Sunday, 26 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

LISA ร่วมแจมเพลง “Goals” ฟีฟ่าปล่อยเพลง “Goals” ประกอบฟุตบอลโลก 2026 ดึง LISA ร่วมงานกับ Anitta–Rema สะท้อนพลังดนตรีข้ามทวีป

LISA ร่วมด้วย! ปล่อยแล้วเพลงประกอบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก "Goals"

ฟีฟ่าปล่อยเพลงใหม่ Goals ซึ่งเป็นเพลงประกอบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ออกมาแล้ว โดยเพลงนี้มีศิลปินระดับโลกชาวไทย LISA ร่วมแจมกับอีก 2 ศิลปินชื่อดัง

ช่องยูทูบของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ปล่อยเพลงใหม่นามว่า Goals ซึ่งเป็นเพลงประกอบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ออกมาแล้ว โดยเพลงนี้มีศิลปินระดับโลกชาวไทยอย่าง LISA (ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล) ร่วมแจมด้วย

สำหรับเพลง Goals เป็นเพลงเร็วแนวอิเล็กโทรป็อปที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อเสริมบรรยากาศในสนามกีฬาให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยตัวเพลงนั้นขับเคลื่อนด้วยจังหวะกลองที่ดังกระหึ่ม และใช้เสียงซินธิไซเซอร์ที่คมชัด รวมถึงมีท่อนฮุคที่ผู้ฟังสามารถร้องตามได้

เพลงนี้เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมเพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์กีฬาระดับโลก โดยมีลิซ่าเป็นตัวแทนจากเอเชีย, Anitta (บราซิล) เป็นตัวแทนลาตินอเมริกา และ Rema (ไนจีเรีย) เป็นตัวแทนแอฟริกา

ทั้งนี้ ศิลปินทั้ง 3 รายจะร่วมขึ้นแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกหนนี้ร่วมกับ เคที เพอร์รี, Future และ Tyla ที่สนามโซฟี สเตเดียม ในวันที่ 12 มิถุนายน ส่วนเพลง Goals สามารถฟังได้ 

https://www.youtube.com/watch?v=safzyuZNCGI

ที่มา :  https://www.khaosod.co.th/sports/news_10253874

สำนึกรักบ้านเกิด หลี่ หงฉือ เด็ก ม.เจ้อเจียง คว้า ป.เอก ม.โคลัมเบีย เป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้าน Generative AI

ของ Microsoft AI Asia ลาออกกลับไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยถงจี้

ในตำแหน่งศาสตราจารย์ สอนด้าน AI ที่เซี่ยงไฮ้

ที่มา : https://www.vietnam.vn/th/tien-si-tung-dan-dat-mang-genai-cua-microsoft-ve-nuoc-lam-giao-su-dai-hoc

สหรัฐฯ รับเปิดฮอร์มุซไม่ง่าย!! กองทัพเรือสหรัฐฯ ยอมรับเกินขีดความสามารถ คุ้มกันเรือฝ่าช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ชี้คุ้มกันเรือผ่านฮอร์มุซเกินกำลัง หลังอิหร่านยังมีศักยภาพวางทุ่นระเบิด

พลเรือเอก แดริล คอดล์ ผู้บัญชาการปฏิบัติการทางเรือของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ด้วยการจัดบริการคุ้มกันเรือผ่านเส้นทางน้ำที่ยังมีข้อพิพาทและความเสี่ยงสูงแห่งนี้

คอดล์กล่าวระหว่างการให้ถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่า

“มีหลายสิ่งที่เรายังสามารถทำต่อไปได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปิดล้อม แต่หากจะเริ่มให้บริการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบที่ยังอยู่ในภาวะเผชิญหน้าเช่นนี้ ในความเห็นทางทหารของผม จะเกินขีดความสามารถของกองทัพเรือที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

คอดล์เสริมว่า สหรัฐฯ ยังคงมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบดังกล่าว โดยอาศัยข้อมูลข่าวกรอง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านยังคงมีขีดความสามารถบางส่วนในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางการปิดล้อมของสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินอยู่

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยอมรับว่ามีทุ่นระเบิดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว เรือที่ประสงค์จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซควรประสานการเดินเรือกับกรุงเตหะรานก่อน

ที่มา : Sputnik

จีนไม่รับดีลชิพทรัมป์!! จีนเมินชิพ H200 เอ็นวีเดีย เดินหน้าพึ่ง Huawei ลดเสี่ยงถูกสหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวประกัน ชี้จีนไม่ปิดประตูใส่เอ็นวีเดีย แต่สหรัฐฯ ต่างหากที่ตัดสะพานเทคโนโลยีเอง

เจนเซ่น หวง ซีอีโอเอ็นวีเดีย บริษัทผลิตชิพยักษ์ใหญ่ของโลก ให้สัมภาษณ์สื่อเอ็นบีซี ถึงดีลกับจีนหลังร่วมเดินทางไปปักกิ่งกับทรัมป์

แม้ทรัมป์จะยอมอนุญาตให้ เอ็นวีเดียขายชิพ H200 ให้แก่จีน แต่จีนกลับไม่ตอบรับดีลที่ทรัมป์เสนอ

เขายอมรับว่าบริษัทฯ สูญเสียโอกาสขายชิพเอไอในจีนให้แก่ หัวเหวย

เขาวิเคราะห์ว่า จีนปฏิเสธชิพเอไอของเอ็นวีเดีย มิใช่เพราะรังเกียจเอ็นวีเดีย แต่น่าจะมาจากวอชิงตัน ใช้ชิพเป็นเครื่องต่อรองผลประโยชน์

จีนเรียนรู้อย่างชัดเจนแล้วว่า ประเทศจีนจะไร้ซึ่งอิสรภาพในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ ที่ต้องพึ่งพาคู่แข่งในการเติบโต หากว่าทำข้อตกลงใดๆก็ตามที่มันสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อ

แม้ตัวเขาจะเป็นมิตรต่อจีน, บริษัทจะผลิตชิพที่ดีเลศ และตลาดที่อุปสงค์มหาศาลของจีนจะน่าดึงดูดเพียงใดก็ตาม แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงทางยุทธศาสตร์

หากแกนกลางของอุตสาหกรรมเอไอของจีน ต้องพึ่งพาการควบคุมอุปทานโดยการเมืองระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมนั้นก็เหมือนถูกจับเป็นตัวประกัน

ดังนั้นจีนจึงดำเนินนโยบาย ที่รัฐบาลในโลกเจริญแล้วเขาทำกัน

- จีนสร้างทางเลือกเพิ่มขึ้นมา

- จีนกัดฟันทนความยากลำบาก ระหว่างรอทางเลือกข้างต้น

- จีนสร้างหัวเหวยให้เติบโต จากช่องแคบเล็กๆที่วอชิงตันเหลือไว้ให้(พยายามปิด แต่ไม่มิด)

เป็นที่มาของเหตุผล ที่ว่าเอ็นวีเดียยอมรับความพ่ายแพ้ ในการยึดตลาดชิพเอไอในจีน แก่หัวเหวย

เขาปิดท้ายว่า ไม่ใช่ว่าจีนปิดประตูใส่หน้าเอ็นวีเดีย แต่เป็นสหรัฐที่ทำกับจีน โดยตัดสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนแล้ว ทำเป็นตกอกตกใจเมื่อพบว่าจีนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแล้ว

22 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวัน “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” ความหลากหลายทางชีวภาพคือรากฐานของชีวิต วันที่โลกย้ำเตือนว่า มนุษย์ยังต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ เตือนมนุษย์ว่าอนาคตยังผูกติดกับธรรมชาติ

22 พฤษภาคม “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” วันที่โลกย้ำเตือนว่า มนุษย์ยังต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์

วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี คือ วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ International Day for Biological Diversity วันที่องค์การสหประชาชาติใช้เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นรากฐานของชีวิตบนโลก ทั้งในมิติของอาหาร น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ยารักษาโรค ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความสมดุลของระบบนิเวศ โดยวันดังกล่าวตรงกับวันที่มีการรับรองข้อความของ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1992 ก่อนจะมีการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดโลกที่ริโอเดจาเนโรในเวลาต่อมา

เหตุผลที่วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญมาก ก็เพราะความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนชนิดของพืชและสัตว์เท่านั้น แต่รวมถึง ความหลากหลายของยีน สิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศทั้งหมด ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายชีวิตบนโลก องค์การสหประชาชาติอธิบายว่า ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพคือคำตอบต่อความท้าทายสำคัญมากมายของมนุษยชาติ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ ไปจนถึงการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนของชุมชนต่าง ๆ ทั่วโลก

หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด มนุษย์แทบทุกคนในโลกยังคงพึ่งพาความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม อาหารที่เรากินเกิดจากระบบเกษตรที่พึ่งพาดิน น้ำ แมลงผสมเกสร พันธุ์พืช และจุลินทรีย์ ยารักษาโรคจำนวนมากมีต้นกำเนิดจากสารธรรมชาติในพืชหรือสิ่งมีชีวิตอื่น ขณะเดียวกัน ป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำยังช่วยดูดซับคาร์บอน กรองน้ำ ลดผลกระทบจากน้ำท่วม และประคองสภาพภูมิอากาศให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตได้

องค์การสหประชาชาติยังย้ำว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก พึ่งพาธรรมชาติในระดับปานกลางถึงสูง และประชากรโลกนับพันล้านคนยังต้องพึ่งพาป่าไม้ การประมง เกษตรกรรม และทรัพยากรชีวภาพอื่น ๆ เพื่อการดำรงชีพโดยตรง นั่นหมายความว่า เมื่อความหลากหลายทางชีวภาพเสื่อมถอยลง ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสัตว์ป่าหรือป่าไม้ แต่จะสะเทือนถึงเศรษฐกิจ การจ้างงาน อาหาร และความเป็นอยู่ของผู้คนจำนวนมหาศาลด้วย

ปัญหาคือ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรุนแรงและรวดเร็ว รายงานและข้อมูลจากสหประชาชาติระบุว่า ธรรมชาติทั่วโลกกำลังถูกกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การขยายพื้นที่เกษตรแบบไม่ยั่งยืน มลพิษ การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด การรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้จำนวนชนิดพันธุ์ลดลง ถิ่นอาศัยเสื่อมโทรม และระบบนิเวศเปราะบางยิ่งขึ้น

เมื่อระบบนิเวศอ่อนแอลง มนุษย์เองก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน พื้นที่ป่าที่ลดลงอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มง่ายขึ้น การสูญเสียแมลงผสมเกสรส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร การเสื่อมโทรมของทะเลและแนวปะการังทำให้ชุมชนชายฝั่งสูญเสียแหล่งอาหารและรายได้ ขณะที่การลดลงของความสมบูรณ์ของธรรมชาติยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ เพราะสมดุลระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมถูกรบกวน

ด้วยเหตุนี้ วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นมากกว่าวันเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นวันเตือนใจระดับโลกว่า มนุษย์ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ หากแต่อยู่ภายในธรรมชาติ และไม่สามารถแยกการอยู่รอดของตนเองออกจากความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้เลย ยิ่งโลกเผชิญวิกฤตโลกร้อน วิกฤตอาหาร และวิกฤตทรัพยากรพร้อมกัน ความหลากหลายทางชีวภาพก็ยิ่งมีสถานะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต” มากกว่าที่เคย

ในระดับนโยบาย โลกได้พยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้ผ่าน อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียธรรมชาติ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทั้งธรรมชาติและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาว แนวคิดนี้จึงไม่ใช่การ “ห้ามใช้” ธรรมชาติ แต่เป็นการใช้โดยไม่ทำลายรากฐานของชีวิตในอนาคต

สำหรับสังคมทั่วไป ความหมายของวันที่ 22 พฤษภาคมจึงชัดเจนมาก นั่นคือ ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะผ่านการบริโภคอาหาร การใช้ทรัพยากร การท่องเที่ยว การเกษตร หรือการใช้ชีวิตในเมือง การลดขยะ การลดการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น การสนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืน การอนุรักษ์ป่าและแหล่งน้ำ รวมถึงการเคารพสมดุลของธรรมชาติ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพทั้งสิ้น

ดังนั้น 22 พฤษภาคม วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ จึงไม่ใช่เพียงวันของนักอนุรักษ์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นวันของมนุษยชาติทั้งมวล วันที่โลกต้องย้ำเตือนตนเองว่า การอยู่รอดของมนุษย์ยังคงผูกติดกับป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล สัตว์ พืช และระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์อย่างแยกไม่ออก และหากเราไม่ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่วันนี้ อนาคตที่สั่นคลอนย่อมย้อนกลับมากระทบมนุษย์เองในที่สุด

ที่มา : https://www.un.org/en/observances/biological-diversity-day

บางจากฯ เร่งขยายดีเซล B20 !! เดินหน้าช่วยผู้ประกอบการขนส่ง หนุนพลังงานชีวภาพจากผลผลิตเกษตรไทย เปิดแผนขยายสาขาต่อเนื่อง พร้อมโปรโมชันถึง 31 ก.ค. 2569

บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายดีเซล B20 พร้อมจัดโปรโมชันช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภาคขนส่ง บางจากฯ  เดินหน้าขยายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาคคมนาคมขนส่ง เกษตรและประมง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพซึ่งผลิตจากผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรของไทย  

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20    สนับสนุนนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกของรัฐบาลเพื่อลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลและการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน โดยขณะนี้เปิดจำหน่ายแล้วประมาณ 200 สาขา ทั่วประเทศและยังมีแผนขยายอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังกระตุ้นการใช้น้ำมันดีเซล B20 และเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดรายการสมนาคุณลูกค้าเมื่อเติมน้ำมันดีเซล B20 ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งใบเสร็จ รับสิทธิ์ซื้อหัวเชื้อดีเซลบางจากฟิวริโอ้ รุ่น ULTRA HD 24/0-2L จำนวน 3 กระป๋อง ในราคาเพียง 100 บาท จากปกติ 159 บาท ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangchakmarketplace.com   ทั้งนี้หัวเชื้อดีเซลบางจากฟิวริโอ้ รุ่น ULTRA HD 24/0-2L ใช้ได้กับเครื่องยนต์ดีเซลทุกประเภท มีสารชะล้างทำความสะอาดหัวฉีดและสารเพิ่มค่าซีเทนเหมาะสำหรับเติมผสมในน้ำมันดีเซล ช่วยให้เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์  ทำความสะอาดระบบหัวฉีด  เพิ่มพลังและยืดอายุเครื่องยนต์    ช่วยประหยัดน้ำมันและลดควันดำจากท่อไอเสีย

สำหรับรุ่นรถบรรทุกที่รองรับน้ำมันดีเซล B20 ได้แก่ HINO, ISUZU, SCANIA ตั้งแต่ปี 2008, MAN ตั้งแต่ปี 2012 , UD Trucks ตั้งแต่ปี 2013 ,Volvo Trucks ตั้งแต่ปี 2014

“จีน” ย้ำพร้อมทำงานกับ “รัสเซีย”!! เดินหน้าเพิ่มพูนความร่วมมือ บนฐานเคารพและผลประโยชน์ร่วมกัน เสริมความไว้วางใจ–ขยายความร่วมมือหลังปูตินเยือนปักกิ่ง เดินหน้าโครงการพลังงานและความร่วมมือรอบด้าน

กรุงปักกิ่ง (Sputnik) — จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้บรรลุไว้ และเดินหน้าเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะให้ความเห็นต่อการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

นักการทูตจีนรายนี้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า รัสเซียและจีนจำเป็นต้องเดินไปตามแนวโน้มของการพัฒนาอย่างสันติ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

กัว เจียคุน กล่าวว่า “จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซีย เพื่อดำเนินการตามข้อตกลงสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุไว้ ใช้ประโยชน์จากโอกาสทางประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างรากฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเพิ่มพูนความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

เมื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในโครงการท่อส่งก๊าซ Power of Siberia-2 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนพร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับรัสเซียต่อไป บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน

ที่มา : Sputnik

“อีอีซี” เดินเกม Data Center ระดับภูมิภาค!! ระดมรัฐ–เอกชนวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล วางแผนไฟฟ้า น้ำ ไฟเบอร์ และเคเบิลใต้น้ำครบวงจร รองรับดีมานด์ไฟฟ้าระยะยาวกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ดันไทยเป็นจุดหมายลงทุน Data Center สำคัญของอาเซียน

EECO ระดมภาครัฐ เอกชนชั้นนำ ร่วมแชร์ไอเดีย

“EEC Sectoral Deep Dive Forum 2026” 

ปักหมุดอีอีซี สู่ศูนย์กลางการลงทุน Data Center แห่งภูมิภาค

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดงานสัมมนา EEC Sectoral Deep Dive Forum 2026 ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ Digital Theme เพื่อเป็นเวทีสัมมนาหารือเชิงลึกระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเสวนาเกี่ยวกับปัจจัยการลงทุนด้าน Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี 

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO  กล่าวนำเสนอ ถึงวิสัยทัศน์การยกระดับพื้นที่อีอีซี ให้เป็นศูนย์กลาง Green Data Center แห่งภูมิภาค ด้วยเป้าหมายค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness : PUE) ที่ระดับไม่เกิน 1.3 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูง และระบบบริหารจัดการน้ำแบบหมุนเวียน นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอมาตรการสนับสนุนการลงทุนที่ครบวงจร ทั้งสิทธิประโยชน์การลงทุน บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop Service) และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน (Private PPA)

สำหรับงานสัมมนาฯ ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำทั้งใน และต่างประเทศ ร่วมเป็นวิทยากรเพื่อร่วมแชร์แนวคิดการส่งเสริมการลงทุน Data Center ในพื้นที่อีอีซี

อาทิ Mr. Bryan Yue, Market Development Lead, APAC, Google Global Infrastructure and Energy, Google Cloud คุณธีรพันธุ์ เจริญศักดิ์ Managing Director, True Internet Data Center Co., Ltd.  

Mr. Bruce Lim, General Manager, DayOne Data Center คุณธนภัค เกิดโพธิ์คา Assistant Governor (Office of Governor), Provincial Electricity Authority คุณสุเมธี เจริญวงศ์มิตร Assistant Governor (Strategic Planning), Provincial Waterworks Authority และ Mr. Terence Koh Director Head of Telecom, Media & Technology Sector Solutions Group, United Oversea Bank Limited (UOB) 

ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาฯ ต่างเน้นย้ำถึงศักยภาพและจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ความพร้อมของโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ราคาพลังงานที่สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค ตลอดจนเสถียรภาพเชิงนโยบาย พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือกับข้อท้าทายสำคัญ ได้แก่ ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงเกินกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ในระยะยาว เทียบกับแผนการจ่ายไฟฟ้าสำหรับ Data Center ในปัจจุบันที่ประมาณ 3,800 เมกะวัตต์ การวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง รวมถึงการปรับตัวของภาคการเงินเพื่อรองรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้เงินลงทุนสูง

โดย EECO พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการกำหนดพื้นที่เฉพาะ (Dedicated Zoning) สำหรับการพัฒนา Data Center การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า น้ำ โครงข่ายไฟเบอร์ และเคเบิลใต้น้ำ ตลอดจนการขับเคลื่อนรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนด้านดิจิทัลที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน

2C2P ชี้อีคอมเมิร์ซโตแรง!! ตลาดอีคอมเมิร์ซอาเซียนขยายตัว 85.4% เอสเอ็มอีไทยเพิ่มใช้ชำระเงินดิจิทัล ระบบการชำระเงินดิจิทัลโต 97% ภายในปี 2572 เอสเอ็มอีกว่า 3 ใน 4 จะขยายตลาดต่างประเทศ

2C2P เผยรายงานเจาะลึกอีคอมเมิร์ซอาเซียนขยายตัวก้าวกระโดด

สะท้อนเอสเอ็มอีไทยตื่นตัว รับเทรนด์ชำระเงินดิจิทัล

ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom) ผู้นำแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัทในเครือของแอนทอม (Antom) เผยรายงานล่าสุดจาก IDC บริษัทวิจัยข้อมูลตลาดชั้นนำ ภายใต้หัวข้อ “How Southeast Asia Buys and Pays 2026: Unlocking SMEs’ Potential” ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเดินหน้าเติบโตอย่างร้อนแรง โดยคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง85.4% แตะมูลค่า 9.38 ล้านล้านบาท (หรือประมาณ 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ) ภายในปี 2572 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 13.2% ในช่วงปี 2567–2572 ซึ่งจะส่งผลให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย 

นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom) กล่าวว่า “ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรองรับพฤติกรรมการชำระเงินที่มีความซับซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 2C2P by Antom ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มุ่งพัฒนาโซลูชันการชำระเงิน พร้อมส่งมอบองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจทุกขนาดได้สามารถบริหารจัดการระบบการชำระเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งในด้านการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มากกว่า 50% ในหลายประเทศหลัก และการจ้างงานที่คิดเป็น 64.6%  ของกำลังแรงงานทั้งหมด[1] อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ดังนั้น การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และรองรับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว”

“ความซับซ้อนของระบบการชำระเงินในแต่ละประเทศยังถือเป็นอีกประเด็นหลักที่กำลังกลายเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายการเติบโตในระดับภูมิภาค ซึ่งภาคธุรกิจต้องการโซลูชันที่จะเข้ามาช่วยให้การบริหารจัดการเงินง่ายขึ้น รองรับรูปแบบการชำระเงินที่มีความหลากหลายในแต่ละตลาด และเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งปัจจุบัน แพลตฟอร์มการชำระเงินระดับองค์กร   ของ 2C2P by Antom สามารถทำให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถเชื่อมต่อระบบผ่าน Single API เดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการชำระเงิน ปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และก้าวสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพในเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค” นายวรฉัตร กล่าวเพิ่มเติม

รายงานจาก IDC ยังเผยอีกว่า การชำระเงินดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นมาเป็นช่องทางหลักของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 97% ของธุรกรรมทั้งหมดภายในปี 2572 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 89% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของระบบการชำระเงินภายในประเทศ (Domestic Payments) และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Mobile Wallet) โดยเฉพาะในตลาดสำคัญ อย่าง อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม 

ทั้งนี้ ระบบการชำระเงินภายในประเทศคาดว่าจะเติบโตถึง 104% แตะมูลค่า 2.98 ล้านล้านบาท (หรือประมาณ 9.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ภายในปี 2572 ก้าวขึ้นแซงหน้าการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต-เดบิต และกลายเป็นช่องทางการชำระเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่กระเป๋าเงินดิจิทัล มีแนวโน้มขยายตัว 107% แตะ 2.56 ล้านล้านบาท (หรือประมาณ 7.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) และในด้านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ยังถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 174% มีมูลค่าตลาดแตะ 6.11 แสนล้านบาท (หรือประมาณ 1.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ภายในปี 2572 

ข้อมูลของธนาคารโลก ยังระบุว่า ประชากรกว่า 56% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการบัตรเครดิต-เดบิต ส่งผลให้ดิจิทัลเพย์เมนต์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการทางการเงิน และช่วยเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐานระบบธนาคารแบบดั้งเดิมในหลายประเทศทั่วภูมิภาค 

รายงานฉบับนี้ยังได้เผยอินไซต์เกี่ยวกับกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 58% ของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2572 โดยการศึกษาครั้งนี้ได้สำรวจกลุ่มเอสเอ็มอี จำนวน 600 รายใน 6 ประเทศทั่วภูมิภาค ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อศึกษาทั้งในประเด็นที่ธุรกิจให้ความสำคัญ การนำดิจิทัลเพย์เมนต์มาปรับใช้ ตลอดจนความพร้อมในการรองรับเทรนด์การชำระเงินรูปแบบใหม่

ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มเอสเอ็มอีกว่า 66% ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการกว่า 1 ใน 3 ยังคงพึ่งพาการใช้เงินสดเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจขณะที่ 63% มองว่าระบบการชำระเงินที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของระบบ ความกังวลด้านการฉ้อโกง ค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีของ SME ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าเอสเอ็มอีไทยหันมาใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ การค้าข้ามพรมแดน และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยกลุ่มเอสเอ็มอีไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการขยายตลาดและการพัฒนาโซลูชันด้านการชำระเงินในสัดส่วนเท่ากันที่ 31% ตามมาด้วยการบริหารจัดการทางการเงินที่ 25%

อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดย 36% ระบุว่าค่าธรรมเนียม ที่อยู่ในระดับสูงเป็นอุปสรรคสำคัญ ขณะที่ 28% กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง และอีก 28% มองว่า การเชื่อมต่อระบบยังมีความซับซ้อน 

ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะมีเอสเอ็มอีเพียง 49% ที่ดำเนินธุรกิจการค้าข้ามพรมแดน แต่มากกว่า 3 ใน 4 มีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า โดย IDC ประเมินว่า หากเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้มากขึ้นจะสามารถสร้างมูลค่าการขายเพิ่มขึ้นได้ถึง 6.73 แสนล้านบาท (หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ภายในปี 2572

สถานทูตจีนขอสอบสวนถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม คดีเรียกค่าไถ่พลเมืองจีนในไทย จีนเรียกร้องไทยเข้มบังคับใช้กฎหมาย หลังพลเมืองถูกกักขังเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว หลังเกิดคดีกักขังเรียกค่าไถ่ในไทย

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย

ถาม: เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดเหตุการณ์ที่พลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมีความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวอย่างไร?

ตอบ: สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ติดต่อสอบถามรายละเอียดของคดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยในทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีโดยเร็ว และนำตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ฝ่ายจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายไทยจะเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในประเทศไทย  รักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีนและไทย

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยอย่างเคร่งครัด เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย และใส่ใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็ว

ที่มา : Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1402355991922410&id=100064440681953&rdid=zdJRAug9jdp3CzMx#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top