Sunday, 21 June 2026
NEWS FEED

ศบภ.ทร. โดย นบภ.นย. พร้อมให้การช่วยเหลือเมื่อเกิดภัย

เมื่อวันที่ (19 ต.ค. 97) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (ศบภ.ทร.) โดย หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นบภ.นย.) กองพันทหารราบที่ 7 ฯ และกองพันซ่อมบำรุงฯ  (พัน.ร.7ฯ และ พัน.ซบร.ฯ) ดำเนินการสนธิกำลัง เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ซึ่งจากการแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ในห้วงวันที่ 19 - 23 ต.ค.67 ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบ จากลมมรสุมทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด จึงขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังอันตราย จากฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้เส้นทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณา รวมถึงการขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นสู่ที่สูง ผูกมัดรัดตึงให้เกิดความแข็งแรง

หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พื้นที่ อ.สัตหีบ หมายเลข 0948464244 และ 0993339736 พื้นที่ จว.ระยอง หมายเลข 0817241893 และ 0833971800 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน สาขาอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยแนวคิด Multi-Function  ส่งเสริม Soft Power ไทย ประจำปี 2567

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สู่ตลาดสากลขับเคลื่อน โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน สาขาอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยแนวคิด Multi-Function  
ส่งเสริม Soft Power ไทย ประจำปี 2567

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 10 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินกิจกรรมเพิ่มศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน สาขาอาหารและเครื่องดื่ม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช  

โดยกลุ่มที่ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการจำนวน 7 กลุ่มวิสาหกิจ ได้แก่
1. ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ  (ไร่สวัสดิ์สุข)  
2. วิสาหกิจชุมชนสวนสักการเกษตร  
3. วิสาหกิจชุมชนคนสร้างสุขวังมโนห์รา
4. วิสาหกิจชุมชนปลาใส่อวนแม่แกวดสูตรโบราณ
5. วิสาหกิจชุมชนปลาดุกร้าท่าซัก  
6. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์  
และ 7. วิสาหกิจชุมชนเกษตรบางขี้หมูตำบลการะเกด 

พร้อมเข้าร่วมการพัฒนาใน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 
1. ถ่ายทอดความรู้ ในด้านการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบ Multifunction Product  
2. ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
3. การให้คำแนะนำเชิงลึกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 
4. การจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เชื่อมโยงกับ Soft Power นำเสนอสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ในสื่อออนไลน์

โดยเป้าหมายหลักในการจัดโครงการนี้ 
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยแนวคิดการใช้งานได้หลากหลาย (Multi-Function) เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการในการผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดระดับสากล ไม่ใช่แค่อาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้หลากหลายหน้าที่ หรือเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลายแบบ
การใช้วัตถุดิบในชุมชน อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรมพื้นถิ่น ผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี เรื่องเล่า (Storytelling) ออกแบบและพัฒนา เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่  อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการของไทย 

เพื่อพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถผลิต ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่า มีคุณประโยชน์เพิ่มขึ้น และ/หรือมีบริการหลังการขาย (Services) ที่ทันกับยุคสมัย (Trend) มีคุณภาพมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตอบโจทย์ผู้บริโภคเป้าหมาย และพร้อมเติบโตมุ่งสู่การแข่งขันในระดับสากล

สำหรับกิจกรรมนี้จะช่วยให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ จำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ ที่แต่ละผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้หลากหลาย(Multifunction Product) และยังเชื่อว่าการเติบโตของกลุ่มวิสาหกิจต้องขยายในท้องตลาด ละยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก

1.ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ  (ไร่สวัสดิ์สุข) พัฒนาผลิตภัณฑ์แยมจากส้มโอทับทิมสยาม

เกิดจากความต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกส้มโอทับทิมสยามอย่างแพร่หลาย ส้มโอทับทิมสยามถือเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นที่รู้จักในตลาดผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ แนวคิดการพัฒนาแยมจากส้มโอทับทิมสยามนี้ไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการของตลาด แต่ยังเป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามแนวทางของ BCG Economy ช่วยให้ธุรกิจในชุมชนมีความมั่นคงในระยะยาว 

ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ไร่สวัสดิ์สุข “ส้มโอทับทิมสยาม”  
เลขที่ 39 ม.15 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
โทร.089-605-4388 Facebook:ส้มโอทับทิมสยามไร่สวัสดิ์สุข 

2.วิสาหกิจชุมชนสวนสักการเกษตร  พัฒนากระเทียมโทนในน้ำผึ้งพร้อมไซเดอร์มังคุด
เป็นการนำคุณค่าของทั้งสามวัตถุดิบมาผสมผสานกัน โดยน้ำผึ้งทำหน้าที่เป็นสารกันเสียตามธรรมชาติ และยังช่วยเพิ่มรสชาติความหวานที่กลมกล่อม ในขณะที่ไซเดอร์มังคุดช่วยเสริมความสดชื่นและคุณค่าทางโภชนาการ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นเสมือนการส่งต่อภูมิปัญญาจากอดีตสู่อนาคต โดยใช้สมุนไพรและผลไม้ท้องถิ่นที่มีในทุกครัวเรือน ผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม่เพื่อสร้างเครื่องดื่มสุขภาพที่ทั้งมีประโยชน์และอร่อย พร้อมให้คุณค่าต่อร่างกายอย่างเต็มที่

วิสาหกิจชุมชนสวนสักการเกษตร
เลขที่ 245 ม.1 ต.พิปูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช 80270
Facebook: สุ กระเทียมโทนดอง  Tel:081-6139919

3.วิสาหกิจชุมชนคนสร้างสุขวังมโนห์รา  พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทอฟฟี่หมากผสมมะพร้าว 
ทอฟฟี่หมากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างมะพร้าวและหมาก ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่นของหลายภูมิภาคในประเทศไทย ไม่เพียงแต่มีรสชาติหวานหอมจากมะพร้าว แต่ยังได้รับคุณค่าทางสมุนไพรจากหมาก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการทอฟฟี่ที่มีคุณประโยชน์ และยังสามารถทำเมนูได้หลากหลายเช่น ชาชงผสมทอฟฟี่หมาก  เครื่องดื่มทอฟฟี่หมาก เป็นต้น  เป็นการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทันสมัย 

“วิสาหกิจชุมชนคนสร้างสุขวังมโนห์รา” 
เลขที่ 168/2 ม.6 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช 80330
Facebook: วิสาหกิจชุมชนคนสร้างสุขวังมโนห์รา  Tel:081-9701665

กรมทางหลวงเปิดมอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี วิ่งฟรีสุดสัปดาห์

(18 ต.ค. 67) นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบาย 'คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย' ที่มุ่งมั่นพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงสั่งการให้กรมทางหลวงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชนนั้น

กรมทางหลวงจึงเดินหน้าสานต่อนโยบายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด จะขยายช่วงเวลาเปิดวิ่งฟรี! ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ช่วงด่านฯ นครปฐมฝั่งตะวันตก – ด่านฯ กาญจนบุรี ระยะทาง 51 กิโลเมตร ทุกวันศุกร์ถึงวันจันทร์ หลังจากที่ได้เปิดทดลองการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง ทุกสัปดาห์ ช่วงวันศุกร์ เวลา 15:00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 21:00 น. ซึ่งประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดผู้ใช้บริการในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-14 ตุลาคม 2567) สูงถึง 32,450 คัน

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) หรือมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี ได้รับความนิยมและมีปริมาณการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเส้นทางที่ช่วยร่นระยะเวลาเดินทาง เหลือเพียง 30 นาที จากเดิม 1 ชั่วโมง ส่งผลดีต่อการคมนาคมขนส่ง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีและภาคตะวันตก 

กรมทางหลวงจึงขยายเวลาเปิดวิ่งฟรี ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ถึง วันจันทร์ เวลา 12.00 น. โดยสามารถเข้า – ออกได้ เฉพาะที่ด่านฯ นครปฐมฝั่งตะวันตก และด่านฯ กาญจนบุรี เริ่มตั้งแต่วันนี้ (18 ตุลาคม 2567) เป็นต้นไป

บรรณาธิการดัง ชี้งานหนังสือ 67 คนแน่น หลายสำนักพิมพ์ทำยอดขายถล่มทลาย

(18 ต.ค. 67) เริงวุฒิ มิตรสุริยะ บรรณาธิการและนักเขียน เจ้าของหนังสือชื่อดัง เช่น บุพเพสันนิวาสในประวัติศาสตร์อยุธยา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวบรรยายถึง บรรยากาศงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 ว่า

คำแรกที่พบกับเจ้าของบูธ หรือเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ไปเปิดบูธ ผมจะถามว่า "เป็นงัยปีนี้ขายดีไหม?"

แน่นอนว่าหลายคนอาจจะนำข้อมูล หรือไม่อยากพูดมาก เพราะเกรงครหาหมั่นไส้ แต่ส่วนใหญ่ต่างพูดไปในทางเดียวกันว่า "ปีนี้ดีเลย" แม้แต่คุณเหม่ง แห่งบูธ สมาคมนักเขียน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บูธสมาคมนักเขียน ไม่เคยมีประวัติเลยว่าจะมีคนมาต่อคิวเพื่อจ่ายเงินค่าหนังสือ ปีนี้มีให้เห็น

บางแห่งอย่างบูธ สำนักพิมพ์แสงดาว พบคุณจรัญ หอมเทียนทอง ที่ทำหน้าที่อยู่โยงเป็นกำลังใจทีมงาน ก็บอกว่าปีนี้แนวโน้มดี คนคึกคักทุกวัน บูธแสงดาวปีนี้ก็คึกคักขึ้นเพราะมีเลือดใหม่หลายคนเพิ่มเข้ามา ช่วยป้ายยากันครึกครื้น ลูกค้าคนไหนมาหาหนังสืออะไรเป็นบอกและแนะนำได้หมด

ไม่ต่างจากอีกหลายสำนักพิมพ์ แน่นอนว่ามีเพียงสำนักพิมพ์เพียงไม่กี่แห่งที่บอกว่า ยอดตก และเราเข้าใจได้ว่าที่ยอดตกก็เพราะ ในอดีตเคยเป็นดาวเด่นของงานปีหลัง ๆ ไม่มีหนังสือใหม่ เคยทำยอดเอาไว้สูง ปีนี้ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ขายแต่เล่มก่อนมีเล่มใหม่นิดหน่อย ยอดขายเลยตกลง แต่ไม่ได้เสียหายอะไร

หลายสำนักพิมพ์พนักงานขายเคยนั่งเหงา ๆ เบื่อ ๆ ปีนี้ก็คึกคักมีงานให้วุ่นวายเพิ่มขึ้นเพราะมีคนมาหยุดและจ้องหาหนังสืออยู่ตลอดเวลา

เศรษฐกิจไม่ดีอยู่หลายปี และงานหนังสือหาความนิ่งไม่ได้อยู่หลายวาระ บรรดาสำนักพิมพ์ที่ยังใช้โลกทัศน์เก่ามอง ปีนี้เลยพลาดอย่างมาก บางสำนักจากเคยมีสองสามบูธก็ลดจำนวนบูธจองเหลือ หนึ่งหรือสองล็อค ยอดขายแทนที่จะทำได้ดี เลยตกลงตามจำนวนพื้นที่การขาย บางเจ้าบอกหยุดก่อน แต่มาเดิน เห็นคนมางานนี้ และใช้จ่ายกับหนังสือ ถึงกับร้องว่าเสียดาย 

อยากฟันธงว่า งานหนังสือครั้งหน้า มีนาคมหรือเมษายน บรรดาสำนักพิมพ์ที่เคยเข็ด ๆ ขยาด ๆ จะกลับมา ปีนี้เราแทบไม่ได้ยินอีกแล้วว่า ราคาเช่าบูธแพง ต่างจากงวดที่แล้วอย่างชัดเจน ทั้งที่ค่าเช่ายังแพงอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมมาอีกนิดหน่อย

ผมไปเดินครั้งก่อนวันศุกร์ ไปแบบแว๊บ ๆ เหมือนไอ้แมงมุมโหนสลิงตัวเองลงจอดแว๊บเดียวแล้วชิ่งกลับมา วันนี้วันพฤหัสเลือกเวลาที่คิดว่าน่าจะเป็นวันที่คนน้อยที่สุด เพราะพรุ่งนี้เย็นวันศุกร์คนเลิกงานน่าจะมาที่นี่กันเยอะ ไม่ต้องพูดถึงเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงซึ่งจะเป็นเสาร์อาทิตย์สุดท้ายที่คนเยอะแน่นอน

ปรากฏว่าไปถึง ตอนเที่ยงกว่า ๆ ดูเหมือนคนไม่เยอะมาก แต่เดินไปเดินมา เอะ คนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นักเรียนนักศึกษาเดินกันให้ควั่ก คนทำงานคนวัยเบบี้บูมที่ว่างงานแล้วก็มาเดินชิว ๆ เลือกหยิบหนังสือกลับไปอ่านคนละสามสี่เล่ม ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก 

อดคิดไม่ได้ว่าทำไมจู่ ๆ ปีนี้ งานมหกรรมหนังสือถึงคึกคักขึ้นมาได้ คำตอบคงไม่ใช่เพราะตรีมงานเรื่องผีแน่ ๆ อาจจะมีผลบ้างแต่ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่คิดไปว่าน่าจะมาจากสภาพทางการเงินทางเศรษฐกิจที่ดูผ่อนคลายขึ้น บรรยากาศทางการบ้านการเมืองที่ไม่บีบเค้น แม้ต้องผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมไป แต่ภาวะงานที่เงินหมื่นไหลเข้ากระเป๋าคนจนก่อนหน้านี้ ก็ช่วยกระตุ้นเป็นบอมทางการเงินเล็ก ๆ ให้กระเป๋าตังค์คนทั่วไปพลอยคึกคักขึ้น อาจเป็นภาวะทางจิตวิทยาก็ว่าได้ หลังจากคนรัดเข็มขัดกันมาจนท้องกิ๋วก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ผ่อนคลายลง

บรรยากาศทางสังคมที่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิม ๆ อวดรวย ขับรถหรู โชว์ของแพงและถูกจับกุม ประเทศที่ทนายหน้าหอสองสามคนออกทีวีแทบทุกช่องทางให้ได้เห็นและเริ่มเป็นผู้ทรงอิทธิพล กับมูลนิธิที่ช่วยเหลือประชาชนคนเสาะหาแหล่งช่วยเหลือทำหน้าที่แทนตำรวจ จนผู้คนเคยชิน ทำให้คนอยากกลับไปหาอะไรแปลกต่างหรือที่คุ้นเคยทำด้วยตัวเองมากขึ้น การเดินงานหนังสือ ซื้อหนังสือ เลยเป็นมุมกลับที่กระตุ้นให้บรรยากาศดีขึ้น

อ้อ...มีนิดหนึ่ง ไปงานหนังสือ ตอนเดินเข้างานผ่านประตูหมายเลขอะไรจำไม่ได้ เขาขึ้นปกหนังสือโชว์ หนังสือขายดีในงาน และหนังสือโดดเด่นของงานอะไรทำนองนั้น ผมไปยืนดู อดคิดไม่ได้ ใครเป็นคนเลือกหนังสือดีเด่นหรือหนังสือแนะนำอะไรพวกนี้หว่า....นี่คือหนังสือที่ชูหน้าชูตาคนไทยแล้วจริง ๆ เหรอ? 

มีเวลาอีกไม่กี่วัน ไปเดินงานหนังสือกันครับ ปีนี้บรรยากาศดีเลย ดีกว่าตามข่าว บอสเยอะเกินจำเป็นก็แล้วกัน ขอบอก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 จะจัดถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2567นี้ ที่ฮอลล์ 5 - 7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

DIPromCenter10 Boosts Product Development for Global Market Competitiveness in the Home Decor and Souvenir Sectors for 2024

DIPromCenter10, under the Department of Industrial Promotion, has enhanced its efforts to boost the competitiveness of local products in the global market, focusing on home decor, accessories, and souvenir sectors in Nakhon Si Thammarat province. As part of this initiative, three multifunctional products from local enterprises have been developed, each designed for versatile use as a multifunctional product.

One of the standout products is a multipurpose shoulder wrap developed by the 'Kiree Group'. This innovative product can also be used as a scarf and includes a convenient built-in pouch.

For inquiries, please contact:
Kiree Group
Moo 10, Ban Kiriwong, Kamlon Sub-district, Lan Saka District, Nakhon Si Thammarat Province  
Tel: 086-9467786

Another noteworthy enterprise is the 'Sufficiency Economy in Household Community Enterprise', which has developed a mosquito-repellent soy wax incense. This product not only repels mosquitoes but also promotes relaxation and concentration. Made from 100% soybean wax, the melted wax can be applied to the skin as a moisturizing agent.

For inquiries, please contact:
Sufficiency Economy in Household Community Enterprise
64/1 Moo 4, Khun Thale Sub-district Municipality, Lan Saka District, Nakhon Si Thammarat Province  
Tel: 061-1679335

Lastly, the 'Baan Ton Ma-Muang Agricultural Community Enterprise' has developed a mangosteen peel charcoal deodorizer, shaped like a traditional Manora dancer. This product is both functional and decorative, designed to eliminate odors and repel unwanted insects in cars, refrigerators, and living spaces.

For inquiries, please contact:
Baan Ton Ma-Muang Agricultural Community Enterprise
159 Moo 4, Lan Saka Sub-district, Lan Saka District, Nakhon Si Thammarat Province  
Tel: 088-7608209
 

ลูกจ้างผู้รับเหมาช่วงโรงกลั่น TOP ถูกลอยแพ จากเหตุผู้รับเหมาหลักเบี้ยวไม่จ่ายค่าแรง

(18 ต.ค. 67) จากกรณีที่สหพันธ์ผู้รับเหมาโรงกลั่น TOP โครงการพลังงานสะอาด CFP (Clean Fuel Project โรงกลั่นน้ำมันใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่เกิดจากการรวมตัวของ 24 บริษัทผู้รับเหมาช่วงไทย ได้ร่วมกันแถลงถึงผลกระทบที่เกิดจากการจ่ายเงินงวดของผู้รับเหมาหลัก ที่ล่าช้าต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน จนส่งผลกระทบ ต่อทั้งนายจ้างและแรงงานกว่า 2 หมื่นชีวิต พร้อมประกาศเดินเท้ายื่นหนังสือชี้แจงความเดือดร้อน 

รวมทั้ง ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้เจ้าของโครงการฯ แสดงความชัดเจนในการเจรจากับบริษัทผู้รับเหมาหลัก เพื่อให้นำเงินที่ได้รับ ออกมาจ่ายค่างวดงานให้กับผู้รับเหมาไทย ก่อนที่สายป่านทางการเงินจะขาด จนต้องลอยแพแรงงานกว่า 20,000 คน

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ ( 18 ต.ค.) นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางมายังบริเวณโค้งด้านหน้าโรงเรียนบุญจิตวิทยา ซึ่งเป็นจุดนัดรวมตัวของตัวแทนนายจ้างและแรงงานจาก 24 บริษัทผู้รับเหมาช่วงไทย เพื่อร่วมเดินเท้าไปยื่นหนังสือต่อผู้บริหารโครงการพลังงานสะอาด ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  

ขณะที่รูปแบบการเดินขบวนจะแบ่งเป็น 2 เส้นทางคือ ขบวนแรกได้ออกเดินจากประตู 1 โครงการพลังงานสะอาดฯ ไปยังป้ายสามเหลี่ยมด้านหน้าโครงการฯ

ส่วนขบวนที่ 2 เดินเท้าจากโรงเรียนบุญจิตวิทยา ไปยังป้ายสามเหลี่ยมหน้าโครงการฯ เพื่อร่วมบูม PAY PAY PAY เรียกร้องให้ผู้รับเหมาหลักจ่ายเงินงวด  

ทั้ง 2 ขบวน จะมีผู้ร่วมเดินเท้ามากกว่า 3,000 คน โดยจะมีทั้งผู้บริหารบริษัทรับเหมาช่วง และแรงงาน ที่พร้อมใจกันสวมใส่หมวก safety และเสื้อยูนิฟอร์มถือธงสัญลักษณ์ของแต่ละบริษัท รวมทั้งป้ายข้อความต่างๆ อาทิ คนจ่ายใจลอย คนคอยใจจะขาด , รอเงินจาก 10,000 บาทจากรัฐ ยังดูมีความหวังกว่ารอเงินจาก ...,  คนไทยตกงาน บริษัทต่างชาติไม่จ่ายเงิน หรือแม้แต่การระบุชื่อ 3 ผู้ร่วมทุนบริษัทรับเหมาหลักต่างชาติ พร้อมเรียกร้องให้จ่ายเงิน ฯลฯ  

ระหว่างเดินทางยังจัดทีมการ์ดของแต่ละบริษัทช่วยเคลียร์เส้นทาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ปิดท้ายขบวนด้วยทีมแม่บ้านที่จะช่วยทำความสะอาดจุดที่เดินผ่าน เพื่อลดความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

ส่วนเนื้อหาบางตอนที่ระบุในจดหมายซึ่งยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้บริหารโครงการพลังงานสะอาด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระบุว่า

“ปัจจุบันผู้รับเหมาช่วงไทย กำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากการที่ผู้รับเหมาหลักค้างชำระค่าจ้างก่อสร้าง แม้ว่าผู้รับเหมาช่วงได้ส่งมอบงานตามสัญญาเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นผลงานตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2567 รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท และได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทผู้รับเหมาช่วงกว่า 100 กว่าราย และแรงงานกว่า 10,000 คน

นอกจากนี้ ผู้รับเหมาช่วงบางรายยังจำเป็นต้องดำเนินงานต่อโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จนทำให้เกิดภาวะขาดสภาพคล่องเป็นระยะเวลายาวนาน โดยยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือความช่วยเหลือที่เพียงพอจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้การค้างชำระค่าจ้างก่อสร้างดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงในวงกว้างทั้งความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เนื่องจากโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน เป็นโครงการสำคัญที่จะเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศการล่าช้าหรือหยุดชะงักของโครงการจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนพัฒนาพลังงานในระยะยาว

และยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานกว่าหลายพันคนและครอบครัวที่ถูกเลิกจ้างและที่กำลังจะถูกเลิกจ้างสถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมที่รุนแรงในวงกว้าง เช่น การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม หรือปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน รวมทั้งความเชื่อมั่นต่อเจ้าของโครงการในไทย ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทางอ้อมในอันดับต้นๆ และอาจส่งผลกระทบระยะยาวในอนาคตฯลฯ ”

และยังได้มีการเรียกร้องให้ภาครัฐ และผู้ถือหุ้นทางอ้อมของเจ้าของโครงการ หาแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในการบรรเทาความเดือดร้อนและรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่าย เพื่อประคองให้โครงการดำเนินต่อไปได้

รวมทั้งขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การค้างชำระค่าจ้างผู้รับเหมาช่วงในโครงการ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความสำเร็จของโครงการ และจัดหามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน สำหรับกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วง รวมถึงแรงงานที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของแรงงานและครอบครัว

ที่สำคัญยังขอให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการจ่ายค่าตอบแทนที่ค้างชำระ โดยอาจพิจารณาใช้มาตรการช่วยเหลือทางกฎหมายหากจำเป็น

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 10 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาในการแข่งขันในตลาดสากล กลุ่มสาขาของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ปี 2024

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 10 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินกิจกรรมเพิ่มศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน สาขาของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และได้สนับสนุนเพิ่มศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้หลากหลาย (Multifunction Product) ดังนี้

1. กลุ่มคีรี Kiree  >> พัฒนาผลิตภัณฑ์คลุมไหล่ ที่ยังสามารถใช้งาน ผ้าพันคอ และกระเป๋าได้อีกด้วย
2. วิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือน >> พัฒนาผลิตภัณฑ์เทียมหอมไล่ยุง สามารถจุดไล่ยุงได้ และช่วยในการผ่อนคลาย ช่วยในการฝึกสมาธิ และผลิตจากไขถั่วเหลือง 100% ที่ยังสามารถนำน้ำตาเทียน มาทาบนผิวหนังให้ชุ่มชื่น
3. วิสาหกิจเกษตรกรชาวสวนบ้านต้นมะม่วง >> พัฒนาผลิตภัณฑ์ถ่านดับกลิ่นจากเปลือกมังคุด เป็นรูปมโนราห์ จัดเป็นนาฏศิลป์พื้นถิ่น เพื่อขจัดกลิ่นและไล่แมลงที่ไม่พึงประสงค์ได้ ในรถ ตู้เย็น ในห้องพัก และยังสามารถวางตกแต่งเพื่อความสวยงาม

ย้อนที่เป็นมาตำนานประเพณี ‘ชักพระ’ สุราษฎร์ธานี หนึ่งในสองประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคใต้

(18 ต.ค. 67) หากนับตามปฏิทินจันทรคติวันนี้คือวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 วันอาสาฬหบูชาตามความสำคัญในศาสนาพุทธ ที่มีการตักบาตรเทโวโรหณะ ตามคติว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ท่านทรงแสดงธรรมเทศนาโปรดพระมารดา ในการเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นได้มีพุทธศาสนิกชนสมัยพุทธกาลเป็นจำนวนมากได้รอใส่บาตรเพื่อเป็นกุศลแก่ชีวิต 

จากคติที่ว่ามานี้ได้นำมาสู่อีกหนึ่งประเพณีที่มีงดงามของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ คือประเพณีชักพระ ที่จะจัดขึ้นทุก ๆ วันขึ้น 1 ค่ำเดือน 11 ของทุก ๆ ปี

การชักพระในพื้นที่ภาคใต้ของไทยนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ

การชักพระทางบก คือการอัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นประดิษฐาน บนนบพระ หรือบุษบก แล้วแห่แหน ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย ใช้โพน ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะในการลากพระ คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสานเสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง วัดส่วนใหญ่ ที่ดำเนินการประเพณีลากพระวิธีนี้ มักตั้งอยู่ในที่ไกลแม่น้ำลำคลอง

การชักพระทางน้ำ เป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นประดิษฐาน บนบุษบก ในเรือ แล้วแห่แหนโดยการลากไปทางน้ำ ประเพณีลากพระ ที่มักกระทำด้วยวิธีนี้ เป็นของวัดที่ส่วนใหญ่อยู่ใกล้แม่น้ำลำคลองการลากพระทางน้ำจะสนุกกว่าการลากพระทางบก เพราะสภาพการเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สะดวกในการลากพระ ง่ายแก่การรวมกลุ่มกันจัดเรือพาย

ไม่ว่าจะเป็นการชักพระทางบกหรือทางน้ำล้วนแต่มีการตกแต่งที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปอย่างวิจิตร เป็นที่ตื่นตาของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นงานบุญครั้งสำคัญที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในทุก ๆ ปี 

สำหรับงานพิธีทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ประกอบไปด้วย 2 พิธี ได้แก่ พิธีสารทเดือนสิบ และพิธีชักพระ

‘งานสารทเดือนสิบ’ ที่เป็นงานบุญที่รวบรวมบรรดาลูกหลานไม่ว่าอยู่ในพื้นที่ไหนก็ต้องกลับบ้าน เป็นงานพิธีเชิงสัญลักษณ์ที่ผูกร้อยให้เกิดความเชื่อมโยงกันในครอบครัว วงศาคณาญาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้นงานที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 

และหากกล่าวถึงประเพณีชักพระแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะละเลยการกล่าวถึง ‘สุราษฎร์ธานี’ ที่ประเพณีนี้มีความยิ่งใหญ่ที่สุด จนมีชื่อเสียงระดับประเทศ ทั้งจากประชาชนที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งความวิจิตรของขบวนชักพระ นอกจากนี้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานียังได้ผนวกอีกหลายประเพณีรวมกันเป็น ‘งานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวฯ’

ซึ่งในปีนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมยกทีมอันประกอบด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติ 

เป็นการตอกย้ำความเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติที่สามารถคว้าเก้าอี้ สส. ได้มากที่สุดของพรรค และเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของพื้นที่ภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง ผ่านการมีการมีส่วนร่วมไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข

กทม. รีโนเวท ‘ลุมพินีสถาน’ อาคารยุค 2499 เดินหน้าพัฒนาสู่ ‘โรงละครสาธารณะ’ ใจกลางเมือง

(18 ต.ค. 67) เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘หวังสร้างเมือง’ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงลุมพินีสถานว่า 

ลุมพินีสถานใกล้ความจริงอีกขั้นแล้วครับ
กำหนดงานปรับปรุง 270 วัน วันนี้เดินทางมา 51 วันแล้วครับ มาตรวจดูวันนี้ โครงสร้างภายในสวยมาก เราเก็บไว้เกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะเวทีไฮโดรลิคตรงกลาง และโครงสร้างหลังคาไม้ พื้นไม้เดิม 
สัญญาเสร็จกลางปี 68 ไว้มาอัปเดตกันอีกครั้ง กรุงเทพฯเรากำลังจะมีโรงละครสาธารณะดีๆใจกลางเมืองแล้วครับ : )

โดยนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “กรุงเทพฯกำลังจะมีโรงละครสาธารณะแล้วครับ”

ทั้งนี้ลุมพินีสถานได้ดำเนินการก่อสร้างช่วงประมาณ พ.ศ.2495 และสร้างแล้วเสร็จก่อนปี พ.ศ.2499 โดย เป็นสถานที่จัดแสดงวัฒนธรรมความบันเทิงแบบสมัยใหม่ เช่น การเต้นลีลาศ ดนตรีแจ๊ส ได้รับอิทธิพลจากอเมริกัน เป็นคุณค่าที่รัฐบาลปรารถนาได้มาครอบครอง แม้ไม่ใช่มาจากรากของเราเอง โดยมีไฮไลต์คือเวทีที่สามารถหมุนได้รอบตัว

‘เอกภพ สายไหมต้องรอด’ เปิดข้อมูลสุดตะลึง เครือข่าย The iCon โยกเงินมหาศาลผ่านคริปโต

(18 ต.ค. 67) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกภพ สายไหมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ความว่า 

พบเส้นเงินผิดปกติกว่า 247,911,936 USDT มูลค่ากว่า 8,223 ล้านบาท ถูกโอนออกไปก่อนที่ 'โค๊ชแล็ป' ดิไอคอน จะถูกจับเพียง 1 ชั่วโมง

ก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามยึดทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีของเครือข่าย The iCon เพื่อนำมาชดใช้ให้ผู้เสียหาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top