Thursday, 4 June 2026
TODAY SPECIAL

13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี “วันรักนกเงือก’ ชวนคนไทยปกป้อง ‘ผู้ปลูกป่า’ ก่อนผืนป่าจะเงียบถาวร ความรักสื่อถึงความรับผิดชอบ

(13 ก.พ. 69) วันรักนกเงือก ตรงกับ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักและปกป้องนกเงือก "ชาวป่าปากใหญ่" ที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศและเป็นสัญลักษณ์ของความรักในธรรมชาติไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันรักนกเงือกจัดขึ้นก่อนวันวาเลนไทน์หนึ่งวัน เพื่อใช้ความรักเป็นสะพานเชื่อมการอนุรักษ์ นำโดย 'มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก' และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยกิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี

นกเงือกไม่ใช่เพียงนกสวยงาม แต่เป็น "ช่างปลูกป่า" ที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ ยกระดับความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าไทยซึ่งมีนกเงือกถึง 13 ชนิด การล่าสัตว์ การค้า และการทำลายป่า เป็นภัยคุกคามทำให้นกเงือกต้องการการช่วยเหลือ

วันรักนกเงือกจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ จัดนิทรรศการ และแคมเปญชวนให้ทุกคนปกป้องนกเงือกตามวิถีที่ถูกต้อง ไม่รบกวนธรรมชาติ

"รักนกเงือกไม่จำเป็นต้องให้อาหาร แต่เริ่มจากการสนับสนุนงานวิจัย ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ และร่วมรักษาป่า" เพราะ "นกเงือกอยู่ได้ = ป่าอยู่ได้" ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของคนในระยะยาว

ที่มา : https://www.tei.or.th/th/infographic_detail.php?eid=2093

12 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันรำลึกวันเกิดของ 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' นักธรรมชาติวิทยาผู้เสนอแนวคิดวิวัฒนาการใหม่ ฉลองวิทยาศาสตร์หลักฐานชัด กระตุ้นคิดเชิงวิทยาศาสตร์

(12 ก.พ. 69) วันที่ 12 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ "Darwin Day" วันรำลึกวันเกิดของ 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' นักธรรมชาติวิทยาผู้เสนอแนวคิดวิวัฒนาการโดยการคัดเลือกโดยธรรมชาติ สร้างรากฐานสำคัญให้ชีววิทยาสมัยใหม่และเน้นการยึดหลักฐานแทนความเชื่อเดิม ๆ

ตาม International Darwin Day Foundation วันนี้ไม่ได้เฉลิมฉลองแค่ตัวดาร์วินเท่านั้น แต่ยังเน้นวิทยาศาสตร์และมนุษยธรรมที่ส่งเสริม "ความกล้าทางปัญญา ความใฝ่รู้อย่างไม่สิ้นสุด และการคิดแบบวิทยาศาสตร์" เพื่อเน้นการขับเคลื่อนสังคมด้วยเหตุผลและหลักฐาน

ในยุคข้อมูลข่าวสารที่มีทั้งข่าวลวงและข้อมูลเทียมมากมาย เว็บไซต์นี้ตั้งคำถามสำคัญว่า "เราตัดสินเรื่องใหญ่ ๆ ด้วยหลักฐานมากพอหรือยัง" โดยผลงานดาร์วินช่วยเสริมความเข้าใจว่า ความเหมือนและความต่างของสิ่งมีชีวิตเกิดจากกระบวนการธรรมชาติไม่ใช่เหตุบังเอิญ

กิจกรรม "Darwin Day" จัดขึ้นทั่วโลก เช่น นิทรรศการ บรรยาย เวิร์กช็อป STEM และกิจกรรมธรรมชาติ ซึ่งชวนให้สังคมเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคิดอย่างมีเหตุผล เหตุผลเหล่านี้ทำให้วันสำคัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนยอมรับความจริงเมื่อหลักฐานชัดเจนและกล้าจะตั้งคำถาม

ที่มา : https://www.britannica.com/biography/Charles-Darwin?utm_

11 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็น "วันเสื้อยืดขาว" รำลึกการประท้วงจ้างงานไม่เป็นธรรม จุดเปลี่ยนสิทธิแรงงานยานยนต์สหรัฐฯ สู่การยอมรับสหภาพอย่างเป็นรูปธรรม

(11 ก.พ. 69) ทุกวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถือเป็น "วันเสื้อยืดขาว" ที่ได้รับการยกย่องในเครือข่ายสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ความสำเร็จของแรงงานในการประท้วงที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 1937

เหตุการณ์สำคัญนี้คือ "การประท้วงแบบนั่งยึดโรงงาน" (Flint Sit-Down Strike) ซึ่งแรงงานได้เข้าไปหยุดงานภายในโรงงาน General Motors (GM) เป็นเวลา 44 วัน จนผู้บริหารต้องยอมรับสหภาพแรงงาน UAW เป็นตัวแทนเจรจาอย่างเป็นทางการ เนื่องในประเด็นสิทธิ การต่อรองค่าจ้างและสวัสดิการ

"เสื้อขาว" กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สะท้อนความเท่าเทียมระหว่างแรงงานและฝ่ายผู้บริหาร โดยแรงงานสวมใส่เสื้อสีขาวในวันดังกล่าวเพื่อประกาศศักดิ์ศรีและแสดงว่าที่นั่งเจรจาไม่ได้เป็นของ "แจกฟรี" แต่เป็นผลจากการต่อสู้จริง

ปัจจุบัน กลุ่มสหภาพแรงงานยังจัดกิจกรรม "วันเสื้อยืดขาว" เพื่อย้ำเตือนคุณค่าของการรวมตัวและสิทธิแรงงานในยุคปัจจุบัน ตอกย้ำว่าแรงงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกติกาสังคมและเศรษฐกิจ

วันเสื้อยืดขาวจึงเป็นวันเตือนความจำว่า "สิทธิแรงงานเกิดจากการต่อรองและเสียสละ" และการรวมตัวสามารถเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ต้องเคารพศักดิ์ศรีแรงงานเป็นฐานความเป็นธรรม

ที่มา : https://www.nationaldaycalendar.com/national-day/national-white-shirt-day-white-t-shirt-day-february-11

10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันอาสารักษาดินแดน หน่วยพลเรือนอาสาผู้เสียสละเพื่อบ้านเมือง ย้ำบทบาท อส. เสาหลักความสงบระดับท้องถิ่น เชิดชูผู้ปิดทองหลังพระ

(10 ก.พ. 69) วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันอาสารักษาดินแดน" เพื่อสดุดีกำลังพลอาสาในกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ถือเป็นเสาหลักความมั่นคงในระดับพื้นที่ของประเทศ โดย อส. ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย สนับสนุนงานฝ่ายปกครอง และช่วยเหลือประชาชนในเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ

วันอาสารักษาดินแดนที่กำหนดขึ้น ผูกอยู่บนพื้นฐานของพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 ซึ่งวางโครงสร้างให้ อส. อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย มีทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อทำภารกิจสนับสนุนความมั่นคงและการปกครองในพื้นที่ท้องถิ่น

ภารกิจของ อส. ไม่ใช่เพียงกำลังเสริมทั่วไป แต่เป็นกลไกที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในสถานการณ์หลากหลาย รวมถึงการรักษาความสงบในพื้นที่ การรักษาสถานที่สำคัญ สนับสนุนความปลอดภัยด้านการคมนาคม และช่วยเหลือประชาชนเวลาประสบภัย "ความมั่นคง" จึงหมายถึงการมีคนทำงานจริงในชุมชน

กฎหมายกำหนดคุณสมบัติของสมาชิก อส. อย่างชัดเจน ต้องมีสัญชาติไทย อยู่ในช่วงอายุและสุขภาพที่เหมาะสม พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยมีข้อจำกัดไม่ให้ซ้อนทับกับกำลังประจำการอื่น

วันอาสารักษาดินแดนจึงเป็นวันสำคัญที่สะท้อนความร่วมมือเชิงเครือข่ายระหว่างรัฐกับประชาชน เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมย้ำว่า "ความปลอดภัยของประชาชน" ต้องอาศัยคนทำงานที่รู้จักพื้นที่และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เสมอ

ที่มา : https://www.myhora.com/calendar/important-day.aspx?23

9 กุมภาพันธ์ 2545 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานชื่อโดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Suvarnabhumi Airport’

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานชื่อและความหมายโดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Suvarnabhumi Airport' และให้ความหมายว่า 'แผ่นดินทอง' หรือ 'Golden Land'

สนามบินสุวรรณภูมิมีจุดเริ่มต้นจากการซื้อที่ดินหนองน้ำ 20,000 ไร่บริเวณหนองงูเห่า จังหวัดสมุทรปราการในปี พ.ศ. 2516 โดยรัฐบาลทหารของ จอมพลถนอม กิตติขจร เพื่อสร้างสนามบินแห่งใหม่

หลังจากนั้นเกือบ 30 ปี รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เห็นความสำคัญของสนามบินที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว จึงประกาศให้การก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวาระแห่งชาติ และเร่งก่อสร้างตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2545

สนามบินเปิดทดลองใช้ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 โดยมีสายการบินภายในประเทศหกสายการบินร่วมทดลองใช้งาน มีผู้โดยสาร 4,800 คนจาก 24 เที่ยวบิน ในวันนั้น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เดินทางจากสนามบินดอนเมืองมายังสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกล่าวว่า "สนามบินแห่งนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความก้าวหน้าของประเทศ"

8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้งใหญ่และประชามติพร้อมกันทั่วประเทศ ประชาชนเลือก ส.ส. และลงประชามติ ถามความเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างการเมืองครั้งสำคัญ

(8 ก.พ. 69) ประเทศไทยเดินเข้าสู่ "วันชี้ชะตา 2 บัตร" คือวันที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือก ส.ส. พร้อมกับ การออกเสียงประชามติถามความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกันทั่วประเทศ โดยเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ตามประกาศของ กกต.

การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. เกิดขึ้นหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 และ กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งเป็น 8 ก.พ. เพื่อให้ประเทศเข้าสู่โหมดเลือกตั้งโดยรัฐบาลรักษาการ พร้อมมีการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. เฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. ขณะที่ประชามติไม่มีวันลงคะแนนล่วงหน้า เนื่องจากต้องเลือกพร้อมกันทั่วประเทศ

คำถามประชามติถามตรงประเด็นว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" การจัดให้วันลงประชามติชนกับวันเลือกตั้งมีเหตุผลสำคัญเพื่อประหยัดงบประมาณและทรัพยากร ใช้ระบบคูหาและบุคลากรร่วมกัน ส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจเรื่อง "ตัวคน" และ "กติกา" พร้อมกันในวันเดียว

เกมการเมืองคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากลำพัง อาจต้องมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม ขณะที่ประชามติเป็นสนามสะท้อนความต้องการของฝ่ายปรับเปลี่ยนกติกาการเมืองและฝ่ายอนุรักษนิยมที่กังวลผลกระทบด้านเสถียรภาพ

บรรยากาศการเมืองรอบนี้มีความระมัดระวังมากขึ้น พรรคที่เกี่ยวข้องลดโทนร้อนแรงประเด็นบางเรื่องเพื่อลดความขัดแย้ง โดยรวมแล้ว 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่แค่วันเลือก ส.ส. แต่เป็นวันวัดใจอนาคตของประเทศและทิศทางการเมืองในระยะยาว

ที่มา : https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/457218?utm_source=chatgpt.com

7 กุมภาพันธ์ 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิด "เขื่อนเจ้าพระยา" เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ถือเป็นวันสำคัญของวงการชลประทานไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิด "เขื่อนเจ้าพระยา" อย่างเป็นทางการในจังหวัดชัยนาท ซึ่งเขื่อนนี้นับเป็นเขื่อนทดน้ำและผันน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศ

"เขื่อนเจ้าพระยา" ตั้งอยู่บริเวณคุ้งบางกระเบียน อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ทำหน้าที่ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนผันเข้าสู่ระบบชลประทาน พร้อมช่องระบายน้ำ 16 ช่องที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการน้ำทั้งเหนือและท้ายเขื่อน โดยมีความยาว 237.5 เมตร และสูง 16.5 เมตร

เขื่อนแห่งนี้ไม่เพียงแค่เป็นสิ่งก่อสร้างริมแม่น้ำ แต่ยังทำหน้าที่เหมือนวาล์วหลักที่ช่วยกระจายน้ำไปยังระบบชลประทานขนาดใหญ่ของภาคกลาง ลดการพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และช่วยเพิ่มความมั่นคงทางน้ำให้พื้นที่เกษตรหลายล้านไร่ในภูมิภาคนี้

วันที่เปิดเขื่อนเจ้าพระยาเป็นสัญลักษณ์ของการวางระบบจัดการน้ำสมัยใหม่ในประเทศไทย เพื่อหนุนเศรษฐกิจฐานรากผ่านเกษตรกรรม และทำให้ลุ่มเจ้าพระยาเป็นจุดสำคัญของการผลิตและพัฒนาประเทศในยุคต่อมาในภาพรวม

ที่มา : https://www.egat.co.th/home/en/chao-phraya-rohpp/?utm

6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี กำหนดให้เป็น "วันมวยไทย" เทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระเจ้าเสือ” พระบิดาแห่งมวยไทย เชิดชูศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ มรดกภูมิปัญญาไทย

(6 ก.พ. 69) วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น "วันมวยไทย" เพื่อเชิดชูมวยไทยในฐานะศิลปะการต่อสู้และมรดกภูมิปัญญาประจำชาติ มุ่งส่งเสริมและอนุรักษ์สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมผลักดันสู่เวทีโลกผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยมีพื้นที่สำคัญอย่างพระนครศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางกิจกรรม

วันที่เลือกคือวันที่สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ "พระเจ้าเสือ" กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น "พระบิดาแห่งมวยไทย" เพราะพระปรีชาสามารถด้านศิลปะมวยไทยที่โดดเด่น

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันมวยไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันความเป็นเอกลักษณ์และการสืบสานวัฒนธรรมนี้ กระทรวงวัฒนธรรมและกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ขึ้นทะเบียนมวยไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติในสาขากีฬาภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย

กิจกรรมหลักในวันมวยไทยได้แก่พิธีไหว้ครูและครอบครูมวยไทยเพื่อรำลึกถึงครูบาอาจารย์ การสาธิตแม่ไม้มวยไทยและมวยโบราณ รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้ต่าง ๆ พร้อมการดึงนักมวยและผู้สนใจจากต่างประเทศร่วมงานเป็นอีกหนึ่งมิติของซอฟต์พาวเวอร์

แม้จะมีอีกวันที่ถูกพูดถึงคือวันที่ 17 มีนาคม ในฐานะ "วันนักมวย/วันมวยไทย" ที่เชื่อมโยงกับตำนานนายขนมต้ม แต่ความเป็นทางการและการเชิดชูศิลปะมวยไทยประจำชาติอยู่ที่วันที่ 6 กุมภาพันธ์

ที่มา :https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1111861

5 กุมภาพันธ์ 2404 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง 'ถนนเจริญกรุง' เป็นถนนสายแรกของกรุงเทพฯ กลายเป็นสัญลักษณ์เมืองถนนทันสมัย

ถนนเจริญกรุง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ พัฒนาจากเมืองคลองสู่เมืองถนน โดยเริ่มสร้างในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404 ภายใต้พระราชดำริของรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นถนนสายแรกของเมืองหลวงที่สร้างขึ้นเพื่อใช้สัญจรภายในใจกลางเมืองและเปิดใช้งานในปี 2407

ต้นเหตุสำคัญมาจากคำร้องของชาวต่างชาติที่ต้องการถนนเพื่อเดินทางและใช้ชีวิตแบบเมืองสมัยใหม่ โดยมีวิศวกรชาวต่างชาติ 'เฮนรี อลาบาสเตอร์' รับผิดชอบสำรวจและเขียนแบบ ขณะที่การก่อสร้างควบคุมดูแลด้วยขุนนางชั้นสูง เช่น 'เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์' และ 'เจ้าพระยายมราช'

ถนนเจริญกรุงสร้างแบบสมัยใหม่ด้วยการถมดินและอัดทราย ปูพื้นผิวด้วยอิฐ และแบ่งผิวการจราจรเป็นสองแนว ซึ่งสะท้อนถึงการเริ่มใช้แนวคิดโยธาใหม่ในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันในช่วงแรกมีคนใช้ถนนไม่มากจนเกิดความกังวลเรื่องถนนชำรุดและหญ้ารก รัชกาลที่ 4 จึงโปรดให้ระดมทุนซ่อมแซมก่อนที่ถนนนี้จะกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจหลักในภายหลัง

การสร้างถนนเจริญกรุงจึงไม่เพียงแต่เป็นการทำถนนใหม่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเมืองทันสมัย เปิดทางให้การคมนาคม การค้า และการขยายตัวของชุมชนพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน "ถนนเจริญกรุง" จึงยังคงมีชีวิตและความสำคัญในกรุงเทพฯ มาจนถึงยุคนี้

ที่มา : https://culture.ssru.ac.th/th/news/view/new243

30 มกราคม 2491 มหาตมะ คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งอินเดีย ถูก ‘ปลิดชีพ’ ด้วยปลายกระบอกปืนจากผู้คลั่งศาสนา หลังสู้เพื่อสันติ จุดเริ่มต้นสัตยาเคราะห์ในแอฟริกา มรดกอหิงสาสู่โลกสมัยใหม่

มหาตมะ คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณและนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพของอินเดีย ถูกลอบยิงเสียชีวิตในเย็นวันเดียวกันที่สนามหญ้าในอินเดีย โดยนายนาถูราม โคทเส ชาวฮินดูผู้ไม่ต้องการเห็นความสมานฉันท์ระหว่างฮินดูและมุสลิม ใช้อาวุธปืนยิงสามนัดจนคานธีล้มลงพร้อมเสียงสุดท้ายว่า "ราม" ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเชิงศาสนาและสื่อถึงความสงบในบั้นปลายชีวิตของเขา

คานธีเป็นที่รู้จักจากการเรียกร้องเอกราชอินเดียผ่านวิธี "สัตยาเคราะห์" ซึ่งเน้นความไม่ใช้ความรุนแรง จุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ในแอฟริกาใต้ในปี 1893 เมื่อเขาถูกบังคับให้ออกจากรถไฟชั้นหนึ่งเพราะผิวสี การต่อสู้ของเขาคือการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเสมอภาคของชาวอินเดียและชาวผิวสีทุกคน

เขาเริ่มจัดตั้งขบวนการอพยพและประท้วงกฎหมายที่กดขี่ชาวอินเดียและผิวสีในแอฟริกาใต้ แม้จะถูกจับและถูกเฆี่ยนตีหลายครั้ง แต่คานธีก็ยอมรับทุกอย่างด้วยความสงบและรอยยิ้ม "สัตยาเคราะห์" ซึ่งหมายถึง "ความจริงและความรักที่ผนึกเข้าเป็นพลัง" เป็นหลักการสำคัญที่ต่อมาใช้ในการต่อสู้เพื่อเอกราชอินเดีย และกลายเป็นแบบอย่างของอหิงสาในระดับโลก

มรดกของคานธียังคงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพทั่วโลกและเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังของความรักและความจริงในการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยวิถีทางสันติ

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_26855


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top