Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

'คนขายปลา' อึ้ง!! คนเขียนเยาะเย้ยชาติไทย เป็นคนไทย กรณีเพจบอลใส่ธงคอสตาริกาผิด เป็น ธงไทย

(24 พ.ย.65) นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา ผู้จำกัดนิยามตนเองว่าเป็น 'คนขายปลา' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Nithipat Bhandhumachinda' ว่า...

มีเพจบอลต่างประเทศเพจหนึ่งรายงานผลบอลคู่  สเปน กับ คอสตาริกา แล้วใส่ธงคอสตาริกา ผิด เป็นธงไทย เพราะมีความคล้ายคลึงกัน

ในช่องความเห็นก็มีชาวต่างชาติหลายๆ ท่านมาเขียนเตือนว่าใช้ภาพธงผิด เพราะนี่คือธงไทย แล้วผมก็สะดุดตากับความเห็นบางความเห็น เช่นเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ไม่ใช่ทีมไทยหรอก เพราะถ้าเป็นทีมไทยคงจะแพ้สเปน เฉียด ๆ ร้อยศูนย์

ก็คิดในใจว่า คนเขียนความเห็นเป็นคนชาติไหนถึงดูถูกประเทศไทยกลางบอร์ดนานาชาติเยี่ยงนั้น

นายกรัฐมนตรี Kick off โอนเงินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 65/66 งวดแรก 14,531 ล้านบาท

ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จังหวัดเพชรบูรณ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เป็นวันแรก โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้บริหารและผู้แทนจากส่วนงานต่าง ๆ พร้อมด้วยเกษตรกร  เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ รัฐบาลได้โอนเงินงวดแรกตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไปยังชาวนาทั่วประเทศ จำนวน 14,531 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 81,265 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินเพื่อ ให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่าน 4 โครงการ ในการเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่าย และพัฒนาศักยภาพในการผลิต เพื่อให้มีโอกาสขายข้าวเปลือกในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 4.68 ครัวเรือน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2566 ประกอบด้วย มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่ โครงการแรกสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 55,083 ล้านบาท  โดยในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 77,452 ราย  เป็นจำนวนเงินกว่า 932 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 11/2565 เปิดรับสมัคร ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ลงโทษตำรวจทำผิดวินัย ไล่ออก 9 ปลดออก 5 ขอบคุณตำรวจที่ปฏิบัติการช่วงเอเปค ย้ำห่วงใยตำรวจสถานการณ์ใต้

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า วันนี้ (24 พ.ย. 65 ) เวลา 09.00 น. พล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 11/2565 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมี ก.ตร. , ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานของอนุกรรมการ ก.ตร. ชุดต่างๆ ที่ ก.ตร.มอบหมายให้ไปปฏิบัติและพิจารณาการบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ อาทิ คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และกฎหมาย ได้รายงานข้อมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของข้าราชการตำรวจ เดือน พ.ย 65 มีข้าราชการตำรวจลงโทษทั้งสิ้น จำนวน 14 นาย ซึ่งเป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 9 นาย และปลดออกจากราชการ จำนวน 5 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 65 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 229 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 178 นาย และปลดออกจากราชการ จำนวน 51 นาย 

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม!! ‘มิชลินไกด์’ ยก 189 สตรีทฟู้ดส์ไทยสุดยอด มอบสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ อวยดินแดนสวรรค์แห่งอาหาร

‘บิ๊กตู่’ สุดปลื้ม ‘มิชลินไกด์’ เลือกสตรีทฟู้ดส์ไทย-ร้านอาหาร กว่า 189 ร้าน ชม ‘ดินแดนสวรรค์ด้านอาหาร อวดศักยภาพวัฒนธรรมอาหารไทย’

(24 พ.ย. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับทราบและยินดีกับร้านอาหาร และอาหารริมทาง หรือ สตรีทฟู้ดส์ไทย ได้รับคัดเลือกจากมิชลิน ไกด์ (MICHELIN Guide) ประเทศไทย ประจำปี 2566 ให้ได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) จำนวน 189 ร้าน สะท้อนศักยภาพและวัฒนธรรมอาหารของไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง

‘หมอของขวัญ’ ฟาดแรง ปม รพ.ในภาคอีสาน ห้ามหมอ-บุคลากร แต่งหน้าจัด-ทำสีผม

หมอของขวัญ ฟาดแรง ปม รพ.ในภาคอีสาน ห้ามหมอ-บุคลากร แต่งหน้าจัด-ทำสีผม ชี้ สำคัญที่ ‘จริยธรรม-จรรยาบรรณ’

กรณีเพจ ไม่ใช่หมอบ่น-aggressivenotdoctor เผยแพร่ประกาศของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่อง เครื่องแบบและการแต่งกายของบุคลากร โดยห้ามสวมกระโปรงสั้น ห้ามทำสีผม ห้ามแต่งหน้าจัด ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุด วันที่ 23 พฤศจิกายน หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ แพทย์ผิวหนังคนดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีดราม่าโรงพยาบาลภาคอีสานแห่งหนึ่ง ออกประกาศห้ามคุณหมอแต่งหน้าจัด ทำสีผม

กองทัพเรือจัดพิธีเปิดการแข่งขันสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี 2565 เพื่อให้กำลังพลตระหนักถึงความสำคัญในการเล่นกีฬา สร้างความสามัคคี และร่วมกันพัฒนาการกีฬาของกองทัพเรือไปสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล

วันที่ 23 พ.ย. 2565 พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี 2565 ณ สนามกีฬาราชนาวี สัตหีบ กิโลเมตร 5 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.ต.ธีรยุทธ ดาวมุกดา รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ในฐานะหน่วยเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลพร้อมครอบครัวและประชาชนในพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมในพิธีเปิด

กองทัพเรือกำหนดจัดแข่งขันกีฬาภายในกองทัพเรือ ภายใต้ชื่อ 'สัปดาห์กีฬานาวี' เป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลของกองทัพเรือ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเล่นกีฬา ซึ่งนอกจากจะได้พัฒนาขีดความสามารถทางด้านการกีฬาและเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เสริมสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานในกองทัพเรือ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถในกีฬาแต่ละประเภทให้เป็นนักกีฬาระดับชาติ สร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติอีกด้วย 

‘ฟีฟ่า’ ขู่ ตัดสัญญาณถ่ายสดบอลโลก หลังพบสัญญาณหลุดไปโผล่ประเทศอื่น

‘บิ๊กก้อง’ ส่งหนังสือถึง ‘กสทช.’ หลังได้รับคำเตือนจาก ‘ฟีฟ่า’ พบสัญญาณการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลก 2022 จากประเทศไทย รั่วไหลไปสู่ประเทศอื่นๆ พร้อมสั่งให้เร่งแก้ไขโดยด่วน ขู่ถ้าไม่ทำตามตัดสัญญาณ หรือ ‘จอดำ’ ทันที 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ‘บิ๊กก้อง’ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้ส่งหนังสือเรื่องขอความอนุเคราะห์แจ้งให้ดำเนินการเข้ารหัสสัญญาณให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Federation Internationale de Football Association – FIFA) หรือ ฟีฟ่า ไปยังเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามที่อ้างถึง การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ขอความอนุเคราะห์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ให้บริการวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ อันประกอบด้วย ผู้ให้บริการ Multiplexer DTT ทั้ง 5 MUX และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Cary (มัสต์ แครี) และผู้ให้บริการกล่อง STB คุ้มครองสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) โดยเข้ารหัสสัญญาณและดำเนินการทำ OTA ของกล่องเครื่องรับระบบโทรทัศน์ดาวเทียม นั้น 

กกท. ได้รับแจ้งจากทางสหพันธ์ฟตุบอลนานาชาติ ว่า สัญญาณออกอากาศการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) ในประเทศไทย ยังคงแพร่กระจายไปละเมิดลิขสิทธิ์ในดินแดนของประเทศอื่น นอกเหนือลิขสิทธิ์ที่ได้รับตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฯ

ทั้งนี้ สหพันธ์ฯ ได้ขอให้ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของประเทศไทย ดำเนินการแก้ไขการเข้ารหัสสัญญาณ (Encryption) ที่ส่งผ่านดาวเทียมให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของสหพันธ์ฯ โดยด่วนที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาสัญญาณการออกอากาศการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) ในประเทศไทย ไปละเมิดลิขสิทธิ์ในดินแดนของประเทศอื่น ตามที่สหพันธ์ฯ แจ้งมา

กกท. ใคร่ขอความอนุเคราะห์และความร่วมมือจาก กสทช. ดำเนินการแจ้งผู้ให้บริการ Multiplexer DTT ทั้ง 5 MUX และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Cary และผู้ให้บริการกล่อง STB คุ้มครองสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) โดยดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ให้ดำเนินการเข้ารหัส (Encryption) ในการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามมาตรฐานของ FIFA ซึ่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ BISS CA Director หรือ Power/u

2. ในส่วนของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Carry และผู้ให้บริการกล่อง STB จะต้องเข้ารหัส โดยไม่ใช่การดำเนินการในลักษณะ BISS 1 Simultcrypt เหมือนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

3. ในกรณีที่ผู้ให้บริการใด ไม่สามารถเข้ารหัสให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สหพันธ์ฯ กำหนด มีความจำเป็นต้องตัดสัญญาณที่จะส่งไปเผยแพร่ผ่านผู้บริการนั้น ซึ่งต้องดำเนินการในลักษณะส่งข้อความขี้แจงข้อกำหนดการเผยแพร่ตามข้อกำหนดลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยได้รับ (หรือตามที่ผู้รับชมทั่วไปจะเข้าใจในลักษณะการขึ้น ‘จอดำ’)

'สุวิจน์-กรณ์' พา 'ชาติพัฒนากล้า' ลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ ณ โรงพยาบาลจุฬาฯ

วันนี้ (23 พ.ย.65) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า, นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา ผู้อำนวยการพรรค ร่วมถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมขยายผล 4 เคสเกี่ยวข้องนายทุนจีนสีเทา จินหลิง-ท๊อปวัน-เบบี้เฟซ-คลับวัน

จากกรณีในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการเข้าตรวจสอบสถานบริการที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันคือ นายทุนจีนเป็นเจ้าของ และใช้คนไทยเป็นนอมินี จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 

ร้านคลับวันพัทยา พื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งมีการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก, ร้านท็อปวัน พื้นที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งพบหญิงชาวจีนเสียชีวิตหลังเที่ยวผับดังกล่าว โดยมีสาเหตุมาจากการเสพยาเกินขนาด, ร้านจินหลิง พื้นที่ สน.ยานนาวา ซึ่งตรวจค้นพบสารเสพติดในนักเที่ยวชาวจีนจำนวนกว่า 104 คน และยาเสพติดอีกจำนวนมาก สุดท้ายคือ ร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับนายทุนจีนและใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งได้มีการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอไปแล้ว นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดำเนินการควบคุมสั่งการสืบสวนความเชื่อมโยงของกลุ่มนายทุนจีนสีเทา ที่มีการประกอบกิจการสถานบันเทิง โดยมีการกระทำผิดแอบแฝง ทั้งเรื่องยาเสพติด บ่อนการพนัน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสืบสวน ตรวจสอบข้อมูลการติดต่อและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงทั้ง 4 แห่งโดยละเอียด เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งหมด และให้เข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุนจีนทั้งหมด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาใช้ในการดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยแบ่งเป็นรายละเอียดตามแต่ละคดีดังนี้

กรณีที่ 1 ร้านจินหลิง พื้นที่ สน.ยานนาวา
หลังจากที่เมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นร้านจินหลิง ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. ผลการตรวจค้นพบสารเสพติดในปัสสาวะของนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก และพบยาเสพติดอยู่ภายในร้านจำนวนมาก จากกรณีดังกล่าว ได้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือ นายหวง ไห่ เถา หรืออาหวง พร้อมยึดของกลางเป็นยาเสพติดประเภท เฮโรอีน ยาอี และแฮปปี้วอเตอร์จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีไว้จำหน่ายให้กับลูกค้าที่มาเที่ยวที่ร้าน และยังตรวจค้นจุดต้องสงสัยอีกกว่า 38 จุด ตรวจยึดรถหรู 5 คัน และเงินอีก 19 ล้านบาท
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลเกี่ยวกับยาเสพติด จนสามารถออกหมายจับ และจับกุมดำเนินคดีเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 4 ราย ได้แก่
1. นายหวง ไห่ เถา หรือ อาหวงสัญชาติจีน
2. นายเจียง ไต่ หลิน หรือเสี่ยหลิน สัญชาติจีน
3. นายเหมา ยะ ฉวง หรืออาฉวง สัญชาติจีน
4. นายหวัง เจี้ยน หัว หรืออาหัว สัญชาติจีน
โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 อันเป็นการมีไว้เพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” 
หลังจากจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายแล้ว เจ้าหน้าที่สืบสวนยังรวบรวมพยานหลักฐานและพบความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น จนสามารถขออนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่
1. นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว
2. นายหยาง เฉิน หรืออาหยาง สัญชาติจีน
โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 อันเป็นการมีไว้เพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองราย

กรณีที่ 2 ร้านท็อปวัน พื้นที่ สน.สุทธิสาร
จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงผลการดำเนินคดีกรณีพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีน คือ น.ส.โหยว ซื่อ หัว อายุ 31 ปี ซึ่งไปเที่ยวที่ร้านท็อปวัน เมื่อว้นที่ 16 ก.ย.65 ต่อมาได้เสียชีวิตลงเนื่องจากเสพยาเกินขนาด ซึ่งได้มีการสืบสวนและจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซุกซ่อนอำพรางหลักฐานเกี่ยวกับการเสียชีวิตดังกล่าวไปแล้วจำนวน 4 ราย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอไปแล้ว นั้น

จากสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว จึงเป็นเหตุอันควรสงสัยว่า สถานบันเทิงดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบเกี่ยวกับเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องโดยละเอียดว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือการกระทำผิดอื่นๆ หรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า สถานบันเทิงดังกล่าวได้มีกลุ่มทุนจีนเป็นเจ้าของ โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินี เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่นายทุนจีนดังกล่าวได้แสดงออกโดยชัดเจนว่าตนมีความเป็นเจ้าของ ซึ่งมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง และเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นจำนวน 2 ราย ได้แก่
1. นายวีรยุทธ แซ่หย้าง อายุ 23 ปี
2. นายจาง เจี้ยนกุ้ย อายุ 48 ปี สัญชาติจีน
การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และยังดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้มีออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายมาดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

กรณีที่ 3 ร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย.65 เวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนจำนวน 6 แห่ง รวมทั้งร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน ซึ่งผลการตรวจสอบภายในร้านพบสารเสพติดในนักท่องเที่ยวภายในร้านจำนวน 2 ราย จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ร้านดังกล่าวมีเจ้าของเป็นบุคคลสัญชาติจีนซึ่งมีคนไทยเป็นนอมินี จึงได้ทำการขยายผลจนทราบว่า เจ้าของสัญชาติจีนดังกล่าวคือ นายสุ่ย ไท่ เหว่ย หรือเดวิด เป็นเจ้าของ จึงได้ขออนุมัติศาลเข้าค้นที่พักของนายเดวิด ที่บ้านเลขที่ 94 และ 96/1 ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบสุราต่างประเทศ 24 ขวด ไวน์ต่างประเทศ 28 ลัง บุหรี่ต่างประเทศจำนวน 45 คอตตอน บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์จำนวน 15 กล่อง และอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก จึงได้จับกุมนายเดวิด พร้อมของกลางดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ
จากการขยายผลเพิ่มเติมพบว่า นอกจากนายเดวิดซึ่งได้จับกุมดำเนินคดีแล้วนั้น ยังมีกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ราย โดยเป็นกลุ่มคนจีนมาลงทุนและใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินี ซึ่งคนไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ ในการทำธุรกิจดังกล่าว มีหน้าที่เพียงลงลายมือชื่อในเอกสารต่างๆ และได้รับเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพิ่มเติมรวมทั้งที่จับกุมแล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย
1. บริษัท พอง แบงค็อก จำกัด (ในฐานะนิติบุคคล)
2. นายสุ่ย ไท่ เหว่ย หรือเดวิด อายุ 47 ปี
3. นายจู้ เฉิน สัญชาติจีน
4. นางทองใส เฉิดลออ

สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับคณะเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมสวย พร้อมปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์

สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เยี่ยมชมสวนสวยพร้อมปลูกต้นไม้บริเวณ สวนรุกขชาติโดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยาให้การต้อนรับนาย Seyed Reza Nobakhti  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทยและคณะ พร้อมพาชมสวนสวยกว่า 50 สวน บนพื้นที่ 1,700 ไร่และชมเนิรส์เชอรี่พันธุ์ไม้ต่างๆ ที่สวนนงนุชได้รวบรวมไว้กว่า18,000 ชนิด 

โอกาสนี้นาย Seyed Reza Nobakhti  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย พร้อมคณะยังให้เกียรติปลูกต้นไม้บริเวณ“สวนรุกขชาติ”เชิงเขาบันไดกฤษ ตามโครงการ 'ปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์'ทั้งนี้ได้ร่วมกันปลูกต้นมะขามป้อมยักษ์จำนวน 1 ต้น พร้อมถ่ายรูปร่วมกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top