Saturday, 13 June 2026
NEWS FEED

ไต้หวัน แจงปมดราม่า ‘ไช่ อิง เหวิน’ ยัน ผู้นำฯ ไม่เคยพูดว่าไทย กั๊กวัคซีน

หลังจากที่ประธานาธิบดีของไต้หวันเอ่ยถึงวัคซีนที่สั่งจากไทย ทำให้เกิดกระแสพูดถึงในวงกว้างในประเทศไทยเรื่องดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยมีหนังสือชี้แจงกรณีที่เมื่อเร็วๆ นี้ ข่าวในประเทศไทยรายงานว่าประธานาธิบดีไต้หวันไช่อิงเหวินได้กล่าวว่าประเทศไทยได้เก็บวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ที่ผลิตที่ไทยไว้ใช้เอง และต่อมานางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบนทวิตเตอร์ว่าประเทศไทยไม่ได้ปิดกั้นการส่งออกวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า

สำนักงานฯ แถลงว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไช่ ได้แสดงความคิดเห็นขณะให้สื่อไต้หวันสัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถผลิตได้ตามจำนวนที่ต้องการนั้น เนื่องจากความสามารถการผลิตวัคซีนทั่วโลกไม่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกประเทศได้ และเนื่องจากประเทศไทยและอินเดียซึ่งเป็นประเทศผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังต่อสู้กับวิกฤตโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนไต้หวันรอคอยวัคซีนอย่างอดทน

การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ประธานาธิบดีไช่ได้อธิบายต่อประชาชนไต้หวันว่าการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนตนเองเป็นเรื่องเร่งด่วน “อันดับแรก” สำหรับรัฐบาลทุกประเทศ อีกทั้งตระหนักว่าจำนวนวัคซีนที่บริษัทผลิตวัคซีนแต่ละแห่งสามารถผลิตได้นั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของทั่วโลกอีกมาก ดังนั้นทุกประเทศจึงพยายามทุกวิธีทางเพื่อให้วัคซีนถึงประเทศตนเองอย่างเร็วที่สุด สำนักงานฯ ขอชี้แจงว่า ในขณะให้สัมภาษณ์ ประธานาธิบดีไช่มิได้กล่าวว่าประเทศไทย “ปิดกั้น” (block) การส่งออกวัคซีน

"ในขณะที่ทั่วโลกยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายของโรคระบาด ทั้งไต้หวันและไทยเมื่อปีที่ผ่านมา (ค.ศ.2020) ต่างรับมือกับวิกฤตโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เราเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขของทั้งสองฝ่ายจะมุ่งมั่นส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราหวังว่ากระบวนการผลิตวัคซีนจะเป็นไปได้ด้วยดีทำให้สามารถส่งมอบวัคซีนได้ตามกำหนด เพื่อร่วมฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" แถลงการณ์ระบุ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว ได้เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ว่า ทางไต้หวันได้หารือกับสำนักงานใหญ่ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าและสั่งซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 10 ล้านโดส แต่จนถึงตอนนี้ได้รับเพียง 100,000 โดส แหล่งข่าวไม่สามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบและจำนวนโดสที่ผลิตโดยโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากแอสตร้าเซนเนก้า ประเด็นที่ว่านี้จะต้องดูที่สัญญาระหว่างไต้หวันกับบริษัทว่าโรงงานในประเทศไทยหรืออินเดียที่รับผิดชอบการผลิต

 

ที่มา : Photo by Handout / Taiwan Presidential Office / AFP

: https://www.posttoday.com/world/655489


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ในที่สุด บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ก็สามารถเดินหน้าผลิตวัคซีนจาก AstraZeneca และได้เริ่มทยอยส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยที่ตั้งเป้าไว้ที่ 6 ล้านโดส ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จากยอดที่จองไว้ทั้งหมด 60 ล้านโดสภายในสิ้นปี พ.ศ. 2564

สำหรับสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตจากบริษัท AstraZeneca หนึ่งเดียวในอาเซียน ให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนในภูมิภาคนี้ ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการระบาดระลอกใหม่ของ Covid-19 ในปีนี้

สิ่งที่หลายฝ่ายยังเป็นกังวล คือ ศักยภาพการผลิตวัคซีนของบริษัทที่มียอดจองในอาเซียนที่สูงถึง 200 ล้านโดสให้ทันกับวันกำหนดส่งมอบวัคซีนที่กำหนดไว้

เพราะทันทีที่มีข่าวว่า สยามไบโอไซเอนซ์ได้เริ่มผลิต และส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้กับรัฐบาลไทยแล้ว ก็มีประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเริ่มทวงถามถึงวัคซีนที่ได้สั่งจองไว้ และเลยกำหนดส่งแล้ว

อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ได้สั่งจองวัคซีนไว้จำนวน 17 ล้านโดส แต่มีรายงานว่าวันกำหนดส่งมอบวัคซีนล็อตแรกได้ถูกเลื่อนออกไปอีกหลายสัปดาห์ และวัคซีนที่สามารถส่งมอบได้อาจน้อยกว่ายอดที่ได้สั่งจองไว้

ทางด้านมาเลเซีย ก็ได้สั่งจองวัคซีน AstraZeneca จำนวน 6.4 ล้านโดส จากสยามไบโอไซเอนซ์เช่นกัน และต้องได้รับวัคซีนล็อตแรกจำนวน 6.1 แสนโดสภายในเดือนนี้ ก็ได้ทวงถามมายังผู้ผลิตไทย และยังคาดหวังว่าจะได้รับวัคซีนตามกำหนด

และล่าสุด รัฐบาลไต้หวันก็อ้างว่าได้รับวัคซีน AstraZeneca ล่าช้ากว่ากำหนด เพราะไทยต้องการเก็บวัคซีนไว้ใช้แต่ในประเทศ

ซึ่งเรื่องนี้ ทางรัฐบาลไทยได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และทางสยามไบโอไซเอนซ์ กำลังเร่งผลิตวัคซีนออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเคยให้ข้อมูลว่าสามารถผลิตวัคซีนได้มากถึง 200 ล้านโดส ต่อปี หรือเฉลี่ย 15-20 ล้านโดสต่อเดือน

โดยทางบริษัทเพิ่งได้รับอนุมัติการผลิตจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนก้าในต่างประเทศเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม และสามารถส่งมอบวัคซีนล็อตแรกจำนวน 1.8 ล้านโดสให้แก่รัฐบาลไทยได้ทันตามกำหนด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันยอดการผลิตทั้งหมดในขณะนี้ว่าตรงตามเป้าที่ตั้งไว้หรือไม่

แต่ถึงกระนั้นเมื่อวัคซีนกลายเป็นคำตอบเดียวที่จะคลี่คลายสถานการณ์ Covid-19 จนกลายเป็นความกดดันสู่หลายรัฐบาลในแต่ละประเทศ ที่ถูกเรียกร้องจากบรรดาประชาชน

จึงอาจจะบอกได้ว่า คนไทยและชาวอาเซียนหลายล้านคน น่าจะพอคาดหวังกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ได้พอสมควรเลย...

 

อ้างอิง: https://asia.nikkei.com/Spotlight/Coronavirus/COVID-vaccines/Thai-king-owned-biotech-starts-production-of-AstraZeneca-vaccine

https://www.devdiscourse.com/article/health/1605843-malaysia-says-delivery-of-thai-made-astrazeneca-vaccines-delayed

https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/thailand-denies-blocking-exports-astrazeneca-vaccines-2021-06-13/

https://www.voanews.com/covid-19-pandemic/thailand-debuts-locally-made-astrazeneca-supplies-are-tight

https://thethaiger.com/coronavirus/siam-bioscience-declares-astrazeneca-vaccine-ready-to-deliver


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

จีนเตือนผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ จี 7 อย่างตรงไปตรงมาว่า ช่วงเวลาที่ประเทศกลุ่มเล็กๆ ชี้ชะตาโลกได้หมดยุคไปนานแล้ว ตอบโต้ที่กลุ่ม จี 7 หาจุดยืนร่วมกันในการต่อต้านจีน

โฆษกสถานทูตจีนประจำกรุงลอนดอนของอังกฤษ แถลงว่า ช่วงเวลาที่การตัดสินใจใดๆ ของโลกถูกบงการโดยประเทศกลุ่มเล็กๆ ได้หมดยุคไปนานแล้ว จีนเชื่อเสมอว่า ทุกประเทศไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก แข็งแรงหรืออ่อนแอ มีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นเรื่องต่างๆ ของโลกจึงควรดำเนินการผ่านการปรึกษาหารือของทุกประเทศ

ผู้นำกลุ่มจี 7 ประกอบด้วย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ประชุมสุดยอดที่รีสอร์ทริมทะเลคาร์บิสเบย์ เทศมณฑลคอร์นวอลล์ ตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ แหล่งข่าวเผยว่า นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ซึ่งเป็นผู้นำการหารือเรื่องจีนเมื่อวันเสาร์ ได้เรียกร้องให้ที่ประชุมหาวิธีที่เป็นหนึ่งเดียวร่วมกันในการรับมือกับความท้าทายจากจีน

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้นำ จี 7 กำลังหาหนทางร่วมกันในการรับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น หลังจากจีนแผ่ขยายอำนาจทางเศรษฐกิจและทางทหารขนานใหญ่ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ที่ประชุมต้องการแสดงให้โลกเห็นว่า กลุ่มจี 7 เป็นทางเลือกที่จะคานการแผ่ขยายอำนาจของจีนได้ โดยในวันที่สองของการประชุม ผู้นำ จี 7 ตกลงแผนสนับสนุนบริษัทที่มีรายได้ระดับกลางและต่ำกว่า ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น เพื่อหวังคานอำนาจจีนที่กำลังขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ในแถลงการณ์ของกลุ่มจี 7 ระหว่างการประชุมสุดยอดที่เทศมณฑลคอร์นวอลล์ของอังกฤษ ผู้นำประเทศต่างๆ บอกว่า พวกเขาจะเสนอโครงการการร่วมมือที่ยึดหลักค่านิยม มีมาตรฐานสูงและเป็นไปด้วยความโปร่งใส อย่างไรก็ดีตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าแผนของจี 7 จะได้เงินสนับสนุนจากไหน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ บอกว่า อยากให้แผน “สร้างโลกที่ดีกว่าขึ้นมาใหม่” (Build Back Better World-B3W) ซึ่งสหรัฐฯ จะเป็นผู้สนับสนุน เป็นทางเลือกที่มีคุณภาพกว่าแผนในลักษณะเดียวกันของจีนที่ชื่อ เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative - BRI) ที่ไปช่วยสร้างรถไฟ ถนนหนทาง และท่าเรือให้กับหลายประเทศ แต่โครงการนี้ของจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการไปทำให้ประเทศต่างๆ ต้องมีหนี้สินติดตัว

ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศ จี 7 ยังได้ออก ประกาศอ่าวคาร์บิส (Carbis Bay Declaration) มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหายนะทางมนุษยธรรมและเศรษฐกิจแบบโควิด-19 อีกในอนาคต โดยจะลดเวลาที่ใช้ในการพัฒนาวัคซีน การออกใบอนุญาตผลิตวัคซีน การวินิจฉัย และการรักษาโรค สำหรับโรคอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้น้อยกว่า 100 วัน ทำให้เครือข่ายสอดส่องสังเกตการณ์สถานการณ์การแพร่ระบาดเข้มแข็งขึ้นและเพิ่มความสามารถในการวิจัยข้อมูลทางพันธุกรรม สนับสนุนในการปฏิรูปและทำให้องค์การอนามัยโลกแข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ตั้งแต่การระบาดเริ่มขึ้น มีคนติดเชื้อไปแล้ว 175 ล้านคนทั่วโลก โดยมีผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับโควิดกว่า 3.7 ล้านศพ

 

ที่มา : (เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์)

https://www.naewna.com/inter/579976


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ออมสินเร่งหาทางแก้ปัญหาหนี้ครู รับช่วงโควิดระบาด

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ กำลังเร่งจัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยทำมหกรรมผ่อนปรนการชำระหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้ต้องกลายเป็นหนี้เสีย (NPLs) จนเป็นเหตุให้อาจถูกดำเนินคดี ส่งผลเสียทางเครดิตและกระทบต่อหน้าที่ราชการได้ในอนาคต เพราะจากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนหนึ่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจส่งผลทางอ้อมต่อรายได้ครอบครัว

ทั้งนี้ ข้าราชการครู ลูกจ้างและบุคลากรทางการศึกษาที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง สามารถเข้าร่วมมาตรการพักชำระเงินต้น และเลือกจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ตามแผนการชำระหนี้ที่ธนาคารกำหนด เป็นระยะเวลา 12 เดือน หรือนานที่สุดไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยการเลือกแผนการชำระหนี้ตามความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง ผ่านแอป MyMo หรือที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ซึ่งเปิดให้แจ้งความประสงค์จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 นี้เท่านั้น

สำหรับข้าราชการครูที่เกษียณอายุแล้ว และยังไม่เคยใช้สิทธิบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักประกันการกู้เงิน สามารถขอกู้สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญฯ ที่ผ่อนปรนให้ใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกันในการกู้ และนำเงินกู้ไม่ต่ำกว่า 50% ไปชำระหนี้เดิมกับธนาคารได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ คงที่ 2.00% ต่อปี นานถึง 10 ปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ให้วงเงินกู้ 100% ของเงินบำเหน็จตกทอด ผ่อนชำระนาน 30 ปี โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือติดต่อสาขาที่ใช้บริการสินเชื่ออยู่

ปัจจุบัน มีผู้เข้ามาตรการแก้ไขหนี้กับธนาคารแล้วกว่า 6 แสนบัญชี วงเงินรวมกว่า 370,000 ล้านบาท โดยเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 1 แสนบัญชี วงเงินรวมกว่า 120,000 ล้านบาท 

ที่มาท่าดีใจอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘โรเมลู ลูกากู’ กองหน้าเบลเยี่ยม

#เก็บตกยูโร2020

หลังเบิกประตูไปแล้วถึง 2 ลูก สำหรับกองหน้าทีมเบลเยี่ยม โรเมลู ลูกากู หรือฉายา ‘พี่ตู้’ ของแฟนบอลชาวไทย แต่ที่กลายเป็นที่พูดถึง เนื่องจากหลังส่งบอลเข้าประตูไปเป็นลูกแรก ในแมทซ์ที่เบลเยี่ยมเจอกับรัสเซีย ลูกากูได้วิ่งแสดงท่าอาการดีใจ และตรงเข้ามาพูดกับกล้องถ่ายทอดสด “คริส คริส ฉันรักนาย”

อย่างที่ทราบกัน กองหน้าร่างบึกรายนี้ต้องการส่งกำลังใจไปถึง คริสเตียน อีริคเซ่น จอมทัพของทีมเดนมาร์ก ที่ประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ช็อกคาสนาม โดยทั้งลูกากูและอีริคเซ่นนั้น เป็นเพื่อนร่วมทีมกันในสโมสรอินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ฤดูกาลล่าสุดนั่นเอง

กลับมาที่เรื่องท่าดีใจกับกล้องกันสักนิด อันที่จริง ท่านี้ถือเป็นท่าไม้ตายของ ‘พี่ตู้’ มาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยลงเล่นให้กับสโมสรเอฟเวอร์ตัน ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จนตอนที่มาเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน เวลายิงประตูได้ พี่ตู้ก็ยังใช้ท่านี้อยู่ แต่ไม่ยักเห็นท่านี้ตอนเล่นอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สงสัยตอนนั้นพี่ตู้คงเครียด (อิอิ)

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลทั่วโลกต่างออกมาชื่นชมในการแสดงออกจากเพื่อนถึงเพื่อนครั้งนี้ และก็ขอเป็นกำลังใจให้คริสเตียน อีริคเซ่น ฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้นในเร็ววัน เพราะพวกเราก็รักนายเช่นกันนะคริส...


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เปิดตัวเลขน่ารู้ ศึกฟุตบอลยูโร 2020

อย่างที่ทราบว่า ฟุตบอลยูโร 2020 หนล่าสุดนี้ ถูกเลื่อนมากว่า 1 ปี จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด แต่ถึงตอนนี้ก็ได้บรรเลงเพลงเตะกันไปแล้วเรียบร้อย ดีกรีความมันส์ตามสไตล์ ‘บอลยุโรป’ ยังคงเหมือนเดิม เพื่อเพิ่มความสนุกมากขึ้น เราไปรวบรวมบรรดา ‘ตัวเลข’ น่ารู้ทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้องกับศึกฟุตบอลยูโร มาให้ทราบกัน


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแอฟริกาใต้ต้องทิ้งวัคซีนโควิด-19 ของจอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน จำนวนกว่า 2 ล้านโดส สืบเนื่องจากประเด็นปัญหาสารที่ใช้ผลิตวัคซีนโรงงานผลิตแห่งหนึ่งในบัลติมอร์ สหรัฐฯ เกิดการปนเปื้อน ขณะเดียวกัน แคนาดา เองก็ระงับแจกจ่ายวัคซีนของจอห์สัน แอนด์

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแอฟริกาใต้ต้องทิ้งวัคซีนโควิด-19 ของจอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน จำนวนกว่า 2 ล้านโดส สืบเนื่องจากประเด็นปัญหาสารที่ใช้ผลิตวัคซีนโรงงานผลิตแห่งหนึ่งในบัลติมอร์ สหรัฐฯ เกิดการปนเปื้อน ขณะเดียวกัน แคนาดา เองก็ระงับแจกจ่ายวัคซีนของจอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน ในบางล็อตจากข้อวิตกเดียวกัน

หน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพของแอฟริกาใต้ (SAHPRA) ตัดสินใจไม่อนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 ล้านโดสที่จัดเก็บไว้ ณ โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองเยอบีรา เนื่องจากสารที่ใช้ผลิตวัคซีนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปนเปื้อนที่โรงงานในบัลติมอร์ สหรัฐฯ จากคำยืนยันของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศ

“ก่อนหน้านี้ SAHPRA ได้ระงับใช้วัคซีนล็อตที่อยู่ในความสงสัยมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน เพื่อรอรายงานด้านความปลอดภัยจากสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ (FDA) โดยจากคำแถลงของเอฟดีเอ ได้ชี้ถึงผลกระทบเกี่ยวกับวัคซีนล็อตดังกล่าวที่โรงงานในเมืองเยอบีราด้วย ซึ่งที่นั่นเรามีวัคซีน 2 ล้านโดส" เอ็มมาโมโลโก คูบายี-เอ็นกูบาเน รักษาการรัฐมนตรีสาธารณสุขแอฟริกาใต้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น พร้อมระบุว่าวัคซีนเหล่านี้จะไม่ถูกใช้ในแอฟริกาใต้อีก

ส่วนทางนายแพทย์บอยตูเมโล เซเมเต ซีอีโอของ SAHPRA ก็ยืนยันเช่นกันว่าวัคซีนที่อยู่ในความสงสัย “วัคซีนล็อตดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาฉีดให้กับประชาชน”

ขณะเดียวกันหน่วยงานเฝ้าระวังแห่งนี้ระบุในถ้อยแถลงยอมรับว่า วัคซีนโควิด-19 ปนเปื้อนล็อตใหม่อีกราว 300,000 โดสของบริษัทแจนเซ่น ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผ่านอนุมัติจากเอฟดีเอแล้วและจะถูกลำเลียงมายังแอฟริกาใต้ในอนาคต แต่ไม่ระบุวันเวลาที่แน่ชัด และไม่ได้บอกว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับวัคซีนล็อตดังกล่าว

เซเมเต ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ส่งผลกระทบในทางลบอย่างมากต่อโครงการฉีดวัคซีนของแอฟริกาใต้ โดยประเทศแห่งนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วราว 1.7 ล้านคนและเสียชีวิต 57,000 ราย จากประชากรทั้งหมด 58.5 ล้านคน แต่จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน เพิ่งฉีดวัคซีนประชาชนไปได้แค่ 183,000 โดส

โรงงานของบริษัทอีเมอร์เจนท์ ไบโอโซลูชันส์ (Emergent BioSolutions) ในบัลลิมอร์ สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากประเด็นสุขอนามัยและการปนเปื้อนไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน โดยทางสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ แสดงความกังวลด้านสุขภาพและความปลอดภัยต่างๆนานา พร้อมชี้ว่าสภาพแวดล้อมต่างๆ ของโรงงาน คือ องค์ประกอบสำคัญของความปลอดภัยวัคซีน

ประเด็นปัญหาต่างๆ ที่รายงานออกมา มีทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคลของพนักงาน การฝึกฝนที่ไม่เพียงพอ และล้มเหลวในการรักษาความสะอาดพื้นผิวต่างๆ โดยการตรวจสอบดังกล่าวมีต้นตอจากเหตุการณ์หนึ่งก่อนหน้านั้น ซึ่งได้เห็นวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 15 ล้านโดสเกิดการปนเปื้อน ระหว่างผสมวัตถุดิบเพื่อผลิตวัคซีน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่ประสงค์เอ่ยนามระบุว่า เอฟดีเอมีคำสั่งให้จอห์นสันแอนด์จอห์นสันทิ้งวัคซีน 60 ล้านโดสที่ผลิต ณ โรงงานบัลติมอร์ สืบเนื่องจากความเป็นไปได้จะเกิดการปนเปื้อน อย่างไรก็ตามพวกเขาได้อนุมัติวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ล็อตอื่นๆ 2 ล็อตที่ผลิต ณ โรงงานดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวของแอฟริกาใต้ มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากเมื่อวันศุกร์ (11 มิ.ย.) กระทรวงสาธารณสุขแคนาดา ประกาศว่าจะไม่แจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 300,000 โดส ที่ส่งมาถึงแคนาดาในเดือนเมษายน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีนล็อตดังกล่าว

ถ้อยแถลงของกระทรวงระบุว่า สาธารณสุขแคนาดาจะไม่แจกจ่ายวัคซีนดังกล่าว เพื่อปกป้องด้านสุขภาพและความปลอดภัยให้กับชาวแคนาดา อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับคุณภาพของสารยา (drug substance) ที่ใช้ผลิตวัคซีนดังกล่าวที่โรงงานของ บริษัท อีเมอร์เจนท์ ไบโอโซลูชั่นส์ อิงค์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ของสหรัฐฯ

“สารยาดังกล่าวได้ถูกผลิตขึ้นในเวลาที่วัคซีนล็อตหนึ่งถูกปนเปื้อนด้วยส่วนประกอบของวัคซีนที่ต่างกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขของแคนาดาไม่สามารถระบุได้ว่า การขนส่งวัคซีนของแจนเซ่นล็อตนี้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดของทางกระทรวงหรือไม่” ถ้อยแถลงระบุ

 

(ที่มา : รัสเซียทูเดย์)

ที่มา: https://mgronline.com/around/detail/9640000057164


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"โฆษกพรรคกล้า" ขอรัฐเร่งยื่นมือช่วยเหลือสถานศึกษาเอกชน ปล่อยซอฟโลน เสริมมาตรการคืนค่าเทอมบางส่วนให้ผู้ปกครอง โดยเฉพาะพื้นที่เข้มงวดสูงสุดที่ต้องเรียนออนไลน์ 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงการเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการวันแรกว่า จากสถานการณ์โควิด-19 แม้กระทรวงศึกษาธิการจะมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง ด้วยการคืนค่าเล่าเรียนในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือผ่อนผันการจ่ายค่าเล่าเรียน แต่มาตรการนี้ครอบคลุมเฉพาะสถานศึกษาในกำกับกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น แต่โรงเรียนเอกชนหลายโรงเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้แก่จังหวัดกรุงเทพมหานคร , นนทบุรี ,สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งยังต้องเรียนออนไลน์อยู่ ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนเต็มรูปแบบได้ แต่ยังจำเป็นต้องเก็บค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนอยู่ 

นายแสนยากรณ์ กล่าวว่า ผู้ปกครองโรงเรียนเอกชนหลายโรงเรียนในพื้นที่เข้มงวดสูงสุด ต่างบอกว่า หากการเรียนการสอนยังเป็นรูปแบบออนไลน์ ก็ควรคืนค่าเล่าเรียนในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน เช่นเดียวกับที่กระทรวงศึกษาธิการวางมาตรฐานไว้ หรืออาจนำส่วนต่างค่าเล่าเรียนไปทบในเทอมถัดไป และขอให้ภาครัฐปล่อยเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลน) หรือใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เข้าไปสนับสนุนสถานศึกษาเอกชน เพื่อลดภาระให้ผู้ปกครอง และสามารถประคองธุรกิจไปได้ 

"ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 เราเห็นใจทั้งผู้ปกครอง ที่บุตรหลานไม่สามารถเรียนได้อย่างเต็มที่ และยังต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ถูกที่ทำงานหักเงินเดือนหรือตกงาน จึงอยากให้มีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือเช่นเดียวกับสถานศึกษาของภาครัฐ ขณะที่สถานศึกษาเอกชนก็ต้องแบกรับภาระทั้งค่าจ้างครู และพนักงานในสถานศึกษาเช่นเดียวกัน จึงอยากให้ภาครัฐเร่งยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้สถานศึกษาประคองตัวไปได้ ลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง" นายแสนยากรณ์ กล่าว

สตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ หวาน บอกรักผ่านเสื้อ ร่วมประชุม G7

ภารกิจเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะ ‘สตรีหมายเลขหนึ่ง’ ของสหรัฐ คือ การติดตามประธานาธิบดีโจ ไบเดน มาร่วมการประชุม จี7 ครั้งที่ 47 ณ เมืองเซนต์อีฟส์ ในแคว้นคอร์นวอลล์ ของสหราชอาณาจักร ก่อนที่จะไปพบปะกับประเทศในสหภาพยุโรป ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม พร้อมพบเจอกับผู้นำรัสเซีย ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน

การประชุม 7 ประเทศสุดยอดผู้นำเศรษฐกิจโลก เลื่อนมาจากปีที่แล้ว เนื่องจากเกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่า จึงอัดแน่นไปด้วยประเด็นที่ต้องพูดคุยกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หรือโครงการวัคซีน COVID-19

ในวันแรก ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะพบกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษแบบทวิภาคีก่อน โดยคาดว่าจะเจรจากันเรื่องการเปิดการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ เรื่องวิกฤตสภาพอากาศ ที่สำคัญคือ การเจรจาผูกพันเป็นคู่ค้า ‘แอตแลนติก ชาร์เตอร์’ สำหรับยุคอังกฤษหลัง ‘เบร็กซิท’

สำหรับทริปสำคัญครั้งแรก ดร.จิล ไบเดน เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสบายๆ อย่างเดรสลายจุดโพลกา-ดอตของ แบรนดอน แมกซ์เวลล์

สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ อาศัยแจ็กเก็ตยี่ห้อ ซาดิก เอต์ โวลแตร์ ของฝรั่งเศส บอกสารที่ต้องการสื่อ โดยที่ด้านหลังของเสื้อแจ็กเก็ตปักหมุดเหล็กเป็นคำว่า ‘LOVE’

แจ็กเก็ต ‘รัก’ ของเธอทำให้ทุกคนนึกไปถึงด้านหลังแจ็กเก็ตของเมลาเนีย ทรัมป์ ตัวหนึ่ง ที่มีข้อความเขียนไว้เหมือนกัน แต่เป็นคำที่ไม่ค่อยน่ารัก อย่าง “I Really Don’t Care, Do U?” (“ฉันไม่สนหรอก”) ยิ่งเป็นโอกาสที่เธอสวมใส่ไปเยี่ยมศูนย์กักกันผู้ลี้ภัยด้วย ยิ่งเป็นภาพสะท้อนอะไรได้หลายอย่าง เช่นเดียวกับข้อความบนแจ็กเก็ตของ ดร.จิล ที่แสดงให้เห็นท่าทีของสหรัฐฯ ที่มีต่อโลกได้เปลี่ยนไป

“เรานำพาความรักมาจากอเมริกา” สตรีหมายเลขหนึ่งกล่าว “นี่เป็นการประชุมระดับโลก เราพยายามที่จะสร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกใบนี้กำลังต้องการมากที่สุด ฉันรู้สึกได้ว่า โลกของเราจะมีความเป็นหนึ่งเดียว และมีความหวังมากขึ้นหลังโรคระบาดครั้งนี้”

แน่นอนว่า ท่านประธานาธิบดีและสตรีหมายเลขหนึ่ง จะต้องเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 โดยมีหมายกำหนดการในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากคาดเดาว่า ดร.จิล ไบเดน น่าจะเลือกสวมชุดของดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีของอังกฤษแล้ว ยังเนื่องจากสตรีหมายเลขหนึ่ง สนิทสนมกับเจ้าชายแฮร์รีด้วย

ระหว่างที่รอชมว่า ดร.จิล จะสวมชุดไหนเข้าเฝ้าฯ เรามาดูอดีตสตรีหมายเลขหนึ่งรายอื่นๆ ไปพลางๆ ก่อน

สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 ทรงครองราชย์มายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ ทรงได้เลี้ยงต้อนรับพระราชอาคันตุกะระดับผู้นำประเทศมาแล้วมากมาย

ในปี 2019 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ เจ้าแม่แฟชันอย่าง เมลาเนีย ทรัมป์ จัดเต็มลุคเข้าเฝ้าฯ ณ พระราชวังบัคกิงแฮม ด้วยชุดของดีไซเนอร์คนโปรด โดลเช แอนด์ กาบบานา เป็นโค้ตเดรสสั้นสุดเก๋สีขาว มีปกและเข็มขัดสีน้ำเงินเนวีบลู แถมปิดท้ายลุคด้วยหมวกทรงกล่องสีเดียวกับเดรส ของ แอร์เว ปิแอร์

สำหรับงานเลี้ยงพระราชทาน เมลาเนียเลือกชุดราตรีผ้าไหมสีขาวของ คริสเตียน ดิออร์ โอตกูตูร์ และสวมรองเท้า (ที่มองไม่ค่อยเห็น) ของ มาโนโล บลาห์นิค

ด้าน มิเชล โอบามา และบารัก โอบามา เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ในปี 2011 อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งมาในชุดสวยของดีไซเนอร์อเมริกัน ทอม ฟอร์ด ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนในขณะนั้น เป็นชุดยาวถึงพื้นสีขาว ผูกโบที่ใต้อก และทำเป็นแถบไขว้คล้องคอแบบเก๋ๆ สวมคู่กับถุงมือสีเดียวกันยาวถึงข้อศอก ดูสง่างามมาก

ราล์ฟ ลอเรน คือดีไซเนอร์อเมริกันที่มิเชลเลือกใช้ในงานเลี้ยงพระราชทานมื้อค่ำ คราวนี้เป็นชุดราตรีสีดำ จับเดรปเปิดไหล่เข้ารูปที่ส่วนบนของชุด ส่วนที่เป็นกระโปรงทำจากผ้ากำมะหยี่ล้อเล่นกับแสงไฟ ที่โดดเด่นคือสร้อยคอและสร้อยข้อมือเพชรที่เข้าชุดกัน ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวไอริช ทอม บินส์

ขณะที่ เผิงลี่หยวน ภริยาผู้นำสูงสุดของจีน สีจิ้นผิง เดินทางเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการ ในปี 2015 มาดามเผิง สวมชุดโค้ตเดรสสีเนวีบลูสุดสง่างาม มีลูกเล่นที่ปกเป็นกระดุมผ้าสไตล์จีน ประดับด้วยเข็มขัดเส้นเล็กๆ สีขาว ที่เข้ากับกระเป๋าคลัตช์ และต่างหูมุก

ในงานเลี้ยงพระราชทาน มาดามเผิง เลือกชุดเดรสสั้นแค่เข่าสีขาวแบบเรียบๆ ง่ายๆ ที่ยังคงกลิ่นอายของจีน ติดเครื่องประดับเข็มกลัดรูปใบไม้ประดับมุก และรองเท้าส้นเตี้ยสีดำ

สำหรับคนที่เป็นแฟนซีรีส์ The Crown ในเน็ตฟลิกซ์ อาจจะได้ชมฉากตอนที่อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี และอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง ‘แจ๊คกี้’ แจคเกอลีน เคนเนดี เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ณ พระราชวังบัคกิงแฮม ในปี 1961

สตรีหมายเลขหนึ่งคนที่ 35 สวมชุดสีฟ้าอ่อนของดีไซเนอร์ชาวนิวยอร์กคนโปรดของเธอ เชซ์ นินง ที่แจ๊คกีใช้บริการเป็นประจำในช่วงที่เธออยู่ในทำเนียบขาว


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจโควิด-19 ของคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านยาแห่งอียู ระบุในวันอาทิตย์ (13 มิ.ย.) เน้นย้ำว่าวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีประโยชน์เหนือกว่าความเสี่ยง สำหรับทุกกลุ่มอายุและโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสูงวัยที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป

ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์ลา สแตมปาของอิตาลี รายงานอ้าง มาร์โก คาวาเลรี หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจโควิด-19 ขององค์การยาแห่งยุโรป (EMA) แนะนำว่าประเทศต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้กับกลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มเติมจากกลุ่มคนหนุ่มสาว หากว่ามีวัคซีนทางเลือก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดขึ้นน้อยมาก

อย่างไรก็ตามล่าสุด คาวาเลรี ระบุในถ้อยแถลงที่ส่งถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า "โชคไม่ดีที่คำพูดของผมไม่ถูกตีความอย่างถูกต้องในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้กับลา สแตมปา" เขากล่าว "วัคซีนแอสตร้าเซเนก้ายังคงมีผลได้และความเสี่ยงในทางบวกในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป"

จุดยืนของ EMA คือวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามีความปลอดภัยและสามารถใช้กับทุกกลุ่มอายุเกิน 18 ปี อย่างไรก็ตามหลายชาติสมาชิกของสหภาพยุโรปหยุดฉีดวัคซีนตัวนี้ให้กับประชาชนในบางกลุ่มอายุ จำกัดการใช้เฉพาะกับคนสูงวัย สืบเนื่องจากพบเคสผู้ป่วยลิ่มเลือดอุตันซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ส่วนใหญ่พบในกลุ่มคนหนุ่มสาว

ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ (13 มิ.ย.) ลา สแตมปา ปรับแก้พาดหัวข่าวในรายงานข่าวทางออนไลน์และเพิ่มเติมคำชี้แจงของคาวาเลรีเข้าไปในข่าว อย่างไรก็ตาม มัสซิโม จิอันนินี บรรณาธิการของ ลา สแตมปา บอกว่าเขาไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ รัฐบาลอิตาลีเผยว่าจะจำกัดการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเฉพาะกับคนอายุเกิน 60 ปี หลังวัยรุ่นรายหนึ่งที่ได้รับวัคซีนตัวดังกล่าว เสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

โรแบร์โต สเปรันซา รัฐมนตรีสาธารณสุขบอกกับผู้สื่อข่าวในวันอาทิตย์ (13 มิ.ย.) ว่าอิตาลีจะเดินหน้าใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าต่อไปกับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป ในนั้นรวมถึงคนที่ยังไม่ได้เข้ารับวัคซีนโดสแรก

เช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป อิตาลีระงับฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าช่วงสั้นๆ ในเดือนมีนาคม ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดขึ้นน้อยมาก กระนั้นพวกเขากลับมาใช้วัคซีนตัวดังกล่าวอีกครั้งในเดือนต่อมา ภายในคำแนะนำว่าผลิตภัณฑ์นี้เหมาะใช้กับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป หลังจากองค์การยาแห่งยุโรปเน้นย้ำว่ามันมีประโยชน์เหนือกว่าความเสี่ยง


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top