Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘ธนกร’ ฝากผู้ว่าฯ-ตำรวจ ลงพื้นที่เข้มแหล่งท่องเที่ยว หวั่นลักลอบขายบริการ หลังเกิดเหตุ กลุ่มสาวประเภทสอง รุมทำร้ายฝรั่งที่ภูเก็ต กังวลภาพลักษณ์ ของประเทศ

(10 มี.ค.67) นายธนกร วังบุญคงชนะ  อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ  สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงเหตุวิวาททำร้ายร่างกายระหว่างสาวประเภทสองในพื้นที่อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต กับนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ ว่า  ที่จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก และในช่วงนี้ ก็พบว่ามีเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นหลายกรณี  ตั้งแต่กรณีฝรั่งชาวสวิสฯ มาเฟียรัสเซียและล่าสุด เกิดเหตุกลุ่มสาวประเภทสองรวมทำร้ายนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติขึ้นอีก จึงอยากขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัดเข้มงวด ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องใด ตนมองว่าการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายใช้ความรุนแรงไม่ควรเกิดขึ้น และหากมีสาเหตุมาจากการตกลงกันไม่ได้เรื่องการขายบริการของสาวประเภทสอง  เจ้าหน้าที่ก็ต้องหามาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้กลุ่มดังกล่าวใช้แหล่งท่องเที่ยวบางหน้าเป็นที่รับลูกค้าลักลอบขายบริการได้ ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างมาก

ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลเดินหน้านโยบาย วีซ่าฟรีให้นักท่องเที่ยวหลายประเทศ ย่อมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น  ตนจึงอยากฝากผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนคนไทยเจ้าของประเทศ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและเป็นเจ้าบ้านที่ดี สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่น่าประทับใจเพราะหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ก็จะทำให้เกิดการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เติบโตตามมา  แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์อาจกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศได้  ส่วนที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องได้รับการแก้ไขและดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ขอฝากท่านผู้ว่าฯภูเก็ต ฝ่ายปกครองรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงไปตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว อย่าให้เกิดการใช้แหล่งท่องเที่ยวมาบังหน้าเพื่อลักลอบขายบริการทางเพศ เพราะจะทำให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในภาพรวมไปด้วย นอกจากนั้น อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญทุกจังหวัดด้วยไม่ใช่แต่เฉพาะภูเก็ตเท่านั้น”นายธนกรกล่าว

'อ.พงษ์ภาณุ' มอง!! Carbon Pricing กุญแจสำคัญสู่ Net Zero ตอบโจทย์ธุรกิจในโลกยุคใหม่ ช่วยต่อลมหายใจให้โลกใบเก่า

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในประเด็น 'Carbon Pricing กุญแจสู่ Net Zero' เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 67 โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงสุดเป็นอันดับ 9 ของโลก ที่จะได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่มากับภาวะโลกร้อน 

ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาเราต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติครั้งแล้วครั้งเล่า ที่รุนแรงที่สุดดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 และฝุ่น PM 2.5 ซึ่งยังคงหลอกหลอนเราอยู่ในปัจจุบัน

แม้ว่าไทยจะไม่ใช่ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก แต่ก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความกดดันที่จะต้องมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ได้ 

แรงกดดันดังกล่าวมาจากทั้งองค์การระหว่างประเทศ ตลาดเงินตลาดทุน Supply Chains ในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้บริโภคและ NGO ต่าง ๆ

นายกรัฐมนตรีไทยได้ประกาศในที่การประชุม COP 26 ที่ Glasgow สหราชอาณาจักร ว่าประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2065 ซึ่งแม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็ยังล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ รวมทั้ง มาเลเซีย, ลาว และกัมพูชา

เป้าหมายดังกล่าว กอปรกับแรงกดดันจากทุกภาคส่วน ยังคงความจำเป็นให้ต้องมี Roadmap ที่ชัดเจนและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงข้อจำกัดในด้านทรัพยากรและขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมาย 

ดังนั้น การใช้กลไกตลาด จึงน่าจะเป็นกุญแจสำคัญของเส้นทางไปสู่เป้าหมาย Net Zero การกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) อาจกระทำโดยการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และการจัดระบบซื้อขายคาร์บอนผ่านกลไกตลาดคาร์บอนเครดิต

ประการแรก การจัดเก็บภาษีคาร์บอนที่สะท้อนต้นทุนทางสังคม เป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ กรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์จัดเก็บภาษีบาป (Sin Tax) อยู่ในปัจจุบัน ทั้งจากสุรา, ยาสูบ และน้ำตาล จึงไม่มีปัญหาในการเพิ่มคาร์บอนเข้าไปในรายการสินค้าบาปแต่อย่างใด แต่ปัญหาอยู่ที่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อประชาชนในระยะสั้น, ความสามารถในการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสู่พลังงานสะอาด และที่สำคัญที่สุดความกล้าหาญทางการเมืองของรัฐบาล

ประการที่สอง การซื้อขายคาร์บอนผ่านกลไกตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในยุโรป สำหรับในประเทศไทยก็มีพัฒนาการในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังต้องกระตุ้นให้เกิดสภาพคล่องมากกว่านี้ 

กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับใหม่ ซึ่งกำลังจะออกมาบังคับใช้ในเร็ววันนี้ จะมีการกำหนดระดับการปล่อยคาร์บอนภาคบังคับของธุรกิจขนาดใหญ่ในบางสาขาอุตสาหกรรม และน่าจะช่วยให้ตลาดคาร์บอนของไทยมีความคึกคักมากขึ้นทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง รวมทั้งยกระดับคาร์บอนเครดิตของไทยให้เป็นมาตรฐานสากล 

ดังนั้น จึงเชื่อมั่นได้ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประเทศไทยน่าจะสามารถเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนในระดับภูมิภาคได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการกำหนดราคาคาร์บอนจะเป็นหัวใจของเส้นทางเดินสู่ Net Zero ก็ตาม แต่คงไม่เพียงพอที่จะยับยั้งความเสื่อมโทรมของสภาพภูมิอากาศได้ 

ฉะนั้น ประเทศไทย จำเป็นต้องระดมทรัพยากรและสรรพกำลังทุกภาคส่วนมาร่วมกันแก้ปัญหาที่เลวร้ายที่สุดของมนุษยชาติในวันนี้ และก็จำเป็นที่ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนเป้าหมายเดิมที่ประกาศไว้ด้วย

กรมอุทยานฯ เคาะมาตรการเยียวยา หากถูกลิงทำร้าย ตายได้ 1 แสน บาดเจ็บได้ไม่เกิน 3 หมื่น

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.67) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีมีประชาชนในจังหวัดลพบุรีถูกลิงแสมทำร้ายจากการเข้าแย่งอาหาร จนประสบเหตุล้มลงได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และได้ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจหาผู้รับผิดชอบ ว่าได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมแล้ว เพื่อซักถามอาการบาดเจ็บและหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนดแนวทางแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มให้ ลิง เป็นสัตว์ชนิดหรือประเภทสัตว์ป่าที่สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุได้ ตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่าทำร้าย ซึ่งเดิมกำหนดให้จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาได้เฉพาะกรณีที่ถูก ช้างป่า และ กระทิง ทำร้าย เพื่อให้สามารถนำเงินอนุรักษ์สัตว์ป่ามาช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ถูกลิงทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ

หลักเกณฑ์ฯการช่วยเหลือเยียวยากรณีถูกสัตว์ป่าดังกล่าวทำร้าย หากเสียชีวิต หรือทุพพลภาพจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา 100,000 บาท กรณีบาดเจ็บให้จ่ายตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท จ่ายค่าเสียโอกาสในการทำงานวันละ 300 บาท ไม่เกิน 180 วัน ตามความเห็นแพทย์

ซึ่งได้ให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าดำเนินการโดยเร่งด่วนแล้ว ในส่วนการแก้ปัญหาเบื้องต้น แนะนำให้ติดไฟส่องสว่างมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกลิงทำร้าย เพื่อให้ประชาชนสังเกตเห็นลิงได้ชัดเจน และติดป้ายเตือนระวังลิงทำร้ายร่างกาย

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวต่ออีกว่า ลิงแสมตัวดังกล่าวคาดเป็นลิงในกลุ่มประชากรใหม่ที่แยกตัวออกมาจากฝูงลิงเดิมที่แออัดและอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ลิงออกมารวมฝูงใหม่ใกล้พื้นที่แหล่งอาหาร เช่น ตลาดนัด หรือในพื้นที่ชุมชน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าติดตามและจัดการแก้ปัญหาให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่ร่วมกับจังหวัด

นักบิน ‘บาติกแอร์’ งีบหลับขณะควบคุมเครื่อง เหินฟ้าไปจาการ์ตา เหตุ นอนน้อย ผู้โดยสาร ระทึกกันทั้งลำ คณะกรรมการด้านปลอดภัย สั่งสอบด่วน

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.67) คณะกรรมการด้านความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติอินโดนีเซียหรือ KNKT มีคำสั่งให้เปิดการสอบสวนหลังเกิดเหตุที่น่าตกใจกับสายการบินบาติก แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นในเครือไลอ้อนกรุ๊ป โดยนักบินและผู้ช่วยนักบินได้เกิดหลับพร้อมๆกันนานถึง 28 นาที ขณะบินจากสุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้ไปกรุงจาการ์ตา ซึ่งใช้เวลาบินราว 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยเหตุเกิดขึ้นวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา เคราะห์ดีที่เครื่องบินแอร์บัส A320 พร้อมผู้โดยสาร 153 ชีวิตและลูกเรือ 4 ชีวิตเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

รายงานระบุว่ากระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียได้ตำหนิบาติกแอร์อย่างรุนแรงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เอ็ม คริสตี้ เอ็นดาห์ เมอร์นี ผู้อำนวยการการขนส่งทางอากาศให้เรียกร้องให้สายการบินต่างๆทบทวนและให้ความสำคัญกับเวลาพักผ่อนของนักบินว่าต้องเพียงพอ โดยเฉพาะเที่ยวบินกลางคืน

ด้านบาติกแอร์ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยเรื่องเวลาพักผ่อนของนักบินรวมทั้งมาตรการความปลอดภัยอย่างครบถ้วนทุกอย่าง และล่าสุดได้สั่งพักงานนักบินทั้งคู่ชั่วคราว

ทั้งนี้รายงานเผยว่าวันเกิดเหตุ นักบินพักผ่อนไม่พอ และได้ขออนุญาตผู้ช่วยนักบินงีบหลับ ผู้ช่วยนักบินจึงทำหน้าที่แทน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฎว่าผู้ช่วยนักบินก็เผลอหลับเช่นกัน โดยหอการบินที่สนามบินจาการ์ตาเผยว่านักบินทั้งคู่ขาดการติดต่อเป็นเวลา 28 นาที เมื่อติดต่อไปก็ไม่ตอบกลับ พอนักบินตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเครื่องกำลังบินออกนอกเส้นทาง ถึงได้รู้ว่าผู้ช่วยเผลอหลับจึงรีบปลุกและปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่จนมาถึงสนามบินจาการ์ตาอย่างปลอดภัย โดยนักบินทั้งสองคนเป็นชาวอินโดนีเซีย

หลังเกิดเหตุ KNKT ได้แนะให้บาติก แอร์ค่อยหมั่นตรวจเช็คห้องนักบิน และกำชับให้นักบินและลูกเรือต้องพักผ่อนให้พอก่อนออกบิน

แว้นวิภาฯ โดนข้อหาใหม่ ร่วมกันพยายามแข่งรถในทาง ปรับหนัก ริบรถ ทำทัณฑ์บนบริการสังคม1ปี

แค่คิด ก็ผิดแล้ว ออกมารวมตัวจะแข่งรถ แว้นวิภาฯ โดนข้อหาใหม่ ร่วมกันพยายามแข่งรถในทาง ปรับหนัก ริบรถ ทำทัณฑ์บนบริการสังคม1ปี

วันนี้( 10 มี.ค.67 ) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณี จับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ออกมารวมตัวกันเตรียมแข่งรถ บน ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ผ่านสายด่วน 1599 และ 191 ว่าพบรถจักรยานยนต์ รวมกลุ่มกันหลายคัน บนถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงเวลากลางคืน จากนั้นจะแข่งกันตลอดคืน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยในละแวกนั้น จึงได้สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) นำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.จร., พ.ต.อ.จามร ทองพรรณ รอง ผบก.จร., พ.ต.อ.พารินท จันทร์เลิศ ผกก.2 บก.จร. และ พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิตทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ดำเนินการลงพื้นที่สืบสวนวางแผน และนำมาซึ่งการจับกุม โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค.67 เวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ได้ จำนวน 7 คัน , รถยนต์กระบะ 1 คัน พร้อมด้วยผู้ต้องหา 7 คน ทราบชื่อในภายหลัง คือ 1.นายธรรมรัสมิ์ อายุ 27 ปี , 2.นายอภิวัฒน์ อายุ 19 ปี , 3.นายอนุสรณ์ อายุ 26 ปี , 4.นายธาวิน อายุ 20 ปี , 5.นายธรรมนูญ อายุ 23 ปี , 6.นายคชรัตน์ อายุ 21 ปี และ 7.นายธนกร อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ให้การรับสารภาพว่าพวกตนได้มารวมตัวกันบน ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อจะแข่งรถกันบนถนนจริง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนเข้าจับกุมตัว 

ต่อมาศาลแขวงดอนเมือง พิพากษาจำเลยที่ 1-6 จำคุก 1 เดือน ปรับ 6,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 7 เจ้าของรถยนต์กระบะ (ผู้สนับสนุนแข่งรถในทาง) จำคุก 20 วันปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอ 1 ปี บริการสังคม 24 ชั่วโมง และศาล“ ริบรถจักรยานยนต์และรถยนต์ของกลางทุกคัน”

นอกจากนี้ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โฆษกฯ กทม. แจง ความคืบหน้า การบริหารจัดการ  หลังมีข้อวิจารณ์ ละเลยการดูแลพื้นที่ ย้ำมี 3 แผนเพื่อเดินหน้าปรับปรุง

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.67) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกกรุงเทพมหานคร ชี้แจงประเด็นที่มีข้อวิจารณ์ว่า กทม. ปล่อยให้ 'คลองโอ่งอ่าง' หมดคุณค่า Landmark ใน 3 ประเด็น คือ

ประเด็นที่หนึ่ง ความคืบหน้าการบูรณาการจัดการพื้นที่บริเวณคลองโอ่งอ่าง รวมทั้งมาตรการส่งเสริมฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ ตามที่มีข้อสังเกตคลองโอ่งอ่างถูกปล่อยทิ้งร้าง

สำนักงานเขตพระนครได้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับแกนนำ อาทิ ผู้ค้าเดิมในพื้นที่สะพานเหล็ก ผู้ประกอบในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อวางแผนฟื้นฟูถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง ทั้งนี้ ได้มีมาตรการในการส่งเสริมฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยวางแผนไว้ 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ภายใน 2 เดือน เริ่มต้นเปิดตัวดึงอัตลักษณ์ของสะพานเหล็กในการจัดเทศกาลและกิจกรรม ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ระยะกลาง ภายใน 4 เดือน ใช้การประเมินและปรับรูปแบบกิจกรรมหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมระยะสั้น พร้อมประชุมร่วมกับแกนนำและผู้ค้าถึงแนวทางการต่อยอดถนนคนเดินให้ยั่งยืน เช่น การทดลองจัดกิจกรรมสั้นๆ ช่วงสุดสัปดาห์ โดยให้แกนนำขับเคลื่อนทั้งหมด และสำนักงานเขตเป็นที่ปรึกษา ระยะยาว ภายใน 6-8 เดือน ทดลองเปิดโอกาสให้แกนนำ บริหารจัดการด้วยตนเอง เมื่อครบ 8 เดือน จะประเมินครั้งสุดท้าย ก่อนถอดบทเรียน ขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไป

ประเด็นที่สอง บริเวณทางเท้าริมคลองด้านหลังโรงแรมมิราม่า ซึ่งมีผู้นำรถยนต์มาจอด ทั้งที่ทางเท้าบริเวณดังกล่าวเพิ่งปรับปรุง รวมถึงมีคนเร่ร่อนมาอาศัยหลับนอน ตั้งวงดื่มสุรา และตกปลา ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกังวลเรื่องความปลอดภัย

สำหรับการแก้ไขปัญหาจอดรถยนต์ในถนนหรือทางเท้าคลองโอ่งอ่าง ขณะนี้สำนักการโยธาอยู่ระหว่างปรับปรุงและยังไม่ได้ส่งมอบงาน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ประชาสัมพันธ์งดการจอดในพื้นที่ดังกล่าว และในอนาคตทางผู้รับจ้างจะพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์กั้นรถยนต์เข้ามาจอด สำหรับปัญหาคนเร่ร่อน นอนทางเดิน เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความถี่และกำชับตรวจตราไม่ให้มีการหลับนอนในที่สาธารณะ พร้อมจัดระเบียบอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นการนั่งดื่มสุราและตกปลา เจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือ หากพบว่ามีการฝ่าฝืน จะว่ากล่าวตักเตือน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวของ กทม. และสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน

ประเด็นที่สาม สภาพน้ำในคลองโอ่งอ่าง ตามที่มีข้อสังเกตพบว่ามีขยะลอย น้ำเริ่มเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นสำนักงานเขตพระนครและสำนักการระบายน้ำ ได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจคลองโอ่งอ่าง เพื่อตรวจสอบท่อระบายน้ำเสียที่ปล่อยลงคลองโอ่งอ่างโดยตรง ซึ่งได้ตรวจพบจุดปล่อยน้ำเสีย ทราบถึงปัญหาและพร้อมดำเนินการปรับปรุงเพื่อนำน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำต่อไป

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น หลังเพจ ‘ฟุตบาทไทยสไตล์’ โพสต์ภาพรถจอดแน่นทางเดิน ทำให้พื้นพัง เกะกะ ทางเท้า ล่าสุดเขตพระนคร เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ (7 มี.ค.67) เพจ 'ฟุตบาทไทยสไตล์' ได้โพสต์ภาพทางเท้าบริเวณ ริมคลองโอ่งอ่าง ฝั่งหลังโรงแรมมิราม่า ในพื้นที่ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งปูพื้นใหม่ได้ไม่ถึง 5 เดือน แต่ปัจจุบันกลายเป็นที่จอดรถของประชาชนไปแล้ว โดยทางเพจระบุข้อความว่า "ฝากเรื่องหน่อยครับ ริมคลองโอ่งอ่าง ฝั่งหลังโรงแรมมิราม่า เพิ่งปูพื้นใหม่ได้ไม่ถึง 5 เดือน ก็ทำเป็นที่จอดรถไปแล้ว เคยลองไปเดินเหมือนกระเบื้องบางแผ่นจะหลุดร่อนแล้วด้วยครับ "

จากนั้น 'สำนักงานเขตพระนคร' ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ว่า “ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจเข้าดำเนินการ ตั้งแผงเหล็กติดป้ายประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ มิให้จอดรถบริเวณทางเท้าริมคลองโอ่งอ่าง และติดประกาศแจ้งข้อกฎหมาย กับเจ้าของรถยนต์ที่จอดรถบริเวณดังกล่าวได้รับทราบแล้ว ทั้งนี้หากมีการฝ่าฝืนจักได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”

นอกจากนี้ มีชาวเน็ตแห่คอมเมนต์วิจารณ์ถึงผู้ที่นำรถมาจอดเป็นจำนวนมากเช่น 
สิ่งที่แก้ไขยากก็คือสันดานที่ชอบเอาเปรียบสังคม

ปัญหาคือมีรถแล้วไม่มีที่จอดเลยมาเบียดเบียนที่สาธารณะ 

สมควรเอาเสากั้นนะครับ กันรถมักง่ายที่ไม่อยากเสียค่าจอดริมคลอง 

ริมคลองน้ำใสสะอาดมากๆครับ ทางเขตควรดูแล เป็นต้น

‘บาส-ปอป้อ’ รวมพลัง ตบลูกขนไก่ เอาชนะ นักตบจีน 2-1 เกม เน้นความอดทน-แน่นอน สร้างความสะใจ ให้ชาวไทย

เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.67) การแข่งขันแบดมินตันรายการ โยเน็กซ์ เฟรนช์ โอเพ่น 2024 ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750 ชิงเงินรางวัลรวม 850,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,600,000 บาท ที่อาดิดาส อารีน่า ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นการแข่งขันในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ประเภทคู่ผสม รอบก่อนรองชนะเลิศ 'บาส' เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือวางอันดับ 6 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลก พบกับ เจิ้ง ซีเว่ย กับ หวง หย่าเฉียง คู่มืออันดับ 1 ของโลกจากจีน 

เกมแรก คู่ เจิ้ง ซีเว่ย กับ หวง หย่าเฉียง เป็นฝ่ายที่คุมเกมและวางเกมได้เหนือกว่าเอาชนะไปได้ก่อน 21-15 จากนั้น เกมสอง บาส กับ ปอป้อ แก้เกมการเล่นและเปลี่ยนจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะไปได้ที่ 21-16 เกมตัดสิน ทั้งสองฝั่งเปิดเกมแลกกันอย่างสุสีแต้มต่อแต้ม แล้วเป็นคู่บาส กับ ปอป้อ เอาชนะไปได้ในที่สุดที่ 26-24 ทำให้เอาชนะไปได้ 2-1 เกม 'บาส' เดชาพล กับ 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะหว่าง แช ยูจุง กับ โซว ซอนแจ คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ คู่มืออันดับ 3 ของโลกจากเกาหลีใต้ หรือ ทอม กีเซล กับ เดลฟิน แดร์รูร์ คู่มืออันดับ 13 ของโลกจากฝรั่งเศส 

ด้าน ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ 'วิว' กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มือวางอันดับ 8 ของรายการ มืออันดับ 8 ของโลก พบกับ หวัง ซื่อเว่ย มืออันดับ 27 ของโลกจากไต้หวัน 

เกมแรก วิว กุลวุฒิ เป็นฝ่ายควบคุมเกมได้เหนียวแน่น ตลอดถึงแม้ช่วงปลายเกมแรกมีสะดุดบ้างแต่สามารถปิดเกมแรกไปได้ที่ 21-18 แล้วในเกมที่สอง วิว กุลวุฒิ มาโชว์พลังแกร่งและอาศัยความนิ่งที่แน่นอนกว่ามาปิดแมตช์เอาชนะไปอีกด้วยสกอร์ 21-16 ทำให้เอาชนะไปได้ 2-0 เกม วิว กุลวุฒิ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง ลัคย่าห์ เซ็น มืออันดับ 19 ของโลกจากอินเดีย หรือ โลว เคียงยิว มืออันดับ 12 ของโลกจากสิงคโปร์

สนามสอบเตรียมอุดมฯ คึกคัก มีนร.เข้าสอบทะลุหมื่น หลายบ้าน มาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อความหวัง เปิดเส้นทางสร้างอนาคต

อ่านหนังสือทั้งปี เพื่อวันนี้วันเดียว!! 

สนามสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี คึกคัก!! มีนักเรียนร่วมเข้าสอบกว่า 11,607 คน โดยบางครอบครัวได้เดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ จากทั่วทุกสารทิศ เพื่อพาบุตรหลานมาเข้าสอบ หวังเปิดเส้นทางอนาคตให้ตัวเอง

เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านหนึ่งที่เดินทางจากจังหวัดปัตตานี พาลูกมาสอบแข่งขันในสนามระดับประเทศ และได้ให้สัมภาษณ์กับเพจอีจันว่า "หลายครอบครัวมาตั้งแต่ตี 3 บางบ้านเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งขับรถ ขึ้นเครื่อง เหนือจรดใต้ เพื่อพาลูกมาสานฝันในวันนี้...วันนี้สอบไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ขอให้ลูกทำให้เต็มที่ แค่นี้แม่ก็ดีใจแล้ว"

ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีแผนรับนักเรียนประจำปีการศึกษา 2567 รวมทั้งสิ้น 1,520 คน แบ่งเป็นกลุ่มโควตาจังหวัด 306 คน กลุ่มโควตาโอลิมปิกวิชาการ 35 คน ความสามารถพิเศษและมีเงื่อนไขพิเศษ 69 คน และสอบคัดเลือกทั่วไป 1,110 คน

ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนค่ะ

ผกก.ปทุมวัน ประชุมร่วม 2 สถาบันดัง เข้มมาตรการป้องกันดูแลความปลอดภัยในงาน MOL Supermark Football Festival U-15 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2567 พ.ต.อ.อาคม ชุมพรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ร่วมประชุมหาแนวทางป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทหลังการแข่งขันกีฬาและป้องกันเหตุจากบุคคลภายนอก (มือที่สาม) ในงาน MOL Supermark Football Festival U-15 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยมีตัวแทนอาจารย์และสมาคมผู้ปกครองจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนปทุมคงคา เข้าร่วมประชุมหารือ 

เนื่องจากการแข่งฟุตบอลในครั้งนี้ มีกองเชียร์จากทั้งสองสถาบันซึ่งมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ทั้งสองสถาบันเกรงว่าหลังจากการแข่งขันอาจเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกองเชียร์ จากการหารือในครั้งนี้ได้มีการพูดคุยวางแนวทางที่สำคัญ เช่น มีการประชาสัมพันธ์การรณรงค์การเชียร์อย่างสร้างสรรค์ การกำหนดเวลาการออกจากพื้นที่เมื่อเสร็จการแข่งขันของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแข่งขัน MOL Supermark Football Festival U-15 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ณ สนามศุภชลาศัย สนามีฬาแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม นี้ ลุลวงไปด้วยดี

ด้าน พ.ต.อ.อาคม ชุมพรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เปิดเผยว่าที่ผ่านมาตำรวจได้วางหลายมาตรการในการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท ในครั้งนี้ได้มีการหารือร่วมกันจากตัวแทนทั้งสองสถาบัน โดยตำรวจจะวางกำลังประจำจุด รวมทั้งร่วมการบูรณาการกับทุกฝ่ายในการดูแลความเรียบร้อยก่อนแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน และหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมงานไม่ยั่วยุกันให้เกิดเหตุตามมา และเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top