Saturday, 31 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

ที่ปรึกษาฮุนเซน เข้าพบ "จุรินทร์" ขอให้ไทยเร่งเปิดด่านหนองเอี่ยน ส่วนไทยหวังประชุม JTC จะส่งเสริมการค้าระหว่าง ไทย-กัมพูชา ในต้นปีหน้า

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้ทำหน้าที่ประสานและนำ Dr.Sok Sokrethya ที่ปรึกษาส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ผู้แทนรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าพบท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงพาณิชย์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลของสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ของกัมพูชากับของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเกิดโควิดและหลังจากสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้วด้วย

ภายหลังจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวต้อนรับท่านรัฐมนตรีจากกัมพูชาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว

ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโซ ฮุนเซน และรัฐมนตรีช่วยการท่องเที่ยวของกัมพูชาได้ขอหารือในประเด็นสำคัญ 3 ประเด็นคือ

ประเด็นที่1 ให้ฝั่งไทยช่วยเร่งรัดในการแก้ปัญหาการจราจรหน้าด่านที่ฝั่งไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้สินค้าจากไทยข้ามไปกัมพูชาได้โดยเร็วและสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการจัดทำเอกสารที่กัมพูชาเห็นว่าอาจสามารถลดลงได้ เพื่อความสะดวกในการทำการค้าระหว่างสองประเทศ

ประเด็นที่2 กัมพูชาใคร่ขอให้ไทยเร่งรัดการเปิดด่านหนองเอี่ยน เพื่อถ่ายเทการจราจรระหว่างสองประเทศอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการค้าระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น

ประเด็นที่3 กัมพูชาใคร่ขอให้ฝั่งไทยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกันให้ได้รับความสะดวกมากขึ้นโดยเฉพาะข้อตกลงในเรื่องมาตรการด้านสุขอนามัยระหว่างกัน

ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียนให้ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซนและผู้แทนของรัฐบาลกัมพูชาว่า

ประเด็นที่1 การเปิดด่านหนองเอี่ยนมีความเห็นตรงกันระหว่างสองประเทศคือไทยกับกัมพูชา เพราะเมื่อครั้งที่ตนไปเยือนกัมพูชาก่อนเกิดโควิด ได้เจรจากับท่านรัฐมนตรีการค้าท่านปาน สรศักดิ์ ที่พนมเปญ และมีความเห็นตรงกันว่าจะใช้วิธีการเปิดด่านหนองเอี่ยน โดยไม่ต้องรอให้ด่านฝั่งไทยสร้างเสร็จแบบถาวร แต่จะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ไปพลางก่อนเพื่อการค้าระหว่างกันจะได้เดินหน้าได้ ซึ่งจะมีการหารือเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหา เช่น การติดขัดในบางส่วนให้เสร็จโดยเร็ว

ประเด็นที่2 ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ขอให้ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน และผู้แทนของรัฐบาลกัมพูชาได้ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าไทยที่ไปโพสต์ขายอยู่ใน klangthai.com ของกัมพูชาประมาณ 220 กว่ารายการ ให้ชาวกัมพูชาได้รับทราบเพิ่มเติม

ประเด็นที่3  ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ตัวแทนของรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการการท่องเที่ยวของกัมพูชาทราบว่าใน หลังจากเลขาธิการอาเซียนของประเทศบรูไนหมดวาระ ลงในปีหน้า จะเป็นประเทศกัมพูชาที่จะทำหน้าที่เลขาธิการอาเซียนต่อไปประเทศไทยยินดีที่จะสนับสนุนชื่อบุคคลที่ประเทศกัมพูชาได้เสนอขึ้นมา และสุดท้าย

ประเด็นที่4 ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียนว่าท่านประสงค์จะเห็นการประชุม JTC เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชามากขึ้นโดยในปี 2561 กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ปี 2562 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เกิดสถานการณ์โควิดขึ้น ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงได้เรียนให้ทราบว่า ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นการประชุม JTC ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกันในต้นปีหน้า

น้ำใจ "ชาวจีน" ร่วมช่วยชาวไทยผู้ประสบภัยโควิด-19 มอบสิ่งของให้ "มูลนิธิออทิสติกไทย" ส่งต่อช่วยคนพิการ

ณ มูลนิธิออทิสติกไทย  (Autistic Thai Foundation) เลขที่ 11 หมู่ 12 ซอยบางพรม 29 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร "Mr.Sunny Zhang-Cheng" ผู้บริหาร บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์ และภาคธุรกิจ สถานประกอบการ "ชาวจีน" ในประเทศไทย เดินทางมามอบสิ่งของ อาทิเช่น ข้าวสาร / บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / นม / หน้ากากอนามัย ฯลฯ ให้กับ "มูลนิธิออทิสติกไทย" เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนคนไทย คนยากไร้ คนพิการ และขอเป็นขวัญกำลังใจให้คนไทยและเพื่อนมนุษย์ ที่กำลังเผชิญปัญหาโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้มีพลังกาย พลังใจ ในการต่อสู้ปัญหาต่าง ๆ อยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน "เราไม่ทิ้งกัน"

ในการนี้ "อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ " ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และ ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหาร และภาคธุรกิจ สถานประกอบ "ชาวจีน" ที่ในวันนี้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนคนไทย คนยากไร้ และคนพิการ ที่กำลังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตทั้งทางตรง และทางอ้อม

“รมว.เฮ้ง ร่วมคณะนายก” ลุยตรวจน้ำท่วมชัยภูมิ เยี่ยมให้กำลังใจ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน และผู้ใช้แรงงาน

วันที่ 29 กันยายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางร่วมคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดชัยภูมิ

จุดแรกตรวจติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่ตลาดคลองพุดซา อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์ จุดที่สองได้ให้กำลังใจบุคลากรและมอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลชัยภูมิ และจุดที่สามตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่วัดชัยชนะวิหาร (วัดบ้านละหาน) อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

โดยนายสุชาติ กล่าวว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน“เตี้ยนหมู่”ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จนพี่น้องแรงงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และในวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากผลกระทบดังกล่าว จึงได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเบื้องต้น

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันพบว่า ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นในหลายอำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ส่วนการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชัยภูมิ ล่าสุดสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชัยภูมิ ได้จัดรถ 6 ล้อ ให้บริการรับ – ส่งประชาชนตามจุดสำคัญต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล ศาลากลาง เป็นต้น หัวหน้าส่วนราชการ

 

ลำปาง - มทบ.32 นำจิตอาสาช่วยเหลือ เยี่ยมเยือนชุมชนมุสลิมลำปาง แสดงความรักความห่วงใย และบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 28 กันยนยน 2564 เวลา 10.00 น. พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก กวิน ยาวิชัย รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 และวิทยากรจิตอาสา 904 เป็นผู้แทนหน่วย ร่วมกับประชาชนจิตอาสาจังหวัดลำปาง ร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน  "มีแล้ว แบ่งปัน" มอบสิ่งของอุปโภค - บริโภค เยี่ยมเยือนให้กำลังใจ กับชุมชนมุสลิม ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ในพื้นทีเขตอำเภอเมือง และบ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง รวม 3 ครอบครัว

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการดำรงชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก ในการนี้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ทุกพื้นที่ ทุกศาสนา จึงได้มอบหมายให้รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 และวิทยากรจิตอาสา 904 นำสิ่งของไปมอบให้การช่วยเหลือ เพื่อแสดงถึงความรักความห่วงใย และบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจในการก้าวข้ามพ้นผ่านวิกฤตโควิด สร้างความปลาบปลื้มใจและอบอุ่นใจเกิดแก่ครอบครัวที่หน่วยได้เข้าให้ความช่วยเหลือ

 

จบกันแค่นี้!! 'อินเดีย'​ หยุดซื้อ​ '​Pfizer -​ Moderna'​ หันมาพึ่งพาวัคซีนตัวเอง | Knowledge Times EP.23

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
????จบกันแค่นี้!! 'อินเดีย'​ หยุดซื้อ​ '​Pfizer -​ Moderna'​ หันมาพึ่งพาวัคซีนตัวเอง

รัฐบาลกลางอินเดียตกลงใจที่จะไม่ซื้อวัคซีนเจ้าดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง Pfizer และ Moderna เพิ่ม โดยให้เหตุผลว่า วัคซีนที่พัฒนาเองในประเทศก็เพียงพอที่จะให้ฉีดให้กับประชาชนในประเทศแล้ว แถมยังมีราคาถูกกว่า สามารถจัดเก็บ และขนส่งด้วยตู้แช่ทั่วไป ในขณะที่วัคซีน mRNA ของสหรัฐฯ ต้องเก็บในอุณหภูมิระดับติดลบ ซึ่งในอินเดียยังมีความพร้อมตรงนี้ไม่มากพอ 

สำหรับวัคซีนสัญชาติอินเดีย ที่ผลิตได้เองในประเทศตอนนี้มีอยู่ 2 ตัวหลักๆ คือ Covishield หรือที่รู้จักอีกชื่อ คือ AstraZeneca ผลิตโดยบริษัท Serum Institute of India ที่พึ่งจะได้รับการรับรองจากอังกฤษ โดยสามารถเดินทางเข้าประเทศได้แบบไม่ต้องกักตัว หากฉีดครบ 2 โดส และ Covaxin วัคซีนสัญชาติอินเดียแท้ๆ ที่พัฒนาโดย Bharat Biotech

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์อินเดียเพิ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีน DNA ตัวแรกของโลก ที่ชื่อว่า ไซคอฟ–ดี (ZyCoV-D) ผลิตโดยบริษัท ไซดัส คาดิลา (Zydus Cadila) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อ อยู่ที่ร้อยละ 66.6 เมื่อรับวัคซีนครบ 3 เข็ม โดยต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ในการผลักตัวยาเข้าผิวหนังด้วยความเร็วสูง

อินเดีย จัดเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดในโลก และเคยได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นผู้กู้วิกฤติด้วยวัคซีน Covishield ที่จะสมทบเข้าโครงการ Covax ขององค์การอนามัยโลก แต่อินเดียมาเกิดการระบาดครั้งใหญ่ของ Covid-19 ในประเทศเสียก่อน รัฐบาลอินเดียจึงออกกฎหมายระงับการส่งออกวัคซีน Covid-19 ชั่วคราว

แต่ตอนนี้อินเดียสามารถควบคุมการแพร่ระบาดรุนแรงมาอยู่ในระดับที่รับมือได้แล้ว และได้ทยอยฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 800 ล้านโดสทั่วประเทศ ขณะที่กำลังผลิตวัคซีนเริ่มกลับมาเข้าที่ จนคาดว่าอินเดียจะสามารถกลับมาส่งออกวัคซีนได้ภายในเดือนตุลาคม 2021 นี้ 

จากเหตุผลที่ว่ามา ทำให้อินเดียไม่จำเป็นต้องซื้อวัคซีนของผู้ผลิตรายใหญ่จากสหรัฐฯ และมองว่าการใช้ของในประเทศก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการแล้ว

อยุธยา - ผู้ว่าฯ เปิดรพ.สนาม เยี่ยมชมอาคารสถานที่ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อคนในภาคอุตสาหกรรมอยุธยา เฟส 1 เป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลพนักงานผู้ป่วยจากโควิด-19

วันนี้ (28 ก.ย.64) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโรงพยาบาลสนาม เพื่อคนในภาคอุตสาหกรรมอยุธยา เฟส 1 พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ โดยมี นางสาวบงกช แจ่มทวี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ เป็นผู้กล่าวรายงานฯ และนายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช. การช่าง จำกัด(มหาชน) ผู้สนับสนุนให้ใช้สถานที่ และผู้ร่วมสนับสนุนในการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีเปิดฯ จากนั้น ผู้ว่าฯ และคณะ ได้เยี่ยมชมอาคารสถานที่รองรับผู้ป่วยและอาคารของแพทย์พยาบาลภายในโรงพยาบาลสนามแห่งนี้

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสถานประกอบการภาคเอกชนและโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กว่า 100 แห่ง ได้ร่วมกันที่จะจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ขึ้นในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลพนักงานผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งจะเป็นการตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐที่ให้โรงงานอุตสาหกรรมจัดตั้งศูนย์พักคอยหรือโรงพยาบาลสนามขึ้นในสถานประกอบการด้วย

นครนายก - ชุมชนไทยพวน ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดฝั่งคลอง มิวเซียมปะพวนที่ปากพลี ร่วมแสดงความยินดี และแสดงมุทิตาจิต

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 28 กันยายน 2564 ที่วัดฝั่งคลอง ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ชุมชนไทยพวน ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดฝั่งคลอง มิวเซียมปะพวนที่ปากพลี ร่วมแสดงความยินดี และแสดงมุทิตาจิต ดร.อนันต์ นาวิไล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก,จ.ส.ต.สกล ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก,นางสาวณัฐกฤตา มีกล้า ครู กศน.ตำบลท่าเรือ(กศน.อำเภอปากพลี)

โดยมีพระครูวิริยานุโยค เจ้าคระอำเภอปากพลี เจ้าอาวาสวัดฝั่งคลอง กล่าวสัมโมทนียกถางานมุทิตาจิต พร้อมมีอาจารย์สมชาย ธูปเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลอำเภอปากพลี, ว่าที่ รต.ชาติชาย ยอดมิ่ง ประธานชมรมส่งเสริการท่องเที่ยวชุมชนไทยพวน เป็นพิธีกร และแขกผู้มีเกียรติรวมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญแบบพื้นบ้านไทยพวน พร้อมชมวีดีทัศน์นำเสนอผลงานความประทับใจและการเกษียณราชการทั้ง 3 ท่าน

ชลบุรี - สวนนงนุชพัทยาภูมิใจได้รับเกียรติเป็น 1 ใน “25 UNSEEN New Series” ชวนคนไทยไปเที่ยวพร้อมขยายแคมเปญฉีด2เข็มเที่ยวฟรี

ตามที่เพจ Amazing ไทยแลนด์ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 25 ภาพ ลงในอัลบั้ม 25 UNSEEN New Series ที่จะพาคุณไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองไทย ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็น สวนนงนุชพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออกที่ติด 1 ใน 25 UNSEEN  New Series โซนหุบเขาไดโนเสาร์

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า ทางสวนนงนุชพัทยานอกจากจะมีสวนสวยมากกว่า 40 สวน แล้วยังมีหุบเขาไดโนเสาร์ที่เป็นไฮไลท์ ซึ่งที่ผ่านมา สวนนงนุชพัทยาได้มีการพัฒนา และสร้างโซนไดโนเสาร์ เอเวอร์นิว( dinosaur avenue) ขึ้นมาใหม่โดยสร้างไดโนเสาร์ เพิ่มเติมอีก 41 ตัว 30 ชนิด ปัจจุบันมีจำนวนไดโนเสาร์มากกว่า 900 ตัว 320 ชนิดเพื่อเป็นการรณรงค์การท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย จึงขยายระยะเวลา สำหรับโปรโมชั่นฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม เที่ยวชมสวนนงนุชพัทยาฟรีตั้งแต่ วันที่ 1-17 ตุลาคม 2564

นครนายก - เทศบาลเมืองนครนายก จัดโครงการฉีดวัคซีนชิโนฟาร์มให้ประชาชน รอบที่ 2 (เข็มที่ 1) จำนวน 600 คน ด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชน

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 29 กันยายน 2564 ที่โรงพยาบาลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายศุภกฤษณ์ จัยสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองนครนายก ได้มอบหมายให้คณะเทศมนตรี เข้าตรวจเยี่ยมให้คำปรึกษาประชาชนที่เข้ารับบริการซีดวัคซีนชิโนฟาร์ม รอบที่ 2 (เข็มที่1)จำนวน 600 คน โดยมีประชาชนที่ลงทะเบียนไว้แล้วได้เข้ามารับการฉีดวัคซีน เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

กรุงเทพฯ - ‘นิพนธ์’ ย้ำ 3 เรื่องหลัก! เร่งฉีดวัคซีนเมืองท่องเที่ยว - บริหารจัดการน้ำแก้อุทกภัย/ภัยแล้งพร้อมเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ได้รับผลกระทบ - ลดสถิติการสูญเสียบนท้องถนน แก่ผู้บริหารก.มหาดไทย เตรียมพร้อมก่อนเริ่มปีงบ 65

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (vcs) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญ พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว การผ่อนปรนมาตราการการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น การบริหารจัดการวัคซีนอยากให้เน้นการฉีดในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการรองรับนักท่องเที่ยว เช่น ผู้ให้บริการโรงแรม ขนส่งสาธารณะ ร้านอาหาร เป็นต้น ให้สำรวจกลุ่มคนกลุ่มนี้ ถ้าสามารถดูแลป้องกันก็จะลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด 19 เพื่อให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการควบคุมโรค โดยไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 จากนักท่องเที่ยวมาสู่ประชาชน ในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวต้องไม่ได้รับเชื้อจากประชาชนด้วย

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ช่วงนี้ประเทศไทย เราได้มีบทเรียนหลายครั้ง โดยเฉพาะอุทกภัยปีที่ผ่านมาอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพดุล” อยากให้ทำความเข้าใจและแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียชีวิต สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรที่จะรักษาชีวิตประชาชนไว้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ขอให้ถอดบทเรียนจากครั้งที่แล้วที่เกิด “พายุโพดุล” ต้องมีการเตรียมแผนตามที่จะเผชิญเหตุไว้ การเตรียมการที่ดีตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุ การแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามเหตุข่าวสารข้อมูลให้ความร่วมมือกับทางราชการ เพื่อที่จะดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาขนเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย การถอดบทเรียนจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ทำให้รู้ว่าหน่วยงานภาครัฐสามารถรับมือสถานการณ์ได้ดี โดยเฉพาะเรื่องการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถทำได้ทันท่วงที ทำให้ภัยพิบัติครั้งนี้สูญเสียทรัพย์สินและชีวิตไม่มากเท่ากับครั้งก่อนๆ การให้ข้อมูลข่าวสาร แจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ ของหน่วยงานภาครัฐที่ทันสถานการณ์ ทำให้ลดการเกิดความเสียหายและสูญเสียได้

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top