Saturday, 13 June 2026
NEWS FEED

กองทัพอากาศ ร่วมยินดีกับ ‘วศิน อิ่มสมัย’ อย่างภาคภูมิใจ เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก โรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐอเมริกา

(3 มิ.ย. 68) ชูธงชาติไทย อย่างสมเกียรติ กองทัพอากาศ ขอร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนนายเรืออากาศ วศิน อิ่มสมัย ที่สำเร็จการศึกษาได้รับ "เกียรตินิยมอันดับ 1" จาก โรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐอเมริกา (United States Air Force Academy) สาขาวิชาเอก วิศวกรรมอากาศยาน

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกองทัพอากาศที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และเป็นตัวอย่างของบุคคลที่มีความมานะพยายามจนประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาของกองทัพอากาศ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

(3 มิ.ย. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ นำคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย จังหวัดนราธิวาส

(2 มิ.ย. 68) พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน ณ กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ในการนี้ พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วย พันเอก กำธร ศรีเกตุ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ และกำลังพล ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านการข่าวในพื้นที่ และรายงานผลการปฏิบัติงานตามภารกิจสำคัญ ทั้งในส่วนของการรักษาความมั่นคงตามนโยบายของผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และการป้องกันชายแดนตามพันธกิจ 5 ประการ ได้แก่ การเฝ้าตรวจและป้องกันพื้นที่ชายแดน, การเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน, การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่, การประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และการติดตามข่าวสารและสถานการณ์สำคัญจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามผลการดำเนินงานตามภารกิจเร่งด่วน 5 ด้านของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แก่ การควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย,การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด, การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม, การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง, การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้มาตรการที่รัดกุมเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด พร้อมเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน

📍 ทั้งนี้ ได้ฝากข้อคิดและให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติงานให้มีความพร้อม มุ่งมั่นในการดูแลประชาชนด้วยหัวใจแห่งความเสียสละ บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

รัฐบาลไทย เบรกแผนกองทัพปิดด่าน หลังผู้นำกัมพูชาต่อสายร้องขอ หวั่นกระทบเศรษฐกิจชายแดน

(2 มิ.ย. 68) มีรายงานว่า รัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ขอให้กองทัพใช้ความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบว่ากัมพูชาเพิ่มกำลังทหารและอาวุธหนักในพื้นที่ช่องบก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ โดยฝ่ายกัมพูชาหันปืนใหญ่เข้าสู่ฝั่งไทย

กองทัพไทยแจ้งต่อรัฐบาลว่า ทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามายังเขตแดนของไทย จึงเสนอปิดด่านชายแดนทั้งหมด เพื่อกดดันให้กัมพูชาถอนกำลังออกไป โดยมองว่าหากนิ่งเฉยจะเป็นการยอมรับการล้ำแดน ซึ่งสร้างความไม่สบายใจต่อฝ่ายทหาร

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ ขอให้ชะลอแผนปิดด่านออกไป เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบต่อการค้าชายแดน และซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ พร้อมระบุว่ากำลังจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเวทีทางการทูตที่ควรให้โอกาสก่อน

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ. เตีย เซ็ยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้โทรศัพท์หานายภูมิธรรม ร้องขอไม่ให้ไทยปิดด่านชายแดน ซึ่งนำไปสู่การพูดคุยภายในรัฐบาล และมีคำสั่งให้กองทัพยับยั้งมาตรการแข็งกร้าวไว้ชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดที่จะลุกลามบานปลาย

พังงา-ทัพเรือภาค 3 ช่วยเรือขนส่งเมียนมา เกยตื้นจมทั้งเรือและพัสดุ ใกล้อุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

(2 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือขนส่งสินค้าสัญชาติเมียนมาร์  MV.AYAR LINN เกยตื้น บริเวณอ่าวจาก ทิศเหนือของอุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา จากการตรวจสอบพบว่า เรือ MV.AYAR LINN ขนาด 100.05 ตันกรอส มีคนจำนวน 8 คน ทั้งหมดเป็นสัญชาติเมียนมาร์ คน มี Mr. AUNG NGWE SOE  อายุ 50 ปี เป็นผู้ควบคุมเรือ โดยมี Mr.Ko Soe Thin B เป็นเจ้าของเรือ(ภูมิลำเนากรุงย่างกุ้ง) เรือลำดังกล่าวได้เเจ้งเข้ามาจอดเพื่อขนส่งสินค้า ประเภทเครื่องอุปโภค บริโภค ณ ท่าเรือโกม๊ก จ.ระนอง ในวันที่ 23 พ.ค.68 และเเจ้งออกเรือ ในวันที่ 29 พ.ค.68 อย่างถูกต้อง โดยได้เดินทางไปขนส่งสินค้ายังที่หมายแรกคือเกาะสอง ประเทศเมียนมาและได้ไปส่งลูกเรือ ชื่อ Mr.Zar ขึ้นที่เกาะสอง จากนั้นได้ออกเรือเดินทางต่อไปยังเมืองมะริด ในระหว่างออกเรือเดินทางตามเส้นทางเดินเรือ ทางเรือได้ตรวจพบรอยรั่ว บริเวณท้องเรือ ทางผู้ควบคุมเรือจึงได้นำเรือมุ่งหน้าไปยังที่หมายฝั่งที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อคนประจำเรือ จนเป็นเหตุให้เรือไปเกยตื้นบริเวณอ่าวจาก ทิศเหนือของอุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และ ศปก.ทรภ.3 ได้สั่งการให้ ร.ล.มัตโพน เเละ นรภ.ทร.ก.สุรินทร์ เข้าดำเนินการตรวจสอบ เเละให้การช่วยเหลือเรือ และลูกเรือลำดังกล่าว 
   ช่วงบ่ายวันเดียวกัน (1 มิ.ย.68) สถานการณ์น้ำยังคงเข้าเรืออย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่ ร.ล.มัตโพน ไม่สามารถเข้าไปถึงเรือ MV.RAYAR LINN เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่น้ำตื้น, เรือ MV.ค่อย ๆ จมลงอย่างช้าๆ ทำให้สินค้าจำนวนหนึ่งลอยกระจายไปกับกระแสน้ำ อีกส่วนหนึ่งจมลงไปพร้อมกับเรือ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดพังงา (ศคท.จว.พง.ฯ) จึงได้ดำเนินการประสาน เรือหลวงมัตโพน เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทหารเรือเกาะสุรินทร์ เจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เเละ ตำรวจน้ำจาก ส.รน.2 กก.8 บก.รน. พร้อมเรือยาง ให้การช่วยเหลือ ตามตำบลที่เรือเกยตื้น เเละช่วยคนประจำเรือทั้ง 7 คน ขึ้นสู่เรือหลวงมัตโพน ด้วยความปลอดภัย โดยได้รับเเจ้งจากทาง ร.ล.มัตโพน หลังจากนี้จะนำลูกเรือขึ้นสู่ฝั่ง ณ ท่าเทียบเรือ ฐานทัพเรือพังงา ทหารเรือภาค 3 

จากการตรวจสอบของชุดตรวจค้นและเจ้าหน้าที่ พบว่า ทางเรือมีการสำเเดง เอกสารประจำเรือ บัญชีคนประจำพาหนะ ใบปล่อยเรือ (Clearance outwards) คำเเสดงที่ยื่นพร้อมกับบัญชีสินค้าสำหรับขาออก เเละใบขนถ่ายสินค้าขาออก ที่ผ่านพิธีการทางศุลกากร อย่างถูกต้อง นอกจากสินค้าตามรายการที่แจ้งแล้ว ผู้ควบคุมเรือ ได้เเจ้งว่าในเรือมีน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 7,700 ลิตร ที่ใช้ในการเดินทาง โดยบรรจุในถังใช้การ  จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ จะดำเนินการส่ง จนท.ลงพื้นที่ ตรวจสอบตำบลที่เกิดเหตุอีกครั้ง
สำหรับการทำลายความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและเเนวปะการัง ในพื้นที่นั้น ทางอุทยานฯ ได้ดำเนินการควบคุมคนประจำเรือ MV.AYAR LINN จำนวน 7 คน พร้อมของกลาง หลังจาก ร.ล.มัตโพนส่งคนประจำเรือขึ้นสู่ฝั่งเพื่อไปสอบข้อเท็จจริง ณ ที่ทำการอุทยานเเห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา รวมทั้งเตรียมเเจ้งข้อกล่าวหา เเละทำบันทึกการจับกุมพร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.คุระบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หลังจากนี้ ทางอุทยานฯ เเจ้งว่าจะดำเนินการส่ง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ดำน้ำสำรวจความเสียหายของเเนวปะการังอีกครั้ง รวมทั้ง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทหารเรือเกาะสุรินทร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสิ่งของต่างๆ ที่ลอยไปตามกระเเสน้ำเพื่อไม่ให้เกิดส่งผลกระทบต่อสภาวะเเวดล้อมทางทะเลเป็นอย่างไร
ภาพข่าว

พงษ์ศักดิ์ ประทีป /โกอู๋@ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา

‘ฮุน เซน’ เตือนปมชายแดนไทย-กัมพูชา อาจกลายเป็น ‘กาซา’ เสนอพึ่งศาลโลก หวั่นความขัดแย้งเรื้อรังไม่สิ้นสุด

(2 มิ.ย. 68) สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตือนว่าหากปัญหาพรมแดนระหว่างกัมพูชากับไทยไม่ได้รับการแก้ไขผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อาจนำไปสู่ความขัดแย้งเรื้อรังคล้ายสถานการณ์ในกาซาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ พร้อมย้ำว่า “หากเราจริงใจ ทำไมต้องกลัวศาลโลก?”

ล่าสุด ฮุน เซนโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ในการประชุมร่วมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและวุฒิสภาเช้าวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาชิก 182 คนลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ ต่อแผนการของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ในการยื่นข้อพิพาทพรมแดนกับไทยเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก โดยถือเป็นมติสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างชัดเจน

ฮุน เซนยังกล่าวว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อปี 2000 ที่เคยลงนามร่วมกับไทยนั้น “หมดความหมาย” หลังผ่านมา 25 ปีโดยไม่มีความคืบหน้า พร้อมเปิดเผยว่ามีทหารกัมพูชาถูกยิงเสียชีวิตในเหตุปะทะล่าสุด ถือเป็นอีกหลักฐานว่าความขัดแย้งยังไม่ยุติ

ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ระบุว่ากัมพูชาจะเดินหน้ายื่นเรื่องต่อ ICJ ไม่ว่าจะได้รับความร่วมมือจากไทยหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนทุกฝ่ายสามัคคี สนับสนุนกองทัพ และงดการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงเวลาสำคัญนี้

หากสถานการณ์บานปลาย ฮุน เซนยืนยันว่ากัมพูชาจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อขอการแทรกแซงระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ากัมพูชาไม่มีเจตนายึดครองดินแดน แต่จะไม่ยอมสูญเสียพื้นที่อีกแม้แต่ตารางนิ้วเดียว 

ขณะที่กองทัพบกของไทย ชี้แจงว่าการเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่จะนำข้อพิพาทไปยังศาลโลกนั้น เป็นเรื่องทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีมาก่อนหน้า และ “ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง” กับกรณีเหตุการณ์ล่าสุดบริเวณชายแดน 

เลิกกั๊ก!! โอกาสปล่อยของมาแล้ว

#1212ETDA ชวนมาปล่อยของ ประลองไอเดีย กับโครงการ IGNITE CREATIVITY CHALLENGE ปี2 

ขอท้าคนมีหัวคิดมาร่วมประกวดวิดีโอความยาวไม่น้อยกว่า 30 วินาที และไม่เกิน 2 นาทีภายใต้หัวข้อ “รู้เท่าทันทุกกลโกง” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 170,000 บาท  
เปิดโอกาสให้ทุกคนมาสร้างสรรค์ผลงานที่มาพร้อมกับความรู้และ แนวทางในการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ด้วยแนวคิดที่สร้างสรรค์ และทันสมัยผ่านคลิปวิดีโอ

รายละเอียดการรับสมัคร

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถกรอกใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 9 มิถุนายน 2568 ได้ที่ https://docs.google.com/.../1FAIpQLSfgnPSzPKmQIN.../viewform 

คุณสมบัติผู้เข้าประกวด
* ผู้สมัครจะต้องมีสัญชาติไทย ไม่จำกัดอายุ

กติกาในการเข้าร่วมประกวด
* ผู้สมัครสามารถส่งผลงานแบบเดี่ยว หรือทีมต่อหนึ่งชิ้นงาน
* ในกรณีสมัครเป็นทีมจำนวนสมาชิกในแต่ละทีมต้องไม่เกิน 5 คน 
* ผู้สมัครจะต้องจัดทำสื่อในรูปแบบ Storyboard พร้อมแนบไฟล์นำเสนออธิบายแนวคิดผลงานตามแบบฟอร์มที่กำหนด โดยชิ้นงานนั้น ๆ ต้องพร้อมต่อยอดในการผลิตเป็นรูปแบบวิดีโอภายหลังจากการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ความยาวไม่น้อยกว่า 30 วินาที และไม่เกิน 2 นาที ภายใต้หัวข้อ “รู้เท่าทันทุกกลโกง” ไม่จำกัดรูปแบบผลงาน (แนวตั้งหรือแนวนอน)

รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด
* รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 60,000 บาท
* รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท
* รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท
* ผลงานที่ได้รับรางวัล 1 เงินรางวัล 10,000 บาท
* ผลงานที่ได้รับรางวัล 2 เงินรางวัล 10,000 บาท

นอกจากนั้นผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับเกียรติบัตร และโล่รางวัล
แล้วมาร่วมปล่อยของ ประลองไอเดียไปด้วยกันกับโครงการ IGNITE CREATIVITY CHALLENGE ปีที่2 กันนะครับ 

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ยัน!! ‘ช่องบก-สามเหลี่ยมมรกต-ปราสาทตาเมือนธม’ เป็นของไทยตั้งแต่แผ่นดินของ ‘ร.5’ ระบุชัด!! เคยไปสำรวจพื้นที่นี้มาก่อน

(1 มิ.ย. 68) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ช่องบกของไทยแน่นอน” เนื้อหาระบุว่า ขอยืนยันว่า ช่องบก สามเหลี่ยมมรกตและปราสาทตาเมือนธม เป็นของไทยแน่นอน แผ่นดินนี้เป็นของไทยตั้งแต่แผ่นดินรัชกาลที่ห้า ตั้งแต่เริ่มแรกที่มีรัฐชาติสมัยใหม่ สยาม ฝรั่งเศสได้ทำความตกลงกำหนดเขตแดน ตามสนธิสัญญาสยามฝรั่งเศส อาศัยแนวสันปันน้ำ ความจริง เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ เคยเป็นของไทยที่ในหลวงรัชกาลที่ยอมเสียเพื่อแลกจังหวัดตราดกลับคืนมาเป็นของไทย

ผมเคยไปสำรวจพื้นที่นี้มาก่อน ข่องบก สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ฝั่งไทยจะตั้งอยู่บนแนวสันปันน้ำชัดเจน แผ่นดินฝั่งกัมพูชาจะลึกลงไปอยู่ในหุบ ลึกระดับเป็นเมตรๆ ศาลาตรีมุขตรงสามเหลี่ยมมรกตที่ถูกเผา ฝั่งไทยก็เป็นที่สูง ส่วนฝั่งลาวและกัมพูชา จะเป็นหุบต่ำลงไปมาก

บริเวณนี้ใช้แนวสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน หลักเขตหลักที่ 1 ไทยกัมพูชา ตั้งอยู่ช่องสะงำ  ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ ศรีสะเกษ ไล่ไปจนถึงหลัก 73 แหลมสารพัดพิษ ตราด ซึ่งจะใช้เป็นหลักอ้างอิงกำหนดแนวเขตในทะเล ยืนยัน ช่องบกของไทยแน่นอนตั้งแต่อดีต

‘ไซลุน ไทร์’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ชูเทคโนโลยี Ecopoint³ เอาใจสาย Performance ยกระดับสมรรถนะยาง ให้เต็มพิกัด

(1 มิ.ย. 68) มร.บรูซ โจว รองประธานบริษัท ไซลุน กรุ๊ป และกรรมการบริหารภูมิภาคการขายเอเชีย (Mr.Bruce Zhou Vice President of Sailun Group and Executive Director of  Asia Sales Region) เปิดเผยว่า “ในปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของไซลุน ไทร์ โดยมีรายได้รวมกว่า 4.436 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 22.42% ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 ของบริษัทผู้ผลิตยางที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน และครองอันดับที่ 10 ของโลกในบรรดาบริษัทผู้ผลิตยางชั้นนำ อีกทั้ง ไซลุน ไทร์ ยังครองอันดับหนึ่งในด้านอัตราการเติบโตของรายได้และปริมาณยอดขาย สะท้อนถึงศักยภาพของแบรนด์และการยอมรับในตลาดโลก 

การจัดอันดับของ Brand Finance ประจำปี 2025 ไซลุน ไทร์ เป็นบริษัทจีนเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอันดับ Top 10 แบรนด์ยางที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก  แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับสากล  นอกจากนี้  ในด้านการแข่งขันระดับนานาชาติ ไซลุน ไทร์ ยังเป็นผู้จัดหายางอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน F4 และมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ FIA โดยจัดหายางสมรรถนะสูงสำหรับการแข่งขันในหลายประเทศ ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยียางของจีนในเวทีระดับโลกอีกด้วย สำหรับเทคโนโลยียางรุ่น EcoPoint³  ที่เปิดตัวใหม่ เป็นผลลัพธ์ของการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยียางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้น โดยยาง SAILUN มีคุณสมบัติเด่นทั้งด้านการควบคุมที่แม่นยำ การเบรกบนถนนเปียก ความต้านทานการหมุน และความเงียบขณะขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีอากาศร้อนชื้นและสภาพถนนที่หลากหลาย ยาง EcoPoint³ สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นคงในทุกสภาพถนน รวมถึงประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์แนวคิด “เทคโนโลยีเปลี่ยนการขับขี่”

สำหรับประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญในกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชีย โดยทาง ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) ได้ร่วมมือกับบริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายยาง SAILUN อย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการจับมือทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการหลอมรวมแนวคิด เพื่อขยายความแข็งแกร่งในด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย แบรนด์ และการบริการ  ในตลาดประเทศไทย โดยในอนาคต ไซลุน ไทร์ จะยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น  พร้อมร่วมมือกับ บริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด และพันธมิตรในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง  มืออาชีพ และเข้าถึงได้”

มร.สตีฟ จาง ผู้อำนวยการทั่วไปประจำประเทศไทยและกัมพูชาของบริษัท ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Mr.Steve Zhang General Manager of Thailand and Cambodia, Sailun Tire (Thailand) co., Ltd) กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยางรถยนต์ที่มีความคึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไซลุน ไทร์ จึงได้จัดตั้งสำนักงานขายในประเทศไทย พร้อมสร้างเครือข่ายคลังสินค้าและโลจิสติกส์ครอบคลุมทั้งประเทศ และทีมบริการหลังการขายที่เป็นคนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นวัตกรรมสำคัญที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์นี้ก็คือ เทคโนโลยี Ecopoint³ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสารประกอบอย่างขั้นสูงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก  ด้วยกระบวนการ “LPM (Liquid Phase Mixing)” หรือการผสมยางในสถานะของเหลว ซึ่งช่วยให้ยางธรรมชาติ ซิลิกา และสารเสริมแรงต่างๆ สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับโมเลกุล ส่งผลให้โครงสร้างเนื้อยางมีความสม่ำเสมอ แข็งแรง ยึดเกาะถนน ลดแรงต้านการหมุน ทำให้พร้อมรองรับสมรรถนะในทุกสภาวะการใช้งาน เพื่อยกระดับสมรรถนะยางใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยในการขับขี่ ด้านความทนทาน และประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งเหนือกว่ายางทั่วไป โดยยังคงรักษาความสมดุลในทุกด้านของสมรรถนะไว้อย่างครบถ้วน  และด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการวิจัยและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ครอบคลุมศูนย์วิจัยและเครือข่ายการผลิตทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทุกเส้นยางล้วนได้รับการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด พร้อมด้วยสิทธิบัตรกว่า 3,500 รายการ  นับเป็นบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมยางระดับสากล  

สำหรับช่องทางจัดจำหน่ายยางรถยนต์ “ EcoPoint³ และ SAILUN” ปัจจุบัน ทางบริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : kps-accessories / Facebook : SAILUN TIRE THAILAND และ Facebook : EcoPoint3 Thailand  หรือ โทร.02-751-1853

Union Grands Crus de Bordeaux 2025 ศูนย์กลางแห่งรสนิยมระดับโลก ดื่มด่ำรสชาติไวน์ที่น่าหลงใหล ในบรรยากาศสุดหรู ริมฝั่งเจ้าพระยา

(30 พ.ค. 68) เมื่อเวลา 14.45 – 17.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2025 ห้องบอลรูมของโรงแรม Capella Bangkok ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่แห่งวัฒนธรรมไวน์ฝรั่งเศส กับการกลับมาของงาน Union des Grands Crus de Bordeaux (UGCB) ที่กรุงเทพฯ – งานชิมไวน์ระดับโลกที่รวมสุดยอดแกรนด์ครูจากแคว้นบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส กว่า 50 ชาโตว์ไว้อย่างพร้อมหน้า

บ่ายของวันที่บอร์กโดซ์มาพบกรุงเทพฯ

บรรยากาศในงานอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งรสนิยม ภายใต้แสงนวลของโคมไฟทรงกลมที่ประดับชื่อ “Union Grands Crus Bordeaux” อย่างโดดเด่น ผู้ร่วมงานจากหลากหลายวงการ ทั้งซอมเมอลิเยร์ ผู้นำเข้า ผู้เชี่ยวชาญไวน์ และแขกผู้หลงใหลในเสน่ห์ของไวน์ฝรั่งเศส ต่างทยอยเข้าร่วมงานเพื่อสัมผัสรสชาติและเรื่องราวของวินเทจใหม่จากแต่ละชาโตว์

ในงานจะพบกับไวน์ที่โดดเด่นอย่างเช่น Château Le Gay จาก Pomerol ที่นำเสนอไวน์วินเทจ 2022 ซึ่งโดดเด่นด้วยสัดส่วน Merlot 90% ผสาน Cabernet Franc อีก 10% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น ลุ่มลึก และซับซ้อนในสไตล์ Right Bank อย่างแท้จริง

หรืออีกหนึ่งไวน์ที่เปล่งประกายภายในงาน คือ Château Lagrange 2022 จาก Saint-Julien – Grand Cru Classé ที่หลอมรวมความแม่นยำแบบญี่ปุ่นเข้ากับวิญญาณของบอร์กโดซ์ไว้อย่างสง่างาม เป็นไวน์ที่ทั้งทรงพลัง ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการบ่มเพาะอย่างมีปรัชญา

นอกจากนั้นยังได้พบกับ มรดกแห่งศตวรรษที่ 13 สู่ไวน์ชั้นเยี่ยม คือ Château Carbonnieux จาก Graves ที่นำเสนอไวน์ขาววินเทจ 2022 อันบริสุทธิ์และหรูหรา ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของไวน์ฝรั่งเศสสายพันธุ์เก่าแก่ ที่ยังคงส่องประกายได้ในทุกยุคสมัย

มากกว่าการชิม คือการเชื่อมโยง
นอกจากรสไวน์ งานนี้ยังเป็นสะพานแห่งโอกาสและวัฒนธรรม เชื่อมโยงฝรั่งเศสกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง นับเป็นเวทีสำคัญที่คนไทยในอุตสาหกรรมไวน์ได้พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของชาโตว์ตัวจริง เสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับนานาชาติอย่างเป็นกันเอง

Union Grands Crus de Bordeaux 2025 ไม่เพียงเป็นการชิมไวน์ แต่คือการเดินทางของรสชาติ สัมผัส และมิตรภาพในช่วงบ่ายของวันที่แสนพิเศษ — วันที่กรุงเทพฯ ได้กลายเป็น “ศูนย์กลางแห่งรสนิยมระดับโลก” อีกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top