Thursday, 30 July 2026
NEWS FEED

การอบรมหลักสูตรอาชีพเพื่อเลื่อนฐานะ ชั้นจ่าเอก พรรคนาวิน เหล่าทหารขนส่ง กรมการขนส่งทหารเรือ

(22 มี.ค. 68) กรมการขนส่งทหารเรือ โดย นาวาเอก เทพกร อินทร ผู้อำนวยการกองวิทยาการกรมการขนส่งทหารเรือ พร้อมคณะครู ได้นำนักเรียนหลักสูตรอาชีพเพื่อเลื่อนฐานะชั้นจ่าเอก พรรคนาวิน เหล่าทหารขนส่ง จำนวน 33 นาย เข้าศึกษาดูงานการผลิตรถยนต์โดยสาร ณ บริษัท อู่เชิดชัยอุตสาหกรรม จำกัด อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งการศึกษาและดูงานนอกหน่วยในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ให้กับผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ในสายวิทยาการขนส่ง และได้รับความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตยานยนต์  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในด้านงานส่งกำลังบำรุง เพื่อมาประยุกต์ใช้ในสายวิชาชีพต่อไป

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
#เทิดทูนสถาบัน_ป้องกันรัฐ_พัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา
#กรมการขนส่งทหารเรือ

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีส่งข้าราชการและทหารกองประจำการไปปฏิบัติราชการสนาม

(24 มี.ค. 68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีส่งข้าราชการและทหารกองประจำการไปปฏิบัติราชการสนาม พร้อมทั้งให้โอวาทเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลในการเดินทางไปราชการสนาม โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41
     
ทั้งนี้ ได้มีข้าราชการและทหารกองประจำการในสังกัดกองบิน 41 ที่ไปปฏิบัติราชการสนาม ณ ฝูงบิน 416 (เชียงราย) และสถานีรายงานดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ในวาระ 1 เมษายน 2568 รวมจำนวนทั้งสิ้น 38 คน โดยในพิธี ได้ทำการนิมนต์พระสงฆ์ มาประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการและทหารกองประจำการที่ไปปฏิบัติราชการสนามในครั้งนี้

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสมาคมแม่บ้านตำรวจ เยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจฮีโร่ บาดเจ็บจากการเตะวัตถุระเบิดที่ถูกผู้ไม่หวังดีโยนเข้ามาในกองร้อยควบคุมฝูงชน เพื่อปกป้องประชาชนและเพื่อนตำรวจ

(25 มี.ค.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ ระดับ ตร./ประธานที่ปรึกษาโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” (ด้านตำรวจทุพพลภาพ) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 , ผศ.ดร.สุเนตร สุวรรณละออง รองประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 รักษาราชการแทนประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 , พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี , พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 2 และคณะแม่บ้านชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมเดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจ ร.ต.อ.ธีระเดช เล็กภู่ รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรแสนสุข ณ บ้านพัก อ.เมือง จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ธีระเดช เล็กภู่ ฮีโร่ผู้กล้าหาญที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน โดยการเตะวัตถุระเบิดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่โยนเข้ามาในกองร้อยควบคุมฝูงชนที่ตั้งด่านอยู่ในพื้นที่สะพานผ่านฟ้า กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2557 เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของ ร.ต.อ.ธีระเดชฯ ที่พร้อมปกป้องประชาชนและเพื่อนข้าราชการตำรวจ และรักษาความสงบเรียบร้อย แม้ต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิต

ในการเยี่ยมครั้งนี้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ และ คุณนภัสนันท์ฯ ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , สมาคมแม่บ้านตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และเงินช่วยเหลือส่วนตัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ ร.ต.อ.ธีระเดชฯ และครอบครัว พร้อมทั้งชื่นชมในความเสียสละและทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ กล่าวว่า ร.ต.อ.ธีระเดชฯ เป็นตัวอย่างของตำรวจที่กล้าหาญและเสียสละ สำนักงานตำรวจแห่งชาติชื่นชมในความกล้าหาญ และขอเป็นกำลังใจให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว

คุณนภัสนันท์ฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความเสี่ยงและความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม สมาคมแม่บ้านตำรวจพร้อมให้การสนับสนุนและดูแลครอบครัวของตำรวจที่เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ โดยจะอยู่เคียงข้างเสมอ

ปิด โครงการ 'แด่น้องผู้มีความหวัง' ปีที่ 32 

เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.68) น.อ.หญิง อัญชลี  ลี้พูลทรัพย์ หน.กลุ่มงานรังสีวิทยา ผู้แทน ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. ร่วมพิธีปิด โครงการ “แด่น้องผู้มีความหวัง” ปีที่ 32

โดยมี พล.ร.ต.นิรัตน์ ทากุดเรือ รอง ผบ.นย. เป็นประธาน ณ อาคารมะรีนฮอลล์ ศฝ.นย. ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี 

ผบช.ภ.2 ยกย่อง 'ฮีโร่' ตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านบึง ปั๊มหัวใจช่วยฟื้นชีวิต ด.ญ.จมน้ำ  ชื่นชมมีทักษะ ช่วยประชาชนอย่างสุดความสามารถ

(25 มี.ค.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2)  เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ร.ต.ต.ประวัฒน์ สิงห์ผดุงศักดิ์ รอง สวป. สภ.บ้านบึง ตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านบึง ได้ช่วยเหลือทำการ CPR ช่วยปั๊มหัวใจเด็กหญิงวัย 12 ปีที่จมน้ำ จนสามารถฟื้นคืนชีพกลับมามีลมหายใจ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ร.ต.ต.ประวัฒน์ ที่มีทักษะความรู้ด้านการช่วยชีวิตและเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ถูกวิธี มีสติ และมีความพยายามในการช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ จนสามารถช่วยชีวิตเด็กหญิงได้

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 เวลา 15.10 น. ตำรวจ สภ.บ้านบึง รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำในพื้นที่สระน้ำส่วนบุคคล ตำรวจสายตรวจมาบไผ่ สังกัด สภ.บ้านบึง กับอาสาสมัครกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง  จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุ พบเด็กหญิงวัย 12 ปี ถูกช่วยขึ้นมาจากสระน้ำอยู่ในอาการหมดสติ จึงเข้าไปช่วยทำ CPR ปั๊มหัวใจ จนเด็กหญิงมีสัญญาณชีพฟื้นคืนมา กระทั่งรถกู้ชีพ รพ.บ้านบึง ไปถึงที่เกิดเหตุนำตัวเด็กหญิงขึ้นรถนำตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาล ขณะนี้ทราบว่าอยู่ในการดูแลของแพทย์และอาการดีขึ้นตามลำดับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของผู้ปกครองที่เฝ้าลุ้นระทึกหวังให้ลูกหลานของตัวเองปลอดภัย โดยได้แสดงความดีใจ และขอบคุณตำรวจบ้านบึงที่เป็นเหมือนฮีโร่ให้การช่วยเหลือช่วยชีวิตเด็กหญิงในครั้งนี้

“ต้องชื่นชม ร.ต.ต.ประวัฒน์ ที่ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เป็นแบบอย่างที่ดีของตำรวจในการทำหน้าที่ช่วยเหลือดูแลประชาชนให้พ้นภัย และที่สำคัญมีทักษะความรู้ด้านการทำ CPR กู้ชีพซึ่งเป็นทักษะ ความรู้ที่ตำรวจทุกนายต้องมี เพื่อสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกวิธี” ผบช.ภ.2 กล่าว 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวด้วยว่า ฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เด็กมักเที่ยวเล่นน้ำ คลายร้อน และพบว่าช่วงเวลานี้ของทุกปี มีสถิติเด็กจมน้ำจำนวนมาก จึงขอให้ผู้ปกครองดูแลใส่ใจกวดขันเด็กในการดูแลของท่านเป็นพิเศษ มิให้ไปเล่นน้ำในพื้นที่เสี่ยงอันตราย น้ำลึก เชี่ยว ควรมีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ห่วงยาง เสื้อชูชีพ เพื่อความปลอดภัย และอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่อยู่เสมอ ทั้งนี้หากมีเหตุฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือให้โทรหาตำรวจได้ที่ โทร.191 ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมดูแล ประชาชนด้วยความเต็มใจ

ผบ.ตร.สั่งดำเนินคดี - ฟันวินัยเด็ดขาด ด.ต.หัวร้อน ภ.2 แจ้งข้อหาหนัก ชื่นชม “รองสารวัตร” เข้าระงับเหตุรวดเร็ว กล้าหาญ

(25 มี.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า จากกรณี ด.ต.กิตติศักดิ์ ฯ  สังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับอดีตแฟนสาว และทำร้ายตำรวจสายตรวจ สภ.สัตหีบ ที่เข้าไประงับเหตุ จนทำให้ ร.ต.ต.พาสกร ภาชูระเบียบนา รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตู้ยามเตาถ่าน ได้รับบาดเจ็บสาหัส นั้น ได้รายงาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทราบ ซึ่ง ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา พร้อมกำชับให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา พร้อมกำชับให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเฉียบขาดด้วย

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีว่า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งคุมตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งเวลา 05.00 น. ด.ต.กิตติศักดิ์ เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จึงได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น ดำเนินคดีข้อหา “เข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข โดยใช้กำลังประทุษร้าย ในเวลากลางคืน, ทำให้เสียทรัพย์, ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” โดยตนกำชับให้ดำเนินคดีอย่างรอบคอบ ย้ำว่าแม้เป็นตำรวจก็ไม่มีการช่วยเหลือกัน ยิ่งเป็นตำรวจแล้วทำผิดเสียเองต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ส่วนการดำเนินการทางวินัย เป็นเรื่องของหน่วยต้นสังกัดที่จะดำเนินการต่อไป
 
ผบช.ภ.2 กล่าวด้วยว่า ต้องชื่นชม ร.ต.ต.พาสกร ที่เข้าระงับเหตุอย่างทันท่วงที โดยวันนี้ได้ มอบหมายให้  พ.ต.อ.อรรถพล  พงษ์สุพรรณ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบรี เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุน Police Award และมอบกระเช้าเยี่ยมไข้เป็นการให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และขอให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยไว 

“ชื่นชมในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหา ระงับเหตุความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว ด้วยความกล้าหาญ แม้ว่าตัวเองจะเสี่ยงอันตราย และจากนี้กำชับให้ตำรวจสายตรวจเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าระงับเหตุ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย” ผบช.ภ.2 กล่าว

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ เยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ สภ.สัตหีบ ที่บาดเจ็บจากการระงับเหตุทะเลาะวิวาท

(25 มี.ค. 68) เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ ระดับ ตร./ประธานที่ปรึกษาโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” (ด้านตำรวจทุพพลภาพ) พร้อมด้วย ผศ.ดร.สุเนตร สุวรรณละออง รองประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 รักษาราชการแทนประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 , พ.ต.อ.อรรถพล พงษ์สุพรรณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และคณะแม่บ้านชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ ร.ต.ต.ภาสกร ภาชูระเบียบนา รอง สวป.สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทและช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่ง ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและชิงอาวุธปืน แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ 

ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ พร้อมด้วย คุณนภัสนันท์ฯ , ผศ.ดร.สุเนตรฯ และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ ร.ต.ต.ภาสกรฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว

จีน-ไทย เตรียมซ้อมรบทางทะเล ปลายมีนาคมนี้ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร เสริมศักยภาพป้องกันภัยคุกคาม

(24 มี.ค. 68) กระทรวงกลาโหมของจีนได้เปิดเผยในวันนี้ว่า จีนและไทยกำลังเตรียมจัดการซ้อมรบทางทะเลร่วมกันใกล้กับเมืองจ้านเจียง ในมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้

การซ้อมรบดังกล่าวจะเป็นการฝึกฝนร่วมกันระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและการป้องกันภัยคุกคามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกันในภาวะสงครามทางทะเลและการจัดการกับภัยคุกคามทางทะเลในอนาคต

กระทรวงกลาโหมจีนระบุว่า การซ้อมรบครั้งนี้จะมีการฝึกปฏิบัติทางยุทธวิธี การฝึกซ้อมการป้องกันภัยคุกคามจากเรือดำน้ำ การป้องกันจากการโจมตีทางอากาศ รวมถึงการฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในสถานการณ์ฉุกเฉิน

และครั้งนี้ถือเป็นการขยายความร่วมมือด้านการทหารระหว่างจีนและไทย ซึ่งทั้งสองประเทศต่างมองว่าความมั่นคงในภูมิภาคเป็นเรื่องสำคัญ การฝึกซ้อมร่วมกันจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในด้านยุทธศาสตร์และปฏิบัติการร่วมในสถานการณ์จริง

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมครั้งนี้มีความสำคัญในการแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างจีนและไทย โดยเฉพาะในด้านการทหารและการรักษาความสงบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การซ้อมรบทางทะเลร่วมกันจะเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีทางทหาร พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มุกดาหาร​ - ​ระทึก! กกล.สุรนารี บุกชาร์จแก๊งยาบ้ากลางสี่แยกดอนตาล รวบผู้ต้องหา 4 คน พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด

(24 มี.ค. 68) เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เพื่อขนส่งไปยังพื้นที่ตอนใน จึงจัดกำลังตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล เข้าซุ่มตรวจพื้นที่ บ้านอุบมุง อ. เขมราฐ จ.อุบลราชธานี กระทั่ง ต่อมาเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เชฟโรเลต ทะเบียน กอ 616 อุบลราชธานี ต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ขับรถติดตามไปจนถึงสี่แยก อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวจอดติดไฟแดง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการสกัดให้รถหยุดและขอตรวจค้นภายในรถพบกระสอบยาบ้า 6 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,200,000 เม็ด แต่ในระหว่างเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว ชาย 2 คนที่นั่งมาในรถ ปรากฏว่า 1 ใน 2 คนร้าย ได้พยายามแย่งปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เกิดปืนลั่นใส่ต้นขาซ้ายของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเขมราฐ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ อีกชุดหนึ่ง ยังได้ไล่ติดตามรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ แคป ทะเบียน ผพ 6913 อุบลราชธานี ซึ่งเป็นรถในกลุ่มขบวนการค้ายาบ้า ซึ่งขับหลบหนีไปอีกเส้นทางหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามไปสกัดไว้ได้ที่บริเวณ ถนนหมายเลข 2116 บ้านหนองเม็ก ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จ. มุกดาหาร โดยสามารถควบคุมตัวชายและหญิง รวม 2 คนที่นั่งมาในรถไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมด้วยยาบ้า และรถยนต์ 2 คัน นำส่ง พนักงานสอบสวน  สภ.เขมราฐ  ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#กองกำลังสุรนารีจับยาบ้าหนึ่งล้านสองแสนเม็ด #สี่แยกดอนตาล #อำเภอดอนตาล #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ลำปาง-ตร.ภ.จว.ลำปางแถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ยึดยาบ้า 1,010,000 เม็ด ผู้ต้องหา 2 คน

(24 มี.ค. 68) เวลา 11.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง บูรณาการหลายหน่วยงานร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 1 คดี ผู้ต้องหา 2 คน รถยนต์ 1 คัน ของกลางยาบ้า 1,010,000 เม็ด ที่จับกุมได้บริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง โดยมีนางสาวนิติยา พงษ์พานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง, พล.ต. วิชาญ ศรีภัทรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5, ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ณ ที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง (แห่งใหม่)

โดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 06.20 น. บริเวณถนนเส้นทางสายรองเถิน - แม่พริก (สายใน) ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มขบวนการยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดตากจะลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยจะใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจยาเสพติดและใช้วิธีรถนำ - รถตาม เพื่อหลบเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจยาเสพติดกลุ่มผู้ต้องหาใช้ยานพาหนะรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน สฎ 9042 กรุงเทพฯ เป็นรถบรรทุกยาเสพติด และมีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ หมายเลขทะเบียน บน 2601 ตาก เป็นรถนำทางและสำรวจเส้นทางอีกหนึ่งคัน หลังจากได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ และได้ทำการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไว้ตามเส้นทางและด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก
ต่อมา เมื่อรถยนต์ผ่านจุดซุ่มบนถนนสายรองแม่พริก - เถิน บริเวณบ่อขยะ หมู่ 1 อ.แม่พริก จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด่านตรวจยาเสพติดจึงได้ทำการตั้งจุดสกัดบนถนนดังกล่าว ซึ่งมีแสงไฟสว่างเพียงพอ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ส่งสัญญาณไฟเพื่อให้รถเป้าหมายหยุดเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งความเร็วเพื่อพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งติดตามรถคันดังกล่าวจนสามารถหยุดรถได้

จากการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบนายธนิน(นามสมมุติ) เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นรถยนต์ดังกล่าว พบยาบ้าซุกซ่อนในกระสอบจำนวน 5 กระสอบ รวมประมาณ 1,010,000 เม็ด
จากการสอบถาม นายธนินฯ รับว่ารถยนต์หมายเลขทะเบียน บน 2601 ตาก เป็นรถนำเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหารถคันดังกล่าวจนพบจอดทิ้งไว้ บริเวณถนนเรียบน้ำวัง - บ้านท่าด่าน ห่างจากจุดสกัดประมาณ 2 กิโลเมตร โดยพบนายวันชัย (นามสมมุติ) อยู่บริเวณดังกล่าว จากการตรวจสอบรถยนต์คันนี้ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย นายวันชัยฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนขับรถนำเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจยาเสพติดจริง

จากการสอบถาม นายธนินฯ ให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์เพื่อไปรับยาเสพติดบริเวณริมทางรถไฟ บ้านแม่พวก ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ และนำไปส่งปลายทางที่ จ.สระบุรี โดยมีนายวันชัยฯ ขับรถนำเพื่อสำรวจเส้นทาง โดยได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงยาบ้าเป็นจำนวน 500,000 บาท เบื้องต้นได้รับเงินค่าจ้างมาแล้วเป็นจำนวน 20,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 20 มีนาคม 2568 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 1,405 คดี คดีรายสำคัญ 7 คดี ยาบ้ารวมประมาณ 22 ล้านเม็ด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 24 ล้านบาท

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลลูกหลานหรือบุคคลใกล้ชิดที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่าน สายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, Line @inthanon1 (ผบช.ภ.5) และ Application Police i lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top