Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

'ชัยวุฒิ' เตรียมปรับ SMS บอกอากาศแม่นยำเฉพาะเขต พร้อมแนะ ปชช. โหลด Line Alert 'เตือนภัย-ขอความช่วยเหลือ'

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เปิดเผยว่า รัฐมีระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติ เอสเอ็มเอส มือถือ ซึ่งได้มีการทดสอบระบบ ในช่วงที่มีพายุเข้ามา ทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการแจ้งเตือนภัยพายุผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือ ในเครือข่ายต่าง ๆ โดยมีความพยายามที่จะพัฒนาระบบให้แยกพื้นที่ให้ได้ เช่น พื้นที่เป็นจังหวัด หรือเป็นตําบล เป็นหมู่บ้านเพื่อจะได้รู้ว่าจุดนี้ มีภัยพิบัติแบบไหน อย่างไร เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ เตรียมตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตอนนี้กําลังพัฒนาระบบอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าทาง กสทช. กับผู้ให้บริการมือถือกําลัง พูดคุยเเละพยายาม ปรับปรุงระบบ ให้ดียิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ภาครัฐ ยังได้ร่วมกับ Line ในการสร้างระบบไลน์ ซึ่งมีการให้ข้อมูลได้มากกว่า แล้วก็สามารถติดตามสถานการณ์ได้ดีกว่า เรียกว่า LINE Alert เป็น Line official สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนภัยพิบัติทั้งหมดโดยทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติ จะส่งข้อมูลมาที่ LINE ก็จะแจ้งมาผ่าน LINE Account นี้ และต่อไปนี้เราก็จะพยายามที่จะพัฒนา แยกข้อมูลพื้นที่ซึ่งจะมีการแจ้งข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยทางบริษัท Line ก็จะไปพัฒนาระบบต่อไป แต่ตอนลงทะเบียนต้องแจ้งว่า เราอยู่ในพื้นที่ไหน จังหวัดไหน ไลน์จะได้แจ้งเตือนเราได้ถูก ต้องตามการให้ข้อมูลเพื่อให้ เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ก็กำลังดำเนินการต่อไปเพื่อให้ระบบมีความทันสมัยในการเเจ้งเตือนเเละรับข้อร้องเรียน เสมือนเป็นศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติด้วย

‘รมว.สุชาติ’ ส่ง ผู้ตรวจฯ พร้อม 5 เสือแรงงาน รุดช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภู

รมว.สุชาติ ห่วงใย ส่ง ผู้ตรวจฯ พร้อม 5 เสือแรงงาน รุดมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภู 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภูว่า ตามที่ได้เกิดเหตุดังกล่าว กระทรวงแรงงานโดยท่านบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานได้ร่วมกันรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อปลอบขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งสอดคล้องกับข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวโดยเร็ว 

ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ท่านปลัดกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้ เรืออากาศเอกหญิงศุภพร อยู่วัฒนา ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม เป็นผู้แทนกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดหนองบัวลำภู นำเงินดังกล่าวไปมอบให้กับญาติของผู้เสียชีวิตครอบครัวละ 5,000 บาท จำนวน 32 ครอบครัว ที่วัดทั้ง 3 แห่ง ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตได้ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ได้แก่ วัดราษฎร์สามัคคี จำนวน 17 ครอบครัว วัดศรีอุทัย จำนวน 10 ครอบครัว และวัดเทพมงคลพิชัย จำนวน 5 ครอบครัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 160,000 บาท 

“ผม และผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานทุกคน ขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่าน ซึ่งเงินช่วยเหลือในส่วนนี้เพื่อเป็นการปลอบขวัญกำลังใจจากข้าราชการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง  5 หน่วย ยังสนับสนุนความช่วยเหลือโดยเฉพาะการหางานให้ทำ การฝึกอาชีพเสริม ตามความประสงค์ของครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อีกด้วย” นายสุชาติ กล่าวท้ายสุด

'ปลัดมหาดไทย-ผบ.ตร.' ร่วมถก!! หาแนวทางแก้ปัญหายาเสพติด เน้นย้ำ!! ประกาศสงครามยาเสพติด เพื่ออนาคตประเทศไทย

วันนี้ (10 ต.ค. 65) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมราชบพิธ อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานร่วมการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจเอก ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นางสาวปาณี นาคะนาท ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พลตำรวจโท สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่พี่น้องประชาชนชาวไทยและคนทั่วโลกได้รับทราบโดยทั่วกันแล้วว่าได้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสร้างความเศร้าเสียใจไปทั่วประเทศและทั่วโลก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบจากปัญหายาเสพติด จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันนำเหตุการณ์ที่เศร้าสลดสะเทือนขวัญในครั้งนี้ มาร่วมกันพูดคุยกำหนดมาตรการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา ทั้งในเชิงป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา เพื่อจะให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่ปล่อยให้สิ่งที่ไม่ดีมาทำให้เกิดความสูญเสียและเกิดความไม่เป็นปกติสุข ทั้งนี้ จากการดำเนินการสำรวจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยแพลตฟอร์ม ThaiQM ของกรมการปกครอง ซึ่งจากฐานข้อมูลพบว่า มีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดตัวเลขสูงถึง 279,094 ครัวเรือน ใน 31,744 หมู่บ้าน ซึ่งถ้าเราเอาจำนวนสมาชิกในครอบครัวมาคูณจะทำให้ตัวเลขประชาชนที่ได้รับผลกระทบถึงเป็นหลักล้านคน ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องดำเนินการกับปัญหายาเสพติดเชิงรุก ด้วยการเข้าไป Approach ปัญหา 

“กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ขีดเส้นตายว่า ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 เราจะมีข้อมูลผู้เสพผู้ค้ายาเสพติดทั่วประเทศในเบื้องต้น เพื่อนำมาใช้วางแผนการแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ปปส. และสาธารณสุข เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน สนธิและกรองข้อมูลอีกชั้นหนึ่งในระดับพื้นที่ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นแม่งานในการค้นหาผู้ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกตำบล/หมู่บ้าน ทั้งผู้ใช้ ผู้เสพ และผู้ค้า ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนร่วมกับฝ่ายบ้านเมือง ดำเนินมาตรการปราบปรามควบคู่กับการค้นหาข้อมูล โดยกระทรวงมหาดไทย จะรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ที่มีการดำเนินการปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติดมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กับสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าเราไม่นิ่งนอนใจและเอาจริงเอาจัง และเพื่อให้เกิดความร่วมไม้ร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการให้ข้อมูลกับฝ่ายบ้านเมืองเพิ่มขึ้น ไม่ว่าเป็นการจับกุม 1 เม็ด 2 เม็ด สามารถแจ้งข้อมูลได้ทั้งหมด นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ประสานทุกจังหวัดและอำเภอ สร้างความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในการให้การสนับสนุนในด้านวัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้ในการตรวจหาสารเสพติด ซึ่งมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยรองรับภารกิจของ อปท. ในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำในช่วงต้น

พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย วางมาตรการกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างจริงจัง “เพราะปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ” จึงเป็นที่มาของการหารือกันเพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนการทำงานในวันนี้ โดยจากสถิติพบว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ผู้เสพยาเสพติดมีแนวโน้มเพิ่ม และมีผู้เสพจำนวนมากยังไม่ได้เข้ารับการบำบัดในทางสาธารณสุข ในจำนวนเหล่านั้น มีกลุ่มผู้เสพที่เกิดอาการทางจิตเวช มีภาวะคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายบุพการี คนใกล้ชิด และพี่น้องประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและผู้กำกับการสถานีตำรวจทั่วประเทศ ต้องเข้าไปเยี่ยมชุมชนบ่อยครั้งเพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่น อันจะเกิดความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 แถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ตรวจยาบ้ารวมกว่า 8.6 ล้านเม็ด

ตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรมต่างๆ  ที่เกิดขึ้นในสังคมได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก 

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ได้มอบนโยบายให้เร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจังตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาตอนในของประเทศให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม นั้น

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลาประมาณ 09.30 น. พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มงคล สัมภาวะผล ผบก.ภ.จว.ลำปาง,พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผบก.ภ.จว.แพร่ ,นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผอ. ปปส.ภาค 5 ,พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า เสธ.ศอ.ปส.ชน. ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี จับกุมผู้กระทำความผิดรวม 4 คน ตรวจยาบ้ารวมกว่า 8.6 ล้านเม็ด รถยนต์ 3 คัน รถหัวลากบรรทุกจำนวน 2 คัน ณ บก.สส.ภ. 5 ดังนี้ 

คดีที่ 1 การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง เมื่อวันที่ 5 ต.ค.65 เวลาประมาณ 12.20 น. เป็นการจับกุมยาบ้าจำนวน 30 กระสอบ ประมาณ 6 ล้านเม็ด  ได้ผู้ต้องหารวม 2 คน รถยนต์ 2 คัน กรณีนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ขับตามกันมา ผ่านเข้ามาในหมู่บ้านพระบาทวังตวง ต.แม่พริก อ.แม่พริกฯ  จึงได้ไปทำการตรวจสอบ และพบรถตู้มีลักษณะตรงตามที่รับแจ้ง และพบตัวนายเดชทัพฯ(สงวนนามสกุล) (ทำหน้าที่ขับรถขนยา) แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ ระหว่างที่กำลังสอบถามข้อมูล ปรากฏว่านายเดชทัพฯ วิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่จับกุมตัวได้ จากนั้นได้ตรวจค้นรถยนต์ตู้พบยาบ้าของกลางภายในห้องโดยสาร และขยายผลจับกุมตัวนายวินัยฯ(สงวนนามสกุล)(ทำหน้าที่รถนำ) พร้อมรถยนต์เก๋งซึ่งใช้ในการขับนำ  ได้ที่ ต.ล้อมแรด อ.เถิน จว.ลำปาง โดยยาบ้าของกลาง ต้นทางจาก อ.เทิง จว.เชียงราย ปลายทาง กทม.

คดีที่ 2 การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง เมื่อวันที่ 7 ต.ค.65 เวลาประมาณ 13.00 น. ได้ตรวจยึดยาบ้า จำนวนรวม 618,000 เม็ด รถยนต์กระบะจำนวน 1 คัน ได้ที่บริเวณบ้านแม่เชียงรายลุ่ม อ.แม่พริก  กรณีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดสกัดยาเสพติดบริเวณหน้า อบต.แม่พริก และพบรถยนต์ของกลางขับผ่านมา จึงได้เรียกให้หยุด ในระหว่างที่รถชะลอลดความเร็ว จนท.สังเกตุเห็นว่ามีกระเป๋าสะพายจำนวนหลายใบวางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับ ขณะรถกำลังจะหยุด ผู้ขับขี่ได้เร่งความเร็วรถแล้วขับรถฝ่าจุดสกัดหลบหนี  จึงได้แจ้งสกัดจับ ต่อมา ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านแม่เชียงรายลุ่ม อ.แม่พริก ว่าพบรถต้องสงสัยมีลักษณะตามที่แจ้งสกัด ได้จอดอยู่บริเวณป่าละเมาะข้างทาง จึงได้ไปตรวจสอบ ภายในรถ ไม่พบตัวผู้ขับขี่ และไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ได้เดินดูโดยรอบห่างประมาณ 10 เมตร พบยาบ้าของกลางซุกซ่อนกิ่งไม้ปกคลุม จึงได้ตรวจยึดยาบ้าดังกล่าว และนำส่ง พงส.ฯ

คดีที่ 3 การจับกุมของ ชุดสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดพื้นที่ตอนใน ภ.5 ร่วมกับด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.65 เวลาประมาณ 19.30 น. เป็นการจับกุมยาบ้าจำนวน 10 กระสอบ ประมาณ 2 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 2 คน รถหัวลากบรรทุกพ่วงจำนวน2คันได้ที่ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จว.แพร่  การจับกุมคดีนี้ชุดสกัดกั้นฯ ได้ทำการสืบสวนกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดพบมีข้อมูลข่าวสารว่ากลุ่มลำเลียงยาเสพติดได้ว่าจ้างรถยนต์บรรทุกโลจิสติกส์ลำเลียงยาบ้าจากพื้นที่แนวชายแดนด้าน จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ  จึงสืบสวนมาอย่างเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2565  พบรถยนต์บรรทุกพ่วง จำนวน 2 คัน ขับตามกันมา จากพื้นที่ จว.เชียงราย ผ่าน จว.พะเยา,จว.ลำปาง,จว.แพร่ มุ่งหน้าไปยัง จว.อุตรดิตถ์ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับข้อมูลแหล่งข่าว จึงประสานด่านตรวจห้วยไร่  เรียกตรวจค้นและจากการตรวจค้นรถทั้งสองคัน พบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องเก็บของใต้ท้องรถ โดยคันแรกซึ่งมีนายนปภัสฯ(สงวนนามสกุล)เป็นผู้ขับขี่ พบยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 6 กระสอบ  คันที่สองซึ่งมีนายอมรินทร์ฯ(สงวนนามสกุล)เป็นผู้ขับขี่ พบยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 4 กระสอบ รวมยาบ้าทั้งสองคันจำนวน 10 กระสอบประมาณ 2 ล้านเม็ด จึงได้ทำการจับกุมตัวนายนปภัส และนายอมรินทร์ฯผู้ขับขี่ นำส่ง พงส.ฯ ดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับยาบ้านี้ ต้นทางมาจาก อ.ขุนตาล จว.เชียงราย ปลายทาง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 

ทูตจีนประจำสหรัฐฯ ขอบคุณ 'อีลอน มัสก์' หลังแนะ ‘ไต้หวัน’ ยอมเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน

เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ กล่าวขอบคุณ ‘อีลอน มัสก์’ มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลก ที่อุตส่าห์แนะนำให้ไต้หวันยอมเป็นเขตปกครองพิเศษของจีนเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม ขณะที่ผู้แทนไทเปประจำวอชิงตันโต้เดือด ‘เสรีภาพและประชาธิปไตยซื้อขายกันไม่ได้’

เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง ‘เทสลา’ และ ‘สเปซเอ็กซ์’ ได้ออกมาเสนอแผนสันติภาพ ‘รัสเซีย-ยูเครน’ และเปิดโพลให้ชาวทวิตเตอร์โหวตจนโดนทัวร์ลงยับ ทว่าผ่านมาไม่กี่วันเขาก็เรียกแขกอีกครั้ง ด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อไฟแนนเชียลไทม์สว่า ไต้หวันควรยอมสละอำนาจปกครองดินแดนบางส่วนให้ปักกิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม

“สิ่งที่ผมแนะนำก็คือ... ลองคิดหาวิธีจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ (special administrative zone) สำหรับไต้หวันที่พอจะยอมรับได้ แม้จะไม่ทำให้ทุกฝ่ายแฮปปี้ก็ตาม” มัสก์ กล่าว

ข้อเสนอของ มัสก์ ดูจะเป็นที่ถูกอกถูกใจจีนอย่างมาก โดย ฉิน กัง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ได้ออกมาทวีต “ขอบคุณ” มัสก์ เมื่อวันเสาร์ (8 ต.ค.) ที่ช่วยเสนอทางออกสำหรับความขัดแย้ง และเอ่ยย้ำข้อเรียกร้องของปักกิ่งที่ต้องการ ‘รวมชาติกับไต้หวันโดยสันติ’ ภายใต้การปกครอง ‘หนึ่งประเทศ-สองระบบ’

“ผมขอขอบคุณ @elonmusk ที่ออกมาเรียกร้องสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน และเสนอแนวคิดในการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษของจีนขึ้นในไต้หวัน” ฉิน ระบุ

“อันที่จริงแล้ว การรวมชาติอย่างสันติและการปกครองแบบหนึ่งประเทศ-สองระบบ คือหลักการขั้นพื้นฐานของเราในการแก้ไขปัญหาไต้หวันอยู่แล้ว และเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้การรวมชาติเป็นจริงได้”

“เมื่ออธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของจีนถูกรับรอง ไต้หวันภายหลังการรวมชาติจะได้รับสิทธิปกครองตนเองขั้นสูงในฐานะเขตปกครองพิเศษ และมีพื้นที่สำหรับการพัฒนาอย่างกว้างขวางด้วยเช่นกัน”

'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย' มอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกระดับชั้น แก่เยาวชนที่ประพฤติดี ประจำปี 2565 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง และทุนการศึกษาในปีสุดท้ายของ ระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ประจำปี 2565 รวม 156 สถาบัน จำนวน 910 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,615,000 บาท 
(สิบสองล้านหกแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  พร้อมมอบค่าพาหนะแก่สถาบันการศึกษาจากต่างจังหวัด เพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องละทิ้งหรือยุติการศึกษาลงเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ เติมเต็มความมุ่งหวังในชีวิต เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง  โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2  อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิฯ โดยในปี พ.ศ. 2565 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในระดับชั้นประถม  และในวันที่ 21 ตุลาคม 2565 มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (ทุนสัญจร) 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดอุตรดิตถ์ น่าน แพร่ พิษณุโลก และ สุโขทัย โดยกำหนดมอบที่จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมงบประมาณการจัดสรรทุนฯ ในปีการศึกษา 2565 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศเป็นจำนวนเงินกว่า 17 ล้านบาท

โฆษก ตร. เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเปิดรับบริจาคเงิน เหตุกราดยิง จ.หนองบัวลำภู 


วันนี้ (10 ต.ค. 65) เวลา 13.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (MDES) เตือนภัยมิจฉาชีพหากินบนความเศร้าโศก เปิดรับบริจาคทำบุญ เหตุกราดยิง ศูนย์เด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู และดำเนินคดีกับผู้แชร์ภาพความสูญเสีย

พล.ต.ต.อาชยนฯ กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุกราดยิงภายในศูนย์เด็กเล็ก ที่ จ.หนองบัวลำภู สร้างความสะเทือนใจต่อสังคมเป็นอย่างมาก ขณะนี้ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้โอกาสนี้ หลอกลวงประชาชน แอบอ้าง เปิดรับบริจาคทำบุญกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซ้ำเติมประชาชนในช่วงสถานการณ์ความเศร้าโศก การสูญเสียซึ่งขณะนี้ทาง MDES ตรวจพบมีผู้โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย จำนวน 13 เพจ  ได้โพสต์หมายเลขบัญชีรับโอนร่วมทำบุญ เข้าข่ายต้องสงสัย 2 เพจ ถึงแม้แอดมินเพจได้มีการลบโพสต์ออกไปแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว

จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวัง และตรวจสอบให้ดีก่อนว่าบุคคลหรือหน่วยงานที่เปิดรับบริจาคมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ได้รับความเดือดร้อนจริง และเป็นคนเดียวกันกับคนที่ถูกกล่าวอ้างจริง เช่น คนร้ายมักจะเปิดรับบริจาคเป็นชื่อหน่วยงาน แต่บัญชีธนาคารที่รับบริจาคเป็นชื่อบุคคล โดยเฉพาะการขอรับบริจาคผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้รับบริจาคก่อนโอนเงินให้ความช่วยเหลือใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของผู้อื่น มาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และขอเตือนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพที่คิดจะฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของผู้อื่น จะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ อีกด้วย

ผบ.ตร. รับมอบเงิน 2,500,000 บาท ช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเหตุ จ.หนองบัวลำภู 

วันนี้ 10 ต.ค. 65 เวลา 11.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รับมอบเงิน จากคุณสุชัย  พรชัยศักดิ์อุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท GPP INTERNATIONAL CO.TH / นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมก์ จำนวน 2,000,000 บาท นายภาณุพงศ์ ปรีชากาศ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 500,000 บาท และจากนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 41 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วีระ จิระวีระ รอง จตช. และคณะ นรต.41 มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 300,000 บาท รวมยอดเงินทั้งสิ้น 2,800,000 บาทเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียและที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู  

'บิ๊กตู่' มอบ 'ตรีนุช' ดึงอาชีวะติดตั้ง 'ประตู-หน้าต่างนิรภัยศูนย์เด็กเล็ก' สังกัดสพฐ. และกระทรวงมหาดไทย ทั่วประเทศ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน ของ พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการหามาตรการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุร้ายภายในพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนสอนเด็กปฐมวัย ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ 

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า กระทรวงศึกษาได้ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ติดตั้งระบบประตูป้องกันภัยให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดและโรงเรียนสอนเด็กปฐมวัย ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ เพื่อคัดกรองบุคคลแปลกหน้าเข้า-ออกในพื้นที่ โดยให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคและอาชีวะ ในสังกัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประสานกับหน่วยการจัดการศึกษาปฐมวัยในจังหวัด สังกัด สพฐ. เทศบาล องค์กรบริหารส่วนจังหวัด องค์กรบริหารส่วนตำบล และเอกชน สำรวจความต้องการจัดตั้งระบบป้องกันภัย ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยให้สาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง อาทิ ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างเมคคาทรอนิกส์ และช่างไฟฟ้า จัดทำและติดตั้งระบบป้องกันภัย 

'ดีอีเอส' พบเพจต้องสงสัยมิจฉาชีพหลอกทำบุญจาก เหตุกราดยิง เตือน!! ปชช.ระวัง หากเจอรีบแจ้ง เพื่อปิดกั้นทันที

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากการที่สื่อต่าง ๆ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแจ้งเตือนให้ระวังมิจฉาชีพในสื่อสังคมออนไลน์ใช้โอกาสเปิดรับบริจาคทำบุญครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ที่ จ. หนองบัวลำภู ผ่านบัญชีธนาคารนั้น

โดยพบมีผู้โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย จำนวน 13 เพจ ได้โพสต์หมายเลขบัญชีรับโอนร่วมทำบุญ เข้าข่ายต้องสงสัย 2 เพจ ถึงแม้แอดมินเพจได้มีการลบโพสต์ออกไปแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว ซึ่งหากพบมีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและทันท่วงทีต่อไป จึงขอเน้นย้ำให้พี่น้องประชาชนตระหนักและตรวจสอบรายละเอียดก่อนที่จะโอนเงินบริจาค เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ซึ่งการโพสต์ดังกล่าวหากตรวจสอบพบการหลอกลวงประชาชนแล้ว มีลักษณะเข้าข่ายนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 14 (1) มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Facebook /YouTube /IG และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top