Saturday, 31 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - เกาะล้านเฮ! นายกเมืองพัทยา เตรียมบูสเตอร์วัคซีนโดส 3 สัปดาห์หน้า

ตามที่นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้พยายามผลักดันให้ประชาชนในเขตเมืองพัทยาได้รับบริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างครอบคลุม ทั้งวัคซีนจากส่วนกลางตามระบบที่รัฐจัดสรร และวัคซีนทางเลือกที่เมืองพัทยาจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มจากจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เพื่อให้เกิดระบบภูมิคุ้มกันหมู่ในเมืองท่องเที่ยว โดยประชาชนชาวเมืองพัทยาได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบแล้ว 70% ของประชากร

ล่าสุด นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ในส่วนของประชาชนชาวเมืองพัทยา ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนรวมทั้งชาวต่างชาติ แรงงานต่างด้าว และผู้อาศัยในเมืองพัทยา ก็จะทยอยให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตามการจัดสรรวัคซีนของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และสำหรับประชาชนชาวเมืองพัทยา ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 โดส ก็มีแผนจะบูสเตอร์โดสที่ 3 เพื่อเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคด้วยเช่นกัน

อธิบดี DSI “กรวัชร์” ลงพื้นที่แจ้งผลการสอบสวนคดีพิเศษ และให้กำลังใจ “นางมึนอ” ผู้เสียหายในคดีการหายตัวไปของ “นายพอละจี” หรือบิลลี่ รักจงเจริญ

วันพุธที่ 29 กันยายน 2564 พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางลงพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พบนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของ บิลลี่ พอละจี แกนนำประชาชนชาวกระเหรี่ยง บ้านโป่งลึก บางกลอย เพื่อแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการในคดีพิเศษที่ 13/2562 กรณี การหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนเสร็จสิ้นและสรุปสำนวนเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 4 คน ส่งพนักงานอัยการ ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนในบางข้อหา ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุด ให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ใน 4 ประเด็น ก่อนชี้ขาดความเห็นซึ่งพันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

“จุติ ไกรฤกษ์” รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การต้อนรับ “ที่ปรึกษาสมเด็จอัครเดโช ฮุนเซน” นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา

ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทาวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การต้อนรับ Dr. H.E. Sok Sokrethya ที่ปรึกษาส่วนตัว นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือถึงแนวทางความร่วมมือด้านงานพัฒนาสังคม

เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลของสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ของกัมพูชากับของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเกิดโรคระบาดโควิด และหลังจากสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้วด้วย

รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวต้อนรับ ด้วยความอบอุ่นและขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการท่องเที่ยวจากกัมพูชาที่ให้เกียรติมาเยือนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในวันนี้ ท่านหวังว่าความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศจะเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป

รัฐมนตรีจากกัมพูชา ได้กล่าวในนามของรัฐบาลกัมพูชาว่า รัฐบาลกัมพูชาใคร่ขอขอบคุณรัฐบาลไทยและท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่รัฐบาลกัมพูชาด้วยดีมาโดยตลอด

Dr. Sok Sokrethya ได้เรียนเพิ่มเติมว่า ท่านนายกรัฐมนตรี สมเด็จฯ ฮุนเซน มีนโยบายส่งเสริมให้คนรุ่นหนุ่มสาวได้เข้ามาเป็นผู้บริหารบ้านเมืองทั้งในระบบราชการและในภาคการเมืองมากยิ่งขึ้น ตนเองในฐานะที่ท่านเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนรู้เรื่องการเมือง จึงมาขอเรียนรู้ประสบการณ์ทางการเมืองจากท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

ภายหลังจากการหารือกันอย่างกระชับ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทย ได้เสนอเรื่องความร่วมมือสามด้านระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ดังนี้คือ

1. เรื่องของการแยกขยะที่ใช้แล้วซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงาน การมีอาชีพแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและคนจน และการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งประเทศไทยยินดีให้การสนับสนุนโดยจะให้องค์กรเอกชนเข้าไปให้คำแนะนำ

2.การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างสภาเยาวชนไทยกับสภาเยาวชนของกัมพูชา เพื่อให้เยาวชนของสองประเทศสามารถ พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเยี่ยมเยียนกันระหว่างเยาวชนสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนสองประเทศในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

3.การให้ความรู้และประสบการณ์ของการเคหะแห่งชาติเรื่องการจัดสร้างบ้านให้แก่ผู้มีรายได้น้อย

นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติของไทยมีประสบการณ์ที่สั่งสมมานานตามสมควร ทั้งที่เป็นจุดอ่อนและเป็นจุดแข็ง การเคหะแห่งชาติได้มีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยดีขึ้น

ทั้งเรื่องขนาดของบ้านและราคา ในปัจจุบันบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยของการเคหะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและราคาถูกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด การเคหะแห่งชาติมีนโยบายให้คนมีรายได้น้อยได้สามารถเช่าบ้านจากการเคหะแห่งชาติได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และหากผู้เช่ามีรายได้ดีขึ้นก็สามารถที่จะขอเปลี่ยนเป็นซื้อแทนได้

นายจุติ ไกรฤกษ์ ยังได้กล่าว ยกย่องราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าเป็นประเทศที่มีมรดกทางอารยธรรมที่เก่าแก่และมีโบราณสถานทางประวัติศาสตร์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยไม่อาจเปรียบเทียบได้เลย

สำหรับกัมพูชาแล้ว มีความเห็นว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ของกัมพูชาเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยกัมพูชาอาจเรียนรู้และศึกษาจากประสบการณ์การสร้างพิพิธภัณฑ์อย่างยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับกัมพูชาเป็นอย่างยิ่งทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังเห็นว่าสำหรับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา ซึ่งกำลังเริ่มต้นจะมีข้อได้เปรียบ เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของไทยที่ผ่านมาทั้งด้านบวกและด้านลบ

 

‘ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ เคลื่อนกำลังพลจากลพบุรี - สู่ชัยภูมิ พร้อมยกทัพทีมบรรเทาชุด 2 นำชุดโรงครัวเคลื่อนที่ ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วานนี้ (วันที่ 27 กันยายน 64) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย  มอบหมายทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิฯ ยกทัพจาก จังหวัดลพบุรี มุ่งสู่ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้เร่งอพยพประชาชนจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมจัดกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ชุด 2 พร้อมรถกู้ชีพ เรือท้องแบน อุปกรณ์การช่วยเหลือ ชุดโรงครัวเคลื่อนที่ และอาหารสุนัขและแมว ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุโขทัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือในทันที เมื่อถึงพื้นที่ทีมบรรเทาสาธารณภัยทั้ง 2 ชุดได้เร่งอพยพและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยในทันที

 

วันนี้ (วันที่ 28 กันยายน64) ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง (ชุดที่ 1 : ชัยภูมิ) นำโดย นายสำอาง สว่างแจ้ง ผู้ควบคุมหน่วยกู้ภัย เข้ารายงานตัวกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อวางแผนการช่วยเหลือแล้วเข้าช่วยเหลือ โดยมูลนิธิฯ จัดทีมกู้ภัย กู้ชีพ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่ ต.หนองบัวใหญ่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เคลื่อนย้ายคนป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังโรงพยาบาล พร้อมสนับสนุนภาครัฐนำอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยภายในวัดสนามนาง

 

ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง(ชุดที่ 2 : จ.สุโขทัย) นำโดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัยพร้อมด้วย นายขจรศักดิ์ คงอินทร์ ผู้ควบคุมหน่วยกู้ภัย จัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ ณ วัดศรีเสวตวนาราม ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่อง พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 2 มื้อ รวมจำนวน 3,950 ชุด พร้อมชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมวจำนวนหนึ่ง ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ 1, 2, 5 ,6, 11, 13 และ 14 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

 

รวมทั้งจัดทีมกู้ภัย กู้ชีพ และอาสาสมัคร เร่งอพยพผู้ประสบภัย รวมทั้งสนับสนุนกำลังพล และเรือท้องแบนแก่นางสาวพัชรอร วงศ์กำแหง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย  และคณะมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องออกแจกจ่ายช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

จัดระเบียบครั้งใหญ่!! เกาหลีใต้ สั่งปรับ Google เป็นเงิน 5,800 ล้านบาท | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

จัดระเบียบครั้งใหญ่!
คณะกรรมการป้องกันการผูกขาดของเกาหลีใต้  
สั่งปรับ Google เป็นเงิน 5,800 ล้านบาท

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กาฬสินธุ์ - เตรียมรับมือมวลน้ำชีเพิ่มระดับสูงขึ้น เข้มป้องกันน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนระบายน้ำวังยาง พร้อมสั่งเฝ้าระวัง รับมวลน้ำจากจ.ชัยภูมิ และขอนแก่น คาดอีก 6 วันถึงพื้นที่!

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ผู้สื่อขาวรายงานว่า จากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งพื้นที่พื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำชี ทำให้พื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งอยู่พื้นที่ท้ายน้ำและมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำชีต้องเฝ้าระวัง และเตรียมรับมวลน้ำที่จะไหลมา

ล่าสุดนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายเอกรัตน์ วิสา นายอำเภออำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนระบายน้ำวังยาง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย  จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับปริมาณน้ำที่จะไหลมา โดยระดับน้ำในลำน้ำชีบริเวณเขื่อนระบายน้ำวังยาง ขณะนี้ประตูระบายน้ำของเขื่อนได้ทำการเปิดบานประตูทั้ง 6 บานในระดับสูงสุด เพื่อระบายน้ำในลำน้ำชี และลดผลกระทบที่จะได้รับจากการที่ลำน้ำชีมีปริมาณสูงขึ้น ซึ่งคาดว่ามวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น และจ.มหาสารคาม จะเดินทางมาถึงบริเวณเขื่อนระบายน้ำวังยางในอีกประมาณ 6 วันข้างหน้า ทั้งนี้ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ในอำเภอที่มีพื้นที่ติดกับลำชีให้แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังและเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำที่จะสูงขึ้น

“มูลนิธิอะมีรุลมุอ์มินีน” เพื่อเด็กกำพร้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปิดเคสเป็นทางการเด็กกำพร้า 11 คน ผู้นำจังหวัดและคนในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

ณ บ้านเลขที่ 75 หมู่ 4 บ้านเจ๊าะตาแม ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา มูลนิธิอะมีรุลมุอ์มินีน เพื่อเด็กกำพร้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย ท่านฟาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา / ท่านระเด่น สะมะแอ รองนายกอบจ.ยะลา / ท่านวิรุต ตรียวง ปลัดอาวุโสอำเภอยะหา / ท่านอาหามะ สะนอ ส.อบจ.ยะลา   / ท่านนิรันดาร์ ชุมประเวศ ผอ. รพสต.บ้านกาตอง / ท่านมาหะมะ แสแลแม สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ / ท่านดร.ฮาฟิส หิเล ประธานมูลนิธิลุกมานูฮากีม / ผู้ใหญ่เลาะ อดิศร สาและ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.กาตอง ร่วมประชุมจัดสรรเงินบริจาคเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กกำพร้าในครั้งนี้ 

ทางครอบครัวเด็กกำพร้าได้กล่าวขอบคุณทุกท่านที่ได้ส่งความรัก ความห่วงใย และช่วยเหลือครอบครัวจนได้รับเงินบริจาคกว่า 891,883.17 บาท นับเป็นเงินมหาศาล อีกทั้งยังได้สัญญาว่าจะใช้จ่ายเงินนี้อย่างประหยัด และต่อยอดเพื่ออนาคตของน้อง ๆ อีกหลายชีวิต ครอบครัวนากอหม๊ะ พี่น้องที่มีกว่า 11 คน และหลาน 1 คน กำพร้าทั้งพ่อและแม่ อาศัยในบ้านพุพังของญาติ พี่ ๆ ต้องหยุดเรียนเพื่อหาเงิน เลี้ยงดูน้องตัวเล็ก ๆ ไร้เดียงสาอายุตั้งแต่ 6 ,7 ,10 ขวบ     

นางสาว สุไลดา นากอหม๊ะ พี่สาวคนโต วัย 24 ปี เล่าถึงความลำบากที่ประสบอยู่ ต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยเลี้ยงน้อง ๆ อีกทั้งน้องที่ทำงานมีอยู่ 3 คน รับจ้างขนน้ำยางบ้าง ทำงานในโรงงานปลากระป๋องบ้าง และยังมีน้อง 2 คนอายุ 17 และ18 ปี ที่เพิ่งหยุดเรียนเช่นกัน เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไกลบ้านมาก ๆ และรถมอเตอร์ไซค์มีแค่ 1 คัน ทั้งพี่ชายจำเป็นต้องใช้รถเพื่อทำงาน และค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่จะรับไหว จึงทำให้ตัดสินใจหยุดพักการเรียนโดยสิ้นเชิง 

สตม. มอบข้าวสารและอาหารแห้ง 650 ชุด ให้แก่ชุมชนแฟลต19-22 คลองเตย ตามโครงการ "ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน"

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19  ให้หน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และยึดมั่นในหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งประชาชน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจสามารถพึ่งพาได้

วันนี้ (28 ก.ย.64) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. มอบหมายให้ ชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. โดย คุณสุขุมาล ชิงดวง ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. ร่วมกับ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 และ สน.ท่าเรือ โดย พ.ต.อ.ดนุภัทร ขวัญพสุมนต์ผกก.สน.ท่าเรือ, พ.ต.ท.ประพล มงคลกุล สวป.สน.ท่าเรือ มอบข้าวสารและอาหารแห้งจำนวน  650 ชุด

โดยทั้งหมดได้ร่วมกันมอบสิ่งของดังกล่าวให้แก่ ชุมชมแฟลต19-22 คลองเตย กทม. โดยมีคุณสมพิศ ผอบเพชร ตัวแทนชุมชนมาเป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้แก่สมาชิกในชุมชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป

สานพลัง! ‘พันธมิตรเพื่อจิตอาสา’ ปันน้ำใจห่วงใย ชาวชุมชนบ้านพักรถไฟ กม.11 - ริมบึงพระราม 9 ช่วยอิ่มท้องในยามวิกฤติ

วันที่ 27 กันยายน ที่ชุมชนริมบึงพระราม 9 นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา มูลนิธิสหชาติ ส่งมอบข้าวอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” จากเครือบริษัท ซีพี มอบให้ชาวบ้านที่อาศัยภายในชุมชนริมบึงพระราม 9 มีทั้ง ผู้สูงอายุ คนตกงาน แม่บ้าน รวมทั้งอาชีพรักษาความปลอดภัย นอกจากนั้นยังได้แบ่งปันให้กับพนักงานทำความสะอาด กรุงเทพมหานคร และวินจักรยานยนต์รับจ้าง

ส่วนอีกจุด นำไปจ่ายแก่ชาวชุมชนบ้านพักรถไฟ กม.11 เขตจตุจักร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ ผู้มีอาชีพเก็บของเก่า ผู้ที่ขาดรายได้ คนว่างงาน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่กักตัวดูอาการ และผู้ที่รักษาตัวที่บ้าน

ปทุมธานี - บิ๊กแจ๊สไม่ยอม! ให้ปทุมธานีเป็นแก้มลิง เพื่อรับน้ำป้องกันน้ำท่วมเต็มที่!

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว 24 ชั่วโมง เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง และลงเรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเก็บของขึ้นที่สูง หลังผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานีเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและให้ทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ฝนตกหนักหรืออาจเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ จ. ปทุมธานี ได้แก่ พื้นที่เสี่ยงที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เกษตรกร ที่ประกอบอาชีพประมง เพาะปลูก หรือเลี้ยงสัตว์บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริษัทห้างร้าน ที่ประกอบกิจการ ในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น ร่วมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ประกาศส่งผลให้ระดับน้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 30 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวานฝนตกหนักจนถึงวันนี้ก็ยังตกอยู่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ออกคำสั่งแล้วว่า ให้แจ้งเตือนพี่น้องชาวปทุมธานีที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ให้เตรียมยกของขึ้นที่สูง วันนี้ได้เอาเรือออกและเตือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งให้เตรียมขนของขึ้นที่สูง ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งเจ้าพระยา เขาใช้ชีวิตปกติอยู่แล้ว ในฤดูน้ำหลากเขาจะมีการเตรียมตัวของเขาอยู่ตลอดเวลา แต่เราก็ต้องแจ้งเตือน เพราะอาจจะมีหลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารทางโซเซียล อาจไม่ทราบข้อมูลข่าวสาร จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการเตรียมการ

โดยให้นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภาสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายสมร แตงอ่อนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ให้ไปดูเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท เพื่อดูปริมาณน้ำที่แท้จริง ที่ได้ปล่อยน้ำลงมา เพื่อที่จะวางแผนให้พี่น้องประชาชนถูก เพราะจังหวัดปทุมธานีต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน 1.พี่น้องที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในช่วงคลองระบายน้ำ รังสิตเหนือและรังสิตใต้ ซึ่งจังหวัดปทุมธานีจะไม่ใช้แกมลิงอีกต่อไป หากคิดว่าจังหวัดปทุมธานีเป็นแกมลิง พี่น้องชาวปทุมธานีที่อยู่หมู่บ้านจัดสรรอีกหลายร้อยหลายพันหมู่บ้านจะต้องเดือดร้อนหากผันน้ำเข้ามาท่วมทุ่งรังสิต 

2 เดือนที่ผ่านมาเราได้เตรียมการไว้แล้ว

1.เอารถดูดโคลนเข้าไปตามหมู่บ้านจัดสรร เพื่อล้างท่อระบายน้ำ ทั้งหมด ซึ่งได้ทำไปเยอะแล้ว

2.ได้นำเรือโป๊ะแบคโฮขุดลอกคลองทุกคลอง คลองส่งน้ำต้องเป็นคลองส่งน้ำ จะมีแต่สิ่งปริกูลมีแต่ขยะเต็มคลองอย่างนั้นไม่ได้ เราไล่ดำเนินการตั้งแต่คลองระพีพัฒน์ไปจนถึงคลองรังสิตประยูศักดิ์ระยะทาง 22 กิโลเมตร ทุกคลองต้องไม่มีผักตบชวาและไม่มีหญ้าขึ้นอีกต่อไป

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top