Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

ป.ป.ส. จับมือ 7 หน่วยงานภาคี ลง MOU ร่วมมือปลุกพลังนิคมอุตสาหกรรม ร่วมต้านภัยยาเสพติด พร้อมเปิดโอกาสผู้ผ่านการบำบัดเข้าทำงาน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 สำนักงาน ป.ป.ส. โดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการ ปลุกพลังนิคมอุตสาหกรรม ร่วมต้านภัยยาเสพติด โดยมี นางบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สายงานพัฒนาที่ยั่งยืน) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมลงนามข้อตกลง ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ สำนักงาน ป.ป.ส.

โครงการปลุกพลังนิคมอุตสาหกรรม ร่วมต้านภัยยาเสพติด เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดเข้าสู่สถานประกอบการ พร้อมทั้งสนับสนุนให้สถานประกอบการมีระบบดูแล ช่วยเหลือ ลูกจ้าง นำลูกจ้างเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษายาเสพติด และรับกลับเข้าทำงาน พร้อมทั้งให้โอกาสผู้ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติดมีโอกาสเข้าทำงาน ซึ่งการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการที่นับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศชาติ จึงกำหนดให้มีการขับเคลื่อนและบูรณาการทำงานร่วมกันในระดับนโยบาย ระหว่าง 7 หน่วยงานขึ้น

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานนับเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ และเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญยิ่ง ในการพัฒนาประเทศชาติปัจจุบันมีแรงงานในระบบจำนวน 19.4 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จำนวนกว่า 1 ล้านคน ซึ่งเพื่อให้เกิดมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในนิคมอุตสาหกรรม ทั้ง 7 หน่วยงานจึงได้มีข้อตกลงที่จะให้เกิด โครงการปลุกพลังนิคมอุตสาหกรรม ร่วมต้านภัยยาเสพติด ขึ้น ซึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายโครงการ คือ สถานประกอบการในทุกนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และเกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล แต่ละหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการจะขับเคลื่อนงานในบทบาทของหน่วย คือ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ถือเป็นหน่วยที่รับผิดชอบดูแลแรงงาน และ ยังเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จะมีบทบาทสำคัญในการประสาน ความร่วมมือกับผู้ประกอบการ และปลุกพลังให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานร่วมกัน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และหน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ กรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทในการร่วมดำเนินการค้นหา เฝ้าระวัง และสร้างการมีส่วนร่วมของ ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชนในการร่วมเฝ้าระวังปัญหา ยาเสพติดในพื้นที่นิคม อุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบ โดยมีหน่วยงานสาธารณสุข ได้แก่ สำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมการแพทย์ ให้การสนับสนุน ให้ค้นหา คัดกรอง และให้คำปรึกษาแนะนำในการประสาน ส่งต่อผู้เสพ/ผู้ติดให้ได้เข้ารับ การบำบัดอย่างเหมาะสม - สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือ พร้อม ให้การสนับสนุนทุกหน่วยงานในการดำเนินงาน ทั้งในระดับนโยบาย และมี สำนักงาน ปปส.ภาค 1 – 9 / กทม. สนับสนุนการดำเนินงานในระดับพื้นที่

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้เน้นให้เจ้าของสถานประกอบการดำเนินการค้นหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติดในสถานประกอบการเพื่อส่งเสริมให้เข้ารับการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม ที่สำคัญอีกอย่างคือการสนับสนุนให้สถานประกอบการให้โอกาสแก่ผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดกลับเข้าทำงาน โดยในอดีต ผู้เสพยาเสพติดมักถูกตีตราและไม่ได้รับโอกาสให้เข้าทำงานในสถานประกอบการ ส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นตามมา คือ การกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ ปัญหาครอบครัวขาดรายได้ การผันตัวจากผู้เสพไปเป็นผู้ค้าเสียเอง ซึ่งตามนโยบายเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องแบ่งประเภทระหว่างผู้เสพกับผู้ค้าซึ่งผู้เสพคือผู้ป่วยเน้นการรักษา และให้โอกาสเพื่อคืนคนดีสู่สังคม ในขณะที่ผู้ค้ายาเสพติด ที่เป็นต้นตอของปัญหา ต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

สืบนครบาลรวบคู่หูโจรขโมยรถจักยานยนต์ย่านสำเพ็ง เอาไปชำแหละอะไหล่ขายมือสองผ่านออนไลน์

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามจับกุมอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริต รถจักรยานที่จอดไว้ตลาดสำเพ็งสูญหายไป จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายมี 2 คนใช้วิธีถีบคอรถ แล้วถอดเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อหลบเลี่ยงจากถูกจับกุม  แต่สุดท้ายไม่รอด

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์   รอง ผบก สส.ฯ, พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ และ พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.สส.3ฯ ได้สั่งการให้  พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วย ร.ต.อ.พิชชากร กองสวัสดิ์, ร.ต.อ.พงศธร อารีย์ รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.ชุดปฏิบัติการที่ 3 ดำเนินการได้ร่วมกันจับกุม
1. นายวุฒิชัย   เสนสม อายุ 22 ปีที่อยู่บ้านเลขที่ 62 ซ.รังสิต-นครนายก 56 ซอย 1 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.440/2567 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2567
2.นายอกนิษฐ์หรือกาย  แก่นจ้าย อายุ 21 ปี ที่อยู่   335/37 ช.สายไหม 33/1 แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม. ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.439/2567 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2567

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโตยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือ การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม"
จับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ที่ บริเวณข้างโรงแรม ซอยรังสิต - นครนายก 14  อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
จับกุมผู้ต้องหาที่ 2 ที่ บริเวณหน้าบ้าน ซ.รังสิต-นครนายก 47 ม.ศรีประจักษ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พฤติการณ์ในคดี เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2567 นายกาย (นาย อกนิษฐ์) ได้มาหานายวุฒิชัยฯ เพื่อชักชวนขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปสำเพ็ง ถนนเยาวราช พื้นที่ สน.จักรวรรดิ ต่อมา ช่วงเวลาประมาณ 5ทุ่ม - เที่ยงคืน ได้เจอรถจักรยานยนต์ Pcx สีเทา-ดำ ของผู้เสียหายจอดอยู่บริเวณตลาดสำเพ็งโดย"ไม่ได้ล็อคคอรถ" จึงได้ทำการลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ให้เพื่อนขึ้นคล่อมรถจักรยานยนต์ แล้วนายกายใช้เท้ายันรถเพื่อนำกลับไปบ้านพัก และถอดแผ่นป้ายทะเบียนออก โยนแผ่นป้ายทะเบียนทิ้ง เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม จากนั้นชำแหละ ขายเป็นอะไหล่ขายมือสอง ในเพจ เมื่อขายได้ จึงแบ่งเงินกันประมาณคนละประมาณ 4,000 ถึง 5,000 บาท

จากการตรวจสอบประวัตินายกาย เมื่อปี 2566 เคยก่อเหตุ 2 ครั้ง คือ ลักรถจักรยานยนต์ ในเมืองทองธานี พื้นที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และลักทรัพย์สินภายในบ้านผู้เสียหาย มูลค่าประมาณ 70,000 บาท พื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬา จ.ปทุมธานี

ในชั้นจับกุม นายวุฒิชัยได้ให้การว่า วันที่ 27 มี.ค.2567 ว่านายอกนิษฐ์ฯได้เดินทางมาหาตนที่โรงแรมดังกล่าวฯซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของตนพอดีจากนั้นจึงได้ชักชวนไปเอารถจักรยานยนต์ เพื่อที่นายอกนิษฐ์จะได้จ่ายหนี้ที่ค้างกับตนไว้จำนวนเงิน 4,000 บาท ที่ตลาดสำเพ็ง ถ.เยาวราช โดยใช้รถจักรยานยนต์ Honda wave ของตนและได้เจอรถจักรยานยนต์ Pcx สีเทา-ดำ จอดไว้บริเวณตลาดสำเพ็ง นายอกนิษฐ์จึงได้บอกตนว่าขึ้นคล่อมรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมาที่หมู่บ้านฯของนายอกนิษฐ์โดยใช้เท้ายันรถ ตนจึงทราบว่าเป็นรถที่ถูกลักทรัพย์มาจากนั้นนายอกนิษฐ์ได้ให้ตนถอดแผ่นป้ายทะเบียนออกเพื่อกันตำรวจเห็น แล้วจึงโยนแผ่นป้ายทะเบียนทิ้งหลังจากนั้นจึงได้แยกย้ายกัน และนายวุฒิชัยให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาตามหมายจับ

ส่วนนายอกนิษฐ์ได้ให้การสอดคล้องรับว่าไปขโมยรถจริง และนำรถมาชำแหละอะไหล่ขายมือ2 ในเพจ Facebook กลุ่ม Pcx ซื้อขายของ จากนั้นจึงได้ทำการแบ่งเงินกันกับนายวุฒิชัยเป็นจำนวนคนละประมาณ 5,000 บาท และนายอกนิษฐ์ฯให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาตามหมายจับ

จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ขอฝากเตือนประชาชนให้คอยระมัดระวังในการจอดรถ จยย. ต้องล็อคคอรถ รวมถึง ใช้โซ่คล้องล้อ หรือ ดิสเบรค ไม่จอดในที่เปลี่ยวลับตาคน จอดในที่ปลอดภัย มีกล้องวงจรปิด เพื่อให้ยากต่อการโจรกรรมของคนร้าย ส่วนผู้ที่ซื้อนิยมซื้ออะไหล่รถมือสองผ่านออนไลน์ ก็ควรตรวจสอบให้ดี ควรระวัง อาจไปรับซื้อของที่ขโมยมา โดนข้อหารับของโจรได้อีกด้วย ดังนั้นควรตรวจสอบประวัติการซื้อขายของบุคคล หรือร้านค้าให้ดีก่อน

‘หลาน’ สานฝัน!! ‘ปู่วัย 102 ปี’ พาเที่ยวทะเลครั้งแรกในชีวิต พร้อมเผยสาเหตุที่ไม่เคยไป เพราะลูกหลานทำงานกันหมด

(7 พ.ค. 67) จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก @userreepij10o4 โพสต์ข้อความสุดน่าประทับใจของคุณปู่ ระบุข้อความว่า “ในเมื่อปู่ของฉันอายุ 102 ปี อยากไปทะเล ลูกหลานก็จัดให้”

ต่อมาล่าสุด นางกนกพิชญ์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นหลานสาว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอม หลาน ๆ กลับมาจากกรุงเทพฯ มาที่บ้านใน อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร จึงมาถามปู่ว่า “อยากไปเที่ยวระยองไหม ไปเที่ยวทะเล” ปู่ก็บอกว่า “กูจะไปเที่ยวไหวไหม ชีวิตนี้กูยังไม่เคยเห็นทะเลสักทีเลย” พวกตนเลยพาปู่ไปเที่ยวทะเลที่อ่าวไข่ จ.ระยอง

เมื่อไปถึงทะเลปู่ก็บอกว่า “คิดว่ามันจะเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยาแถวพิจิตรบ้านเรา” แล้วก็ตกใจว่าทำไมทะเลถึงใหญ่ขนาดนี้ แล้วก็ค่อย ๆ เดินลงทะเล เพราะว่ากลัวไม่กล้าลงทะเลไป แต่เมื่อเดินลงไปแล้วคุณปู่ก็มีความสุขมาก ยิ้มตลอด

ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณปู่แข็งแรงมาก ไม่เคยป่วยหรือเข้าโรงพยาบาลเลย มาวันนี้ได้สานฝันให้คุณปู่ ลูกหลานก็รู็สึกปลื้มและประทับใจกันทุกคนที่ได้พาปู่ไปในบั้นปลายชีวิต เพราะปู่ยังไม่เคยไปทะเลสักครั้งในชีวิต

อีกทั้งปู่เคยบอกว่า “ชีวิตนี้ขอให้ได้ไปทะเลสักครั้งเถอะ” พอได้ไปแล้วก็บอกว่า “สมใจแล้ว เดี๋ยวก็แก่ตายแล้ว” แต่ตนเชื่อว่าปู่แข็งแรงยังอยู่กับลูกหลานได้อีกนาน

ทั้งนี้ หลังจากกลับมาจากทะเลคุณปู่ก็พูดแล้วพูดอีกว่า “ดีใจจริง ๆ เนาะได้ไปทะเล ทะเลมันก็สวย กว้างก็กว้าง ของกินก็อร่อย” หลาน ๆ ก็เลยถามปู่ว่าอยากไปอีกไหม ปู่ก็บอกว่า “อยากไป ถ้ามีโอกาสพาไปใหม่นะ” ตนคิดว่าเพราะปู่ไม่เคยไป พอได้ไปก็ติดใจ

ส่วนสาเหตุที่ปู่ไม่เคยไปทะเล เพราะลูกหลานไปทำงานกันหมด แต่พอได้ไปเห็นโลกกว้าง เลยอยากพาปู่ไปบ้าง อีกทั้งปู่เคยบ่นว่าอยากไป เลยอยากพาปู่ไปสักครั้ง

สุดท้ายนี้ อยากฝากบอกลูกหลานทุกคนว่าถ้ามีโอกาส ให้พาไปเถอะ บางทีเขาอยากไปแต่ไม่รู้จะเอ่ยขอลูกหลานยังไง เพราะคิดว่าลูกอาจจะไม่มีเงิน แต่พอได้พาไป ถือว่าคุ้มมากจริง ๆ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดกิจกรรม น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  ที่ทรงมีพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อคนพิการ พระราชทานชื่อดอกไม้ประดิษฐ์  “ดอกแก้วกัลยา” เพื่อเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ และทรงมีพระดำรัสให้ฝึกอบรม  การประดิษฐ์ "ดอกแก้วกัลยา" ให้คนพิการ เพื่อให้มีอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในงานประกอบด้วย พิธีบำเพ็ญพระกุศลถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  การวางพานพุ่มดอกแก้วกัลยาถวายหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ พิธีมอบทุนการศึกษาให้คนพิการ / บุตรคนพิการ โดยมอบให้ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 1 – 12 ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำไปมอบให้แก่คนพิการ / บุตรคนพิการ  ดังกล่าว และมอบทุนประกอบอาชีพให้คนพิการ จำนวน 10 ทุน  โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส   โนนุช  ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี  ในวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

‘รมว.ปุ้ย’ อัปเดตปมขนย้าย ‘กากแคดเมียม’ ชี้ ดำเนินการถึง จ.ตากแล้ว จำนวน 8 คัน

(7 พ.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวพิมพ์ภัทรา​ วิชัยกุล​ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ กล่าวถึงการขนย้ายกากแคดเมียม​ ว่า​ ตนเป็นห่วงเรื่องฝน​ ขณะนี้พยายามขนกากแคดเมียมที่อยู่นอกอาคารเข้าไปเก็บในอาคาร​ และพยายามให้เป็นไปตามแผน​อันไหนที่ปรับเพื่อคลายความกังวลของประชาชนก็ทำ​ เช่น​ เรื่องรถขนส่ง เปลี่ยนมาใช้ตู้คอนเทนเนอร์​ทั้งหมด​ โดยเมื่อวานนี้ออกจากจังหวัดสมุทรสาครไปแล้ว​ 8 คัน ถึงที่หมายจังหวัดตากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว​ และตอนนี้กำลังเคลื่อนถุงลงจากรถ​

ส่วนจำนวนรถเพียงพอต่อการขนย้ายหรือไม่​ นางสาวพิมพ์​ภัทรา​ กล่าวว่า​ เราพยายามทำตามกำหนดการ ถ้ามีรถเพิ่มขึ้นก็จะดีที่สุด​

เมื่อถามถึงกรณีเหตุไฟไหม้โรงงานอุตสาหกรรม​บ่อยครั้ง​ นางสาวพิมพ์​ภัทรา​กล่าวว่า​ ส่วนหนึ่งมาจากอากาศ​ ซึ่งตอนนี้มีการเฝ้าระวัง​ ล่าสุดคณะกรรมการ​สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ​ ที่มีพลตำรวจเอกพัชรวาท​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ทรัพยากรธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ เป็นประธาน​ โดยได้สั่งการให้แต่ละจังหวัด​ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง​ ออกสำรวจพื้นที่​โรงงานที่มีความเสี่ยง​ ภายใน​ 20 วัน​ และนำรายชื่อเข้าคณะกรรมการ​และกระทรวง​อุตสาหกรรม​เอง​โดยทางกรมโรงงานได้แบ่งคณะไปตรวจเหมือนกัน​ แต่เรื่องนี้คงต้องระมัดระวัง​ ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือหน่วยงานต้องช่วยกัน​

ส่วนที่กรรมาธิการ​การอุตสาหกรรม​สภาผู้แทนราษฎร​ วิเคราะห์ว่าเป็นการวางเพลิง​ เพื่อเลี่ยงกฎหมายใหม่ที่จะมาบังคับใช้​ นางสาวพิมพ์​ภัทรา​ กล่าวว่า​ คิดได้หลายมุม​ อันดับแรกกฎหมายบังคับแล้ว​ว่าจะต้องเคลียร์กากตะกอนสารเคมีออกจากโรงงาน​ ถ้าคิดในมุมไม่ดี​ ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่​ การเผาไม่ต้องเสียค่ากำจัด​ ซึ่งผู้ประกอบการต้องยอมรับด้วยว่าการกระทำแบบนี้มีผลกระทบต่อประชาชน​โดยรอบจำนวนมาก​ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องการวางเพลิงไม่ได้​ จะต้องยกระดับความรุนแรง​ ปฏิบัติการแบบนี้หมายถึงความมั่นคงแล้ว​ ตนจึงขอความช่วยเหลือจากฝ่ายความมั่น​คง​ ไม่ว่าตำรวจหรือดีเอสไอ​ เข้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วย​

นางสาวพิมพ์​ภัทรา​ ยังกล่าวอีกว่า​ โรงงานที่ถูกศาลสั่งให้คืนพื้นที่และต้องจัดการ กับการสารเคมีทราบว่ามีกี่เจ้า​ เพียงแต่เวลาทำไม่ดีทำได้ง่ายกว่า​ คนที่ไม่รับผิดชอบทำง่ายกว่าคนที่รับผิดชอบ​ ซึ่งขณะนี้มีโรงงานในลักษณะ​ดังกล่าว​ 6-10 โรงงาน​

ส่วนจะเอาผิดโรงงานเหล่านี้ได้หรือไม่​ นางสาวพิมพ์​ภัทรา​ กล่าวว่า​ วันนี้ที่ทำควบคู่กันไปคือ​กรมโรงงานอุตสาหกรรม​เสนอแก้กฎหมายเพิ่มโทษ​ พร้อมย้ำว่า​ เรื่องนี้เป็นภัยความมั่นคง​ ที่ชาวบ้านโดยรับได้รับผลกระทบ​ เราไม่ได้มองแค่เรื่องไฟไหม้​ แต่ยังมองไปถึงสภาพอาการที่ชาวบ้านต้องเจอ​ ส่วนที่เริ่มเข้าฤดูฝน​ขณะนี้มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​มามอร์​นิเตอร์เรื่องสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ​ ตนเข้าใจว่าประชาชนในพื้นที่เจอปัญหามากที่สุด​ พร้อมระบุว่า ยืนยันได้ลำบากว่าน้ำจะปนเปื้อนสารเคมีจากโรงงานลงสู่แหล่งน้ำหรือไม่​ อย่างที่จังหวัดระยองและพระนครศรีอยุธยา​ ขณะนี้ได้ขอให้กรมป้องกัน​และ​บรรเทา​สาธารณภัย​ หรือ​ ปภ.​สร้างพนังกั้นน้ำ​ แต่ต้องดูว่าจะสามารถทำได้หรือไม่​ พร้อมยอมรับว่ามีความกังวล

นางสาวพิมพ์​ภัทรา​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ช่วงนี้ กรธ.การอุตสาหกรรมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงไปชี้แจงทุกสัปดาห์​ ซึ่งสัปดาห์นี้หาไม่ติดธุระ​ ตนก็จะไป

‘เรวัช’ ฉะ!! ‘โน้ส’ ปมดรามาพอเพียง เล่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ชี้!! มุขอื่นมีเยอะแยะ จี้!! ให้ออกมาขอโทษสังคม

เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.67) จากกรณีคลิปโปรโมตทอล์กโชว์ ‘เดี่ยวสเปเชียล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ ‘โน้ส อุดม แต้พานิช’ พร้อมทั้งเขียนแคปชันประกอบคลิปว่า…อยากพอเพียง อยากปลูกผักตามอินฟลูฯ แต่ลืมคิดว่าเขาลงจากรถตู้ พอกครีมกันแดดมาเกี่ยวข้าววว กลับมาคราวนี้ พี่โน้ส-อุดม เค้าจัดเต็ม ไม่กั๊ก ไม่เซนเซอร์ เชิญรับชมพร้อมกันได้ใน ‘เดี่ยว สเปเชียล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์’ ยังคงเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดบนโลกโซเซียล

ล่าสุด พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส. ได้ไลฟ์สดผ่านยูทูบช่อง ‘โจ เรวัช กลิ่นเกษร’ โดยแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดตามสไตล์บางช่วงบางตอนว่า ตนดูแล้วไม่เข้าท่า ทะลึ่งไม่เข้าเรื่อง ถามว่าโน้ตทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติบ้าง เคยไปพูดฟรีให้งานกาชาดบ้างหรือเปล่า ไม่ควรอย่างยิ่งเลย เล่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ลืมตัวอีโก้สูง คิดว่าตัวเองเป็นดาราดังแล้วเหรอ คุณจะรวยเท่าไหร่คุณก็ไม่ได้ไปแจกสร้างมูลนิธิช่วยคนยากคนจน

"ปากเสียไม่เข้าเรื่องนะครับ ต้องดัดสันดาน ใครที่ยังศรัทธา อย่าไปซื้อบัตรไปดูมันนะครับ ไม่เข้าท่า ถ้าผมนั่งดูอยู่ด้วยวันนั้น จะขึ้นไปถีบบนเวทีเลย ไม่ให้พูดจบหรอก ไม่งั้นจะเอารองเท้าปาใส่ไปเลย มันไม่เข้าท่าจริง ๆ มีมุขอื่นให้เล่นเยอะแยะ ไม่ควรเอามุขแบบนี้มาเล่น พูดผิดแล้วก็ออกมาขอโทษสังคมเขาซะว่ากลอนพาไป" พล.ต.ท.เรวัช กล่าว

‘บก.ลายจุด’ เชียร์ ‘โน้ส อุดม’ ปมร้อนกรณี ‘เดี่ยว’ ชี้!! วิจารณ์ได้ตรงประเด็น ‘เรื่องการดัดจริต’

(6 พ.ค.67) ‘บก.ลายจุด’ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรม ทวีตข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) @nuling เห็นด้วยกับ โน้ส อุดม แต้พานิช กรณี ขึ้นพูด ‘เดี่ยวสเปเชียล’ เกี่ยวกับเรื่องพอเพียง โดยได้ระบุว่า...

สิ่งที่โน๊ตพูดถึงคนรวยไปปลูกผักแล้วถ่ายรูปลง IG แต่คนปลูกจริงๆ จ้างเกษตรกรปลูกนั้น

ต้องพิจารณาว่าคนที่ปลูกผักเขาอ้างอิงเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า คือใน IG เขาพยายามสื่อถึงความเรียบง่ายในแบบที่เป็นภาพลักษณ์ของความพอเพียงหรือไม่ ถ้ามีการสื่อทำนองนี้ สิ่งที่โน๊ตวิจารณ์ถึงว่าตรงประเด็น คือ ดัดจริต

แต่ถ้าคนปลูกไม่ได้อ้างหรือพยายามสื่อความเรียบง่ายแบบพอเพียง แต่เป็นเรื่องความรักความสนใจส่วนตัว แล้วเขามีเงินที่จะทำเช่นนั้นแล้วมีความสุข แบบนั้นคนวิจารณ์ดัดจริต

ในระบบวิธีคิดของโน๊ต เขาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง แต่เพียงแต่เขารู้สึกว่าการเป็นเศรษฐีแต่มาทำตัวพอเพียงแบบที่ไม่ได้ทำด้วยตนเองมันดัดจริต แค่นั่นล่ะครับ

ส่วนคนที่ไปด่าโน๊ตกันโครมๆตอนนี้ แมร่งไม่มีอะไรมากไปกว่าโดนคำว่า "พอเพียง" เข้าไปคำเดียว พวกไม่พิจารณาเรืองราวทั้งหมด แล้วมีอาการดีดขึ้นมาอย่างที่เห็น พอเหอะเพลียแล้ว

‘จีน’ ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ‘มหาวิทยาลัยดีที่สุดในเอเชีย 2024’ ‘สิงคโปร์-มาเลเซีย’ เด็ด!! เป็นประเทศในอาเซียน ที่ติดท็อป 100

(6 พ.ค.67) เว็บไซต์ Times Higher Education แหล่งบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วโลก จากสถาบันการศึกษามากกว่า 7,000 แห่ง ใน 171 ประเทศ ได้จัด 100 อันดับ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พบว่า ประเทศที่มีจำนวนมหาวิทยาลัยติดอันดับดังกล่าว มากที่สุด คือ “ประเทศญี่ปุ่น” 119 สถาบัน ตามมาด้วย ประเทศอินเดีย 91 สถาบัน และประเทศจีน 89 สถาบัน ทว่ามหาวิทยาลัยจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ติดอันดับท็อป 10 ถึง 5 แห่ง

สำหรับ 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 มีดังนี้

อันดับ 1 มหาวิทยาลัยชิงหฺวา ประเทศจีน (อันดับโลก : 12)

อันดับ 2 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน (อันดับโลก : 14)

อันดับ 3 มหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ (อันดับโลก : 19)

อันดับ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ (อันดับโลก : 32)

อันดับ 5 มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (อันดับโลก : 29)

อันดับ 6 มหาวิทยาลัยฮ่องกง ฮ่องกง (อันดับโลก : 35)

อันดับ 7 มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้เจียงตง ประเทศจีน (อันดับโลก : 43)

อันดับ 8 มหาวิทยาลัยฟูตัน ประเทศจีน (อันดับโลก : 44)

อันดับ 9 มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน (อันดับโลก : =55)

อันดับ 10 มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง : CUHK ฮ่องกง (อันดับโลก : 53)

ในการจัด 100 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 ครั้งนี้ปรากฏว่า ไม่มีมหาวิทยาลัยจากประเทศไทย ติดอันดับ 

อาทิเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 117, มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 139, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 192, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ในอันดับที่ 201-250, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 401-500, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับ 601+

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อพบว่ามีเพียงมหาวิทยาลัยจาก ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) ติดอันดับท็อป 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024

'มูลนิธิพระราหู' มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว 'ด.ต.ปิยะนันท์' หลังประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วงสงกรานต์

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.67 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ในนามมูลนิธิพระราหู  มอบหมายให้ พ.ต.ต.เตชิต เขื่อนหมั่น เป็นผู้แทนนำเงินสมทบทุนช่วยเหลือมอบให้ ครอบครัว ด.ต.ปิยะนันท์ สีเสื้อ (ผบ.หมู่) สทล.3 กก.1 บก.ทล. ประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ ภาระกิจจัดการจราจร (เปิดช่องทางเดินรถพิเศษขาเข้า กทม.) บริเวณแยกดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เมื่อ วันที่ 16 เม.ย.67 ช่วงเทศกาลสงกานต์ และได้เสียชีวิต ในเวลาต่อมา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
 

‘อ.สมชัย’ ชี้ ‘แบงค์ชาติ’ วิจารณ์ได้ แต่คนพูดก็ต้องถูกวิจารณ์ ย้ำ!! ต้อง ‘มีพื้นฐานความรู้-ปราศจากอคติ-มีตรรกะของเหตุผล’ 

(6 พ.ค.67) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ เกี่ยวกับการวิจารณ์การทำงานของ ‘ธนาคารแห่งประเทศไทย’ โดยได้ระบุว่า ...

แบงค์ชาติ วิจารณ์ได้

แบงค์ชาติ เป็นสถาบันที่มีหน้าที่กำกับนโยบายด้านการเงินของประเทศ ดูแลอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ปริมาณเงินในตลาด และอัตราแลกเปลี่ยน ทำงานดีก็ต้องชม ทำงานไม่เข้าท่าก็วิจารณ์ได้

แต่การวิจารณ์ แบงค์ชาติ ต้องอยู่บนพื้นฐานความรู้ ปราศจากอคติ และมีตรรกะของเหตุผล เช่น จะบอกว่าประเทศไทยมีหนี้สาธารณะเยอะ เพราะการไม่ลดดอกเบี้ยธนาคาร ดูจะเป็นการเชื่อมโยงของสิ่งห่างไกลเกินไป

หนี้สาธารณะ (Public Debt) นั้น มาจากกู้ยืมเงินของรัฐจากการทำงบประมาณขาดดุล ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ 11.4 ล้านล้านบาท จะลดลงต่อเมื่อเราตั้งงบประมาณใช้คืนมากขึ้น กู้ใหม่ให้น้อยลง หรือกู้มาลงทุนเพื่อให้มีรายได้มาใช้คืนไม่ใช่กู้มาแจก

หนี้ครัวเรือน (Household debt) ของไทย คือ หนี้ของชาวบ้านที่ไปกู้ยืมสถาบันทางการเงิน เช่น ผ่อนบ้าน ซื้อรถ กู้ยืมมาเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16.8 ล้านล้านบาท หากมีอัตราดอกเบี้ยสูง ย่อมผ่อนคืนยาก ส่งต้นได้น้อย ส่งเท่าไรก็ส่งได้แต่ดอก 

เพราะดอกเบี้ยเงินกู้แบงค์ ประมาณร้อยละ 7 ส่วนดอกเบี้ยนโยบายตอนนี้ ร้อยละ 2.5 

แบงค์ชาติ วิจารณ์ได้ครับ แต่คนวิจารณ์แบงค์ชาติด้วยตรรกะที่ตื้นเขิน ก็ย่อมถูกวิจารณ์ได้เช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top