Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

พิจิตร - ส.ส.พรชัย พปชร.นำชุด PPE และอุปกรณ์มอบให้ รพ.พิจิตร ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่สู้โควิด-19

วันที่ 26 เม.ย. 64  นายพรชัย  อินทร์สุข  ส.ส.พปชร.พิจิตร เขต 1 ได้นำชุด PPE จำนวน 100 ชุด  ชุดกราวน์ 60 ชุด  เจลล้างมือ 1 ลัง  ไปมอบให้กับนายรังสรรค์  ตันเจริญ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อมอบส่งต่อให้กับ นายสุรชัย แก้วหิรัญ  ผอ.รพ.พิจิตร โดยทำพิธีมอบที่โรงพยาบาลพิจิตร เพื่อให้นำอุปกรณ์เหล่านี้มอบให้บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพิจิตร เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ในระลอก 3 เดือนเมษายน 64  พบว่าขณะนี้จังหวัดพิจิตร มีผู้ป่วย มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้วรวมจำนวน 41 ราย นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เนื่องจากมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับผู้ป่วยอีกจำนวนมากเกือบ 300 คน  ที่ต้องเข้าสู่ระบบการกักกันตัว 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการ

นายพรชัย  อินทร์สุข  ส.ส.พปชร.พิจิตร เขต 1 เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรมองเห็นปัญหาและการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.พิจิตร แล้วรู้สึกชื่นชมในความเสียสละ รวมถึงห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์จำนวนเกือบ 40 คน ที่ต้องถูกกักตัวเนื่องจากตกเป็นกลุ่มเสี่ยง เหตุเพราะให้บริการผู้ป่วยที่บอกไทม์ไลน์ของตนเองไม่ชัดเจนและต่อมาจึงรู้ว่าติดเชื้อโควิด 19 โดย ส.ส.พรชัย กล่าวทิ้งท้ายว่าขอให้เชื่อมั่นนโยบายของรัฐบาลที่พร้อมจะดูแลบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนชาวพิจิตรได้อย่างทั่วถึงแน่นอน


ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร

ขอนแก่น – ผู้ว่าฯ ขอนแก่นเผยข่าวดี เตรียมรับจัดสรรวัคซีนลอตพิเศษปลายเดือนนี้ เน้นฉีดบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงด้านตรวจ 4 มุมเมือง และกลุ่มงานบริการเป็นอันดับแรก ขณะที่เดือน มิ.ย.ขอรับการจัดสรรอีก 400,000 โดส

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 เม.ย.2564 ที่โรงพยาบาลสนาม จ.ขอนแก่น แห่งที่ 1 (หอพัก 26 มหาวิทยาลัยขอนแก่น) นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำจิตอาสาพระราชทาน จ.ขอนแก่น ร่วมมอบเวชภัณฑ์ยา ,หน้ากากอนามัย,ชุดพีพีอี,น้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์เจล ให้กับ รศ.นพ.ทรงศักดิ์  เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.สำหรับการใช้ในการปฎิบัติงานที่โรงพยาบาลสนาม ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภาพรวมของจังหวัดขณะนี้วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 12 ราย ทำให้จำนวนยอดผู้ป่วยสะสมในการระบาดระลอกใหม่ ขณะนี้ รวม 325 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายขาดแล้ว 44 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดวันนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 281 ราย ขณะที่โรงพยาบาลสนาม จ.ขอนแก่น แห่งที่ 1 ที่หอพัก 26 มข. ซึ่งมีทั้งหมด 258 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทิ้งสิ้น 65 ราย ซึ่งในการบริหารจัดการ โรงพยาบาลสนามนั้น ขณะนี้มีการเตรียมแผนที่จะเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ที่อาคารเอนกประสงค์พุทธมณฑลอีสาน ซึ่งตั้งอยู่ริม ถ.เลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธื ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 240 เตียง และขณะนี้ความคืบหน้าในการดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 90 และหากสถานการณ์ในภาพรวมไม่ดีขึ้น หรือหากจำนวนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 แห่งนี้แตะระดับไปเกินกว่า 200 คน โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ก็จะพร้อมต่อการเปิดใช้งานได้ทันที ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ลงพื้นที่และดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ ต่อเนื่องทุกวัน

“ วันนี้สถานการณ์โดยรวมของจังหวัดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ เริ่มลดลง อาจจะมีสู่งขึ้นบ้างในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งการประเมินสถานการณ์นั้นจะทำแบบวันต่อวัน  โดยทีมสาธารณสุขจะดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ อย่างรัดกุม ตามนโยบายและมาตรการที่รัฐบาลกำหนด ขณะที่การฉีดวัคซีน รอบที่ 1 และรอบที่ 2 ที่จังหวัดได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้มีการฉีดครบถ้วนแล้วในเข็มแรก โดยเน้นในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานในด้านหน้าที่ประจำจุดตรวจ 4 มุมเมืองของจังหวัดเป็นสำคัญ ซึ่งในเข็มที่ 2 คาดว่าจะสามารถเริ่มฉีดได้ในวงรอบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดคือประมาณกลางเดือน พ.ค.”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ได้รับข่าวดีเมื่อรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาให้ขอนแก่น ได้รับวัคซีนซิโนแวค รอบพิเศษ ที่จะส่งมายังจังหวัดในช่วงปลายเดือนนี้ โดยยังคงรอข้อสรุปว่าจะได้รับการจัดสรรมากน้อยเพียงใด ตามกลุ่มจังหวัดของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อนับรวมวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร ในรอบที่ 1 จำนวน 5,000 โดส รอบที่ 2 จำนวน 19,840 โดส และรอบพิเศษกำลังรอสรุปจากกระทรวงสาธารณสุข โดยในการฉีดนั้นจะเน้นในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ให้ครบทุกคน รวมไปถึง 4 กลุ่มตามที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ขณะที่วัคซีนในรอบเดือน มิ.ย. ของแอสต้าเซเนก้า จังหวัดได้เสนอขอรับการจัดสรรจำนวน 400,000 โดสเพื่อฉีดให้กับกลุ่มบุคคลทั้ง 4 กลุ่มตามบัญชีรายชื่อ ซึ่งหากนับรวมวัคซีน ทั้ง 4 รอบ ที่ได้รับการจัดสรรนั้นเท่ากับว่าวขอนแก่นจะได้รับวัคซีนไปแล้วถึงร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งจังหวัด

ยะลา – ด่วน !! โควิดเบตงดับแล้ว 1 ราย พบมีโรคประจำตัวด้วย หลังได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเบตง

พบมีโรคประจำตัว ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเบตง ด้วยอาการรู้สึกเหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ มีไอ โดยแพทย์ได้วินิจฉัยเบื้องต้น Pneumonia  ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด หลังพบเชื้อ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2564 จึงทำการย้ายผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในตึกcohort ชองโรงพยาบาลเบตง ต่อมาผู้ป่วยได้เสียชีวิต ซึ่งผู้ป่วย มีโรคประจำตัว

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.64ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อให้การปฏิบัติการในการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุกฯ และให้เป็นไปตามมาตรการ การควบคุมวิกฤตโควิด-19 อย่างเด็ดขาด  ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยได้ทำการยกระดับในการสแกนตัวบุคคลในการเดินทางเข้าพื้นที่เขตอำเภอเบตง ภายหลังจากมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จำนวน 8 ราย และมีเคสผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว 1 ราย ผู้ป่วยเพศชาย อายุ 63 ปี 10 เดือน 

โดยผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ซึ่งผู้ป่วยมีประวัติเกี่ยวกับโรคไตวาย และได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเบตง เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา โดยมีอาการ รู้สึกเหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ มีไอ แพทย์ได้ทำการ วินิจฉัยเบื้องต้น  Pneumonia  โดยได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2564ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบเชื้อ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2564 จึงได้ทำการย้ายผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในตึก cohort ของโรงพยาบาลเบตง ต่อมา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2564 เวลา 06.45 น.ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงและได้ทำการฌาปนกิจในวันเดียวกันทันทีโดยทีมแพทย์ไม่ให้ญาติเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ


ภาพ/ข่าว  ธานินทร์  โพธิทัพพะ / ปื๊ด เบตง

ปทุมธานี – ผู้ว่าฯ เปิดจวน ทำโรงครัวเลี้ยงแพทย์ พร้อมยกมาตรการป้องกันโควิดเทียบเท่า กทม.

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 11:00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้เปิดจวนผู้ว่าฯให้เป็นครัวทำอาหารช่วยเหลือแพทย์และบุคลาการทางการแพทย์รวมถึงคนไข้โควิด-19 เพื่อแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมยกมาตราป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีให้เท่าเท่ากรงเทพมหานคร เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยวันที่ 23 เมษายน 2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 41 ราย , วันที่ 24 เมษายน 2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 58 ราย และ วันที่ 25 เมษายน 2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 57 ราย ดังนั้น นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี จึงประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อออกคำสั่งจังหวัดปทุมธานี 3927/2564 ให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด มีคำสั่งให้กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม ดังนี้

ขอความร่วมมือประชาชนงดนอกออกนอกเคหสถานหรือที่พำนัก หลังเวลา 21.00 น.จนถึงเวลา 04.00 น.ของวันถัดไป เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ , ให้งดการรวมกลุ่มดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกสถานที่ เว้นแต่การดื่มของสมาชิกภายในครอบครัวภายในที่พักอาศัย ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถานหรือสถานที่ทำงาน หรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ หรือสถานที่ใด ๆ สำหรับบุคคลซึ่งอยู่ในร้านค้า ร้านอาหาร ตลาด สถานที่ทำงาน หรือสถานที่ใด ๆ ที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรืออยู่รวมกันของคนหมู่มาก ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้งตลอดเวลา ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคในข้อนี้ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ มีระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ขอความร่วมมือให้มีการทำงานที่บ้าน (Work from Home) สลับวันทำงานให้เหมาะสม และให้งดการทานอาหารร่วมกันเป็นหมู่คณะ ทั้งนี้ให้ยังคงปิดสถานที่ต่าง ๆ เป็นการชั่วคราว ห้ามจัดกิจกรรม และมาตรการควบคุมที่จำเป็นตามที่มีคำสั่งไว้ก่อนหน้านี้ไว้เช่นเดิม

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ต้องได้รับการสนับสนุนอาหารการกินจึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มอาหาร ซึ่งครัวของโรงพยาบาลไม่สามารถทำให้ทันเวลาได้ จึงได้เปิดครัวที่จวนโดยมีทางบริษัทซีพีแรม จำกัด มาช่วยทำอาหารเพื่อส่งมอบให้ทางโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยวันนี้ทำอาหารได้ 1,000 ชุด พร้อมขนม พี่น้องชาวปทุมธานีที่อยากทำบุญร่วมกันสามารถมาส่งกำลังใจกันที่จวนได้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทุกคนมีส่วนช่วยเหลือแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้ เพื่อแบ่งเบาภาระให้ทางโรงยาบาลดูแลคนไข้มากขึ้น ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยช่วงเช้าได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ โดย 3 วันที่ผ่านมานี้มีจำนวนผู้เชื้อเชื้อที่ทรงตัว สามารถแบ่งผู้ติดเชื้ออกเป็น 3 ประเภทประกอบด้วย

1.เป็นคนปทุมธานี

2.เป็นคนที่เข้ามาทำงานในจังหวัดปทุมธานี

3. เป็นคนจากต่างจังหวัดแต่เดินทางมาขอตรวจที่จังหวัดปทุมธานี

ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อ 3 วันที่ผ่านมาจึงเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลถือว่ายังสามารถดำเนินการได้ไหว ทางจังหวัดปทุมธานีมีโรงพยาบาลสนามที่ธรรมศาสตร์ สบยช. มทร.ที่อนุเคราะห์สถานที่ทำโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาที่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นแล้วเพื่อพักฟื้นก่อนกลับบ้าน เรามั่นใจว่าสามารถควบคุมโรคได้เนื่องจาก 3 วันที่ผ่านมาไม่มีผู้ติดเชื้อมาจากแหล่งบันเทิงแล้ว แต่ผู้ติดเชื้อที่ปรากฏนั้นเป็นผู้ที่ติดมาจากผู้ที่ไปแหล่งบันเทิงที่ยังมีอยู่ ส่วนมาตรการที่เราได้ทำร่วมกันมี 4 ด้าน คือ

1.การป้องกัน ได้มีการยกระดับการป้องกัน

2.การค้นหา มีทางประกันสังคมได้จัดจุดสวอพที่วิทยาลัยอาชีวะ คนที่มีประกันสังคมในจังหวัดปทุมธานีจำนวน 600,000 คน สามารถเดินทางมาตรวจได้ฟรี จากนั้นมีโรงพยาบาลการุญเวช รับผู้ที่เป็นคนไข้ โดยทางจังหวัดได้ประสานโรงแรมทำเป็นโฮสพิเทลเพื่อให้การค้นหาได้เต็มความสามารถ

3.การรักษา เราได้คุยกับบุคลากรทางการแพทย์ ทราบว่ามีการแยกอาการผู้ป่วยชัดเจน โดยการแยกเป็นสีเขียว สีเหลืองสีแดง

4.การส่งกลับ มีการส่งผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกลับบ้านทุกวัน โดยผู้ที่ไม่มีรถก็อาศัยของรถของทางราชการ ชุมชนก็ให้การตอนรับดี โดยภาพรวมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือดีมาก เนื่องจากเราเป็นพื้นที่อยู่ติดกับกรุงเทพมหานครและอยู่ติดกับจังหวัดนนทบุรี จึงปรับมาตรการยกระดับให้เหมือนกันและมีมาตรการเดียวกันเพื่อให้การควบคุมโรคดียิ่งขึ้น


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ/รายงาน

ขอนแก่น - เจ้าของผับชื่อดัง ฮึดสู้โควิด พาลูกน้องเปิดร้านหมูกระทะ ข้าวราดแกง ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 25 บาท พร้อมจัดเมนูพิเศษทุกวันจันทร์ อิ่มไม่อั้นทุกจาน

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 26 เม.ย.2564 ที่ย่านการค้าโอโซนวิลเลจขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ ริม ถ.เทพารักษ์ ด้านข้างโรงเรียนขอนแก่นคริสเตียน เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีประชาชนจำนวนมากทยอยกันมาเลือกซื้อข้าวแกงยูบาร์ ซึ่งเปิดให้บริการแบบเฉพาะกิจช่วยเหลือพนักงาน ผู้มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ด้วยเมนูอาหาร 14 เมนูหลัก และ ข้าวขาหมูโก้โตน ที่ให้บริการในทุกวันจันทร์ ในราคาเริ่มต้นจานละ 25 บาท โดยมีประชาชนมายืนรอต่อคิวเลือกซื้ออาหารนานาชนิดเพื่อนำกลับไปรับประทานร่วมกันของครอบครัว รวมไปถึงการร่วมส่งกำลังใจสมทบทุนการจัดทำอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อีกด้วย

นายภาณุ  ธีรภาณุ เจ้าของร้านข้าวแกงยูบาร์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ธุรกิจหลักของครอบครัวคือการเปิดร้านอาหารและสถานบันเทิง ในชื่อร้านเดอ ลา แจ๊ส และ ร้านยูบาร์ ซึ่งจัดเป็นร้านอาหารและสถานบันเทิงชื่อดังขอจังหวัด แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระลอกใหม่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ร้านต้องปิดตัวลงตามคำสั่งและตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็ต้องปฎิบัติตามและให้ความร่วมมือเพื่อให้สถานการณ์นั้นได้คลี่คลายไปได้โดยเร็วที่สุด และเมื่อร้านต้องปิด ทำให้พนังกานที่มีอยู่รวมกว่า 70 คนนั้นต้องตกงาน ในระยะแรกได้ส่งพนักงานทั้งหมดไปทำงานที่โรงงานแต่โรงงานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้นในการเป็นผู้นำเมื่อเราอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันแบบครอบครัว  ผู้นำต้องกล้าที่จะตัดสินใจและไม่ท้อ จึงได้ตัดสินใจร่วมกันกับครอบครัว ใช้พื้นที่ว่างของย่านการค้าโอโซนวิเลจใจกลางเมืองแห่งนี้เปิดร้านหมูกระทะ ก่อนในระยะแรกและวันนี้เปิดข้าวราดแกง เพื่อให้พนักงานทุกคนนั้นได้มีงานทำและยังคงได้ช่วยเหลือคนอื่น ๆ อีกด้วย

“ โควิดระบาดระลอกใหม่ในช่วงเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ผมตัดสินใจเปิดร้านหมูกระทะ เพราะเป็นอาหารทานง่าย และใช้พื้นที่โล่งไม่แออัดและเว้นระยะห่าง ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และมาวันนี้เกิดการระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ผมจึงตัดสินใจเปิดร้านข้าวแกงในชื่อร้างข้าวแกงยูบาร์ เพื่อให้พนักงานทุกคนนั้นมีงานทำ ด้วยการจัดระบบการทำงานออกเป็น 2 กะ คือกะแรกทำงานร้านข้าวแกง ตั้งแต่เวลา 07.00-14.30 น. จากนั้นกะที่ 2 ทำงานที่ร้านหมูกระทะ ตั้งแต่เวลา 15.30 -21.00 น. ซึ่งพนักงานทุกคนก็ดีใจที่เราไม่ทอดทิ้ง อีกทั้งอาหารที่ทำจำหน่ายนั้นพนักงานยังคงสามารถรับประทานได้อีกด้วย”

นายภาณุ กล่าวต่ออีกว่า ร้านข้าวแกงยูบาร์ ให้บริการทุกวัน โดยไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 07.00-14.30 น. ใน 14 เมนู โดยทุกวันจะต้องมีผัดกะเพรา,ต้มจืด,พะโล้,แกงเขียวหวาน,น้ำพริก,ไข่ดาว,พะแนงหมูและไก่ทอด ส่วนเมนูอื่น ๆ นั้นเป็นไปตามที่เซฟและทีมแม่ครัวจะพิจารณาจัดทำ โดยร้านเสริฟแบบไม่อั้น กินจนอิ่มในราคาที่กำหนดไว้ตายตัว คือราด 1 อย่าง 25 บาท ราด 2 อย่าง 30 บาท ราด 3 อย่าง 35 บาท หากเป็นแกงถุง คือ 30 บาท และข้าวเปล่า 10 บาท ซึ่งทุกจานเราจะเสริฟแบบอิ่มไม่อั้น เพราะข้าวแกงนั้นทานได้ทั้งวัน จึงตัดสินใจเปิดร้านข้าวแกงขึ้นเพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ร้านได้มีงานทำ ช่วยเหลือผุ้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ที่ชื่นชอบเมนูข้าวแกงได้รับประทานในราคาถูก รสชาติอาหารวัตถุดิบที่นำมาจำหน่ายอัดแน่นและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพเพราะครอบครัวทำร้านอหารมาทั้งชีวิต ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีลูกค้าบางคนที่เข้ามารับประทานและรู้ว่าร้านของเรานั้นขายถูกและให้การช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ไม่มีข้าวทานที่มาขอรับข้าวแกงไปทาน ที่เราก็จัดชุดพิเศษให้ ลูกค้ารายนั้นก็ได้สมทบทุนเพื่อส่งมอบกำลังใจอีกด้วย อย่างไรก็ตามในทุกวันจันทร์ ได้จัดให้มีเมนูพิเศษจานละ 30 บาทคือข้าวขาหมูโก้โตน ให้คนขอนแก่นได้อิ่มอร่อยอีกด้วย

สระแก้ว – กองกำลังบูรพา ประกอบพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นสิริมงคล

วันนี้ พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายวินัย โตเจริญนายอำเภออรัญประเทศ นายสุรศักดิ์ ชินนวรรณ์ สส.สระแก้วเขต3 นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว นำคณะผู้บริหารหน่วยงานทหาร องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวสระแก้ว ทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีถวายเครื่องสังเวยบวงสรวงตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในวันรัฐพิธียุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ได้กระทำยุทธหัตถี ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จากพระราชดำรัสที่ทรงกล่าวโดยไม่สะทกสะท้านและมั่นพระทัยในไก่เหลืองหางขาวของพระองค์ ทำให้พระมหาอุปราชาทรงเกรงกลัว หาหนทางกลั่นแกล้งและกำจัด เป็นผลทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าได้ ไก่เหลืองหางขาวจึง มีชื่อเสียงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ไก่เจ้าเลี้ยง” และ “ไก่พระนเรศวร”ซึ่งปัจจุบันชาวพิษณุโลกมีความภาคภูมิใจและหวงแหนในสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์นี้มาก จึงมีการอนุรักษ์และพัฒนาไก่สายพันธุ์นี้มาโดยตลอด ในประเทศที่มีกีฬาชนไก่จะรู้จักไก่ไทยเหลืองหางขาวเป็นอย่างดี

พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา กล่าวว่า ในขณะที่ตนเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยกำลังพล และครอบครัวตั้งพงษ์ทอง รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธา ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและประชาชนโดยทั่วไป ได้ร่วมกันจัดสร้างพระบรมราชนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปางหลังทักษิโณทก ประทับนั่งบนอาคาร 2 ชั้น สูง 25 เมตร ชั้นบนออกแบบอาคาร 6 เหลี่ยม หลังคามุงรูปมาลาออกรบ ประดิษฐาน ณ บริเวณหน้าค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อเชิดชูพระเกียรติยศพระมหากษัตริย์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการรบ การปกครอง และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อปวงชนาวไทย เพื่อน้อมระลึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทยและร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและทรงทำสงครามกอบกู้เอกราช ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทยและขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งได้ตกทอดมาจนถึงพวกเราชาวไทยจวบจนปัจจุบัน

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระวิสุทธิกษัตริย์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2098 ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ชำนาญการรบอย่างยิ่ง ทรงฉลาดในการวางแผนยุทธวิธีและอุบายกระบวนศึกที่ไม่เหมือนผู้ใด ทรงเป็นวีรกษัตริย์นักรบที่มีพระปรีชาสามารถ เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 สิริรวมการครองราชย์สมบัติ 15 ปี

พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ประธานประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกองพิธี ณ บริเวณหน้าค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับผู้มาร่วมพิธีของการแต่งกาย ข้าราชการทหารแต่งชุดพระราชฐาน ข้าราชทั่วไปแต่งเครื่องแบบปกติขาว หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้าประชาชนใส่เสื้อเหลืองคอปกผู้ร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยสีขาว หรือหน้ากากผ้าขาวตลอดการเข้าร่วมพิธีดังกล่าว


ภาพ/ข่าว  วีระยุทธ สารการ / สมศักดิ์ สารการ / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

แม่ฮ่องสอน - ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ร่วมปฏิบัติการบินลาดตระเวนสำรวจปริมาณเชื้อเพลิงคงเหลือในพื้นที่เสี่ยง เตรียมกำหนดมาตรการควบคุมการเผา

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าที่ร้อยตรีณรงค์ชัย จินดาพันธุ์ นายอำเภอขุนยวม และฝ่ายเลขานุการศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมปฏิบัติการบินลาดตระเวนเพื่อสำรวจปริมาณวัสดุเชื้อเพลิง(ใบไม้แห้ง) คงเหลือในพื้นที่ป่าที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า.  เพื่อนำผลการสำรวจมาประกอบการกำหนดมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ทำกินในเขตป่าของราษฎร

การปฏิบัติการบินครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ฯ เพื่อดำเนินการสำรวจในพื้นที่ 4 ตำบล ของอำเภอขุนยวมได้แก่ตำบลขุนยวม ตำบลแม่เงา ตำบลแม่กิ๊ และตำบลแม่อูคอ พบว่า ในเขตตำบลดังกล่าวมีสภาพพื้นที่ที่มีการแผ้วถางเพื่อเตรียมการเพาะปลูกแบะมีแนวโน้มจะมีการเผา เป็นจำนวนหลายแห่ง   และบางแห่งได้มีการเผาพื้นที่จนลุกลามเข้าเขตพื้นที่ป่า และเกิดกลุ่มหมอกควันขนาดใหญ่  

ทั้งนี้ภายหลังปฏิบัติการบินลาดตระเวน ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะจึงเรียกประชุม “ศปก ไฟป่า อำเภอขุนยวม “ เพื่อกำชับการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นการบังคับใช้มาตรการควบคุมสูงสุด ห้ามเผาเด็ดขาด ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฯ อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน ตลอดจนสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ แก่พี่น้องประชาชน เกี่ยวกับผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการเผาวัสดุเชื้อเพลิงจนเกิดการลุกลามทำให้เกิดหมอกควันที่มีระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

โดยกำหนดให้อำเภอขุนยวม รายงานผลการดำเนินการให้จังหวัดโดยเร็วและนำข้อมูลเสนอศูนย์อำนวยการป้องกันไฟป่าฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอนในการประชุมประจำเดือนเมษายนนี้ เพื่อวางมาตรการในภาพรวมของจังหวัดต่อไป


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / รุจิรา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

กาฬสินธุ์ – ชาวบ้านพลิกวิกฤตโควิดระบาด ไม่ประมาทหาอาหารป่า งมหอยขาย

จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ผลยืนยันล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งสูงถึง 50 คน โดยไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อแต่ละคน เดินทางไปหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่กักกันตัวเองในบ้าน เพื่อความไม่ประมาทและลดอัตราเสี่ยงได้รับเชื้อทำให้ชาวบ้านหลายรายพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทั้งเข้าป่าหาแหย่ไข่มดแดง และลงเขื่อนหางมหอยเป็นอาหารในครัวเรือน พร้อมจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้เสริมเป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยล่าสุดคณะกรรมการโรคติดต่อ ได้ประกาศยืนยันผลพบได้รับเชื้อระลอก 3 จำนวน 50 ราย ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ออกมาตรการหลายด้านอย่างเข้มงวด ให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อความไม่ประมาทและเป็นการป้องกันการได้รับเชื้อ

ขณะเดียวกัน ในส่วนการดำเนินชีวิตของประชาชนในรูปแบบนิวนอร์มอล ก็ได้เพิ่มความระมัดตนเองมากขึ้น โดยปฏิบัติตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด โยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่างทางสังคม ไม่เข้าไปในสถานที่แออัด ผู้คนพลุกพล่าน รวมทั้งสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมชุมชน เช่น ตลาด ร้านค้า โดยเฉพาะในการหาอาหาร ได้พบว่ามีการปรับตัว เพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 โดยมีชาวบ้านหลายรายเข้าไปหาอาหารป่า ทั้งแหย่ไข่มดแดง และหางมหอยตามแหล่งน้ำสาธารณะ รวมทั้งบริเวณท้ายเขื่อนลำปาว ที่น้ำกำลังลดลงจากภาวะภัยแล้ง

นายเฉลิมชาติ บุญใหญ่ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 97 หมู่ 5 บ้านหนองสอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ดังกล่าว เพื่อความไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ตนและทุกคนในครอบครัว รวมทั้งเพื่อนบ้าน ต่างตื่นตัวในการระมัดระวัง ป้องกันตนเองและคนใกล้ชิดอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตประจำวัน และการอาหารเลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้ ได้อาศัยช่วงว่างเว้นจากการทำงาน และเป็นช่วงฤดูแล้ง มาหางมหอยทราย หอยขม ที่บริเวณท้ายเขื่อนลำปาว ซึ่งระดับน้ำกำลังลดลง

นายเฉลิมชาติกล่าวีกว่า ตนและเพื่อนบ้านหลายคน จะมาหางมหอยในช่วงเช้าถึงเที่ยงวัน ที่อากาศกำลังพอดี โดยจะได้วันละประมาณ 10-20 ก.ก. หอยที่ได้นอกจากจะนำไปประกอบอาการทานในครัวเรือนแล้ว ยังแบ่งขายในชุมชนในราคา ก.ก.ละ 25-30 บาท เป็นการหารายได้เสริมเข้าครัวเรือน และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน ที่ระมัดระวังตัวกลัวติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย ทั้งนี้ ถึงแม้จะเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เป็นฤดูแล้งและน้ำลด จึงหางมหอยได้ง่าย และพอจะมีทางออกในการหาอาหารหล่อเลี้ยงคนในครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามบรรยากาศการหาอาหารของชาวบ้านในช่วงนี้ พบว่ามีชาวบ้านหลายราย ไม่กล้าที่จะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับการได้รับเชื้อโควิด-19 จากการเข้าไปหาซื้ออาหารในท้องตลาด ดังนั้น จึงพบว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ป่าชุมชนและป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง ก็จะพากันหาอุปกรณ์ไปแหย่ไข่มดแดง ที่ทำรังบนยอดไม้สูงๆ ซึ่งไข่มดแดงถือเป็นอาหารตามฤดูกาลที่หายาก และคนนิยมรับประทานมาก โดยจะมีเฉพาะในฤดูแล้งเท่านั้น จึงเป็นอาหารป่าที่มีราคาแพง หากหาแหย่ไข่มดแดงได้จำนวนมาก ก็จะนำไปแบ่งขาย สร้างรายได้ในช่วงนี้อย่างงาม โดยราคาซื้อขายกันสูงถึง ก.ก.ละ 500 บาททีเดียว

 

สงขลา - สีสัน..สวนสัตว์สงขลา เปิดตัวสมาชิกใหม่ของปี 2564 ลูกนกเพนกวินน้อย วัย 5 เดือน สายพันธุ์ฮัมโบลด์

สีสัน..สวนสัตว์สงขลา  เปิดตัวสมาชิกใหม่ลูกนกเพนกวินน้อย วัย 5 เดือน สายพันธุ์ฮัมโบลด์  ซึ่งเป็นลูกนกเพนกวินตัวแรกของปี 2564 ในช่วงโควิดที่ผ่านมา มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง น่ารัก น่าเอ็นดูและกลายเป็นขวัญใจของพี่เลี้ยงนกเพนกวินอยู่ในขณะนี้

โดยได้เข้ารวมฝูงกับฝูงนกเพนกวินสายพันธุ์ฮัมโบลด์ที่มีอยู่ 13 ตัวของสวนสัตว์สงขลา ทำการฝึกให้เดินพาเหรด ฝึกว่ายน้ำโดยมีนกเพนกวินคอยดูแลและว่ายประกบอยู่ตลอดเวลา โดยจะทำการฝึกทุกวันและจะมีอาหารคือปลาทูแขกให้กินเป็นรางวัล เพื่อที่จะให้ลูกนกเพนกวินเดินพาเหรดบนรางได้คล่องแคล่วขึ้นและสามารถว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของนกเพนกวิน

นกเพนกวินฮัมโบลด์ Humboldt Penguin (Spheniscus humboldti ) มีการดัดแปลงอวัยวะที่ใช้ในการบินเพื่อการว่ายน้ำ มีหน้าอกและท้องสีขาว หลังมีสีดำ ส่วนหัวสีดำ มีลายเส้นสีขาวคาดจากฐานปาก ผ่านด้านข้างหัวลงมาถึงคอ อาศัยในเขตร้อนทางหมู่เกาะกูโน และชายฝั่งทะเลของเปรู และชิลี ทวีปอเมริกาใต้ อุณหภูมิที่ต้องการ 22-30 องศาเซลเซียส นกเพนกวินฮัมโบลด์หาอาหารกินในทะเล เช่น ปลา กุ้ง ตัวอ่อนของปู ลูกนกกินอาหารจากการคายออกจากกระเพาะของพ่อแม่ นกเพนกวินดื่มน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม เนื่องจากที่เหนือตามีต่อมขับเกลือ เพื่อขับเกลือส่วนเกินออกได้ นกเพนกวินฮัมโบลด์เป็นสัตว์สังคม อยู่รวมกันเป็นฝูง ส่งเสียงดังเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร เวลาทักทายกันจะใช้ปากหรือคอถูกัน ในฤดูผสมพันธุ์นกชนิดนี้จะอยู่กันเป็นฝูงเล็ก ๆ อยู่ตามน้ำหรือขุดโพรงอยู่ตามพุ่มหญ้าสูงในป่าใกล้กับชายฝั่งทะเล วางไข่ ฟักไข่ ปีละ 1 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิ สร้างรังด้วยก้อนหิน กิ่งไม้ ใบหญ้า วางไข่ครั้งละ 1 - 3 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ 39 วัน โดยตัวผู้เป็นผู้ฟักไข่ เป็นนกที่บินไม่ได้ เป็นนกเพนกวินขนาดกลาง ความยาวลำตัวประมาณ 65 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม

ในขณะเดียวกันสวนสัตว์สงขลา ก็ยังมีสมาชิกใหม่ลูกนกเพนกวินน้อย ที่กำลังฟักไข่อีก 2 ตัว ขณะนี้ลูกนกเพนกวินฮัมโบลด์ฟักออกจากไข่แล้ว จำนวน 1 ตัวและกำลังฟักอีก 1 ตัวคาดว่าจะออกจากไข่ในอีก 1 - 2 วันนี้ ขณะนี้ฝูงนกเพนกวินสายพันธุ์ฮัมโบลด์ของสวนสัตว์สงขลา รวมทั้งหมดเป็น 14 ตัว และที่กำลังฟักออกจากไข่อีก 2 ตัว ก็จะมีฝูงนกเพนกวิน รวม 16 ตัว ในขณะนี้

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา  จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมกันตั้งชื่อให้ลูกนกเพนกวินน้อยวัย 5 เดือน โดยชื่อที่ถูกใจคณะกรรมการจะได้รับรางวัลเป็นของที่ระลึกจากสวนสัตว์สงขลา เพื่อเป็นของขวัญในการร่วมสนุกกับกิจกรรมสวนสัตว์สงขลา  พร้อมติดตามกิจกรรมดี ๆ จากสวนสัตว์สงขลากันต่อได้ในวันที่ 27 เมษายน นี้  ซึ่งเป็นวันสมเสร็จโลก


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

แม่ฮ่องสอน - เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย เจรจาทหารเมียนมาหลังมีข่าวยิงเรือชาวบ้าน ยอมทำตามข้อตกลง ให้เรือไทยวิ่งผ่านแม่น้ำสาละวินได้

ได้รับการเปิดเผย ว่าทาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย ได้นำเรือเร็วไปรับทหารเมียนมา ที่ฐานตรงข้ามหมู่บ้านแม่สามแลบ หมู่ 1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเดินทางไปร่วมประชุม กับ หัวหน้าหน่วยทหารเมียนมา ฐานดา-กวิน ริมแม่น้ำสาละวิน ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง  โดยมี พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับการกรมทหารพราน ที่ 36 พร้อมด้วย รอง ผบ.ร้อย ตชด.337 แม่สะเรียง เดินทางร่วมเจรจา  หลังจากการประชุมเสร็จ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทย ได้เรียกประชุมเจ้าของเรือในหมู่บ้านแม่สามแลบ โดยแจ้งว่า ตั้งแต่นี้ไป เรือของราษฎรทุกลำในหมู่บ้านแม่สามแลบ สามารถวิ่งตามแม่น้ำสาละวินได้แล้ว ซึ่งทหารเมียนมาจะไม่ยิงเรือชาวบ้านอีกต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ ชาวบ้านแจ้งว่า มีทหารเมียนมายิงเรือชาวบ้านฝั่งไทย ล่าสุดเป็นเรือของตำรวจ ตชด.ร้อย.337 ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดนฐานจอท่า ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ถึงแม้ ทาง ตชด.337 มีการชี้แจงว่า เป็นการยิงส่งสัญญาน เพื่อขอตรวจสอบเรือที่แล่นผ่านน่านน้ำสาละวินเขตเมียนมา ตามที่มีข้อตกลงก่อนหน้านั้น ว่าให้เรือไทยทุกลำจอดรายงานตัวที่ฐานนี้ และก่อนหน้านั้น ในวันที่ 17-18 เม.ย.64 ทหารเมียนมาได้ยิงเรือชาวบ้านแม่สามแลบ ที่ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปให้ผู้อพยพในรัฐกะเหรี่ยง จนทำให้ชาวบ้านประชาชนฝั่งไทย หวาดกลัว ไม่กล้าวิ่งเรือในแม่น้ำสาละวิน

ล่าสุดทางแหล่งข่าวความมั่นคง เผยว่าผลการเจรจากับทหารเมียนมา ยอมทำตามข้อตกลง ให้เรือไทยวิ่งผ่านแม่น้ำสาละวินได้ โดยไม่ต้องรายงานตัวที่ฐานทหารเมียนมา ส่วนการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงให้ทำตามขั้นตอน ที่มีการตกลงกันก่อนหน้านี้ จะไม่ยิงเรือไทยหรือยิงขู่อีก แต่ขอเป็นการส่งเสบียงให้ทหารเมียนมาตามที่ได้ตกลงไว้ ซึ่งก่อนหน้านั้นทางหน่วยความมั่นคงไม่ได้อยู่นิ่งเฉยได้เตือนเขาไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรก จนมาล่าสุดจึงยอมไม่ได้ เป็นเหตุให้ ต้องไปคุย และก็ไม่ได้ไปแบบ ยอม พร้อมที่จะปะทะ ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง โดยผลการเจรจาวันนี้ ก็นับว่าเป็นการคุยกันที่ดี ที่ฝั่งโน้นเขาก็ยอมรับผิดและยอมที่จะทำตามข้อตกลงไว้คือ น่านน้ำสากล ต้องไม่มีการปฏิบัติการใด ๆ จะไม่มีการยิงกันในลำน้ำสาละวิน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ทางหน่วยงานความมั่นคงจะไม่ยอมให้มีการกระทำอีก เพื่อให้การค้าขายตามแนวชายแดนลำน้ำสาละวินกลับมา เข้าสู่สภาวะปกติต่อไป


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาวร อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top