Saturday, 7 November 2026
NEWS FEED

‘บุ๋ม ปนัดดา’ โพสต์ข้อความสุดซึ้ง ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

เคยมีโอกาสได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ให้พระองค์ท่าน และยังจำได้ไม่ลืมถึงช่วงเวลาสำคัญนั้น เมื่อพระองค์ตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนว่า

“หนูนางสาวไทย ใช่ไหมจ๊ะ หนูสวยมากจ้ะ”

เจ้าตัวเล่าว่าตอนนั้นถึงกับ “เข่าอ่อน” เพราะทั้งปลื้มและตื่นเต้นสุดหัวใจ ได้แต่ตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นว่า “เพคะ” พร้อมในใจคิดเพียงว่า พระองค์ท่านทรงสง่างามและมีพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน

วันนี้เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคต “บุ๋ม ปนัดดา” ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งว่า

“ตื่นมาพบข่าวร้าย ว่าพระองค์ท่านจากไปแล้ว บุ๋มขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่งความทรงจำอันงดงาม ที่สะท้อนถึงความรักและความเคารพที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่านอย่างสุดหัวใจ

คอนเสิร์ตยังมีได้ ความอาลัยก็ยังอยู่ บทพิสูจน์ว่า ‘ไทย’ คือ ประเทศแห่งการประนีประนอม ผ่าน!! คอนเสิร์ต ‘แบล็กพิงก์’ ‘รัฐบาล–ประชาชน’ ร่วมใจหาทางออก อย่างสง่างาม

(26 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ความเห็นของผม’ ได้โพสต์ ข้อความ ระบุว่า ...

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม

ประโยคนี้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเคยพูดกับนักข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างแท้จริงว่า ประเทศเราเป็นประเทศแห่งการประนีประนอมจริง ๆ หลังมีการประกาศการสวรรคตของพระพันปีหลวงช่วงดึกวันศุกร์ต่อเช้ารุ่งของวันเสาร์ ในตอนสาย ๆ ของเมื่อวาน ทุกคนจึงจับตาดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับคอนเสิร์ตแบล็คพิ้งค์ วงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกที่จะแสดงที่ไทยอีก 2 รอบ คือค่ำวันเสาร์ กับ อาทิตย์ หลายคนก็รอดูว่าจะมีการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตหรือไม่ หรือจะมีคอนเสิร์ตต่อ แล้วคนที่ไปดูจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ก็ปรากฏว่า มีการขอความร่วมมือให้คนที่ไปดูแต่งชุดขาว/ดำ และในคอนเสิร์ตก็มีการไว้อาลัยก่อนเริ่มคอนเสิร์ต โดยคอนเสิร์ตก็ยังแสดงได้ต่อตามปรกติ ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม คนดูก็ได้ดู เพียงแค่อาจจะต้องใส่ชุดขาวดำ นักร้องก็แสดงต่อ ผู้จัดก็ไม่ต้องยกเลิกอะไร มันเป็นทางออกที่สวยงาม
ความเห็นของชาวโซเชียลจึงชื่นชมทางออกนี้กันอย่างล้นหลาม แม้จะมีความเศร้า แต่ทุกคนก็รู้ว่าพระอาทิตย์ยังคงส่องแสง โลกยังคงหมุน ชีวิตก็ต้องไปต่อ 

มันคือการ Compromise แบบที่ในหลวงทรงบอก 

นี่คือการปรับตัวของสถาบันพระมหากษัตริย์ยุคใหม่ โดยแท้จริง และรัฐบาลก็นำมาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

กลายเป็นว่า ใครก็ตามที่ง้างปากรอจะด่าเพื่อก่อดราม่า เจอการประนีประนอมแบบนี้เข้าไป ก็หุบปากแทบไม่ทัน ใครที่ด่าไปแล้ว ก็เจอด่าสวนอีกต่างหาก ว่ารัฐบาลก็ผ่อนปรนให้อย่างมากแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกับทุกฝ่าย 

ผมก็หวังว่าหลังจากนี้ คนไทยจะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ กันแบบนี้ไปตลอดจนผ่านพ้นช่วงพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ซึ่งผมว่าก็คงจะใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน 

ผมเชื่อว่า หากเราคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุและผล การร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ มันย่อมมีทางออกของมัน 
อย่างน้อยคนไทยก็ร่วมด้วยช่วยกัน ให้พระพันปีหลวงที่สถิตอยู่บนสวรรค์ ได้สบายพระราชหฤทัยเถิดครับ

สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เผย!! ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ ของชาวจีน

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

โดยฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตทุกคน ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

พระองค์ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวจีน และเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติถวายความอาลัย พร้อมถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติสูงสุด และดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ ตั้งศปก.ส่วนหน้า และ กอ.ร่วม ดูแลความสงบเรียบร้อย ตลอดพระราชพิธี

วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจทุกนาย และครอบครัวตำรวจ ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมรวมใจ รวมกำลังในการถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ ในการเชิญพระบรมศพ และเคลื่อนขบวนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับตำรวจทุกนายที่ร่วมภารกิจสำคัญครั้งนี้ ให้ดูแลความเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่จะหลั่งไหลร่วมถวายความอาลัยตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระบรมศพฯ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร ตลอดจนให้อำนวยความสะดวกการจราจรในเส้นทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อสั่งการไปยังข้าราชการตำรวจปฏิบัติ ดังนี้
1. ถวายความปลอดภัยในขบวนเชิญพระบรมศพ ฯ 
2. ถวายพระเกียรติพระบรมศพฯ ในเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพฯ อย่างสมพระเกียรติ
3. ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชนที่ร่วมถวายความอาลัยพระบรมศพฯ ตลอดเส้นทาง
4. จัดทำแผนถวายความปลอดภัยในงานพระราชพิธีฯ การเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ และซักซ้อมการปฏิบัติ 
5. กำชับมาตรการด้านการข่าว โดยให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยในพื้นที่
6. ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) และกองอำนวยการร่วมในการถวายความปลอดภัย รวมทั้งดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชน และอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดพระราชพิธี
7. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยทำความเข้าใจกับกำลังพลในเรื่องของความเหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติตน รวมถึงการแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์

ลุงทรัมป์ บินมา KL เพื่อทำสิ่งนี้ (เพื่อตัวเอง) พิธีกรรม สนอง need ของลุงทรัมป์ สมใจลุง

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn โดยมีใจความว่า ...

ลุงทรัมป์ บินมา KL เพื่อทำสิ่งนี้ (เพื่อตัวเอง)  พิธีกรรมสนอง need ของลุงทรัมป์ #สมใจลุง

‘ทรัมป์’ โพสต์!! Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ระบุ!! กำลังบินไป ‘มาเลเซีย’

(26 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง พร้อมแสดงความเสียใจต่อคนไทย

ระบุ!! กำลังอยู่ระหว่างบินไปมาเลเซีย และจะพบนายกฯ อนุทินเพื่อลงนามดีลสันติภาพ ‘ไทย–กัมพูชา’  

 

“เชียงราย”ตม.เชียงราย ร่วมตร.ท่องเที่ยวจับจีนเทา 19 คนหนีทัพจากแม่สอดมุ่งสู่ลาว”

คืนวันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมาทางตม.เชียงรายและตร.ท่องเที่ยวโดยการอำนวยการของรัฐพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5  มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย


โดยได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนต่างชาติรูปพรรณสัณฐานเป็นชาวจีนและมีท่าทีน่าสงสัยพากันไปเช่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่บ้านพลูทอง หมู่ 11 ต.ทาสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย รุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปพบชายจำนวน 19 คน พากันนอนกระจายไปทั่วบ้านเช่าซึ่งมีอยู่หลายห้อง

จากการสอบถามพบว่าทั้งหมดพูดภาษาไทยไม่ได้แต่ตรวจสอบพบว่าเป็นชาวสัญชาติจีน อายุตั้งแต่ 18-37 ปี แต่ละคนมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตเพียง 6 คนและวีซ่าหมดอายุ ส่วนอีก 13 คนไม่มีเอกสารประจำตัว ตรวจในกระเป๋าสัมภาระพบมีโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นจำนวนมากผิดปกติ นอกจากนี้ในบ้านเช่าพบ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ชาว ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แสดงตัวเป็นคนเช่าบ้านและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีคนติดต่อขอให้ไปหาบ้านเช่าเพื่อให้คนจีนไปพัก โดยตนจะมีรายได้จากการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ เป็นเงินวันละ 200 บาท โดยไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มาจากไหนอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษาได้ความเพียงว่าทั้งหมดได้เดินทาง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา โดยลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติผ่านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นไปหาห้องพักในเขต อ.เมืองเชียงราย เพื่อรอให้มีคนรับตัวส่งไปทำงานที่ฝั่ง สปป.ลาว ต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแจ้งข้อกล่าวหาชาวจีนที่มีพาสปอร์ตว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุด" ส่วนผู้ไม่มีเอกสารใด ๆ ตั้งข้อหาว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" สำหรับหญิงสาวคนไทยตั้งข้อหา "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" จากนั้นนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
และขยายผลกลุ่มกระบวนการดังกล่าวต่อไป

 

ถนนชายแดนปราสาทตาเมือนธม ถนนที่เราไม่ได้เงินจากการทำมัน ถนนที่เราต้องเสียเงินให้มันในทุกๆวัน แม้กระทั่งฝนตก เรายังยืนตากฝน ดูถนนที่เราทำ แม้จะเจออุปสรรค ฝนตกทุกวัน ในขณะที่ทำ แต่เราก็ทำมันจนเสร็จ

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ช่างบิ๊ก บุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

#ถนนชายแดนปราสาทตาเมือนธม

ถนนที่เราไม่ได้เงินจากการทำมัน ถนนที่เราต้องเสียเงินให้มันในทุกๆวัน 
แม้กระทั่งฝนตกเรายังยืนตากฝนดูถนนที่เราทำ 
แม้จะเจออุปสรรคฝนตกทุกวันในขณะที่ทำ
แต่เราก็ทำมันจนเสร็จ

‘รศ.ดร.เจษฎา’ แนะ!! กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา!! ลดช่วง ห้ามจัดงานรื่นเริง เหลือ 30 วัน เห็นใจเด็กๆ ที่อยากจัดกิจกรรม

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …
.
หวังว่า ก.ศึกษา จะลดวัน ที่ห้ามจัดงานบรรยากาศรื่นเริง จาก 1 ปี เป็น 30 วัน . เห็นใจเด็กๆ นักเรียนครับ

“ราชินีแห่งราชินี” ผู้ทรงเป็น “พระแม่แห่งแผ่นดิน”

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที ได้เกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ จากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

พระราชประวัติและชีวิตคู่พระบารมี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ทรงเป็นพระธิดาในพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร

พระองค์ทรงเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ และทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีในเวลาต่อมา ทรงเป็นพระราชินีคู่พระบารมีที่ทรงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในการทรงงานหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนชาวไทยในทุกพื้นที่ของประเทศ ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดทศวรรษ  ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความสุขของปวงชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน พระราชกรณียกิจเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาล

การทรงอุปถัมภ์งานศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมไทย

หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่ประจักษ์ชัดคือ การทรงฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ทรงตระหนักว่าศิลปหัตถกรรมไม่เพียงแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประชาชนในท้องถิ่น ผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกสอนและพัฒนาทักษะการทอผ้า การทำเครื่องเงิน เครื่องเขิน การแกะสลาย และงานหัตถกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ผลงานศิลปาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ผ้าไหมทองโบราณ, ผ้ายกเมืองนคร, และเครื่องประดับเงินลายวิจิตร ล้วนเกิดจากพระราชดำริและพระวิสัยทัศน์ ทรงทำให้ "ศิลปาชีพ" กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในวงการแฟชั่นและศิลปะระดับนานาชาติ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวบ้านทั่วประเทศ

โครงการในพระราชดำริเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนามุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน อาทิ

การส่งเสริมอาชีพ: 
ทรงสอนให้ชาวนาปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากการทำนา
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: 
ทรงส่งเสริมการปลูกป่าและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทรงเข้าใจในความเชื่อมโยงระหว่างป่าไม้และแหล่งน้ำ
 การพัฒนาสาธารณูปโภค: 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการขุดบ่อน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทานขนาดเล็ก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นรูปธรรม

พระจริยวัตรอันเป็นแบบอย่าง

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในด้านความเสียสละ อดทน และความเพียรพยายาม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ห่างไกลอย่างใกล้ชิดเพื่อทรงรับทราบปัญหาโดยตรง พระจริยวัตรที่เรียบง่าย แต่ทรงไว้ซึ่งพระเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นกษัตริย์ เป็นที่ประทับใจในหัวใจของปวงชนชาวไทย

พระอัจฉริยภาพในด้านศิลปวัฒนธรรม coupled with พระวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้พระองค์ทรงเป็น "ราชินีแห่งราชินี" ในดวงใจของประชาชนอย่างแท้จริง พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาติและประชาชนนั้นหาที่เปรียบมิได้ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยทั่วหล้าฟ้า

พระราชกรณียกิจ“ราชินีแห่งราชินี”

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นครอบคลุมหลายด้านจนเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลก
ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานอย่างไม่ย่อท้อ ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องและถวายรางวัลเกียรติยศมากมายจากนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ รางวัลจากกองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ในฐานะที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระเมตตาที่ทรงมีต่อมวลมนุษยชาติ

สถิตอยู่ในดวงใจชั่วนิรันดร์

การเสด็จสวรรคตของพระองค์ยังความโศกเศร้าอาลัยอย่างสุดซึ้งแก่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของ "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตราบชั่วนิรันดร์ ดังสมญานามที่ทรงได้รับจากประชาชนว่า "พระแม่แห่งแผ่นดิน" ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต.
โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top