Friday, 5 June 2026
TODAY SPECIAL

2 ตุลาคม พ.ศ. 2509 ในหลวง ร.๙ เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐออสเตรีย ครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ สร้างมิตรภาพยั่งยืน

วันนี้ในอดีต 2 ตุลาคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐออสเตรีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนครั้งที่สอง หลังจากในทศวรรษ 2500 พระองค์ได้ทรงเริ่มภารกิจเสด็จเยือนนานาประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นกับนานาชาติ

ความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรียนับว่ามีความใกล้ชิดและเป็นมิตรภาพที่ยาวนาน ไฮไลต์สำคัญของการเยือนเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2507 เมื่อพระราชนิพนธ์เพลงของพระองค์ อาทิ Kinari Suite, Falling Rain, Love at Sundown, March Rajanavikayothin และ March Rajavallop ได้รับการบรรเลงโดยวง N.O. Tonkunstier Orchestra ที่กรุงเวียนนา และถ่ายทอดสดทางวิทยุไปทั่วประเทศ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้ฟัง ทั้งยังมีการบรรเลงผลงานของโยฮัน สตรอสส์เหมือนที่เคยจัดถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนเวียนนาในปี 2440 อีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2507 สถาบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา (Institute of Music and Arts of Vienna) ได้ถวายเกียรติคุณสมาชิกกิตติมศักดิ์ลำดับที่ 23 แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งนับเป็นพระมหากษัตริย์เอเชียพระองค์แรกที่ได้รับการยกย่องในฐานะนักประพันธ์เพลงระดับนานาชาติ

การเสด็จฯ เยือนออสเตรียของรัชกาลที่ 9 จึงไม่เพียงสะท้อนพระราชภารกิจด้านการทูต แต่ยังเป็นการเผยแพร่พระปรีชาด้านดนตรีไปทั่วโลก สร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชมในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทพระองค์ในฐานะผู้นำที่ทรงทั้งวิสัยทัศน์และพรสวรรค์รอบด้าน

1 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ครบรอบ 1 ปี ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา บนถนนวิภาวดีรังสิต คร่าชีวิตนักเรียน-ครู 23 ศพ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เกิดโศกนาฏกรรมบนถนนใหญ่ของไทย เมื่อรถบัสนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ประสบอุบัติเหตุจนตัวรถเกิดไฟไหม้ขณะเดินทางอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต เขตลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตนักเรียน 20 คน และครูอีก 3 คน รวมผู้เสียชีวิต 23 ราย และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย

รถบัสคันดังกล่าวเป็นรถหนึ่งในขบวนทัศนศึกษาที่จะพาเด็ก ๆ เดินทางไปยังวัดพระศรีสรรเพชญ์ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ แต่ระหว่างการเดินทางรถเกิดเฉี่ยวชนแบริเออร์กลางถนนก่อนลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้น้องๆ นักเรียนและคุณครูผู้ที่อยู่บนรถรวม 46 คน หลายคนติดอยู่ภายในและไม่สามารถหนีออกมาได้

การสอบสวนภายหลังพบว่าตัวรถมีการดัดแปลงและติดตั้งถังแก๊ส CNG เกินมาตรฐาน ประกอบกับสภาพการใช้งานที่ยาวนานกว่า 50 ปี ทำให้เกิดคำถามต่อมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารในไทย 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับศพและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมมีการเยียวยาจากรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ขณะที่ผู้นำทางการเมืองและสังคมร่วมไว้อาลัยและเรียกร้องให้ปฏิรูปมาตรฐานรถโดยสารนักเรียน

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนของไทย แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

30 กันยายน พ.ศ. 2558 กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิด 'สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์'

ครบรอบ 10 ปี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด 'สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์' (สะพานนนทบุรี 1) ซึ่งก่อสร้างตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานพระนั่งเกล้ากับสะพานพระราม 5 โดยสะพานมีรูปแบบโครงสร้างเป็นลักษณะสะพานคานขึง (Extardosed Prestressed Conctete Bridge) เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรของประชาชน และเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมให้เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบและเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อสะพานแห่งนี้ว่า “สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์” อันมีความหมายถึงสะพานที่เป็นอนุสรณ์ถึงพระบาทสมเด็จพระปรมาทิวรเสฏฐมหาเจษฎาบดินทรฯพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสะพานฯตั้งอยู่ใกล้กับวัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระอัยกา พระอัยกี และสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระราชชนนีของพระองค์ ด้วยบริเวณดังกล่าวเป็นนิวาสสถานเดิมของพระอัยกา พระอัยกี และเป็นที่ประสูติของพระราชชนนีของพระองค์

29 กันยายน พ.ศ. 2562 ประธานาธิบดีจีน ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์ แด่กรมสมเด็จพระเทพฯ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง

วันนี้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ 'รัฐมิตราภรณ์' จากรัฐบาลจีน เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นผู้ถวาย ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงมิตรภาพและความร่วมมือที่ทรงมีให้กับจีนมาอย่างยาวนาน

28 กันยายน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็น ‘ธงชาติไทย’

วันนี้ เมื่อ 108 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 โดยให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เนื่องจากในสมัยนั้นไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งส่วนใหญ่ธงจะมีสามสี ธงชาติไทยในสมัยนั้นจึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดความกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ และเรียกธงนี้ว่า ‘ธงไตรรงค์’ 

ทั้งนี้ ทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร

จากนั้นคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายน ของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นวันแรก โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์ เป็น ‘ธงชาติไทย’ และถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลก ที่มีวันธงชาติอีกด้วย

27 กันยายน พ.ศ. 2448 กำเนิดสมการก้องโลก ‘E=mc2’ เป็นครั้งแรก จากมันสมองอันปราดเปรื่องของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’

27 กันยายน ค.ศ. 1905 (พ.ศ. 2448) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เผยแพร่บทความเรื่อง ‘Does the Inertia of a Body Depend Upon Its Energy Content ?’ (จริงหรือไม่ที่ความเฉื่อยขึ้นอยู่กับพลังงานภายในของวัตถุ) เป็นครั้งแรก ซึ่งได้นำเสนอสมการก้องโลก E=mc2 สมการนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน อธิบายได้ว่า เมื่อให้พลังงานกับมวลเพื่อให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น มวลนั้นก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย จากทฤษฎีนี้ทำให้นำสู่ผลที่ว่าไม่มีอะไรเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง หลักการนี้จึงเป็นหลักการเบื้องต้นของ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป’ (theory of relativity) 

แม้ว่าไอน์สไตน์จะใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือน ในการสร้างผลงานปฏิวัติโลกด้วยผลงานเด่น ๆ 3 ผลงานในปีนี้ คือ ‘ปรากฏการณ์โฟโตอิเลกตริก’ (Photoelectric Effect) / ‘การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน’ (Brownian Motion) และ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ’ (special relativity) แต่โลกต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษเพื่อทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในผลงานเหล่านี้ 

ต่อมาได้มีการประกาศให้ปี 2448 เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์และในปี 2548 วงการวิทยาศาสตร์โลกได้ประกาศให้เป็น ‘ปีฟิสิกส์โลก’ (World Year of Physics 2005) และมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษปีมหัศจรรย์ไอน์สไตน์

26 กันยายน พ.ศ. 2534 ในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ แด่ สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น

วันนี้ เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น พระราชอาคันตุกะ และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์หมู่ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ  กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ร่วมฉายพระบรมฉายาลักษณ์หมู่ด้วย

25 กันยายน พ.ศ. 2515 รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พิธีเปิด “ค่ายศรีนครินทรา” ที่ตั้งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8

วันนี้ เมื่อ 53ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนิน พิธีเปิดค่ายศรีนครินทรา  และทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายค่าย "ศรีนครินทรา" อันเป็นที่ตั้งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8 (ตชด.42) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

24 กันยายน พ.ศ. 2472 วันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

วันนี้ เมื่อ 96 ปีก่อน เป็นวัน วันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" และได้ขนานนามวันอันเป็นที่ระลึกสำคัญนี้ว่า "วันมหิดล"

23 กันยายน พ.ศ. 2521 ในหลวง ร. 10 ทรงเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลการกุศล ทีมรวมทหาร-ตำรวจ ระดมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันนี้เมื่อ 47 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลการกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยอยู่ในทีมรวมทหาร-ตำรวจ พบกับทีมฟุตบอลการกุศลรักเมืองไทย ณ สนามกีฬา ศุภชลาศัย เพื่อนำรายได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2521 

จากการแข่งขันในครั้งนั้น ได้รับการบริจาคกว่า 1 ล้านบาท และสามารถนำไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

เมื่อเดือนกันยายน  2521  ได้เกิดอุทกภัยอย่างหนักที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  สร้างความทุกข์ยากแสนสาหัสแก่ประชาชนในพื้นที่  ประชาชนทั่วไปทุกหมู่เหล่าทั่วทั้งประเทศ จึงร่วมกันระดมให้ความช่วยเหลือขณะเดียวกัน บุคคลกลุ่มหนึ่งนำโดย  นายชัยรัตน์ คำนวณ  ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมฟุตบอล  “รักเมืองไทย”  ขึ้นประกอบด้วย  อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ  พ่อค้า นายธนาคาร  นักธุรกิจ  ข้าราชการ และนักการเมือง  เพื่อจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลการกุศล นำรายได้ไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยครั้งนี้ คณะผู้ก่อตั้งได้เข้าพบ  ฯพณฯ พลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์  นายกรัฐมนตรี  ในขณะนั้นได้รับคำแนะนำให้จัดแข่งขันกับทีมรวมทหาร-ตำรวจ  จึงได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นที่สนามกีฬา ศุภชลาศัยใน  23  กันยายน  2521  ซึ่งต่อมาได้ถือเป็นวันสถาปนา “มูลนิธิรักเมืองไทย” อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top