Saturday, 31 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

ดราม่ายังเดือด!! “Tokyogurl” ปฏิเสธมาโหนกระแส “พี่หนุ่ม” เผยโทรคุยแล้ว เจ้าตัวยังไม่สะดวกออกสื่อ ทั้งนี้ต้นสังกัดได้ยุติบทบาทนักกีฬาแล้ว

(18 ธ.ค. 68) "หนุ่ม กรรชัย" พิธีกรรายการโหนกระแส เปิดเผยว่าได้ติดต่อ "Tokyogurl" หรือ ณภัทร วราสินธ์ เพื่อเชิญมาชี้แจงดราม่าอีสปอร์ตซีเกมส์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธด้วยเหตุผลไม่สบายและอาการแพนิค รวมถึงไม่สะดวกโทรเข้าไลฟ์ผ่านรายการ

หนุ่ม กรรชัย เล่าว่า "ช่วงเช้าวันที่ 17 ธ.ค." ได้โทรเชิญ "Tokyogurl" ให้มาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ได้รับคำตอบว่า "ไม่ว่าง" และไม่ยอมโฟนอิน โต้ตอบคำถามอย่างมีน้ำเสียงเปลี่ยนไป ทำให้ไม่ได้รับคำชี้แจงใดๆ

พิธีกรฝากข้อความถึง Tokyogurl ว่า "อยากให้ออกมาพูดข้อเท็จจริง" เพื่อความเป็นธรรมและพิสูจน์ตัวเอง แต่หากทำผิดจริงก็ควร "ออกมาขอโทษ" คนไทยและแฟนๆ ที่ได้รับผลกระทบจากดราม่านี้

ดราม่าเกิดหลัง Tokyogurl ถูกตัดสิทธิ์แข่งขันซีเกมส์ เนื่องจากฝ่าฝืนข้อ 9.4.3 คู่มืออีสปอร์ตที่เกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ผิดกฎ สมาคมกีฬาอีสปอร์ตฯ ยืนยันเน้นหลัก Fair Play พร้อมสอบสวนและยกระดับมาตรฐานเทคนิคและจริยธรรม

ต้นสังกัด TALON TH ประกาศยุติบทบาทนักกีฬา Tokyogurl ทำให้สังคมจับตาคำชี้แจงในอนาคต รวมถึงมาตรการของสมาคมและการฟื้นฟูภาพลักษณ์ทีมชาติ

ที่มา : https://thethaiger.com/th/news/1502822/

ลอกการบ้านสตาร์ตอัป ตอนที่ 6 เอางานวิจัยออกจากห้องแล็บ ลองมองและคิดแบบ “MUI Robotics” วิจัย “จมูกอิเล็กทรอนิกส์” แปลงกลิ่นให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

หลายมหาวิทยาลัยในไทยมีงานวิจัยระดับโลก แต่ปัญหาคือ “ติดอยู่ในห้องแล็บ” รายงานจบไปเป็นเล่ม ๆ แต่ไม่ได้กลายเป็นธุรกิจจริง

MUI Robotics คือหนึ่งในตัวอย่างที่ “ทะลุกำแพง” นี้ออกมาได้ จากงานวิจัยเรื่อง จมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Nose) สู่ธุรกิจที่ช่วยโรงงานอาหาร เกษตร และการแพทย์ “ดม” คุณภาพสินค้าและสิ่งแวดล้อมด้วยเครื่อง ไม่ใช่แค่จมูกมนุษย์

1. จากคำว่า “กลิ่น” สู่ “ดาต้า” ที่เอาไปใช้ตัดสินใจได้

แก่นของ MUI Robotics คือการเปลี่ยนสิ่งที่เคยวัดด้วยความรู้สึก อย่างเช่น
- กลิ่นหืน  
- กลิ่นบูด  
- กลิ่นสารปนเปื้อน  

ให้กลายเป็น
- ค่าตัวเลข  
- กราฟ  
- โมเดล AI ที่บอกได้ว่า “ปกติ/ไม่ปกติ”

ในโลกที่มาตรฐานอาหารและความปลอดภัยเข้มขึ้นเรื่อย ๆ การมีระบบที่วัด “กลิ่น” ได้แบบซ้ำได้ จึงมีค่ามาก

2. SME ที่ไม่ใช่นักวิจัย ลอกอะไรจาก Deep Tech ได้?

หลายคนเห็น Deep Tech แล้วถอย คิดว่า “เราไม่ได้จบวิทย์-วิจัย ทำไม่ได้หรอก” แต่สิ่งที่ SME ลอกได้คือ วิธีคิด:

(1) กล้าทำของลึก-เฉพาะทาง  
   - MUI ไม่ไปทำแอปทั่ว ๆ ไป  
   - แต่เลือกโจทย์ที่โคตรยากและเฉพาะทางมาก  
   - SME ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น  
     - สมุนไพรไทย  
     - ยางพารา  
     - อาหารเฉพาะกลุ่ม  
     ถ้ากล้าลงลึกจริง ๆ ก็สร้างของที่คนอื่นเลียนแบบยากได้เหมือนกัน  

(2) จับตลาดที่เคร่งมาตรฐาน = เขายอมจ่ายสูง  
   - โรงงานอาหาร / การแพทย์ / เคมี  
     พร้อมจ่ายแพงขึ้นถ้าช่วยให้ผ่านมาตรฐานและลดความเสี่ยง  
   - SME ลองมองลูกค้าที่ “กลัวเสี่ยง” เป็นพิเศษ เช่น  
     - โรงพยาบาล  
     - โรงงานส่งออก  
     - แบรนด์ที่กลัวเสียชื่อ  
     สิ่งที่คุณเสนอให้เขาคือ “ลดโอกาสเกิดเรื่องแย่ ๆ”  

(3) จับมือมหาวิทยาลัย แทนที่จะสร้างคนวิจัยเอง  
   - MUI เริ่มจากทีมมหิดล  
   - SME ที่มีไอเดีย แต่ไม่มีทีมเทคนิค  
     สามารถติดต่อหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย หรือศูนย์นวัตกรรมมาช่วยได้

3. ทำ “ของยาก” ให้อธิบายง่าย เทคโนโลยีจมูกอิเล็กทรอนิกส์ฟังดูไกลตัวมาก แต่พอ MUI เล่าแบบนี้:

- “ช่วยดมกลิ่นหืนของน้ำมันสำหรับสายการผลิต”  
- “ช่วยคัดกรองความผิดปกติของสินค้า ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค”  

คนในโรงงานเข้าใจทันทีว่า นี่คือเครื่องมือ QC เวอร์ชันอัปเกรด

SME ที่ทำของเทคนิคสูงต้องจำเทคโนโลยีที่ดี ต้องเล่าให้คนธรรมดาเข้าใจได้ใน 2-3 ประโยค  

ถ้าอธิบายไม่ได้ = ยังไม่พร้อมขาย

สรุปตอนที่ 6 จากห้องแล็บสู่โรงงาน

MUI Robotics ทำให้เห็นว่า
- งานวิจัยไทยมีศักยภาพจะกลายเป็นธุรกิจจริง  
- ลูกค้าที่ต้องการมาตรฐานและลดความเสี่ยง ยอมจ่ายแพงกว่าถ้าเชื่อว่าปลอดภัยขึ้น

SME ไม่จำเป็นต้องสร้างเทคโนโลยีเองทั้งหมด แต่ถ้ามองเห็นโจทย์เฉพาะทาง และกล้าจับมือทีมวิจัย ก็มีสิทธิ์สร้าง “ของลึก” ที่ต่างจากคนอื่นแบบถาวรได้เหมือนกัน

ช้างศึกไม่ถอย!! เปิดศึกชิงทองเวียดนาม หลังรอบรองชนะเลิศเฉือนมาเลเซีย 'โค้ชวัง' ตั้งเป้าคืนความยิ่งใหญ่ ทวงเหรียญทองซีเกมส์กลับบ้าน

(18 ธ.ค. 68) ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเหรียญทอง หลังเอาชนะมาเลเซีย 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ไทยจะพบกับเวียดนาม ทีมคู่ปรับอาเซียนในนัดชิงที่แฟนบอลต่างเฝ้ารอเพื่อทวงแชมป์ซีเกมส์ที่ขาดหายไปกว่า 8 ปี

'โค้ชวัง' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ย้ำว่าเป้าหมายตั้งแต่เริ่มแข่งขันคือ "แชมป์เท่านั้น" เนื่องจากไทยเป็นเจ้าภาพและต้องการฟื้นความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลชายไทย โดยทีมได้เตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดผ่านเกมอุ่นเครื่องและทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา

การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศแม้ไทยได้ประตูเร็วจาก ยศกร บูรพา ตั้งแต่นาที 8 และมาเลเซียเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาที 16 แต่นัดนี้เป็นเกมที่หนักสำหรับทีมไทย เพราะมาเลเซียเล่นด้วยวินัยและสปีดเกมสูง ทำให้ไทยต้องควบคุมเกมอย่างระมัดระวังจนเก็บชัยชนะได้สำเร็จ

'โค้ชวัง' กล่าวหลังเกมชิงว่า "อยากเจอเวียดนาม จะได้พิสูจน์ให้ชัด" พร้อมชี้ว่าการเจอเวียดนามในนัดชิงคือโอกาสแสดงศักยภาพและความพร้อมที่จะกลับมายืนเป็น "เบอร์หนึ่ง" ของอาเซียนอีกครั้ง โดยก่อนถึงนัดชิงทีมต้องเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายและวางกลยุทธ์การควบคุมเกมให้ดีที่สุด

นอกจากนี้ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ได้เพิ่มเงินอัดฉีดให้ทีมอีก 1 ล้านบาท รวมเป็น 1.8 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจนักเตะให้เต็มที่สำหรับการล่าทองครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญก่อนการแข่งขันนัดชิงเหรียญทองในไม่ช้า

ทีมไทย พบกับ เวียดนาม วันนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.
 

ที่มา : https://sport.trueid.net/detail/zN3a8ZJE7479

รัสเซียดันแข็งแกร่ง!! ความร่วมมือรัสเซีย-อิหร่าน “ค้ำความมั่นคงภูมิภาค” ชู INSTC เป็นเส้นเลือดเชื่อมโลกใต้ เชื่อมโยงโลจิสติกส์-ลดอิทธิพลตะวันตก

(18 ธ.ค. 68) ความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับอิหร่านมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคและการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ โฟอัด อิซาดี รองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเตหะราน ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิกว่า การทำงานร่วมกันระหว่างสองประเทศนี้ถือเป็นหลักประกันความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่โดยเฉพาะ
.
อิซาดีกล่าวว่า ชาติตะวันตกพยายามแบ่งแยกอิหร่านให้อ่อนแอลงเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อแนวชายแดนทางใต้ของรัสเซีย โดยเจาะจงที่พื้นที่รอบทะเลแคสเปียนและภูมิภาคคอเคซัส ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
.
ในมิติเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้ และทำหน้าที่เป็นค้ำประกันการเชื่อมต่อขนส่งผ่านโครงการระเบียงขนส่งเหนือ-ใต้ (INSTC) ที่ช่วยให้การขนส่งสินค้าเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระจากอิทธิพลของชาติตะวันตก
.
"โครงการนี้เปิดโอกาสในการขนส่งสินค้าออกจากการควบคุมและอิทธิพลของชาติตะวันตก" โฟอัด อิซาดีเน้นย้ำ พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของช่วงเส้นทางใน INSTC ที่มีผลต่อความมั่นคงและการค้าในภูมิภาค
.
ความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับอิหร่านสะท้อนถึงการพยายามสร้างสมดุลและลดการพึ่งพาชาติตะวันตกในภูมิภาคที่มีแนวโน้มความตึงเครียดสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณทะเลแคสเปียนและคอเคซัส ที่มีผลต่อการเมืองและเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างกว้างขวาง
.
ที่มา : Sputnik

จีนเปิดเกมปี 2026 มุ่งขยายความต้องการภายในประเทศเป็นหลัก เดินหน้าฟื้นการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตเป็นตัวนำ มีโอกาสเติบโตคุณภาพสูง

(18 ธ.ค. 68) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการการเงินและเศรษฐกิจของจีนเผยว่านโยบายเศรษฐกิจปี 2026 ของจีน จะเน้นการขยายความต้องการภายในประเทศเป็นสำคัญ เพื่อกระตุ้นการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

เจ้าหน้าที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวถึงหลักการชี้นำจากการประชุมงานเศรษฐกิจส่วนกลางที่กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า "จีนจะออกนโยบายเพื่อกระตุ้นการบริโภคทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของรูปแบบการบริโภคในประเทศ"

 

จีนตั้งเป้ารักษาเสถียรภาพและฟื้นฟูการลงทุนที่ลดต่ำลง พร้อมประสานการลงทุนกับการบริโภค และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและตลาด เพื่อสร้างแรงผลักดันการเติบโตในภาพรวม ขณะที่เศรษฐกิจของจีนในปี 2025 คาดว่าจะเติบโตราว 5% มีมูลค่าประมาณ 140 ล้านล้านหยวน หรือราว 625 ล้านล้านบาท

 

เจ้าหน้าที่กล่าวอีกว่า แม้อุปสรรคจะยังมี แต่แนวโน้มเศรษฐกิจยังสดใส และตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีโอกาสเติบโตในเชิงคุณภาพสูง โดยมีแรงหนุนจากความต้องการของผู้ซื้อบ้านใหม่และผู้ต้องการยกระดับที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ จีนจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งสร้างรูปแบบใหม่ในการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา : Xinhua

 

18 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ไทยทะยานสู่อวกาศเปิดตำนาน “ไทยคม 1” ดาวเทียมดวงแรกของชาติ ทำให้ไทยมีดาวเทียมเป็นของตัวเอง เปลี่ยนแปลงระบบสื่อสารและทีวีทั่วประเทศ

(18 ธ.ค. 36) วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2536 คือวันสำคัญของประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไทย เมื่อ "ไทยคม 1" ดาวเทียมสื่อสารดวงแรกของประเทศถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าจากฐานปล่อยจรวดที่เมืองกูรู ประเทศฝรั่งเศส เพื่อประกาศการเป็นเจ้าของดาวเทียมของไทยอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงผู้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจากต่างชาติอีกต่อไป

 

ก่อนยุคไทยคม การสื่อสารระหว่างประเทศของไทยและการแพร่ภาพโทรทัศน์ต้องพึ่งพาดาวเทียมต่างชาติ นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายสูงและข้อจำกัดขยายสัญญาณไปยังพื้นที่ห่างไกล ต่อมา รัฐบาลได้ส่งมอบหน้าที่นี้ให้เอกชนไทย คือบริษัทในเครือชินวัตรที่ร่วมมือกับบริษัท Hughes สหรัฐฯ สร้างดาวเทียมไทยคม 1 ขึ้น

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อ "ไทยคม" ซึ่งหมายถึง Thai Communications สะท้อนปณิธานเชื่อมโยงคนไทยทั่วประเทศและสู่โลกภายนอก เมื่อดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแล้ว มันกลายเป็นสถานีส่งสัญญาณกลางอวกาศที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางตั้งแต่จีนตอนใต้ถึงเอเชียใต้

 

ไทยคม 1 ช่วยขยายบริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไปสู่พื้นที่ชนบท ส่งเสริมการสื่อสารโทรศัพท์ทางไกลและข้อมูล เชื่อมโยงธนาคารและหน่วยงานรัฐ รวมถึงวางรากฐานโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสทางการศึกษาเทียบเท่ากับเมืองใหญ่

 

การมี "ไทยคม 1" ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ยังเกี่ยวพันกับอธิปไตยดิจิทัลและความมั่นคงข้อมูลชาติ สร้างบุคลากรด้านดาวเทียมและเปิดทางสู่อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมยุคแรกของโลก ทำให้วันที่ 18 ธันวาคม คือวันที่ก้าวแรกที่ไทยเริ่มขึ้นสู่ยุคอวกาศของตัวเองอย่างแท้จริง

 

ที่มา : https://www.spacebar.th/culture/on-this-day-thaicom-was-sent-to-earth-orbit

“มูลนิธิบุณยะจินดา” ยกย่องสดุดีวีรกรรมครอบครัว "น้องอรินทร์" มอบรางวัลเกียรติยศย้ำคุณค่า สูญเสียพ่อ-ปู่จากเหตุวางระเบิด ให้กำลังใจผ่านคลิปเคียงข้างเสมอ

 

(17 ธ.ค. 68) มูลนิธิบุณยะจินดา เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว จัดพิธีมอบ "รางวัลเกียรติยศสดุดีวีรกรรม" และประกาศเกียรติยศสดุดีวีรกรรมให้แก่ครอบครัวของ "น้องอรินทร์" หลังสูญเสียคุณพ่อและคุณปู่ซึ่งเป็นครูตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จากเหตุลอบวางระเบิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่

 

ในพิธีจัดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมี "คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา" ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธาน พร้อมผู้บริหารตำรวจระดับสูงเข้าร่วม โดยรางวัลสดุดีวีรกรรมมอบให้ผู้เสียสละและทายาทจำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 25,000 บาท หนึ่งในกรณีสำคัญคือทายาทของ พ.ต.ท.สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ และ ด.ต.โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุวางระเบิดและยิงซ้ำเมื่อ 14 มกราคม 2568

 

"ดาว พอฤทัย บุณยะจินดา" กรรมการมูลนิธิฯ โพสต์คลิปสวมกอดและให้กำลังใจน้องอรินทร์กับครอบครัวในโซเชียล พร้อมกล่าวว่า "คุณพ่อจะอยู่ในหัวใจเสมอ" และย้ำว่าเด็กๆ จะช่วยกันดูแลกันต่อไป ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของการส่งต่อความรักและการให้กำลังใจในยามวิกฤต

 

มูลนิธิฯ ยังได้มอบรางวัลและทุนรวมทั้งสิ้น 369 รายการ เป็นเงินกว่า 3,265,000 บาท ในปี 2568 ครอบคลุมถึงรางวัลตำรวจดีเด่นต้นแบบ พลเมืองดี และทุนสงเคราะห์ครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ รวมถึงทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ

 

การมอบรางวัลครั้งนี้นอกจากจะสดุดีวีรกรรมผู้เสียสละแล้ว ยังเป็นหลักประกันทางใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ต้องเติบโตในความเจ็บปวด เพื่อย้ำว่าการเสียสละเพื่อประเทศจะไม่ถูกลืมหรือปล่อยให้เงียบหายไปตามกระแสข่าว

 

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9862838/

 

ฮาร์บินเปิดฤดูท่องเที่ยว แลนด์มาร์ก “ถนนจงยาง” สตรีทแน่นตลอดคืน คึกคักจนกลายเป็นภาพจำเมืองน้ำแข็ง แสงสีสไตล์ยุโรปดันยอดเที่ยวฤดูหนาวพุ่ง! กลายเป็นแม่เหล็กนักเดินทาง

 

(17 ธ.ค. 68) เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กลับมาคึกคักในฤดูหนาว โดยถนนจงยาง ถนนคนเดินใจกลางเมือง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมอย่างเนืองแน่นในช่วงนี้

 

ถนนจงยางมีความยาวกว่า 1,450 เมตร เป็นถนนปูหินทรายที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่สองข้างทาง ผสมผสานกับร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่หลากหลายรูปแบบ ในช่วงฤดูหนาวถนนสายนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีไฟประดับและของตกแต่งเทศกาลที่สร้างบรรยากาศให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกลิ่นอายเมืองหนาวแบบยุโรป

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะ รวมถึงกิจกรรมการแสดงพื้นบ้านที่ถนนจงยางเพิ่มสีสันและความคึกคักให้เทศกาลฤดูหนาวของฮาร์บินในแต่ละปี โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นหลักสิบล้านคนในฤดูกาลที่ผ่านมา

 

"ถนนจงยางเป็นจุดหมายท่องเที่ยวหลักที่ดึงดูดผู้คนให้มาเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศเมืองน้ำแข็งอย่างแท้จริง" รายงานระบุ นอกจากนี้ ฟีเจอร์เหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับเทศกาลน้ำแข็งและหิมะของฮาร์บินที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศจีน

 

ที่มา : Xinhua

 

ลอกการบ้านสตาร์ตอัป ตอนที่ 5 สร้างแพลตฟอร์มโปร่งใส ลองมองและคิดแบบ “PropertyScout” ขายความโปร่งใสในตลาดที่คนไม่ไว้ใจใคร ทำให้ลูกค้าเชื่อถือ สบายใจที่ได้ใช้บริการ

ตลาดอสังหาฯ ไทย = สนามแห่งความไม่แน่ใจ
- ประกาศซ้ำ  
- ห้องที่ลงไว้ “มี/ไม่มี” ก็ไม่รู้  
- ราคาจริงไม่ตรงกับที่ลง  
- เอเจนต์แข่งกันเอง วุ่นวายไปหมด

สตาร์ตอัปอย่าง PropertyScout เลือกเล่นในตลาดที่ “คนไม่ค่อยไว้ใจใคร” แล้ววางตัวเองง่าย ๆ ว่า “เราเป็นคนจัดระบบและทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่จะทำได้”

1. เมื่อ “ความโปร่งใส” กลายเป็นสินค้า

PropertyScout ไม่ได้ขายแค่ “แพลตฟอร์มหาห้อง” แต่ขายสิ่งที่คนอยากได้จริง ๆ คือ
- ความมั่นใจว่าห้องมีอยู่จริง  
- ข้อมูลไม่มั่ว  
- กระบวนการเช่า/ซื้อไม่งง  

เขาทำโดย
- ตรวจสอบ listing ก่อนขึ้นระบบ  
- ใช้ระบบจัดการข้อมูลห้องจำนวนมาก  
- ทำงานร่วมกับเอเจนต์หลายพันคนแบบมีข้อตกลงชัดเจน (co-broke)

SME อยู่ในธุรกิจที่ลูกค้าไม่ค่อยไว้ใจ? เช่น
- รับเหมาก่อสร้าง  
- ที่ปรึกษาการเงิน/ภาษี  
- งานซ่อมรถ ซ่อมบ้าน  
- นายหน้าในรูปแบบต่าง ๆ  

ให้ถามตรง ๆ ว่า “เราขายความโปร่งใสได้มากแค่ไหน?”

2. ใช้ระบบช่วย “คน” ไม่ใช่เอาระบบไปแทนคน

PropertyScout ไม่ได้บอกว่า “เราจะลบเอเจนต์ออกจากสมการ” แต่บอกว่า
- เราจะช่วยเอเจนต์หา deal ได้ง่ายขึ้น  
- ใช้ระบบจัดการห้อง-เอกสาร-นัดหมาย  
- ให้เอเจนต์โฟกัสกับการให้คำปรึกษาและปิดดีล

SME ลองถามตัวเอง
- ถ้าเอาระบบ/ซอฟต์แวร์เข้ามาในธุรกิจ  
  เราต้องการ “ลดคน” หรือ “เพิ่มมูลค่าของคน”?  
- จะดีกว่าไหมถ้าให้ระบบจัดการงานเอกสาร/ตรวจเช็ก/งาน routine  
  แล้วให้คนไปอยู่หน้างาน-สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแทน?

3. ทำตัวเองให้เป็น “สนามกลางของทั้งวงการ”

ความแหลมของ PropertyScout คือ เขาไม่ทำตัวเป็น “นายหน้ารายหนึ่ง” แต่พยายามเป็น “เวทีที่นายหน้าทุกคนมาเล่นด้วย”
- เปิดระบบ co-broke  
- แบ่งค่าคอมชัดเจน  
- ทำให้เอเจนต์มีแรงจูงใจจะใช้แพลตฟอร์มแทนการทำเดี่ยว

SME ถ้าอยากเป็นมากกว่าร้าน ๆ หนึ่งในตลาด คิดให้ไกลขึ้นว่า “ในอุตสาหกรรมของเรา มีใครบ้างที่ควรมาเจอกันบนเวทีเดียว?” เช่น
- แพลตฟอร์มรวมช่าง-ซัพพลายเออร์-ลูกค้า  
- แพลตฟอร์มรวมคลินิก-แลบ-คนไข้  
- แพลตฟอร์มรวมโรงงานเล็ก-ผู้ซื้อรายใหญ่  

ยิ่งคุณเป็นเวทีกลางได้เร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งอยู่ในตำแหน่งที่ “คนอื่นต้องมีคุณ” ไม่ใช่คุณต้องวิ่งหาคนอื่น

4. SME เรียนรู้อะไรจาก PropertyScout

(1) ความโปร่งใส = สินค้าตัวจริง  
- ในตลาดที่คนไม่ไว้ใจใคร คนที่แสดง work process / ข้อมูล / เงื่อนไขชัดที่สุด จะได้เปรียบ

(2) อย่าใช้เทคโนโลยีไปลบคนที่สำคัญกับความสัมพันธ์  
- ใช้ระบบจัดการงานหลังบ้าน  
- ปล่อยให้คนไปทำงานหน้าเดียวที่ต้องใช้หัวใจและประสบการณ์

(3) ทำเวทีให้ทุกคนเล่นด้วย แทนที่จะเล่นคนเดียว  
- ถ้าคุณออกแบบระบบแบ่งผลประโยชน์ดี ๆ คนในอาชีพเดียวกันจะกลายเป็น “พาร์ตเนอร์” ไม่ใช่ศัตรู

สรุปตอนที่ 5 เมื่อความน่าเชื่อถือคือคอร์โปรดักต์

PropertyScout ทำให้เราเห็นว่า ในหลายอุตสาหกรรม “ความน่าเชื่อถือ” ไม่ใช่ของแถม แต่มันคือ “ของที่ลูกค้าซื้อจริง ๆ”

SME ที่ยืนบนฐานนี้ได้ จะไม่ต้องแข่งที่ราคาล้วน ๆ แต่มีสิทธิ์เก็บ premium เพราะลูกค้ารู้สึกว่า “ถ้าใช้เจ้านี้…สบายใจกว่าเยอะ”

สหรัฐฯ บีบยูเครน!! จ่อถอดหลักประกัน เตือนไม่ให้ยูเครนยืดเยื้อ เผย "มาตรฐานแพลทินัม" ถูกจำกัดเวลา ทรัมป์ชี้ยูเครนควรมองใหม่

(17 ธ.ค. 68) สหรัฐอเมริกาแจ้งยูเครนให้ยอมรับข้อเสนอ "มาตรฐานแพลทินัม" ว่าด้วยหลักประกันความมั่นคงภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเสียโอกาสเพราะข้อเสนอนี้อาจถูกถอนออกไป

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า หลักประกันดังกล่าว "จะไม่ได้อยู่บนโต๊ะเจรจาตลอดไป" พร้อมระบุว่ายูเครนและยุโรปพอใจในระดับที่ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้เสนอไว้ ถึงแม้รายละเอียดของหลักประกันยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

'โดนัลด์ ทรัมป์' กล่าวว่า ยูเครน "ได้สูญเสียดินแดนไปแล้ว" และเสนอให้ยูเครนเลิกหวังจะได้ดินแดนคืน ควรมุ่งสู่การได้รับหลักประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ และยุโรปแทน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และยูเครนได้หารือกันที่กรุงเบอร์ลิน โดยมี 'สตีฟ วิตคอฟฟ์' ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และ 'จาเร็ด คุชเนอร์' ลูกเขยของ 'ทรัมป์' เข้าร่วมประชุม เพื่อปรึกษาแผนสันติภาพของประธานาธิบดี 'ปูติน' ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ต้อนรับผู้แทนสหรัฐฯ ที่ทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโก

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top