Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ศาลฎีกาสหรัฐฯ เตรียมเปิดไต่สวน ติ๊กต๊อก สู้กม.แบนกิจการ ลุ้นชี้ชะตา10 ม.ค.นี้

เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.67) ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เห็นพ้องจะทบทวนคำร้องจากติ๊กต็อก (TikTok) และไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของติ๊กต็อก เพื่อระงับกฎหมายที่กำหนดการจำหน่ายกิจการของแอปพลิเคชันแบ่งปันคลิปวิดีโอยอดนิยมนี้ภายในวันที่ 19 ม.ค. 2025 หรือเผชิญการลงโทษแบนด้วยเหตุผลความมั่นคงของชาติ

รายงานระบุว่าศาลสูงสุดสหรัฐฯ กำหนดรับฟังข้อโต้แย้งในวันที่ 10 ม.ค. 2025 เพื่อตัดสินว่ากฎหมายดังกล่าวจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอันขัดกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของสหรัฐฯ หรือไม่ โดยศาลสูงสุดสหรัฐฯ ออกกำหนดการนี้หลังจากติ๊กต็อกยื่นคำร้องเป็นเวลาสองวันแล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกกฎหมายที่ให้เวลากับไบต์แดนซ์เพียง 270 วันในการจำหน่ายกิจการของติ๊กต็อก โดยอ้างอิงประเด็นความมั่นคงของชาติที่ไม่มีมูลความจริง ซึ่งหากไบต์แดนซ์ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ผู้ให้บริการร้านค้าแอปพลิเคชันอย่างแอปเปิลและกูเกิลต้องถอดติ๊กต็อกออกจากแพลตฟอร์ม

ต่อมาเดือนพฤษภาคม ติ๊กต็อกยื่นฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อระงับคำสั่งแบนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง และเมื่อต้นเดือนธันวาคม ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยกฟ้องคำกล่าวอ้างของติ๊กต็อกที่ว่าคำสั่งแบนขัดต่อรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ 170 ล้านราย

เมื่อวันจันทร์ (16 ธ.ค.) ติ๊กต็อกเรียกร้องศาลสูงสุดสหรัฐฯ ระงับกฎหมายนี้ ชี้ว่าจะเป็นการปิดหนึ่งในแพลตฟอร์มแสดงออกทางคำพูดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอเมริกาก่อนวันสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี และปิดปากชาวอเมริกันจำนวนมากที่ใช้แพลตฟอร์มนี้สื่อสารเกี่ยวกับการเมือง การค้า ศิลปะ และประเด็นอื่น ๆ ที่สาธารณชนสนใจ

สื่อนอกปูดรัฐบาลทหารเตรียมจัดเลือกตั้งปีหน้า ส่ง 'ตาน ฉ่วย' หารือคุยรัฐบาลไทยก่อนถกมาเลย์

(19 ธ.ค. 67) ช่วงระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคมนี้ กระทรวงการต่างประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเกี่ยวกับเมียนมาจำนวน 2 การประชุมด้วยกัน โดยการประชุมแรกมีชาติเพื่อนบ้านของเมียนมาเข้าร่วมรวมถึงจีน บังกลาเทศและอินเดีย ส่วนอีกการประชุมเป็นการประชุมในกรอบอาเซียน

รอยเตอร์รายงานว่า ในการประชุมดังกล่าวรัฐบาลทหารเมียนมาได้ส่งนาย ตาน ฉ่วย มาเข้าร่วมประชุมที่กรุงเทพฯในวงการประชุมทั้งสองวัน โดยแหล่งข่าวทางการทูตเผยว่า เมียนมามีแผนจะจัดการเลือกตั้งในประเทศขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมของรัฐบาลทหารผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ปี 2025 มาเลเซียเตรียมรับตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า ซึ่งอาเซียนยังล้มเหลวในการผลักดันให้เมียนมาปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ เพื่อลดความขัดแย้งภายในประเทศที่เกิดขึ้นตั้งแต่กองทัพทำรัฐประหารในปี 2021 ส่งผลให้เกิดการสู้รบอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

แม้เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและแรงกดดันจากหลายฝ่าย แต่รัฐบาลทหารเมียนมายังคงเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในปี 2025 ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพทางการเมือง

จีนซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลทหารเมียนมา ได้แสดงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและการเลือกตั้งปี 2025 ขณะที่ผู้นำไทยเรียกร้องให้มีการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางขึ้นกับเมียนมา

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือด้านความมั่นคงชายแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสมาชิกอาเซียนจะพบกันเพื่อพิจารณาฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งถือเป็นแผนสันติภาพสำหรับวิกฤตเมียนมา

นอกจากนี้ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า ได้แต่งตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้านอาเซียน เนื่องจากมีประสบการณ์ในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในเมียนมา ซึ่งถือเป็นความพยายามที่เมียนมาหารือกับรัฐบาลไทยก่อนที่จะหารือกับรัฐบาลมาเลเซียซึ่งจะเป็นเจ้าภาพอาเซียน

ทั้งนี้ ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นว่าการประชุมครั้งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและขาดความโปร่งใส เนื่องจากกลุ่มกบฏในเมียนมาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมวงหารือ ซึ่งอาจทำให้การเจรจาแก้ไขปัญหายุ่งยากมากขึ้น

รรท.ผบช.สตม. บินด่วนตรวจความพร้อมสนามบินภูเก็ต ถก ผอ.ท่าอากาศยาน เตรียมรับนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเที่ยวเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ คาดผู้โดยสารสูงถึงวันละ 23,000 คน มั่นใจเจ้าหน้าที่มีความพร้อม ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย

(19 ธ.ค.67) เวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รรท.ผบช.สตม., พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจความพร้อมการปฏิบัติงานของ ด่าน ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต มอบนโยบายแก่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมหารือแนวทางการบริหารงานร่วมกับ นายมนต์ชัย ตะโหนด ผอ.ท่าอากาศยานภูเก็ต เน้นการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2568 

พล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักในภาคใต้ตอนบนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ประกอบกับ รัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเร่งด่วนเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อยอดมาจากการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว (Visa Free) ให้กับ 93 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งส่งผลดีให้เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานภูเก็ตมากเป็นอันดับสาม รองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศช่วง High season คือ ต.ค.-มี.ค. เฉลี่ยต่อวันสูงสุด 23,000 คน โดยในช่วงเดือน พ.ย.67 นักท่องเที่ยวสัญชาติที่เดินทางเข้ามามากอันดับแรกยังคงเป็น รัสเซีย เฉลี่ย 4,100 คนต่อวัน รองลงมา จีน วันละ 1,800 คน อินเดีย เฉลี่ยวันละ 1,790 คน ออสเตรเลีย 780 คน และสหราชอาณาจักร 730 คนต่อวัน ตามลำดับ เฉลี่ยทั้งเดือนมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณ 520,000 ราย เปรียบเทียบปริมาณนักท่องเที่ยวเฉลี่ยช่วงเวลาเดียวกันกับในปี62 ก่อนโควิด พบว่ามีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 6%

ด้าน นายมนต์ชัย ฯ ผอ.ท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ในห้วงเวลาเทศกาลคริสต์มาส ถึงปีใหม่ มีผู้โดยสารจองตั๋วเข้ามาแล้ว มีเที่ยวบินเฉลี่ย 355 เที่ยวบินต่อวัน เป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 210 เที่ยว และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 144 เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสารเข้าและออกประมาณ 60,000 คน ต่อวัน  ซึ่งคิดเป็น 110% ของก่อนสถานการณ์โควิด โดยเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประมาณ 40,000 คน และเป็นผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 20,000 คน ในอดีตก่อนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด สัญชาติที่เดินทางมากที่สุดได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย แต่ปัจจุบันกลับกัน โดยมีสัญชาติรัสเซีย จีน อินเดีย สูงที่สุดตามลำดับ 

รรท.ผบช.สตม.กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว สตม.จึงต้องเตรียมความพร้อมรองรับ โดยมีแนวทางลดขั้นตอนการตรวจเข้าราชอาณาจักร อาทิ ลดขั้นตอนการสแกนเอกสารขาเข้า งดการลงลายมือชื่อกำกับในตราประทับขาเข้า การบริหาร Snake line เพื่อลดระยะเวลาการตรวจที่อาจเกิดจากเหตุปัจจัยอื่น มีการเพิ่มกำลังในวันหยุดราชการ เสริมกำลังพลระหว่างงานแบบ SWING โดยใช้ตราประทับกลาง ระดมอุปกรณ์เครื่องมือ ยานพาหนะ เพื่อให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ควบคู่ไปกับการคัดกรองกลุ่มคนต้องห้าม ไม่ให้แฝงตัวเข้ามารวมกลุ่มแก๊งก่ออาชญากรรมในประเทศได้ 

ทั้งนี้ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจโดยเฉพาะบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศเป้าหมาย จะต้องมีความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเฝ้าระวังเหตุและสืบสวนหาข่าวโดยเฉพาะในสนามบิน โดยไม่ให้กระทบต่อการอำนวยความสะดวกในการตรวจหนังสือเดินทางแก่นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าออกในช่วงเวลาดังกล่าว

รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันตามคำเชิญของเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย

 

เมื่อวันที่ (18 ธ.ค.67) เวลา 12.00 นาฬิกา ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันตามคำเชิญของนายเปโดร สวาห์เลน (H.E Mr. Pedro Zwahlen) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อคิดเห็นประเด็นการเรียนการสอนภาษาท้องถิ่นในภาคใต้และกลุ่มวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทย กับการจัดการศึกษาแบบ

พหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐานของสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านภาษาท้องถิ่นควบคู่กับหลักแนวคิดทางความเชื่อและศาสนาที่แตกต่างกัน ในโอกาสนี้ นายวรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

เหตุแผ่นดินไหว 7.3 เขย่าวานูอาตู สถานทูตไทยในออสเตรเลียเร่งช่วยเหลือ

(19 ธ.ค.67) กระทรวงการต่างประเทศแถลงการณ์ว่า ตามที่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในวานูอาตูเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.3 ห่างจากกรุงพอร์ตวิลา ประมาณ 30 กม. และมีแผ่นดินไหวต่อเนื่อง (aftershock) ที่จุดเดิมอีกครั้งระดับ 5.5 ส่งผลให้เกิดดินถล่ม รถยนต์ และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างมาก และท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพอร์ตวิลาได้ปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากเกิดความเสียหายบริเวณรันเวย์ นั้น

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้คนไทยเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งรับผิดชอบดูแลวานูอาตู ได้ติดต่อผู้แทนชุมชนคนไทยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ และได้ประสานกรมการกงสุลเพื่อติดต่อประสานกับญาติผู้เสียชีวิตแล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานทางการท้องถิ่น เพื่อดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงได้ติดต่อสอบถามอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนแล้ว ทราบว่ามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย และดีขึ้นแล้วเป็นลำดับ

ชุมชนไทยในวานูวาตูมีประมาณ 40 คน แต่มีหลายคนที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในประเทศไทยในช่วงปลายปีไปบ้างแล้ว ในชั้นนี้ยังไม่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนอาหารและน้ำ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือชุมชนไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

สวนนงนุชพัทยาต้อนรับปีใหม่ ร่วมกับชมรมลิ้นมังกรประเทศไทยทำพิธีเปิดแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ ณ สวนลอยฟ้า 

(19 ธ.ค.67) นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ร่วมกับนายบรรลือ ลดหวั่น ประธานชมรม นายปราโมทย์ โรจน์เรืองแสง รองประธานชมรมผู้ปลูกเลี้ยงลิ้นมังกรประเทศไทย และคณะ ร่วมกันทำพิธีเปิดแหล่งเรียนรู้ใหม่ในเรื่องของต้นลิ้นมังกร ภายในสวนลอยฟ้า เป็นการเก็บรวบรวมต้นลิ้นมังกรจากทั่วทุกมุมโลกและสายพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อการศึกษาหาความรู้สำหรับผู้ที่สนใจ       

ปัจจุบันสภาพอากาศมีปัญหาฝุ่นละอองมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้มีผลกระทบทางด้านสุขภาพ ทางสวนนงนุชพัทยาจึงให้ความสำคัญกับต้นไม้ทุกชนิดที่จะช่วยลดมลพิษและสภาวะโลกร้อน จากงานวิจัยของนาซ่า เคยศึกษาเรื่องอากาศสะอาดพบว่า ลิ้นมังกร (D. trifasciata) มีศักยภาพในการกรองอากาศภายในอาคารโดยขจัดสารพิษหลัก 4 ใน 5 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับอาการป่วยโรคตึกเป็นพิษ SBS (sick building syndrome)[12] โดยเฉพาะถ้าวางไว้ในห้องนอนจะปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน ช่วยให้หายใจได้ดีขึ้นขณะนอนหลับ  

ทางสวนนงนุชพัทยา ขอขอบคุณชมรมลิ้นมังกรประเทศไทย ที่จัดหาสายพันธุ์แปลก และใหม่ที่สุดในโลกมาให้ศึกษาเรียนรู้  นับว่าเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน นอกจากนี้สวนนงนุชพัทยายังมีพันธุ์ไม้มากกว่า18,000 ชนิด มาประดับตกแต่งเป็นสวนสวยต่างๆมากกว่า 60สวนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้เที่ยวชมทุกวัน

‘หมอยง’ เผยโนโรไวรัส ระบาดทุกปีในฤดูหนาว ชี้! ข่าวระบาดใหญ่เป็นเรื่องเก่าไม่ควรตื่นตระหนก

(19 ธ.ค. 67) ศ.นพ.ยง เผยผลศึกษาระบาดวิทยา โนโรไวรัส 10 ปี พบมากปี 2017 ระบาดพร้อม ไวรัสโรต้า ย้ำ! ไม่ใช่โรคใหม่ เผยปมข่าวระบาดใหญ่เรื่องเก่า ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป

วันที่ 19 ธ.ค. 2567 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึง โนโรไวรัส ระบาดวิทยาในประเทศไทย ว่า ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาระบาดวิทยา ของโนโรไวรัสมาเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี โดยมีการจำแนกสายพันธุ์อย่างละเอียด พบว่าสายพันธุ์ที่ระบาดมีความหลากหลายมาก

โรคนี้จะพบมากในฤดูหนาว จะเห็นว่าในช่วงโควิด 19  ที่มีการล็อกดาวน์ มีการปิดโรงเรียน เป็นช่วงที่ไม่พบการระบาดของโนโรไวรัส เรามีการเข้มงวดในการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เรามีการสอนการล้างมือ 5 ขั้นตอน แต่เมื่อหลังโควิด 19  จะเห็นได้ชัดว่ามีการระบาดของโนโรไวรัสเกิดขึ้น เหมือนก่อนยุคของโควิด 19 ระบาด ดังแสดงในรูปแสดงให้เห็นการศึกษาระยะยาวกว่า 10 ปี ดังแสดงในรูป

การระบาดใหญ่ของโนโรไวรัสในเด็กนักเรียน และผู้ใหญ่พบมากในปี 2017 ในปีนั้นมีการระบาดพร้อมกับไวรัสโรต้า แต่การระบาดในปีนี้พบโรตาไวรัสน้อยมาก เพราะเรามีวัคซีนให้กับเด็กเล็ก จึงทำให้พบโรคลดน้อยลงอย่างมาก แต่โนโรไวรัสไม่ได้ลดลง

สิ่งสำคัญขณะนี้ จะอยู่ที่เด็กหรือบุคคลที่อยู่รวมกันหมู่มาก เช่น ในโรงเรียน โรงงาน จะต้องมีมาตรการในการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการระบาด เพราะจะทำให้เด็กเสียเวลาเรียน และโรงงานก็จะเสียผลผลิตได้

มีการเผยแพร่ในออนไลน์ ในสื่อสังคมกันมาก ว่ามีการระบาดหนักในโรงเรียน น่าจะเป็นข่าวเก่า ที่มีการระบาดเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน การให้ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ น่าจะมีการลงวันที่ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะมีการ วนมาส่งใหม่ทำให้เข้าใจผิด คิดว่ากำลังระบาด โดยเฉพาะเอามาผสมกับการระบาดที่ประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตาม ในทุกฤดูหนาว โรคนี้จะพบได้เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับโรต้าไวรัส เป็นการพบเพิ่มขึ้นในทุกปี ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป

‘สุทธิชัย หยุ่น’ บิ๊กเซอร์ไพรส์รับบทพระสงฆ์ ร่วมเล่นซีรีส์ 'The White Lotus ซีซั่น 3'

(19 ธ.ค. 67) จากกรณีปรากฏภาพของชายรายหนึ่งในลุคของพระสงฆ์จากซีรีส์เรื่อง The White Lotus ซีซัน 3 ทำให้มีชาวเน็ตสงสัยเป็นอย่างมากว่าใช่ สุทธิชัย หยุ่น นักข่าวอาวุโสหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา เพจ “Suthichai Live” ออกมาเฉลยว่าตกลงใช่ตนเองหรือไม่ โดยทางเพจได้ระบุข้อความว่า

“หลายคนอาจจะงงๆ สับสน 🫢
เอ๊ะ ใช่ไหม หรือไม่ใช่ 🙂‍↔️🙂‍↕️
เสียงเหมือนมากกกกก เสียงคุ้นมากก
ได้ยินเสียงทุกเช้าเลย แต่จะใช่จริงๆ เหรอ? จะเล่นจริงๆ เหรอ?
แอดมินไขข้อข้องใจให้แล้วค่ะ 🤫🤫🤫

ฝากนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่มากกกกก
เดบิวต์เรื่องแรกในวัย 78 ดาราน้องใหม่ของวงการ ประสบการณ์ในวงการ (ข่าว) กว่า 50 ปี ไว้สักคน (รูป) ด้วยนะคะ เดบิวต์มาใหม่ๆ สดๆ ร้อนๆ
ฝีมือการแสดงยังไม่ทราบ 555555 🤣🤣🤣

พระรูปนี้จะ live หรือ Breaking News ในวัดไหม ต้องติดตามค่ะ

รับบทเป็นพระเอก ❌
รับบทเป็นพระสงฆ์ ✅✅✅✅

ปล.ใบ้ว่ามีเซอร์ไพรส์ให้ตกใจมากกว่านี้อีก 1 กรุบ รอลุ้นกันนะคะ”

สำหรับซีรีส์ยอดฮิต The White Lotus ซึ่งครั้งนี้เดินทางมาถ่ายทำที่ประเทศไทย โดยมีดาราชาวไทยชื่อดังอย่าง ลลิษา ‘ลิซ่า’ มโนบาล ร่วมแสดงด้วย ตัวอย่างเผยให้เห็นบรรยากาศตระการตาของเกาะสมุย

ซีรีส์มีกำหนดฉายวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2025 บนแพลตฟอร์ม Max และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำหลัก

นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงชั้นนำชาวไทยมากมายที่จะมาร่วมสร้างความเข้มข้นให้กับซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน รวมถึงนักแสดงหนุ่ม ดอม เหตระกูล, เมธี ทับทิมทอง  

แถมคลิปตัวอย่างซีรีส์เรื่อง The White Lotus ซีซัน 3 ยังสร้างความฮือฮา เพราะมีการใช้เพลง เมดอินไทยแลนด์ ของคาราบาว ประกอบตัวอย่างซีรีส์อีกด้วย

ผบ.ทรภ.1 ตรวจเยี่ยมหน่วย พื้นที่ทางทะเลฝั่งตะวันออก "ต้องมั่นคงปลอดภัย"

เมื่อวันที่ (18 ต.ค 67) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เดินทางมาตรวจเยี่ยม ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาค 1 หมวดเรือลาดตระเวนชายเเดนทัพเรือภาคที่ 1 (มชด/1) และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง) จังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ทางทะเลสุดเขตตะวันออกของไทย ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 1 เพื่อรับทราบถึง ปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะ ตลอดจน ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายสำคัญในการปฏิบัติงาน โดยมีเนื้อหาสำคัญที่ได้มอบไว้ให้กับกำลังพลทั้ง 3 หน่วย ได้แก่ “การปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจต่าง ๆ ต้องมี ขั้นตอนการปฏิบัติที่มาตรฐาน (Procedure) หรือรายการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติ (Checklist) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานความปลอดภัย ตามนโยบายเร่งด่วน ปีแห่งความปลอดภัยของ กองทัพเรือ (Navy Safety 2025)

หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 ถือได้ว่าเป็นหน่วยกำลังรบหน่วยหนึ่งของกองทัพเรือ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการปฏิบัติการทางเรือในพื้นที่บริเวณชายแดน ด้วยการป้องกันอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ภายในพื้นที่รับผิดชอบ
ทั้งนี้ ได้ให้แนวทางกับกำลังพลทุกนาย ให้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยอย่างดี สร้างภาพพจน์ที่ดี สร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชน ดั่งเป็นที่กล่าวขวัญและยอมรับ ในคุณความดี ที่ได้ปฏิบัติอยู่เสมอมา

ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาค 1
หมวดเรือลาดตระเวนชายเเดนทัพเรือภาคที่ 1 (มชด/1) และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง) นับเป็น “พื้นที่ทางทะเลสุดเขตตะวันออกของไทย    พื้นที่หนึ่ง ในพื้นทางทะเล ที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย ซึ่งกองทัพเรือ มีหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคง ความปลอดภัยและช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อยู่ในพื้นที่

ดังนั้น ความพร้อมของหน่วยภายใต้ ทัพเรือภาคที่ 1 คือส่วนสำคัญในการเป็นหน่วยสนับสนุนและปฏิบัติการ ให้บรรลุถึงความสำเร็จตามภารกิจที่กองทัพเรือ มอบหมาย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

19 ธันวาคม 2423 วันประสูติ "เสด็จเตี่ย" กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย

19 ธันวาคม 2423 เป็นวันประสูติของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระเจ้าลูกยาเธอลำดับที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมารดาคือ เจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ ไวยวัฒน์ ทรงประสูติในพระบรมมหาราชวัง

พระกรณียกิจของพระองค์ในการพัฒนากองทัพเรือสยามให้เจริญก้าวหน้าแบบประเทศตะวันตก ทำให้กองทัพเรือถวายพระสมัญญาพระองค์เป็น “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย”

“...คนนับถือกรมหลวงชุมพรฯ เยอะ แต่คนไม่สนใจท่านในฐานะปุถุชน คนไม่สนใจว่าท่านเคยทำอะไรมา หรือทรงมีพระปรีชาอย่างไร คนสนใจท่านแต่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์...” คำบอกเล่าของ ม.ร.ว. อภิเดช อาภากร ผู้มีศักดิ์หลานปู่ของพระองค์

เมื่ออายุ13 พระชันษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ และเมื่อสำเร็จการศึกษาได้เข้ารับราชการในด้านทหารเรือ พระองค์ได้ปรับปรุงการศึกษาในโรงเรียนนายเรือ เช่น การแบ่งชั้นบังคับบัญชาภายในโรงเรียน การเพิ่มวิชาการเช่น ดาราศาสตร์และตรีโกณมิติ เพื่อให้นักเรียนนายเรือมีความรู้เทียบเท่านายทหารต่างชาติ

ในปี 2443 พระองค์ทรงเข้ารับราชการในกรมทหารเรือและได้เริ่มฝึกสัญญาณธงสองมือและโคมไฟ เมื่อดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ พระองค์ได้ปรับปรุงระเบียบการศึกษาทหารเรือและขอพระราชทานที่ดินสร้างโรงเรียนนายเรือที่พระราชวังเดิมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 ซึ่งทำให้กองทัพเรือมีฐานที่มั่นคง

ด้านดนตรี พระองค์ทรงพระนิพนธ์เพลงปลุกใจที่มีอายุยืนยาว เช่น เพลงดอกประดู่ เพลงเดินหน้า และเพลงดาบของชาติ ซึ่งทหารเรือร้องขับตลอดมาและกลายเป็นเพลงอมตะในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ด้านการแพทย์ พระองค์ทรงศึกษาและเขียนตำรายาแผนโบราณชื่อว่า “พระคัมภีร์อติสาระวรรคโบราณะกรรมและปัจจุบันนะกรรม” ซึ่งเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือสมุทรปราการ

ในช่วงต้นรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงออกจากราชการและไปประกอบอาชีพหมอยาใช้พระนามว่า “หมอพร” และต่อมาได้กลับมารับราชการอีกครั้ง เมื่อสงครามกับเยอรมนีเริ่มขึ้น พระองค์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเลื่อนตำแหน่งเป็นนายพลเรือโท และนายพลเรือเอก จนได้ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือและเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

ในบั้นปลายพระชนม์ พระองค์ได้กราบถวายบังคมลาออกไปรักษาพระองค์ที่มณฑลสุราษฎร์ และทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2466 ที่หาดทรายรี ปากน้ำเมืองชุมพร

ถึงแม้ว่าจะสิ้นพระชนม์มา 100 ปี แต่พระกรณียกิจที่ทรงทำให้กองทัพเรือและประเทศชาติยังคงเจริญก้าวหน้าและพระองค์ยังคงเป็นที่เคารพรักของทหารเรือ จึงถวายสมัญญาพระนามว่า “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันอาภากร”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top