Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

ไต้หวัน ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากไทย นับเป็นประเทศแรกในโลกที่มาเยือน หลังเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

เพจเฟซบุ๊ก Taiwan in Thailand ได้โพสต์ข้อความ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า ไต้หวันเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง โดยกลุ่มแรกมีผู้เดินทางทั้งหมด 45 คน ออกเดินทางจากประเทศไทยถึงไต้หวันวันที่ 13 ต.ค. เวลา 00:16 น. ซึ่งถือเป็นวันแรกชั่งโมงแรกของการเปิดประเทศไต้หวันอย่างเป็นทางการ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มแรกของโลกที่ได้เยือนไต้หวันหลังโควิด

หลังจากนักท่องเที่ยวเดินทางถึงไต้หวัน OhBear มาสคอตประจำการท่องเที่ยว มายังสนามบินเถาหยวน เพื่อต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยว มอบของที่ระลึกให้ด้วยตัวเอง ยังมีกิจกรรมจับรางวัล "Taiwan Travel: Super Package" ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษให้เฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก โดยมี คุณธิดารัตน์ เป็นผู้โชคดี ผ.อ. จาง ประกาศว่า การท่องเที่ยวไต้หวันได้กลับมาอย่างเป็นทางการแล้ว ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกเยือนไต้หวัน !

เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังจากหายไปนาน สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้จัดให้ OhBear มาสคอตประจำการท่องเที่ยว มาทักทายผู้โดยสารในห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าพร้อมมอบของที่ระลึกต้อนรับทีละคน - หมอนรองคอลาย OhBear และอื่น ๆ ได้แก่ บิสกิตรูป OhBear เค้กไต้หวัน หน้ากากลายลิมิเต็ดของการท่องเที่ยวฯ และ บัตรอินเทอร์เน็ต 5 วัน

ฉะเชิงเทรา-กสทช.มอบรางวัลโครงการรู้ทัน เข้าถึง เข้าใจ ภัย Fake News

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการรู้ทัน เข้าถึง เข้าใจ ภัย Fake News และกิจกรรมพิธีมอบรางวัลการประกวด VDO CLIP ภายใต้หัวข้อ "รู้คิด รู้ทัน ยับยั้ง Fake News"

  เวลา 13.30 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2565 ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการรู้ทัน เข้าถึง เข้าใจ ภัย Fake News และกิจกรรมพิธีมอบรางวัลการประกวด VDO CLIP ภายใต้หัวข้อ "รู้คิด รู้ทัน ยับยั้ง Fake News" ร่วมด้วย  รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทนอธิการบดี ม.ราชภัฏราชนครินทร์  คณบดี คณาจารย์ นักศึกษา ผู้บริหารห้างโรบินสันฉะเชิงเทรา และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมภายในงาน
       สำหรับโครงการรู้ทัน เข้าถึงเข้าใจ ภัย Fake News ในการประกวด VDO CLIP ภายใต้หัวข้อ "รู้คิด รู้ทันยับยั้ง Fake News" ชิงโล่เกียรติยศจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ในครั้งนี้ เนื่องด้วยปัจจุบัน Fake News หรือ ข่าวปลอม ได้ถูกแพร่กระจายบนสื่อดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักเรียน เยาวชน นักศึกษา รวมถึงผู้สูงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ที่ถือได้ว่าอยู่ในกลุ่มของผู้ใช้ social media มากที่สุดเราจึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ใช้สื่อ social ให้ห่างไกลจากภัย  Fake News และอาชญากรรมบนโลกออนไลน์  ซึ่งเริ่มดำเนินกิจกรรมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 โดยมีรูปแบบกิจกรรมใน รูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ อาทิ การจัดรายการสตรีมสด "ถกเรื่องเล่า จากคนเล่าเรื่อง" การลงพื้นที่กิจกรรมรณรงค์รู้ทันภัย Fake News วัย Baby Boom และการจัดโครงการประกวด VDOCLIP "รู้คิด รู้ทัน ยับยั้ง Fake News" โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ  เพื่อให้เด็กนักเรียน/นักศึกษา ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงความรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อ / เพื่อสร้างสรรค์ผลงานด้านการผลิตสื่อในการรู้เท่าทันสื่อ / เพื่อสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม การทำงานด้านการรู้เท่าทันสื่อ

ผบ.ตร.ชื่นชม จราจรบุคคโล กวาดเศษหินป้องกันอุบัติเหตุ หน่วยเตรียมเสนอชื่อรับรางวัลจราจรดีเด่นพบประวัติเคยนำส่งผู้ป่วยวูบกลางถนนส่งรพ. 

    จากรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง เผยแพร่ภาพจากกล้องหน้ารถ ระบุข้อความ “เมื่อเช้าขับรถมาทำงาน จอดติดไฟแดงแยกมไหสวรรค์ เห็นน้าตำรวจแกออกมากวาดหินที่หล่นบนพื้นถนน แกคงกลัวรถมอเตอร์ไซค์จะลื่นล้ม น่ารักมากๆเลยครับ #ทำดีต้องขอชื่นชมครับ  #ตำรวจดีๆมีเยอะครับ”จนมีผู้มาแชร์และแสดงความชื่นชมตำรวจนายนี้จำนวนมากนั้น
     ล่าสุด 14 ต.ค.2565 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผย ตรวจสอบแล้วตำรวจจราจรในคลิปคือ ร.ต.อ.พูนศักดิ์ สัมพันธ์กาญจน์ รอง สว.จร.สน.บุคคโล ปฎิบัติเหน้าที่ร้อยเวรจราจร ได้ออกตรวจสภาพการจราจร เมื่อมาถึงแยกมไหสวรรย์ พบกองกรวดทราย ซี่งไหลมากับน้ำฝนที่ตกหนักในคืนที่ผ่านมา เมื่อน้ำแห้งแล้วก็กลายเป็นก้อนกรวดทรายกองอยู่บริเวณกลางถนนแยกมไหสวรรย์ เกรงจะเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถใช้ถนน จึงได้นำไม้กวาดมากวาดออก จนมีประชาชนถ่ายคลิปไว้ แล้วนำไปโพสจนมีผู้เข้ามาชื่นชมจำนวนมาก ขอบคุณแทนผู้ใช้รถถนนทุกคนด้วย 
   

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งบรรเทาทุกข์ชาวอุบลราชธานี จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย นำอุปกรณ์ และโรงครัวเคลื่อนที่ ลงพื้นที่เร่งอพยพ และเข้าช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วม

ตามที่มวลน้ำในหลากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงมีระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก วานนี้ (วันที่ 13 ตุลาคม 2565) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์  ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้ทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมอุปกรณ์ เรือท้องแบน โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยาเวชภัณฑ์ อาหารสุนัขและแมวออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบบราชธานี พร้อมจัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือ ลงพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามความประสงค์ของประชาชน  โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดตั้งกองอำนวยการและโรงครัวเพื่อประกอบอาหารปรุงสุก ณ มูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี (จีตัมเกาะ)  จังหวัดอุบลราชธานี

และในวันนี้ (วันที่ 14 ตุลาคม 2565)  นับตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร กู้ชีพ-กู้ภัย ลงพื้นที่อพยพ - เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัย ไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงจัดทีมประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม ถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ บรรทุกเรือท้องแบน เพื่อลงพื้นที่ออกแจกจ่าย พร้อมจัดทีมกู้ชีพนำอุปกรณ์ตรวจวัดไข้ ความดัน และชีพจร ออกตรวจสุขภาพแก่ผู้ป่วยและผู้สูงอายุเบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัยเพื่อประเมินการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยบริเวณพื้นที่อำเภอเมือง รวมถึงลงพื้นที่สำรวจในพื้นที่ อำเภอตาลสุม และอำเภอสว่างวีระวงศ์ และพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดอุบลราชธานี  ในทันที โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี  พร้อมคณะ ได้เข้าตรวจเยี่ยมโรงครัวเคลื่อนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมให้กำลังใจทีมบรรเทาสาธารณภัยที่เข้าปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นอกเหนือจากจังหวัดอุบลราชธานี ในขณะนี้ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดพิจิตร

ผู้ว่าสุพรรณฯ ทำหนังสือชี้แจงด่วนที่สุดถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมมอบหมายให้นิติกรชำนาญการ สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี รวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ปมด่ากราดบนเวที

กรณีมีผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อกรายหนึ่ง โพสต์คลิปเหตุการณ์ช่วงหนึ่งขณะ ‘น้าแอ๊ด คาราบาว’ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังเมืองไทย ระเบิดอารมณ์ออกมาบนเวทีคอนเสิร์ต ถึงกับสวดยับ ‘บิ๊กข้าราชการ’ อย่างดุเดือด จนบรรดาคนดูถึงกับตกใจสอบถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนอัดคลิปช่วงขณะเกิดเหตุการณ์บนเวทีเอาไว้ โดยน้าแอ๊ด มีทีท่าค่อนข้างโมโหอย่างมาก จนถึงกับเปรยออกมาว่า ‘เล่นไม่ได้แล้วโมโห’ ซึ่งหลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน นั้น

ล่าสุดนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้โพสต์คลิปชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด การจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 65 จังหวัดเตรียมจะจัด เพราะจัดมาต่อเนื่องทุกปี แต่ช่วงโควิดเว้นวรรคจะจัด 18 ม.ค.-1 ก.พ. แต่เจอปัญหาโควิดมาตั้งแต่ปี 64 จึงไม่ได้จัด เลื่อนมาเลย คาดว่าปีนี้ 65 จัดงานมีสัญญากับเอกชนไว้ ก่อนตัวเองจะเข้ามารับตำแหน่ง แต่ถึงเวลาจริง ไม่สามารถจัดได้เพราะสถานการณ์โควิดรุนแรงมากขึ้น เลยคิดว่าต้องเลื่อน จึงได้คุยกับคณะกรรมการเลื่อนไปเป็นช่วงประมาณเดือน มี.ค. รูปแบบการจัดงานเหมือนเดิม มีการแสดงยุทธหัตถี ออกร้านโอทอป แสดงนิทรรศการของอำเภอ แต่ในส่วนคอนเสิร์ต ซึ่งไม่ใช่งานของจังหวัด ภาคเอกชนดูแลมีการล้อมรั้ว เก็บบัตรผ่านประตูเอง ไม่เกี่ยวกับบัตรผ่านประตูของทางจังหวัด พร้อมเตรียมพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี

ความคืบหน้าเมื่อ วันที่ 14 ต.ค.65 นายปรีชา ทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยความจริงกรณีของแอ๊ด คาราบาว ด่าผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี บนเวทีคอนเสิร์ต ที่ อ.สองพี่น้อง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากกรณีแอ๊ดโกรธ ที่ไม่ถูกจ้างมาเล่นงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์

ความจริงคือ

1. ผู้ว่าฯ ย้ายมาสุพรรณฯ เมื่อ 1 ต.ค.2563

2. ปี 2564 ไม่มีการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์เนื่องจากสถานการณ์โควิด

3. ปี 2565 สถานการณ์โควิดผ่อนคลายลง มีการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ แต่ก็หลังจากช่วงเวลาปกติ ที่เคยจัดระหว่าง 18 ม.ค. - 1 ก.พ. เป็นช่วงเดือนมีนาคม 2565

4. ช่วงของการจัดงาน สุพรรณฯ เป็นพื้นที่สีส้ม งดการจัดการแสดงมหรสพ แต่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่สีฟ้า ก็มีการจัดงานดอนเจดีย์ และจ้างแอ๊ดไปเล่น แอ๊ดก็มีการกล่าวบนเวทีด่าผู้ว่าสุพรรณฯ ว่าไม่ให้แอ๊ดไปเล่นดนตรีที่สุพรรณฯ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

5. การจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ที่สุพรรณบุรี มีการประมูลพื้นที่จำหน่ายสินค้า โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ชนะประมูลพื้นที่เป็นคนจัดหามหรสพ (ยกเว้นปี 2565 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันเข้ามารับผิดชอบการจัดงานฯ และเป็นปีที่คณะกรรมการจัดงานฯ มีมติให้งดจัดมหรสพ เนื่องจากให้เป็นไปตามมติ ศบค. ที่ให้กำหนดโซนพื้นที่ตามสีต่างๆ และสุพรรณฯ เป็นพื้นที่สีส้ม จึงไม่สามารถจัดมหรสพได้ แต่พื้นที่สีฟ้าสามารถจัดได้)

6. จากข้อ 5 เมื่อการจัดมหรสพเป็นหน้าที่ของผู้ชนะการประมูลพื้นที่จำหน่ายสินค้า ผู้ว่าฯ จึงไม่เกี่ยวข้องกับการจ้างวงดนตรีต่างๆ มาแสดงในงานฯ แต่อย่างใด

7. จากการสอบถามผู้ชนะการประมูลพื้นที่ว่า ทำไมไม่จ้างแอ๊ดมาเล่น ได้รับคำตอบว่าเคยจ้างแอ๊ดมาเล่นในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ โดยการเปิดเวทีพิเศษเป็นบางวัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีคนมาเที่ยวงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์มากขึ้น มีการปิดกั้นพื้นที่การแสดง และเก็บบัตรเข้าชมการแสดง ปรากฏว่าค่าจ้างวงคาราบาวสูงมาก เก็บรายได้ไม่คุ้มกับค่าจ้าง โดยขาดทุนเป็นเงินหลักแสน ขณะที่ดนตรีเพื่อชีวิตอื่นๆ ยังพอมีกำไรบ้างเล็กน้อย เพราะไม่ได้หวังกำไรมาก จุดประสงค์เพียงเพื่อดึงดูดคนให้มาเที่ยวชมงาน แต่ถ้าขาดทุนเป็นแสน จึงไม่คุ้มกับการจ้าง

8. จากข้อ 7 การที่แอ๊ด คาราบาว อยากมาเล่นที่สุพรรณบุรี เป็นเรื่องของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของคนสุพรรณอยากมาเปิดการแสดงที่สุพรรณแต่อย่างใด จึงเป็นสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง ว่าจะจ้างการแสดงของวงดนตรีคณะใดเช่นกัน

9. ไม่ใช่แอ๊ดเป็นคนสุพรรณคนเดียว ผู้ว่าฯ ก็เป็นคนสุพรรณฯ เช่นกัน เกิดที่อำเภอศรีประจันต์...รอผู้ว่าฯ แถลง และแจ้งความดำเนินคดีกับแอ๊ดฯ ในขั้นตอนต่อไปครับ
 

‘ทิพานัน’ แจ้งเตือนประกาศใช้มือถือขณะขับรถต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายมีผลบังคับใช้แล้ว ช่วยลดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของสังคม ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 400-1,000 บาท

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ’หลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ. 2565’ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน เพื่อลดการสูญเสียและการบาดเจ็บของพี่น้องประชาชน ซึ่งในปัจจุบันผู้ขับขี่รถมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ โดยเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดการเกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 (9) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ให้ผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

1.ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาหรือระบบกระจายเสียง จากเครื่องโทรศัพท์ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่

2.ใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษสำหรับยึดหรือติดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้กับส่วนหน้าของตัวรถทุกครั้ง ก่อนการขับรถ ทั้งนี้ ต้องไม่บดบังทัศนวิสัยหรือเสียความสามารถในการขับรถ กรณีผู้ขับขี่มีความจำเป็นต้องถือ จับ หรือสัมผัสโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อใช้งานโดยประการใด ๆ ให้ผู้ขับขี่หยุดหรือจอดรถในสถานที่สำหรับจอดรถอย่างปลอดภัย ก่อนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว

หมอชลน่าน เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย วางพวงมาลาร่วมรำลึกถึงวีรชนจากเหตุการณ์  14 ตุลาคม 2516 พร้อมสดุดีวีรชนผู้กล้า ที่ส่งมอบแนวคิดประชาธิปไตยฝังแน่นถึงคนรุ่นนี้

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคพท. เป็นตัวแทนจากพรรคพท.วางพวงมาลาร่วมรำลึกถึงวีรชนจากเหตุการณ์  14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์ปราบปรามเยาวชนคนหนุ่มสาวที่เป็นนักเรียนนิสิตนักศึกษา ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลปลดปล่อยนิสิต นักศึกษา อาจารย์ และนักการเมืองที่ถูกจับกุมฐานเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกรัฐบาลตั้งข้อหาว่ากระทําการผิดกฎหมาย  

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขอคารวะและรำลึกถึงวีรชน 14 ตุลาทุกคนด้วยจิตศรัทธา การต่อสู้ของวีรชนผู้กล้า ทั้งที่เปิดผู้วายชนม์และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้วันนี้ผ่านมา 49 ปีจากเหตุการณ์ดังกล่าว การเมืองในประเทศไทยมีกลไกประชาธิปไตยที่ไม่แท้จริง เป็นประชาธิปไตยที่เป็นเพียงรูปแบบ แต่จากประสบการณ์ของวีรชนผู้กล้าหาญในวันนั้น ได้ก่อรูปร่างสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ฝังแน่นในหัวใจประชาชน ส่งต่อสืบทอดมาถึงคนรุ่นนี้ 

ประธานกรรมการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านทันตกรรม ก่อให้เกิดโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนมากมายหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยทันตกรรมพระราชทาน

ศาสตราจารย์พิเศษ ทพญ. ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ประธานกรรมการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์และผู้อำนวยการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นทันตแพทย์มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยการดูแลถวายงานเรื่องพระทนต์ของพระองค์ท่าน เป็นเวลาทั้งหมด 46 ปี

ภายหลังการรักษาแต่ละครั้ง พระองค์ท่านจะทรงมีพระราชปฏิสัณฐานหรือทรงคุยด้วยนาน ๆ  ท่านทรงซักถาม แนะนำ สั่งสอนให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ซึ่งคณะทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้น้อมนำพระราชดำรัสเหล่านั้นมาปฏิบัติ จนเกิดเป็นโครงการพระราชดำริทางด้านทันตกรรมหลายโครงการด้วยกัน

ทั้งนี้ โครงการที่ถือว่ามีความสำคัญและยังมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ได้แก่โครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อช่วยดูแลราษฎรที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

ประธานกรรมการมูลนิธิฯ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานเคลื่อนที่นั้น เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 หลังจากที่คณะแพทย์ทำพระทนต์เสร็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งว่า เวลาพระองค์ท่านมีปัญหามีหมอมาช่วยกันรักษา แล้วราษฎรที่อยู่ห่างไกลความเจริญ มีใครช่วยดูแลไหม เมื่อได้รับคำตอบว่าไม่มี พระองค์ท่านจึงรับสั่งว่า การที่จะให้ชาวไร่ชาวนา ที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล ต้องทิ้งท้องไร่ท้องนาเข้ามาหาทันตแพทย์เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับฟันหรือสุขภาพในช่องปาก ย่อมเป็นไปได้ยาก น่าที่ทันตแพทย์จะต้องเดินทางไปดูแลเป็นครั้งคราว

จากพระราชดำรัสในครั้งนั้นทำให้เกิด รถทำฟันเคลื่อนที่หรือ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเจิมรถที่พระราชวังไกลกังวลหัวหิน เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2513  มีรถหนึ่งคันพร้อมอุปกรณ์และมีทันตแพทย์ จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จำนวน 2 คน วิ่งไปตามอำเภอต่าง ๆ โดยจุดแรกที่ไปทำฟันคือที่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

“ทำวันแรก มีคนไข้ไม่กี่คนหรอก เพราะว่า พอเปิดปากดู ก็มีแต่เรื่องจะต้องถอนทั้งหมดเพราะฉะนั้นการบริการที่เราทำ ส่วนใหญ่เป็นการถอนฟันและให้การศึกษา คนที่มารับบริการบอกว่า มีหมอฟันอยู่ในโลกนี้ด้วยหรือ ไม่รู้จักมาก่อน” ประธานกรรมการมูลนิธิเล่าบรรยากาศแรกเริ่มให้ฟัง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ร่วมกับคณะทำงานฝ่ายไทย เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและคณะกรรมาธิการยุโรปในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย 

เมื่อวันที่่ 13 ต.ค.65) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ร่วมกับคณะทำงานฝ่ายไทย เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและคณะกรรมาธิการยุโรปในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.65 โดยในวันนี้มีการประชุมร่วมกัน ณ ห้องประชุมแกลลอรี่ 1 ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี่ กรุงเทพฯ

หลังจากที่ผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประชุมในภาพรวมกับคณะผู้แทนฝ่ายไทยในคณะใหญ่ เพื่อสังเกตการณ์การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของไทย รวมถึงได้สังเกตการณ์การทำงาน ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมและสังเกตการณ์เรือประมง ซึ่งมีการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน นั้น 

คณะผู้แทนกรรมาธิการยุโรป นำโดย คุณโรเบอร์โต้ เซซารี่ (Mr.Roberto Cesari ) หัวหน้ากองต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย (Head of Unit IUU ) ,น.ส.อเดล่า เรย์  อาเนรอส (Ms.Adela Rey  Aneiros ) น.ส.ซาร่า เปรูโช่ มาร์ติเนซ (Ms.Sara Perucho Martinez) เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ กองต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย (International Relations Officer IUU)  ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะผู้แทนฝ่ายไทย ด้านการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1/รองประธานคณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวังการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย, พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท./หัวหน้าชุดปฏิบัติการสนับสนุนการตรวจสอบการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย, รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล กรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการด้านการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย

‘หมอวรงค์’ ซัดเดือด! เล่นการเมืองทั้งตระกูล หลอกกระทั่งตัวเอง สร้างดำเป็นขาว ลั่นประเทศไทยต้องไม่อยู่ใต้ตระกูลโกง

14 ต.ค. 2565 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า #การเมืองไทยวันนี้

วันนี้การเมืองไทย ลงมาเล่นกันทั้งตระกูล ถ้าลงมาเพื่อประโยชน์ชาติ ก็ยังพอรับได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ กลับพยายามสร้างขาวให้เป็นดำ สร้างดำให้เป็นขาว

กล้าแม้ที่จะหลอกตนเอง ในสิ่งที่พูด มีหรือที่คนเหล่านี้ จะไม่กล้าหลอกประชาชน บิดเบือนกล่าวหา แม้แต่กระบวนการยุติธรรม แต่ตอนคดีซุกหุ้น หรือลืมถุงขนมที่ศาล กลับไม่พูดถึง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top