Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

ทบ. ดูแลผู้ป่วยกักตัวในชุมชน (Community Isolation)

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการรุนแรงจึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อรับการรักษาตามระบบของสาธารณสุขและมาตรการของรัฐบาล ซึ่งเป็นนโยบายที่ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนและช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ทั้งโดยอากาศยานและยานพาหนะของกองทัพบก ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างรวดเร็ว ช่วยลดความคับคั่งในโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้เป็นอย่างดี 

ในส่วนภูมิภาคนั้น รพ.สังกัดกองทัพบกทั่วประเทศ ได้สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโควิด-19  ในทุกมิติ ทั้งให้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล,จัดเตรียมสถานที่รองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ (Cohort Ward), จัดตั้ง รพ.สนาม, ดูแลผู้ป่วยที่เข้าสู่ระบบการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และระบบการกักตัวในชุมชน (Community Isolation) นอกจากนี้ กองทัพบกได้จัดให้มีรพ.สนามศูนย์คัดกรอง ทบ. ขึ้น ตั้งแต่ 23 ก.ค. 64 ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 4 แห่ง และ ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 10 แห่ง ให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยการตรวจคัดกรองโควิด (ATK) เพื่อแยกผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงออกจากครอบครัว และดำเนินการตรวจยืนยันโควิด (RT-PCR) เพื่อนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างทันท่วงที

ล่าสุด กองทัพบกพัฒนาระบบการกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19กลุ่มสีเขียวที่เดินทางกลับภูมิลำเนาที่มีจำนวนมากขึ้น โดยประสานงานร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด ในการพิจารณาปรับใช้พื้นที่ในค่ายทหาร โดยเลือกบริเวณที่แยกออกจากชุมชนบ้านพักให้บริการจัดเตรียมเตียงผู้ป่วย, เครื่องนอน, ของใช้ที่จำเป็น รวมทั้งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย รพ.สังกัดกองทัพบก รับผิดชอบจัดบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลผู้ป่วยในพื้นที่กักตัวในชุมชน รวมทั้งจัดตั้งระบบติดตามอาการผ่านวิดิโอและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้ให้ความสำคัญในการเตรียมพร้อมช่วยเหลือชีวิตเร่งด่วนฉุกเฉิน กรณีผู้ป่วยมีอาการแย่ลง และพร้อมนำส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด ซึ่งช่วยลดอัตราการสูญเสียได้เป็นอย่างดี 

ในส่วนของการดูแลชุมชน รพ.สังกัดกองทัพบก ร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัด,อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) และอาสาสมัครกิจการพลเรือน (อส.กร.) ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในชุมชน เน้นให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างถูกวิธี รวมทั้งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันตนเองและชุมชนให้ปลอดภัยจากโควิด-19 นอกจากนี้ ได้จัดให้มีระบบประสานงานผ่านผู้นำชุมชน, อสม. และอส.กร. กรณีพบผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยงติดเชื้อ เพื่อนำส่งศูนย์คัดกรอง แยกผู้ป่วยออกจากครอบครัว ลดการแพร่กระจายเชื้อ และเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป 

ทั้งนี้ กองทัพบกพร้อมยืนหยัดช่วยเหลือประชาชนท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ เน้นการส่งเสริมสุขภาพเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับ การรักษาตามระบบได้อย่างรวดเร็วปลอดภัยลดการแพร่ระบาดในชุมชน อันจะนำไปสู่การช่วยลดอัตราการติดเชื้อในภาพรวมของประเทศต่อไป 

ทบ. พร้อมนำส่งถังออกซิเจน ช่วยผู้ป่วยโควิดที่รักษาตัวที่บ้าน พื้นที่ กทม.และปริมณฑล

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการประสานขอความช่วยเหลือของทีมแพทย์อาสา จากราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา จัดตั้งเครือข่ายดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านหรือ Home Isolation ผ่านศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด กองทัพบก เพื่อให้กองทัพบกช่วยนำส่งถังออกซิเจนให้กับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการทางระบบการหายใจ และต้องการออกซิเจนเพื่อช่วยในการรักษา ตามบ้านพักอาศัย ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยใช้ศักยภาพ และกลไกของศูนย์การเคลื่อนย้ายศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพบก (ศคย.ศปม.ทบ.) 


ซึ่งดำเนินการช่วยเหลือ รับ-ส่งผู้ติดเชื้อโควิดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 27 เม.ย.64 ที่ผ่านมาทั้งนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนและความเดือดร้อนของผู้ติดเชื้อโควิดได้สั่งการให้หน่วยทหารสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพลเพิ่มเติมสำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะ จากกรมการทหารสื่อสาร, หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก, กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน, กรมยุทธโยธาทหารบก และกรมสรรพวุธทหารบก ภายใต้การกำกับดูแลของ ศคย.ศปม.ทบ. 

โดยก่อนเริ่มปฏิบัติภารกิจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ต้องเข้ารับการอบรมในการเคลื่อนย้ายถังออกซิเจน, วิธีการปิดวาล์วปรับแรงดันออกซิเจน,และวิธีการต่ออุปกรณ์ช่วยในการหายใจ จากทีมแพทย์อาสาฯ เพื่อสามารถให้คำแนะนำกับ ผู้ป่วยหรือครอบครัวเบื้องต้นได้ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ 10 ส.ค.64 เป็นต้นมา โดย ศคย.ศปม.ทบ. ดำเนินการจัดแบ่งกำลังพล 3 นายต่อทีม แต่ละทีมได้รับภารกิจเฉลี่ย 4 - 5  ถัง/วัน และใช้ระยะเวลาขนส่งประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที/ถัง ปัจจุบันได้ดำเนินการนำส่งถังออกซิเจนให้ผู้ป่วยโควิดที่บ้านแล้ว จำนวน 336 ถัง (22 ส.ค. 64) และมีแนวโน้มผู้ป่วยมีความจำเป็นต้อง ใช้ออกซิเจนช่วยในการรักษาเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กองทัพบกเห็นถึงความสำคัญและความเดือนร้อนของประชาชน เพราะความต้องการออกซิเจนต่อลมหายใจของผู้ป่วยโควิดนั้นรอไม่ได้ เพื่อช่วยรักษาอาการและฟื้นฟูสภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น ลดการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งกำลังพลของ กองทัพบกมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยากลำบาก เพื่อให้ผู้ป่วยหายจากโรคโดยเร็วที่สุด และพร้อมเป็นที่พึ่งให้พี่น้องประชาชนตลอดไป

'เป๊ก-สัณณ์ชัย' ฉีดวัคซีนเข็มที่ 5 ในสหรัฐอเมริกา เหล่าแฟนคลับ คนดังแห่แสดงความคิดเห็น

ฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบรัว ๆ จนมีคนยกให้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ สำหรับ "เป๊ก สัณณ์ชัย" โดยหลังจากที่ฉีดซิโนแวคที่ไทยไปแล้ว 2 เข็ม ก็บินไปบูสเตอร์ โมเดอร์นาต่อที่อเมริกาทันที ล่าสุด ปาไปแล้วเป็นเข็มที่ 5 จนแฟนคลับเป็นห่วง ด้านเจ้าตัวโพสต์ เหมือนไม่มั่นใจ

ด้วยความที่เหลือปอดเพียงข้างเดียว "เป๊ก-สัณณ์ชัย เองตระกูล" สามี “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” จึงตัดสินใจบินไปฉีดวัคซีนไกลถึงอเมริกา และถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว แต่การฉีดวัคซีนต่อเนื่องเป็นเข็มที่ 5 ในรอบ 3 เดือน ก็มีแฟนคลับที่ติดตามอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ถี่ไปหรือเปล่า เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แทนที่จะเป็นการป้องกัน ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์รีวิวการฉีดครั้งนี้ แบบทั้งขำ ทั้งระแวงเหมือนกัน 

โดยล่าสุด "เป๊ก สัณณ์ชัย" โพสต์ภาพขณะกำลังถูกฉีดวัคซีนที่แขนข้างซ้าย ส่วนมือขวากางนิ้วออกมาทั้ง 5 นิ้ว พร้อมระบุข้อความว่า “บูสเตอร์ เข็ม 5 เอาแ-งทุกยี่ห้อ จะตายมั้ย คอยติดตาม”

ทั้งนี้ มีแฟนคลับ และคนในวงการ เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ เอมี่ กลิ่นประทุม บอกว่า “พี่เป๊กกกกกกกก! 55555555 สรุปกลายพันธุ์จ้ะ เป็น superhero จ้ะ” ด้าน ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ก็คอมเมนต์ว่า "5555 ไม่ตายๆๆๆๆ" ส่วน จ๊ะ อาร์สยาม ก็ส่งสติ๊กเกอร์ หัวเราะรัว ๆ

นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับที่อดเป็นห่วงไม่ได้ ส่งข้อความถามสงสัยว่าเยอะไปมั้ย และมีทั้งตามมาให้กำลังใจอีกเพียบ เช่น พี่เป็กกก ไม่เยอะไปใช่มั้ยยค่ะ, ยิงรัวปาน M16, 5 เลยเหรอพี่ อย่างโหด, รอพี่กลับมา อยากกอดพี่ คิดถึงมากมากค่ะ, จะดีเหรอ คุณหมอไม่ว่าอะไรหรือเธอ, โห มาอีกกี่สายพันธุ์ก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะ 555, เป็นนอสตราดามุสเหรอ, ซุปเปอร์แมนป่าวเนี่ย เป็นต้น 

สำหรับประวัติการฉีดวัคซีนแบบมาราธอนของ "เป๊ก สัณณ์ชัย” เริ่มตั้งแต่การฉีดวัคซีน Sinovac ที่เมืองไทยครบทั้ง 2 เข็ม ก็บินไปอเมริกาทันที เพื่อฉีดวัคซีนโมเดอร์นาต่ออีก 2 เข็ม โดยเข็มที่ 3 ห่างจากฉีดซิโนแวคเข็มที่ 2 ประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะมาฉีด โมเดอร์นา เข็ม 4 ในวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และล่าสุด วันนี้ เจ้าตัวได้โพสต์การฉีดวัคซีนอีกครั้ง โดยเช็กอินที่เมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา


ที่มา : https://www.komchadluek.net/entertainment/480040
https://www.instagram.com/pegliyah/?hl=th


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

วายจี เอนเตอร์เทนเมนท์ ปล่อยภาพโปสเตอร์โซโล่เดี่ยว 'ลิซ่า' ติดเทรนด์โลกอันดับ 1

ข่าวดีให้​ 'ชาวบลิ้งค์'​ ได้ชื่นใจกันทั่วโลก เมื่อล่าสุดทาง YG ENTERTAINMENT ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งแดนกิมจิ ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์โซโล่เดี่ยวของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า BLACKPINK” ที่ทำเอาสะเทือนกันไปทั้งโลก

โดยภายในโปสเตอร์เป็นภาพเงาของสาวลิซ่า พร้อมกับประโยคชวนติดตามกับคำว่า Coming Soon LISA บอกเลยว่าแค่เงาก็สะท้าน!!! ดันแฮชแท็ก #ArtisteLalisa พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์ อันดับ 1 ของโลก ใน 12 ประเทศภายในพริบตาเดียว!

เรียกได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลกับวงการเพลงระดับโลกกันไปแล้วกับสาวลิซ่าที่ทำเอาทั้งแฟน ๆ และคนบันเทิงไม่น้อย ตั้งตารอกับการฉายเดี่ยวครั้งนี้ของสาว “ลิซ่า Blackpink”


ที่มา : https://www.komchadluek.net/entertainment/480041


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบลร์ วิจารณ์การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ช่าง 'ปัญญาอ่อน' ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชี้!! นี่ไม่ใช่การถอนทหาร แต่ชัดเจนว่ามันเป็นการยอมแพ้ หากเป็นเขาจะไม่พบจุดจบเช่นนี้

โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โพสต์บนเว็บไซต์ส่วนตัวของเขาวิพากษ์วิจารณ์การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ของรัฐบาลโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ว่า เป็นการทอดทิ้งอัฟกานิสถานและชาวอัฟกัน ที่น่าสลดใจ อันตราย และไม่จำเป็นเลย

แบลร์ เป็นผู้นำสหราชอาณาจักรในช่วงที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจร่วมกับสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอัฟกานิสถานในปี 2001 หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน แต่เขาวิจารณ์ว่า การถอนทหารของสหรัฐฯ กลับทำให้กลุ่มติดอาวุธตอลิบานฮึกเหิมยิ่งกว่าเดิม พร้อมกล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีพันธะที่ต้องอยู่ในอัฟกานิสถาน จนว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยงจะอพยพออกมาจนหมด เพราะชาวอัฟกันเคยช่วยเหลือและยืดหยัดเคียงข้างเรา พวกเขามีสิทธิขอให้เรายืนหยัดเคียงข้างเขาเช่นกัน

โทนี่ แบลร์ ยังใช้ภาษาที่ค่อนข้างแรง วิจารณ์การถอนทหารอเมริกันว่า การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชั้นสูงอะไรเลย แต่เป็นเหตุผลทางการเมืองล้วน ๆ มันเป็นสโลแกนการเมืองที่ 'ปัญญาอ่อน' กับการยุติสงครามชั่วนิรันดร์ ทั้งนี้ แบลร์ยอมรับว่าตัดสินใจผิดพลาด กับการนำกำลังร่วมกับสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอัฟกานิสถานเมื่อ 20 ปีก่อน

ด้าน อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่องต่อแนวทางบริหารจัดการของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน ซึ่งเขาเรียกมันว่าเป็น 'ความน่าอับอายด้านนโยบายต่างประเทศ' ครั้งใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

ทรัมป์ จากรีพับลิกัน ซึ่งแย้มว่าอาจลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้งในศึกเลือกตั้ง 2024 ออกมากล่าวโทษ ไบเดน จากเดโมแครต อย่างต่อเนื่อง ต่อกรณีที่อัฟกานิสถานตกไปอยู่ในเงื้อมมือของตอลิบาน 

"การออกจากอัฟกานิสถานแบบลวก ๆ ของไบเดน คือ การตีแผ่ให้เห็นถึงการไร้ความสามารถโดยสิ้นเชิงของผู้นำประเทศ" ทรัมป์กล่าว ณ ที่ชุมนุมหนึ่งซึ่งอัดแน่นไปด้วยผู้สนับสนุนของเขา ใกล้กับเมืองคัลล์แมน รัฐแอละแบมา

ก่อนหน้านี้ ไบเดน ได้วิพากษ์วิจารณ์และกล่าวโทษกองทัพอัฟกานิสถานว่าไม่คิดต่อสู้ รวมถึงตำหนิรัฐบาลอัฟกันที่เพิ่งถูกโค่นอำนาจ นอกจากนี้แล้ว โจ ไบเดน ยังโยนบาปด้วยว่าเขาต้องมารับมรดกสืบทอดข้อตกลงถอนตัวแย่ ๆ จากทรัมป์

ทาง ทรัมป์ จึงตอบโต้ โดยกล่าวโทษไบเดนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไบเดนไม่ดำเนินการตามแผนที่รัฐบาลของเขาวางเอาไว้ และคร่ำครวญต่อกรณีที่บุคลากรสหรัฐฯ และอาวุธยุทโธปกรณ์ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังระหว่างที่ทหารถอนทัพ

"นี่ไม่ใช่การถอนทหาร แต่ชัดเจนว่ามันเป็นการยอมแพ้" เขากล่าว

ทรัมป์ระบุอีกว่า กลุ่มตอลิบาน ที่เขาเจรจาด้วยให้ความเคารพเขาเป็นอย่างดี พร้อมบ่งชี้ว่าการเข้ายึดครองอัฟกานิสถานอย่างรวดเร็วจะไม่เกิดขึ้นหากเขายังคงนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี "เราจะออกมาอย่างมีเกียรติ" ทรัมป์กล่าว "เราควรออกมาด้วยความภาคภูมิ แต่เรากลับออกมาในทางตรงกันข้ามกับคำว่ามีเกียรติโดยสิ้นเชิง"

อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ทางด้าน มุลลาห์ อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบานเดินทางเข้ากรุงคาบูลของอัฟกานิสถานแล้ว เพื่อเจรจากับแกนนำกลุ่มต่าง ๆ เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศ หลังจากยึดการปกครองได้เมื่อสัปดาห์ก่อน และคาดว่า นายบาราดาร์จะพบหารือกับผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธ อดีตแกนนำและผู้กำหนดนโยบายรัฐบาล นักวิชาการทางศาสนาและอีกหลายกลุ่ม ตอลิบานเตรียมจัดทำรูปแบบใหม่ในการปกครองอัฟกานิสถานในเร็ว ๆ นี้ 

โดยแยกทีมดูแลเรื่องความมั่นคงในประเทศกับทีมดูแลเรื่องการเงิน และจะเชิญผู้เชี่ยวชาญในรัฐบาลชุดก่อนมาร่วมจัดการวิกฤตประเทศ โครงสร้างรัฐบาลใหม่จะไม่ใช่ประชาธิปไตยตามคำนิยามของโลกตะวันตก แต่จะปกป้องสิทธิของทุกคน

ส่วนเรื่องที่ชาวอัฟกันและกลุ่มบรรเทาทุกข์สากลร้องเรียนว่า มีการใช้กำลังแก้แค้นผู้ประท้วงและจับกุมคนในรัฐบาลชุดก่อน คนวิจารณ์ตอลิบานหรือคนที่ทำงานกับกองกำลังนำโดยสหรัฐฯ นั้น เจ้าหน้าที่ตอลิบานเผยว่า ทางกลุ่มได้รับทราบแล้วและจะดำเนินการสอบสวน หากสมาชิกตอลิบานก่อปัญหาด้านกฎหมายและความสงบเรียบร้อย


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/596809

https://mgronline.com/around/detail/9640000082840


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พล.อ.ประวิตร  เรียกประชุม สรุปผล "ถอดบทเรียน:AAR  ป้องกัน หมอกควัน ไฟป่า ฝุ่นละออง"  มอบนโยบาย "ขยายผล พัฒนา ขจัดปัญหา" สร้างความเชื่อมั่น  หวั่นกระทบสุขภาพ ปชช. ซ้ำเติมโควิด-19  

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา10.00น.  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อถอดบทเรียน (After Action Review :AAR) การแก้ไขปัญหา หมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง ประจำปี 2565 โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบ Video Conference

การประชุมในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมหลายหน่วยงาน จากทุกกระทรวง,สตช. และผวจ.จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีการบูรณาการข้อมูล และข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติงานป้องกัน และแก้ไขในทุกมิติ จากการดำเนินงานในอดีต ที่ผ่านมา ของพื้นที่ กทม./ปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด และพื้นที่เสี่ยงอื่นๆทั่วประเทศ เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิด และปริมาณฝุ่นละออง ไม่ให้สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานและส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชน  ทั้งนี้ในปีนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงาน ยึดหลักการทำงานร่วมกัน คือ "ขยายผล พัฒนา ขจัดปัญหา" เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการป้องกันสุขภาพ อนามัย ของประชาชนให้มีความปลอดภัยสูงสุด ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ  โดย พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการเน้นย้ำแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การยกระดับ Single Command ผวจ.ต้องให้สามารถติดตามสถานการณ์ และสั่งการไปยังท้องถิ่นระดับล่าง ได้อย่างใกล้ชิด รวดเร็ว  ต้องมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการควบคุมแหล่งกำเนิดการเผา  มีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวด ต่อยานยนต์ที่มีควันดำ  มีการควบคุมและป้องกันการเผา/บุกรุกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ผลผลิตทางการเกษตร  มีการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ให้ปล่อยสารพิษออกสู่บรรยากาศ  มีการพัฒนาระบบคาดการณ์สภาวะอากาศ ที่มีการสะสมฝุ่นละอองล่วงหน้าให้ได้ 3-7 วัน รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขเพื่อการแจ้งเตือน และการรักษาผู้ป่วยจากฝุ่นละออง เป็นต้น

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า การป้องกัน "หมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง" นับเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง  การนำบทเรียนจากอดีต มาทบทวน แก้ไขแผนงาน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงแผนให้มีความทันสมัย และจะต้องมีการซักซ้อมแผน เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้จริง ควบคู่มาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วย โดยต้องนำผลสรุป "การถอดบทเรียน" ไปบูรณาการทำงานร่วมกัน และยึดหลักการ"ขยายผล พัฒนา ขจัดปัญหา" พร้อมขอให้มีการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดความตระหนก และสร้างความเชื่อมั่น ต่อไป  

'ปาเกียว' พ่าย 'ยอร์เดนิส อูกัส' ส่อแขวนนวม แต่รับทรัพย์กว่าแปดร้อยล้านบาท

ศึกมวยชิงแชมป์ “ซูเปอร์ เวิลด์ แชมเปี้ยน” รุ่นเวลเตอร์เวตสมาคมมวยโลก WBA “แพ็กแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดกำปั้นมวยชาวฟิลิปปินส์ ขึ้นสังเวียนในวัย 42 ปี ดวลกับ ยอร์เดนิส อูกัส กำปั้นชาวคิวบา วัย 35 ปี ที่ สังเวียน ที โมบายล์ อารีน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยหลังเสียงระฆังเริ่มยกแรก ปาเกียว ที่ลงนวมครั้งล่าสุดตั้งแต่ปี 2019 เปิดฉากเดินหน้าเข้าหาทันที แต่ด้วยช่วงชกที่สั้นกว่า ทำให้ดูชกไม่เข้าเป้านัก ขณะที่ อูกาส แม้จะเป็นมวยแทน เพราะต้องขึ้นชกแทน เออร์โรล สเปนซ์ จูเนียร์ แชมป์โลกรุ่นเดียวกันของ WBC และ IBF ที่บาดเจ็บ แต่ช่วงชกที่ยาวกว่า และแผนการชกที่เน้นจังหวะสอง ทำให้สถิติการชกเข้าเป้านั้นดีกว่า แม้จะออกหมัดน้อยกว่าเป็นเท่าตัว

ครบ 12 ยก กรรมการให้คะแนนทั้ง 3 คน ให้คะแนน ยอร์เดนิส อูกัส ชนะ แมนนี่ ปาเกียว แบบเอกฉันท์ 115-113, 116-112, 116-112 ทำให้ อูกัส รักษาแชมป์โลกซูเปอร์ของ WBA รุ่นเวลเตอร์เวตได้ เพิ่มสถิติการชกเป็นชก 31 ชนะ 27 แพ้ 4 ขณะที่ ปาเกียว พ่ายแพ้ สถิติการชกเป็น ชก 72 ชนะ 62 แพ้ 8 

หลังจบไฟต์ ปาเกียว ปฏิเสธตอบคำถามจะแขวนนวมทันทีหรือไม่ “ผมยังไม่รู้ อันดับแรกขอให้ผมได้พักผ่อนสบาย ๆ เสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า จะมีไฟต์ต่อไปหรือไม่” กำปั้นวัย 42 ปี กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ไฟต์ดังกล่าวมี แมนนี ปาเกียว ที่แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่ก็รับทรัพย์มหาศาลไปมากถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 830 ล้านบาท ส่วนผู้ชนะอย่าง ยอร์เดนิส อูกัส ได้รับไปในสัดส่วนที่ต่างกันสุดขั้วนั้นคือแค่ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 66 ล้านบาทเท่านั้น


ที่มา : https://www.naewna.com/sport/596798


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“คุณสมบัติ อนันตรัมพร” ประธานกลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา 'New Solution For Network Cabling For Next Normal'

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา New Solution For Network Cabling For Next Normal พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำมา Update รายละเอียดการออกแบบระบบสายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คให้กับผู้บริหารหน่วยงาน ไอที กลุ่มราชการ และรัฐวิสาหกิจ กว่า 40 หน่วยงาน

เพื่อให้กลุ่มลูกค้าสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในสถานการณ์ช่วงนี้ให้ดียิ่งขึ้น

???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

‘ไทย - กัมพูชา’ กระชับความร่วมมือ ‘จ้างแรงงานถูกกฎหมาย’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการผลิตส่งออก

วันที่ 20 สิงหาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ (Dr.SOK SOKRETHYA) นายซก ซกกรดทะยา ที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมาหเสนาบดี เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกวุฒิสภา และคณะ ในโอกาสเข้าพบ รมว.แรงงาน เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือการดูแลแรงงานกัมพูชาในไทยและการส่งเสริมให้มีการจ้างแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพิ่ม โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์  โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน

โดยนายสุชาติ กล่าวว่า “ในวันนี้กระทรวงแรงงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่าน กระทรวงแรงงานได้รับความช่วยเหลือจากแรงงานกัมพูชาในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแรงงานที่มาช่วยเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรตามแนวชายแดนที่ผ่านมารัฐบาลไทย โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในภาคธุรกิจส่งออก ก่อสร้าง สิ่งทอ อาหารแช่แข็ง”

นายสุชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงแรงงาน ได้จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งการนำคนต่างด้าวผิดกฎหมายมาทำให้ถูกต้อง โดยการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล ตรวจสุขภาพและออกใบอนุญาตทำงาน การแก้ไขปัญหาผิดนายจ้างและนำเข้าสู่ระบบประกันสังคม การตรวจคัดกรองโควิดเชิงรุกในสถานประกอบการ การรักษาโควิดแก่ผู้ติดเชื้อ การตรวจเชิงรุก การฉีดวัคซีน และมอบข้าวกล่องแคมป์คนงานตามโครงการปันน้ำในจากร้านค้าสู่แรงงาน

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานยังเตรียมทดลองทดสอบทำเอ็มโอยูพิเศษในการนำเข้าแรงงานในกิจการบางประเภท ซึ่งแรงงานที่เข้ามาจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทางและกักตัวแล้ว เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แรงงานและให้คนงานสามารถปฏิบัติงานได้ มีรายได้ มีความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งเป็นการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจต่อประชาชนทั่วไปอีกด้วย

ฮ่องกงขึ้นบัญชี สหรัฐฯ, ไทย และอีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เป็นประเทศเสี่ยงโควิดระดับสูง พร้อมเพิ่มวันกักตัวสำหรับผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศเหล่านี้เป็น 21 วัน

ฮ่องกงขึ้นบัญชี สหรัฐฯ, ไทย และอีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เป็นประเทศเสี่ยงโควิดระดับสูง พร้อมเพิ่มวันกักตัวสำหรับผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศเหล่านี้เป็น 21 วัน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ (20 ส.ค.) นี้ 

แถลงการณ์ของทางการฮ่องกง ปรับอันดับให้สหรัฐฯ และอีก 15 ประเทศ รวมถึงไทย, มาเลเซีย, ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ เป็นกลุ่มประเทศ ‘เสี่ยงสูง’ ต่อการระบาดของโควิดกลายพันธุ์ Delta จากเดิมที่ประเทศกลุ่มนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโควิดระดับ ‘ปานกลาง’ 

การแถลงดังกล่าว ทำให้ตั้งแต่วันศุกร์นี้ (20 สิงหาคม) เป็นต้นไป ผู้ที่เดินทางจากกลุ่มประเทศนี้ จะต้องกักตัวสังเกตอาการเป็นเวลาถึง 21 วัน รวมทั้งต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และมีผลตรวจโควิดเป็นลบก่อนเดินทางมายังฮ่องกง

พร้อมกันนี้ ทางการฮ่องกง ยังปรับให้ออสเตรเลีย เป็นประเทศเสี่ยงโควิดระดับ ‘ปานกลาง’ ส่วนนิวซีแลนด์ ยังคงเป็นประเทศเสี่ยงโควิดระดับ ‘ต่ำ’ ซึ่งต้องกักตัวเป็นเวลา 7-14 วัน นอกเหนือจากข้อบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีผลตรวจโควิดเป็นลบก่อนเดินทางมายังฮ่องกง เริ่มต้นในวันศุกร์นี้ (20 สิงหาคม) เช่นกัน

การปรับเปลี่ยนรายชื่อประเทศเสี่ยงโควิดรอบนี้ มีขึ้นหลังจากพบชาวฮ่องกงที่เดินทางกลับจากสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบติดโควิด-19 ทั้งที่ได้รับวัคซีนโควิดครบแล้ว และยังมีระดับภูมิคุ้มกันโควิดหลังรับวัคซีนไปแล้ว

ที่ผ่านมา ฮ่องกง ดำเนินมาตรการ ‘Zero-COVID’ ซึ่งมีมาตรการจำกัดการเดินทางของชาวต่างชาติในประเทศเสี่ยงโควิดระดับสูง เพื่อสกัดกั้นการระบาด และเปิดทางให้ฮ่องกงกลับมาเปิดพรมแดนกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้อีกครั้ง 

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ฮ่องกงพบคนงานก่อสร้างวัย 43 ปี ที่พบว่ามีระดับภูมิคุ้มกันโควิด ทั้งที่ไม่เคยฉีดวัคซีนและไม่มีประวัติเดินทางต่างประเทศมาก่อน จึงเชื่อว่าอาจเป็นการติดเชื้อในประเทศไปก่อนหน้านี้

ขณะที่ ยอดติดเชื้อสะสมของฮ่องกงอยู่ที่ 12,037 ราย เสียชีวิต 212 นับตั้งแต่โควิดระบาดไปทั่วโลก


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top