Saturday, 13 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

“อลงกรณ์” ระดมทีม! ‘กรมชลประทาน และจังหวัดเพชรบุรี’ เร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่โครงการชลประทานเขื่อนเพชรหลังจากฝนตกหนักที่เพชรบุรีเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วมกับนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพลรองอธิบดีกรมชลประทาน ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี ตัวแทนเทศบาลเมืองเพชรบุรีรักษาการผอ.สำนักชลประทานที่ 14 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยนายอลงกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่าจากสถานการณ์ฝนตกหนักเหนืออ่างเก็บน้ำและใต้อ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง คือ แก่งกระจาน แม่ประจันต์และห้วยผากเมื่อวานนี้ทำให้มีมวลน้ำจากลุ่มน้ำทั้ง3ไหลลงมาที่เชี่ยนเพชรจำนวนมาก ที่ประชุมจึงกำหนดแผนการระบายน้ำในคลองชลประทานหลัก4สายและแม่น้ำเพชรบุรีอย่างเป็นระบบให้มีผลกระทบต่อประชาชนและขุมชน2ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีน้อยที่สุดพร้อมกับแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูงระมัดระวังเรื่องไฟฟ้าและย้ายสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมกับให้ท้องถิ่นเสริมแนวตลิ่งที่ต่ำป้องกันน้ำล้นฝั่ง 

ในส่วนกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องจักรกลช่วยเหลือจังหวัดเพชรบุรีอย่างเต็มที่ตามข้อสั่งการของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯและนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน

นอกจากนี้ยังได้ประสานพลเรือเอก ดร.สมัย ใจอินทร์ขอการสนับสนุนเครื่องดันน้ำจากกองทัพเรือซึ่งส่งมาช่วยเพชรบุรีทุกครั้งที่ประสบภัยน้ำท่วม และขอการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกล จากพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยเพื่อช่วยป้องกันน้ำท่วมและช่วยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ขุมชนเมืองและพื้นที่เกษตร

“น้ำท่วมครั้งนี้เป็นการท่วมแบบล้นตลิ่ง และท่วมที่ลุ่มต่ำเฉพาะบางพื้นที่ในระยะสั้น ไม่ได้ท่วมทั้งจังหวัดจึงไม่มีผลกระทบต่อการค้าธุรกิจ และการท่องเที่ยวในวงกว้างแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการดูแลช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการโดยเร็วต่อไป”

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี แถลงข่าว ’กวาดล้างการแข่งรถ’!! จับกุม รถจยย.แต่งซิ่ง 136 คัน

เมื่อวันที่ 9 พฤจิกายน 2564 เวลา 13:00 น. พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี แถลงข่าวผลการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทางมหรือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนำไปสู่การแข่งรถในทาง อันเป็นการก่อความเดือดร้อน รำคาญและเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม 

ซึ่งในปัจจุบันยังปรากฎภาพข่าวหรือเหตุการณ์การแข่งรถในทาง การขับรถในลักษณะผิดปกติวิสัยของการขับรถธรรมดา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นเพื่อให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภ.จว.ปทุมธานีได้ออกแนวทางการปฏิบัติและกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ใน ภ.จว.ปทุมธานี จากการระดมกวาดล้างดังกล่าวมีผลการปฏิบัติ 

ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 136 คัน 

2.ตรวจยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตราฐาน 52 อัน 

3.ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน 1 คดี 

4.เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดระเบียบไว้และใช้รถนั้น 42 คดี 

5.ใช้รถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ 65 คดี 

6.ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต 245 คดี 

7.ใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน 7 คดี 

8.แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คดี 

9. ทิ้ง วาง หรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ 7 คดี 

10.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น 1 คดี 

สระบุรี - อบจ.จังหวัดสระบุรี มอบครุภัณฑ์การแพทย์เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กับจังหวัดเพื่อส่งมอบให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา13.30 น. ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีในระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2564 เป็นต้นมาพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)รายใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้แนวโน้มจะดีขึ้น แต่การติดเชื้อรายใหม่เป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อน ซึ่งทำให้ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอยู่เดิมในระบบโรงพยาบาล ครุภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลรักษามีไม่เพียงพอ ประกอบกับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระบุรี ได้ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ ในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เพื่อใช้ในการวินิจฉัย และรักษาพยาบาล

สำหรับจุดตรวจคัดกรองในหรือนอกหน่วยบริการ โรงพยาบาลสนาม หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ Cohort ward ศูนย์แยกกักในชุมชน (Community Isolation :CI)และการแยกกักตัวที่บ้าน(Home Isolation :HI) หรืออื่น ๆ ตามความจำเป็นเหมาะสม โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ดำเนินการจัดหาครุภัณฑ์ฯ ดังนี้

เครื่องเอกชเรย์เคลื่อนที่ขนาด 100 ma. พร้อมแผ่นรับภาพติจิตอล จำนวน 5 เครื่อง เครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง (High flow oxygen Therapy) จำนวน 20 เครื่อง เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 สิตร จำนวน 100 เครื่องโดยมี นายเอกพร จุ้ยสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี รับมอบครุภัณฑ์การแพทย์ ดังกล่าว จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี

 

ขอนแก่น - กำนัน - ผู้ใหญ่ เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่า ให้ดำเนินการกลุ่มบุคคล 'เหยียดชาวอีสาน' ให้ถึงที่สุด!!

ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้รับหนังสือจากนายฉัตรชัย โลหะมาตย์ กำนันตำบลหนองกุง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัด พร้อมด้วยตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกอำเภอของจังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับกลุ่มบุคลที่เหยียดชาวอีสานในโชเชียลกลุ่มคลับเฮ้าส์ TOXIC ตนเองในนามตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น ได้มีการพูดคุยหารือกันเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นการปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด เราจะได้ยื่นหนังสือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ถึงจุดประสงค์ และมีความต้องว่าอยากให้กลุ่มบุคคลที่พูดพาดพิงให้คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่าไม่สมควร ซึ่งเราจะอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันไม่อยากให้สร้างความแตกแยก ให้มีความรักสามัคคีกัน และอยากทราบข้อเท็จจริงของกลุ่มนี้ต้องการสิ่งใด

โดยหลังจากที่ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ท่านได้กำชับให้ทำความเข้าใจและชี้แจงให้ทราบว่าเป็นเพียงกลุ่มบุคคล ที่คอยสร้างความแตกแยก ซึ่งอย่าให้พี่น้องประชาชนอย่าได้สั่นคลอนกับเรื่องดังกล่าว แต่อย่างใดก็ตามทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น หลังจากได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า

ในการออกมาครั้งนี้เป็นเพียงบางส่วน แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดจึงได้มีเพียงตัวแทน ซึ่งทางพวกเราเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกมารับผิดดชอบคำพูดของตนเองที่ทำการหมิ่น ด้อยค่าของคนอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำเหยียดด่าถึงบุพการี และบรรพบุรุษ ทางเรานั้นรับไม่ได้ และอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการอย่างหนึ่งย่างใดให้ถึงที่สุด

 

 

ปทุมธานี - ‘บิ๊กแจ๊ส’ ห่วงใยผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่ง ‘เลขาบาย’ มอบยาวัดคีรีวงศ์เสริมภูมิกันโควิด-19 ก่อนฤดูหนาว

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11:30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้ นายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายก อบจ.ปทุมธานี และ นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ (น้องบาย)  เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี มอบยาสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันวัดคีรีวงศ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เรือนจำจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี ตำบลคลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

โดยเรือนจำจังหวัดปทุมธานีมียอดผู้ต้องขังชาย จำนวน 1,321 คน และผู้ต้องขังหญิง จำนวน 98 คน รวมจำนวน 1,419 คน ส่วนทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) มียอดผู้ต้องขังหญิง จำนวน 692 คน ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ห่วงใยผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่พึ่งจะกลับมาสู่สภาวะปกติและจังหวัดปทุมธานีได้เปิดจังหวัด เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำได้อีก ในขณะที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลงมักจะป่วยเป็นไข้หวัดจึงต้องมีการรักษามาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดในเรือนจำ ได้มอบยาสมุนไพรเสริมภูมคุ้มกันจากวัดคีรีวงศ์ จ.ชุมพร ให้เรือนจำจังหวัดปทุมธานี (สามโคก) และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า)

นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ ปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้นำยาสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน จากวัดคีรีวงศ์ จ.ชุมพร มอบให้กับเรือนจำจังหวัดปทุมธานี (สามโคก) จำนวน 1,500 ซอง ซองละ 28 แคปซูล และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) จำนวน 1,500 ซอง เพื่อที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ต้องขังที่อยู่ภายในเรือนจำ เพราะว่าใกล้จะถึงฤดูหนาว ท่านนายก อบจ. เป็นห่วงต้องการให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

 

กาฬสินธุ์ - เริ่มหนาว! ฝึกเข้มกู้ชีพกู้ภัยรับมืออุบัติเหตุ ในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่จะถึงนี้

สภาพอากาศที่จังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพนักปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลกร กู้ชีพ กู้ภัย ให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเป็นการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่จะถึงนี้

ที่หอประชุมธรรมาภิบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ดร.สม นาสอ้าน รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดอบรมพัฒนาศักยภาพนักปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลกร ทั้งภาครัฐ เอกชน ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือทีมกู้ชีพ กู้ภัย ประจำโรงพยาบาลอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสมาคมและมูลนิธิ โดยมีนายจารุวัฒน์  บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ นายแพทย์จารุพล ตวงศิริทรัพย์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แพทย์หญิงฐิตาภรณ์ นาสอ้าน นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลกมลาไสย ตัวแทนบริษัท เซนต์เมด จำกัด ( มหาชน )  ทีมวิทยากร โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อสุขภาพจิตและยาเสพติดร่วมงาน ทั้งนี้มีบุคลากรกู้ชีพ กู้ภัย จากเทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล และเอกชน จำนวน 55 คน เข้ารับการอบรม

ดร.สม นาสอ้าน  รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่าบุคลากรในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือทีมกู้ชีพ กู้ภัย ถือเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบสาธารณภัย เช่น อุบัติเหตุ อุบัติภัยต่าง ๆ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่ต้องมีความพร้อมทั้งศักยภาพทางกาย ทางจิตใจ ทักษะความรู้ และอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ เพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งสถานพยาบาลอย่างถูกวิธี ผู้ประสบเหตุได้รับความปลอดภัยสูงสุด ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรกลุ่มดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพนักปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลกร ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยอย่างถูกต้อง

นราธิวาส - พิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดตันติการาม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

ที่ วัดตันติการาม หมู่ที่ 3 ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ขอรับพระราชทานผ่านราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนำมาทอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส ณ วัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการทำนุบำรุง สืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีในพระพุทธศาสนา

โดยมี พระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, พันเอก ยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 / หัวหน้าคณะทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คณะที่ 3, เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี ซึ่งปัจจัยที่รวบรวมได้จากบริวารกฐินผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้ มียอดรวมทั้งสิ้น 1,059,411 บาท ในการนี้ วัดตันติการาม จะนำไปทำนุบำรุง บูรปฏิสังขรณ์ศาสนสถานที่ชำรุดเสียหายภายในวัด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ โดยพิธีจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

 

"มูลนิธิออทิสติกไทย" จัดพิธีมอบสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิเศษ โดยการสนับสนุน "กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ"

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ณ มูลนิธิออทิสติกไทย แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เวลา 11.00 น. "นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ" อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานมอบสื่อบ้านเรียนส่งเสริมทักษะชีวิตเด็กออทิสติกและเด็กพิเศษ ช่วงอายุ 3 -12 ปี ในเครือข่ายศูนย์ทักษะชีวิตบุคคลออทิสติกในชุมชน

โดย "อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์" ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย ได้กล่าวรายงานซึ่งในโครงการนี้ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก "กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ"เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมฝึกลูกที่บ้านเองได้ในรูปแบบการสอนผ่าน YouTube พร้อมคู่มือในการฝึก และชุดสื่อส่งเสริมพัฒนาการ

อาทิ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมส่งเสริมทักษะทางวิชาการ กิจกรรมการปรับพฤติกรรมด้วยศิลปะบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมง่ายๆที่จะทำในบ้านให้กับเด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 77 จังหวัด จำนวน 1,000 ครอบครัว โดยมอบผ่านชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก และศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดทั่วประเทศ

 

‘มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์’ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ถุง และสุขภัณฑ์เคลื่อนที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำทีมโดยคุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา (ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ) พร้อมด้วยทีมงาน ลงพื้นที่ตำบลบางชะนี อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ร่วมกับคุณเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ถุง และสุขภัณฑ์เคลื่อนที่ จำนวน 20 อัน โดยมีชาวบ้าน อำเภอบางบาล ตำบลบางชะนี เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งต่อกำลังใจ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้

โฆษก ตร.เตือนภัย!! มิจฉาชีพ ปลอม LINE “หน่วยงานตำรวจ” หลอกโอนเงิน

8 พ.ย.64 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจํานงค์ โฆษก ตร. เผยว่า จากกรณีมีประชาชนหลายรายแจ้งว่าได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากบุคคลไม่ทราบชื่อซึ่งได้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม บุคคลดังกล่าวได้แจ้งต่อผู้ได้รับการติดต่อว่า จะให้ความดูแลและช่วยเหลืออำนวยความสะดวก เรื่องการชำระเงินค่าปรับตามใบสั่งและเรื่องคดีต่าง ๆ ได้ แต่ประชาชนผู้ได้รับการติดต่อจะต้องเข้าร่วมกลุ่มไลน์ Line Accout ชื่อ สภ.ภูธรพนัสนิคม หลอกลวงให้โอนเงินชำระค่าปรับ หลังจากได้รับเงินแล้ว ก็ไม่สามารถติดต่อได้ นั้น

โฆษก ตร. ขอแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า ไลน์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสถานีตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อกรอกข้อมูลกับไลน์ปลอมดังกล่าว เพราะว่าอาจจะถูกขบวนการปลอมไลน์ขโมยข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในทางที่เสียหายได้ และขอเตือนไปยังผู้ที่ร่วมขบวนการหลอกลวงทำไลน์ปลอมของสถานีตำรวจว่า การกระทำดังกล่าวนั้นเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษหนักถึงขั้นจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 343 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top