Thursday, 18 June 2026
NEWS FEED

‘ฮุนได’ ชวน!! ตรวจเช็กสภาพรถ ฟรี!! เพื่อความปลอดภัย ก่อนเดินทางไกล

(21 ธ.ค. 67) เทศกาลแห่งความสุขมาถึงแล้ว เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณและคนที่คุณรักเต็มไปด้วยความมั่นใจ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มอบความห่วงใยผ่านแคมเปญพิเศษ ‘ฮุนไดมอบโปรฯ ให้ ใส่ใจทุกการเดินทาง’ ฟรี!! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ พร้อมรับส่วนลดสุดพิเศษสำหรับอะไหล่ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้รถของคุณพร้อมในทุกเส้นทาง

เตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุดยาวได้ที่ ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2567 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพราะความปลอดภัยบนท้องถนนคือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทีมงานมืออาชีพของฮุนไดพร้อมดูแลคุณและรถทุกคันด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ทุกการขับขี่ราบรื่น และทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุข ฮุนไดใส่ใจ เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง

ฟรี!! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 40 รายการ ดูแลรถยนต์ของคุณอย่างละเอียดโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบระบบหลัก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมออกเดินทางได้อย่างปลอดภัย

รายการตรวจเช็ก 40 รายการ มูลค่า 496 บาท ได้แก่:
1. ไฟเตือนแบตเตอรี่ 
2. ไฟเตือนน้ำมันเครื่อง 
3. ไฟเตือนเครื่องยนต์ 
4. ไฟเตือน ABS 
5. ไฟเตือน AIR BAG 
6. ไฟเตือนเบรกมือ 
7. สัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต้ 
8. ไฟเลี้ยว 
9. ไฟฉุกเฉิน 
10. ไฟหรี่ 
11. ไฟสูง 
12. แตร 
13. การทำงานของใบปัดน้ำฝน 
14. กระจกประตูไฟฟ้า 
15. ระบบล็อกประตูไฟฟ้า 
16. กระจกมองข้างไฟฟ้า 
17. เข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ 
18. ระบบปรับอากาศ 
19. เบรกมือ 
20. เข็มขัดนิรภัยด้านผู้โดยสาร 

21. แบตเตอรี่ 
22. ระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ 
23. ระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก 
24. ไส้กรองอากาศ 
25. น้ำมันเครื่อง 
26. น้ำมันเบรก 
27. น้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้ 
28. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ 
29. สายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ 
30. ยางปัดน้ำฝน 
31. ไฟหน้า 
32. ไฟเลี้ยว 
33. ไฟเบรก ไฟถอยหลัง 
34. ลูกหมากเหล็กกันโคลง 
35. ลูกหมากคันชักคันส่ง 
36. ปีกนกและบู๊ช 
37. โช้คอัพหน้าและหลัง 
38. ยางหุ้มเพลาขับในและนอก (ถ้ามี) 
39. ยางหุ้มแร็คพวงมาลัย 
40. การรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย และน้ำมันเพาเวอร์

‘มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ – มูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ’ ฉลองวันคริสต์มาส!! เปิดตัวหนังสือนิทานเรื่อง ‘ผองเพื่อนของบิ๊กและดุ๊กดิ๊ก’

(21 ธ.ค. 67) มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ โดย เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ เป็นเจ้าภาพร่วมกับมูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส เปิดตัวหนังสือนิทานเรื่อง ‘ผองเพื่อนของบิ๊กและดุ๊กดิ๊ก’ ในฉบับภาษาไทยแปลจากบทพระนิพนธ์หนังสือนิทานของ ‘เจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม’ ประกอบด้วย 7 เรื่องสั้น สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เด็กพิเศษต้องพบเจอในชีวิตจริง และคำแนะนำวิธีรับมือกับความรู้สึก พร้อมมอบให้แก่น้อง ๆ เด็กพิเศษที่มาร่วมงาน และเตรียมจัดส่งไปให้แก่ น้อง ๆ เด็กพิเศษ ทั่วประเทศไทย เพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวนอกจากการเปิดตัวหนังสือนิทานแล้วยังจัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ถึงการทำงานและการอุทิศตนของบุคลากรผู้ดูแลกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และเพื่อมอบความสุขให้กับเด็กๆ 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก เจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม ทรงร่วมงานเลี้ยง ผ่านทางออนไลน์จากประเทศเบลเยียม พร้อมด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ ดร. จิรายุและท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ดร.ศักดิ์ทิพย์และม.ร.ว.เบญจภา ไกรฤกษ์ คุณหญิงขวัญตา เทวกุล หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ คุณสุทธิภัค จิราธิวัฒน์ คุณวิลเลียมและคุณเคธี ไฮเนค เข้าร่วมงาน โดยมี เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ ให้การต้อนรับ และร่วมชมโชว์ชมชุดพิเศษจากน้องๆ มูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ แกรนด์ ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

เชียงใหม่-คณะพยาบาล มช.ฉลองปีใหม่ รื่นเริงสดใสรับปี 2568

คณะกรรมการที่ประชุมอาจารย์และบุคลากรสมัยที่ 8 ร่วมกับ สโมสรนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานสานสัมพันธ์อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา "Happy New Year 2025: New Year New You, Together We're Happy" สวัสดีปีใหม่ 2568: ปีใหม่สุขสดใสรับสิ่งใหม่ไปด้วยกัน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภารัตน์ วังศรีคูณ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและอวยพรปีใหม่ ณ บริเวณสนามกีฬาด้านหลังหอพักนักศึกษาพยาบาล  เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567

วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา รวมทั้งเพื่อให้ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน กิจกรรมประกอบด้วย การรับประทานอาหารเย็น การแข่งขันเกมส์มหาสนุก การแสดงโชว์สุดพิเศษ และ จับฉลากมอบของขวัญปีใหม่ 2568 ช่วงท้ายร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ 'พรปีใหม่' ก่อนปิดงานอย่างมีความสุข

ตม.จว.กระบี่ รวบหนุ่มออสเตรีย ขับเจ็ตสกี ชนนักท่องเที่ยวรัสเซียเสียชีวิต

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้สืบสวนจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.กันตวัฒน์  พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรธรรศจ์  เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่ สั่งการให้ พ.ต.ท.สุเมธ กนกเหมพันธ์ รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่ ,ว่าที่ พ.ต.ท.วิรัตน์ อินทร์ยอด สว.ตม.จว.กระบี่, พ.ต.ต.ศานติพจน์ นวนเรือง สว.ตม.จว.กระบี่ พร้อมด้วยชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.กระบี่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพีพี , ตำรวจ สภ.กะรน , ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.3 บูรณาการร่วมเข้าตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี หลังทราบว่าคนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ เข้าพักอาศัยในรีสอร์ตดังกล่าว จากการตรวจค้นพบนายเดวิดฯ อายุ 25 ปี สัญชาติออสเตรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ”ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย“ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมานายเดวิดฯ ได้ขับเจ็ตสกีชนชายชาวรัสเซียเสียชีวิตขณะเล่นน้ำบริเวณชายหาดกะรน ตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าผู้ตายถูกเจ็ตสกีชน และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เจ็ตสกีลำดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว ก่อนตีวงเลี้ยวชนเข้ากับผู้ตาย หลังเกิดเหตุ นายเดวิดฯ ได้เดินทางต่อมายังเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะรน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้วยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตม.จว.กระบี่ จึงได้มีมาตรการออกตรวจพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และหากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำผิด กรุณาแจ้งมายัง ตม.จว.กระบี่ โทร 075 611097 จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดเต็ม มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพผู้ยากไร้ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการฟรี พร้อมช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 172

ระหว่างวันที่ 16 – 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยเยาวชน ประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ มอบหมายคณะกรรมการมูลนิธิฯ ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เร่งลดความเหลื่อมล้ำ มอบโอกาส สร้างชีวิต แก่ชาวหนองคายอย่างยั่งยืน รวมมูลค่าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการกว่าเจ็ดแสนบาท โดยเมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567 นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการ และ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  นำทีมลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย (จังหวัดที่ 16 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 21 ครัวเรือน พร้อมมอบจักรยาน จำนวน 50 คัน แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 5 โรงเรียน 

เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวหนองคายในครั้งนี้ทั้งสิ้น จำนวน 560,120 บาท (ห้าแสนหกหมื่นหนึ่งร้อยยี่สิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ)  และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย  นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานร่วมในพิธี มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี 

รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมมอบและสร้างสีสันภายในงาน ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

และวันนี้ (วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2567) นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ผ้าห่ม ปลากระป๋อง เส้นหมี่ขาว ทิชชูเปียก รองเท้าฟองน้ำ และ ขนม บรรจุถุงผ้าดิบ ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 172 รวมจำนวน 160 ชุด พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่มูลนิธิขาเทียมอีก 50 ชุด คิดเป็นงบประมาณมูลค่าทั้งสิ้น 162,132.50 บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นสองพันหนึ่งร้อยสามสิบสองบาทห้าสิบสตางค์) โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี 

พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมในพิธี ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

รวมงบประมาณการดำเนินภารกิจ 3 โครงการ เพื่อชาวหนองคายและผู้เข้าร่วมโครงการในรอบนี้ทั้งสิ้น 722,252.50 บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบสองบาทห้าสิบสตางค์)

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุก ๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน 'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต'

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

เชียงใหม่-กิจกรรมหน่วยมิตรประชากองบิน 41 ครั้งที่ 1/68 โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1

เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.67) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมหน่วยมิตรประชากองบิน 41 ครั้งที่ 1/68 โดยมี ดร.โรจนไชย์ สมจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 พร้อมด้วยผู้นำชุมชน คณะครู และผู้ปกครอง ให้การต้อนรับ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ข้าราชการ และสมาชิกชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 41 ร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ภายในกิจกรรม ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้มอบทุนการศึกษา ทุนอาหารกลางวัน ถุงยังชีพ และผ้าห่มกันหนาว ให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 และผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้คณะหน่วยมิตรประชากองบิน 41 ได้ให้บริการ ด้านการแพทย์ตรวจรักษา ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ จากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลกองบิน 41 และบริการตัดผม โดยแผนกสวัสดิการกองบิน 41 พร้อมทั้งได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ขนมโดนัทรวมถึงน้ำผลไม้อีกด้วย

ไทยคิกออฟ 'e-Visa'พร้อมให้คนทั่วโลกลงทะเบียน เริ่ม 1 ม.ค. 2568 อำนวยความสะดวกนักเดินทางเข้าไทย

(19 ธ.ค.67) ประเทศไทยเตรียมเปิดให้บริการระบบตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในการยื่นขอวีซ่าออนไลน์จากทุกที่ทั่วโลก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 นี้ ผ่านเว็บไซต์ www.thaievisa.go.th

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในงานเปิดตัว 'Kick-off THAI E-VISA: Apply, Anywhere, Anytime' เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 โดยระบบ e-Visa นี้จะครอบคลุมสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทย 94 แห่งทั่วโลก ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถยื่นขอวีซ่าได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวถึงการพัฒนาระบบ e-Visa ซึ่งเริ่มต้นในปี 2562 และต่อยอดเป็นการออกวีซ่าแบบออนไลน์ในปี 2564 ปัจจุบันพร้อมใช้งานทั่วโลก ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการสมัครวีซ่า โดยใช้หลักการ 3 A คือ Apply (สมัคร) Anywhere (ที่ใดก็ได้) และ Anytime (เมื่อใดก็ได้) ช่วยให้นักเดินทางไม่ต้องไปที่สถานทูตหรือยื่นเอกสารหลายฉบับ เพียงแค่เข้าเว็บไซต์ก็สามารถขอวีซ่าได้ง่ายๆ และปลอดภัย

นายมาริษ กล่าวว่า การเปิดตัวระบบ e-Visa จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน และนักศึกษา โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก และลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น เพื่อทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ระบบ e-Visa ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก พร้อมย้ำจุดยืนของไทยในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ระบบ e-Visa ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อการคัดกรองและแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์

สำหรับนักเดินทางจาก 93 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา สามารถเดินทางเข้ามาในไทยได้ไม่เกิน 60 วัน โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอ e-Visa ส่วนวีซ่าประเภทอื่น ๆ เช่น วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าทำงาน ก็สามารถยื่นขอผ่านระบบนี้ได้

ทั้งนี้ ระบบการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าผ่านออนไลน์จะพร้อมใช้งานในบางประเทศภายใน 6 เดือน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางมากยิ่งขึ้น

ระบบ e-Visa นี้จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

'หมอเดชา ศิริภัทร' ทวงสัญญา 'แอ๊ด คาราบาว' ซัด! อย่าทำไม่แยแสงานที่คุยกันไว้ โทรไปไม่รับให้โทรกลับก็เฉย

(19 ธ.ค. 67) นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Deycha Siripatra’ ว่า ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ มีข่าว(ฉาว)เกี่ยวกับ คุณแอ๊ด คาราบาว (ภาพบน) ซึ่งยังไม่ตัดสินว่าร้านถูกดีฯ (โชห่วย) ที่คุณแอ๊ดฯ เป็นพรีเซนเตอร์ นั้น กดขี่คู่ค้าด้วยสัญญาทาส หรือไม่

เช่นเดียวกับที่ มีผู้มาแจ้งข่าวให้ผมทราบ (เป็นนัยๆ) ว่า คุณแอ๊ดฯ ไม่สนับสนุนกัญชาแล้วด้วยเหตุนี้ จึงไม่สนับสนุนการสร้างโรงพยาบาลทางเลือก ที่ร่วมทำกับผม มาตั้งแต่ปี 2562

เมื่อได้ฟังข้อมูลนี้ครั้งแรกๆ ผมก็ไม่สนใจ แต่ยิ่งนานวัน ข้อมูลคล้ายๆกัน ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงพยายามติดต่อสอบถาม จากคุณแอ๊ดฯโดยตรง ปรากฏว่าคุณแอ๊ดฯไม่รับการติดต่อ เช่น โทรศัพท์ไปหาหลายครั้ง ก็ไม่รับสาย ขอให้โทรฯกลับเมื่อสะดวก ก็ไม่เคยโทรฯกลับ จนถึงการเขียนจดหมาย ให้คนใกล้ชิดของคุณแอ๊ดฯ นำไปส่งให้โดยตรง ก็ยังเงียบเฉย

ครั้งนี้ ผมจึงแจ้งไปในจดหมายฉบับล่าสุดว่า ขอให้มาร่วมทอดผ้าป่า ในวันที่ 19 ธ.ค. 67 นี้ ถ้าคุณแอ๊ดฯไม่มาร่วม หรือไม่ส่งตัวแทนมาร่วม โดยไม่ชี้แจงเหตุผล ผมจะถือเป็นคำตอบว่า คุณแอ๊ดฯไม่ยินดีร่วมสร้างโรงพยาบาลทางเลือกกับผมอีกแล้ว และจะไม่ร่วมงานกันอีก

ถ้าหาคนมาร่วมงานไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้ติดต่อส่งข้อมูลเหตุผลมาบ้าง อย่าทำแบบไม่แยแส เพราะคุณแอ๊ดฯยังมีเรื่อง ที่ยังไม่ได้จัดการให้เรียบร้อยและโปร่งใส อยู่อีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องบัญชีธนาคารที่เปิดร่วมกันกับผม เพื่อรับเงินบริจาคมาสร้างโรงพยาบาลทางเลือก เงินยังอยู่ในบัญชีนั้น คุณแอ๊ดฯต้องปิดบัญชีฯและนำเงินทั้งหมด มอบให้คณะกรรมการฯ

ผมจะให้โอกาสคุณแอ๊ดฯครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปผมจะมอบหน้าที่ให้คณะกรรมการฯ ซึ่งมีทั้งนักบัญชีมืออาชีพ และทนายความเป็นกรรมการอยู่ด้วย คงเป็นเรื่องที่จะไม่จบง่ายๆ

ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังต่อ หลังจากงานทอดผ้าป่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ว่าจะทำอะไรต่อไป คงสนุกแน่... หากคุณแอ๊ดฯ "ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไป กลายเป็นบ้องกัญชา"

สตม. บูรณาการ ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ทลายแก๊งฝรั่งเหิมค้ายาเสพติดให้นักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน ตั้งคนไทยเป็นนอมินี เปิดบริษัทบังหน้าฟอกเงิน พบทำมาแล้วเกือบ 2 ปี เงินหมุนเวียนกว่า 71 ล้านบาท เตรียมเพิกถอนวีซ่าผลักดันออก พร้อมลงแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศ

วันนี้ (19 ธ.ค.67) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.อ.กฤดินิธิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ฯ รรท.ผกก.สภ.เกาะสมุย, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ปัญญา นิรัตติมานนท์ ผกก.สภ.เกาะพะงัน, พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมจับกุมนายเฟเดริโก้ หรือ MR.FEDERICO อายุ 36 ปี สัญชาติอิตาลี  ในความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี,เอ็กตาซี) และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน(มูลฐานยาเสพติด)และฟอกเงิน” และข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี,เมตแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางอื่นจำนวน 24 รายการ 

พร้อมอายัดบัญชีธนาคาร 1 บัญชี ยอดเงิน 6.6 ล้านบาท ที่ดินในนามบริษัทพิทยาแลนด์ จำกัด เนื้อที่ 2 ไร่เศษ จำนวน 1 แปลง มูลค่า 8 ล้านบาท ยึดรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า จำนวน 1 คัน และอยู่ระหว่างตรวจสอบที่ดินอีก 2 แปลง ซึ่งน่าจะถือครองในชื่อของบุคคลอื่น รวมทั้งธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่นายเฟเดริโก้ ฯ เป็นกรรมการว่าเข้าข่ายมีการประกอบในลักษณะนอมินีหรือไม่

นอกจากนี้ยังสามารถขยายผลจับกุมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พบว่ามาซื้อยาเสพติดจากนาย เฟเดริโก้ ได้อีก 2 ราย คือ นายโรมัน หรือ MR.ROMAN อายุ 37 ปี สัญชาติฝรั่งเศส และนายแอนทอน หรือMR.ANTON อายุ 39 ปี สัญชาติรัสเซียสำหรับยาเสพติดที่ตรวจพบ เช่น โคเคน เห็ดขี้ควาย ซึ่งเป็นยาเสพติดที่แพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 

พล.ต.ต.ภาณุมาศ ฯ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1 มี.ค.67 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้ทำการจับกุม นายปีเตอร์ หรือMR.PETER สัญชาติอังกฤษ ข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ฯ และศาลจังหวัดเกาะสมุย ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 11 เดือน ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้สืบสวนขยายผลพบว่านายปีเตอร์ สั่งซื้อยาเสพติดมาจากนายเฟเดริโก้  โดยมียอดการสั่งซื้อมากกว่า 200,000 บาทในระยะเวลากว่าปีเศษ และในห้วงเวลาเดียวกันพบว่านายเฟเดริโก้ ฯ ได้รับโอนเงินจากชาวต่างชาติรายอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงันอีกหลายราย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเงินที่ได้มาจากการซื้อขายยาเสพติดในเครือข่ายเดียวกัน โดยมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 71 ล้านบาท 

ด้าน พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ฯ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี และภ.จว.สุราษฎร์ธานี ตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การขออนุมัติออกหมายจับนายเฟเดริโก้ ฯ และเข้าตรวจค้นเครือข่ายอีก 3 จุด จนกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 2 รายตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น 

พล.ต.ต.ทรงโปรด ฯ ผบก.ตม.6 กล่าวด้วยว่า นายแอนทอนได้มีจัดตั้งบริษัท เพียว เฮ้าส์ พะงัน จำกัด ขึ้นมาประกอบธุรกิจให้บริการรับทำความสะอาดวิลล่าที่พักอาศัย สวน และสระน้ำให้กับชาวต่างชาติ โดยมีลักษณะให้คนไทยเข้ามาถือหุ้นแทนหรือนอมินี เพื่อบังหน้าปกปิดการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด     

โดยบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 4,000,000 บาท มีลักษณะการถือหุ้นที่ผิดปกติโดยมีคนไทยถือหุ้น ในสัดส่วน 100 เปอร์เซ็นต์ มีนายแอนทอน และภรรยาชาวรัสเซีย เป็นกรรมการพบว่ามี น.ส.มีนา บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทนนายแอนทอน เพื่อให้ได้ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรตามเงื่อนไขของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ซึ่งเงินที่ใช้ในการลงทุนทั้งหมดเป็นของนายแอนทอน ฯ  

เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.มีนา ในข้อหาให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจให้บริการรับทำความสะอาดวิลล่าที่พักอาศัย บ้านพักตากอากาศ ดูแลสวน และสระว่ายน้ำอันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 บัญชี3 (21) การทำธุรกิจบริการอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย  และนายแอนทอน ฯ ในข้อหายินยอมให้คนไทยช่วยเหลือให้ตนเองได้ประกอบธุรกิจบริการรับทำความสะอาดวิลล่าที่พักอาศัย บ้านพักตากอากาศ ดูแลสวน และสระน้ำ อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ท้ายบัญชี 3 (21) การทำธุรกิจบริการอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 8 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ในส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่ามีการถือหุ้นแทนคนต่างชาติ
 
รรท.ผบช.สตม.กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งกวาดล้างบริษัทนอมินีที่ใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า รวมทั้งกวาดล้างอาชญากรรมที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายหลักของ น.ส.แพทองธาร ชิณวัตร นายกรัฐมนตรี และต่อจากนี้ไปจะให้ ตม.ทุกจังหวัด ประสานการปฏิบัติกับตำรวจพื้นที่เร่งตรวจสอบพฤติกรรมชาวต่างชาติ และบริษัทที่ประกอบธุรกิจในลักษณะที่เป็นมอมินี หากตรวจพบจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทุกราย

“มนพร” มอบหมาย บวท. เตรียมความพร้อมรองรับปริมาณเที่ยวบินช่วงปีใหม่ 68 

(19 ธ.ค. 67) “มนพร” มอบหมาย บวท. เตรียมความพร้อมรองรับปริมาณเที่ยวบินช่วงปีใหม่ 68 รวม 7 วัน กว่า 1.8 หมื่นเที่ยวบิน โต 14% ด้าน “วิทยุการบินฯ” ชู I-SMART ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการ เพิ่มขีดความสามารถทางวิ่ง หวังอำนวยความสะดวก ประชาชน-ไฟลท์บินไม่ล่าช้า-ปลอดภัย คาดปีหน้า อุตสาหกรรมการบินโตต่อเนื่อง แตะ 1 ล้านเที่ยวบิน
 
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่จะถึงนี้ คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยจากการรายงานของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในช่วงระหว่างวันที่ 27ธันวาคม 2567 - 2 มกราคม 2568 รวม 7 วัน ระบุว่า จะมีเที่ยวบินรวม 18,280 เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,611 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนในปี 2568อุตสาหกรรมการบินในประเทศจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่า จะมีเที่ยวบินทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านเที่ยวบิน จากปี 2567 ที่ให้บริการเที่ยวบินรวม 981,270 เที่ยวบิน และยังเตรียมที่จะพัฒนาท่าอากาศยานและระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตสอดคล้องกับภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน  
 
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน ภายใต้แนวคิด I-SMART ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีมาบริหารจัดการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวให้มีรวดเร็ว และปลอดภัยและรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อไม่ให้เที่ยวบินมีความล่าช้า และลดความแออัดของเที่ยวบิน รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลสภาพการจราจรทางอากาศและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้สายการบินอย่างรวดเร็วและทั่วถึง 
 
ด้านนายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า วิทยุการบินฯ ได้เตรียมมาตรการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม โดยได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานทางวิ่ง (High Intensity Runway Operation) หรือ HIROs ซึ่งจะจัดระยะห่างของอากาศยานขาเข้าและขาออกให้กระชับตามกฎเกณฑ์มาตรฐานและสัมพันธ์กับค่าการใช้เวลาบนทางวิ่งของอากาศยาน (Runway Occupancy Time) เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินได้มากที่สุด สามารถใช้ทางวิ่งร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเพิ่มข้อกำหนดทางขับ (Preferred-Exit Taxiway) ที่เหมาะสมให้อากาศยานใช้ในการออกจากทางวิ่ง เพื่อใช้เวลาบนทางวิ่งน้อยที่สุด เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ
 
 ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ HIROs นั้น จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากเดิมรองรับได้ 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ขณะที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง จะเพิ่มเป็น 57-60 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากเดิม 52 เที่ยวบินต่อชั่วโมง อีกทั้ง ยังขยายขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการบินและการกำหนดความเร็วของอากาศยานให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์และคำแนะนำการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศ เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างอากาศยานบนแนวร่อนให้คงที่และสามารถทำการลงได้อย่างปลอดภัย
 
นายณพศิษฏ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ บวท. ยังได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เข้าดูแลทั่วทุกบริเวณอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ การควบคุมการจราจรทางอากาศและวิศวกร รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อต้องการให้ประชาชนผู้ใช้บริการ เดินทางอย่างปลอดภัย ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ และดำเนินการตามแผนของกระทรวงคมนาคม ภายใต้แนวคิด I-SMART ที่ประกอบด้วย I - Inclusive ระบบขนส่งที่เข้าถึงทุกคน , S - Safe, Security and Sustainable ความปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน, M - Multimodal Transport การคมนาคมขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ, A - Approachable สะดวก, R - Reasonable Price ราคาสมเหตุสมผล, T - Timely and Technology ตรงเวลาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี                                    


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top