Friday, 3 July 2026
NEWS FEED

'กฟน.' เตือน!! 'ยกเลิก-เปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า' หลังย้ายบ้าน อาจเจอบิลค้างชำระค่าไฟของผู้อยู่อาศัยรายใหม่ได้

MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง ในฐานะหน่วยงานให้บริการด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เตือนผู้ใช้ไฟฟ้าเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า หากมีการเปลี่ยนเจ้าของสถานที่ ควรยกเลิก หรือเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องวัดฯ เพื่อป้องกันการรับผิดชอบหนี้ค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ณ สถานที่ใช้ไฟฟ้านั้น เนื่องจากในปัจจุบัน มีประชาชนบางส่วนที่ย้ายสถานที่อยู่อาศัย แต่ไม่ได้ยกเลิก หรือเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องวัดฯ ให้เป็นเจ้าของรายใหม่ ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม แม้จะย้ายที่อยู่ไปแล้ว แต่ก็อาจได้รับผลกระทบจากการค้างชำระค่าไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัยรายใหม่ได้ ซึ่ง MEA ไม่สามารถดำเนินธุรกรรมการยกเลิก หรือเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องวัดฯ แทนผู้ใช้ไฟฟ้าได้ 

ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความประสงค์จะรับบริการดังกล่าว สามารถติดต่อได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ ที่ทำการไฟฟ้านครหลวงเขตต่าง ๆ หรือ ช่องทางออนไลน์ ผ่านบริการ MEASY (https://eservice.mea.or.th/measy) โดยในกรณียกเลิกชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า สามารถใช้เอกสารหลักฐานของผู้เป็นเจ้าของเครื่องวัดฯ และกรณีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องวัดฯ สามารถใช้เอกสารหลักฐานของเจ้าของรายใหม่ ซึ่งทั้ง 2 กรณี ใช้เอกสารหลักฐาน ดังนี้

1 บัตรประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล)
2 เอกสารแสดงความเกี่ยวพันกับสถานที่ใช้ไฟฟ้า เช่น ทะเบียนบ้าน หนังสือให้เลขบ้าน หรือหนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือโฉนดที่ดิน ที่มีชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นเจ้าของ (กรณีผู้ดำเนินการ ไม่มีชื่อเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า)
3 หนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีมอบอำนาจ)

คนนับหมื่น!! ร่วมพิธีแห่ ‘หลวงพ่อสามพี่น้อง’ วัดบ้านซ่าน จ.สุโขทัย จัดใหญ่เข้าปีที่ 119 ขบวนแห่ยาวเหยียด ไป-กลับ 12 กม.

(21 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านซ่าน หมู่ 1 ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้มีการจัดงานประจำปี “สรงน้ำปิดทอง หลวงพ่อขาว หลวงพ่อสามพี่น้อง” ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2566 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 119 ภายในงานมีมหรสพสมโภชหลากหลาย

ขณะที่ไฮไลท์เป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น 3 องค์ ลักษณะงดงาม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อสามพี่น้อง” ขึ้นล้อเกวียนโบราณ เพื่อประกอบพิธีแห่จากวัดบ้านซ่านไปยังวัดปากคลองแดน รวมระยะทางไป-กลับ 12 กิโลเมตร โดยมีชาวบ้านและคณะศรัทธาทั่วสารทิศนับหมื่นคนมาร่วมพิธี

ระหว่างทางจะมีชาวบ้านคอยแจกเครื่องดื่มให้คนร่วมขบวน ส่วนที่วัดปากคลองแดนก็จะมีการตั้งโรงทานแจกอาหารฟรีมากมาย เมื่อขบวนไปถึงก็จะหยุดพัก และเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้กราบสักการะ “หลวงพ่อสามพี่น้อง” ก่อนจะเดินแห่กลับมาที่วัดบ้านซ่านอีกครั้งในช่วงบ่าย เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำ และกราบไหว้ขอพร

‘สสส.-สกศ.’ ร่วมกันทำเว็บ ‘ปฐมวัยไทยแลนด์’ ดูแลเด็กเล็กครบวงจร หวังใช้สื่อเชื่อม ภาครัฐ-โรงเรียน-ผู้ปกครอง ให้ใกล้กันมากขึ้น

(21 มี.ค. 66) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา และ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ “ปฐมวัยไทยแลนด์ https://ecd.onec.go.th” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการเผยแพร่ผลงานของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และเสิร์ฟข้อมูลออนไลน์ส่งตรงถึงครูและผู้ปกครอง เพื่อดูแลเด็กเล็กให้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุขพร้อมกับพัฒนาการที่สมวัย

นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลและ ศธ. เห็นตรงกันกับผลการวิจัยทั่วโลกที่ย้ำถึง “การลงทุนดูแลเด็กปฐมวัย” ที่มีความคุ้มค่าสูงสุดกว่าในวัยอื่นถึง 7 เท่า จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของทุกครอบครัวและประเทศชาติ โดย สสส. และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้ร่วมกันจัดทำ Website “ปฐมวัยไทยแลนด์” หวังใช้สื่อโซเชียลเชื่อมต่อภาครัฐ โรงเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ใกล้กันมากขึ้น โดยสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย สกศ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลสถิติ งานวิจัย และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยจากทุกภาคส่วน

‘คลัง’ ยัน ‘บัตรสวัสดิฯ’ รอบใหม่ ไปต่อ!! แม้ยุบสภา ย้ำ!! หากยืนยันตัวตนสำเร็จ เริ่มใช้สิทธิ 1 เม.ย. ตามเดิม

จากกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 นั้น กระทรวงการคลังขอยืนยันว่า ไม่มีผลต่อการดำเนินงานในโครงการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 หรือ บัตรคนจนรอบใหม่ โดยทุกกระบวนการ ทั้งการยืนยันตัวตน การใช้สิทธิรอบใหม่ และการยื่นอุทธรณ์กรณีไม่ผ่านสิทธิ ยังเป็นไปตามที่ประกาศไว้

สำหรับ การยืนยันตัวตนของผู้ได้รับสิทธิ เดินทางไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา ได้ทุกวันจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 สาขาทั่วไปตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. และสาขาในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น.

ส่วนช่วงระยะเวลามีทั้งหมด 5 รอบ คือ

รอบที่ 1 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 1-26 มีนาคม 2566 จะได้เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 เมษายน 2566
รอบที่ 2 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 มีนาคม-26 เมษายน 2566 เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 พฤษภาคม 2566
รอบที่ 3 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 เมษายน-26 พฤษภาคม 2566 เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 มิถุนายน 2566
รอบที่ 4 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-26 มิถุนายน 2566 เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 กรกฎาคม 2566
รอบที่ 5 ยืนยันตัวต้นระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป และเริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 สิงหาคม 2566

โดยผู้ที่ยืนยันรอบ 2-4 จะได้รับสิทธิย้อนหลังได้ไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ (สิทธิย้อนหลังจะให้เฉพาะวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจาก “ร้านธงฟ้า” เท่านั้น) สำหรับผู้ที่ยืนยันตัวตนรอบที่ 5 จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง โดยจะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

ขณะที่ ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ สามารถขออุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-1 พฤษภาคม 2566 (62 วัน) โดยดำเนินการผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ ขออุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.ของทุกวัน

หรือขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน

ยังไม่จบ! บิ๊กอู๊ด ลุยต่อเนื่องจับแก๊งยาเสพติดภาคใต้ สั่งภูธรภาค 8 เปิดยุทธการ "สยบอันดามัน 1/66" จับแก๊งยาครั้งใหญ่กว่า 300 คน

วันที่ 21 มีนาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.พีรยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8  พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.เธียรวิโรฒ เชี่ยวชาญ รอง ผบก.อก.ภ.7 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.วจ.สยศ.ตร. และ พ.ต.อ.จารุพันธ์ เสริมพงศ์ รอง ผบก.อฎ. ร่วมกันแถลงข่าว ตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดภูธรภาค 8 รวม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ตามยุทธการ "สยบอันดามัน 1/66" เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์เครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ยุทธการ "สยบอันดามัน 1/66" สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. สั่งการให้กวาดล้างคดียาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ตนจึงสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งประกอบด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร สุราษฎธานี นครศรีธรรมราช ระนอง กระบี่ พังงา และภูเก็ต เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดที่จะทำลาย จำนวน 247 เครือข่าย เป้าหมายการปิดล้อมตรวจค้น
จำนวน 516 เป้าหมาย แบ่งเป็นเป้าหมายการตรวจคัน 468 เป้าหมาย และเป้าหมายเพื่อจับ จำนวน 48 เป้าหมาย

ติวเข้ม! ผู้ประกอบการ ร้านเกม อินเทอร์เน็ต ป้องกันปัญหาแหล่งมั่วสุมและยาเสพติด

วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจผู้ประกอบการ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันปัญหาแหล่งมั่วสุมและยาเสพติด เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบกิจการ 


วันที่ 21 มี.ค.66 ที่ ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ การประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบกิจการ จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแก่น มีนางกมนรัตน์ สิมมาคำ วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการร้านเกม ร้านคาราโอเกะ พนักงานเจ้าหน้าที่จาก 26 อำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและผู้ประกอบกิจการตาม พรบ.ภาพยนตร์ฯ จำนวน 150 คน เข้าร่วมประชุม โดยวิทยากร คือ อัยการจังหวัดขอนแก่น พันตำรวจโทเมธี ศรีวันนา รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปราม ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น บรรยายให้ความรู้


นางกมนรัตน์  สิมมาคำ วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ในฐานะผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในพื้นที่ มีหน้าที่และอำนาจในการเป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบงานตาม พรบ.ภาพยนตร์ฯ เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์  ร้านเกม ร้านคาราโอเกะ ร้านให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ ที่ยังพบปัญหาอันเกิดจากสถานประกอบกิจการฯ เช่น ร้านคาราโอเกะ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ ซึ่งหลังจากที่สถานประกอบกิจการฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ขาดการตรวจติดตามและสร้างความรู้ความเข้าใจในการให้บริการตามเงื่อนไข พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ อย่างเคร่งครัด และอาจมีความเสี่ยงที่ร้านคาราโอเกะ ร้านเกม-ร้านอินเทอร์เน็ต ฯลฯ จะกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็ก เยาวชนและประชาชนได้

บลูเทค ซิตี้ ร่วมสนับสนุนโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เขต อบตท่าสะอ้าน ประจำปี 2566

วันนี้ (21 มี.ค. 2566) ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมสนับสนุนน้ำดื่ม จำนวน 50 แพ็ค ให้แก่ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ณ วัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา  โดยมี นางนิภา วงศ์ชโยประสิทธิ์ ประธานชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน เป็นคนกล่าวเปิดพิธี

สำหรับวันนี้ทางชมรมผู้สูงอายุได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้จัดกิจกรรมมาในช่วงโควิด เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีการพบปะพูดคุย มีกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนมีความรู้ใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งในปัจจุบันสังคมไทย มักจะพบปัญหาด้านการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคติดต่อใหม่ ๆ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หากผู้สูงอายุไม่มีความรู้ในการปฏิบัติตนเอง จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย ทำให้เกิดปัญหาด้านการดูแลผู้สูงอายุ


ทั้งนี้ ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ยังร่วมสนุกจัดกิจกรรมลุ้นรับรางวัลให้แก่ผู้สูงอายุอีกด้วย

‘เรือไฟฟ้าคลองผดุง’ กลับมาให้บริการอีกครั้ง แต่ชาวเน็ตกลับโฟกัส ‘คนขับเรือ’ จนกลายเป็นไวรัล

สนง. เขตป้อมปราบ ลงคลิป ‘เรือไฟฟ้าคลองผดุง’ กลับมาให้บริการแล้ว แต่ชาวเน็ตกลับโฟกัสที่คนขับเรือ จนเป็นกระแส “คนขับเรือหล่อบอกต่อด้วย” ทำเอาสาวๆ อยากไปนั่งเรือกันทันที! 

TikTok @pomparp ช่องทางการของสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้ลงคลิปแจ้งว่าเรือไฟฟ้า EV คลองผดุงกรุงเกษม ได้กลับมาวิ่งให้บริการอีกครั้งแล้วเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันแรก 

โดยให้บริการนั่งฟรีตลอดสาย มีรอบวิ่งวันจันทร์-วันศุกร์ วันละ 2 ช่วง คือ 06.00-09.00 น. และ 16.00-19.00 น. ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บริการเวลา 08.00-19.00 น. มีความถี่ครั้งละ 20 นาที 

คลิปดังกล่าวมียอดเข้าชมและแชร์ออกไปจำนวนมาก ด้านชาวเน็ตสาวๆ กลับพากันโฟกัสไปที่ "คนขับเรือ" ที่มีการลงความเห็นกันว่าหล่อทะลุแมสก์ จนเกิดเป็นกระแสติดแฮชแท๊ก #คนขับเรือหล่อบอกต่อด้วย กันระนาว


ที่มา : https://www.tiktok.com/@pomparp/video/7210748072488455450?lang=es
Mgronline


 

ผบ.ตร.ส่งชุดเฉพาะกิจ ศปทส.ตร. นำโดย รองต่อศักดิ์ฯ ร่วมกับ ตำรวจภาค 2 เร่งตรวจสอบคดี สารซีเซียม 137 สูญหาย ทำความจริงให้ปรากฏ ย้ำดำเนินคดีผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย หวั่นผลกระทบต่อประชาชน

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.66 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึง กรณี สารซีเซียม 137 สูญหายไปว่า “ คดีนี้ได้รับรายงานจากตำรวจว่า เมื่อ 7 มี.ค.66 เวลา 08.00 น. บริษัท เนชั่นแนล พาวเวอร์ แพลนท์ 5 เอ ตรวจพบว่าสารซีเซียม 137 สูญหายไปและ 10 มี.ค.66 ได้มาแจ้งความที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ต่อมา 19 มี.ค.66 สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ ได้ตรวจพบรังสีจากการหลอมของโรงงาน ที่ กบินทร์บุรี พื้นที่ สภ.ศรีมหาโพธิ   พงส.ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ คดีอาญาที่ 363/2566 ในความผิดฐาน “ในกรณีที่เกิดอันตรายหรือเสียหายอันเกิดจากการประกอบกิจการตามใบอนุญาต ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ระงับเหตุเบื้องต้นตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสี และต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบทันที รวมทั้งต้องให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไข บรรเทาหรือระงับซึ่งอันตรายหรือความเสียหายนั้น”  ตาม พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ฯ  มาตรา 100, 126 และ 143  คดีอยู่ระหว่างสอบสวนและร่วมประชุมกับคณะกรรมการจังหวัด เพื่อเรียก บริษัทฯ มาแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการเพิ่มเติม ให้สืบสวนสอบสวนทุกมิติทั้งประเด็น การสูญหายได้อย่างไร มีใครลักลอบเอาออกไป รวมทั้งแหล่งรับซื้อ การส่งผลกระทบต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม มีใครต้องร่วมรับผิด รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 


โดยมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจ ตร. มี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปทส.ตร. รับผิดชอบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. ตรวจสอบร่วมกับ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พิสูจน์หลักฐาน และ กรมควบคุมมลพิษ  ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ดำเนินการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีเอาผิด กับบุคคลที่กระทำผิดในกรณีนี้ ให้ครบทุกมิติ


โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า “ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประเด็นสารซีเซียม 137 สูญหาย ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ บูรณาการแก้ปัญหา
   

ผบ.ตร.รับนโยบาย จึงได้ส่งชุดเฉพาะกิจร่วมกับตำรวจพื้นที่ และหน่วยงานเกี่ยวข้องไขข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขอเวลาตำรวจทำงาน ยืนยันจะเร่งทำความจริงให้ปรากฎ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป”

ตำรวจ ปส.(NSB) ทลายเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาได้ 20 คน ของกลางยาบ้า 15.5 ล้านเม็ด , ไอซ์ 880 กก. , คีตามีน 450 กก. ยึดทรัพย์กว่า 24 ล้านบาท

วันนี้ (21 มี.ค.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม)/ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พร้อมด้วย        พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส.,พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช.ปส., พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส.บช.ปส.,พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผบก.ขส.บช.ปส., พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ปส.3 และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด(NSB) เดินหน้าทำลายเครือข่ายยาเสพติดทั้งรายใหญ่ และรายย่อย ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร จะพบว่าสถานการณ์ยาเสพติดขณะนี้เครือข่ายมีความพยายามอย่างหนักในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก โดยซุกซ่อนปะปนมากับสินค้าทางการเกษตร หรือแม้แต่การดัดแปลงช่องลับของรถซุกซ่อนยาเสพติด ส่วนมากจะถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ ก่อนจะกระจายไปยังเครือข่ายรายย่อย ล่าสุด ตำรวจ ปส. (NSB) สามารถทลายได้หลายเครือข่ายรวมผู้ต้องหา 20 คน ของกลางเป็น ยาบ้า 15.5 ล้านเม็ด, ไอซ์ 880 กก., คีตามีน 450 กก., รถยนต์ 9 คัน, มือถือ 11 เครื่อง และยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 24 ล้านบาท โดยแยกเป็น 7 คดีดังนี้


คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส., บก.ขส. และ บก.ปส.3 ได้ร่วมกันจับกุมตัว 4 ผู้ต้องหา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง อยู่ใน อ.พบพระ จ.ตาก ใช้รถกระบะจำนวน 4 คัน เพื่อสำรวจเส้นทางและขนยาเสพติด โดยนำผักมาวางปิดบังยาเสพติดไว้เพื่ออำพราง โดยจับกุม นายเอกยุทธ ได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี จากนั้นได้ติดตามไปจับกุมนายธนนันท์ นายธนธัส และจับกุมนายณัฐพล ได้ทั้งหมด พร้อมของกลาง ไอซ์ 600 กก., ยาบ้า 12 ล้านเม็ด, คีตามีน 400 กก., โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง, รถกระบะ 4 คัน และตรวจยึดเงินสดรวม 5 หมื่นบาท โดยผู้ต้องหาทั้งหมด รับว่ากำลังลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง

 
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมคดียาเสพติด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยหาความเชื่อมโยง ติดตามตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน จนสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายได้อีก 4 ราย และสามารถยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนี้ไว้ตรวจสอบ หลายรายการ อาทิเช่น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมที่ดิน 3 หลัง ราคาประมาณ 20 ล้านบาท และที่ดินเปล่า 1 แปลง รวม 23 ล้านบาท
 คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 และบก.ขส. ได้วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทั่งเช้ามืดวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันตรวจยึดยาบ้า 8 กระสอบ รวม 2,000,000 เม็ด ได้ในบริเวณไร่มันในเขตพื้นที่หมู่ 5 บ้านโคกสว่าง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี พร้อมยึดรถกระบะ 2 คัน โดยผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะหลบหนีเข้าไปในไร่มันสำปะหลัง แล้วทิ้งรถพร้อมยาเสพติดไว้ ขณะนี้ตำรวจ ปส.2 ได้ติดตามตัว ขยายผลเครือข่ายรายนี้ และติดตามเจ้าของรถมาเพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
- 2 -

คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด จ.ปทุมธานี ทราบว่า แก๊งค้ายาเสพติดจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดใน จ.ปทุมธานี จึงเฝ้าติดตามจับกุม และนำกำลังเข้าจับกุมนายปรีชา, นายนัฐพงษ์, นายอนุชา,น.ส.มนัดดา ได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 88/6 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยคีตามีน 31 กก. ภายในบ้าน และติดตามจับกุมนายอรุณ และนางกรรณิการ์ ที่บริเวณโรงแรมไนซ์อินน์ ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พร้อมคีตามีน ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์รวม 15 กก. ซึ่งผู้ต้องหา รับว่าเป็นยาเสพติดที่จะนำไปส่งให้กับลูกค้าใน จ.ปทุมธานี   รวมคีตามีน   ของกลาง 46 กก. ซึ่งจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top