565 ไฮไลท์อยู่ที่รุ่น 49 กิโลกรัมหญิง เป็นการลงทำการแข่งขันของ "เทนนิส" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวไทยเบอร์ 1 ของโลก เจ้าของผลงาน เหรียญทองโอลิมปิก ทำผลงาน เอาชนะ วู ธิ ดุง จากเวียดนาม เจ้าภาพ ในรอบรองชนะเลิศ มาด้วยสกอร์ 24 -4 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ นักกีฬาเทควันโด จาก เมียนมา ที่เอาชนะ ติมอร์เลสเต มาได้ 

ผลสรุปว่า 'เทนนิส' พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวไทย เป็นฝ่ายเอาชนะ ดาซี่ อู จูเลียส นักเทควันโด จากเมียนมา ในรอบชิงชนะเลิศ ไปได้อย่างขาดลอย 29-0 คว้าเหรียญทองไปครอง 

ทั้งนี้ทำให้ 'เทนนิส' พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ทำผลงานคว้าเหรียญทองในกีฬา 'ซีเกมส์' 3 สมัยติดต่อกัน คือ ปี 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย, 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และ ครั้งล่าสุด 2021 ที่ประเทศเวียดนาม


ที่มา: https://www.komchadluek.net/news/515588

'บุช' เผลอลั่นประณาม!! รุกรานอิรักไม่ยุติธรรม ก่อนแก้ไขคำพร้อมส่ายหัว "ผมหมายถึงยูเครน"

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จอร์จ ดับเบิลยู บุช บอกการรุกรานอิรักเป็น "ความรุนแรง" และ "ไม่ยุติธรรม" ก่อนที่จะแก้ไขตัวเองโดยอ้างว่าหมายถึงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

บุชกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างงานอีเวนต์ที่เมืองดัลลาสเมื่อวันพุธ ขณะที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ระบบการเมืองของรัสเซีย

“ผลที่ตามมาคือไม่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลในรัสเซีย และการตัดสินใจของชายคนหนึ่งในการบุกอิรักอย่างไม่ยุติธรรมและโหดร้าย” บุชกล่าวก่อนที่จะแก้ไขตัวเองและส่ายหัว "ผมหมายถึงยูเครน"

เขาติดตลกตำหนิความผิดพลาดที่อายุของเขาในขณะที่ผู้ชมหัวเราะออกมา

ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ แรงงาน เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "พัฒนา จป. เพื่อเป็นผู้นาการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ" รุ่นที่ 2

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” ตามโครงการพัฒนาศักยภาพและบทบาทหน้าที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ในการทำงานด้านสุขภาวะองค์กร เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล สามารถประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมของลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ 

รวมทั้ง ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้ลูกจ้างมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ณ ห้องประชุมมารีน่าเบย์ ชั้น 2 โรงแรมโนโวเทล มารีน่า ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ประเทศไทยหอบผลงานภาพยนตร์ วีดิทัศน์ ซีรีส์ประเทศไทยโชว์นานาชาติในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และตลาดภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2565 

วันที่ 17-28 พ.ค.นี้ เปิด 2 คูหาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของประเทศไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์กิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ประกอบการไทย-ต่างชาติ   

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ร่วมบูรณาการการขับเคลื่อนงานการส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG และผลักดัน “Soft Power” ความเป็นไทย รวมทั้งเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่มุ่งใช้มิติวัฒนธรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย โดยสนับสนุน เผยแพร่และสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของประเทศไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 

'พระกากัน มาลิค' เตรียมเข้าพิธีลาสิกขา หลังครองเพศบรรพชิตมาแล้วกว่า 100 วัน

19 พ.ค.2565 - เพจเฟซบุ๊ก วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แจ้งว่า ด้วย พระกากัน อโสโก หรือ พระกากัน มาลิค ได้เข้ารับการอุปสมบทที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 2565 โดยพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นเวลากว่า 100 วัน ในการครองเพศบรรชิต บัดนี้วัดธาตุทอง จะแจ้งให้ท่านทราบว่า พระกากัน อโสโก (มาลิค) จะเข้าพิธีลาสิกขา ในวันที่ 20 พ.ค. 2565 นี้ จึงแจ้งศรัทธาสาธุชนทุกท่านเพื่อทราบ

สำหรับ พระกากัน อโสโก หรือ กากัน มาลิค (Gagan Malik) เป็นนักแสดงชื่อดังของบอลลีวูด ผู้รับบท "เจ้าชายสิทธัตถะ" ในเรื่อง Sri Siddhartha Gautama และมักได้รับบทบาทแสดงเป็นมหาเทพ พระศิวะ พระวิษณุนารายณ์ พระราม พระกฤษณะ ทั้งในภาพยนตร์และในละครโทรทัศน์หลายเรื่อง อีกทั้งเคยได้รับรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม ในเทศกาลภาพยนตร์ World Bhuddhist Film ที่จัดโดย องค์การสหประชาชาติ จากบทบาท "เจ้าชายสิทธัตถะ" ในเรื่อง Sri Siddhartha Gautama

จากการที่ได้แสดงนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้กากัน เริ่มศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ฝึกปฏิบัติเจริญสมาธิภาวนา เรียนรู้วัตรปฏิบัติ จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้เข้าบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2565 ที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง


ที่มา : https://www.facebook.com/watthatthong/photos/a.1431942347020954/3168155096732995

‘ไทยเทเนี่ยม’ ขอโทษ ปมดราม่าเพลง ‘พ่อมึง’ ชี้ เป็นฮิปฮอปสไตล์ ไร้เจตนาเหยียด

สมาชิก ‘ไทยเทเนี่ยม’ พร้อมใจโพสต์ไอจีส่วนตัว แจงดราม่าเพลง ‘พ่อมึง’ ประกาศขอโทษจากใจ หากทำให้ใครรู้สึกไม่ดีหรือผิดหวัง ยันเจตนาอยากให้ความบันเทิง

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดกระแสดราม่าเป็นวงกว้าง หลังศิลปินแร็ปเปอร์ระดับตำนาน อย่าง THAITANIUM ได้หวนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ชื่อ “พ่อมึง” แต่ด้วยเนื้อหาของเพลงที่สื่อสารออกมา ทำให้ถูกกระแสตีกลับ โดยเฉพาะในโลกทวิตเตอร์ที่ยังมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงเนื้อหาของเพลงผ่านแฮชแท็ก #พ่อมึง อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด 3 สมาชิกวง THAITANIUM ทั้ง นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์, นายขันเงิน เนื้อนวล หรือ ขัน และ นายจำรัส ทัศนละวาด หรือ เดย์ ทนกระแสไม่ไหว ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวของตนเอง ในข้อความเดียวกันว่า

ฟื้นสัมพันธ์ ‘ไทย-ซาอุฯ' ผลดี 'การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว' คาดมูลค่าการค้ารวมสองประเทศแตะ 1.5 แสนล้าน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล โพสต์เฟซบุ๊กความคืบหน้า! สัมพันธ์ไทย-ซาอุ ส่งเสริมการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว คาด! ปริมาณการค้าสองประเทศรวม 1.5 แสนลบ. ว่า...

รัฐบาลรายงานความคืบหน้าความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย หลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  นำคณะผู้แทนภาคเอกชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบีย เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว มีทั้งสาขาสินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรและอาหาร พลังงานและเคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีและดิจิทัล อัญมณีและเครื่องประดับ ท่องเที่ยวและบริการ ธุรกิจสุขภาพ เป็นต้น 

ในการเดินทางครั้งนี้ ได้มีการหารือซื้อปุ๋ยเคมีจากซาอุฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยเคมีภายในประเทศ และร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลอาหารฮาลาลไทย ปี 2565 ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเจาะตลาดในซาอุฯ

'นักเขียนซีไรต์' ตาสว่างทันทีหลังเห็น ‘ตอง’ สนิท ‘น้ำฟ้า หวั่นทุกสถาบันของชาติโดนบ่อนทำลาย

'วิมล ไทรนิ่มนวล' เผยเห็น 'สีกาตอง' ถ่ายรูปกับ 'น้ำฟ้า' ภรรยาของ 'หมอปลา' ตาสว่างทันที จับตาขบวนการหาประโยชน์ บ่อนทำลายวงการสงฆ์ลามไปถึงพระพุทธศาสนา หวั่นทุกสถาบันของชาติกำลังโดนบ่อนทำลาย

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า

สองวันก่อน... พอเห็นสีกาตองถ่ายรูปกับน้ำฟ้าศรีภรรยาของหมอปลา พลันผมก็ตาสว่างทันที!

แล้วก็นึกถึงกาโตะ กาโตะนั้นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนที่ต้องเอาเงินวัดมาจ่าย... และจำทนเรื่อยมาจนถึงเวลาโดนเชือด!

"อะไรเป็นอะไร" นั้นทำให้เขาแค้น... ผมเชื่อว่าจนวันนี้ก็ยังไม่หายแค้น กรณีหมอปลา(และแก๊งค์) กับหลวงปู่แสงก็ทำนองเดียวกัน

บ.เยอรมนี เซ็นซื้อก๊าซ บ.รัสเซียต่ออีก 10 ปี ด้านมะกะโรนีจ่อตามรอยเบียร์ติด ๆ

สหรัฐฯ กุมขมับ หลังส่อแววอดขายก๊าซแพง เมื่อ Uniper ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีประกาศเลิกเล่นละครลิง เดินหน้าสู่วิถีคนจริง ยอมรับกันตรง ๆ ว่าจะนำเข้าก๊าซจากรัสเซียต่อไปอีกอย่างน้อย 10 ปีแม้สหภาพยุโรปจะมีมติหรือหรือการรณรงค์ให้คว่ำบาตรพลังงานรัสเซียก็ตาม

World Maker เผย ล่าสุดเยอรมนีเซ็นสัญญาค้าก๊าซกับรัสต่ออีก 10 ปี โดยไม่ฟังคำสั่งสหรัฐฯ ที่เริ่มเสื่อมอำนาจ และยังกล่าวอีกว่า จนถึงตอนนี้บริษัท Gazprom ของรัสเซียก็ยังถือเป็น Supplier ที่ไว้ใจได้เสมอ ทำให้เยอรมนีไม่อาจตัดขาดก๊าซจากรัสเซียได้

Klaus-Dieter Maubach ซีอีโอ ของ Uniper ซึ่งถือเป็น 1 ในผู้ซื้อก๊าซรัสเซียรายใหญ่ที่สุดของทวีป ประกาศว่าล่าสุดได้ทำสัญญากับ Gazprom PJSC ต่ออีก 10 ปี (จะหมดอายุในกลางทศวรรษที่ 2030)

อย่างไรก็ตาม Klaus ก็ยังมีฟอร์มอยู่เล็กน้อย โดยเขากล่าวว่า Uniper จะไม่ขยายสัญญาเหล่านี้ หรือเริ่มต้นสัญญาใหม่ใด ๆ ในตอนนี้

‘จีน’ ฟาด!! G7 ควรใส่ใจปัญหาของตน หยุดบังคับชาติอื่นคว่ำบาตรตามคำสั่ง

ไม่นานมานี้ กลุ่มมหาอำนาจ G7 ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐฯ, อังกฤษ, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี และญี่ปุ่น ได้ออกมากดดันให้ ‘รัฐบาลจีน’ ให้แสดงท่าทีกระตุ้นให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน และยุติความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทหารกับรัสเซีย รวมทั้งเรียกร้องให้จีนต้องสนับสนุนเอกราชและอิสรภาพของยูเครนด้วย

ทันทีที่ G7 แสดงท่าทีดังกล่าว ฟากรัฐบาลจีน ก็ได้ออกมาตอบโต้ท่าทีดังกล่าวทันที โดย จ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (16 พ.ค.65) ที่ผ่านมาว่า…

กลุ่ม G7 ควรจะหยุดความพยายามในการบีบบังคับให้ชาติอื่นคว่ำบาตรตามคำสั่งของตน และควรหันไปสนใจปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศของตนเอง มากกว่าที่จะเข้าไปแทรกแซงประเทศอื่นให้ทำตามคำสั่ง

‘ดร.อานนท์’ ยัน เพลง ‘พ่อมึง’ ไม่มีอะไร แค่รุ่นใหญ่สั่งสอน ‘เด็กขนอุย’ งง ทำไมต้องดิ้น

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์นิด้า สงสัยเหตุใด 3 กีบของขึ้น หลังฟังเพลง ‘พ่อมึง’ ของ ‘ไทยเทเนียม’ ชี้เพลงก็ไม่มีอะไร แค่รุ่นใหญ่สั่งสอนเด็กขนอุย อย่าคิดว่าแน่นักหนา

จากกรณี ‘ไทยเทเนียม’ ปล่อยเพลงใหม่ออกมากับเพลงที่มีชื่อว่า ‘พ่อมึง’ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งเป็นซิงเกิลล่าสุดที่สมาชิก ขัน, เดย์, เวย์ กลับมารวมตัวกันทำเพลงอีกครั้ง หลังจากประกาศแยกวง ปิดตำนานไทยเทเนียมไปแล้วเมื่อปีก่อน แต่หลังจากที่แฟนๆ ได้ฟังเพลง พ่อมึง ทางยูทูบช่อง THAITANIUM แล้วล้วนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันถ้วนหน้า เช่น เนื้อเพลงไม่สร้างสรรค์เลย เอาจริงๆ พันช์ไลน์ก็ไม่คมเพราะไม่มีใครเขาไปดิสคุณ อันนี้เหมือนคุณอยู่ดีๆ ก็ไปดิสเหมารวมเขาโดยการเหยียดเจเนอเรชัน โดยส่วนใหญ่กลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์ก็คือกลุ่มสามกีบ

'ก.อ.' เชือด 'เนตร นาคสุข' ให้ออกจากราชการ ชี้ ใช้ดุลพินิจไม่รอบคอบ สั่งไม่ฟ้องคดี ‘บอส อยู่วิทยา’

ก.อ.มีมติเอกฉันท์ เชือด ‘เนตร นาคสุข’ กรณีไม่สั่งฟ้อง ‘บอส อยู่วิทยา’ ขับรถชน ตร.ตาย โดยกำหนดโทษให้ออกจากราชการ ลดจากโทษ ‘ปลดออกจากราชการ’ เหตุเพราะรับราชการมา40 ปี ทำประโยชน์ให้ราชการมามาก 

18 พ.ค.2565 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ. )เป็นประธาน การประชุม ก.อ. โดยในที่ประชุมได้มีลงมติ ผลสอบคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา คดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อเสียชีวิต ซึ่งได้มีการส่งผลการสอบสวนให้ นายพชร ประธาน ก.อ.เมื่อช่วงหลังหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

โดยภายหลังการประชุม นายพชร กล่าวว่าในวันนี้ที่ประชุม ก.อ.มีผู้เข้าร่วมประชุม 14 คน ลา 1 คน ซึ่งมี ก.อ.ที่เคยถูกตั้งเป็นกรรมการสอบสวนวินัย นายเนตรจำนวน6 คนที่ประชุมจึงให้งดออกเสียงโดยกรรมการที่มีสิทธิลงมติจึงเหลือ 8 คน

กรรมการทั้ง 8 มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่า นายเนตรขาดความระมัดระวังละเอียดรอบคอบในการรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่สำคัญในคดีและ ไม่ให้ความสำคัญกับสำนวนทุกประเภท ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญา ของพนักงานอัยการ (อันเป็นระเบียบที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิดตามที่ ถูกกล่าวหา) เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง อันเป็นการกระทำความผิด ฐานไม่ปฏิบัติ หน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวัง เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ อย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 และความผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวัง เป็นเหตุ ให้เสียหายแก่ราชการ และฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตาม แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 เป็นความผิด วินัยไม่ร้ายแรง 

ส่วนความผิดฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำครั้งเดียวผิดวินัย หลายฐาน จึงเห็นควรลงโทษในสถานความผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีโทษหนักกว่า แต่ทางสอบสวน ไม่ ปรากฏพยานหลักฐานบ่งชี้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จึงยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องถูกไล่ออกจากราชการ เห็นพ้องกันว่าควรลงโทษผู้ถูกกล่าวหา “ปลดออกจากราชการ” แต่เมื่อพิจารณา ถึงประวัติการรับราชการพบว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยถูกลงโทษในการกระทำความผิดทางวินัยมาก่อน และกรณีดังกล่าวนี้เป็นการกระทำความผิดทางวินัยครั้งแรก ผู้ถูกกล่าวหาเองได้รับราชการมาเป็น ระยะเวลานานกว่า 40 ปี ทำคุณประโยชน์แก่ราชการไว้มาก กรณีมีเหตุอันควรลดหย่อนโทษให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาคณะกรรมการ ก.อ.ทั้ง 8 ซึ่งรวมตนด้วยจึงมีมติเเละคำสั่งให้ ลงโทษนายเนตร นาคสุข ผู้ถูกกล่าวหา ในสถาน “ให้ออกจากราชการ” ตาม พรบ. ข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 85,87

นายพชร กล่าวต่อว่า มติก.อ.วันนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้วในส่วนของการดำเนินการทางวินัย หากนายเนตรไม่เห็นด้วย กับมติ ก.อ.ก็ยังสามารถใช้วิธีทางปกครองโดยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ ทั้งนี้คำสั่งให้ออกจากราชการมีผลตั้งแต่วันที่มีการอนุมัติให้ลาออกจากราชการแล้วในส่วนการดำเนินคดีอาญากับนายเนตร ในส่วนของสำนักงานอัยการ นั้นคงไม่มีแล้ว คงให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น อย่างไรก็ตามในส่วนของนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถยนต์นั้น เราก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงโดยมี นายประพัฒน์พงศ์ สุคนธ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง เป็นประธานสอบ แต่จะเป็นความผิดสถานใดก็ต้องรอดูผลสอบสวน

เมื่อถามว่า การลงโทษนายเนตร นาคสุข แค่ให้ออกจากราชการมองว่าเป็นการช่วยเหลือกันหรือไม่

นายพชรยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือกัน เพราะนายเนตร นั้นในหมู่อัยการรู้นิสัยกันดีว่าจริงๆแล้วนายเนตรไม่ควรจะขาดความรอบคอบ แต่เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การสั่งคดีนั้นมีการทุจริตตรงไหน นายเนตรถือเป็นอัยการที่มือสะอาด แต่การใช้ดุลพินิจในขณะนั้นจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ถือว่าขาดความรอบคอบจากมาตรฐานของคนที่ทำคดีมายาวนาน ซึ่งต้องมีความรอบคอบมากขึ้น และต้องสอบพยานคนกลางที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้เป็นที่ยอมรับของสังคม

“องค์กรอัยการเราอยู่มาถึง 140 กว่าปี ถ้าเราไม่ได้รับความเชื่อถือต่อสังคม เรารับไม่ได้ เพราะองค์กรจะต้องอยู่ต่อไป เราเป็นทนายแผ่นดิน เป็นข้าแผ่นดิน ถ้าทนายแผ่นดินเชื่อถือไม่ได้ ก็ไม่รู้จะสรรหากระบวนการยุติธรรมไหนที่เชื่อถือได้อีกแล้ว” ประธานก.อ.ระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top