Wednesday, 1 July 2026
NEWS FEED

'อลงกรณ์' ลุยโรงงานต่างด้าวอิทธิพลสั่งลงดาบซ้ำมอบกรมชลประทานดำเนินคดี พร้อมชื่นชม ผู้ว่าเพชรฯ.สนธิกำลังปิดโรงงานลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองชลประทานก่อมลพิษกลิ่นเหม็นเน่าสร้างความเดือดร้อนชุมชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ (30 ม.ค.) ว่าได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีโรงงานต่างด้าวอิทธิพลที่ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองชลประทานที่บ้านนาขลู่หมู่1ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง ที่บัญญัติ "ห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยน้ําซึ่งทำให้เกิดเป็นพิษแก่น้ําตามธรรมชาติหรือ สารเคมีเป็นพิษลงในทางน้ำชลประทานจนอาจทำให้น้ำในคลองชลประทานเป็นอันตรายแก่เกษตรกรรม การบริโภค อุปโภคหรือสุขภาพอนามัยของประชาชน" พร้อมกับให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรีขุดลอกตะกอนน้ำเสียออกจากคลองเพื่อไม่ให้น้ำเสียที่ขังในคลองส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณชุมชนใกล้เคียง

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่17 มกราคมที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาอบต.และประชาชน หมู่1ตำบลนาพันสามระหว่างลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนตำบลนาพันสามที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ต.นาพันสาม อ.เมือง กรณีที่มีโรงงานทำขนมลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองชลประทานส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงมาเป็นเวลานานสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนและชุมชนโดยรอบจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า มีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากโรงงานทำขนมหวานลงคลองชลประทาน 3 ขวา 1 ซ้าย สายใหญ่ 3 เป็นระยะทางยาวนับร้อยเมตรส่งกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงและเมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในโรงงานพบว่ามีสายยางวางจากบ่อเกรอะพาดข้ามกำแพงโรงงานปล่อยลงคลองส่งน้ำของชลประทานและยังพบคนงานเป็นต่างด้าวหลายคนจึงให้ตามเจ้าของมาพบซึ่งได้รับแจ้งว่าไม่อยู่และมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาบอกว่าเป็นภรรยาเจ้าของจึงสอบถามว่าทำไมถึงลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองส่งน้ำของชลประทานซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและได้รับคำตอบว่าพยายามแก้ไขแต่ทำไม่ได้ ตนจึงแจ้งว่าถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ต้องปิดโรงงานและจะดำเนินคดีพร้อมกับได้โทรศัพท์แจ้งให้นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและนายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (ผคบ.เพชรบุรี) ทราบเพื่อดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ เร่งสำรวจพื้นที่พิพาทเพื่อบังคับใช้กฎหมายนำการเจรจา

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ม.ค.66 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากชาวบ้านกว่า 200 คน และต่อมาเมื่อวันที่ 24 ม.ค.66 ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อสรุปข้อมูลเบื้องต้นและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปแล้ว นั้น

หลังจากการประชุมดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะหลีเป๊ะ เป็นหลักในการนำธนารักษ์จังหวัดสตูล พื้นที่เขตการศึกษาจังหวัดสตูล ครูโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะ และผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินพื้นที่ข้างเคียง ได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อชี้แนวเขตการครอบครองที่ดิน โดยยึดแผนที่ของทางราชการเป็นหลักได้แก่ แผนที่ตามนำส่งขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ (ทว 9), แผนที่ตามการรังวัดปักหลักเขตที่ราชพัสดุ พ.ศ.2533, แผนที่ของกรมอุทยานฯ และแผนที่พื้นที่ข้างเคียง รวมทั้งยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในการสำรวจที่อยู่อาศัยของชาวเล เพื่อวางแผนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 โดยจะนำข้อมูลที่ได้ เข้าสู่ที่ประชุมในวันจันทร์ที่ 30 ม.ค.66 ต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (30 ม.ค.66) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย ดร.ณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติ และกรมบังคับคดี ได้ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะอีกครั้ง เพื่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการฯ และกำหนดแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติม หลังจากที่ได้ตั้งเป็นคณะอนุกรรมการจำนวน 3 คณะแล้ว เบื้องต้นในส่วนของการตรวจสอบสิทธิมีความคืบหน้าในส่วนของการเปรียบเทียบหลักเขตซึ่งวัดโดยเครื่องมือพิเศษและเปรียบเทียบกับแผนที่ปี พ.ศ.2493 โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมสังเกตการณ์ 

โดยกรมธนารักษ์จะร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุทุกราย หากพื้นที่ใดสามารถยืนยันเขตได้อย่างชัดเจนแล้ว จะให้กรมที่ดินออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ให้เรียบร้อย คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าในส่วนของพื้นที่พิพาทที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้รื้อถอนจำนวน 15 แห่ง ล่าสุดดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 11 แห่ง ในส่วนที่เหลือจะมีการติดป้ายบังคับคดีตามคำพิพากษาให้ชัดเจนเพื่อรอการรื้อถอน ในส่วนของการตรวจสอบโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตนั้นพบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 109 แห่ง 

ผบ.ตร. ชื่นชม สารวัตร ปคม. สวมจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ตะครุบตัวรวบคนร้ายบุกชิงทองในห้างได้ทันควัน ขณะเจ้าตัวเดินอยู่ในห้าง

วันนี้ (30 ม.ค.66) เวลา 15.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ “ทำดี มีรางวัล” แก่ สารวัตร ปคม. ช่วยรวบคนร้ายชิงทอง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2566 เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่ พ.ต.ต.ประเวศน์ แสงพรหม สว.กก.1 บก.ปคม. กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้ยินเสียงคนตะโกนให้ช่วยจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง และพยายามจะหลบหนีวิ่งออกจากห้าง ขณะนั้นมีพลเมืองดีวิ่งไล่ติดตามและตะโกนให้ช่วยจับ พ.ต.ต.ประเวศน์ฯ จึงได้ตัดสินใจวิ่งไล่ตามรวบตัวคนร้ายเอาไว้ได้ในที่สุด พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น จึงได้ประสานตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ท้องที่เกิดเหตุมาควบคุมตัวเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

JD CENTRAL ประกาศหยุดให้บริการ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566

(30 ม.ค. 66) ยกธงขาวอีกรายสำหรับ JD CENTRAL ซึ่งล่าสุดได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า…

เรียน ลูกค้าทุกท่าน ทางเราขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่า แพลตฟอร์ม JD CENTRAL จะหยุดการให้บริการโดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้…

#การสั่งซื้อสินค้า: ร้านค้าอย่างเป็นทางการ ของ JD CENTRAL (JD CENTRAL Official Store) จะปิดการสั่งซื้อสินค้าเวลา 23.59 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566

ตลาดกลาง: แพลตฟอร์ม JD CENTRAL (ร้านค้าอื่น ๆ) จะปิดการสั่งซื้อสินค้าเวลา 23.59 น. วันที่ 3 มีนาคม 2566

#การจัดส่งสินค้า: JD CENTRAL จะจัดการคำสั่งซื้อสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ ก่อนและภายในวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยเวลาการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับการดำเนินการของบริษัทขนส่งภายนอกและผู้ขาย

#การบริการหลังการขาย: ศูนย์บริการหลังการขาย (Customer Services) ของเรา จะยังคงดำเนินการให้บริการหลังการขายสำหรับคำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์ โดยจะเปิดให้บริการถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 18.00 น. ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

‘ศักดิ์สยาม’ คิกออฟรถเมล์ EV สาย 38 และ 48 เติมอากาศบริสุทธิ์ ช่วยสังคม กทม.ไร้มลพิษ

‘ศักดิ์สยาม’ เปิดตัว รถโดยสารพลังงานไฟฟ้าสาย 38 และสาย 48 ช่วยคนกรุงใช้บริการทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังกลุ่มบริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป จับมือกับ สมาร์ทบัส เปลี่ยนรถเมล์ NGV เป็น EV 100%

(30 ม.ค. 66) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด ให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าสาย 38 เส้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสาย 48 เส้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา – ท่าช้าง ภายใต้แนวคิด Thai Smile Bus Change For The Better เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ณ ไทย สมายล์ บัส สาขา รามคำแหง 2

ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แสดงความเชื่อมั่นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบขนส่งมวลชนไทย ทั้งการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV ของบริษัท สมาร์ทบัส จำกัด มาเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ของกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป พร้อมทั้งเปลี่ยนระบบการเก็บค่าโดยสารจากตั๋วแบบกระดาษ มาเป็น HOP CARD ซึ่งเป็นบัตรโดยสารอิเล็คทรอนิคส์ สำหรับใช้ในโครงข่ายรถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของ ไทย สมาย กรุ๊ป ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่าปัจจุบัน ไทย สมายล์ กรุ๊ป กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า (Change For The Better) ประการแรก คือ ไทย สมายล์ กรุ๊ป ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด และจะทำการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV ของสมาร์ทบัส ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ให้กลายเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 100% และประการที่สอง คือ ไทย สมายล์ กรุ๊ป จะยกเลิกการใช้ตั๋วแบบกระดาษ เปลี่ยนไปใช้ HOP Card ชำระค่าโดยสารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนด้วยระบบสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ผู้โดยสารที่ใช้ HOP Card ยังสามารถใช้แพ็คเกจ เดลิ แมกซ์ แฟร์ (Daily max fare) ทั้ง 2 แพ็คเกจ คือ แพ็คเกจที่หนึ่ง เหมาจ่ายค่าโดยสารไม่เกิน 40 บาทต่อวัน โดยไม่จำกัดสาย และไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ในโครงข่ายรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ไทย สมายล์ กรุ๊ป กว่า 120 เส้นทาง แพ็คเกจที่สอง เหมาจ่ายค่าโดยสารไม่เกิน 50 บาทต่อวัน โดยไม่จำกัดสาย และไม่จำกัดจำนวนเที่ยวต่อวัน ในโครงข่ายรถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ไทย สมายล์ กรุ๊ป 

‘บอม ธนิน’ แฉ เหตุวงการเทนนิสไทยย่ำอยู่กับที่ เพราะสมาคมฯ ดันแต่ ‘เด็กเส้น’ ไม่หนุนเด็กเก่ง

ทำเอาแฮชแท็ก #เด็ก16ชนคนตาย และ #เด็ก16ผ่าไฟแดงชนคนตาย กลับมาติดเทรนด์ในทวิตอีกครั้ง หลังเด็ก 16 ที่ขับรถหรูฝ่าไฟแดง ไปชนหนุ่มบัณฑิตวิศวะเกียรตินิยมจบใหม่ วัย 24 ปี เสียชีวิตขณะที่ขี่มอเตอร์ไซค์ เมื่อกลางดึกวันที่ 30 กันยายน 2565 โพสต์ไอจีโชว์ประกาศนียบัตร ผ่านการคัดเลือกเป็นนักกีฬาเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประจำปี 2566 ก่อนจะโดนทัวร์ลงจนถอนตัวไปในที่สุด

โดยสังคมต่างตั้งคำถาม และเรียกร้องไปยังสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยว่า เหตุใดถึงไม่มีบทลงโทษ แถมยังให้ผ่านการคัดเลือกติดทีมชาติ ทั้ง ๆ ที่เด็กคนดังกล่าวขับรถชนคนตาย 

ล่าสุด (28 ม.ค. 66) นักแสดงหนุ่ม ‘บอม ธนิน มนูญศิลป์’ ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้เช่นกัน โดยได้โพสต์ทวิตเตอร์ เล่าถึงวงการเทนนิส ในฐานะที่เล่นและแข่งมาตั้งแต่ 10 ขวบ ว่า ยังมีเรื่องที่แซ่บกว่าที่คิดอีก เทนนิสไทยย่ำอยู่กับที่ เพราะดันแต่เด็กเส้น

ผบ.ตร.สั่งด่วน ให้ น.1 สั่งผกก.สน.ห้วยขวาง ช่วยราชการทันที หลังพบมีมูลตำรวจที่ตั้งด่านอาจเกี่ยวข้องเรียกรับเงินนักท่องเที่ยวไต้หวัน ย้ำตำรวจทุกพื้นที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากเกิดเหตุอีกเอาโทษ ผกก.-ผบก.ด้วย

วันที่ 30 ม.ค. 2566 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันอ้างถูกตำรวจเรียกรับเงิน ว่า “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วน ให้ ผบช.น.สั่งผกก.สน.ห้วยขวาง ช่วยราชการ หลังจากมีข้อมูลว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันถูกเรียกรับเงิน พร้อมกำชับ น.1 ดำเนินการตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงและดำเนินคดีอาญาในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิดในเหตุดังกล่าวทุกราย อย่างเด็ดขาด มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง”

สังคมร่วมใจ ผุด โครงการริสแบนด์และป้ายคิวอาร์โค้ด ช่วยคนป่วยหายออกจากบ้าน คืนสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัย

ไม่นานมานี้ ‘คุณโบว์ - ณัฏฐา มหัทธนา’ ได้โพสต์รายละเอียดอีกโครงการดีๆ ความว่า...

ใครมีผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจะหายออกจากบ้าน ไปลงทะเบียนรับอุปกรณ์กันได้ฟรีนะคะ

👉 thaimissing.backtohome.org 

โครงการริสแบนด์ และป้ายคิวอาร์โค้ด ‘หาย(ไม่)ห่วง’ เป็นความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิกระจกเงา, บริษัท Enegetic Electrical Engineering จำกัด, บริษัทเอสเคที.เอ็มบรอยเดอรี่ จำกัด และบริษัททรูคอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างนวัตกรรมการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่มีอาการหลงลืม และมีความเสี่ยงในการพลัดหลงสูญหายออกจากบ้าน

ในแต่ละปี สถิติผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม โรคหลงลืม และกลุ่มโรคจิตเวช มีแนวโน้มในการพลัดหลงสูญหายออกจากบ้านเป็นจำนวนมาก ปลายทางของผู้ป่วยที่พลัดหลงหายออกจากบ้าน มักอยู่ในที่สาธารณะ ดังนั้น คนในสังคมจะมีส่วนสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่พลัดหลงหายออกจากบ้านได้

ริสแบนด์ และ ป้ายคิวอาร์โค้ด ‘หาย(ไม่)ห่วง’ จึงเป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ เพื่อให้คนในสังคมทราบว่า บุคคลที่สวมใส่ริสแบนด์ หรือมีป้ายคิวอาร์โค้ด รีดติดที่เสื้อหรือกางเกง ดังกล่าวเป็นผู้ป่วยที่กำลังพลัดหลงหายออกจากบ้าน และต้องการความช่วยเหลือ  โดยคิวอาร์โค้ด ที่ริสแบนด์ และป้ายรีดติดเสื้อ ยังสามารถระบุตัวตนของผู้สวมใส่ ภายใต้การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรัดกุมที่สุด

ริสแบนด์ 1 เส้น และป้ายคิวอาร์โค้ด จำนวน 12 แผ่น จะส่งมอบให้กับครอบครัวของผู้ป่วยที่ลงทะเบียนกับโครงการเท่านั้น ข้อมูลที่ลงทะเบียนจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

รองโฆษก อสส. ชี้!! หนี้เงินไม่ใช่หนี้ชีวิต ไม่ต้องเอาไปใช้ให้ใคร แนะ!! สายด่วน 1157 อัยการมีวิธีหาทางออกให้

(30 ม.ค. 66) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เป็นหนี้…อย่าคิดสั้น  หนี้เงินไม่ใช่หนี้ชีวิต ไม่ต้องเอาชีวิตไปใช้หนี้ใคร..?” ระบุว่า อัยการมีวิธี…แก้ปัญหาชีวิต มาคิดยาว..กับอัยการชีวิตยังไปต่อได้เสมอ ปัญหาหนี้สินเครียด ไม่มีทางออก อย่าคิดสั้น อัยการมีวิธีหาทางออกให้ถูกกฎหมาย ต่อให้ล้มละลาย..ชีวิตก็ยังไปต่อได้

โปรดไปพบอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย มีทุกจังหวัด 117 สาขาวันเสาร์ก็ไปได้ สายด่วน 1157 อัยการจะบอกวิธีแก้ปัญหาชีวิตจากหนี้สิน อัยการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนมาแล้วมากมาย มาหาอัยการจะมองเห็นทางออกชีวิตไม่มีทางตัน ชีวิตไปต่อได้เสมอ มาสู้ชีวิต ๆต้องสู้…อัยการจะอยู่เคียงข้างประชาชน ก่อนตัดสินใจคิดสั้นโปรดมาพบอัยการก่อนครับ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2566 เพื่อตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน และหลวงปู่ไต้ฮง ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีกระต่ายทอง

วานนี้ (วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2566 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ  คณะผู้ช่วยกรรมการ คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีกระต่ายทอง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

'พิธีเวียนธูป' เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับชาวจีนแล้ว ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีนแล้ว โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top