Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

รองโฆษก ตร. เตือนการแชร์ข้อมูลข่าวปลอม(Fake News) ในกรณีใบหนานเฉาเหว่ย สามารถรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 หายได้

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนการแชร์ข้อมูลข่าวปลอม(Fake News)ในกรณีใบหนานเฉาเหว่ย สามารถรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 หายได้ โดยทางรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีนโยบายในการสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือข่าวปลอม(Fake News) จากผู้ไม่หวังดีที่โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งในวันนี้ได้มีการตรวจพบข่าวปลอม(Fake News) 1 กรณี คือกรณีใบหนานเฉาเหว่ย สามารถรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 หายได้ นั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลกับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แล้ว ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวนั้น เป็นข่าวปลอม(Fake News) เนื่องจาก ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยใดๆ ที่ยืนยันว่าใบหนานเฉาเหว่ย สามารถรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้จริง

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม เพราะในปัจจุบันนี้มีข่าวปลอมในลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกวัน การกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ภูเก็ต ห้ามคนจากในประเทศ เข้าจังหวัด ทั้งทางบก - น้ำ - อากาศ เว้น 12 ประเภท

คำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 4202/2564 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 มีผลตั้งแต่ เวลา 05.00 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2564 (ตามเวลาเปิดด่าน) เรื่อง ยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต มีผลตั้งแต่วันที่ 3 - 16 สิงหาคม 2564  โดยมีสาระสำคัญ คือ

1.) ห้ามบุคคลและผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก (ด่านตรวจท่าฉัตรไชย) ทางน้ำ (ท่าเรือ) ทุกท่าในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ (ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต)

เว้นแต่ เป็นบุคคล หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะ ดังต่อไปนี้

1.) รถฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย

2.) ขนส่งยา วัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์

3.) ขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าทางการเกษตร ปศุสัตว์ อาหารสัตว์

4.) ขนส่งแก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง

5.) ขนส่งเงินของธนาคาร สถาบันทางการเงิน

6.) ขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์

7) ผู้มีความจำเป็นในการเดินทางออกทางช่องทางระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต (ต้องมีตั๋วโดยสาร ของวันที่เดินทาง เท่านั้น)

8.) ผู้ที่ได้รับคำสั่งหรือมีหนังสือมอบหมายจากต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ในด้านการป้องกันและควบคุมโรคในจังหวัดภูเก็ต

9.) ผู้ที่ได้รับคำสั่งจากส่วนราชการให้ไปหรือมาปฏิบัติภารกิจจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

10.) ผู้ที่มีนัดหมายตามกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนว่าหากเลื่อนเวลานัดหมายดังกล่าวจะทำให้กระบวนการพิจารณาเสียหายอย่างร้ายแรง หรือมีนัดหมายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายแก่คู่กรณีหรือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง

11.) ขนส่งวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง เฉพาะที่ใช้ในการดำเนินการโครงการเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย หรือโครงการของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหรือกรณีจำเป็นเร่งด่วน

12.) กรณีอื่นใดซึ่งมีปัญหาในทางปฏิบัติที่ต้องวินิจฉัยสั่งการ ให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำด่านตรวจภูเก็ตเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเป็นรายกรณี

โดยผู้ได้รับการยกเว้นตามกรณีดังกล่าวข้างต้น ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดซิโนแวค (Sinovac), ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ครบ 2 เข็ม หรือ ซิโนแวค (Sinovac) เข็ม 1 แอสตราเซนิกา (AstraZeneca) เข็ม 2 หรือ ได้รับวัคซีนชนิดแอสตราเซนิกา (AstraZeneca), ไฟเซอร์ (Pfizer) , โมเดอร์นา (Moderna), จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson and Johnson) จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือ เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน  และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test มาจากนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง

2.) กรณี นักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษาให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน

3.) กรณี ผู้มีนัดหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 (ต้องมีใบนัดหมายการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ที่จังหวัดภูเก็ต) และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test มาจากนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง

4.) ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” บนสมาร์ทโฟน และยินยอมเปิดแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต

5.) แสดงเอกสารหลักฐานข้างต้น ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้าจังหวัดภูเก็ต 

6.) การใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทาง ผ่านทางด่านตรวจท่าฉัตรไชย ห้ามบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา 23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 04.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้น เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘บลูเทค ซิตี้’ มอบถุงยังชีพ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อวันที่ (2 ส.ค.64) ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทราทีมงานฝ่าย CSR ของโครงการจัดตั้งนิคมอุสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น อาทิเช่น ปลากระป๋องจำนวน 1,000 กระป๋อง , มาม่า จำนวน 1,020 ซอง , หน้ากากอนามัย จำนวน 500 กล่อง

โดยมี นางจันทรรัตน์ ไตรติลานันท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ ผู้เฝ้าระวัง กักตัว 14 วัน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 และกักตนเองที่บ้าน ส่งผลให้ขาดรายได้ในช่วงถูกกักตัว 14 วัน รวมถึงกลุ่มรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตและผู้ประสบวาตภัยอำเภอราชสาสน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

กลุ่ม Up for Thai "ต้องรอด" แบ่งปันอาหารสู่ชุมชน แจกจ่ายไปแล้ว 53,527 ชุด

เนื่องจากชุมชนต่าง ๆ ในเมืองใหญ่ ต่างเป็นที่ที่มีผู้พักอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จึงกลายเป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

⭕️ กลุ่ม Up for Thai "ต้องรอด" จึงได้ปรุงอาหารพร้อมทานสดใหม่ จากโรงครัววัดเทวสุนทร และส่งต่อวัตถุดิบให้โรงครัวเครือข่ายอีก 18 แห่ง กระจายความช่วยเหลือโดยร่วมกับภาคีภาคประชาชน นำอาหารไปมอบยังชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขาได้อิ่มท้องกันทุกวันแม้ในยามวิกฤติ

ในเดือนกรกฎาคม เราแบ่งปันมื้ออาหารออกไปแล้ว 53,527 ชุด และนี่คือภาพบางส่วนจากการลงพื้นที่ชุมชนดังต่อไปนี้ :

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 315

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 320

ชุมชนสามัคคีวัดเทวสุนทร

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 323

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 324

ชุมชนรัตนชัยวิลล่า

ชุมชนคลองบางบัว

ชุมชนชายคลองบางบัว

ชุมชนร่วมพัฒนาเชื้อเพลิง

ชุมชนร่วมพัฒนาเชื้อเพลิง 2

ชุมชนหมู่ 3 ต.สำโรงเหนือ

ชุมชนหมู่ 2 ต.บางเมืองใหม่

ชุมชนตลาดบางเขน

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 303

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 304

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 311

ชุมชนพัชราภา-เทพไพเราะห์

ชุมชนสุภัทรภิบาล

วัดจันทร์สโมสร สามเสน

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 309

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 306

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 318

ชุมชนแฟลตบางบัว

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 316

ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง 327

ชุมชนคลองเปรมประชาพัฒนา

ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (เชิงสะพานไม้ 2)

ชุมชนชินเขต 126 เกาะหนู

ชุมชนตลาดหลักสี่

ชุมชนสุขาภิบาล 2 (ซอยโรงถ่าน)

ชุมชนอยู่ดีมีสุขร่วมใจ

สำหรับ Up for Thai ยังคงส่งต่อความช่วยเหลือต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ผ่านทาง

????สถานที่ปฎิบัติงานและรับบริจาค :

ศูนย์อาสาต้องรอด Up For Thai วัดเทวสุนทร https://goo.gl/maps/X6VJJXWgD7FxVM6X6

????ที่อยู่ในการจัดส่งสิ่งของบริจาค :

กองอำนวยการ Up For Thai ต้องรอด วัดเทวสุนทร

เลขที่ 1 ม.19 ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900

????หากส่ง delivery กรุณาแจ้ง tracking มาที่ LINE

สมทบทุนเป็นเงินสดที่

กสิกรไทย 096-3-23974-2

(ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล และนางสมใจ พุ่มสมบัติ)

????ติดต่อสอบถาม โทร 080-000-4566 (ทีมงานต้องรอด) หรือที่ LINE @upforthai

เพราะเรา #ต้องรอด ไปด้วยกัน

#upforthai


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=152969530282954&id=100500015529906


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กทม.ปรับแผนเปิดศูนย์พักคอย เพื่อช่วยเหลือและรองรับ 'คนพิการ กลุ่มเด็กพิเศษและครอบครัว' ที่ป่วยเป็นโควิด-19

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ณ สถาบันราชานุกูล กทม. "นายสกลธี ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ "สถาบันราชานุกูล" (กรมสุขภาพจิต) เขตดินแดง ตรวจความพร้อมเพื่อจัดเตรียมเป็น "ศูนย์พักคอยสำหรับคนพิการ สติปัญญา / ออทิสติก / จิตใจพฤติกรรม ที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยเปลี่ยนจาก "โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์" เขตดินแดง กทม. เป็น "สถาบันราชานุกูล"

เนื่องด้วย "กระทรวงศึกษาธิการ" เล็งเห็นความสำคัญพื้นที่ของ "โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์" เพื่อจัดทำ "bubble and seal" ของกระทรวงฯ ประกอบกับสถานที่ของสถาบันประชานุกูลมีความเหมาะสมมากกว่า ซึ่ง กทม.ส่งเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา และสำนักงานเขตดินแดงร่วมกันสำรวจ และจัดทำแปลนเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ "นายสกลธี  ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงตรวจงานพร้อมกับ "ผอ.สถาบันราชานุกูล" ได้ข้อสรุปเรียบร้อย และจะเริ่มปรับสภาพแวดล้อมทันที่ โดย"ศูนย์พักคอย"(CI) แห่งนี้จะรองรับผู้ป่วยโควิดที่พิการทางสติปัญญา / ออทิสติก / จิตใจพฤติกรรมและครอบครัวได้กว่า 100 เตียง มีการแบ่งเป็นห้องครอบครัวอย่างเป็นสัดส่วน และได้รับความอนุเคราะห์จาก "สถาบันราชานุกูล" รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยฯ โดยการช่วยเหลือในกรุงเทพ น่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ นี้

ในการนี้ "นายสกลธี ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โฟสต์แจ้งข่าว และเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมบริจาคข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคืบริโภค หรือสิ่งของอื่น ๆ ตามอัธภาพ ได้ที่ "สถาบันราชานุกูล" ทุกวัน และอาจจะเปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคให้ทาง รพ.ราชานุกูล โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป

สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่พิการทางร่างกายฯ กำลังจะหาพื้นที่เพื่อรองรับเป็นการเฉพาะ ซึ่ง "สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย" และ "กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ" กำลังประสานงานร่วมกันหารือเพื่อดำเนินการช่วยเหลือคนพิการ ในเร็ว ๆ นี้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Facebook : สกลธี ภัททิยกุล

“บิ๊กตู่” แสดงความเสียใจทหารพราน ถูกซุ่มโจมตี เจ็บและเสียชีวิต ขณะป้องกันคนเข้าลักลอบเมือง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมได้กล่าวแสดงความเสียใจกับ กำลังพล ร้อย ทพ. 4514 ที่บาดเจ็บ 4 นายและเสียชีวิต 1 นาย จากการถูกซุ่มโจมตีของ ผกร. ในพื้นที่ บ.แฆแบะ ต.นานาค อ.ตากใบ จว.นราธิวาส ขณะปฏิบัติภารกิจป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายชายแดนไทย - มาเลเซีย

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับ กองทัพบก และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้การช่วยเหลือดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 นายอย่างดีที่สุด  รวมทั้ง ขอให้ช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มกำลังและสนับสนุนการจัดพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งย้ำการปฏิบัติหน้าที่  ขอให้อดทน และใช้ความพยายามเจรจาพูดคุยกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน  โดยให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว 

 

'สันธนะ ประยูรรัตน์’ เข้ามอบตัวคดีอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน ในท้องที่ สน.ทองหล่ออ

ที่สน.ทองหล่อ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 62 ปี อดีตตำรวจสันติบาล พร้อมพวกและทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ เพื่อมอบตัวกรณีถูกพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ออกหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้เลขที่ 362/2564 คดีอุ้มรีดเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน ในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ข่มขืนใจ 
โดยนายสันธนะ มีอาการอิดโรยหลังจากที่เพิ่งหายป่วยจากโรคโควิด-19 ด้านทีมงานพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวน ที่เกี่ยวข้อง จึงเตรียมตัวสวมชุด PPE ปฏิบัติหน้าที่กันทุกนาย เนื่องจากทราบข้อมูลว่า นายสันธนะ เพิ่งหายป่วยกลับจากโรงพยาบาล มาและยังอยู่ระหว่างการกักตัวที่บ้านพัก

นายสันธนะ กล่าวทั้งน้ำตา มีลักษณะอาการคล้ายคนเหนื่อยหอบตลอดเวลาก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพราะทางพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ไปยื่นขออนุมัติหมายจับศาลในคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ตั้ง 4 เดือนแล้ว และมีการจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติ รวมถึงผู้ต้องหาอื่นๆ อีกหลายคนเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา และตนเคยแถลงข้อเท็จจริงไปแล้วว่า ผมรู้จักกับชาวต่างชาติเหล่านั้นแต่ว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของคดี จนคดีนี้สำนวนการสอบสวนจะครบฝากขังใน วันศุกร์ที่ 6 ส.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะต้องนำสำนวนส่งอัยการ ส่วนผมเองก็กำลังพักรักษาตัวเกี่ยวกับการติดโรคโควิด-19 มีใบเเพทย์ยืนยัน ซึ่งก็ยังอยู่ในระหว่างกักตัวจะครบกำหนดในวันศุกร์ที่ 6 ส.ค.นี้เช่นกัน คดีเกิดมา 4 เดือนแล้ว อีก 4 วันพนักงานสอบสวนที่โรงพักนี้ ก็กลั่นแกล้งตนขอหมายจับยัดข้อหาตนให้อยู่ในสำนวนคดีเดียวกัน เรื่องนี้ตนคิดว่าจะต่อสู้อย่างถึงที่สุด

นายสันธนะ กล่าวอีกว่า ตนทั้งเจ็บใจและทรมานกายหลังต้องต่อสู้จนตัวเองรอดจากโรคโควิด-19 ขอเรียนท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ตนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งในประเทศนี้ ท่านต้องรับผิดชอบกับการทำหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้ง 2 คน ทราบดี เมื่อคืนนี้พอตนรู้ก็รีบโทรศัพท์หาก็ไม่มีใครรับสาย จึงฝากท่านนายเวรและคนใกล้ชิดไปว่า พวกท่านทราบข้อเท็จจริงแต่เเรกกันแล้วและเคยไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวแล้ว ทำไมพวกท่านยังอยากจะมาเสี่ยงกับตน ก็ไม่เป็นไรตนพร้อมสู้ และจะขอวอนให้สังคม นักสิทธิมนุษยชน ผู้รู้ทางกฎหมาย ได้รับทราบว่าพวกเขาทำสิ่งใดต่อตนบ้าง

"ไม่ว่าจะต้องการเอาคืนส่วนตัวหรือมีผู้หลักผู้ใหญ่บางคนไม่พอใจ อยากจะปิดบัญชี หรือไม่ว่าตนจะตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ตนก็พร้อมสู้ ขอใช้สิทธิ์ยื่นประกันตัว ทั้งตัวเอง และอีกหลายๆ คนที่ติดตามตน ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วย โดยใช้เงินสดและหลักทรัพย์มายื่น ซึ่งก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติว่าจะอนุญาตหรือไม่ ตนเรียนว่าคดีนี้ ตนให้ความร่วมมือมาตลอด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาก็ได้ทำหนังสือมายื่นให้ ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุชัดเจน ว่าตนป่วยโรคโควิด-19 ยังอยู่ระหว่างรักษาตัว แต่สุดท้ายก็โดนออกหมายจับถึง 4 ข้อหาเมื่อตนได้รับอิสรภาพจะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.ท.ศุภชัย หาญคำหล้า รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้วยการกลั่นแกล้งตนในครั้งนี้" นายสันธนะ กล่าว

สืบเนื่องจากในคดีนี้เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเจเรมี่ แมนเซสเตอร์ และ นายลูอิส ซิสกิน สองผู้ต้องหาสัญชาติอเมริกัน และผู้ต้องหาชาวไทยอีกหลายคน ในข้อหาร่วมกันเรียกค่าไถ่, พยายามฆ่า, อั้งยี่, ซ่องโจร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายและมีอาวุธฯ หลัง นายเวน ยู ชุง ชาวไต้หวันซึ่งเป็นตัวแทนนักธุรกิจจำหน่ายถุงมือยางทางการแพทย์เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่า ถูกอุ้มไปรีดค่าไถ่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ชนวนเหตุเกิดจากการที่ นายลูอิส หนึ่งในผู้ต้องหาทำธุรกิจซื้อขายถุงมือ กับบริษัทของ นายเวน ยู ชุง แล้วเกิดความเสียหายจำนวนเงินถึง 93 ล้านบาท 

วันเกิดเหตุขณะที่ นายเวน ยู ชุง นั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ ได้ถูกคนร้ายร่วมกันจับใส่กุญแจมือ พาตัวไปยังห้องพักรายวันที่อยู่ห่างไป 200 เมตร ก่อนจะใช้โทรศัพท์ติดต่อไปเรียกค่าไถ่จากนายจ้างเป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเรียกค่าไถ่จากญาติของ นายเวน ยู ชุง อีก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ญาติๆ เห็นท่าไม่ดีจึงติดต่อไปขอความช่วยเหลือยังสถานทูตให้ประสานตำรวจ กลุ่มผู้ต้องหาจึงยอมปล่อยตัว จนนำมาสู่การออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุจำนวนหลายคน ซึ่งในส่วนของ นายสันธนะ นั้นทราบข้อมูลว่า ตนกับพวกรวม 7 คน ถูกออกหมายจับคดีนี้ จึงเดินทางมา สน.ทองหล่อ ร่วมกันรวม 5 คน อีก 1 คนหลบหนีติดต่อไม่ได้ และ อีก 1 คน ป่วยอยู่ระหว่างรักษาอาการโรคโควิด-19

 

'ทูตนริศโรจน์' เผย ข่าวคนไทยเก็บเห็ดในลาวได้ฉีดไฟเซอร์เป็นเฟกนิวส์

3 ส.ค. 64 นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่ารายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง 3 เมื่อวาน บอกว่า คนไทยทางอุบลหลงป่าเข้าไปเก็บเห็ดในลาว ก่อนปล่อยตัวจะได้รับการฉีด mRNA ทุกคน

มีช่อง 3 กับ Bright TV เสนอข่าว

รองผวจ.อุบล ก็แถลงข่าว แต่ไม่มีเรื่องนี้ บอกเพียงว่า ลาวจะนำไปกักตัว 14 วัน หรือไม่งั้นจะส่งตัวคืน

แหล่งข่าวที่ลาวของผมก็เช็กข่าวและรายงานว่าทางอธิบดีกรมสื่อมวลชนลาว ท่านแจ้งมาว่า เรื่องวัคซีน 'ไม่เป็นความจริง'


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/112025

https://www.facebook.com/100010403598013/posts/1458415651181874/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'นายกไก่'​ กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกอบจ.ฉะเชิงเทรา มอบโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา

(2 ส.ค. 64)​ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา รับมอบโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา จากนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายมณเฑียร คณาสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา แพทย์หญิงสมบัติ ชุติมานุกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธโสธร หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมลงพื้นที่

ซึ่งโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการจัดตั้งโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมนี้ได้ตรวจดูความพร้อมก่อนลำเลียงผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าดูแลรักษา ณ โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา หมู่ที่ 6 ต.สนามจันทร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า อบจ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา ใช้งบประมาณมากกว่า 12 ล้านบาท โดยมีการดำเนินการดำเนินดังนี้... 
1. พื้นที่อาคารและบริเวณโดยรอบที่ปรับปรุง
2. เตียงสำหรับผู้ป่วยพร้อมเครื่องนอนและอุปกรณ์จำเป็น จำนวน 1,200 ชุด
3. ห้องพักสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 5 ห้อง พร้อมอุปกรณ์
4. ระบบบำบัดน้ำเสีย
5. ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 10 ตู้
6. พัดลมระบายอากาศ จำนวน 14 ตัว
7. เครื่องฟอกอากาศ จำนวน 5 เครื่อง
8. เครื่องผลิตไอน้ำระบายความร้อน จำนวน 3 เครื่อง
9. ระบบไฟฟ้า/แสงสว่าง ภายในและภายนอกอาคาร
10. ระบบประปาสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
11. ระบบสื่อสาร แนะนำ ปรึกษาสำหรับผู้ป่วย
12. ห้องสุขา จำนวน 80 ห้อง รถสุขา จำนวน 5 คัน (60 ห้อง)

ทั้งนี้มีจัดตั้งระบบบริการดูแลรักษาพยาบาล ผู้ป่วยที่เข้าข่าย PUI ในกรณีที่เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วย การให้การวินิจฉัยดูแลรักษาแบบ One Stop Services สามารถรับผู้ป่วยยืนยัน COVID-19 ได้ดูแลรักษาแบบผู้ป่วยใน และให้การดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง ใช้เป็นสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และได้รับการส่งตัวมาจากโรงพยาบาลหรือวิกฤตจนดีขึ้นแล้ว

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเตรียมรองรับผู้ป่วยไว้ 1,200 เตียง และมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเตียงกระดาษมาให้เพิ่มอีก 200 เตียง ซึ่งจะได้จัดเสริมเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อจะได้รองรับผู้ป่วยได้เพิ่มเป็น 1,400 เตียง

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “การจัดการปัญหาแรงงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19”

วิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 8 ในเดือนกรกฎาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ “การจัดการปัญหาแรงงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มองสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้ง ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น จนส่งผลทำให้กำลังการผลิตลดลงและกระทบต่อการส่งออกของไทย ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 นี้ จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ม.33 เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานประกอบการ รวมทั้งรักษาศักยภาพในการผลิตและการส่งออกของประเทศ

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 166 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 75 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า อัตราการจ้างงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดนั้น ส่วนใหญ่ภาคอุตสาหกรรมยังสามารถคงอัตราการจ้างงานเท่าเดิม...

- คิดเป็นร้อยละ 53.6 มีการจ้างงานลดลง 10 - 20%

- คิดเป็นร้อยละ 31.3 มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 10 - 20%

- คิดเป็นร้อยละ 10.3 และมีการจ้างงานลดลงมากว่า 50% คิดเป็นร้อยละ 4.8

ในส่วนของผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พบว่า...

- โรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลง น้อยกว่า 30% คิดเป็นร้อยละ 45.2

- โรงงานที่ไม่ได้รับผลกระทบ คิดเป็นร้อยละ 26.5

- โรงงานที่กำลังการผลิตลดลง 30 - 50% คิดเป็นร้อยละ 20.5

- และโรงงานที่กำลังการผลิตลดลงมากกว่า 50% คิดเป็นร้อยละ 7.8

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่...

1.) แรงงานบางส่วนต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาโรค หรือกักตัว รวมทั้งการปิดโรงงานชั่วคราวตามข้อกำหนด คิดเป็นร้อยละ 51.8

2.) สถานประกอบการไม่สามารถหาแรงงานสัญชาติไทยได้เพียงพอต่อความต้องการ คิดเป็นร้อยละ 49.4

และ 3.) มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าออกพื้นที่ของแรงงานข้ามจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 41.6

สำหรับมาตรการที่ภาครัฐควรนำมาดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่...

1.) การสนับสนุนเงินอุดหนุนในการจ้างแรงงานไทย และขยายโครงการจ้างงานเด็กจบใหม่ คิดเป็นร้อยละ 50.0

2.) ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมทดแทนการใช้แรงงาน คิดเป็นร้อยละ 48.8

และ 3.) อนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างด้าวภายใต้ MOU เฉพาะแรงงานที่ได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้ว มีการทำประกันสุขภาพ และต้องผ่านการกักตัว 14 วัน เข้ามาทำงาน คิดเป็นร้อยละ 45.8

ทั้งนี้ ในกรณีที่ภาครัฐจะมีการเปิดให้มีการนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU ควรมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องใด พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่...

1.) การเตรียมความพร้อมระบบคัดกรอง ติดตาม และประเมินสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว คิดเป็นร้อยละ 69.9

2.) จัดตั้งศูนย์ One Stop Service สำหรับนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว คิดเป็นร้อยละ 66.9

และ 3.) การปรับลดขั้นตอน เอกสารที่ไม่จำเป็น และปรับมาดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นร้อยละ 65.1

ทั้งนี้ FTI Poll ยังได้เจาะลึกถึงมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่...

1.) การเร่งจัดหาวัคซีนและเร่งฉีดให้กับแรงงาน ม.33 คิดเป็นร้อยละ 92.8

2.) การสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลแรงงานที่ติดเชื้อ และสนับสนุนยา อาหาร และเวชภัณฑ์ให้แก่แรงงานที่ติดเชื้อในการรักษาตัวที่บ้าน (Home isolation) คิดเป็นร้อยละ 69.9

และ 3.) การลดเงินสมทบประกันสังคม เหลือร้อยละ 1 ถึงสิ้นปี 2564 คิดเป็นร้อยละ 66.9

นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังมองว่ามาตรการที่ภาคเอกชนมีความพร้อมและสามารถที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานประกอบการได้ พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่...

1.) การมีระบบคัดกรองแรงงานก่อนเข้าโรงงาน และการเฝ้าระวังผู้ปฏิบัติงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตามมาตรการ Bubble & Seal คิดเป็นร้อยละ 83.1

2.) การจัดหาวัคซีนทางเลือกให้แก่แรงงานในสถานประกอบการ คิดเป็นร้อยละ 68.1

และ 3.) การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด (D-M-H-T-T-A) คิดเป็นร้อยละ 65.7


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top