Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

ผบ.ตร.กำชับตำรวจร่วมยุทธการกองทัพ ส่ง 6 กองร้อยตรึงชายแดน ยึดคืนหนองจาน – หนองหญ้าแก้ว รักษาแผ่นดินไทย ย้ำปฏิบัติการตามขั้นตอน บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด

(10 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งครบกำหนดเส้นตายที่ฝ่ายไทยยื่นคำขาดให้ชาวกัมพูชาอพยพออกจากพื้นที่ทับซ้อนบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับตำรวจในพื้นที่ทั้งตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมยุทธการกับกองทัพเพื่อรักษาแผ่นดินไทย รักษาอธิปไตยของชาติ โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ยุทธวิธีตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่ให้ดูความพร้อมของยุทโธปกรณ์ กำลังพลในการออกปฏิบัติการ และมีการข่าวที่แม่นยำ ป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงรองรับทุกสถานการณ์ โดยย้ำว่าตำรวจมีหน้าที่หลักในการบังคับใช้กฎหมาย หากมีการกระทำใดที่ละเมิดกฎหมายไทยจะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด 

นอกจากนี้ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้กำลังตำรวจภูธรภาค 2 เป็นตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) 6 กองร้อย หรือ 1,020 นาย สนับสนุนกำลังของกองทัพในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ขณะนี้มีความพร้อมและมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้ดูแลขวัญกำลังใจของกำลังพลด้วย และในวันพรุ่งนี้ (11 ตุลาคม 2568) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วด้วยตัวเอง เพื่อให้ขวัญกำลังใจและควบคุมการปฏิบัติ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ดังกล่าว ร่วมเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ และตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการ ระมัดระวังการเผยแพร่ ส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือน สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ โดยสามารถสอบถามหรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1599 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

‘กฤษฎา-กษม’ 2 นิสิตหนุ่มสาวจากรั้วจุฬาลงกรณ์ คว้าตำแหน่ง กุลบุตร-กุลธิดากาชาด ปี 2568

เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 68) นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานในการตัดสิน ตำแหน่ง 'กุลบุตร-กุลธิดากาชาด' และ 'รองกุลบุตร - รองกุลธิดากาชาด' ในงาน 'วันดาวสู่ฟ้า กุลบุตร-กุลธิดากาชาด' ณ ห้องประชุมไพเนอร์รี่ เดอะไพน์ รีสอร์ท อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 

สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ผนึกกำลังบูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด และเหล่ากาชาดจังหวัด จัดโครงการสรรหา 'กุลบุตร-กุลธิดากาชาด' เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุ 70 พรรษา ระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2568 โดยมีเยาวชนจำนวน 69 คน เข้าร่วม เพื่อสรรหาเยาวชนที่มีจิตอาสามาทำหน้าที่กุลบุตร-กุลธิดากาชาด เป็นตัวแทนในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจ และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของสภากาชาดไทย 

ทั้งนี้ นางสุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ได้กล่าวว่า “สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด ได้ตระหนักถึงการสร้างและพัฒนาเยาวชนให้มีความเข้มแข็งทางความคิดและจิตใจ เพื่อให้สามารถ 'รับมือ' และ 'ฟื้นฟู' ตนเองให้กลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขเมื่อต้องประสบปัญหาและวิกฤตภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด และวิกฤตทางสังคม เศรษฐกิจ เชื้อชาติและวัฒนธรรม” 

การสรรหากุลบุตร-กุลธิดากาชาดของสำนักงานฯ เป็นหนึ่งในโครงการของสำนักงานฯ ในปี 2568 ที่มุ่งเน้นให้เยาวชนได้ฝึกทักษะด้านการวิเคราะห์ การคิดอย่างเป็นระบบ การวางแผนกระบวนการทำงาน การลงมือปฏิบัติ และการประเมินผลเพื่อนำไปสู่การพัฒนา ภายใต้โจทย์ที่เป็นปัญหาของสังคมในปัจจุบัน   การเพิ่มความท้าทายให้ผู้เข้าคัดสรร ได้ออกแบบโครงการหรือกิจกรรมเพื่อชุมชน ยังเป็นการสอนให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่า ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาสังคมจะป้องกันและแก้ไขได้จากความร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมลงมือทำ ทั้งหมดนี้เราสามารถสร้างและผลักดัน “ความปกติสุข” ให้เกิดเป็นจริงขึ้นได้ ด้วยการเป็นผู้ “คิดเป็น ทำเป็น และแบ่งปันเป็น” และการเป็น 'ผู้นำ' ที่มีฐานความคิดจากการเสียสละเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

สำหรับผู้ได้รับการคัดสรรเป็นกุลบุตร-กุลธิดากาชาด ในปีพ.ศ. 2568 ดังนี้
ตำแหน่ง กุลบุตรกาชาด
คุณกฤษฏา ชูสุข หมายเลข 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย        

ตำแหน่ง กุลธิดากาชาด 
คุณกษม สินธุภิญโญ หมายเลข 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย        

ตำแหน่ง รองกุลบุตรกาชาด 
คุณพลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ หมายเลข 49 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์     

ตำแหน่ง รองกุลธิดากาชาด
คุณรุจรวี จีระเดชากุล หมายเลข 52 สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์

สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลผู้ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมตามคุณสมบัติ 3 ด้าน ได้แก่ 
รางวัล Smart 
คุณธีรพงศ์ ตันติศรีปรีชา หมายเลข 35 สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเลย
รางวัล Strong คุณลภัสลดา โคตรอาษา หมายเลข 54 มหาวิทยาลัยปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 
และ รางวัล Samart คุณสกาย คิดลูน จอมพงษ์ หมายเลข 71 เทศบาลตำบลสันกลาง จังหวัดเชียงใหม่

โดยผู้รับตำแหน่งกุลบุตร และ กุลธิดา พร้อมรองทั้ง 2 ตำแหน่ง จะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ   

ผบ.ทรภ. 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดน จว.จันทบุรี และจว.ตราด

พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนทางทะเลจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ประกอบด้วย ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 หมู่เรือลาดตระเวนชายเเดน ส่วนที่ 1 (มชด./1) และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง)

เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและรับทราบสถานการณ์ชายแดน รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องการปฏิบัติงานในพื้นที่ 

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำสิ่งสำคัญให้หน่วยงานและกำลังพลทุกนายมีความพร้อมตลอดเวลา สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้ทันทีเมื่อสั่ง และจะต้องประสบความสำเร็จ

รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย สร้างภาพพจน์ที่ดีและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชน 

ชาวภูเก็ตแสดงพลัง ร่วมกิจกรรม ‘รวมดวงใจสู่ปาเลสไตน์’ ต่อต้านรัฐเถื่อนไซออนิสต์อิสราเอล!! เรียกร้องยุติความรุนแรง

เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 68) ประชาชนจังหวัดภูเก็ตร่วมจัดกิจกรรม “All Heart from Palestine Phuket – รวมดวงใจสู่ปาเลสไตน์” เพื่อแสดงพลังสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และประณามการกระทำของรัฐเถื่อนไซออนิสต์อิสราเอล ภายในงานมีบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและสามัคคีของผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน

นักวิชาการ ศาสนบุคคล และประชาชนทั่วไป ต่างร่วมกันประกาศจุดยืนยืนหยัดเคียงข้างผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมร่วมกันส่งสารแห่งสันติภาพ ความยุติธรรม และความเป็นมนุษย์จากภูเก็ตสู่ประชาชนชาวปาเลสไตน์

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นกระแสการเคลื่อนไหวในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในพื้นที่ขัดแย้ง โดยย้ำว่าความสงบสุขและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คือสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญสูงสุด

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดน จว.จันทบุรี และจว.ตราด

เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนทางทะเลจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ประกอบด้วย ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 หมู่เรือลาดตระเวนชายเเดน ส่วนที่ 1 (มชด./1) และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง)

เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและรับทราบสถานการณ์ชายแดน รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องการปฏิบัติงานในพื้นที่ 

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำสิ่งสำคัญให้หน่วยงานและกำลังพลทุกนายมีความพร้อมตลอดเวลา สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้ทันทีเมื่อสั่ง และจะต้องประสบความสำเร็จ

รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย สร้างภาพพจน์ที่ดีและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชน

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

สุโขทัยแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 มาลอยกระทงที่ 'สุโข สุขี ที่สุโขทัย'

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 โดยมีนางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มีหัวหน้าส่วนราชการร่วมงานแถลงข่าว ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนร่วมฟังกิจกรรมในการจัดงานในปีนี้ ซึ่งทางจังหวัดกำหนดจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีงานมรดกโลกของจังหวัดสุโขทัย โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและภาคเอกเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคธุรกิจของจังหวัดและประเทศ

การแถลงข่าวในครั้งนี้ จัด ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 โดยได้รับเกียรติจากผู้ร่วมแถลงข่าวจำนวน 9 ท่าน โดยมีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดร.เกษร เอมโอด ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย ว่าที่ร้อยเอก ดร.เทียนชัย ทองวินิชศิลป รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย นางฐิติญา จั่นเอี่ยม วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย พ.อ.นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ อพท.สุโขทัย และนายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สุโขทัยพัฒนาเมือง จำกัด โดยมีการแสดง และหลังจากกมสร้างประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน

จังหวัดสุโขทัย กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยสำนักงานจังหวัดสุโขทัย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ กิจกรรมหลักเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในด้านการท่องเที่ยวมรดกโลก กิจกรรมย่อย จ้างเหมาประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งได้ว่าจ้างให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี ดี ดีไซน์ 189 เป็นผู้ดำเนินงานจัดกิจกรรมแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่าจังหวัดสุโขทัยจัดงานอย่างยิ่งใหญ่จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยปีนี้เน้นเรื่องการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการคัดแยกขยะ กำหนดสัดส่วนการใช้พื้นที่ไม่ให้แออัดจนเกินไป การจัดการเรื่องฝุ่น รวมทั้งโทนสีที่ใช้ในบริเวณงานสวยงามเข้ากับโบราณสถาน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความประทับใจดังคำกล่าว "สุโข สุขี ที่สุโขทัย" ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 10 วัน 10 คืน

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนา ฝูงบิน 411 กองบิน 41

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) ณ ฝูงบิน 411 กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ นาวาอากาศเอก ธีระยุทธ เกื้อสกุล ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาฝูงบิน 411 กองบิน 41 โดยมี รองผู้บังคับการกองบิน 41, เสนาธิการกองบิน 41, หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ข้าราชการ ผู้แทนจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ และวิทยุการบินเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

พิธีในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้งหน่วย และอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่ล่วงลับ พร้อมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจหลักในการป้องกันภัยทางอากาศและการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนา ฝูงบิน 411 กองบิน 41

เขมรอวดติดอันดับ 5 ประเทศเป็นมิตรที่สุดในโลก สุดภาคภูมิใจอยู่เหนือกว่าไทย - เวียดนาม

นิตยสารท่องเที่ยว Condé Nast Traveller จัดอันดับ “ประเทศเป็นมิตรที่สุดในโลก” พบ กัมพูชาอยู่อันดับ 5 ส่วนไทยอยู่อันดับ 8

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68) กระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา รายงานว่า กัมพูชาได้รับการยกย่องให้เป็น “ประเทศที่เป็นมิตรเป็นอันดับ 5 ของโลก” จากรางวัล Condé Nast Traveller 2025 Readers’ Choice Awards

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาระบุว่า กัมพูชาได้รับคะแนน 97.33 คะแนน แซงหน้าเวียดนามในอันดับ 6 ซึ่งได้คะแนน 97.27 และไทยที่ได้อันดับ 8 ด้วยคะแนน 96.36 คะแนน

Condé Nast Traveller ให้ความเห็นว่า “ในฐานะประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท กัมพูชาจึงมีแนวคิดหลักคือ ‘เมตตา’ ซึ่งเป็นคำภาษาบาลีที่แปลว่า ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขต่อสรรพชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวกัมพูชาจะต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเมตตาอันเป็นสากลและอบอุ่นใจ ไม่ว่าพวกเขาจะมีภูมิหลังอย่างไรก็ตาม”

Condé Nast Traveller เสริมว่า “ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ ๆ มากมาย เช่น พนมเปญ เมืองหลวงริมแม่น้ำที่คึกคัก และนครวัดอันงดงาม ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ลองมุ่งหน้าสู่ชนบทเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันแท้จริงของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งโครงการโฮมสเตย์ของชาวกัมพูชาเผยให้เห็นวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของหมู่บ้านทอผ้าไหมและฟาร์ม”

สำหรับการจัดอันดับของ Condé Nast Traveller นั้น พบว่า 'เคนยา' ครองอันดับ 1 ของประเทศที่เป็นมิตรที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 98.46 ตามมาด้วยบาร์เบโดส 98.18 คะแนน และเม็กซิโก 98.00 คะแนน

Condé Nast Traveller เป็นนิตยสารท่องเที่ยวของอังกฤษที่จัดพิมพ์โดย Condé Nast มุ่งเป้าไปที่ผู้อ่านที่สนใจการเดินทาง โดยเน้นประสบการณ์ระดับไฮเอนด์และความเป็นท้องถิ่น

กระบี่-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Etihad Airways ขณะที่ ททท.ดันกลยุทธ์ Airline Focus เปิดเส้นทางบินใหม่ 

กระตุ้นการเดินทางกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

(10 ต.ค. 68) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดกระบี่ นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ หน่วยภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้เกียรติร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways ) เที่ยวบิน EY424 ที่เปิดบินตรงจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กับท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดย ททท.จัดแสดงมโนราห์ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่ของสายการบินด้วย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดเที่ยวบินใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักเดินทางทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ เมืองแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรมและการบริการที่ดีงามในภาคใต้ของเรา กระทรวงคมนาคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและระบบคมนาคมขนส่งทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเท่าเทียม ตามแนวคิด “คมนาคมเพื่อประชาชน เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ” เราจะเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวภาคใต้ และเชื่อมโยงทุกเส้นทางจากอากาศ สู่ถนน และทางน้ำ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นกลยุทธ์ Airline Focus บุกตลาดดาวรุ่งตะวันออกกลางร่วมกับพันธมิตรสายการบิน Etihad Airways ในการเปิดเส้นทางบินใหม่เส้นทางบินตรงกรุงอาบูดาบี–กระบี่ ซึ่งการบูรณาการส่งเสริมตลาดจะเพิ่มจำนวนที่นั่ง (Seat Capacity) อีกประมาณ 7,650 ที่นั่งต่อเดือน ขยายความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจเดินทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มในการเติบโตสูง โดยเฉพาะการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่ม Health and Wellness ที่ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นและมุ่งมั่นสู่การเป็น Medical และ Wellness Hub ระดับโลก ควบคู่กับการเจาะกลุ่ม Luxury, Family และ Halal Friendly Tourism เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบถ้วนและเข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่ เพื่อนำสื่อมวลชน KOLs ตัวแทนบริษัทนำเที่ยว มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีความยินดีที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจังหวัดกระบี่มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวเดินทางตามความสนใจ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญซึ่งเป็นจุดดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย 

สายการบิน Etihad Airways กำหนดเปิดให้บริการเส้นทางบินตรง (Direct Flight) เที่ยวบิน EY424 เดินทางจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 08.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เวลา 18.40 น. ด้วยเครื่อง Airbus A321LR ความจุผู้โดยสาร 160 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน ให้บริการจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยในเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้มีสื่อมวลชน KOLs และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่ง ททท. สำนักงานดูไบได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการทำ Agents FAM Trip พาตัวแทนบริษัทนำเที่ยว สำรวจสินค้าและบริการในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำข้อมูลมาขยายผลการดำเนินงานในการเสนอขายแพจเกจต่อไป โดยมีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 13 – 16 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ได้จัดทำ KOLs FAM Trip นำ KOLs สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว Jurassic World ในจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 และวางแผนต่อยอดจัดทำ Media FAM Trip 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2568 เพื่อสำรวจและประชาสัมพันธ์เส้นทางกระบี่และเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางบินใหม่ กรุงอาบูดาบี – เชียงใหม่ ที่จะเริ่มบินในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 โดยใช้เครื่อง A321LR จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ และ อาทิตย์) 

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางถือเป็นตลาดศักยภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 948,513 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9  มีจำนวนวันพักเฉลี่ย 10.47 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปเป็นจำนวนเงิน 100,612 บาท/คน/ทริป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

'หมอยง' วิจารณ์ระบบการศึกษา - วิชาชีพในไทย ชี้!! 'ยังนับถือกระดาษ' มากกว่าความสามารถ

(10 ต.ค. 68) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Yong Poovorawan' ระบุว่า “ประเทศไทยยังนับถือกระดาษ” 

ผมไม่แปลกเลยว่าทำไมประเทศไทยสมัครเข้าสู่ ประเทศ OECD (The Organization for Economic Co-operation and Development) แล้วยังไม่ได้ เพราะประเทศไทยยังนับถือกระดาษ ไม่ได้ดูความสามารถของบุคคล

ทำไมทุกคนจึงไขว่คว้าหากระดาษ เรามีปริญญาเอกที่มีกระดาษมากมาย จึงไม่แปลกเพราะทุกคนต้องการ

ผมเอาเรื่องนี้มาเพราะว่า ผมเองเป็นที่ปรึกษาปริญญาเอก ปริญญาโท และมีลูกศิษย์ จบปริญญาเอกมากกว่า 30 คน จนลูกศิษย์ได้เป็นศาสตราจารย์แล้วก็มี และเป็นที่ปรึกษารวมทั้งที่ปรึกษาร่วม มากกว่า 50 คน ไม่นับปริญญาโทนะครับ ที่รับมาตั้งแต่ปี 2540 

ผมเองไม่เคยได้ปริญญาเอก จบ แพทย์ศาสตร์บัณฑิต และจบวิชาชีพทางกุมารเวชศาสตร์ ไปต่อที่ประเทศอังกฤษ ก็ไม่สนใจที่จะเอากระดาษ เพราะถ้าเอากระดาษจะต้องเสียปีละ 7,000 ปอนด์ 

เป็นศาสตราจารย์ สอนมากว่า 40 ปี แต่วันดีคืนดี ในปีนี้ผมรับนิสิตปริญญาเอก ทางหลักสูตรบอกว่าผมไม่สามารถที่จะเป็นที่ปรึกษาปริญญาเอกได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่ารับไม่ได้นั่นเอง เพราะไม่ได้จบปริญญาเอก ไม่มีกระดาษ จึงรับลูกศิษย์ปริญญาเอกไม่ได้ ผมก็แปลกใจว่าที่รับมาแล้วเป็นโมฆะไหม ทางหลักสูตรบอกว่าด้วยกฎเกณฑ์ของกระทรวง คนที่จะรับเป็นที่ปรึกษาปริญญาเอกได้ จะต้องจบปริญญาเอก ผมเองก็บอกว่าไม่เช่นนั้น ผมก็เอาปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต มาให้แทน เป็นกระดาษปริญญาเอก เรื่องจึงผ่าน และยอมได้ เพราะกระดาษใบเดียว 

ผมไม่มีกระดาษ ที่จะบอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ และก็ไม่เคยสนใจกระดาษเลย 

ช่วยกันบอกไปถึงผู้ใหญ่ ให้ที กฎเกณฑ์ก็คือกฎเกณฑ์ แต่ผู้ออกกฎเกณฑ์ผมไม่รู้ว่ามีจุดมุ่งหมายอะไร ถ้าผมไม่มีความสามารถ ผมคงไม่รับลูกศิษย์และมีลูกศิษย์ปริญญาเอกจบมากกว่า 30 คน โดยที่ไม่มีกระดาษปริญญาเอกแม้แต่ใบเดียว  

ผมจึงไม่แปลกใจ ว่าทำไมประเทศไทยจึงสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ได้ และจนถึงวันนี้ทุกคนแย่งกันเรียนปริญญาเอก เพื่อให้ได้กระดาษมา เราจึงไม่มีวิชาชีพที่มั่นคง สายอาชีวะคงไม่มีใครอยากเรียน เปรียบเสมือนเป็นสายอาชีพ ทุกคนอยากมีกระดาษเพื่อเป็นวิศวกรกันหมด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top