Sunday, 8 November 2026
NEWS FEED

คณะเอกอัครราชฑูต ณ กรุงฮานอยและหน่วยงานรัฐบาลเวียดนามเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยา สวนระดับโลกศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในประเทศไทย

(12 ก.ย. 67) สวนนงนุชพัทยา นำโดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ให้การต้อนรับคณะเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอยและหน่วยงานรัฐบาลเวียดนาม จำนวน 16 ท่าน ที่นำโดยนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย รวมถึงนายธรณัส คุณยศยิ่ง กงสุล และนายเหวียน หิว เหงียะ เลขาธิการพรรคฯ จังหวัดฮึงเอียน ในการเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในประเทศไทย

การเยี่ยมชมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสวนนงนุชพัทยา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หลังจากการบรรยาย คณะได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ทฤษฎีใหม่ ที่เน้นการทำเกษตรแบบยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หัวโขน ซึ่งเป็นการนำเสนอศิลปะการแสดงโขนของไทยที่เป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าชมการแสดงนงนุชโชว์ และการแสดงของช้างแสนรู้ ณ โรงละครสกาลานงนุชพัทยา ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่สร้างความประทับใจให้กับคณะผู้แทนเป็นอย่างมาก

จากนั้น คณะผู้แทนได้เดินทางเยี่ยมชมพื้นที่สวนที่มีขนาดกว่า 1,700 ไร่ ซึ่งครอบคลุมหลายโซน เช่น สวนกระถาง สวนกล้วยไม้ และหุบเขาไดโนเสาร์ โดยคณะได้ใช้เส้นทางรถชมวิวเพื่อเข้าชมโซนเนิร์สเซอรี่สับปะรดสี เนิร์สเซอรี่ตะบองเพชร และสวนดอกไม้พญานาค นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พุทธคุณ ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมวัตถุมงคลและพระพุทธรูปที่มีความสำคัญทางศาสนา

การเยี่ยมชมครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างยิ่งให้กับคณะเอกอัครราชทูตและหน่วยงานรัฐบาลเวียดนาม ก่อนที่คณะจะเดินทางกลับ

'ประธานวุฒิสภา' ให้การรับรอง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ – เลสเตประจำประเทศไทย

เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.67) เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องรับรองพิเศษ 204 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้การรับรองนายจูเว็งซียู ดือ จือซุซ มาร์ติงซ์ (H.E. Mr. Juvêncio de Jesus Martins) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเตประจำประเทศไทย ในโอกาสพ้นหน้าที่จากประเทศไทย โดยมีนายชิบ จิตนิยม นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา และนางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา ร่วมให้การรับรอง

ประธานวุฒิสภา ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฯ และกล่าวถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ปีนี้ครบรอบ 22 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ที่ผ่านมาไทยได้มีโครงการความร่วมมือในติมอร์ - เลสเต โดยไทยได้เผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อใช้ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวติมอร์ - เลสเต โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนของติมอร์ – เลสเต ด้วยการพระราชทานการสนับสนุนแก่โรงเรียนของติมอร์ - เลสเต ในส่วนของความสัมพันธ์ด้านนิติบัญญัติระหว่างไทยกับติมอร์ - เลสเต อยู่ในระดับที่ดี โดยในระดับทวิภาคีรัฐสภาของทั้งสองประเทศได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาระหว่างประเทศระหว่างกันขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองฝ่ายในการสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านนิติบัญญัติร่วมกัน 

นอกจากนี้รัฐบาลไทยกับติมอร์-เลสเตได้ลงนามในความร่วมมือยกเว้นการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา อีกทั้งไทยยังสนับสนุนการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของติมอร์-เลสเตในประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ ขอขอบคุณและชื่นชมเอกอัครราชทูตฯ ที่ปฏิบัติภารกิจและหน้าที่อย่างมุ่งมั่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วุฒิสภาไทยยืนยันจะสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้มั่นคงยั่งยืนต่อไป

ด้านเอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและติมอร์-เลสเตได้พัฒนามากขึ้นในหลายมิติตั้งแต่เริ่มต้นการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งพลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และพลเอก วินัย ภัททิยกุล มีบทบาทสำคัญในกองกำลังรักษาสันติภาพติมอร์-เลสเต ที่ได้ช่วยฟื้นฟูและพัฒนากระบวนการสร้างชาติของติมอร์-เลสเตให้อยู่ในระดับสากลเสมอมา และขอให้ดำรงรักษาความสัมพันธ์อันดีผ่านความร่วมมือด้านรัฐสภา การศึกษา การท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

'อดีตทูตฯ' เห็นใจ!! ชะตากรรมเด็กไทย 'ย้ายประเทศ' ไปออสเตรเลีย แนะ!! ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็กลับมาเมืองไทย "เพราะบ้านเรายังอบอุ่นกว่า"

เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เท่าที่ทราบ ตอนนี้พวกที่เคยทำเพจแนะนำให้ย้ายประเทศไปออสเตรเลีย เริ่มทยอยกันกลับกันมาบ้างแล้ว เพราะทนค่าครองชีพที่สูงบรรลัยที่นั่นไม่ไหว เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ยังไม่พอใช้จ่ายแต่ละเดือน เงินเหลือเก็บแทบไม่มี

มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีเด็กไทยไปประสบเคราะห์กรรมเจ็บป่วย เป็นโรคซึมเศร้า มีอาการทางจิตหลายราย

บางรายก็เอาชีวิตไปทิ้งที่ออสเตรเลีย เจ็บป่วยตายแบบว้าเหว่โดดเดี่ยว น่าเวทนา ชุมชนไทยก็ระดมเงินช่วยกันเท่าที่จะช่วยได้

ยิ่งช่วงหลังเจอมาตรการของรัฐบาลออสเตรเลียที่พยายามลดจำนวนคนเอเชีย ไม่ต่อวีซ่าให้ หรือขั้นตอนการต่อวีซ่า Strict สุด ๆ

ยังไง ๆ ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ อย่างน้อยกลับมาตายรังที่บ้านเรายังอบอุ่นกว่านะ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมอุปกรณ์ รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ บรรทุกชุดถุงยังชีพและยาสามัญ เร่งช่วยเหลือ - อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมชาวเชียงราย 

ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเสียหายเป็นจำนวนมาก ค่ำวานนี้ (วันที่ 10 กันยายน 2567) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เร่งลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทันที

โดยมูลนิธิฯ ได้เดินทางถึงอำเภอแม่สายเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 กันยายน 2567 และเร่งดำเนินการจัดตั้งกองอำนวยการและโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ณ โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมจัดทีมปฏิบัติการเร่งให้ความช่วยเหลือในทันที นำน้ำดื่มเข้าพื้นที่แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ดำเนินการอพยพประชาชน  ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

โดยมี นายภรัณยู โรจนวุฒิธรรม (แทค ภรัณยู) อาสาสมัครศิลปิน พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

และในขณะนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงอยู่ระหว่างปฏิบัติการภารกิจอพยพในพื้นที่ต่อเนื่อง รวมทั้งประกอบอาหารปรุงสุก พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรทุกรถและเรือ ลงพื้นที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน  และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป 

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

สำรวจรายชื่อมหาวิทยาลัยจีน ที่ถูกมะกันหมายหัว เพราะกลัวกระทบต่อความมั่นคงของชาติสหรัฐฯ

ไม่นานมานี้ เพจ 'สะใภ้จีนbyฮูหยินปักกิ่ง' ได้แจ้งข่าวกรณีที่หลายสถาบันการศึกษาในจีนถูกหมายหัวจากสหรัฐฯ และทำให้นักเรียนสัญชาติจีนจะถูกกีดกันในการเข้าเรียนที่สหรัฐฯ โดยระบุว่า...

นักเรียนสัญชาติจีนถูกกีดกันด้านการศึกษาในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการเรียนต่อทางด้าน 'ป.โท-ป.เอก' หลังจากจบการศึกษา ป.ตรี จากมหาวิทยาลัยเหล่านี้ในจีน 

โดยสหรัฐฯ จะไม่ออกวีซ่าให้ หรือไม่ก็ถ้ามีวีซ่า แต่อาจโดนเพ่งเล็งตอนเข้า ตม.ที่ USA

ลูกใครเด็กจีน ก็คิดดี ๆ ว่าอยากให้ลูกมีสัญชาติอะไร เพราะสัญชาติมีผลต่อการเรียนต่อของลูกในอนาคต

สำหรับรายชื่อสถาบันการศึกษาจากจีนที่ถูกกีดกันจากสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย....

1. สถาบันเทคโนโลยีปักกิ่ง
2. มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศปักกิ่ง
3. มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหนานจิง
4. มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศนานกิง
5. สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน
6. มหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ฮาร์บิน
7. มหาวิทยาลัยสารพัดช่างนอร์ธเวสเทิร์น

'แชมป์-กษิดิศ' ขอแรงนักเจ็ตสกีทั่วประเทศ เข้าช่วยน้ำท่วมแม่สาย ตอนนี้เริ่มมีผู้เสียชีวิตแล้ว เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ทัน

(12 ก.ย. 67) เฟซบุ๊ก แชมป์ ลอยยย' หรือ แชมป์ กษิดิศ ธีระประทีป หนุ่มดีกรีแชมป์โลกเจ็ตสกีที่ได้ลุยกระแสน้ำเข้าไปช่วยลุงเขียงหมูหรือคุณตาเต็นท์แดงได้สำเร็จนั้น ล่าสุด แชมป์ กษิดิศ ได้โพสต์ขอความร่วมมือ ระบุว่า…

"ตอนนี้เริ่มมีผู้เสียชีวิตแล้วครับเพราะว่าผมเข้าไปช่วยไม่ทันจริง ๆ ฝากถึงนักเจตสกีทั่วประเทศใครอยากมาช่วยขอด่วน ๆ เลยครับ รวมพลังนักเจ็ตสกีที่จะมาช่วยขอให้ไปแจ้งชื่อที่คุณเขียด หรือ กรรมการตัวแทนนักกีฬาท่านใดของสมาคมก็ได้ก่อนนะครับ ตอนนี้หน้างานยุ่งมาก อาจจะรับสายไม่หมดครับ แสดงพลังชาวเจตสกีกันเยอะ ๆ นะครับ"

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลแพรกษา สนับสนุนทุนการศึกษา ร่วม 2 ล้านบาท ดันกองทุน 'ร้อยโรงงาน ร้อยดวงใจ หนึ่งโรงเรียน' ให้เด็กได้เรียนฟรี

ที่ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานเทศบาลตำบลแพรกษา ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ให้เกียรติเป็นประธานมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา กระทรวงมหาดไทย

ภายใต้กองทุน “ร้อยโรงงาน ร้อยดวงใจ หนึ่งโรงเรียน” ซึ่งก่อนวันรับมอบทุนการศึกษาได้มีการประชุมพิจารณาโดยคณะกรรมการ มีนายเมธากุล สุวรรณบุตร ประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ร่วมประชุมเเละพิจารณาให้ความเห็นชอบทุนกับนักเรียนในสังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา ประจำปี 2567 

สำหรับการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียน ตลอดจนผู้ปกครองร่วมในพิธีครั้งนี้ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลแพรกษา ชั้น 5 ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร กล่าวว่า สำหรับทุนการศึกษา คณะกรรมการบริหารกองทุน “ร้อยโรงงาน ร้อยดวงใจ หนึ่งโรงเรียน” ได้ประชุมพิจารณาคัดเลือกรายชื่อนักเรียน เพื่อเข้ารับทุนการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยแบ่งทุนการศึกษาออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1 ทุนการศึกษา ค่าบำรุงการศึกษา ทุนประเภทที่ 2 ทุนการศึกษา ผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ทุนประเภทที่ 3 ทุนการศึกษา ผู้มีความประพฤติดี มีผลการเรียนดี และทุนประเภทที่ 4 ทุนการศึกษาต่างประเทศ สนับสนุนนักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเทศบาลตำบลแพรกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับคัดเลือกให้ไปนำเสนอผลงานการแข่งขันแลกเปลี่ยนทางวิชาการ หรือวัฒนธรรม การเข้าค่าย และการศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ

ทั้งนี้ มีนักเรียนที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 235 ทุน 1 โรงเรียนอนุบาลแพรกษาวิเทศศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 21 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 91,000 บาท 2 โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 161 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,224,522 บาท 3 โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 53 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 266,000 บาท รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 1,581,522 บาท 

อย่างไรก็ตาม เทศบาลตำบลแพรกษา โดยนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภา พร้อมที่จะขับเคลื่อนเดินหน้ากองทุน “ร้อยโรงงาน ร้อยดวงใจ หนึ่งโรงเรียน” และพร้อมเป็นเจ้าภาพในการดูแลให้เด็กนักเรียนทุกคนได้เรียนฟรีใน ปี พ.ศ. 2570 โดยเหตุผลที่ว่า การศึกษาต้องมาก่อน

“เราเก่งคนเดียวไม่ได้…ถ้าไม่มีทีมที่ดี” ข้อคิดดี ๆ จาก ‘ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9’

❤ข้อความจากใจแชมป์โลก 2 กติกา ถึง #เทรนเนอร์คู่ใจ พี่ชายผู้อยู่เบื้องหลังในทุกไฟต์ที่เขาทำมันสำเร็จ

ผบ.ฉก.กร.642 นำกำลังพลมอบถุงยังชีพพระราชทานฯ ให้ ปชช. ประสบอุทกภัย

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ 642 (ผบ.ฉก.กร.642) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกำลังพลเดินทางเข้าพื้นที่ประสบอุทกภัย นำเรือเข้ามอบถุงยังชีพพระราชทาน และถุงยังชีพกองทัพเรือ ให้แก่ประชาชนชุมชน ต.รางจรเข้ อ.เสนา จว.พระนครศรีอยุธยา

โดยคณะ ต้องนั่งเรือไปมอบถุงยังชีพ เนื่องจากเป็นบ้านติดข้างคลอง มีคนชราและผู้ป่วยที่ไม่สามารถออกมารับถุงยังชีพในพื้นที่ที่กำหนดได้ เป็นการมอบความห่วงใย เป็นกำลังใจจาก กองทัพเรือ ที่มีให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย

และขณะนี้ น้ำในคลองมีระดับน้ำเป็นปกติแล้ว และพื้นที่ทั่วไปไม่มีน้ำท่วมขัง เพียงแต่มีปริมาณน้ำที่ถูกปล่อยลงมาตามคลองต่ำกว่าปริมาณน้ำที่ส่งผ่านออกไป ถือเป็นการพร่องน้ำ เพื่อรอเวลาน้ำลดลง เมื่อวันที่ (10 ก.ย.67) เวลา 09.00 - 12.00 น. ที่ผ่านมา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานถุงยังชีพ ทร. ส่งเรือผลักดันน้ำ รถ AAV และมนุษย์กบ ให้การช่วยเหลือ ปชช.จากอุทกภัย จ.เชียงราย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานถุงยังชีพ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  ด้านกองทัพเรือ จัดกำลัง พร้อมเรือผลักดันน้ำ และยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก (รถ AAV)  และมนุษย์กบ ให้การช่วยเหลือประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

พลเรือตรี วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัด เชียงราย ส่งผลให้มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ในหลายพื้นที่

การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงห่วงใยต่อราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ในพื้นที่ต่าง ๆ จึงทรงโปรดให้กองทัพเรือ อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมถุงยังชีพจาก กองทัพเรือ และหน่วยงานพันธมิตรของกองทัพเรือ ประกอบด้วย การรถไฟฟ้ามหานคร และธนาคารไทยพาณิชย์ รวมจำนวน 1,100 ชุด  มอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ด้วยความปกติสุขในเร็ววัน 

โดยจะมีการมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้แล้วยังจะได้มีการจัดรถครัวสนามลงพื้นที่ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยา ในเบื้องต้น

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่ออีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพเรือ โดยพลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้  หน่วยเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำกองทัพเรือ จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์  ให้การสนับสนุนทางจังหวัดเชียงราย ในการจัดเรือผลักดันน้ำ จำนวน 20 ลำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ ลงไปติดตั้งในพื้นที่อำเภอที่แม่น้ำอิงไหลผ่าน ประกอบด้วย อำเภอป่าแดด อำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งราย และอำเภอเชียง จังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ ลงสู่แม่น้ำโขงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย  พร้อมทั้งให้ กองเรือยุทธการ จัดชุดปฏิบัติการจาก หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (หรือมนุษย์กบ) และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ทั้งการลำเลียงประชาชน และทรัพย์สิน ออกจากพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยง

โดยใน ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (11 กันยายน 2567 ) กำลังพลชุดแรกจาก จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ประกอบด้วย ชุดควบคุมและสนับสนุนและชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเรือยางท้องแข็งและเรือยางยุทธวิธี ได้ถูกลำเลียงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - 130 ของกองทัพอากาศ ออกเดินทางจากสนามบินอู่ตะเภา ไปยัง จังหวัดเชียงราย แล้ว นอกจากนั้น ยังได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ ดำเนินการตามสั่งการดังนี้

- ให้ ฐานทัพเรือกรุงเทพและกรมการขนส่งทหารเรือ จัดหน่วยเคลื่อนที่ ทั้งรถบรรทุก เรือท้องแบนที่มีอยู่ทั้งหมด ขึ้นไปช่วยเหลือ โดยให้ออกเดินทางภายในวันนี้ (11 ก.ย.67)

- ให้ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เป็นผู้รับผิดชอบ การปฏิบัติในพื้นที่ จังหวัด เชียงรายทั้งหมด
- ให้หน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ รวมถึงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ (หน่วยซีล) ให้การสนับสนุนตามที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ร้องขอ
- ให้ฐานทัพเรือกรุงเทพ จัดถุงยังชีพ สำหรับ แจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด 

นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ยังได้สั่งการให้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยพื้นที่ต่าง ๆ ของกองทัพเรือ รวมทั้งหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติเชิงรุกทั้งด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ให้มีความพร้อม ในการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยบูรณาการและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้มีการสำรวจความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งติดตามการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือ ยังคงเตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ที่จะให้การสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ 1696 ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top