Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

ชาวสวนยางเฮ ! ยุครัฐบาลเศรษฐา ยางพาราพุ่ง 74บาท/กก.

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึง สถานการณ์ราคายางพาราในปัจจุบัน มีทิศทางที่ดีขึ้น ถ้าเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยระหว่างเดือนกันยายน ปี 2566 กับ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2567  ชนิดยางแผ่นรมควันชั้น 3 ขยับขึ้นไปแตะกิโลกรัมละ 74 บาท จากเดิมปี 2566 อยู่ที่กิโลกรัมละ 51 บาท ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคากิโลกรัมละ 70 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 49 บาท ขณะที่น้ำยางสด (DRC 100%) และ ยางก้อนถ้วย (DRC 100%) ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน 

ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคายางในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายก รัฐมนตรี และ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแล ได้วางมาตรการปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยจัดตั้งทีมสายลับยางรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น และ ความต้องการใช้ยางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ล้อรถยนต์ และรถไฟฟ้า ถุงมือยางและผลิตภัณฑ์ยางทางการแพทย์ ทั้งนี้ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า ปี 2567 GDP โลกขยายตัวร้อยละ 2.7 ขณะที่ผลผลิตยางพาราหลายพื้นที่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากต้นยางพาราเริ่มผลัดใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้อุปทานยางในตลาดลดลงส่งผลบวกต่อราคายางมีราคาสูงขึ้น 

'คุณากร' เผย ก.เกษตรฯ ดัน ไก่ย่างไม้มะดัน-โคขุนวากิว ขึ้นชั้นสินค้า GI สู่ สุริทร์โมเดล ด้วยนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นประธานกล่าวเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร "การขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น" โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานส่วนจังหวัด เข้าร่วม สำหรับการฝึกอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการขอขึ้นทะเบียนสินค้าเป็นสิ่งบ่งขี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการตลาดสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้กับเกษตรกร และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ รวมถึงนำความรู้ไปใช้ในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้าโคขุนสุรินทร์วากิว และไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน ที่ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่า และสามารถต่อยอดด้านการตลาดได้

“กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์มุ่งมั่นดำเนินภารกิจพัฒนาด้านปศุสัตว์ให้มีการบริหารจัดการที่ดีไปจนถึง แปรรูปปศุสัตว์ให้สามารถจำหน่ายสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงตามนโยบายรัฐบาลตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว จะสามารถพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในพื้นที่ของตนเองได้ รวมถึงยกระดับสินค้าให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ จนสร้างความเชื่อมั่น ในคุณภาพ และคุณลักษณะพิเศษของสินค้าที่แตกต่างจากแหล่งอื่นให้เกิดการต่อยอดสู่ตลาดสากลต่อไป” ผู้ช่วยเลขานุการฯ รมว.กษ. กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ นายคุณากร ผู้ช่วยเลขานุการเกษตรฯ ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานการควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์เพื่อการส่งออก ณ ด่านกักกันสัตว์สุรินทร์ และสำรวจพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจะมีการจัดศูนย์ฝึกและพัฒนาราษฎรไทยบริเวณชายแดนสุรินทร์ ตลาดอาเซียนช่องจอม และจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม รวมถึงตรวจเยี่ยมจุดตรวจร่วมบูรณาการสินค้าเกษตรสำหรับจัดโครงการสุรินทร์โมเดล (Surin Model) ครั้งที่ 3 อีกด้วย

‘กลุ่มเพื่อน’ แฉ!! พฤติกรรมสุดเหี้ยม ‘ทอย’ สามี ‘น้องนุ่น’ เคยกรีดหน้าตัวเองสมัยประถม - มีนิสัยโรคจิตตั้งแต่เรียน

(21 ก.พ.67) จากกรณีเหตุการณ์นายศิริชัย รักทอง อายุ 33 ปี สามีน้องนุ่น เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า น.ส.ชลลดา อายุ 27 ปี หรือน้องนุ่น ภรรยา หายตัวไปหลังมีปากเสียงทะเลาะกันในรถ แล้วภรรยาเปิดประตูลงรถไปเรียกแท็กซี่ ก่อนหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา และต่อมาชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้คุมตัวนายศิริชัยจากบ้านพักมายัง สภ.ปากเกร็ด และเค้นสอบอย่างหนักจนปริปากยอมรับสารภาพเบื้องต้นว่า ได้พลั้งมือทำร้ายร่างกาย น.ส.ชลลดา จนเสียชีวิต ก่อนนำร่างไปเผาอำพรางคดีที่สวนยางพาราดังกล่าว แล้วกลับมาแจ้งความเพื่อกลบเกลื่อนความผิด

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลมีการเผยแพร่คอมเมนต์ข้อความกลุ่มเพื่อนของทอย ที่มาพูดถึงพฤติกรรมของผัวโหดรายนี้ หลังก่อเหตุฆ่าเผาน้องนุ่น ภรรยาตัวเอง

โดยเพื่อนคนหนึ่งได้ระบุถึงพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมาของทอย ผัวโหด ด้วยว่า “โรคจิต ตั้งแต่สมัยเรียนประถมตอนเรียนด้วยกัน ไม่คิดเลยว่าจะทำจริงตอนโต กรีดหน้าตัวเองตอนนั้น ยังติดตาอยู่เลย มีแต่เลือด”

โดยยังคอมเมนต์อีกว่า “โตมายังโรคจิตเหมือนเดิม ขอเชิญรับกรรม ศิริชัย เสียดายและเสียใจที่ร่วมชั้น ร่วมโรงเรียนกับคนอย่างxึง”

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนอีกคนโพสต์ข้อความถึงพฤติกรรมทอยด้วยว่า “ตอนอยู่ด้วยกันเห็นพฤติกรรมหมด กล้าแต่กับเมีย ปกติจะเป็นคนห้ามตลอด บอกให้ไอ้นุ่นหนีไป แต่เหตุการณ์วันนี้สุดเกินและเกินคน ห้ามมาตั้งกี่ครั้ง เตือนตั้งกี่ครั้ง เป็นพ่อคนแล้ว”

ตำรวจท่องเที่ยวระดมกำลังร่วมบูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมาย

วันนี้ (21 ก.พ. 67) เวลา 16.00 น. กก.2 บก.ทท.3 นำโดย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ สวัสดิ์ถาวร ผกก.2 บก.ทท.3 , พ.ต.ท.บรรณพงศ์ เก่งเรียน รอง ผกก.2 บก.ทท.3 , พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 บูรณาการกำลังกับ ภ.จว.ภูเก็ต,ตม.จว.ภูเก็ต, ขนส่งจังหวัดภูเก็ต, การท่าอากาศยานภูเก็ต และฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต , นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมมอบนโยบายและปล่อยแถวออก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต 

หลังจากนั้นได้มีการร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณขาออกอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งเป็นด่านแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบจับกุมรถรับจ้างสาธารณะที่กระทำความผิดกฏหมาย 

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ สวัสดิ์ถาวร ผกก.2 บก.ทท. กล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจ เน้นการจัดระเบียบช่วงไฮซีซัน ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก ให้ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในทุกมิติ และข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้สั่งการให้สถานีตำรวจท่องเที่ยวทุกแห่ง ดำเนินการบูรณาการกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปราบปรามรถรับจ้างผิดกฎหมายโดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ประมาณ 50,000 คนต่อวัน และยังพบมีปัญหารถรับจ้างสาธารณะผิดกฎหมาย  ทำให้เกิดปัญหาและความเสียหายต่อนักท่องเที่ยงจำนวนมาก

ผบ.ศูนย์สงครามพิเศษ ประดับปีกร่ม ให้กับนักศึกษา มส.16 เข้าเป็นครอบครัวพลร่มป่าหวาย 

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง และประธานหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) พร้อมด้วยพล.อ.ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคง
ขั้นสูง (มส.) ผศ.พล.อ.ต.หญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ รองผู้อำนวยการฯ ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ พร้อมอาจารย์ประจำหลักสูตร นำนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 16 ศึกษาดูงานและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทหารรบพิเศษ โดยมี พล.ต.เดชา ศรีมงคล  (ผบ.ศสพ. )ผบ.ศูนย์สงครามพิเศษ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปถึงความเป็นมาของหน่วย 

พร้อมกันนี้ พล.ต.เดชา ศรีมงคล เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายร่มสัมพันธ์ ให้นักศึกษาหลักสูตร มส.รุ่น 16 เข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ 

จากนั้น คณะนักศึกษาร่วมฟังการบรรยายพิเศษจาก คุณสมนึก เต็งชาตะพันธุ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุรินทร์ ออมย่า เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด ฐานะรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก่อนจะเดินทางกลับ 

สำหรับหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง ( มส) จัดโดย มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง ภายใต้วิสัยทัศน์ 4 สร้างคือ สร้างความมั่นคงแห่งชาติ สร้างความมั่นคงของมนุษย์ สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างคุณธรรมจริยธรรม 

เป็นหลักสูตรเดียวที่นำผู้เข้ารับการอบรมศึกษาดูงานด้านความมั่นคงครบทั้ง 4 เหล่าทัพ คือ กองทัพอากาศ  กองทัพบก กองทัพเรือ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึงบทบาทหน้าที่ภารกิจของกองทัพแต่ละกองทัพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคม ประเทศชาติให้เกิดความมั่นคงในทุกมิติ ตามวิสัยทัศน์ 4 สร้างของหลักสูตร มส.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้สูงวัย ในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

วันนี้ (วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย พร้อมด้วยนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท  พร้อมชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร ให้กับผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) และสถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567  โดยมีมูลนิธิจีน 4 แห่ง ประกอบด้วย มูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ ร่วมดำเนินการ พร้อมด้วย นางชญาน์นันท์ สรพลจิโรจเดชา หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร(จีน)  พร้อมทีมงาน และนางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) ร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น 

และในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบางละมุง จ.ชลบุรี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี จ.นนทบุรี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี จ.ปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี และ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อมอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท  พร้อมชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร  เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

โครงการป่อเต็กตึ๊ง จัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 57 ปี โดยในปี 2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิอีก 4 แห่ง  สถานสงเคราะห์คนชรา ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการ และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง  รวม 8 แห่ง  รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 755,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

เปิด 3 รายชื่อผู้โชคดีได้รับทุนเรียนโท ม.ซีอานเจียวทง ประเทศจีน ทุนใหญ่ประจำปี 2567 ตามพระราชดำริ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

เมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University : XUTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ (ค.ศ. ๒๐๒๔) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ 

ตามที่มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้มีประกาศลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University: XJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ (ค.ศ. ๒๐๒๔) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ และประกาศลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ เรื่อง ขยายเวลารับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University: XJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ (ค.ศ. ๒๐๒๔ ระดับปริญญโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ และประกาศลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยชีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University : XJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ (ค.ศ. ๒๐๒๔) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University : XJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัคร และประมวลผลการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนดังกล่าว ดังต่อไปนี้

๑. นายสรวิชญ์ แวววีรคุปต์
๒. นายพัชรดนัย สมบัติเสถียร
๓. นายโภคิน พรหมวิจิตรการ
ไม่มีผู้ได้รับคัดเลือกสำรอง

ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนข้างต้นนี้ รายงานตัวเพื่อยืนยันการรับทุนกับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่านระบบออนไลน์ ในวันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. ทาง URL https://meeting-nstda.webex.com/meet/renuka และกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มยืนยันการรับทุนการศึกษาในเอกสารแนบท้าย แล้วส่งให้มูลนิธิฯ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] ภายในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๗.๐๐ น.

หากผู้มีสิทธิได้รับทุนไม่มารายงานตัวตามกำหนดดังกล่าว โดยมิได้แจ้งให้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทราบ จะถือว่าสละสิทธิ์การรับทุนในครั้งนี้

อนึ่ง มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้มีสิทธิได้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้

๑. ผู้มีสิทธิได้รับทุนไม่สามารถดำเนินการสมัครเข้าศึกษาตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทงได้ภายในวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด

๒. หากคณะกรรมการตรวจสอบภายหลังพบว่า ผู้มีสิทธิได้รับทุนเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดในประกาศรับทุน

๓. ผู้มีสิทธิได้รับทุนหลีกเลี่ยงและละเลย การรายงานตัวหรือปฏิบัติตามที่มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กำหนด

๔. ผู้มีสิทธิได้รับทุนหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงกำหนดการเดินทางไปศึกษาต่อเมื่อมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง ตอบรับแล้ว

๕. ผู้มีสิทธิได้รับทุนไม่ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง

มุกดาหาร -กองบังคับการตำรวจน้ำ เปิดยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง จับกุมผู้กระทำความผิด ยาบ้า 43 ราย ยึด ยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด คนเข้าเมือง 8 ราย ผู้ต้องหา 23 คน และหมายจับจำนวน 25 ราย

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์  ที่ห้องประชุมกองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน. ภายใต้การอำนวยการของ 

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. 
พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบช.ก.
พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน.
พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน.
พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.
พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.
พ.ต.อ.ศษณวรรฐ รัตนเศวตรวงศ์ ผกก.11 บก.รน.
พ.ต.อ.อนรรฆ ประสงค์สุข ผกก.12 บก.รน.  

ร่วมแถลงข่าวกองบังคับการตำรวจน้ำเปิดยุทธการ “ฟ้าสางที่ฝั่งโขง” เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ กองกำกับการ 10 - 12 กองบังคับการตำรวจน้ำ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดเชียงรายทั้งหมด (กก.12), จังหวัดเลย, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดบึงกาฬ (กก.11), จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัด อุบลราชธานี (กก.10) ตามแนวแม่น้ำโขง กั้นระหว่างเขตแดนรวมระยะทางทั้งสิ้น 957 กิโลเมตร โดยได้สืบสวนหาข่าวและกำหนดเป้าหมายในป้องกันปราบปรามจับกุม เป็นเป้าหมายทางบกรวม 76 เป้าหมาย เป้าหมายทางน้ำ 23 เป้าหมาย ได้ออกปฏิบัติการตามยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง ตั้งแต่วันที่ 13 - 20 กุมภาพันธ์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดกฎหมายตามยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขงได้จำนวน 43 คน ยึดยาบ้าจำนวน 913,723 เม็ด คนเข้าเมือง 8 ราย ผู้ต้องหา 23 คน และหมายจับจำนวน 25 ราย

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

‘ครูชาวลาว’ โดนถล่มยับ!! คอมเมนต์แรงไล่ ‘ไอซ์ ปรีชญา’ ไปตาย หลังซึมเศร้าด่ำดิ่ง ‘ชาวเน็ต’ รุมประณาม ‘อย่าเป็นเลยครู-ใช้อะไรคิด’

เมื่อวานนี้ (20 ก.พ. 67) จากกรณี นางเอกสาว ไอซ์ ปรีชญา ซึ่งมีอาการโรคซึมเศร้าอยู่แล้วด้วย โพสต์ข้อความตัดพ้อระบายความในใจว่า “แม่ขอเงิน พ่อขอเงิน มีแฟนเหมือนไม่มี จะอยู่เพื่อ โทรหาครอบครัว คนรักว่าไอซ์ไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วนะ ทุกคนเฉยเมย ถ้าวันหนึ่งมันไม่มีไอซ์จริงๆ ขอให้รู้ว่าเป็นเพราะครอบครัว คนรัก

ไม่ใช่เพื่อนหรือแฟนคลับที่ตัดสินใจทำให้ไอซ์คิดสั้น ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย หลังจากนี้ไปทุกคนจะได้รู้ความจริงสักที ว่าชีวิตไอซ์ ไม่มีใครอยากแม้กระทั่งจะเป็นหรอกแค่หนึ่งวัน”

สร้างความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางเอกสาว ไอซ์ ปรีชญา ทำเอาแฮชแท็ก #ไอซ์ปรีชญา ขึ้นเทรนด์ X (ทวิตเตอร์) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้

ขณะที่ เพจอีกี้ขยี้ข่าว ตามล่าอีตุ่นน้อย แคปคอมเมนต์มีคนคอมเมนต์ถึงไอซ์ด้วยถ้อยคำแย่ๆ ไม่อยากอยู่ก็ไปตาย… พร้อมข้อความประณาม ฝากไปถึงเป็นครูสอนภาษา ซึ่งเป็นคน สปป.ลาว
แล้วเมนต์แบบนี้! อย่าเป็นครูเลยมันแสดงให้เห็นพื้นฐานการศึกษา เราเป็นคนอีสานนะ ชอบคนลาวมาก ไปลาวบ่อย แต่ไม่เคยเห็นคนแบบนี้เลย รบกวนช่วยประณาม! ด้วยนั้น

โดยเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์คอมเมนต์แรงฟาดกลับ ครูสอนภาษา คนดังกล่าว ใช้อะไรคิดด้วย อาทิ คนล้มอย่าข้าม # น่าจะเป็นที่ สด. นะค่ะกี้, เป็นคอมเมนต์ที่ใช้ … คิดแทนสมอง, เราก็ลาวค่ะพี่กี้แต่ไม่เป็นแบบป้าคนนี้นะ เป็นต้น

‘ทอย’ สามี ‘น้องนุ่น’ เปิดปมสังหารภรรยา ก่อนอำพรางศพ รับ!! แค้นสะสมหลายอย่าง ลั่น!! ขอชดใช้กับทุกสิ่งที่พลาดไป

(21 ก.พ. 67) จากกรณี นายศิริชัย (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ทอย อายุ 33 ปี ก่อเหตุฆ่าเผา น.ส.ชลลดา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ น้องนุ่น อายุ 27 ปี ภรรยา หลังเข้าแจ้งตำรวจว่าภรรยาหายตัว แต่เมื่อถูกเค้นสอบอย่างหนัก อีกทั้งกล้องวงจรปิดมัดตัวขณะเจ้าตัวทำร้ายน้องนุ่นริมถนน ยอมสารภาพอ้างพลั้งมือฆ่าภรรยาก่อนขับรถนำศพไปเผาอำพรางคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 20 ก.พ. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้ควบคุมตัว นายศิริชัย มาทำการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง

นายศิริชัย ได้ยกมือไหว้ขอขมาทาง น.ส.เพ็ญ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ น.ส.ชลลดาที่ได้รับไหว้ขอขมา โดยมีอาการร้องไห้เศร้าโศกเสียใจอยู่ตลอดเวลา

ตอนหนึ่ง นายศิริชัย กล่าวขอขมาแม่น้องนุ่น ว่า “ไม่ว่าแม่จะให้อภัย หรือไม่ให้อภัย ผมก็จะขอชดใช้กับทุกสิ่งที่อยู่ ที่ผมได้ทำพลาดลงไปแล้ว” โดยน.ส.เพ็ญ ถามว่า “ทำกับลูกแม่ทำไม”

นายศิริชัย กล่าวว่า “มันเป็นเหมือนแค้นสะสมมาหลายอย่าง ก็ตามที่แม่ได้ยิน เวลาผมคุยกับเขา ผมจะเป็นฝ่ายง้อตลอด แต่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เคยมองว่าผมดี อคติที่เขาเอามาพูดซ้ำอีก เรื่องที่เคยเคลียร์กันไปแล้วเขาก็เอามาทะเลาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งโมโห สะสม เก็บกดสะสมมา

เขาไม่ยอมให้อภัยผมสักครั้ง ไม่ว่าผมจะทำดีแค่ไหน พูดอะไรไป ก็ผิดใจเขาตลอด ผมไม่เคยคิดจะฆ่า หรือทำให้เขาตาย แต่ด้วยความเมา และโมโห เลยทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น

ต่อให้ผมออกมาจากคุก ผมก็ไม่กล้าสู้หน้าครอบครัวนุ่นและครอบครัวผม ไม่มีหน้าไปเจอลูกตัวเอง ผมเลยมาบอกลาทุกคน ไม่ต้องให้เขาจำผมก็ได้ บอกว่า พ่อของเขาตายไปแล้วก็ได้”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top