Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

คนญี่ปุ่นยกไทยคือประเทศในฝัน…พร้อมยกเป็นต้นแบบ เพราะมีกฎหมายเข้มแข็ง!! ไม่ปล่อยต่างชาติเหนือกว่าคนไทย

(15 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก WA-Japan แชร์เรื่องราวของชาวญี่ปุ่นกำลังพูดถึงประเทศไทยอย่างกว้างขวาง หลังมีโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ที่อธิบายนโยบายไทยเกี่ยวกับชาวต่างชาติ กลายเป็นกระแสไวรัล ยอดแชร์ทะลุ 2 หมื่น และกดไลก์กว่า 1 แสน หลายคนชื่นชมว่าไทยมีระบบที่ “ปกป้องพลเมืองของตนเอง” ได้อย่างเข้มแข็งและสมเหตุสมผล

กระแสนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาคนต่างชาติเพิ่มขึ้น ทั้งเหตุวุ่นวายจากนักท่องเที่ยวจีน อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเวียดนาม ปัญหาชาวเคิร์ดพำนักผิดกฎหมาย และความกังวลต่อโครงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกับประเทศในแอฟริกา ทำให้สังคมญี่ปุ่นเริ่มตั้งคำถามต่อ “นโยบายเปิด” ของรัฐบาลตนเอง

บัญชีผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นในไทยได้สรุปกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของไทย เช่น วีซ่าแต่งงานที่สิ้นสุดทันทีหากคู่สมรสเสียชีวิต วีซ่าเกษียณอายุที่ต้องมีเงินฝากหรือรายได้ขั้นต่ำ วีซ่าทำงานที่บังคับให้จ้างคนไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน รวมถึงข้อจำกัดด้านการถือหุ้นและการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแตกต่างจากญี่ปุ่นที่เปิดกว้างกว่า

ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากแสดงความอิจฉาและเรียกร้องให้รัฐบาลของตนทำตามไทย บางคอมเมนต์บอกว่า “ไทยปกป้องคนของตัวเองจริงๆ” และ “นักการเมืองญี่ปุ่นควรเอาแบบอย่าง” ขณะที่บางคนเสริมว่ากฎหมายไทยสะท้อนความภาคภูมิใจในเอกราชที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติใด

สำหรับคนไทย กระแสนี้ถือเป็นเรื่องน่าภูมิใจที่ต่างชาติยอมรับ แต่ก็มีคำถามว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้ทำงานจริงหรือไม่ และคุ้มครองพลเมืองได้อย่างที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชมจริงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม การถูกมองว่าเป็นประเทศที่ปกป้องคนของตนเอง ก็เป็นแรงกระตุ้นให้ไทยรักษามาตรฐานต่อไป

CMU - EDRI - เจริญชัย นำ AI Technology Energy Solution Platform  “ลดค่าไฟฟ้า 20 % เพิ่มการผลิตพลังงาน Solar(เก่า) 30%

เสริมความมั่นใจ “ พพ.-NIA-ศึกษาธิการภาคเหนือ 15” AI & IoT แบบใช้จริง - ลดค่าไฟ 20% - เพิ่ม Yield Solar เก่า30% Sustainable Power Micro System Grid “AI Transformer Low Carbon Platform”
คืนทุน 1-5 ปี “ นำ นวัตกรรมอันดับ 1 (NIA) แบบ Use Case ”  

🔋ERDI–CMU และ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ให้การต้อนรับด้วยนวัตกรรม AI Technology Energy Solution Platform NIA, พพ., ศึกษาธิการภาค ศธภ.15, วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ และวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ในโอกาสศึกษาดูงานโครงการ “Low Carbon Transformer ระบบจัดการหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้พลังงาน”

⚡️ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI–CMU) โดยรศ.ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันฯ และผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสถาบันฯและ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดยคุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการด้านนวัตกรรม ให้การต้อนรับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดยคุณพิชชารีย์ กีรติธากุล นักพัฒนานวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศพร้อมคณะ , คุณมัณลิกา สมพรานนท์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมคณะ ,ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี รองศึกษาธิการภาค ศธภ.15 และทีมผู้บริหาร วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ และ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานโครงการ“Low Carbon Transformer ระบบจัดการหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้พลังงาน”และ รับฟังการบรรยายโครงการทางด้านพลังงานของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมพาเยี่ยมชมโครงการโซล่าเซลล์โปร่งแสงสำหรับการเกษตร และด้านพลังงานไฮโดรเจน

⚡️สำหรับโครงการ“Low Carbon Transformer ระบบจัดการหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้พลังงาน” เป็นโครงการที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI–CMU)  ได้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดยหม้อแปลงดังกล่าวสามารถลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และลดคาร์บอน อีกทั้งช่วยลดการเสียโอกาสจากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงาน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม และประชาชน ด้านความปลอดภัย, ด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า

ผบ.ตร. ไม่ได้นิ่งนอนใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ได้รับผลกระทบบัญชีถูกอายัดหรือระงับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ (บัญชีม้า) นัดประชุมตำรวจทั่วประเทศแก้ไขปัญหา

(15 ก.ย. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารว่ามีประชาชนผู้บริสุทธิ์ ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชีหรือระงับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเรียกร้องให้หน่วยงานต่าง ๆ ช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการบัญชีม้านั้น วันนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมเร่งด่วน โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ/ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), ศปอส.ตร. เพื่อรับฟังข้อมูลอย่างละเอียดรอบด้าน รวมทั้งได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และธนาคารแห่งประเทศไทย แล้ว เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติของตำรวจให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะไม่ให้กระทบกับแนวปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และจะไม่ผลักภาระให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งให้รับผิดชอบ แต่จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน กสทช. โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรีบดำเนินการในการรับแจ้งเรื่องปลดอายัดบัญชีที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวให้เร็วที่สุด หรือช่วยลดปัญหาในการเดินทางของผู้ได้รับผลกระทบ หรือกรณีที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันหลายหน่วยงาน 

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้วางกรอบ แนวทาง โดยจะสั่งการให้แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศดำเนินการทันทีในวันพรุ่งนี้ (16 กันยายน 2568) เวลา 10.00 น. ได้ให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และผู้บังคับการตำรวจนครบาล/ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง 

ทั้งนี้ ผบ.ตร. มีความเข้าใจในประชาชนที่ใช้ “บัญชีที่สุจริต” ในการทำอาชีพ ใช้จ่ายตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยจะร่วมกันป้องกันปราบปราม เพื่อไม่ให้คนร้ายหรือมิจฉาชีพใช้ช่องว่างในการนำกรณีดังกล่าว มาเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ที่สร้างผลเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

เชียงใหม่-โครงการส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิตให้มีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ ด้วยการกีฬาและการสันทนาการ

(15 ก.ย. 68) ประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการ ส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิตให้มีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ ด้วยการกีฬาและ การสันทนาการ ระหว่างวันที่ 15 - 16  กันยายน 2568 ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระครูสังฆกิจดิลก, ดร. เจ้าอาวาสวัดสารอด กทม. วิทยากร ​บรรยาย เรื่อง “สติปัญญาทุกลมหายใจเพื่อสันติสุขอย่างยั่งยืน”นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ  นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต
แห่งประเทศไทยบรรยาย เรื่อง “กีฬาที่เหมาะสมสำหรับคนพิการทางจิต และการเข้าถึงกีฬา ของคนพิการทางจิต”
 นายวัชรพล  จึงเจริญ    หัวหน้างานเครือข่ายและความร่วมมือศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD  หรือ ศพอ.)เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  มีศักยภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  สามารถพัฒนาตนเองจากการเล่นกีฬาและการทำสันทนาการ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสามารถเข้าร่วมสังคมกับผู้อื่นได้ 

กลุ่มเป้าหมาย  ผู้เข้าร่วมกาคประชุมทั้งโครงการ รวมจำนวน  426  คน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ กรรมการที่ปรึกษาหรือผู้แทนภาคเหนือ คณะกรรมการบริหารฯ ปรึกษาฯ หรือผู้แทนสมาคมฯแห่งประเทศไทย แกนนำชมรมเครือข่าย คนพิการ/ผู้ดูแล เจ้าหน้าที่สมาคมฯ/เจ้าหน้าที่ภาค-เขต อาสาสมัคร 
วิทยากร คณะทำงาน 

โดยวิทยากรที่มาให้ความรู้เป็น ผู้มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ผู้แทนจาก ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ด้านกีฬา พยาบาลจิตเวช ข้าราชการบำนาญ และโค้ชที่มีความสามารถถ่ายทอดการบริหารวุฒิภาวะทางอารมณ์

สำหรับประเภทกีฬาเล่นแข่งได้แก่ 1.โยนห่วง 2.ชักกะเย่อ 3.เดินกระสอบ 4.เดินสามขา 5.เต้นออกกำลังกาย
6.อื่นๆตามความเหมาะสม กีฬาสาธิต 1.ปิงปอง  รูปแบบการเล่นคิดค้นจากประเทศญี่ปุ่น สำหรับคนพิการทางจิต

คาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  มีศักยภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  สามารถพัฒนาตนเองจากการเล่นกีฬาและการทำสันทนาการ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ลดความเครียด เพิ่มความสุข และสามารถเข้าร่วมสังคมกับผู้อื่นได้

นภาพร ขัติยะ/ เชียงใหม่

“อลงกรณ์”เปิดวิสัยทัศน์ “ถอยไปข้างหน้า”ฟื้นฟูประชาธิปัตย์ถอดบทเรียน สตาร์บัคส์สู่ก้าวใหม่ที่ท้าทาย

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อดีตรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและส.ส.พรรประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์และปฏิรูปประเทศนับแต่ปี2556เป็นต้นมาได้เขียนบทความในเฟสบุ้ควันนี้เรื่อง“ประชาธิปัตย์ & สตาร์บัคส์ : “ถอยไปข้างหน้า”(Onward)สู่ก้าวใหม่ที่ท้าทาย”ในห้วงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังถดถอยและต้องเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารใหม่ภายใน60วัน นับเป็นบทความที่น่าสนใจในสถานการณ์ขณะนี้

“ประชาธิปัตย์ & สตาร์บัคส์ : 
“ถอยไปข้างหน้า”(Onward)สู่ก้าวใหม่ที่ท้าทาย”

โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อดีตรัฐมนตรี-ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

บทนำ: วิกฤตคือโอกาสในการสร้างรากฐานใหม่

ประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของไทย กำลังเผชิญกับจุดหักเหสำคัญ ( Turning Point) เมื่อเกิดการเปลี่ยน2เรื่องในเวลาใกล้เคียงกันคือการกลับมาเป็นฝ่ายค้านและการลาออกของหัวหน้าพรรคซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่ก็เปิดโอกาสให้พรรคทบทวนอดีตและวางอนาคตที่ตอบโจทย์ความท้าทายในวันข้างหน้าทั้งวิสัยทัศน์ อุดมการณ์ ภาวะผู้นำ แนวทางของพรรค การพัฒนาองค์กรและบุคลากรพรรค

บทความเชิงเปรียบเทียบระหว่างประชาธิปัตย์และสตาร์บัคส์โดยมองผ่านแนวคิดในหนังสือ "ถอยไปข้างหน้า" (Onward: How Starbucks Fought for Its Life without Losing Its Soul) โดย โฮวาร์ด ชูลท์ส (Howard Schultz) ผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ หนึ่งในหนังสือที่ผมชื่นชอบและพบว่าทั้งสององค์กรมีสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันในการเผชิญวิกฤตและพยายามกลับสู่พื้นฐานเดิม โดยเน้นการรักษาจิตวิญญาณหลักและก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

หนังสือเล่มนี้บันทึก เรื่องราวการพลิกฟื้นกิจการสตาร์บัคส์ ระหว่างวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจ ที่ผู้เขียนเรียกว่า "การถอยไปข้างหน้า" (Onward) เพื่อกลับไปหาตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์สตาร์บัคส์

วิกฤตสตาร์บัคส์: บทเรียนแห่งการฟื้นฟู

สตาร์บัคส์เติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่สูญเสีย "จิตวิญญาณ" และคุณค่าดั้งเดิม ยิ่งเมื่อประสบกับคู่แข่งใหม่ๆ ทำให้ลูกค้าตีจากยอดขายและราคาหุ้นลดลงอย่างมาก จากสาเหตุหลักคือการให้ประสบการณ์และรสชาติกาแฟที่ลดลง รวมถึงการเบี่ยงเบนไปจากแนวทางหลัก
คือร้านกาแฟซึ่งเคยเป็น "สถานที่ที่สาม" (Third Place) นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงานก็เสียเอกลักษณ์ไปเช่นกัน

โฮวาร์ด ชูลท์ส ต้องต่อสู้กับคณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นในการขอโอกาสกลับมากอบกู้สตาร์บัคส์ที่กำลังถดถอยท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงโดยสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งซีอีโออีกครั้งในปี 2008 ได้นำกลยุทธ์สำคัญๆ มาปรับใช้เพื่อกอบกู้กิจการ

1. การหยุดและทบทวน: ชูลท์สตัดสินใจ ปิดร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาในสหรัฐอเมริกาชั่วคราว เพื่อฝึกอบรม
บาริสต้าในเรื่องการชงเอสเปรสโซให้สมบูรณ์แบบ นี่คือสัญลักษณ์ของ "การถอยเพื่อก้าวไปข้างหน้า" ที่โดดเด่นที่สุด 
2. การกลับสู่พื้นฐาน: เน้นย้ำ คุณภาพของกาแฟ, ประสบการณ์ในร้าน และการบริการ แทนการขยายสาขาอย่างเดียว 
3. การปรับเปลี่ยนโลโก้: เอาคำว่า "coffee" ออกจากโลโก้ เพื่อสื่อถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ beyond กาแฟ พร้อมกับรักษาเอกลักษณ์ไว้ 
4. การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน: ส่งเสริมให้แต่ละสาขามี ความเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น ผ่านโครงการต่างๆ และการ有จริยธรรมในการซื้อกาแฟ 
5. การพัฒนาพนักงาน (พาร์ตเนอร์): คัดเลือกและพัฒนาพนักงานให้มี "เลือดสีเขียว" (Green Blood) ซึ่งหมายถึงการมีคุณสมบัติ 5 ประการ: เป็นมิตร (Welcoming), มีส่วนร่วม (Involve), มีความรู้ (Knowledge), เป็นตัวของตัวเอง (Genuine) และเอาใจใส่(Considerate) 
6.  Starbucks Shared Planet: มุ่งเน้น ความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านสามเสาหลัก ได้แก่ การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอย่างมีจริยธรรม, การดูแลสิ่งแวดล้อม และการบริการชุมชน 

ภายใน สองปี สตาร์บัคส์สามารถ พลิกฟื้นสถานการณ์ และกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงบอกเล่าประวัติศาสตร์และความลับเบื้องหลังการตัดสินใจของผู้บริหารเท่านั้น แต่ยังเป็น แรงบันดาลใจ ในการก้าวผ่านวิกฤตด้วยการกลับไปหาคุณค่าหลัก ชูลท์สเน้นย้ำว่า "กาแฟทุกแก้วคือการให้บริการที่ยิ่งใหญ่ และสร้างบริษัทด้วยจิตวิญญาณ" 

การฟื้นฟูสตาร์บัคส์ให้บทเรียนดังนี้
1.การยอมถอยกลับเพื่อทบทวนคือความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอ
2.การรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมขณะปรับปรุงกลยุทธ์คือกุญแจความสำเร็จ (Key success)
3.วิกฤตคือโอกาสในการปฏิรูปตัวเอ

 "ถอยไปข้างหน้า"สู่การปฏิรูปประชาธิปัตย์ (Democrat Reformation)
    
พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญความท้าทายคล้ายคลึงกับสตาร์บัคส์ในการค้นหาทางออกจากวิกฤต(Exit strategy)
โดยเฉพาะปัญหา
1.ความไม่เป็นเอกภาพทั้งแนวคิดแนวทางและกลุ่มบุคคล(Factions)ภายในพรรค
2.จุดยืนทางการเมืองที่สับสนภายใต้บริบทการเมืองที่สลับขั้วและซับซ้อน
3.ความคาดหวังของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้นการเป็นฝ่ายค้านจึงเปิดโอกาสในการพิสูจน์การทำงานแนวใหม่ภายใต้ภาวะผู้นำใหม่(new leadership)ในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลและเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนฝากความหวังได้ซึ่งเป็นโอกาสในการฟื้นฟูความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ครั้งใหม่เช่น
1. การกลับสู่ค่านิยมและอุดมการณ์พื้นฐาน(Democrat DNA)คือการเมืองสุจริตยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและอัตลักษณ์การเป็นพรรคการเมืองที่มีหลักการเพื่อฟื้นฟูและสร้างเสริมต่อยอดความเชื่อมั่นศรัทธา
2.การปฏิรูปพรรคโดยพัฒนานโยบายที่ทันสมัยก้าวหน้าตอบโจทย์ปัญหาและความท้าทายของประชาชนและประเทศชาติทั้งปัจจุบันและอนาคตโดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอล-ปัญญาประดิษฐ์เอไอ.(AI:Artificial intelligence)และการสื่อสารสมัยใหม่
ตลอดจนขยายฐานสมาชิกใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่และสมาชิกดั้งเดิม
3.การอัพเกรดองค์กรพรรคทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเป็นองค์กรทันสมัยก้าวหน้า(progressive organization)พร้อมกับพัฒนา (reskill&upskill)ทีมทำงานพรรคและแกนนำทุกระดับอย่างต่อเนื่อง
4.ฯลฯ.

สรุป: จุดหักเหไม่ใช่จุดจบแต่ถอยเพื่อก้าวไปข้างหน้า

การกลับมาเป็นฝ่ายค้านและการเปลี่ยนผู้นำของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดหักเห(Turning Point)ที่สำคัญ พรรคประชาธิปัตย์สามารถแปรวิกฤตเป็นโอกาสในการกำหนดทิศทางและอัตลักษณ์ของพรรคด้วยแนวคิด "การถอยไปข้างหน้า"ในการฟื้นฟูพรรคเพื่อก้าวเดินต่อไปอย่างมีคุณค่าและความหมาย
เช่นเดียวกับสตาร์บัคส์ที่กลับมาทบทวนรากฐานก่อนก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

แนวคิด "ถอยไปข้างหน้า"(Onward) ยังคงเป็นแรงบันดาลใจและบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับการปฏิรูปและการพัฒนาองค์กรในทุกวงการเมื่อเผชิญกับวิกฤตและความท้าทายใหม่ๆเช่นกรณีพรรคประชาธิปัตย์.

ประวัติผู้เขียน
นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ
ประธานมูลนิธิWorldview Clmate Foundation
ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติศักดิ์มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย
รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และทำหน้าที่รมต.เศรษฐกิจอาเซียน ปี 2551-2554
อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปี 2558-2560
อดีตส.ส.เพชรบุรีและส.ส.บัญชีรายชื่อ6สมัย 
อดีตประธานกิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ (UN-GFHS) ปี2660-2561
อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ 2562-2566
อดีตประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2567-2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย มอบเงินและกระเช้าปลอบขวัญผู้บาดเจ็บ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม

เมื่อวานนี้ (14 ก.ย. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมลงพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 200 ชุด รวมทั้ง มอบเงินปลอบขวัญให้แก่ผู้บาดเจ็บรวม 4 รายๆ ละ 5,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง รวม 34 หลังๆ ละ 12,000 บาท และมอบเงินค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตรวม 3 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการช่วยเหลือในครั้งนี้ทั้งสิ้น 594,800 บาท (ห้าแสนเก้าหมื่นสี่พันแปดร้อยบาทถ้วน) โดยมี นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมด้วย คณะมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘เอมิลี่ ศรีชะลา’ ยูทูบเบอร์อังกฤษหัวใจไทย ผิดหวังสารคดี BBC เสนอด้านมืดไทย!! เพื่อยอดวิวและรายได้…มากกว่าความจริง

(15 ก.ย. 68) เอมิลี่ ศรีชะลา (Emily Srichala) ยูทูบเบอร์และติ๊กต็อกเกอร์ชาวอังกฤษที่ย้ายมาอยู่ประเทศไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความไม่สบายใจต่อสารคดีของสำนักข่าว BBC เรื่อง The Dark Side of Paradise ซึ่งนำเสนอภาพด้านลบของประเทศไทย เธอกล่าวว่ารู้สึกตกใจและเสียดายที่สื่อใหญ่ของอังกฤษเลือกนำเสนอในลักษณะนี้

เอมิลี่เล่าว่า เมื่อปีที่แล้วทีมงาน BBC ติดต่อขอสัมภาษณ์ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในไทย ตอนแรกเธอคิดว่าจะเป็นสารคดีเชิงบวกเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว แต่เมื่อออกมาเป็นสารคดีด้านมืดกลับทำให้เธอรู้สึกผิดหวัง พร้อมย้ำว่าตนเองใช้ชีวิตเหมือนคนไทยทั่วไป และไม่เคยสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย

เธอยังเผยว่า เพื่อนชาวอังกฤษบางคนที่เข้าร่วมถ่ายทำก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะถูกใช้ในสารคดีชื่อ The Dark Side of Paradise ทำให้เกิดความไม่พอใจที่ทีมงานไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เอมิลี่มองว่าสารคดีนี้อาจทำเพื่อยอดวิวและรายได้มากกว่าที่จะนำเสนอความจริงอย่างรอบด้าน

ยูทูบเบอร์รายนี้ย้ำว่า ในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เธอพยายามนำเสนอประเทศไทยในมุมดีๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเชื่อว่าประเทศไทยมีสิ่งที่งดงามและปลอดภัยกว่าหลายประเทศ รวมถึงอังกฤษเอง เธอจึงรู้สึกเสียใจที่สารคดีของ BBC อาจทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหายต่อสายตาชาวโลก

ท้ายที่สุด เอมิลี่ได้กล่าวขอโทษชาวไทยแทนสื่อใหญ่จากแดนผู้ดี โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกนำเสนอในซีรีส์นี้ และอยากให้ผู้ชมทั่วโลกเปิดใจมองอีกหลายแง่มุมที่ดีของประเทศมากกว่าที่ปรากฏบนจอทีวี

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่  2 คดี ยึดยาบ้ากว่า 9.7 ล้านเม็ด ไอซ์ 100 กก.

(15 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการ แถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญของในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 2 คดีได้แก่ สภ.เชียงของ จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ดและ สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,730,000 เม็ด ,ไอซ์ จำนวน 100 กก. ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

ตามนโยบายรัฐบาล สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข  รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ  มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ  ผบก.สส.ภ.5,    พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.ยุทธนา  แก่นจันทร์  ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงราย นายทศพล เผื่อนอุดม ผวจ.เชียงใหม่    
สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่องผอ.ปปส.ภาค 5
  
คดีที่ 1 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย  ได้รับแจ้งจากสายลับประกอบกับการสืบสวนพบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่สีขาว ทะเบียน ยบ 5477 เชียงใหม่และรถยนต์อื่นอีกหลายคันเป็นพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง 

หน่วยที่จับกุม ชปส.ภ.จว.เชียงราย, สภ.เชียงของ จว.เชียงราย, ชป.ขยายผล ศอ.ปส.ภ.5 ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุ 12 ก.ย.68 เวลาประมาณ 22.00 น.
สถานที่จับกุม บริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลยุพราชเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จว.เชียงรายควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 คน (นายเอกลักษณ์ฯ อายุ 36 ปี อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย, นายนายชลิตฯ อายุ 33 ปี อ.สะเมิง จว.เชียงใหม่, นายนายจิรายุทธฯ อายุ 47 ปี อ.แม่ลาน้อย จว.แม่ฮ่องสอน) 

มาที่รถยนต์โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน ยบ 5477 เชียงใหม่ และขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวมประมาณ 6,000,000 เม็ด  บรรทุกอยู่กระบะท้ายคลุมด้วยผ้าใบสีฟ้า จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง โดยผู้ต้องหารับว่าลำเลียงยาบ้าจาก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ไปส่งให้กลุ่มลำเลียงในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จึงจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 หน่วยที่จับกุม กก.สส.2 บก.สส.ภ.5, ชป.ขยายผลฯ ศอ.ปส.ภ.5, สภ.แม่โจ้ จว.เชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 14 ก.ย.68 เวลาประมาณ 04.30 น.
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ม.11 ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ผู้ต้องหา 1 คน (นายดนุสรณ์ อายุ 24 ปี อ.ดำเนินสะดวก จว.ราชบุรี)

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงใหม่ สายเหนือ (อ.แม่แตง อ.เชียงดาว) นำไปส่งมอบให้กับเครือข่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศโดยจะใช้รถยนต์ อีซูซุ สีเทา (4 ประตู) ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะในการลำเลียง

จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เวลาประมาณ 03.50 น. พบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวขับขี่ออกจากพื้นที่หมู่บ้านหล่ายทา ต.ทาสบเส้า และทิศทางกลับมุ่งหน้าเข้าสู่ในตัวเมือง จว.ลำพูน ชุดปฏิบัติการจึงได้ไล่ติดตาม ผ่าน อ.เมืองลำพูน อ.สารภี อ.เมืองเชียงใหม่ และวิ่งไปตามถนนเชียงใหม่ - พร้าว ฝ่าไฟแดงแยกรวมโชค แยกหนองจ๊อม - แยกแม่โจ้ และทางแยกโรงพยาบาลสันทราย 

ต่อมาเวลาประมาณ 04.30 น. ชุดปฏิบัติการสามารถหยุดรถยนต์คันดังกล่าวได้บริเวณ ถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ พบนายดนุสรณ์ หรือสนุ๊ก เป็นคนขับ ตรวจค้นภายในรถพบเป็นยาบ้าจำนวน 15 กระสอบ รวมประมาณ 3,730,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 100 กิโลกรัม จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดี ส่วนรถยนต์อีซูซุ สีเทาทะเบียน กทม. ซึ่งเป็นรถนำ/สำรวจเส้นทาง ได้หลบหนีมุ่งหน้าทาง อ.แม่แตง และหลุดการติดตาม จะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 14 ก.ย.68 จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 26,858  คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 255  คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 270 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,960  กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 211 กิโลกรัมเศษ เคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 160 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,246 ล้านบาทเศษ

‘ปวิน’ โพสต์แซะ ‘พล.ท.บุญสิน พาดกลาง’ แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่อยากเป็นนักการเมือง!! แต่เดินสายหาเสียงยิ่งกว่านักการเมือง

(15 ก.ย. 68) อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ด้วยข้อความว่า… 

“พูดว่าเป็นทหาร ไม่อยากเป็นนักการเมือง แต่วันนี้ เดินสายหาเสียงยิ่งกว่านักการเมืองอีกค่ะ #บุญสิน”

โดยก่อนหน้านี้ในงานบรรยายพิเศษที่ มธ.ท่าพระจันทร์ พลโท บุญสิน พาดกลาง ยืนยันจะไม่เล่นการเมือง และขอรักษาจุดยืนไปตลอด และทิ้งท้ายว่า “พร้อมเกษียณจากแม่ทัพ แต่ไม่เกษียณจากสายเลือดคนไทย”

ทั้งนี้ ‘แม่ทัพกุ้ง’ พลโท บุญสิน เตรียมเป็นวิทยากรให้แรงบันดาลใจกับนักศึกษา ในหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแม่ทัพกุ้ง : จากแนวหน้าสู่แนวหลัง สร้างพลังแห่งความสามัคคี” ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันอังคารที่ 16 ก.ย. นี้

อ.เจษฎา ออกตัวแรง แสดงความยินดี หลังภาพยนตร์สารคดีพรรคอนาคตใหม่ เรื่อง “อำนาจ ศรัทธา อนาคต” คว้ารางวัลสุพรรณหงส์ ในสาขา ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ได้สำเร็จ

(15 ก.ย. 68) ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โดยได้ระบุว่า ขอแสดงความยินดีด้วยครับ สารคดีพรรคอนาคตใหม่ เรื่อง “อำนาจ ศรัทธา อนาคต” ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ สาขา ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ครับ

สำหรับ “อำนาจ ศรัทธา อนาคต” หรือชื่ออังกฤษ : Breaking the Cycle เป็นสารคดีการเมืองไทยปี พ.ศ. 2567 กำกับโดยเอกพงษ์ สราญเศรษฐ์ และธนกฤต ดวงมณีพร ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เล่าถึงการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและการยุบพรรคในเวลาต่อมา ฉายครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติฮอต ด็อกส์ คาเนเดียน ประจำปี 2024 และต่อมาได้ฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 จำนวนสี่สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เอกพงษ์ สราญเศรษฐ์ และธนกฤต ดวงมณีพร), ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม และลำดับภาพยอดเยี่ยม โดยสามารถคว้ารางวัล ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม มาครอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top