Saturday, 6 June 2026
TODAY SPECIAL

3 กันยายน พ.ศ. 2505 ย้อนเรื่องราว "ความไม่โกรธ" ของ ในหลวง ร. 9 เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนประเทศออสเตรเลีย

วันนี้ เมื่อ 63 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยเมลเบิร์นลบหลู่พระเกียรติ แต่พระองค์ก็เปี่ยมไปด้วยพระราชธรรม " อกฺโกธํ " คือ กริยาที่ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ พร้อมแสดงพระอัจฉริยภาพในการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม

ย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน พุทธศักราช 2505 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถูกท้าทายจากนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีความคิดรุนแรง ไม่เข้าใจพระองค์และเมืองไทยเป็นอย่างดี โดยบ้างก็ถือป้ายที่มีข้อความกล่าวร้ายต่อพระองค์ท่าน บ้างก็ส่งเสียงโห่ปนฮาลบหลู่พระเกียรติ และเกียรติภูมิของชาติไทยอย่างแรง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งร่วมเสด็จฯ ด้วยในครั้งนั้น ได้ทรงบรรยายภาพไว้ในบทพระราชนิพนธ์ "ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ" ตอนหนึ่ง ระบุว่า

"... ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาที่พระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ไปพระราชทานพระราชดำรัสที่เครื่องขยายเสียงกลางเวที ยังไม่ทันจะอะไร ก็มีเสียงโห่ปนฮาดังขึ้นมาจากกลุ่มปัญญาชนข้างนอกอีกแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามือเย็นเฉียบ หัวใจหวิว ๆ อย่างไรพิกล รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะมองขึ้นดูพระพักตร์ท่านด้วยความสงสารและเห็นพระทัย ในที่สุดก็ฝืนใจมองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั่นเองแหละที่เป็นผู้ได้กำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะที่ทรงพระดำเนินไปยืนกลางเวทีเห็นพระพักตร์สงบเฉย ทันใดนั้นเองคนที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดก็ปรบมือเสียงสนั่นหวั่นไหวคล้ายจะถวายกำลังพระทัยท่าน

พอเสียงปรบมือเงียบลง คราวนี้ข้าพเจ้ามองขึ้นไปบนเวทีอีกก็เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงเอะอะอยู่ข้างนอกอย่างงดงาม และน่าดูที่สุด พระพักตร์ยิ้มนิด ๆ พระเนตรมีแววเยาะหน่อย ๆ แต่พระสุรเสียงราบเรียบยิ่งนัก

"ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมาก ในการต้อนรับอันอบอุ่นและสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่าน"

รับสั่งเพียงเท่านั้นเอง แล้วก็หันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในหอประชุม ตอนนี้ข้าพเจ้าอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ด้วยความสะใจ เพราะเสียงฮานั้นเงียบลงทันทีราวกับปิดสวิทช์ แล้วตั้งแต่นั้นก็ไม่มีอะไรเลย ทุกคนข้างนอกข้างในต่างนั่งฟังพระราชดำรัสเฉยท่าทางดูขบคิด ข้าพเจ้าเห็นว่าพระราชดำรัสวันนั้นดีมาก รับสั่งสดๆ โดยไม่ทรงใช้กระดาษเลย

ทรงเล่าถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยเราว่า เรามีเอกราช มีภาษาของตนเอง มีตัวหนังสือซึ่งคิดค้นขึ้นใช้เอง เราตั้งบทกฎหมายการปกครองของเราเอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมา 700 ปีกว่ามาแล้ว ตอนนี้ข้าพเจ้าขำแทบแย่ เพราะหลังจากรับสั่งว่า 700 ปีกว่ามาแล้ว ทรงทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก ทรงสะดุ้งนิด ๆ และทรงโค้งพระองค์อย่างสุภาพ เมื่อตรัสว่า ขอโทษลืมไป ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลย

แล้วทรงเล่าต่อไปว่า แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยเรามีน้ำใจกว้างขวาง พร้อมที่จะให้โอกาสคนอื่นและฟังความเห็นของเขา เพราะเรามักใช้ปัญญาขบคิดไตร่ตรองหาเหตุผลก่อนจึงจะตัดสินว่าสิ่งไรเป็นอย่างไร ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าตัดสินอะไรตามใจชอบ โดยไม่ใช้เหตุผล ..."

ทั้งนี้ผลจากการแสดงพระอัจฉริยภาพอย่างสูงในสถานการณ์ดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเสร็จพิธีแล้ว ผู้ร่วมพิธีต่างเข้ามากราบบังคมทูลสรรเสริญถึงพระราชดำรัสนั้น และสำหรับกลุ่มนักศึกษาที่มีปฏิกิริยาเหล่านั้น ต่างก็มีอากัปกิริยาเปลี่ยนไปหมด บ้างก็มีสีหน้าเฉย ๆ เจื่อน ๆ ดูหลบพระเนตร ไม่มีการมองดูพระองค์อย่างประหลาดอีก แต่บางพวกก็มีน้ำใจเป็นนักกีฬาพอที่จะยิ้มแย้มแจ่มใส โบกมือและปรบมือให้แก่ทั้งสองพระองค์ตลอดทางจนถึงที่รถพระที่นั่งจอดอยู่

2 กันยายน พ.ศ. 2488 ‘ญี่ปุ่น’ ลงนามยอมจำนน บนเรือรบมิสซูรี ปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ

มาโมรุ ชิเงมิตซึ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (ในขณะนั้น) ในนามของพระจักรพรรดิลงนามในเอกสารยอมจำนน เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ

ในวันที่ 2 กันยายน 1945 (พ.ศ. 2488) มาโมรุ ชิเงมิตซึ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (ในขณะนั้น) ในนามของพระจักรพรรดิลงนามในเอกสารยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อกลุ่มสัมพันธมิตรเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดลงของ สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ

การลงนามมีขึ้นบนเรือรบมิสซูรีของกองทัพสหรัฐฯ ที่ลอยลำอยู่เหนืออ่าวโตเกียว โดยพิธีลงนามใช้เวลาเพียง 20 นาที เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงนามทั้งสิ้น 12 รายชื่อ

แม้ฝ่ายทหารจะต่อต้านการยอมจำนนจนถึงวินาทีสุดท้าย แต่ด้วยความเสียหายของญี่ปุ่นหลังโดนโจมตีด้วยระเบิดปรมาณูติดๆ กันสองลูกในฮิโรชิมา และนางาซากิ ประกอบกับโซเวียต ยังประกาศสงครามกับญี่ปุ่นในช่วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้กลุ่มการเมืองภายในญี่ปุ่นต้องการยุติสงครามในครั้งนั้น 

ก่อนหน้านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นออกแถลงการณ์เห็นด้วยที่จะยอมรับเงื่อนไขการยอมจำนนตามคำประกาศแห่งปอตสดัม (Potsdam Declaration) ในวันที่ 10 สิงหาคม ตามมาด้วยการประกาศยอมแพ้สงครามของพระจักรพรรดิผ่านวิทยุกระจายเสียงในวันที่ 15 สิงหาคม ก่อนที่ญี่ปุ่นจะลงนามในเอกสารยอมจำนนอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายนปีเดียวกัน

1 กันยายน ของทุกปี เป็น ‘วันสืบ นาคะเสถียร’ นักอนุรักษ์ผู้อุทิศชีวิตเพื่อผืนป่าของไทย

วันที่ 1 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น ‘วันสืบ นาคะเสถียร’ เพื่อระลึกถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักอนุรักษ์ไทย และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผู้อุทิศชีวิตเพื่อผืนป่าของไทย

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ นักอนุรักษ์ และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งของไทย อย่าง ‘สืบ นาคะเสถียร’ มาบ้างโดยเขามีชื่อเสียงจากการพยายามปกป้องแก่งเชี่ยวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งด้วยความสามารถทั้งหมดที่ตัวเองมี 

จนสุดท้าย ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 เขาได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง พร้อมกับทิ้งจดหมายที่เอาไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเองโดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” เพื่อเรียกร้องให้สังคม ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และนี่จึงถือเป็นที่มาของ ‘วันสืบ นาคะเสถียร’ ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นการไว้อาลัย และระลึกถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักอนุรักษ์ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง

31 สิงหาคม พ.ศ. 2432 วันสิ้นพระชนม์ ‘เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา’ พระราชธิดารัชกาลที่ ๕ และพระวิมาดาเธอ สายสวลีภิรมย์ฯ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2432 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการประชวรสิริพระชันษา 5 ปี 118 วัน

พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2427 เป็นพระราชบุตรลำดับที่ 50 ของรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระเชษฐาและพระขนิษฐาร่วมพระชนนี ได้แก่ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร, เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา และเจ้าฟ้านิภานภดล ซึ่งต่างก็ทรงดำรงพระอิสริยยศในฐานะเจ้าฟ้าเช่นเดียวกัน

เดิมพระองค์มีพระนามว่า “พระองค์เจ้าเขจรจำรัส” แต่รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามใหม่เป็น “พระองค์เจ้านภาจรจำรัสศรี” และใน พ.ศ. 2431 ได้ทรงสถาปนาเป็น “พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา” ตามพระอิสริยยศของพระราชโอรสและพระราชธิดาที่ประสูติแต่พระอรรคชายา

เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ได้ประดิษฐานพระศพ ณ หอธรรมสังเวช และโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ไปทอดผ้าสดับปกรณ์ โดยต่อมาได้พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2433

30 สิงหาคม พ.ศ. 2473 วันเกิดครบรอบ 95 ปี ของนักลงทุนระดับตำนาน ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ จุดเริ่มต้นจากเด็กส่งหนังสือพิมพ์ สู่มหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของโลก

วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) ถือเป็นวันเกิดครบรอบ 95 ปี ของ วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ (Warren Edward Buffett) มหาเศรษฐีระดับโลก ผู้ได้ฉายาว่า “ปราชญ์แห่งโอมาฮา” เขาเกิดที่เมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา และเติบโตมาพร้อมความสนใจด้านธุรกิจและการลงทุนตั้งแต่วัยเด็ก โดยเริ่มต้นจากการขายหมากฝรั่ง น้ำอัดลม และส่งหนังสือพิมพ์

บัฟเฟตต์ซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 11 ปี และต่อมาได้ศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ภายใต้การสอนของ เบนจามิน เกรแฮม ผู้เป็นแรงบันดาลใจด้านการลงทุน เขาก่อตั้ง Buffett Partnership ในปี ค.ศ. 1956 และต่อมาเข้าซื้อกิจการ Berkshire Hathaway ซึ่งกลายเป็นบริษัทลงทุนชื่อดังที่ถือหุ้นใหญ่ในหลายกิจการ เช่น Coca-Cola, GEICO และ Apple

ตลอดเส้นทางการลงทุน บัฟเฟตต์ยึดมั่นในหลักการเลือกหุ้นคุณค่า (Value Investing) และการลงทุนระยะยาว เขายังประกาศบริจาคทรัพย์สินกว่า 85% ให้การกุศลในปี ค.ศ. 2006 ซึ่งเป็นหนึ่งในการบริจาคครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และต่อมาร่วมมือกับบิล เกตส์ ก่อตั้งโครงการ “The Giving Pledge” เพื่อเชิญชวนมหาเศรษฐีทั่วโลกแบ่งปันทรัพย์สินเพื่อสังคม

แม้ปัจจุบันอายุเกิน 90 ปีแล้ว บัฟเฟตต์ยังคงทำงานและลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากคำสอนอันเป็นที่จดจำว่า “การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในตัวเอง” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้สังคมควบคู่กับความมั่งคั่งส่วนตัว

ทั้งนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ รวยเป็นอันดับ 10 ของโลก ตามการจัดอันดับของ Bloomberg.com เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 147 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 5.292 ล้านล้านบาท) 

29 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ‘ตึกมหานคร’ แลนด์มาร์กสูงเสียดฟ้าเปิดใช้งานครั้งแรก ปัจจุบันรั้งอันดับ 2 อาคารสูงที่สุดในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559 'ตึกมหานคร' ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาคารสูงที่สุดในประเทศไทยในเวลานั้น (314.2 เมตร 77 ชั้น) ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ด้วยงาน “มหานคร แบงคอก ไรซ์ซิ่ง เดอะ ไนท์ ออฟ ไลท์” พร้อมการแสดงแสง สี เสียง สุดอลังการ ทำให้ตึกแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

ตึกมหานคร หรือชื่อปัจจุบัน 'คิง เพาเวอร์ มหานคร' ถูกออกแบบให้เป็นคอมเพล็กซ์ครบวงจร ทั้งโรงแรมแบงคอก เอดิชัน ห้องชุดพักอาศัยสุดหรูโดยกลุ่มริทซ์-คาร์ลตัน รวมถึง 'มหานคร สกายวอล์ก' จุดชมวิว 360 องศา และสกายบาร์บนชั้น 74–78 ที่กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561 แชมป์อาคารสูงที่สุดของไทยตกไปอยู่กับ “แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนเซส” (ไอคอนสยาม เรสซิเดนเซส ทาวเวอร์ A) ที่สูงถึง 317.95 เมตร ทำให้ตึกมหานครกลายเป็นอาคารสูงอันดับ 2 ของประเทศ แต่ยังคงโดดเด่นด้วยดีไซน์แหว่งเสมือนริบบิ้น 3 มิติที่เป็นเอกลักษณ์

ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ เข้ามาบริหารและพัฒนาตึกมหานครเต็มรูปแบบ พร้อมผลักดันให้แลนด์มาร์กแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการชมวิว ชอปปิง และไลฟ์สไตล์ระดับโลก สร้างสีสันให้กับเมืองหลวงของไทย

28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ครบรอบ 48 ปี ‘พะเยา’ ยกฐานะเป็นจังหวัด หลังแยกออกมาจากเชียงราย กลายเป็นจังหวัดที่ 72 ของไทย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 อำเภอพะเยาได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดพะเยา แยกออกมาจากจังหวัดเชียงราย กลายเป็นจังหวัดลำดับที่ 72 ของประเทศไทย (ขณะนั้น) พะเยาในอดีตมีชื่อเรียกว่า “ภูกามยาว” หรือ “พยาว” ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 โดยมีพ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ปกครอง

จังหวัดพะเยามีอายุเมืองกว่า 900 ปี เคยอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันแบ่งการปกครองเป็น 7 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ มีพื้นที่กว่า 6,335 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรราว 4.5 แสนคน (ข้อมูลปี 2567) ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและภูเขา มีป่าไม้ครอบคลุมเกือบ 40% ของพื้นที่ โดยมีเทือกเขาสำคัญ เช่น ดอยภูลังกา และดอยสันปันน้ำ

ทั้งนี้ พะเยามีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม” และมีพระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ เป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง ต้นไม้ประจำจังหวัดคือต้นสารภี ส่วนวิสัยทัศน์ของจังหวัด คือการเป็นแหล่งผลิตเกษตรปลอดภัย สังคมเข้มแข็ง ภายใต้การเป็นประชาคมอาเซียน

27 สิงหาคม พ.ศ. 2378 ‘หมอบรัดเลย์’ สร้างตำนานผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย กลายเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

แดน บีช แบรดลีย์ (Dan Beach Bradley) หรือ “หมอบรัดเลย์” มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในสยาม เมื่อเขาทำการ “ผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย” เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2378 โดยรักษาทาสชาวจีนชื่อ “ควง” ที่มีฝีขนาดใหญ่เหนือคิ้วซ้าย การผ่าตัดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มียาสลบ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่และน่าหวาดหวั่นในสายตาชาวบ้านยุคนั้น

ฝีดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่หน้าผากและปูดออกมานานหลายปี หมอบรัดเลย์จึงตัดสินใจลงมือผ่าตัด โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูด้วยความตื่นเต้นและกังวล เมื่อมีดกรีดลงไป เลือดทะลัก คนไข้ร้องลั่น แต่ทีมผู้ช่วยต้องช่วยกันยึดตัวเอาไว้เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินต่อไป

แม้สถานการณ์เต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่หมอบรัดเลย์ใช้เวลาราว 4–5 นาทีในการผ่าฝีออกสำเร็จ และเย็บปิดแผลเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงโล่งใจและการชื่นชมจากผู้คนที่ได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า คนไข้รายนั้นยังนำก้อนฝีที่ถูกตัดออกกลับไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 นับเป็นก้าวแรกของการแพทย์สมัยใหม่ในไทย ก่อนที่ยาสลบอีเทอร์จะถูกนำมาใช้จริงในอีก 13 ปีต่อมา และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อ “หมอบรัดเลย์” กลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย

26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 รำลึกวันคล้ายวันเกิด ‘พลเอก เปรม ติณสูลานนท์’ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษคนสำคัญ ผู้วางรากฐานการเมืองไทยยุคใหม่

26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 วันคล้ายวันเกิด พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานองคมนตรี ซึ่งเกิดที่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 6 ของหลวงวินิจฑัณทกรรม และนางออด ติณสูลานนท์ เส้นทางการศึกษาของท่านเริ่มตั้งแต่โรงเรียนวัดบ่อยาง โรงเรียนวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ก่อนเข้าสู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และสถาบันการทหารทั้งในไทยและต่างประเทศ

พลเอก เปรม เริ่มต้นรับราชการที่กรมรถรบ และก้าวหน้าตามลำดับ จนได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการทหารบก ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและกลาโหมในรัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ต่อมา เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2523 พลเอก เปรม ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผลงานสำคัญ เช่น การสร้างงานในชนบท การตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อส่งเสริมการลงทุน และนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ที่ทำให้การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ยุติลงอย่างได้ผล

หลังจากบริหารประเทศยาวนานกว่า 8 ปี พลเอก เปรม ยุติบทบาททางการเมืองในปี 2531 และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นองคมนตรี รวมถึงได้รับการถวายพระเกียรติเป็น “รัฐบุรุษ” อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีเมื่อปี 2541 ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทยทั้งในยุคสงครามเย็นและการพัฒนาประเทศ

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สิริอายุ 98 ปี ขณะดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ การจากไปของท่านนับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ ผู้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการเมือง และการทหาร

25 สิงหาคม พ.ศ.2475 ก่อตั้ง ‘สมาคมคณะราษฎร’ พรรคการเมืองแรกของไทย ต้นแบบของพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 25 สิงหาคม พ.ศ.2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร ก็ได้เกิด 'สมาคมคณะราษฎร' ขึ้นมา ถือเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองในประเทศไทย แม้ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายรองรับก็ตาม

การก่อตั้งสมาคมคณะราษฎรมี ‘พระยานิติศาสตร์ไพศาล’ เป็นนายกสมาคม เปิดรับสมาชิกทั่วประเทศ และมีรายงานว่าสมาชิกทะลุ 10,000 คน แต่ไม่นานนัก ในสมัยรัฐบาลพระยามโนปกรณนิติธาดา ได้มีคำสั่งห้ามตั้งสมาคมการเมือง ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สโมสรราษฎร์สราญรมย์’ แทน

ต่อมา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาธิปไตยเริ่มเปิดกว้าง จึงเกิดพรรคการเมืองจริงภายใต้รัฐธรรมนูญ แม้ยังไม่มีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ โดยพรรคแรกที่เกิดขึ้นคือ พรรคก้าวหน้า นำโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ผลักดัน พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ.2498 ให้มีผลบังคับใช้

พรรคแรกที่จดทะเบียนตามกฎหมายดังกล่าวคือ พรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ แต่การเมืองในเวลานั้นเต็มไปด้วยข้อครหาเรื่องการเลือกตั้งไม่โปร่งใส จนกระทั่งปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหารและยกเลิกกฎหมายพรรคการเมือง ส่งผลให้พรรคทั้งหมด รวมถึงพรรคเสรีมนังคศิลา สิ้นสุดลงทันที

ปัจจุบัน การกำกับดูแลพรรคการเมืองอยู่ภายใต้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ในฐานะองค์กรอิสระ ทำหน้าที่กำกับให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ถือเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตยไทยที่สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top