Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘สนธิ’ ประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดเย็บ 20 เข็ม เจ้าตัวลั่น "เหมือนมีคนผลัก"  ประกาศพักหน้าจอ 3 สัปดาห์ แฟนคลับแห่เป็นห่วง

(20 ก.พ. 69) เพจเฟซบุ๊ก "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" โพสต์ข้อความระบุว่า มีคนเป็นห่วง และสอบถามมาเยอะว่า คุณสนธิไม่สบายเป็นอะไร ถึงไม่ได้ออก 'รายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ' วันนี้ ?

คุณสนธิประสบอุบัติเหตุ หกล้มที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ครับ ทั้งนี้โดยปกติ คุณสนธิจะมาถึงบ้านพระอาทิตย์ตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งเป็นกิจวัตรปกติธรรมดาทุกวัน เพื่อเตรียมจะขึ้นไปสวดมนต์ และทำงานต่อ แต่พอลงจากรถเดินพ้นบันไดหน้าตึกขึ้นมา ถึงขั้นบนสุดแล้ว คุณสนธิรู้สึกเหมือนว่ามีคนผลัก จึงเสียหลักเซ ศีรษะไปกระแทกกับเสา แตก มีเลือดออก

เมื่อผู้ติดตามพาไปส่งโรงพยาบาลศิริราช ปรากฏว่าบาดแผลค่อนข้างใหญ่ แพทย์ต้องเย็บ 20 เข็ม แต่จากการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการทำเอ็กซเรย์สมอง-ทำ CT Scan แพทย์ยืนยันว่าไม่เป็นอะไร อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท จึงให้นอนพักดูอาการที่โรงพยาบาล 1 คืน

นักท่องเที่ยวจีนพุ่ง 15-20% ชาวจีนบินตรง “หนานหนิง-กรุงเทพฯ” จากกลับภูมิลำเนาสู่เที่ยวต่างแดน เที่ยวไทยฉลองตรุษจีน สะท้อนกระแสตรุษจีนเที่ยวไทยพีค

(20 ก.พ. 69) ท่าอากาศยานนานาชาติหนานหนิง อู๋ซวี ในเขตกว่างซีจ้วงของจีน มีบรรยากาศคึกคักในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2026 โดยผู้โดยสารจำนวนมากเดินทางตรงไปยังประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีนแบบใหม่จากเดิมที่เน้นกลับภูมิลำเนา เป็นเที่ยวพักผ่อนในต่างประเทศ ภายใต้นโยบายฟรีวีซ่าจีน-ไทยและเส้นทางบินที่สะดวก

บริษัททัวร์ในกว่างซีเผยว่าความต้องการท่องเที่ยวไทยและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ช่วงหยุดยาว 9 วันปีนี้ช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น ดังคำกล่าวของ 'ถานซูถิง' จากหนานหนิงที่บอกว่า "ปกติเฉลิมฉลองในบ้านและเยี่ยมญาติ แต่ปีนี้พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนที่ไทย" แสดงถึงความนิยมในอากาศอบอุ่นและความสะดวกสบาย

เที่ยวบินตรงหนานหนิง-กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3 เที่ยวต่อวันในช่วงเทศกาลตรุษจีนโดยจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวประเมินว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปไทยช่วง 13-22 ก.พ. ราว 350,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 15-20% เทียบกับปีก่อน

นอกจากนักท่องเที่ยวใหม่แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจีนประจำที่เดินทางมาไทยเพื่อหนีอากาศหนาว พบปะญาติที่อาศัยในไทย สถานการณ์บ่งบอกการเติบโตของการท่องเที่ยวสองทางและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันระหว่างไทย-จีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้

ที่มา : Xinhua

'อาจารย์อุ๋ย' ยกโมเดลอังกฤษ สางปมร้อน "บัตรเลือกตั้ง" ชี้บัตรทุกใบมี "ซีเรียลนัมเบอร์" สกัดคนโกงสวมสิทธิ์

(20 ก.พ. 69) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อ.อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมาย และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในประเด็นเรื่อง การนําสืบย้อนกลับ (tracibility) กับ การเป็นความลับ (secrecy) ของบัตรเลือกตั้ง ที่กําลังเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ นัั้น

กฎหมายเลือกตัั้งของสหราชอาณาจักร เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดในการถกเถียงเรื่อง "ความลับ vs ความโปร่งใส" โดยมีรายละเอียด ที่สำคัญดังนี้:

1. ระบบเลขหมายซีเรียล (Serial Numbering) และต้นขั้ว
ตามกฎหมาย Representation of the People Act 1983 และบรรทัดฐานที่สืบเนื่องมาจาก Ballot Act 1872 ของสหราชอาณาจักร:

• กลไก: บัตรเลือกตั้งทุกใบจะมี หมายเลขซีเรียล (Serial Number) พิมพ์อยู่ และที่ ต้นขั้วบัตร (Counterfoil) ก็จะมีหมายเลขเดียวกัน

• การบันทึก: เมื่อผู้สิทธิเลือกตั้งไปแสดงตัว เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะเขียน เลขประจำตัวผู้สิทธิเลือกตั้ง (Electoral Roll Number) ลงบนต้นขั้วบัตรก่อนที่จะฉีกบัตรส่งให้

• ผลลัพธ์: ในทางทฤษฎี (Theoretically Traceable) ข้อมูลนี้สามารถใช้ระบุได้ว่า "ใครเลือกใคร" โดยการจับคู่เลขบนบัตรกับเลขบนต้นขั้ว

2. เหตุผลที่ระบบกฎหมายยอมรับได้ (Justification)
แม้จะดูเหมือนขัดต่อหลักการความลับ แต่ระบบกฎหมายของ UK ยอมรับได้ด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้าง 2 ประการ:1. เพื่อป้องกันและพิสูจน์ทุจริต (Anti-Fraud): วัตถุประสงค์หลักคือการจัดการกับกรณี "Personation" (การสวมสิทธิ์) หากมีการร้องเรียนว่ามีการสวมสิทธิ์ ศาลเลือกตั้ง (Election Court) สามารถสั่งให้นำบัตรใบนั้นมาตรวจสอบเพื่อตัดคะแนนที่เป็นโมฆะออกได้ ซึ่งจะช่วยให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริง

2. หลักการ "ปิดผนึกสองชั้น" (Double Sealing): หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งและต้นขั้วจะถูก แยกบรรจุและปิดผนึก (Sealed) อย่างเคร่งครัด และจะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 1 ปีกับอีก 1 วันก่อนจะถูกทำลาย

สหรัฐฯ พร้อมโจมตี!! กองทัพอาจเริ่มปฏิบัติการกับอิหร่านได้เร็วสุด สัญญาณกดดันอิหร่านชัดขึ้น อิหร่านสวนกลับคำเตือนสหรัฐฯ หากเกิดโจมตี จะมีการตอบโต้ทันที

(20 ก.พ. 69) เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสูงสุดของสหรัฐฯ แจ้งโดนัลด์ ทรัมป์ว่า กองทัพอเมริกันอาจพร้อมเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านได้เร็วสุดตั้งแต่วันเสาร์นี้ แต่ยังไม่มีการอนุมัติแผนอย่างเป็นทางการ รายงานเผยว่าปัญหาอิหร่านเป็นวาระหลักการประชุม"ห้องสถานการณ์" ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้ว่าปัจจุบันทรัมป์ยังไม่ได้ให้ไฟเขียว แต่กำลังรบสหรัฐฯ ในภูมิภาคคาดว่าจะเข้าประจำตำแหน่งครบถ้วนภายในกลางเดือนมีนาคม ด้านเพนตากอนเริ่มโยกย้ายบุคลากรบางส่วนออกจากตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงก่อนปฏิบัติการหรือการตอบโต้จากอิหร่าน

กระทรวงกลาโหมระบุว่านี่เป็น"ขั้นตอนมาตรฐาน" ก่อนทำปฏิบัติการ ในขณะเดียวกัน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมไปเยือนอิสราเอลในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

ในทางทหาร กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมกองเรือคุ้มกันประจำภูมิภาค ขณะที่ USS Gerald Ford กำลังเดินทางมาเสริมความแข็งแกร่ง อิหร่านออกมาเตือนว่า "จะมีการตอบโต้" หากถูกโจมตี ผู้นำสูงสุด 'อาลี คาเมเนอี' กล่าวว่า การจมเรือบรรทุกเครื่องบินจะเป็น "การแสดงศักยภาพ" ที่แท้จริง

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความพยายามทางการทูตและการเตรียมความพร้อมทางทหารของทั้งสองฝ่าย

ที่มา : Sputnik

20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี กำหนดเป็น “วันทนายความ” จดทะเบียนสมาคมครั้งแรกปี 2500 สะท้อนบทบาทสำคัญในระบบยุติธรรม เน้นเข้าถึงสิทธิและคุ้มครองประชาชน

(20 ก.พ. 69) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ "วันทนายความ" ซึ่งเป็นวันสำคัญสำหรับวิชาชีพทนายความทั่วไทย กำหนดขึ้นเพื่อรำลึกการจดทะเบียนก่อตั้ง "สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย" เมื่อปี 2500 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกำหนดมาตรฐานและความเป็นอิสระของวิชาชีพนี้

"วันทนายความ" ไม่ได้เป็นเพียงวันรำลึกองค์กรทางกฎหมาย แต่สะท้อนบทบาทของทนายความที่ทำงานข้างประชาชนในกระบวนการยุติธรรม ทั้งให้คำปรึกษา ปกป้องสิทธิ และแทนต่อสู้คดีในศาล โดยทนายความคือ "สะพานสำคัญ" ที่เชื่อมต่อประชาชนเข้ากับระบบยุติธรรมอย่างเป็นธรรม

ในอดีตที่ผ่านมาวิชาชีพทนายความถูกมองในแง่ลบ เช่น การเล่นช่องโหว่กฎหมาย หรือมุ่งชนะคดี การมีองค์กรวิชาชีพจึงเป็นการสร้างมาตรฐานและจรรยาบรรณ วิชาชีพทนายความก้าวสู่สภาทนายความที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายปี 2528 เพื่อคุมมาตรฐานและความซื่อสัตย์

บทบาททนายความครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิในหลายคดี เช่น อาญา แรงงาน ครอบครัว และข้อพิพาทธุรกิจ รวมถึงการยืนหยัดให้นิติธรรมเกิดจริงในสังคม ทนายความคือ "เสียงของประชาชน" ในกระบวนการยุติธรรม และเป็นด่านสำคัญที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับอำนาจรัฐ

กิจกรรมวันทนายความปีนี้ยังคงเน้นไปที่การส่งเสริมความยุติธรรม การยกระดับจรรยาบรรณ และเตรียมความพร้อมรับมือกับโลกสมัยใหม่ในด้านกฎหมายดิจิทัล ข้อมูลส่วนบุคคล และคดีออนไลน์ จึงเป็นวันที่ย้ำว่าทนายความไม่ใช่แค่คนใส่สูทถือแฟ้ม แต่เป็นผู้ยืนเคียงข้างประชาชนเพื่อความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.stkc.go.th/stiday/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1

Meta ปัดฝุ่น “Malibu 2” ส่งสมาร์ตวอตช์ชน Apple ปลายปี 2026 รับยุค AI

หลังจากที่เคยพับเก็บโครงการไปเมื่อปี 2022 ล่าสุด Meta (Facebook) กลับมาเดินหน้าเต็มสูบอีกครั้งกับโครงการสมาร์ตวอตช์ ภายใต้รหัสลับ "Malibu 2" โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในระบบนิเวศ Wearable ที่ทำงานร่วมกับ AI และแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) อย่างไร้รอยต่อ

การกลับมาของ "ข้อมืออัจฉริยะ" ที่ไม่ใช่แค่นาฬิกา

รายงานจากแหล่งข่าววงในระบุว่า Meta กำลังซุ่มพัฒนาสมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในช่วง ปลายปี 2026 (พ.ศ. 2569) ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำนาฬิกาบอกเวลาหรือวัดชีพจรแบบเดิมๆ แต่เป็นการแก้เกมด้วยฟีเจอร์ที่คู่แข่งยังไม่มี

จุดเด่นที่คาดว่าจะมาใน "Meta Smartwatch":
1. กล้องถ่ายรูปในตัว (Built-in Camera): จุดขายหลักที่แตกต่างจาก Apple Watch หรือ Galaxy Watch คือการติดตั้งกล้องความละเอียดสูง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวิดีโอคอล หรือถ่ายภาพเพื่อแชร์ลง Social Media (Facebook/Instagram) ได้ทันทีจากข้อมือ

2. ศูนย์บัญชาการ AI: ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Meta AI (Llama Models) ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยวิเคราะห์สุขภาพ ให้คำแนะนำ และตอบโต้ได้ฉลาดกว่าเดิม

3. ตัวควบคุมแว่น AR/VR: ไฮไลต์สำคัญคือการทำงานร่วมกับ Ray-Ban Meta หรือแว่น Orion ในอนาคต โดยนาฬิกาอาจทำหน้าที่เป็นตัวสั่งการ (Controller) ผ่านการขยับมือหรือคลื่นประสาท (Neural Interface) เพื่อควบคุมภาพที่เห็นในแว่นตา

ทำไมต้อง "ปัดฝุ่น" ตอนนี้?
การรื้อฟื้นโครงการนี้เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก:

• ความสำเร็จของ Ray-Ban Meta: ยอดขายแว่นตาอัจฉริยะที่ดีเกินคาด พิสูจน์แล้วว่าผู้คนพร้อมเปิดรับอุปกรณ์สวมใส่ของ Meta หากมันมีประโยชน์และดีไซน์สวยงาม

• กระแส AI Wearables: ตลาดกำลังต้องการฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ (AI-first hardware) ซึ่งนาฬิกาจะเป็น "ด่านหน้า" ที่เก็บข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมผู้ใช้ป้อนกลับไปให้ AI ประมวลผลได้ดีที่สุด

ความท้าทายในสมรภูมิเดือด
แม้ฟีเจอร์จะดูน่าตื่นเต้น แต่ Meta ต้องเจอกับโจทย์หิน ทั้งเรื่อง "ความเป็นส่วนตัว" (Privacy) จากการมีกล้องติดข้อมือ และการแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่าง Apple และ Samsung ที่ครองส่วนแบ่งแทบทั้งหมด รวมถึง Google ที่มี Pixel Watch และ Fitbit อยู่ในมือ

การเดิมพันครั้งนี้ของ Mark Zuckerberg จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนาฬิกา แต่คือการช่วงชิง "พื้นที่บนร่างกายมนุษย์" เพื่อให้ Meta เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ของตัวเองอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องง้อ iOS หรือ Android อีกต่อไปในอนาคต

TSCC’26 เปิดตลาด รวมของสะสมกีฬาหายากทั่วไทย พบตำนานนักกีฬาระดับชาติในงาน ช็อป แลกเปลี่ยน และรับคำแนะนำพิเศษ สะสมอย่างมืออาชีพที่ Central Westgate

(19 ก.พ. 69) PBidding เตรียมจัดงาน "Thailand Sports Collectibles Convention 2026" หรือ "TSCC’26" งานรวบรวมและจำหน่ายของสะสมกีฬาใหญ่ที่สุดแห่งปี ที่ Central Westgate ชั้น 4 ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 โดยมุ่งเป้าให้นักสะสมทั่วประเทศเข้าร่วมช็อปและแลกเปลี่ยนของสะสมหลากหลายประเภท

งานนี้รวบรวมร้านค้าและพันธมิตรกว่า 160 ราย ครอบคลุมการ์ดนักกีฬา เสื้อฟุตบอลวินเทจ รวมถึง Trading Card Game (TCG) ดังอย่างโปเกมอน พร้อมบริการรับเกรดการ์ดและแพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ระดับโลกที่มาถึงไทยอย่างครบวงจร นักสะสมยังสามารถนำของสะสมส่วนตัวมาแลกเปลี่ยนหรือนำเสนอขายในการพบปะครั้งนี้

ไฮไลท์สำคัญคือกิจกรรม Meet & Greet กับตำนานนักกีฬาชื่อดัง ที่จะให้แฟนๆ ได้เซ็นต์ของสะสมและถ่ายรูปสร้างความทรงจำพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญ เสวนาเทคนิคการลงทุนสะสมของ และกิจกรรมสนุกต่างๆ พร้อมของรางวัลมากมาย

'ปภินวิชช์ เชิงชวโน' ผู้ก่อตั้ง PBidding กล่าวว่า "เราอยากสร้างพื้นที่ที่นักสะสมทุกคนรู้สึกเหมือนกลับบ้าน ไม่ว่าจะสะสมมานาน หรือเพิ่งเริ่มต้น ในงาน TSCC’26 คุณจะได้พบเพื่อนร่วมงานอดิเรก และได้ความสุขจากสิ่งที่คุณรัก"

ตลาดของสะสมกีฬากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชีย โดยมีมูลค่าสูงตั้งแต่หลักร้อยจนถึงล้านบาท งาน TSCC’26 จึงเป็นโอกาสสำคัญทั้งสำหรับนักสะสมมือใหม่และมืออาชีพที่ต้องการขยายคอลเลกชันอย่างมั่นใจและมืออาชีพ

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5616825/

มอสโกยืนกราน!! ปูตินลั่นไม่ยอมรับการบีบคิวบาเพิ่ม ชี้สถานการณ์คว่ำบาตรกำลังตึง ย้ำรัสเซียไม่ทนแรงกดดันใหม่ สัมพันธ์สองชาติแน่นแฟ้นขึ้น

(19 ก.พ. 69) ประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ของรัสเซีย ประกาศว่ารัสเซียมองว่า "ข้อจำกัดใหม่" ต่อคิวบาเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" โดยกล่าวขณะพบกับนาย 'บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริยา' รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบาเมื่อวันพุธ

'ปูติน' ระบุว่า "ขณะนี้เราอยู่ในช่วงเวลาพิเศษ มีมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ๆ เกิดขึ้น คุณก็รู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เราจะไม่ยอมรับอะไรทำนองนี้อย่างเด็ดขาด" และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและคิวบากำลังพัฒนาไปในทิศทางบวก

ด้านนาย 'บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริยา' ขอบคุณรัสเซียสำหรับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลรัสเซีย ท่ามกลางความเข้มงวดของ "มาตรการปิดล้อม" และแรงกดดันด้านพลังงานซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนคิวบา

โดยระบุว่า "ผมขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อท่าน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และรัฐบาลรัสเซีย รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ สำหรับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัสเซียที่แสดงออกมา ท่ามกลางการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการปิดล้อมต่อคิวบา และแรงกดดันด้านพลังงาน ซึ่งกำลังก่อให้เกิดความทุกข์ยากแก่ประชาชนของเรา และสร้างเงื่อนไขที่ยากลำบากอย่างมากต่อเศรษฐกิจของเรา"

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและตะวันตกที่มีต่อคิวบา ซึ่งต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่รุนแรงต่อประชาชนบนเกาะคิวบา

ที่มา : Sputnik

เกมในสภาปิดดีล!! “ทาคาอิจิ” ผ่านมติสองสภา ขึ้นนายกฯ คนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ คะแนนเสียงถล่มทลายในรัฐสภาญี่ปุ่น กระชับความมั่นคงการเมืองและนโยบายต่อเนื่อง

(19 ก.พ. 69) ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ลงมติเลือกแยกกัน

ทาคาอิจิได้รับคะแนนเสียง 354 เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร ชนะจุนยะ โอกาวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง ซึ่งได้ 50 เสียง ขณะที่ในวุฒิสภาต้องมีการลงมติรอบสองเนื่องจากไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงข้างมากในรอบแรก โดยรอบตัดสิน ทาคาอิจิได้รับ 125 เสียง โอกาวะ 65 เสียง

ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิและคณะรัฐมนตรีได้ยื่นลาออกทั้งหมดตามรัฐธรรมนูญ ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันเดียวกัน โดยสื่อญี่ปุ่นคาดว่ารัฐมนตรีหลายตำแหน่งยังคงเดิมรวมถึงโทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทาคาอิจิกล่าวว่า "เราจะเดินหน้าต่อภายใต้ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง"

คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะรักษานโยบายเดิมต่อไป โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรคือเออิสึเกะ โมริ จากพรรคเสรีประชาธิปไตย ส่วนรองประธานเป็นเคอิจิ อิชิอิ จากกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงถึงความต่อเนื่องในรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมืองของญี่ปุ่น

ที่มา :Xinhua

19 กุมภาพันธ์ 2531 ไทย–ลาว หยุดยิงศึกชายแดน “สมรภูมิบ้านร่มเกล้า” ยุติการปะทะยาวเกือบ 3 เดือน เกิดจากความขัดแย้งด้านแนวเขตแดน

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 กลายเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ชายแดนไทย–ลาว เมื่อทั้งสองฝ่ายประกาศ "หยุดยิง" ยุติการสู้รบในสมรภูมิบ้านร่มเกล้า ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ ธันวาคม 2530 โดยมีการถอนกำลังออกจากแนวปะทะตามข้อตกลงในวันนั้น

สมรภูมิบ้านร่มเกล้าเกิดจากความขัดแย้งด้านแนวเขตแดนซึ่งต่างฝ่ายยึดถือแผนที่และหลักเขตแดนมาตรฐานคนละชุดตั้งแต่ยุคอาณานิคม ความไม่ชัดเจนนี้ส่งผลให้เกิดการปะทะระยะยาวและรุนแรงที่สุดในช่วงธันวาคม 2530 ถึงกุมภาพันธ์ 2531

โดยในวันที่ 16–17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 มีการหารือกันเพื่อยุติความขัดแย้ง ก่อนจะประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พร้อมกันนี้มีการปรับกำลังและการถอนทหารออกจากพื้นที่เพื่อลดการปะทะซ้ำ ในภายหลังทั้งสองฝ่ายเดินหน้ากลไกการเจรจาเรื่องเขตแดนต่อไป

ความขัดแย้งครั้งนี้สร้างความสูญเสียมาก แม้จะไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเด็ดขาด ภูมิหลังนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกลไกเจรจาเพื่อจัดการปัญหาเขตแดนและสะท้อนบทเรียนที่ว่า "เส้นเขตแดนที่คลุมเครือสามารถก่อความตึงเครียดเป็นเวลานานได้ถ้าไม่มีการปักปันที่ชัดเจน"

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1843


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top