Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

‘หนุ่มตรัง’ แห่สมัครทหารคึกคัก!! หวังคว้าโควตาสอบนายสิบ-นายร้อย บางคนเศร้า ตั้งใจมาสมัครแต่ผิดหวัง เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อม

(28 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สโมสรกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง พันเอกพงษ์เทพ แตงพลับ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ได้ตรวจคัดเลือกทหารที่สมัครทหารออนไลน์ประจำปี 2567 คุณสมบัติเป็นทหารกองเกินที่มีอายุ 18 ถึง 20 ปีบริบูรณ์(เกิดปี พ.ศ. 2547 – 2549) หรือทหารกองเกินที่มีอายุ 22 ถึง 29 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2538 – 2545) ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ และเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่พิการทุพพลภาพหรือมีโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหารตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. รับการทหาร พ.ศ.2497

สำหรับการสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการ เป็นทหารกองประจำการ โดยวิธีการร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2567 เพื่อเพิ่มโอกาสในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ นักเรียนนายร้อย และบุคลากรของกองทัพบก การสมัครทหารออนไลน์นั้น เมื่อผ่านการตรวจร่างกายแล้วรับใช้ชาติเป็นทหารกองประจำการ โดยไม่ต้องจับใบดำใบแดง

ทั้งนี้ พันเอก พงษ์เทพ แตงพลับ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ได้บอกกล่าวกับผู้ปกครองที่พาบุตรหลานมาสมัครฯว่าจะได้สิทธิต่างๆตามที่กองทัพกำหนด ผู้ที่สมัครสามารถเลือกได้ว่าจะสังกัด กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ ได้รับอัตราเงินเดือนตามที่กำหนด ที่สำคัญคือมีโอกาสในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ นักเรียนนายร้อย การสมัครรับราชการทหาร สามารถลดค่าใช้จ่ายและยังเป็นการช่วยเหลือครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งในวันนี้มีผู้ปกครองมาสมัครจำนวนมาก

เป็นผลมาจากการที่สัสดีจังหวัดตรัง สัสดีอำเภอและหน่วยทหารกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้ออกรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อนำบุตรหลานมาสมัคร ขณะนี้ที่จังหวัดตรังมีผู้มาสมัครทหารออนไลน์และผ่านการคัดเลือกแล้ว เกือบ 300 คน แต่ก็มีบางรายที่ตั้งใจมาสมัคร แต่ไม่ผ่านการตรวจร่างกายเนื่องจากมีโรคประจำตัว ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้รักษาร่างกายให้หายดีก่อนแล้วมาสมัครพร้อมกับใบรับรองแพทย์ ในปีถัดไป การสมัครนั้นจะหมดเขตในวันที่ 28 มกราคม 2567 นี้

‘คารม’ ย้ำ สถานศึกษาต้องยกเลิกคำสั่งอยู่เวรในโรงเรียน ยัน!! ‘รัฐบาล-ศธ.’ ให้ความสำคัญกับชีวิตครูมากกว่าสิ่งใด

(28 ม.ค. 67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำให้สถานศึกษายกเลิกคำสั่งอยู่เวรรักษาการณ์ที่สั่งไว้เดิมโดยทันที ส่วนมาตรการที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ อยู่ระหว่างดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นายคารม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และเพื่อให้การปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทางเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขต เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ โดย ให้สถานศึกษาได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2542 (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ) และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

1.1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ระดับจังหวัด ประสานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ และแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาในจังหวัด ตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

1.2) ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สรุปข้อมูลจำนวนสถานศึกษาในสังกัด เพื่อบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองและสถานีตำรวจนครบาล เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานศึกษา ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และให้สอดคล้องตามข้อ 1.1 การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่จังหวัดอื่น

2.1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ระดับจังหวัด ประสานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ และแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาในจังหวัด ตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

2.2) ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ดำเนินการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองระดับอำเภอ และสถานีตำรวจภูธร เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาในสังกัด ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และให้สอดคล้องกับแผนระดับจังหวัดตามข้อ 2.1

“รัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของครู นักเรียน และสถานศึกษา ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อครู ขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษายกเลิกคำสั่งให้ครูอยู่เวรรักษาการณ์ในโรงเรียน และขอให้ครูมั่นใจว่าการไม่อยู่เวรฯ ไม่มีความผิด” นายคารม กล่าว

พล.ต.อ.รอยฯ รอง.ผบ.ตร.ชื่นชม มอบรางวัล รอง สวป.หัวหิน อดทนต่อการถูกยั่วยุจากนักรบด่านเถื่อน กร่างใส่ขณะตั้งด่านสกัดจับกุมอาวุธ หัวหินพื้นที่ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2567 (เวลา 12.00 น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. (กม.)รับผิดชอบงานกฏหมายและคดี ได้เรียกตัว ร.ต.อ.รุ่งโรจน์  เก้าสด รอง สวป.สภ.หัวหิน ไปพบและมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง สั่งการให้รักษามาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป อีกทั้งอย่าเสียกำลังใจ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พล.ต.อ.รอยฯ กล่าวว่ากรณีดังกล่าว ตนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่ขณะตั้งด่านกำลังสกัดจับอาวุธปืนเถื่อน ซึ่งอาจจะนำไปก่อเหตุได้ แต่กลับถูกบุคคลที่แสดงตนว่าเป็นสมาชิกนักรบด่านเถื่อน ก่อกวน ป่วน ยั่วยุ เจ้าหน้าตำรวจที่กำลังขณะปฎิบัติหน้าที่ โดยการถ่ายคลิปท้าทาย ตำรวจนายดังกล่าว แต่นายตำรวจนายดังกล่าวได้ พูดจาด้วยความอดทนต่อการยั่วยุ ซึ่งบุคคลที่อ้างว่าเป็นสมาชิกนักรบด่านเถื่อนมักจะใช้วิธีแบบนี้ในหลายพื้นที่แล้วนำคลิปมานำเสนอเพื่อดิสเครดิต ตำรวจ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ถูกมองในภาพลบอยู่บ่อยครั้ง

โดยตนก็แค่ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ จับกุมอาวุธปืนได้หลายคดี โดยเฉพาะหัวหินซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล  เป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจดีๆ พร้อมได้กำชับ ผู้บังคับบัญชาให้ดูแล ขวัญกำลังใจซึ่งทราบว่า พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7ได้ติดตามและจะดำเนินการทางกฏหมายกรณีดังกล่าวแล้ว รอง ผบ.ตร. กล่าว

63 ครอบครัว ‘แม่เมาะ’ เฮลั่น!! ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ช่วยได้ ประสาน กฟผ.เยียวยาเงินค่าที่ดินทำกิน 72 ล้านบาท 31 ม.ค.นี้

(27 ม.ค. 67) นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนและเข้าช่วยเหลือชาวบ้านพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เขตพื้นที่บ้านห้วยคิง 62 ครอบครัว และ ชาวบ้านเวียงหงศ์อีก 1 ครอบครัว รวม 63 ครอบครัว ที่มีความประสงค์จะรับเงินเยียวยาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ทั้งนี้ เนื่องจากมีมติ ครม.ปี 2562 ที่ นร. 0505/15899 ลงวันที่ 2 พ.ค.2562 มีมติไม่ขัดข้องที่จะจ่ายเงินเยียวยยา ค่าที่ดินทำกิน 72 ล้านบาท (เป็นค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างเต็มจำนวน)

นางศิริวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องได้ดำเนินจาก กฟผ.ไปยัง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามเลขที่หนังสือ กฟผ. s520A0/76526 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566

จึงขอความอนุเคราะห์ได้นัดวัน เวลา เพื่อไปยื่นเรื่องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมีนางศิริวรรณ และ ดร.นงค์เยาว์ อาทิตยานนท์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เขต 3 ลำปาง เป็นผู้พาไปยื่นหนังสือดังกล่าว

นางศิริวรรณ กล่าวว่า ล่าสุด กฟผ.พร้อมที่จะเยียวยาเงินจำนวน 72 ล้านบาท ให้กับบุคคลในพื้นที่จำนวน 63 ราย และจะมีการมอบเช็คจำนวนเงินดังกล่าว ให้แก่ชาวบ้านในวันที่ 31 มกราคม 2567 นี้ เวลา 9.00 น.

‘นายกฯ’ โชว์ภาพสบายๆ อุ้ม ‘เจ้าเฉาก๊วย’ สุนัขตัวโปรด พร้อมบอก “ลงพื้นที่บ่อยจนน้อยใจ ต้องอ้อนให้หายคิดถึง”

(27 ม.ค. 67) หลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เดินทางลงพื้นที่ และประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในเวทีต่างประเทศอยู่บ่อยครั้งนั้น

ล่าสุดนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisin’ ขณะยืนอุ้มสุนัขตัวโตสีดำอยู่ภายในบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมระบุข้อความว่า…

“ลงพื้นที่บ่อยจนเฉาก๊วยน้อยใจครับ เลยต้องอ้อนให้หายคิดถึงซักหน่อย”

อิริยาบถสบายๆ ของนายกฯ ดังกล่าวถูกแชร์ และมีผู้เข้าไปคอมเมนต์เป็นจำนวน ส่วนใหญ่ให้กำลังใจนายกฯ รวมทั้งฝากไปยังเจ้าเฉาก๊วยด้วย อาทิ

- “สนุกกับงานนะคะท่านนายกฯ”
- “พักผ่อนครับท่านนายก”
- “น่ารักกกค่ะ”
- “เฉาก๊วยอบอุ่นขึ้นมาเลยนะคะ”
- “น้องเฉาก๊วยอ้อนน่ารักค่ะ มีความสุขนะคะท่านนายก”
- “น่ารักจ้าท่านนายก”

‘เพจหมอแล็บแพนด้า’ เผย ห่วงนักเรียนถูกครูทำโทษพิสดาร ใช้เข็มเล่มเดียวกันทิ่มปากเด็กทั้งห้อง ชี้!! เสี่ยงติดเชื้อหลายโรค

(27 ม.ค. 67) จากกรณี ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางเข้าแจ้งความหลังถูกครูผู้หญิงลงโทษโดยการใช้เข็มทิ่มปากยกชั้นเรียน เนื่องจากเด็กนักเรียนกินหมากฝรั่งกันในห้องแล้วคายทิ้งไม่เป็นที่ ครูเข้ามาในห้องเรียนแล้วเหยียบหมากฝรั่ง จึงนำเข็มทิ่มปากเด็กทุกคนจนเป็นแผล

ล่าสุด ทางเพจ ‘หมอแล็บแพนด้า’ หรือ ‘ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน’ นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ถึงความเสี่ยงที่จากการใช้เข็มร่วมกัน โดยระบุว่า…

“อะไรครับเนี่ย!! เสี่ยงติดเชื้อนะครับครู ถ้าเป็นจริงก็แปลกประหลาดมาก เด็กเล่าว่า ครูลงโทษเด็ก ป.2 พิสดาร ด้วยการเอาเข็มเล่มเดียวกันทิ่มปากเด็กนักเรียน 30 กว่าคน!!

อันตรายมาก เพราะเราไม่รู้เลยว่าเด็กบางคนกำลังติดเชื้ออะไรอยู่รึเปล่า ซึ่งพวกไวรัสมันมักจะแฝงตัวอยู่ในร่างกาย แต่ยังไม่แสดงอาการให้เห็น ก็เหมือนการบริจาคเลือดนั่นแหละครับ ดูสุขภาพดีทุกคนตอนมาบริจาค แต่พอตรวจแล็บปุ๊บ รู้เลยว่าใครติดเชื้ออะไรบ้าง

ทีนี้เชื้อไวรัสมันส่งต่อผ่านเลือดจากการใช้เข็มร่วมกันได้น่ะสิ ทั้ง เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี CMV HTLV WNV เชื้อแบคทีเรียก็มี อย่างเช่น ซิฟิลิส และเชื้อโรคอื่นๆ อีกหลายชนิด ที่ติดมากับเลือดคนก่อนหน้า

เอาไงกันดีล่ะทีนี้ สงสัยต้องพาเด็กไปตรวจ HIV HBV HCV ก่อนเลยรอบนึง ด้วยวิธี PCR และตรวจซ้ำอีกภายใน 1 เดือน เพื่อยืนยันอีกรอบ หัวจะปวดเลย แค่เด็กทิ้งหมากฝรั่งแล้วครูไปเหยียบเข้า"

'เชียงราย' หมายจับชายแดน!! ตม.เชียงรายรับตัวผู้ต้องหากลับไทยสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่2

พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย,พ.ต.ท.มนตรี อินเปรี้ยว รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย, พ.ต.ท.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จว.เชียงรายสั่งการชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายได้รับการประสานจากตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จะมีการส่งตัวผู้ต้องหาซึ่งได้กระทำความผิดกฎหมายโดยถูกดำเนินคดีในประเทศเมียนมา และคดีได้สิ้นสุดแล้วจำนวน19คน ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ ตม.จว.เชียงรายเพื่อจะส่งตัวกลับประเทศไทยจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ พบข้อมูลระบุผู้มีหมายจับในระบบสาระสนเทศน์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ชื่อ1.นายเอกศักดิ์  หมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ข้อหา ความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ ฯ 

2.นายสมโชค หมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ข้อหา ขัดขืนไม่มาศาลตามหมายเรียกหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อหา ฐาน สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

3.นายยุทธการ หมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ข้อหา ฐาน ร่วมกันพยายามฆ่าผุ้อื่นโดยเจตนา4.นายธีรพงศ์หรือตูน นาคอินทร์ หมายจับศาลจังหวัดพิจิตรข้อหาฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1ฯ5.นายธนาธิปยุคสูงเนินหมายจับศาลอาญาข้อหาฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 6.นายจิระวุธ  หมายจับศาลจังหวัดตรัง  ข้อหา ฐานพยายามฆ่า ฯ ผู้ถูกจับทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาประสานนำตัวส่งไปยังหน่วยงานที่ได้ออกหมายจับบุคคลกลุ่มดังกล่าว ต่อไป ในส่วนของผู้ที่ไม่มีหมายจับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายได้ทำการคัดกรองเบื้องต้น ตามกระบวนการส่งต่อระดับชาติ (NRM) ไม่พบว่าเป็น ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แต่อย่างใด

‘วธ.’ ลุ้น!! ‘ภูพระบาท’ เตรียมเข้าสู่วาระบอร์ดมรดกโลกกลางปีนี้ หวัง ‘ยูเนสโก’ ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 67 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้ รับทราบความคืบหน้าการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย ซึ่งได้รับการบรรจุชื่อในบัญชีชั่วคราว (Tentative List) ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เพื่อเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยแหล่งอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี หลังจากที่กรมศิลปากรจัดส่งเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ ไปยังศูนย์มรดกโลกของยูเนสโก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้ว อาจเข้าสู่การพิจารณาในวาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ในช่วงกลางปี 2567

รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวต่อว่า ส่วนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ได้รับการบรรจุชื่อในบัญชีชั่วคราวของยูเนสโก ได้แก่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช, พระธาตุพนม จ.นครพนม และแหล่งอนุสรณ์สถาน แหล่งและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ศูนย์กลางล้านนา จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ตามเกณฑ์ที่ยูเนสโกกำหนด ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3 แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอยู่ในบัญชีเบื้องต้นมากว่า 6-10 ปี ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีข้อแนะนำให้ทั้ง 3 จังหวัดปรับปรุงเนื้อหาของเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน

เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจจะมีข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการได้พิจารณาเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ในบัญชีชั่วคราว ของยูเนสโก หากแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมใดปรับปรุงเอกสารแล้วเสร็จสมบูรณ์ และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการแล้ว ก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทันที

“นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานจากกรมศิลปากร ภายหลัง ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จะต้องส่งรายงานการดำเนินงานของเมืองโบราณศรีเทพเสนอต่อยูเนสโก ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศขึ้นทะเบียน ‘เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวเนื่อง’ จ.เพชรบูรณ์ เป็นมรดกโลก ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม รวม 4 แห่ง ได้แก่ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร, แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์” นายเสริมศักดิ์กล่าว

‘รร.ปทุมคงคา สมุทรปราการ’ รับลูกมติ ครม. ประกาศ ‘ยกเลิกครูเวร’ ทุกกรณี มีผลทันที!!

จากกรณี ครูถูกทำร้ายร่างกาย ขณะอยู่เฝ้าเวรโรงเรียนในวันหยุด ที่จังหวัดเชียงราย ทำให้เกิดการเรียกร้องให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูทั่วประเทศ ผ่านแฮชแท็ก ‘#ยกเลิกครูเวรกี่โมง’ จนมีมติ ครม.ยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ มีผลทันที 23 ม.ค. 67 นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา นางจิรภา สบายดี ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมคงคา สมุทรปราการ ได้เซ็นลงนามในคำสั่ง ยกเลิกคำสั่งโรงเรียนปทุมคงคา สมุทรปราการ ที่ 256/2566 และยกเลิกการให้ข้าราชการครู พนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง อยู่เวรรักษาการณ์ (กลางวัน) เวรรักษาการณ์ (กลางคืน) เวรวันหยุดสถานที่ราชการ ไปจนกว่าจะมีคำสั่ง ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลง

ผบ.ตร.เยี่ยม สภ.นครชุม และ รร.ตำรวจตระเวนชายแดน จ.พิษณุโลก เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตตำรวจ เปิดแนวทางรับทหารเกณฑ์เป็นนายสิบชี้แก้ปัญหากำลังพลขาดแคลน ย้ำตำรวจเข้าเวรแทนครูไม่ได้ เล็งอัปเกรดครู ตชด.รับวุฒิ ป.ตรี เพิ่มศักยภาพ

วันนี้ (26 มกราคม 2567) เวลา 09.00 น.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  เดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก ตรวจเยี่ยม สภ.นครชุม อ.นครไทย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สอบถามถึงสภาพการทำงาน เป็นแนวทางในการช่วยแก้ไขข้อขัดข้องต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานบริการดูแลพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตำรวจมีขวัญกำลังใจที่ดี โดยมี พล.ต.ท.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6 ) , พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก และข้าราชการตำรวจในพื้นที่ให้การต้อนรับ และร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยน รับฟังนโยบายจาก ผบ.ตร. ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ได้รับฟังรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของ สภ.นครชุม ซึ่งเป็นโรงพักขนาดเล็ก มี พ.ต.ท.สุรศิลป์ สมศรี เป็นสารวัตรหัวหน้าสถานี โดยมีกำลังพล 24 นาย จากอัตราที่พึงมีอนุญาต 37 นาย ดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้าน หน่วยงานราชการต่าง ๆ พื้นที่อุทยานแห่งชาติชาติตระการ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูขัด โดย ผบ.ตร.ได้สอบถามถึงจำนวนสถานศึกษาในพื้นที่ ซึ่งพบว่ามีโรงเรียน 9 แห่ง ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้มอบเงินเพื่อให้ตำรวจ สภ.นครชุม นำไปใช้ทำงาน และจัดเลี้ยงปีใหม่แก่ตำรวจและครอบครัวตำรวจในโรงพักด้วย

ผบ.ตร.กล่าวว่า สถานีตำรวจ หรือโรงพัก ถือเป็นฟันเฟืองหลักจักรสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เป็นหน่วยงานแขนขาที่สำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ตนสั่งการกำชับทั่วประเทศให้ดูแลกำลังพลในโรงพัก ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย มีทักษะการปฏิบัติหน้าที่ มีอุปกรณ์เครื่องมือที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย โดยเร็ว ๆ นี้ จะมีการส่งมอบปืนไฟฟ้าให้ทุกโรงพัก 1,484 สถานีทั่วประเทศไปใช้งาน พร้อมกำชับให้ทุกกองบัญชาการไปจัดหาอุปกรณ์ไม้ง่ามระงับคนคลุ้มคลั่งเตรียมไว้ใช้งานในโรงพักให้พร้อม เพราะเหตุการณ์คนคลุ้มคลั่งเกิดขึ้นได้เสมอ รวมทั้งควรสร้างทักษะให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนมีความรู้เรื่องการเอาตัวรอดในเหตุวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะทักษะ หนี ซ่อน สู้ เพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน 

และที่สำคัญคือต้องดูแลขวัญกำลังใจของตำรวจในโรงพัก เบี้ยเลี้ยงห้ามตกหล่น ห้ามหาย ต้องไปดูไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ตำรวจปฏิบัติงานอย่างมีขวัญกำลังใจมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดูแลแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย ซึ่งล่าสุดได้ทำโครงการ “ธนาคารตำรวจ” เป็นโครงการทำแหล่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่พอกพูนของตำรวจช่วยให้ตำรวจ และครอบครัวตำรวจมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อคุณภาพการทำงานที่ดี

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ กล่าวด้วยว่า ตำรวจมีปัญหาเรื่องกำลังพลที่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะงานในโรงพัก ในปีนี้ได้เปิดรับนักเรียนนายสิบตำรวจ 5,000 นาย เป็นกำลังพลใหม่เข้ามาเสริมการปฏิบัติงานในโรงพัก  แต่กลุ่มนี้ต้องไปเรียนและฝึกระยะเวลา 1 ปี ครึ่ง จึงจะพร้อมออกมาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้งดเว้นการเปิดรับนักเรียนนายสิบมาช่วงหนึ่ง ส่งผลให้กำลังพลตำรวจโรงพัก โดยเฉพาะในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1 , ภาค 2 และภาค 7 ขาดแคลน มีอัตราการครองตำแหน่งแค่ 40% เท่านั้น ขณะที่ประชากรในพื้นที่มีเพิ่มขึ้น ดังนั้น ปีนี้มีแนวทางในการรับทหารเกณฑ์ซึ่งปลดประจำการแล้วเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจในสัดส่วน 10% ซึ่งกลุ่มนี้จะช่วยร่นระยะเวลาในการฝึก ทำให้สามารถผลิตตำรวจที่มีทักษะความพร้อมออกมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงพักได้เร็วขึ้น และลดการโยกย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะกลุ่มนี้เน้นการรับทหารเกณฑ์จากคนพื้นที่

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งกำลังตำรวจเข้าไปรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนแทนครูเวร ว่า เรื่องนี้ตนได้มอบหมาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ไปดูแล้ว ทั้งนี้ หน้าที่ของตำรวจคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน เราคงไม่สามารถเข้าไปดูแลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นพิเศษได้ ซึ่งการดูแลความปลอดภัยโรงเรียนนั้น ตำรวจเราจะเข้าเป็นช่วยดูในลักษณะของการให้คำปรึกษาด้านการดูแลความปลอดภัย โดยต้องร่วมมือกับโรงเรียน อาสาสมัคร อปพร. ภาคสังคมในการช่วยกันดูแล โดยการให้คำปรึกษาอาจเป็นเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัย วางระบบกล้องวงจรปิด การประสานงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เพิ่มความถี่ในการออกตรวจ ไม่ใช่ให้ตำรวจเข้าไปทำหน้าที่แทน 

ต่อมา ผบ.ตร. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาทรอุทิศ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดย ผบ.ตร. ได้มอบของใช้จำเป็น และเงินเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครู ตชด. และบุคลากรใน รร.ตชด.อาทรอุทิศ ก่อนที่จะไปเยี่ยมเยียนนักเรียนในโรงเรียน ตชด.แห่งนี้ ซึ่งมีอยู่ 44 คน โดย ผบ.ตร.ได้เลี้ยงอาหารกลางวัน เมนูข้าวหมูแดง และร่วมตักอาหารใส่ถาดหลุม และเสิร์ฟอาหารให้แก่เด็ก ๆ ด้วยตัวเอง สร้างความตื่นเต้น เรียกรอยยิ้มสร้างความสุข ให้แก่เด็ก ๆ อย่างมาก โดย ผบ.ตร.ได้มอบเงินเพื่อไว้จัดเลี้ยงไอศครีมแก่เด็ก ๆ ในโรงเรียน ตชด.ด้วย

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ตรวจเยี่ยมดูการจัดห้องเรียน ห้องพยาบาล ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และพื้นที่แปลงเกษตรภายในโรงเรียน ตชด. ได้รับฟังแนวทางการเรียนการสอน การพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนและชุมชนโดยรอบ ก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พูดคุย รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับตำรวจภาค 6 และคณะครู ตชด. อย่างเป็นกันเอง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาครู ตชด.ให้มีประสิทธิภาพ โดยจะไปศึกษาแก้ไขระเบียบให้สามารถรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีจากบุคคลภาคนอกเข้ามาเป็นครู ตชด.ได้ เพื่อยกระดับคุณภาพของครู ตชด. และโรงเรียน ตชด.ซึ่งมี 222 แห่งทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top