Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

กองทัพบก กองพันทหารสื่อสารที่ 1 จัดกิจกรรม 'Open House เปิดหน่วยฝึก ชมบ้านทหารใหม่'

(8 ก.ค.65) พันโท ชนินทร์ เอี่ยมวิบูลย์ ผู้บังคับกองพัน กองพันทหารสื่อสารที่ 1 จัดกิจกรรม 'Open House เปิดหน่วยฝึก ชมบ้านทหารใหม่' เพื่อให้ผู้ปกครองและญาติของทหารใหม่มีโอกาสเดินทางเข้ามาในพื้นที่ของหน่วยฝึกทหารใหม่ หลังจากที่น้องๆ ทหารใหม่ รุ่นปี 2565 ผลัดที่ 1 ได้เริ่มเข้ามาฝึกหลักสูตรทหารใหม่ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา 

โดยระหว่างการฝึกที่ผ่านมาผู้ปกครองและญาติของน้องทหารใหม่ยังไม่มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมและพบน้องๆ ทหารใหม่เลย เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของหน่วยฝึกทหารใหม่ ที่ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามายังหน่วยฝึกทหารใหม่

วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ปกครองจะได้พบหน้าน้องๆ ทหารใหม่ โดยหน่วยได้จัดกิจกรรมเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของน้องๆ รวมทั้งทักษะทางทหารที่ได้รับการฝึกสอนเมื่อเข้ามาเป็นทหาร ประกอบด้วย การแสดงแฟนซีดริว, การแสดงยิงปืนฉับพลัน, การแสดงการปฏิบัติทางทหาร, การแสดงไหว้ครูมวยไทย การศิลปะป้องกันตัวแม่ไม้มวยไทย

ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 จัดกิจกรรม 'OPEN HOUSE เปิดบ้านทหารใหม่'

8 ก.ค.65 ที่ ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พ.อ.เรวัตร เซ่งเข็ม ผบ.ร.5 พัน.2 เป็นประธานในการจัดกิจกรรม 'OPEN HOUSE เปิดบ้านทหารใหม่' และมีนายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึก/ผบ.ร้อย/ฝ่ายอำนวยการ,ผู้ฝึกทหารใหม่, ครูนายสิบ, ครูทหารใหม่, กำลังพล, สมาชิกแม่บ้าน ทบ.สาขา ร.5 พัน.2 และที่สำคัญ มีพ่อแม่ พี่น้อง ผู้ปกครอง และญาติน้องๆ ทหารเข้าร่วมในกิจกรรมจำนวนมาก

ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และผู้บังคับบัญชาให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทุกระดับที่จัดตั้งหน่วยฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/65 ดำเนินการจัดกิจกรรม 'เปิดบ้านทหารใหม่' การจัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ในวันนี้ ถือว่ามีความสำคัญสำหรับทหารใหม่ทุกนาย โดยเฉพาะญาติๆ และผู้ปกครองน้องๆทหารใหม่ทุกท่าน ซึ่งได้เฝ้ารอคอยทหารใหม่ ตลอดระยะเวลาการฝึกทหารใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น้องๆ ทหารใหม่ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกาย มีความเข้มแข็งพร้อมปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้ และทางด้านจิตใจ ที่มีความอดทนอดกลั้นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความยากลำบาก 

ทั้งนี้ ก็เพื่ออุทิศความสุขสบายส่วนตัวเพื่อปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศให้สมกับชายชาติทหาร โดยมีการแสดงรำมวยไทยและไหว้ครูมวยไทยและการต่อสู้โดยประยุกต์ใช้แม่ไม้มวยไทยต่างๆ ในการต่อสู้ป้องกันตัว, การต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทยประกอบเพลง เป็นการสาธิตการปฏิบัติของแม่ไม้มวยไทยต่างๆ และ การแสดงยิงปืนฉับพลัน เป็นการปฏิบัติทางทหารที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง และมีความประสานสอดคล้องในการปฏิบัติภารกิจที่ทหารได้รับมอบหมายและมุทิตาจิต ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ปกครองของน้องๆ ทหารใหม่ทุกท่าน ได้เห็นถึงพัฒนาการของทหารใหม่ ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นทหารกองประจำการ 

กองกำลังสุรนารี จัดการประชุมชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ครั้งที่ 1/2565 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนต์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี กองกำลังสุรนารี จัดการประชุมชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ครั้งที่ 1/2565 ระหว่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทย กับ 3 แขวงภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

โดยมีกรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดประชุมเพื่อกระชับความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนและประสานการปฏิบัติ บูรณาการความร่วมมือ แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตามแนวชายแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรรมและยั่งยืน

พลตรีวีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี/หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) ร่วมประชุมกับชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนลาว (ภาคใต้) นำโดย พันเอก สำลีแก้ววงสอง หัวหน้าการทหาร กองบัญชาการทหารแขวงสาละวัน/หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน ลาว - ไทย พื้นที่ 3 แขวงภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายลาว โดยมี พลโทพงศ์เทพ แก้วไชโย เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร/หัวหน้าคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนไทย-ลาว และ พลจัตวา สีพัน พุดทะวง หัวหน้ากรมทหารชายแดน/หัวหน้าคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนลาว-ไทย ร่วมสังเกตการณ์ 

โรงพยาบาลพญาไท 3 เปิดศูนย์ Mee Suk Center (ศูนย์มะเร็งและโรคเลือด)

นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 รศ.คลินิก พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.แพทย์  นพ.อภิชัย โตวณะบุตร ผช.ผอ.แพทย์ คุณศุภกร พะวันนา ผอ.สายบริหารการตลาดเครือ รพ.พญาไท - เปาโล คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผอ.ฝ่ายการตลาด คุณนิตยา กฤตธนเวช ผอ.ฝ่ายบริหาร พว.ภาวิณี วัยปัทมะ ผอ.ฝ่ายพยาบาล ตลอดเจ้าหน้าที่พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญ บวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อเป็นศิริมงคล เนื่องในโอกาสฤกษ์งามยามดี เปิดศูนย์ Mee Suk Center ศูนย์มะเร็งและโรคเลือด โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พื้นที่กว้างขวางขึ้น ทันสมัยกว่าเดิม ตลอดยังเพิ่มเครื่องมือทันสมัย เพื่อรองรับผู้ใช้บริการได้อย่างเต็มที่ บนชั้น 17 

‘ชินโซ อาเบะ’ อดีตนายกฯ แดนอาทิตย์อุทัย ผู้ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

อาลัย ‘ชินโซ อาเบะ’ นายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น กับช่วงเวลาดำรงตำแหน่งรวม 7 ปี 8 เดือน 27 วัน ถึงแก่กรรม ในวัย 67 ปี หลังถูกลอบยิงขณะกล่าวสุนทรพจน์

‘ชินโซ อาเบะ’ เกิด 21 กันยายน พ.ศ. 2497 ที่เมืองนางาโตะ จังหวัดยามางูจิ และได้ศึกษาด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเซเกะ และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา ภายหลังจบการศึกษา ได้ทำงานกับบริษัทโคเบะสตีล และได้ลาออกในปี 2525 เพื่อเข้ามาเล่นการเมืองต่อมาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดยามากูชิ ซึ่งเดิมเคยเป็นของพ่อ 

หลังจากนั้นเขาก็มีความก้าวหน้าทางการเมืองตามลำดับ เริ่มจากหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคมของพรรค LDP ในปี 2542 ตามด้วยรองเลขาธิการพรรคในปีต่อมา และขึ้นมาเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตำแหน่งเดียวกับพ่อในปี 2548 

ต่อมาในวันที่ 26 กันยายนปี พ.ศ.2549 ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก แต่เพียงปีเดียวก็ต้องลาออก จากกรณีทุจริตของรัฐมนตรีเกษตร และทัศนะเกี่ยวกับสงครามโลกของรัฐมนตรีกลาโหมที่สร้างความไม่พอใจให้คนในประเทศ 

อย่างไรก็ตามอาเบะก็ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และได้ประกาศยุบสภาในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ก่อนครบวาระตำแหน่ง เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ธันวาคม 2557 และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งจนในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 อาเบะประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากลำไส้ใหญ่อักเสบมีแผล (Ulcerative colitis) และสุขภาพที่ไม่แข็งแรง นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์นานถึงหากนับรวมแล้วจะเป็นเวลา 7 ปี 8 เดือน 27 วัน ซึ่งความนิยมในตัวเขาขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ถึง 3 ครั้ง 

นอกจากนี้ “ชินโซ อาเบะ” ยังมีฉายาว่า "เจ้าชาย" เพราะมาจากตระกูลใหญ่ทางการเมืองในฐานะบุตรชายของนายชิน

เหตุลอบยิง ‘อาเบะ’ สะท้อนรูรั่วสังคมญี่ปุ่น อนุรักษ์นิยมจัดๆ ที่อาจวัดรอยตาม ‘สหรัฐฯ’

เหตุการณ์สุดช็อกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ ‘ชินโซ อาเบะ’ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เขาถูกยิงล้มลงขณะกำลังกล่าวสุนทรพจน์ช่วยพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล หาเสียงบริเวณนอกสถานีรถไฟในเมืองนารา ช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ค.) นั้น กำลังถูกวิเคราะห์ถึงแนวทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยมจัด ๆ ในญี่ปุ่นที่กำลังก่อให้เกิดรูรั่วแก่สังคมจนเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า ที่ควรต้องถูกแก้ไขอย่างรวดเร็ว

‘ดร.ปิติ ศรีแสงนาม’ ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Piti Srisangnam’ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ในหัวข้อ ‘ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปตลอดกาล’ โดยมีเนื้อหา ดังนี้...

ญี่ปุ่นคือสังคมที่สงบสุข ปลอดภัยสูง อัตราการเกิดอาชาญกรรมต่ำมาก การมีอาวุธในครอบครอง คือ เรื่องผิดปกติ การพกพาอาวุธในที่สาธารณะแทบจะไม่เคยเกิดขึ้น

'รังสิมา' แฉ!! ส.ส.โกยอาหารสภาฯ กลับบ้าน คนมาทีหลังเหลือแต่ข้าวไข่เจียวให้กิน

เมื่อ (7 ก.ค.65) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ช่วงหนึ่งระหว่างรอสมาชิกลงมติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา-2019 ปรากฏว่า นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ขอหารือว่าสืบเนื่องจากคณะกรรมการธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และอนุ กมธ.งบประมาณฯ ประชุมทุกวันและเลิกค่อนข้างดึก โดยเมื่อคืนวันที่ (6 ก.ค.) อนุฯ เลิกประชุมประมาณ 00.00 น. ไม่สามารถออกจากตึกไปยังลานจอดรถได้

เนื่องจากประตูปิดเกือบหมดแล้ว และอนุฯ หลายคนก็ไม่ได้เป็นสมาชิกรัฐสภาจึงไม่คุ้นเคยกับผังของตึกเท่าไหร่ จึงอยากให้ประธานช่วยประสานคณะรักษาความปลอดภัยให้ดูคณะอนุฯ ที่เลิกประชุมดึกให้มีความปลอดภัยไปลานจอดรถด้วย ทั้งนี้ นายชวนรับปากว่าจะให้เจ้าหน้าที่ไปดูให้

ขณะที่นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. หารือเกี่ยวกับที่จอดรถสภาว่า ที่จอดรถมีแต่สมาชิกไม่ได้จอดรถในช่องจอดรถ แต่กลับไปจอดในช่องทางวิ่งทำให้ลำบากในการถอยเข้าถอยออก นายชวนแจ้งว่าเรื่องนี้มีคนร้องมาบ่อย ซึ่งก็เข้าใจแต่อยู่ที่พวกเราเป็นผู้ใหญ่กันแล้วต้องมีวินัย และต้องเตือนผู้ที่ขับรถด้วยซึ่งก็เตือนอยู่ตลอด ส่วนใหญ่ก็เป็นในส่วน ส.ส.

ด้านนางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) หารือว่า ประสบด้วยตนเองเรื่องห้องน้ำในสภา ตรงบริเวณบันไดเลื่อนชั้น 1 ขึ้นชั้น 2 เข้าห้องน้ำแล้วประตูล็อกเปิดออกไม่ได้ และไม่มีคนอยู่เลยทำให้ตกใจ เคาะประตูห้องน้ำเรียกจนแม่บ้านวิ่งมาดูแล้วบอกว่า “ท่านไม่ต้องกลัว ดิฉันมีไขควง” นี่คือเรื่องจริงและแม่บ้านยังเล่าให้ฟังอีกว่าแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ และคนกลับหมดแล้ว ซึ่งเมื่อทำห้องน้ำเสร็จแล้วเลยเข้าห้องน้ำและออกไม่ได้ จึงต้องปีนห้องน้ำออกมาทำให้ตกลงมาขาหัก ซึ่งแม่บ้านบอกปัญหาที่เกิดนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้วแต่ไม่มีใครมาดูแล เพราะได้ข่าวว่าจะมีการตรวจรับการก่อสร้างสภา 100% ก็เป็นห่วงมาก ไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก จึงขอฝากประธานสภาด้วย

นายชวนชี้แจงว่า ขอบคุณที่เป็นหูเป็นตาให้ และจะไปดูเรื่องห้องน้ำให้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ดูเรื่องกลอนประตู ดูเรื่องความสะอาดผ่านไปบ่อยก็จะดูด้วยตนเองว่าความสะอาดเป็นอย่างไร เพราะทราบดีว่าวัสดุที่ใช้ในสภาบางส่วนมาตรฐานไม่ได้สูงอะไร บางส่วนเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าทำความสะอาดแล้ว แต่เมื่อเราดูก็ยังสกปรกอยู่เพราะวัสดุที่ใช้

ขณะที่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้หารือถึงเรื่องห้องน้ำสภาว่า เวลาเข้าห้องน้ำแล้วกดน้ำ น้ำไม่ยอมหยุดเป็นครึ่งชั่วโมง ทำให้เสียน้ำไปเปล่าประโยชน์และไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำห้องน้ำ ทำให้ต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เอง

'โฆษก บช.ทท.' ยืดอกไหว้ขอโทษประชาชน เหตุ ด.ต.เรียกรับส่วย ทำให้หน่วยเสียภาพลักษณ์ เผยสั่งต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบ รอง สว.-สว. ฐานไม่ดูแลลูกน้อง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 65 ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยกมือไหว้กล่าวขอโทษประชาชนกับเหตุการณ์ ด.ต. ในสังกัดตำรวจท่องเที่ยวทำลายภาพลักษณ์ และสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน กรณีเรียกรับผลประโยชน์จากสถานบันเทิงในพื้นที่ สภ.บางใหญ่

ทั้งนี้ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์จริง โดยวันเกิดเหตุคือวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางผู้บังคับบัญชาได้มีการสั่งการให้ ด.ต. รายดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ บก.น.4-6 กทม.หรือในพื้นที่ เช่น สน.ประเวศ, สน.บางรัก, สน.ทองหล่อ แต่ปรากฏว่า ด.ต.นายดังกล่าวกลับนำรถยนต์สายตรวจตำรวจท่องเที่ยว หมายเลข 112 ขับไปยังพื้นที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมกับนายมานัส สุขสม ผู้ต้องหาชาวสุพรรณบุรี ทำการเรียกรับผลประโยชน์กับสถานบันเทิงในพื้นที่ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าจับกุมพร้อมเงินของกลาง

สำหรับพฤติการณ์ของ ด.ต.รายนี้ พบว่ามีการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แต่มีการขับรถตำรวจท่องเที่ยวไปเรียกรับเงิน โดยมีการสวมใส่เสื้อกั๊กสีดำ มีตราตำรวจท่องเที่ยว ส่วนเครื่องแบบตำรวจถูกแขวนไว้ในรถสายตรวจ ร่วมกับนายมานัส ที่ขับรถเก๋งอีกคัน โดยนายมานัสจะอ้างว่าตนเองเป็นตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปสมทบก่อเหตุ

สำหรับประวัติของ ด.ต. ภูวเมศร์ หิรัญวงศ์วราดล ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.1 บก .ทท.2 อายุ 38 ปี เข้ารับราชการตั้งแต่ปี 2553 รวม 12 ปี โดยก่อนหน้านี้ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกโยกย้ายมาอยู่กรุงเทพเมื่อต้นเดือนมกราคม 2565 ซึ่งตอนแรกที่ย้ายมาได้ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ แต่ต่อมาถูกผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ธุรการเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 65 กระทั่งเดือน มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวมีการติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกำลังพลเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยงานออกตรวจ ทำให้ ด.ต.รายนี้มีโอกาสที่ใช้รถสายตรวจในการก่อเหตุ 

‘จเรตำรวจ’ ฟัน ‘ตำรวจท่องเที่ยว’ ตระเวนเก็บส่วย ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกชุด ฉก.ปกครองบุกจับ

จเรตำรวจแห่งชาติ ฟันตำรวจท่องเที่ยว ใช้รถหลังตระเวนเก็บส่วย หลังชุด ฉก.ปกครองบุกจับ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทำเสื่อมเสียภาพลักษณ์องค์กร

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ ได้ร่วมกันจับกุม ด.ต.ภูวเมศร์ หิรัญวงศ์วราดล ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.3 และนายมานัส สุขสอง ได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขต อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี ขณะที่ทั้งสองได้ขับรถยนต์มาตระเวนเก็บส่วยสถานบันเทิงในเขตจังหวัดนนทบุรี โดยใช้รถยนต์สายตรวจตำรวจท่องเที่ยว ว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว สั่งการให้ตนดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพราะว่าเป็นการกระทำความผิดอย่างชัดเจนจนถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอย่างมาก โดยในเรื่องนี้จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนเลยว่า หากตำรวจคนใดกระทำผิดกฎหมายเสียเองก็จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว จึงได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.สุคุณ  พรหมายน ผบช.ทท. ให้รีบดำเนินการทางวินัยในทันที โดยให้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยไม่ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้มีคำสั่งให้ ด.ต.ภูวเมศร์ ออกจากราชการไว้ก่อนโดยเร็วที่สุด สำหรับในส่วนของการดำเนินคดีอาญานั้นตนได้กำชับให้ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ลงไปกำกับดูแลการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ให้ดำเนินคดีนี้อย่างรัดกุม รวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อให้สังคมเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไม่ปกป้องตำรวจที่กระทำผิดในลักษณะนี้อย่างแน่นอน

ไทยจ่อทวงคืน 'Golden Boy' จากสหรัฐฯ กลับมาตุภูมิ หากพิสูจน์พบถูกลักลอบค้าโบราณวัตถุอย่างผิดกม.

ปฏิบัติการณ์ทวงคืนสมบัติชาติจากสหรัฐอเมริกา ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยสามารถทวงคืนสมบัติชาติ ชิ้นสำคัญจากสหรัฐฯ กลับคืนสู่มาตุภูมิได้ 2 ชิ้น ได้แก่ ทับหลังหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และ ทับหลังเขาโล้น จ.สระแก้ว โดยที่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินค่าทนาย เพื่อฟ้องร้องทวงคืนแม้แต่บาทเดียว

แต่ก็ยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ที่ต้องออกแรงทวงคืนอีกครั้งนั้นก็คือ 'Golden Boy' ประติมากรรมสำริด พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มูลค่านับร้อยล้านบาท 

เฟซบุ๊กเพจ 'โบราณนานมา' ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในหัวข้อ ไทยจ่อทวงคืน 'Golden Boy' จากสหรัฐฯ กลับมาตุภูมิ ประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ เป็นศิลปะแบบพิมาย ที่ไม่พบในกัมพูชา ระบุว่า...

เรื่องนี้ของเท้าความไปเมื่อสัก ๔ ปีก่อนที่ละครเรื่อง 'บุพเพสันนิวาส' กำลังโด่งดังและได้รับความนิยม มีคนกัมพูชาจำนวนหนึ่งกล่าวหาว่า ในละครเรื่องนี้ไทยไปลอกศิลปวัฒนธรรมของกัมพูชา หนึ่งในนั้นที่พวกเขากล่าวถึงคือ ฉากในละครตอนที่มีการแต่งงานของ 'แม่หญิงการะเกด' ที่มีการสวด 'รัดเกล้า' ที่ศีรษะของแม่หญิง พวกเขาบอกว่ารัดเกล้านี้ คือ ศิลปะของเขมร (ลิงก์ https://bit.ly/3bPlw9b) พวกเขาเอารูปปั้นต่าง ๆ มาเป็นหลักฐาน หนึ่งในหลักฐานที่คนกัมพูชากล่าวอ้าง คือ 'ประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ (Golden Boy)' จากพิพิธภัณฑ์ The Metropolitan ในสหรัฐอเมริกา

ปรากฏว่า ๔ ปีต่อมาฝั่งไทยกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อทวงคืน 'ประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ (Golden Boy)' จากสหรัฐอเมริกา โดยที่ฝั่งไทยมีหลักฐานชี้ชัดว่า ประติมากรรมรูปฉลองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ ผู้สร้างปราสาทหินพิมาย คือ ผ้านุ่งที่เป็นครีบยาวลงมา เป็นประติมากรรมรูปคนไม่ใช่เทพเจ้า ชี้ชัดว่าศิลปะแบบพิมาย ไม่พบในกัมพูชาแต่อย่างใด

พระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ เป็นปฐมกษัตริย์สายราชสกุลมหิธรปุระ เป็นชาวพิมายในที่ราบสูงโคราช ซึ่งปัจจุบันคืออำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พระองค์นับถือศาสนาพุทธ หลังจากที่พระเจ้าหรรษวรรมันที่ ๓ กษัตริย์ แห่งเมืองนครธม สวรรคต ทำให้เกิดความวุ่นวาย ตอนนั้นมีกษัตริย์ ๓ องค์ขึ้นครองราชย์พร้อมกัน และต่างฝ่ายต่างขัดแย้งกัน พระองค์ได้ลงไปจัดการกบฏที่สร้างความวุ่นวายมานานหลายปี 

พระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ จึงลงไปปราบกบฏและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งเมืองนครธม พระองค์ใหม่ รวมถึงสถาปนาราชวงศ์ใหม่ คือ 'มหิธรปุระ' อันมีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงโคราช 

เชื้อสายของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ อยู่ปกครองเมืองนครธมมาอีก ๒๕๐ ปี รวม ๑๑ รัชกาล จนถึงสมัยของพระชัยวรมันที่ ๙ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง คือ 'นายแตงหวาน' หรือ 'ตระซอกปะแอม' ได้ทำการโค่นล้มราชวงศ์วรมัน และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์เขมร ทำให้ไม่มีสร้อยพระนามลงท้ายพระนามกษัตริย์ด้วย 'วรมัน' มาจนถึงปัจจุบัน

มาถึงเรื่องการทวงคืนบ้าง ซึ่งในปีที่ผ่านมาไทยสามารถทวงคืนสมบัติชาติ ชิ้นสำคัญจากสหรัฐฯกลับสู่มาตุภูมิได้ ๒ ชิ้น หากจำกันได้ คือทับหลังหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังเขาโล้น จ.สระแก้ว โดยที่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินค่าทนาย เพื่อฟ้องร้องทวงคืนแม้แต่บาทเดียว

แต่ก็ยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ที่ต้องออกแรงทวงคืนอีกครั้งนั้นก็คือ 'Golden Boy' ประติมากรรมสำริด พระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ มูลค่านับร้อยล้านบาท ถูกจัดแสดง ไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประติมากรรมสำริดปิดทองเกือบทั้งองค์ ผิวเรียบ งดงาม ทำให้นักสะสมถึงต้องการครอบครอง พระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ หรือ 'Golden Boy' 

โดยเมื่อ ๕๐ ปีที่ผ่านมา มีการซื้อ-ขายพุ่งสูงถึง ๑ ล้านบาท เพราะยังมีฐานหินทรายที่ตั้ง หลักฐานชิ้นสำคัญเหลืออยู่ในบ้านยาง ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top