Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

“บิ๊กป้อม” สั่งเข้ม กวาดล้างค้ามนุษย์ ตั้ง “บิ๊กโจ๊ก” ปธ.คณะทำงานป้องกันปราบปรามค้ามนุษย์  “ตั้งศูนย์คัดแยก เยียวยาผู้เสียหาย” ลั่น ฟันจนท.รัฐ มีเอี่ยวโดนสถานหนัก  

ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม และคณะกรรมการป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ 

โดยที่ประชุมเห็นชอบร่างพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551  เพื่อนำทรัพย์สินที่อายัดในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และเห็นชอบให้จัดตั้ง “ศูนย์คัดแยกผู้เสียหาย” ( ดอนเมือง )เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเห็นชอบโครงการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน  รวมทั้งแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.เป็นประธานคณะทำงานประสานและติดตามงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  

และรับทราบความคืบหน้าผลประชุมร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯโดยสำนักงานตรวจสอบและต่อต้านการค้ามนุษย์ มีความเห็นว่าไทยควรมีการปรับปรุงด้านแรงงานบังคับให้ผู้ตรวจแรงงาน มีความรู้ความเข้าใจการดำเนินคดีและส่งต่อคดีให้ตำรวจมากขึ้น เร่งปรับปรุงระบบคัดแยกผู้เสียหาย และความคืบหน้าการจัดทำรายงานการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ปี 64 (เม.ย-ก.ย.64)และผลกระทบจากโควิด-19

นอกจากรับทราบผลการประเมินในรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบเลวร้ายที่สุดปี 2020 ในภาพรวม ซึ่งประเทศไทยอยู่ในระดับปานกลาง ยังมีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางอินเตอร์เน็ต และพบเด็กไทยยังถูกใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายและการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์ รวมทั้งยังไม่สามารถบรรลุมาตรฐานระหว่างประเทศด้านอายุขั้นต่ำของการจ้างแรงงาน  พร้อมกันนี้ได้รับทราบ ผลจากการที่คณะผู้แทนรัฐสภาสหรัฐ ได้เข้าเยี่ยมชม สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จ.ปทุมธานี มีท่าทีพึงพอใจ และสนใจผลการปราบปรามสื่อลามกอนาจารเด็กและการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงบนสื่อออนไลน์ พร้อมชื่นชมต่อความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายของไทยในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา 

จากนั้นพล.อ.ประวิตร เป็นมีการประชุมต่อเนื่อง โดยได้พิจารณา กรณี ร้าน เดอะเบสท์ พื้นที่สอบสวน สน.บางซื่อ ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำพาบุคคลเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์  ที่ประชุมเห็นชอบมอบหมายให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษ โดยให้นำเทคโนโลยีและเครื่องมือพิเศษเข้ามาสอบสวนและให้แจ้ง ปปช.ดำเนินตามอำนาจหน้าที่ และให้ สตช.ดำเนินการทางวินัยเต็มอำนาจ

‘ไอซ์ รัชนก’ โวยโดน ‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ตบหน้า-ถีบ หลังถูกเรียกมาเคลียร์ บนเรือย่านคลองสาน

‘ไอซ์-รัชนก’ เซเลบคลับเฮาส์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุถูก ‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ผู้กำกับชื่อดังตบหน้า แถมโดดถีบที่ท้องบนเรือลำหนึ่งเทียบท่าย่านคลองสานหลังถูกเรียกมาเคลียร์

วันนี้ (22 พ.ย.) ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก Rukchanok Srinork ของ น.ส.รัชนก ศรีนอก หรือไอซ์ เซเลบคลับเฮาส์ และนักเคลื่อนไหวการเมือง โพสต์ข้อความเหตุการณ์ที่ถูกนายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ ต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับภาพยนตร์ ตบหน้าและทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดที่เรือลำหนึ่งย่านคลองสาน กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า

"พยายามรวบรวมสติ (ตอนนี้แพนิก) เพื่อพิมพ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้สั้น ๆ

วันนี้ประมาณ 21.30 น. ต้อม ยุทธเลิศ เรียกเราไปคุยที่ชั้นบนของเรือที่ท่าเรือแถวคลองสานเนื่องจากเคยมีปัญหากัน เรื่องคือต้อมตั้งข้อกล่าวหาว่ามีคนโกงเงินม็อบโดยไม่มีหลักฐาน วันถัดมาเราจึงตั้งรูปดิสเพลย์ถามว่าต้อมยุทธเลิศขอโทษคนนั้นหรือยัง ความตั้งใจของเราต้องการจะเคลียร์ทำความเข้าใจกันและขอโทษในเรื่องนี้

เราขึ้นมาด้านบนของเรือ เรานั่งที่โต๊ะ ต้อมยืนที่หัวเรือ เราพูดติดตลกว่าบรรยากาศเหมือนขึ้นมาคุยกับมาเฟียเลย ซึ่งมันเหมือนจริง ต้องมีคนอนุญาตให้ขึ้น และต้องมีคนพาตัวเราขึ้นมา ต้องสั่งให้นั่งแล้วเขายืนคุมหัวโต๊ะ แล้วต้อมก็พูดว่าก็มึงกำลังเล่นกับมาเฟียอยู่ไง ตลอดเวลาขึ้นมึงกูและใช้อารมณ์กับเราตลอด คุยไปได้สักพัก ต้อมเดินมาตบหน้าเรา 2 ครั้ง เราทั้งตกใจและโมโหเลยลุกขึ้นคว้าของอะไรสักอย่างที่อยู่บนโต๊ะไว้เพื่อจะป้องกันตัว ทุกคนบนนั้นพยายามห้ามเรา ซึ่งเรางงว่าห้ามเราทำไม เราเป็นคนโดนตบหน้า แต่ต้อมยืนพูดจาท้าทายยืนด่าเราต่อ ซึ่งตอนนั้นตัวเราจากที่อยากขึ้นมาขอโทษ ก็คือกูโคตรผิดหวัง กูมาทำเ...ยไรตรงนี้ ตกใจ เสียใจ โมโห โกรธจนตัวสั่น กลัวจะโดนทำร้ายร่างกายเพิ่มอีกด้วยสถานการณ์ก็ชุลมุน จากนั้นมีผู้ชายอีกคน อยู่ดี ๆ ก็อารมณ์ขึ้น แล้วตะโกนชี้หน้าด่าเราว่าไอ้สัตว์ มึงด่าพี่กู แล้วก็อะไรอีกมากมาย ซึ่งด่ามา กูก็ด่าคืน

'ผบ.ทอ.' เตรียมพร้อมรถทหาร หนุนรัฐบาล หากรถบรรทุกหยุดวิ่ง พร้อมเปิดโครงการช่วยชาวนาขายข้าว 1-7 ธ.ค.นี้ ยัน! ดูแลอธิปไตยน่านฟ้าเต็มที่ หลัง นายฯ กำชับรับมือสู้รบชายแดนไทย-เมียนมา

พล.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมสนับสนุนรัฐบาล หากรถบรรทุกหยุดวิ่งประท้วงราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนว่า ทุกสิ่งที่เกิดในบ้านเมืองเราก็เฝ้าติดตามโดยตลอดโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนพี่น้องเกษตรกรเราได้ช่วยเหลือมาทุกยุคทุกสมัย เช่นการซื้อมังคุด ลำไย ในช่วงที่ราคาตกต่ำว่า ขณะนี้ทราบว่าชาวนาประสบปัญหาข้าวราคาต่ำกองทัพอากาศจึงมีโครงการการนำเข้าของชาวนา มา จำหน่ายที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์และคาดว่าโครงการนี้จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือชาวนาไม่มากก็น้อยซึ่ง สามารถดำเนินการได้ในวันที่ 1-7 ธ.ค  นี้

ในส่วนของรถทหารเราพยายามทำอย่างเต็มที่ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงอย่างมากเนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงซึ่งรัฐบาลพยายามจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ดีที่สุดอาจจะไม่ทันใจ แต่ท่านก็ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพได้เตรียมกำลังรถบรรทุกเท่าที่มีอยู่ซึ่งกองทัพอากาศก็มีรถบรรทุกที่สามารถดำเนินการได้ในเรื่องเหล่านี้อยู่จำนวนหนึ่งแม้จะไม่มากเท่ากับเหล่าทัพ เนื่องจากไม่ใช่พาหนะหลักของกองทัพอากาศแต่เราทุ่มเทสรรพกำลังเท่าที่มีอยู่เพื่อช่วยให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างดีที่สุด

ผบ.ทอ เปิดกิจกรรม “ทัพฟ้า ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สามัคคี” สำนึกพระ มหากรุณาธิคุณ ร.9 และ ร.10 ฝากถึงเยาวชนรุ่นหลัง เล็งเห็นความสำคัญของสถาบัน

ที่รพ.ภูมิพลอดุลยเดช  พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “ทัพฟ้า ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สามัคคี” ว่า  กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9  ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อประชาชนในประเทศตลอดการทำงานอย่างหนักตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านนอกจากนั้นเป็นการส่งเสริมพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ซึ่งท่านได้มีโครงการจิตอาสา 904 เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

การจัดกิจกรรมครั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในทุกกองบินรวมถึงหน่วยงานของกองทัพอากาศทุกหน่วยตลอดเดือนธันวาคม ใน 4 รูปแบบ คือ 1.การบริจาคโลหิตเพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล ซึ่งอยู่ในห้วงขาดแคลนเนื่องจากโควิด 2. พัฒนาอาคารสถานที่ต่างๆ  สวนสาธารณะ 3. การพัฒนาภายในให้เกิดความเป็นระเบียบ 4. การรักษาความสะอาด

พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวอีกว่า อยากให้เยาวชนรุ่นหลังหรือน้องๆได้เล็งเห็นถึง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ จากประวัติศาสตร์ของชาติทำให้เราได้ทราบอย่างถ่องแท้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักที่มีพระคุณล้นเหลือต่อประชาชนทุกคน สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โครงการต่างๆที่เป็นโครงการพระราชดำริเป็นเครื่องยืนยันอย่างแน่ชัดว่าประชาชนได้รับประโยชน์อย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวกับน้ำ ป่า วิชาชีพ ล้วนแล้วแต่มีรากฐานมาจากสายพระเนตรและวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตนในฐานะผู้บังคับหน่วยก็ตั้งใจที่จะรักษาและปลูกฝังความรู้สึกนี้ไปสู่กำลังพลของกองทัพอากาศทุกคน

ยอดดอยอินทนนท์หนาวจัด 4 องศาฯ ฮือฮาเจอ ‘เหมยขาบ’ โผล่ 2 วันติด 

นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอากาศหนาวจัด 4 องศาฯ ชมปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ เหมยขาบ โผล่ยอดดอยอินทนนท์ 2 วันติด กรมอุตุฯ เตือนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาฯ

22 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเช้าวันนี้ที่ยอดดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่อุทยานได้นำภาพและคลิป เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ เหมยขาบ ที่เกิดขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน บริเวณยอดดอย หน่วยพิทักษ์อุทยานและจุดชมวิว กม.45 หลังมีอุณหภูมิต่ำสุดทั้งยอดดอยอินทนนท์ และจุดเช็กอินชมแสงอาทิตย์แรกวัดได้ 4 องศาเซลเซียส ส่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอิทนนท์ กม.31 วัดได้ 12 องศาเซลเซียส ถือว่าเช้าวันนี้ต่ำสุดครั้งแรกหลังจากเข้าสู่ฤดูหนาวของปี นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไป 2,277 คนในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติ 115 คน ต่างเก็บภาพความประทับใจของธรรมชาติท่ามกลางทะเลหมอกที่สวยงามอีกด้วย

“คุณสมบัติ” ประธานอินเตอร์ลิ้งค์ฯ แชร์ประสบการณ์ “How to Smart Industrial Cabling & Networking” แก่ทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน!!

วันที่ 20 พ.ย. 2564 “คุณสมบัติ อนันตรัมพร” ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มาแชร์ประสบการณ์ “How to Smart Industrial Cabling & Networking” ครั้งแรกกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน 

พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำที่มาเจาะลึกรายละเอียดการเลือกใช้สายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพจริงและไปประยุกต์ใช้ได้กับยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น 

 

รัฐบาลเงาเมียนมา เตือน!! ‘ถ้าไม่กลัวสงครามก็มา’ หลังรัฐบาลทหารเมียนพร้อมเปิดประเทศ

รัฐบาลทหารเมียนมา ภายใต้การนำของนายพล ‘มิน อ่อง หล่าย’ เตรียมเปิดประเทศ เดินหน้าเศรษฐกิจอีกครั้งภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 นี้ โดยเริ่มจากการเปิดชายแดนที่ด่านประเทศไทย และจีน หลังจากนั้นก็จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบได้ไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปี 2565

กระทรวงข่าวสารและสารสนเทศของพม่าได้ประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์ว่า จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการเข้าเมืองบริเวณด่าน ‘รุ่ยลี่’ ที่ชายแดนมณฑลยูนนานของจีน และด่านท่าขี้เหล็ก เกาะสอง และทิกิ ที่ติดกับชายแดนไทย

โดยเชื่อมั่นว่า หลังจากที่เปิดประเทศแล้ว จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาแน่นอน เนื่องจากพม่ามีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต สวยงาม น่าดึงดูดใจมากมาย ซึ่งทางการพม่าจะจัดเตรียมกองกำลังทั้งทหาร ตำรวจ เข้ามาดูแลความปลอดภัยในเขตแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ 

ส่วนปัญหาเรื่องการระบาดของ Covid-19 ในประเทศนั้น ทางการพม่ากล่าวอย่างมั่นใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และได้เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ที่ตอนนี้ได้รับวัคซีนบริจาคมาเป็นจำนวนมากจากจีน และอีกหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รัฐบาลของนายพล มิน อ่อง หล่าย แสดงความมั่นใจอย่างมากในการเปิดประเทศ แต่ทว่า รัฐบาลเงา ที่เรียกตนเองว่า National Unity Government of the Republic of the Union of Myanmar หรือ NUG ก็ได้ออกมาประกาศว่า ‘อย่ามาพม่า’ ในช่วงเวลานี้อย่างเด็ดขาด 

ด้าน นาย ทิน ทุน เนียง หนึ่งในรัฐมนตรีของรัฐบาลเงา NUG ได้กล่าวย้ำผ่านสื่อว่า “นี่ไม่ใช่เวลาที่นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวนะครับ!” ซึ่งเรื่องนี้ดูจะทำให้ภาพของเปิดประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเมียนมาของรัฐบาลของ นายพล มิน อ่อง หล่าย อาจไม่เป็นดั่งที่คาดหวังไว้ก็เป็นได้

‘มก.- อปท.’ ร่วมลงนามความร่วมมือพัฒนาบุคลากรส่วนท้องถิ่น

​มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ 5 ปี กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสำหรับใช้ในการจัดฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้มีความรู้ ทักษะสมรรถนะที่เหมาะสมกับตำแหน่งและมีความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ยอมรับเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน

19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น. - 15.00 น. ณ ห้องกำพล อดุลย์วิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดย นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ร่วมลงนาม โดยมี ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม รศ.สุวิสา พัฒนเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม นาศศิน พัฒนภิรมย์ ผู้อํานวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ดร.ยุพวัลย์ ทองใบอ่อน รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ร่วมในงานครั้งนี้ด้วย เพื่อความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัย จัดทำ และพัฒนาหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นทุกตำแหน่ง การพัฒนาหลักสูตรเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และความร่วมมือด้านการจัดโครงการฝึกอบรม สัมมนา หรือกิจกรรมพัฒนาความรู้ ทักษะและสมรรถนะในการบริหารงานและการปฏิบัติงานให้กับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ได้ให้ความไว้วางใจร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสี่ยง มีความเชี่ยวชาญ มีผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และมีประสบการณ์ในการดำเนินงานทางวิชาการ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านวิชาการ การจัดทำโครงการและงบประมาณ รวมทั้งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยมีสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำและพิจารณากลั่นกรองร่วมด้วยทุกโครงการ

​ในส่วนของความร่วมมือในการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมนั้น เป็นหลักสูตรภาคบังคับของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 

แบ่งเป็น ประเภทอำนวยการท้องถิ่น ได้แก่ หลักสูตรนักบริหารงานการเกษตร ประเภทวิชาการ ได้แก่ หลักสูตรนักวิชาการเกษตร หลักสูตรนักวิชาการประมง หลักสูตรนักวิชาการสวนสาธารณะ หลักสูตรนักวิชาการสิ่งแวดล้อมหลักสูตรนักวิชาการสุขาภิบาล หลักสูตรนายสัตวแพทย์ 

Xpeng เตรียมส่ง 'รถไฟฟ้าบินได้' บุกยุโรป คาดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. HT Aero ผู้ให้บริการการเคลื่อนย้ายทางอากาศในเขตเมือง (Urban Air Mobility : UAM) บริษัทในเครือของ XPeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ในงาน EUROPEAN ROTORS 2021 ที่จัดขึ้นในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยานยนต์ดังกล่าวได้โชว์ตัวในยุโรป

Zhao Deli ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท HT Aero กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ในขณะเดียวกันก็มีความหลงใหลในเครื่องบินส่วนตัว และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตทุกคนจะสามารถเดินทางทางอากาศด้วยยานยนต์จาก HT Aero นวัตกรรมใหม่นี้มุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของความคล่องตัวทั้งบนท้องถนนและบนท้องฟ้า

โดย HT Aero เริ่มพัฒนา "X2" ยานยนต์ 2 ที่นั่งที่สามารถเดินทางทั้งบนบกและอากาศตั้งแต่ปี 2013 ผ่านการทดสอบมาแล้วมากกว่า 15,000 ครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีการอัปเกรดคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ รวมถึงระบบควบคุมการบิน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบร่มชูชีพ

ภายนอกมีลักษณะคล้ายรถซูเปอร์คาร์ แต่มีการติดตั้งใบพัดขนาดใหญ่ข้างตัวรถ ซึ่งสามารถพับเก็บได้โดยอัตโนมัติ และมีการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา

บริษัทเผยว่ายานยนต์ดังกล่าวมีน้ำหนักอยู่ที่ 560 กิโลกรัม ยาว 4.97 เมตร กว้าง 4.78 เมตร สูง 1.36 เมตร สามารถทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บินได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร

ครอบครัวทหารในสหรัฐฯ นับแสน กำลังประสบปัญหาเรื่องปากท้อง

รายงานจากสำนักข่าวเอพี อ้างอิงการคาดการณ์ขององค์กรฟีดดิง อเมริกา (Feeding America) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐอเมริกา ที่เข้าประจำการเต็มเวลาจำนวนมากถึง 160,000 นาย กำลังประสบปัญหาในการเลี้ยงดูครอบครัวตนเอง

องค์กรฟีดดิง อเมริกา ซึ่งเป็นผู้บริหารเครือข่ายธนาคารอาหารทั่วประเทศ เผยว่า ปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหารที่รุนแรงนั้น กำลังกัดกินสังคมสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงทหารของกองทัพด้วย องค์กรฟีดดิงฯ ได้คาดการณ์ว่า เมื่อปีที่แล้ว สมาชิกกองทัพสหรัฐฯ ระดับล่างร้อยละ 29 กำลังประสบปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหาร 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top