Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

(สุรินทร์) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 ตรวจสภาพความพร้อมช่วยเหลือประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย ประจำปี 2568  

(1 ต.ค. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้อำนวยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อม ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ณ บริเวณด้านหน้า กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มี พันเอก อัครสิทธิ์  ปะกิระตา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(2) พันเอก ศิริศักดิ์ บูรณ์เจริญ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25(1) พันเอก บุญส่ง  พรมนิล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25(2) พันเอก สุดใจ  แพงพรมมา สัสดีจังหวัดสุรินทร์ พันเอก พรพิเชษฐ์  เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน และคณะนายทหาร ร่วมพิธี โดยได้นำกำลังพล กำลังจิตอาสาและยุทโธปกรณ์ ตรวจความพร้อม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ จากสถานการณ์อุทกภัย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ โดยชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยดังกล่าว เป็นการจัดกำลังจากหน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 25 โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งรับผิดชอบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย ได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดย พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้อำนวยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 ได้เน้นย้ำให้จัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอยู่เสมอ และให้ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ
 

นราธิวาส-ผู้การฯป้ายแดง สันติ พร้อมลุยสืบสานเกียรติศักดิ์กรมทหารราบที่3 ส่งต่องานสำคัญผู้นำใหม่ก้าวสู่ภารกิจมั่นคงหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือนราธิวาส

เปลี่ยนผ่านอย่างสมเกียรติ กำลังพลพร้อมเดินหน้าภายใต้การนำผู้การคนใหม่จากรุ่นสู่รุ่นความเข้มแข็งไม่เคยเสื่อมคลาย กรมทหารราบที่ 3 พร้อมภายใต้ผู้บังคับบัญชาผู้นำใหม่เคียงข้างกำลังพล สู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี

(1 ต.ค.68) เวลา 09.00 น. นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผบ.กรม ร.3 พล.นย./ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้เดินทางมายัง กองพลนาวิกโยธิน หมู่ 10 ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อจัดพิธีรับ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา และส่งมอบตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินภาคใต้ ให้กับนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา หลังได้รับตำแหน่งใหม่ 

สำหรับประวัติความเป็นมา ของนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 1. นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่33 นักเรียนนายเรือรุ่นที่90 

2.รับราชการครั้งแรกในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยปืนเล็กที่3 กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน 

3. ประวัติการศึกษา ท่านศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน รุ่นที่31  เสนาธิการทหารบก รุ่นที่86 การบริหารงานและงบประมาณ (ระดับผู้บริหาร) รุ่นที่24 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่53 และนายทหารส่งกำลังบำรุง ระดับผู้บริหาร

4.รับราชการในตำแหน่งสำคัญ คือ 

–ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยปืนเล็กที่3 กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน      
-ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่4 กองพันทหารราบที่1 กรททหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
- ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนยกพลขึ้นบก กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองร้อยกองบังคับการและบริการ กองพันทหารราบที่8 กรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน
หัวหน้ากำลังพล กองกำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
- ผู้บังคับทหารราบที่3 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัยสรรพาวุธทหารเรือ กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน หน่วยบัญชานาวิกโยธิน 
-หัวหน้ากองโครงการงบประมาณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสัตหีบ กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน หน่วยบัญชานาวิกโยธิน และ ผู้อำนวยการกองส่งกำลังบำรุง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

5. รับราชการสนามในตำแหน่งสำคัญคือ
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน411
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
 -หัวหน้ากองส่งกำลังบำรุง กองป้องกันชายแดนจันทบุรี ตราด
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน

6. ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ คนปัจจุบัน

นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งในวันนี้และจะได้มาทำงานกับพวกเราต่อไป สำหรับการปฏิบัติของกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธินหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้นมา เราได้สร้างเกียรติประวัติรวมถึงตราดตรำทำงานในพื้นที่มา ยังมีในอดีต พี่ๆน้องๆเราได้ สูญเสียและเสียสละ เพื่อที่จะดำรงเกียรติยศความเป็นทหารรวมถึงการควบคลุมพื้นที่เราอยู่กับประชาชนเรามีพื้นที่รับผิดชอบเราเป็นทหารกองทัพเรือได้ส่งพวกเราให้มาอยู่ที่นี่พวกเราทุกคนเป็นตัวแทนของกองทัพเรือทุกคนทำหน้าที่ต่างกันและมีความรับผิดชอบต่างกันเพราะฉะนั้น “ความจงรักภักดีรู้หน้าที่มีวินัย” ที่ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินให้พวกเราไว้ ให้นำยึดถือมาปฏิบัติ และผมขอความร่วมมือในการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ2569นี้ ขอให้พวกท่านร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจ ที่จะปฏิบัติ งาน และก็ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี อย่าได้มีการสูญเสีย รวมถึงพื้นที่ต่างๆ ของให้มีแต่ความสงบเรียบร้อยมีวินัยและการทำงานเป็นทีมจะเป็นการรวมใจสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานของพวกเราทุกคน

เชียงใหม่-Hylife Group เปิดตัว Miss Grand Lampang 2026 ทีมผู้บริหารและที่ปรึกษา Provincial Director

(1 ต.ค. 68) HYLIFE GROUP พร้อมนำทัพสร้างตำนานบทใหม่แห่งดินแดนล้านนาเปิดตัว Provincial Director - Miss Grand Lampang 2026 สู่เวที "Grand Luminary: Queen of the Future" อย่างยิ่งใหญ่ 

HYLIFE GROUP ผู้นำด้านธุรกิจและนวัตกรรมระดับประเทศ ประกาศพร้อมเดินหน้าภารกิจครั้งสำคัญในการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับเวทีการประกวดระดับจังหวัด ด้วยการเปิดตัวทีมผู้บริหารและที่ปรึกษา Provincial Director - Miss Grand Lampang 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Grand Luminary: Queen of the Future" ราชินีแห่งอนาคต ผู้เปี่ยมด้วยความสง่างาม ล้ำสมัย และพร้อมเปล่งประกายเหนือกาลเวลา 

วันที่ 30 กันยายน 2568 ณ ลานโปรโมชัน 1 ชั้น 1 เซ็นทรัลเชียงใหม่ เวลา 17:00 น.-19.00 น. งานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารนำทีมโดย คุณธนุช อาร์. นาเออร์ (Mr. Dhanush R. Nair) Co-Group CEO, HYLIFE GROUP คุณวัชราภรณ์ ลิน กรรมการบริหาร, HYLIFE GROUP คุณพิพัฒน์ กันทะรันต์ ที่ปรึกษาการประกวด

เวที Miss Grand Lampang 2026 ในปีนี้จะถูกยกระดับสู่มาตรฐานใหม่ ภายใต้รี่ม "Grand Luminary: Queen of the Future" ซึ่งสะท้อนถึงความงดงามที่ก้าวข้ามขีดจำกัด ผสมผสานความสง่างามกับพลังแห่งอนาคตพร้อมมอบแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงยุคใหม่ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำและสร้างตำนานบทใหม่บนเวทีแห่งเกียรติยศ

งานแถลงข่าวยังได้ต้อนรับแขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมสร้างสีสัน ได้แก่ คิม กู๊ดเบิร์น นายแบบ นักแสดง พิธีกร Mister International 2023 "แจน" ณัฏฐ์ทินี ธนัตพรภิญโญ Miss Grand Lampang 2025 และ รองอันดับ 2 Miss Grand Thailand 2025 ที่จะมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าประกวดรุ่นใหม่

การแข่งขันรอบตัดสิน Grand Final Competition จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมส่งแรงใจให้กับ 16 สาวงามผู้เข้าประกวดบนเวทีแห่งความฝันและพลังของผู้หญิงยุคใหม่

พัฒนชัย/ เชียงใหม่

ตราด-หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เอาจริงเรื่องชายแดน

(1 ต.ค. 68) รับตําแหน่งใหม่ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด จัดพิธี รับ - ส่ง หน้าที่ผู้การท่านใหม่ โดยมี น.อ.ภริศวร์ วงษ์ศรีเพ็ญ ผบ.ฉก.นย.ตราด (ท่านเก่า) ส่งมอบหน้าที่ให้กับ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด (ท่านใหม่) 

น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด (ท่านใหม่) ได้พูดคุยกับกำลังพลที่เข้าร่วมพิธีและสื่อมวลชน ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ได้แต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ในพื้นที่จังหวัดตราด ผมรู้จักพิ้นที่และสถานการณ์เป็นอย่างดีตลอดจนปีที่ผ่านมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองยุทธการ ได้รับทราบการปฏิบัติงานของกำลังพลอย่างเสมอ และขอชื่นชมในความเสียสละของทุกท่านในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ปีนี้เราจะปฏิบัติงานกันอย่างสนุกมากยิ่งขึ้นเพราะมีอะไรหลายๆอย่างที่รอเราอยู่ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน เราจะค่อยแก้ไขตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อประเทศชาติของเรา เราจะให้ความสำคัญสถานการณ์ชายแดนในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ในสโลแกนที่ว่า ปัญหาเก่าต้องแก้ไข ปัญหาใหม่จะต้องไม่มีต่อไป

ผบช.ภ.2 อำลา รับหน้าที่ใหม่ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 10 เดือนตอกเสาเข็มติดอาวุธ AI สร้างตำรวจยุคดิจิทัล ลุยล้างบางปรสิต ซีลชายแดนสกัดแก๊งคอลเซนเตอร์

(30 ก.ย.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ประชุมบริหารตำรวจภูธรภาค 2 โดยมี รอง ผบช.ภ.2 และ ผบก.ในสังกัด ภ.2 โดย พล.ต.ท.ยิ่งยศ ได้ขอบคุณตำรวจภูธรภาค 2 และอำลาตำแหน่ง ผบช.ภ.2 หลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รับหน้าที่ ผบช.ภ.2 คนใหม่

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ขอบคุณตำรวจ ภ.2 ทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกมิติ “ล้างบางปรสิต” ปราบปรามจับกุมกลุ่มแก๊งอาชญากรต่างชาติ สกัดกั้นปราบปรามอาชญากรรมแนวชายแดนปราบแก๊งคอกม้า ขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติอย่างจริงจังเด็ดขาด และร่วมภารกิจพิทักษ์อธิปไตยชายแดนไทย พิสูจน์ให้เห็นว่าตลอดปีที่ผ่านมาตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่ตำรวจตามแนวทาง “เชื่อมั่น ศรัทธา มืออาชีพ”   

ผบช.ภ.2 กล่าวด้วยว่า  ช่วงเวลา 10 เดือนที่ผ่านมาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ผบช.ภ.2 เป็นช่วงเวลาที่ดี ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทีมตำรวจภาค 2 ทุกนาย อย่างไรก็ตามเป็นธรรมชาติของที่อยู่กับเราต้องจากกันเป็นเรื่องปกติ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวด้วยว่า ตลอด 10 เดือนได้ผลักดันขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีนำความรู้เรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยงานตำรวจโดยเฉพาะงานสอบสวน งานสื่อสารประชาสัมพันธ์ หรือแม้แต่งานสืบสวนปราบปรามอาชญากรรม นำเทคโนโลยี AI เชื่อมระบบฐานข้อมูลมาช่วยป้องกันภัยอาชญากรรมแก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว 

“ผมตั้งใจตอกเสาเข็มวางรากฐานเอาไว้ ผมมาในยุคเชื่อมต่อสู่ยุคดิจิทัลการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี เล็งเห็นความสำคัญว่าเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์กับงานตำรวจ ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าทำหน้าที่ดูแลประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และหวังว่าสิ่งที่วางรากฐานได้จะเป็นประโยชน์ในอนาคตด้วย” ผบช.ภ.2 กล่าว

เรือหลวงปิ่นเกล้า ยิงสลุตครั้งสุดท้าย ในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผบ.กองเรือยุทธการ ก่อนปลดระวางประจำการ 1 ต.ค.นี้

(30 ก.ย. 68) กองเรือยุทธการ ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ระหว่าง พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ท่านเดิม) และ พลเรือโท กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ท่านใหม่) โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง และกำลังพลกองเรือยุทธการร่วมพิธีอันทรงเกียรตินี้ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในพิธีสำคัญนี้ เรือหลวงปิ่นเกล้า ได้ทำการยิงสลุตจำนวน 15 นัด เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการท่านใหม่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของนักรบทางเรือ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้ายก่อนปลดระวางประจำการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงเกียรติยศและประวัติศาสตร์อันยาวนานของเรือ โดยกองเรือยุทธการยังคงมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตยทางทะเลของชาติ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยด้วยหัวใจแห่งเกียรติยศ

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมลงคำสั่งให้ปลดเรือของกองทัพเรือออกจากระวางประจำการ เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากเรือดังกล่าวมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน การซ่อมบำรุงต้องใช้งบประมาณสูง ไม่คุ้มค่าในการซ่อมเพื่อใช้งานต่อไป จึงเห็นสมควรให้ปลดเรือออกจากระวางประจำการ ดังนี้
    •    เรือหลวงปิ่นเกล้า (413) ประเภทเรือฟริเกต อายุ 66 ปี
    •    เรือหลวงภูเก็ต (333) ประเภทเรือเร็วโจมตีปืน อายุ 42 ปี
    •    เรือหลวงสมุย (832) ประเภทเรือบรรทุกน้ำมัน อายุ 78 ปี
    •    เรือหลวงสุริยะ (821) ประเภทเรือวางเครื่องหมายทางเรือ อายุ 46 ปี
    •    เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ล.14 อายุ 56 ปี, ล.110 อายุ 54 ปี, ล.111 อายุ 54 ปี, ล.136 และ ล.144

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ปัตตานี-แม่ทัพไพศาล จัดพิธีการส่งมอบตำแหน่งหน้าที่ ในการเข้ามาแก้ไขปัญหา จชต. ส่งไม้ต่อให้ “บิ๊กยูร” พลตรี นรธิป โพยนอก เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า (คนที่ 30)       

(30 ก.ย.68) ที่ศาลาพิณประเสริฐ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านเก่า) ซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นเป็นที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ได้กระทำพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้แก่ พลตรี นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านใหม่) โดยมีพิธีถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในค่ายสิรินธร การส่งมอบธงประจำหน่วย และเอกสารรับ–ส่งหน้าที่อย่างสมเกียรติ ท่ามกลางผู้บังคับบัญชาระดับสูง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง หัวหน้าส่วนราชการ และกำลังพลในสังกัดเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านเก่า) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้กองทัพภาคที่ 4 ดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีในฐานะสถาบันหลักด้านความมั่นคงของภาคใต้ ได้สนองพระเดชพระคุณ ทำหน้าที่ปกปักรักษาความมั่นคงของประเทศชาติ และพิทักษ์รักษาพระบรมราชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ จนเป็นที่เชื่อถือ ศรัทธา และเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด

ด้าน พลตรี นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ท่านใหม่) กล่าวน้อมรับหน้าที่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมยกย่อง พลโท ไพศาล หนูสังข์ ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นทหารอาชีพผู้มีอุดมการณ์มั่นคง ทุ่มเท เสียสละ และได้วางรากฐานให้กองทัพภาคที่ 4 มีความแข็งแกร่งและสง่างาม สมศักดิ์ศรีทหารอาชีพ ซึ่งจะยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ นำพากำลังพลทำงานด้วยความสามัคคี เพื่อเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของภาคใต้ และจะสานต่อนโยบายอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทั้งนี้ พลตรี นรธิป โพยนอก เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 เริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งรองผู้บังคับชุดรบพิเศษ กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 2 ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพกำลังพล การใช้กำลังพลและยุทธปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเคยคุมหน่วยสำคัญในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานทั้ง 5 จังหวัด ปฏิบัติงานด้านการป้องกันอธิปไตยชายแดน การปราบปรามยาเสพติด การป้องกันอาชญากรรม การพัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงการช่วยเหลือประชาชน จึงมีประสบการณ์รอบด้าน และพร้อมจะนำมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจจากประชาชนระดับรากหญ้า สู่ชุมชน และสังคม ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเร่งสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

สำหรับการสานต่อนโยบาย ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนงานสำคัญประจำปี 2569 จำนวน 5 ด้าน ได้แก่

1. งานด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย
2. งานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
3. งานด้านการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
4. งานด้านการสร้างความเข้าใจ
5. งานด้านบูรณาการด้านความมั่นคงและการพัฒนา

พร้อมทั้งนโยบายเฉพาะด้าน ได้แก่ การพัฒนากำลังพล การข่าว ยุทธการ และงานมวลชน–กิจการพิเศษ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจมีความต่อเนื่อง มุ่งสู่เป้าหมาย “พื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย” อย่างยั่งยืน

ผบ.ทอ. ลั่นไม่มีเวลาเลี้ยงฉลอง-ยินดีรับตำแหน่ง เพราะยังมีทหารปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน สั่งหน่วยขึ้นตรง ทอ. เตรียมพร้อมปฏิบัติ ย้ำ เราไม่ต้องการสงคราม แต่ถ้าต้องการสันติภาพ ต้องพร้อมรบ

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) คนใหม่ แถลงข่าวสั้นๆ กับสื่อทันทีหลังรับตำแหน่งจาก พล.อ.อ.พันธ์ภักดี  พัฒนกุล  ที่เกษียณราชการ ว่า ผมตั้งปณิธานไว้ว่าผมจะกระทำทุกวิถีทางโดยหน้าที่ ความรับผิดชอบ  และอำนาจที่ผมมี สานต่อแนวทางที่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ทำให้กองทัพอากาศเป็นกองทัพอากาศที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกด้าน

“ผมไม่คิดว่า ผมจะมีเวลาที่จะมาเลี้ยงฉลองการรับตำแหน่ง หรือแสดงความยินดีใดๆ ในขณะที่ยังคงมีพี่น้องทหารของเราอยู่ที่ชายแดน เพื่อรักษาอธิปไตย อยู่ทุกวันทุกคืน สิ่งแรกที่ผมจะกระทำ คือสั่งการให้ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงทั้งหมด เตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจทันที เมื่อได้รับคำสั่ง”

ผมคิดว่า “เราไม่ได้ต้องการสงคราม แต่ถ้าเราต้องการสันติภาพ เราต้อง ‘พร้อมรบ’  ครับ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพอากาศ ครับ”

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธี รับ – ส่ง หน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 3

(30 ก.ย. 68) ที่ สนามกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ได้กระทำพิธีรับส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 3 ระหว่าง พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พลตรี วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 โดยได้มีพิธีการลงนามเอกสาร รับ - ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 3 และได้กระทำพิธีส่งมอบการบังคับบัญชา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 4 กันยายน 2568 พร้อมกันนี้ พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวว่า สำหรับแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านใหม่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ และปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 อย่างแท้จริง จึงเชื่อมั่นได้ว่าภายใต้การบังคับบัญชาและการบริหารงานของท่านจะสานต่อภาระหน้าที่อันสำคัญนี้ได้อย่างดี ซึ่งจะทำให้กองทัพภาคที่ 3 ได้รับการพัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น 

ขณะที่ พลตรี วรเทพ  บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า จะทุ่มเทในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของกองทัพภาคที่ 3 ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง ชอบทำ บนพื้นฐานแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งจะปกครองผู้ใต้บัพงคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ตลอดจนร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างสรรค์ความมั่นคง ความสงบสุข และความรักความสามัคคี ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ สำหรับ พลตรี วรเทพ  บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และเป็นแม่ทัพคนที่ 43 ของกองทัพภาคที่ 3

ปรีชา นุตจัรส รายงานข่าวพิษณุโลก

สมาคมท่องเที่ยวไทย-อาหรับ (ประเทศไทย) เจาะตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมูลค่าสูง

TA-TA ตอกย้ำศักยภาพตลาดตะวันออกกลาง "เปิดเส้นทางสู่อาชีพสำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาอาหรับ และผู้ประกอบการไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ เร่งผลักดันนโยบาย Muslim Friendly Destination Hub ชวนผู้ประกอบการและผู้สนใจอาชีพไกด์ภาษาอาหรับเข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โอกาสเปิดโครงการครั้งแรกได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้สมัครสมาชิกสมาคมฯ เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 3 เท่า

นางสาวสวรรยา พาลีเขต นายกสมาคมท่องเที่ยว ไทย-อาหรับ (ประเทศไทย) หรือ Tourism Association [TA-TA] นำคณะเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ ในงาน  เปิดเส้นทางสู่อาชีพสำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาอาหรับ" ครั้งที่ 2 เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ณ ห้อง Grand Meroz 1 ชั้น 3 โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพฯ 

ซึ่งกิจกรรมนี้ จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  กับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากตะวันออกกลาง รวมถึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอาหรับ ให้มีโอกาสพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนแนวทางในการเข้าสู่อาชีพมัคคุเทศก์ และโอกาสทางธุรกิจด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อร่วมต้อนรับกลุ่ม นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็น ตลาดขนาดใหญ่ มีคุณภาพ และมีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง เป็นอันดับต้นๆ ของโลก 

ข้อมูลสถิติยืนยันถึงความเติบโตที่น่าจับตาของตลาดนี้ โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางที่เดินทางมายังประเทศไทย เติบโตขึ้นถึง 17.9% ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว การเติบโตนี้ ส่งผลสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของ GDP ของประเทศไทยในภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน 

ทางสมาคมฯ เล็งเห็นและตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรฐาน การต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้าง ความไว้ใจ ความมั่นใจ เชื่อใจ และความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ สมาคมฯ ได้ผลักดันและเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ามาร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Muslim Friendly Destination Hub สำหรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

ขอเชิญชวน ผู้ที่มีความรู้ภาษาอาหรับ ที่สนใจต่อยอดทักษะสู่อาชีพการเป็นมัคคุเทศก์มืออาชีพและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พร้อมเปิดรับตลาดตะวันออกกลาง ให้เข้ามาสมัครเป็น สมาชิกสมาคมท่องเที่ยว ไทย-อาหรับ (ประเทศไทย)เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมาตรฐานและเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มอาหรับได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim Friendly Destination Hub) อย่างยั่งยืนต่อไป ติดต่อและสมัครสมาคมฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 611279587 และ ไลน์ไอดี @565seqic หรือ สมัครสมาชิกผ่านการสแกน QR code นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top