Friday, 6 November 2026
Hard News Team

นราธิวาส-มทภ.4 มอบความห่วงใย ให้กำลังใจส่งตรงถือมือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ผ่านถุงยังชีพ 650 ชุด

(10 ธ.ค. 67) ที่บ้านปูยู ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 นำถุงยังชีพ พร้อม ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งตรงถึงมือพี่น้องชาวตำบลเกาะสะท้อน เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยมี พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส , นาวาเอก สันติ  เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ และ คณะผู้บังคับบัญชาร่วมคณะฯ

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ยืนยันสนับสนุนกำลังพล พร้อมยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลดต่อเนื่อง กำชับกำลังพลลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ให้บริการตรวจสุขภาพแก่พี่น้องประชาชน ชุมชนต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อม กล่าวให้กำลังใจและแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนเข้าใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลกและมีอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประสบภัยธรรมชาติเช่นเดียวกัน 

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 นำถุงยังชีพ พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 150 ชุด นำไปมอบให้สมาชิกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส  จังหวัดนราธิวาส

นอกจากนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดทีมแพทย์ พยาบาล จากศูนย์แพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ลงพื้นที่ให้บริการด้านสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในวันที่ 13 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 - 16.00 น. เพื่อตรวจรักษาสุขภาพเบื้องต้น พร้อมมอบยา เวชภัณฑ์ และ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ สุขอนามัย สภาพจิตใจ เพื่อดูแล เคียงข้างประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

มุกดาหาร​ -​แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขตแถลงข่าวจับยาบ้ามูลค่า 450 ล้านบาท

เมื่อวันที่ (9 ธ.ค. 67​) ที่สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลโท บุญสิน  พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายรณรงค์เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์  ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี  พลเรือตรี ณรงค์  เอมดี  ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 และพันโท สีทอง เลียนสะหวัน หัวหน้าแผนกสู้รบ กองทัพประชาชนลาว แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 20 กระสอบ ประมาณ 8,000,000 เม็ด มูลค่า 450 ล้านบาทได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร

สืบเนื่องจาก น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนและจัดกำลัง ชุดปฏิบัติการออกทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ เมื่อไปถึงบริเวณท่าน้ำหมู่ที่ 4 บ้านหว้านใหญ่ ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพบกroyalthaiarmy​ #กองทัพภาคที่2​
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สมุทรปราการ-พ่อเมืองปากน้ำ ทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบ 58 ปี ทุกหน่วยงานร่วมอวยพร

(10 ธ.ค. 67) นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 58 ปี ณ ศาลาการเปรียญวัดกลางวรวิหาร พระอารามหลวง ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ

โดยได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณพระราชสมุทรวัชราจารย์ (บุญสืบ วุฑฺฒิสาโร) เจ้าอาวาสวัดกลางวรวิหาร พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ จำนวน 9 รูป ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

โดยมี นางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายชาติชาย อุทัยพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นางศศิวิมล อุทัยพันธ์ อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ นายสุดใจ จิรยาภากร ประธานผู้บริหาร บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด นายดำรง ยงค์สงวนชัย ประธานมูลนิธิปู่ทัพสำโรง ดร.กิตติ ยงค์สงวนชัย ประธานกรรมการ บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

ดร.พัชรางสุ์ ชัยวรมุขกุล อดีตอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ดร.ศิริภัสสร ปิยนันทวารินทร์ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอฯ ปลัดอำเภอฯ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรปราการ หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการ มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ และแขกผู้มีเกียรติ ต่างเดินทางมาร่วมอวยพร

พร้อมทั้งนำกระเช้าดอกไม้และของที่ระลึกมามอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ  58 ปี นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน
 

10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ ระลึกโอกาสที่ ร.7 พระราชทานรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวร

วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นวันที่ระลึกถึงโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และเป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 19 ฉบับ อันแสดงให้เห็นถึงความขาดเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นั้น ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทยเชิงการเมืองการปกครอง เมื่อคณะราษฎร ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการสายทหารบก ทหารเรือ และสายพลเรือน จำนวน 99 คน โดยมีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นหัวหน้า ได้ร่วมกันทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศจากพระมหากษัตริย์ เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ

วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ ได้แก่ การที่กำหนดว่า อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคล คณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ 1. พระมหากษัตริย์ 2. สภาผู้แทนราษฎร 3. คณะกรรมการราษฎร และ 4. ศาล

กระทั่งถึงวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวรซึ่งมีหลักการต่างกับฉบับแรกในวาระสำคัญหลายประการ อาทิ ได้เปลี่ยนระบอบการปกครอง เป็นการปกครองแบบรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้บริการราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารการแผ่นดินต่อสภาผู้แทน รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย แต่อย่างไรก็ตามคณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนได้ หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญของรัฐซึ่งมีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎรเลือกตั้งใหม่ ในส่วนเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์นั้น ได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็น ที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

ฟรีวีซ่าดึงดูดต่างชาตินิยมเที่ยวโซนปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ สนามบินปักกิ่งทุบสถิติรับนทท.ทะลุ 1 ล้านคน

(9 ธ.ค. 67) ซินหัวรายงานว่า สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในกรุงปักกิ่งทางตอนเหนือและนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน คร่าคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากเกาหลีใต้ สเปน โปแลนด์ ไทย ฮังการี สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเยอรมนี  

สืบเนื่องจากขยายนโยบายฟรีวีซ่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการก้าวเดินสู่การเปิดกว้างยิ่งขึ้นของจีนและแสดงความเชื่อมั่นของจีนบนเวทีโลก โดยปัจจุบันมี 38 ประเทศ ที่สามารถเดินทางเข้าจีนแบบฟรีวีซ่า และนักเดินทางสามารถพำนักได้นานสูงสุด 30 วัน เมื่อนับถึงวันที่ 30 พ.ย. 2024

สื่อจีนระบุว่า จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่จีนในไตรมาสสาม (กรกฎาคม-กันยายน) ของปี 2024 สูงถึง 8.18 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.8 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยส่วนหนึ่งเดินทางเข้าสู่จีนแบบฟรีวีซ่า 4.88 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 78.6 เมื่อเทียบปีต่อปี

รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับ ข้อมูลจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ที่เผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในปีนี้ทะลุ 1 ล้านคน สร้างสถิติใหม่ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายปีที่เข้า-ออกสนามบิน

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติข้างต้นได้รับการยืนยันเมื่อ6 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยถือเป็นสถิติครั้งใหม่หลังมีการปรับใช้ชุดนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติในการเข้าประเทศจีน อันรวมถึงการเพิ่มจำนวนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าจีน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนจีน

สนามบินปักกิ่ง ต้าซิง ยังขยายเครือข่ายเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบริการเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางระหว่างประเทศและจุดหมายปลายทางระดับภูมิภาครวม 43 แห่ง ครอบคลุม 25 ประเทศและภูมิภาค ทั่วยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง

ช่วงฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลินี้สนามบินปักกิ่ง ต้าซิงมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ไปยังหลายเมือง เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น เวียงจันทน์ และคาซาบลังกา (โมร็อกโก) นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดเที่ยวบินสู่แอฟริกาและอเมริกาเหนือ ตลอดจนเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินที่บินไปตะวันออกกลางและรัสเซีย เพื่อเพิ่มทางเลือกเที่ยวบินระหว่างประเทศแก่ผู้โดยสาร

สนามบินแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในท่าด่านจำนวน 9 แห่ง ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ ให้ชาวต่างชาติสามารถแวะพักเครื่องระหว่างทาง (direct transit) ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง

✨ นับถอยหลัง 3 วัน! ✨

สู่การครบรอบ 4 ปีของ ‘THE STATES TIMES’ สำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ยึดมั่นในข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม 📢

มาร่วมเสวนาและเปิดมุมมองใหม่ในงาน “Thailand Outlook: From Global Disruption to Thailand Transformations”
📅 12 ธันวาคม 2567
📍 SCBX NEXT TECH, ชั้น 4 สยามพารากอน

สนใจลงทะเบียนร่วมงาน คลิกเลย 👉 https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdcIJhjLXtJ95Qd5-C3f53qm5MuVsKITj5Nfs5bh_73LEBfAA/viewform

‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ เร่งตรวจสอบแก๊งคอลฯ ตุ๋น ‘ชาล็อต’ 4 ล้าน อ้างเป็นตร.ไซเบอร์หลอกโอนเงิน แต่ตอนนี้ยังติดต่อผู้เสียหายไม่ได้

ตร.ไซเบอร์ เร่งตรวจสอบ ‘ชาล็อต ออสติน’ ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ ตุ๋น 4 ล้าน บังคับวิดีโอคอล 24 ชั่วโมง เผยยังติดต่อเจ้าตัวไม่ได้ รอมาร้องทุกข์ พร้อมแฉใช้รูปแบบเดิม ๆ ในการหลอกลวง

(9 ธ.ค. 67) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รรท.ผบช.สอท. กล่าวถึงกรณีที่เพจ Miss Grand Thailand ต้นสังกัดมิสแกรนด์ ได้แจ้งข่าวว่า นางสาวชาล็อต ออสติน นางงามในสังกัด ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพถูกข่มขู่ว่าเป็นตำรวจไซเบอร์ ทำให้สูญเงิน 4 ล้านบาท และยังถูกควบคุมบังคับให้วิดีโอคอล 24 ชั่วโมงว่า หลังได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1. ไปดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อกับนางสาวชาล็อต แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้โดยตรง เพราะอาจยังติดภารกิจ

โดยกรณีนี้คนร้ายใช้กลอุบายข่มขู่ให้เหยื่อมีความหวาดกลัวและหลอกให้โอนเงิน ซึ่งรูปแบบการหลอกในครั้งนี้เป็นรูปแบบเดิมที่โทรศัพท์ไปแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ และอ้างว่าเหยื่อถูกนำชื่อไปเปิดบัญชีมีเงินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายโอนเข้าไปในบัญชีพร้อมกับให้โอนเงินมาให้ตรวจสอบ นางสาวชาล็อตจึงได้โอนเงินไป จำนวน 4 ล้านบาท

แม้จะยังติดต่อนางสาวชาล็อตไม่ได้โดยตรงก็ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามดำเนินการไปอย่างเต็มที่ในระหว่างที่รอนางสาวชาล็อต มาร้องทุกข์ดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ พร้อมกับอยากให้นางสาวชาล็อตส่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ของมิจฉาชีพมาให้เจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้เร่งดำเนินการตามกฎหมายที่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับธนาคารต่อไป

‘โหรลักยิ้ม’ อวยยศฉ่ำ ‘พล.ต.ท.เรวัช’ คนนี้ดวงดีไม่ตก หลัง ‘พีระพันธุ์’ ทาบทามช่วยสอบข้อเท็จจริงขนถ่านหิน กฟผ.

(9 ธ.ค. 67) โหรลักยิ้ม อาจารย์ภัทร ได้โพสต์ Tiktok ถึงกรณีที่ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ อดีตรักษาการผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ได้รับการทาบทามจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้เป็นประธานสอบสวนเกี่ยวกับการไม่ชอบมาพากลของการ จัดซื้อจัดจ้าง กรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะจ้างบริษัทมาขนถ่านหิน เงินงบประมาณ 7,250 ล้าน ว่า ก่อนหน้านี้ ได้เคยดูดวง พล.ต.ท.เรวัช มาแล้ว และได้ทำงานว่าเป็นคนดวงดีไม่มีตก แต่จะมีช่วงที่หยุดชะงักแต่ไม่ใช่ดวงตก แต่เป็นการหยุดเพื่อไปต่อ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเผยศัตรู ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี อีกทั้งดวงของ พล.ต.ท.เรวัช  กำลังขึ้น และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ 

“ดวงคุณอาเรวัช ไม่ใช่นักโต้ตอบ แต่เป็นดวงของนักรบ เมื่อเสนาบดีเรียกพบเจ้าพระยา สงครามย่อมเกิดเหมือนเมื่อครั้งสมัยโบราณ ที่เมื่อเกิดศึกสงครามก็มักจะมีการระดมพล หลังจากนี้ก็มาติดตามดูกันว่าจะมีอะไรเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นในดวงเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์อีก รวมทั้งมาติดตามดูว่าคุณอาเรวัช จะได้รับตำแหน่งอะไรเพิ่มเติม นอกเหนือจากตำแหน่งที่กำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้สอบทุจริตดังกล่าว”

เปิดใหม่กว่า 7,000 แห่ง - สปาเทรนด์มาแรง กทม. ครองแชมป์จำนวนร้านนวดมากสุด

(9 ธ.ค. 67) ธุรกิจนวดและสปาในประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยความนิยมจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจในตลาดนี้ โดยข้อมูลของกรมสนับสนุนบริการเพื่อสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เดือนตุลาคม 2567 พบว่าทั้งประเทศไทยมีสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น 17,897 แห่ง จำนวนนี้แบ่งเป็น ร้านนวดเพื่อสุขภาพ 16,609 แห่ง สปา 1,092 แห่ง และร้านนวดเพื่อความงาม 196 แห่ง ขณะที่ข้อมูลจากสมาคมสปาไทยระบุว่าธุรกิจนวดและสปามีการกระจายตัวทั่วประเทศในแต่ละภูมิภาค ดังนี้ ภาคกลาง 7,502 แห่ง พื้นที่ที่มีธุรกิจนวดมากที่สุด คือกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นแหล่งรวมท่องเที่ยวสำคัญ

รองลงมาคือ ภาคใต้ 3,902 แห่ง เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของไทย เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการผ่อนคลายของนักเดินทางทั่วโลก อันดับสามคือ ภาคอีสาน 2,292 แห่ง เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของร้านนวดสูงเนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น  

อันดับสี่คือ ภาคตะวันออก 1,983 แห่ง ส่วนเขต EEC: 1,738 แห่ง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างชาติซึ่งส่งเสริมธุรกิจนวดในพื้นที่  

อันดับห้าคือ ภาคเหนือ 1,861 แห่ง  โดยเชียงใหม่และเชียงรายเป็นเมืองยอดนิยมสำหรับธุรกิจร้านนวดเนื่องจากเป็นหัวเมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยว และอันดับหกคือ ภาคตะวันตก 124 แห่ง ซึ่งแม้จะมีจำนวนน้อย แต่มีโอกาสเติบโตจากการพัฒนาในด้านการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพยังคงสูง

ข้อมูลจากสมาคมสปาไทยยังชี้อีกว่า แม้ธุรกิจนวดและสปาเคยได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 แต่กลับฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีการเปิดธุรกิจใหม่มากกว่า 7,000 แห่งหลังโควิด การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากธุรกิจร้านนวดเพื่อสุขภาพแล้วสปาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ สอดคล้องกับเทรนด์ของชาวไทยและชาวต่างชาติที่นิยมการหากิจกรรมผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐด้านการลงทุนในธุรกิจบริการสุขภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เช่น ระบบจองออนไลน์และแอปพลิเคชันบริการนวดและสปา ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์และความสะดวกสบายให้กับลูกค้า  

‘คุณพ่อยุคใหม่’ เปิดใจรับฟังเมื่อลูกสาวติด ร. 4 ตัว ใช้เหตุผลสั่งสอน พร้อมช่วยหาทางออกแก้ผลการเรียน

(9 ธ.ค. 67) ผู้ใช้ Tiktok ชื่อบัญชี Ticger_not โพสต์คลิปสอนลูกสาวหลังผลการเรียนออกมา ปรากฏว่า ลูกสาวติด ร. ถึง 4 ตัว โดยลูกสาวยอมรับว่า สาเหตุของการติด ร. นั้น เป็นเพราะไม่ตั้งใจเรียน ติดเล่นกับเพื่อน และติดเล่นโทรศัพท์มือถือจนส่งผลต่อการดังกล่าว

โดยคุณพ่อ ได้สอนลูกสาวโดยใช้เหตุผลอย่างน่าชื่นชม แม้ว่าเจ้าตัวจะรู้สึกโกรธกับผลการเรียนของลูกสาว แต่ก็ได้เปิดโอกาสลูกสาว ไปตามเก็บงานจากคุณครู ว่า ติดวิชาอะไรบ้าง ภายใน 3 วัน และมาหาทางออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป พร้อมกับได้ยื่นข้อเสนอ 2 ทางเลือก คือ 1. ให้ลูกสาวบังคับตัวเองให้ทำงานส่งคุณครูให้เสร็จ หรือ 2. คนเป็นพ่อจะเป็นผู้บังคับเอง ซึ่งลูกสาวได้เลือกข้อ 1 

หลังจากนั้น คุณพ่อ ได้กลับมาโพสต์คลิปอัปเดต ผลการแก้ ร. อีกครั้ง โดยลูกสาวบอกว่า ทำงานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่ง เพราะตามหาตัวคุณครูไม่พบ เนื่องจากคุณครูกลับบ้านก่อน จึงเกิดการตามหาคุณครูอย่างจ้าละหวั่น และลูกสาวก็ยอมรับว่า ตามหาครูยากลำบาก

ทำให้คุณพ่อ ได้สั่งสอนเพิ่มเติมว่า การที่คุณครูทำเช่นนั้นถูกต้องแล้ว เพราะตอนที่ครูสอนไม่ตั้งใจเรียน เมินคุณครู และเมื่อถึงเวลาต้องส่งงาน ก็ต้องตามง้อครูด้วยเช่นกัน เพราะเป็นความผิดของเราเองที่ไม่สนใจเรียนในขณะที่ครูสอน เพราะครูคนเดียวต้องสอนเด็กหลายสิบคน ก็มีความยากลำบากเช่นกัน

พร้อมทั้งบอกด้วยว่า หากเป็นครูที่ดุ ๆ หรืออยากจะสั่งสอนเด็กเพิ่มมากกว่านี้ ครูไม่เพียงแต่จะให้ทำงานส่งเท่านั้น แต่จะพยายาม ไม่ให้นักเรียนได้เจอตัว เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ส่งงาน
นอกจากนี้ คุณพ่อยังฝากไปยังคุณครูด้วยว่า อยากให้ลูกสาวทำงานชดใช้เพิ่มเติม ด้วยการทำความสะอาดห้องน้ำให้คุณครูอีกด้วย อีกทั้ง ยังจะตามไปตรวจดูด้วยว่าได้ทำความสะอาดห้องน้ำครูจริงหรือไม่ ซึ่งลูกสาวก็ได้รับปากว่าจะไปทำให้

ทั้งนี้ ชาวเน็ตจำนวนมาก ที่ได้ชมคลิปดังกล่าว ต่างชื่นชมถึงวิธีการสอนของคุณพ่อ ที่ใช้เหตุผลในการพูดคุย โดยไม่ใช้อารมณ์แต่อย่างใด แม้จะโกรธและไม่พอใจกับผลการเรียนของลูกสาวก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top